หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 14)

Part V : Sentence Completion (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. She dislikes staying alone in the apartment, and _________ do her friends.

    (เธอไม่ชอบที่จะพักอยู่ตามลำพังในอพาร์ตเมนต์  และเพื่อนของเธอก็ _____ )

     (a)  too

     (b)  neither

     (c) so (เช่นเดียวกัน)

     (d)  even

ตอบข้อ (c)  (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “so”  ในหมวดข้อสอบ “Error Detection”  ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๗)

2. We discussed _________ extra help to get through the work.

    (เราประชุมปรึกษาหารือเรื่อง __________ ความช่วยเหลือพิเศษเพื่อจะได้ทำงานให้เสร็จ)

    (a) to hire

    (b) hire

    (c) hired

    (d) hiring (การจ้าง)

ตอบข้อ (d)  (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมกี่ยวกับคำกริยาที่ต้องตามด้วย “gerund” (verb + ing) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๙ และตอนที่ ๖ ข้อ ๒๙)

3. The investigation required the cooperation of a __________ of different sections.

     (การสืบสวน-สอบสวนต้องการความร่วมมือของแผนกต่างๆ  _____ )

    (a)  several

    (b) number (จำนวนมาก)

    (c) few

    (d)  groups

ตอบข้อ (b) (a number of =  จำนวนมาก - และต้องตามด้วยคำนามที่เป็นพหูพจน์)

4. The artist _________ paintings are on the walls of the office building has won several awards for her work.

    (ศิลปิน _______________ภาพเขียน (ของเธอ) อยู่บนฝาผนังของอาคารสำนักงาน  ได้ชนะรางวัลมากมายสำหรับงานของเธอ)

    (a)  who

    (b)  whose (ผู้ซึ่ง ------- ของเธอ)

    (c)   whom

    (d)  which

ตอบข้อ (b) เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของภาพ

5. ________ of the committee members voted against the new construction project.

     ( _____________ สมาชิกคนใดของคณะกรรมการลงคะแนนคัดค้านโครงการก่อสร้างโครงการใหม่)

     (a)  someone

     (b) anybody

     (c) None (ไม่มี)

     (d) Any

ตอบข้อ (c)  แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า “สมาชิกบางคน” จะต้องใช้ว่า “some of the………

6. Fifty percent of the company staffs have already _________ the training course.

    (๕๐ เปอร์เซนต์ของพนักงานบริษัทได้ __________  การฝึกอบรมแล้ว)

     (a)  completes

     (b) completing

     (c)  completion

     (d) completed (ทำให้สมบูรณ์, ทำจนเสร็จสิ้น, ทำแล้วเสร็จ)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจากประโยคนี้อยู่ในรูป “present perfect tense” (subject + has (have) + verb ช่องที่ 3)

7. Creativity is a requirement for anyone who wants to _________ a career in the arts.

    (ความคิดสร้างสรรค์คือสิ่งจำเป็น (ความต้องการ) สำหรับใครก็ตามที่ต้องการที่จะ ___________ อาชีพในทางศิลปะ)

     (a)   enroll (ลงทะเบียน)

     (b)  pursue {ดำเนิน (ธุรกิจ), ประกอบ (อาชีพ), ติดตาม, ไล่ตาม, ตามจับ, ดำเนินต่อไป, เจริญรอย }

     (c)   purchase (ซื้อ)

     (d)  sign (ลงนาม, ลงชื่อ)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

8. The opinions expressed in the article do not necessarily _________  the views of the publishers.

    (ความคิดเห็นที่ถูกแสดงไว้ในบทความไม่จำเป็นต้อง ___________ ทัศนะของผู้ตีพิมพ์ – คือผู้ตีพิมพ์อาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้)

    (a)  deflect (หันเห, บ่ายเบน, ทำให้หันเห, ทำให้บ่ายเบน)

    (b) distract (ทำให้เขว-ว้าวุ่น-วอกแวก, กวนใจ, ทำให้รำคาญใจ)

    (c)  reflect (สะท้อน, ส่องกลับ, สะท้อนภาพให้เห็น, คิด, ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง)

    (d) detract (หันเห, เคลื่อนย้าย, เอาออก, เลิกล้ม, ทำลาย, ลดค่า)

ตอบข้อ (c) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

9. _________ Jim arrived home, he went right into the kitchen, opened the refrigerator, and got something to eat.

   ( _________ จิมมาถึงบ้าน  เขาเดินตรงเข้าไปในครัว  เปิดตู้เย็น  และหาของกิน)

     (a)  Before (ก่อน)

     (b) As soon as (ในทันทีที่)

     (c)  How (อย่างไร)

     (d) Nevertheless (อย่างไรก็ตาม)

ตอบข้อ (b) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

10. The tour agent with _________ you talked this morning will come to our office today to present her touring program for this summer.

     (ตัวแทนท่องเที่ยว ___________ คุณคุยด้วยเมื่อเช้านี้  จะมาที่สำนักงานของเราในวันนี้  เพื่อนำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวของเธอสำหรับฤดูร้อนนี้)

     (a)   whom (ผู้ซึ่ง)

    (b)   which

    (c)    who

    (d)   whose

ตอบข้อ (a)  (ดูรายละเอียดการใช้ “who”  “whom”  และ “whose”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๓๕ และตอนที่ ๑๐ ข้อ ๒๘ และ ๓๙, และดูการใช้ which” และ “that”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓๘)

11. Before every presidential election in the United States, the statisticians try to guess the proportion of the population that  _______ for each candidate.

     (ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกครั้งในสหรัฐฯ  นักสถิติพยายามที่จะคาดคะเนอัตราส่วนของประชากรที่ ___________ ให้ผู้สมัครแต่ละคน)

    (a) voting

    (b)  are voted

    (c)   will vote (ลงคะแนนเสียง)

    (d)  will be voted

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นเรื่องอนาคต “future tense” {subject + will (shall) + V 1} และเป็น “active voice”  เพราะ “ประชาชน” เป็นผู้ลงคะแนน

12. Pedestrians should look to the left and right _________ the street.

      (ผู้เดินถนนควรมองทางซ้ายและขวามือ __________ ถนน)

      (a) when they be crossing

      (b) they cross

      (c) when crossing (เมื่อข้าม)

      (d) when to cross

ตอบข้อ (c) เนื่องจากลดรูปมาจาก “when they are crossing” ทั้งนี้ “when”  เมื่อตามด้วยรูป “present continuous” {subject + is (am, are) + V. ing)  หรือ “past continuous” {subject + was (were) + V. ing}  จะใช้ได้เหมือนกับ “while” ทุกประการ (ดูตัวอย่างการใช้ “while” (when) ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๖ ข้อ ๑๗ และ ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๘)

13. The applicant was turned down by the college _________ were too low.

       (ผู้สมัครถูกปฏิเสธโดยมหาวิทยาลัย __________ ต่ำเกินไป)

    (a) his test scores

    (b)  if test scores

    (c)   because it

    (d)  because his test scores (เพราะว่าคะแนนทดสอบของเขา)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจากได้ใจความและถูกหลักไวยากรณ์

14. Working with computers is the best way to learn _________  capabilities.

      (การทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะเรียนรู้ความสามารถ ___________ )

     (a)    our

     (b)   its

     (c)   their (ของมัน)

     (d)   his

ตอบข้อ (c) เนื่องจากแทน “ของคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง

15. The group of students touring on bicycles went ________ to the mountains, but also to the coast as well.

      (กลุ่มนักเรียนที่ท่องเที่ยวไปโดยรถจักรยาน  ไป __________ ที่ภูเขา  แต่ยังไปที่ชายฝั่งทะเลอีกด้วย)

     (a)    also (ด้วย, เช่นกัน)

     (b)   neither (ไม่ทั้ง ๒ คนหรือสิ่ง)

     (c)    either (คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

     (d)   not only (ไม่เพียงแต่)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ใจความที่สุด และ “not only” ใช้คู่กับ “but also” (ดูตัวอย่างการใช้คำคู่ “both……and”  either…….or”  “neither…….nor” และ “not only………but also”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่๓ ข้อ ๑๐ และการใช้ “either” ในตอนที่ ๘ ข้อ ๓๙)

16. If the art dealer _________ the money, he would have bought the painting.

      (ถ้าพ่อค้าศิลปะ _________  เงิน  เขาก็คงจะได้ซื้อภาพวาดไปแล้ว)  (แต่ความจริงก็คือว่า  พ่อค้าไม่มีเงิน  เขาก็เลยไม่ได้ซื้อภาพวาด)

     (a) has

     (b)  had had (มี)

     (c)   had

    (d)  would have

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็น “if clause” แบบที่ ๓ คือการสมมติเรื่องในอดีตที่มิได้เกิดขึ้นจริง หรือตรงกันข้ามกับความจริง (ดูรายละเอียด “if clause” แบบนี้ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑)

17. Today’s lecture was _________ than ever before.

      (เล็คเช่อร์ของวันนี้ ____________  ที่เคยมีมาก่อน)

      (a) stimulating (เร้าใจ, ปลุกใจ, กระตุ้น)

      (b) most stimulating (เร้าใจ-ปลุกใจ-กระตุ้นมากที่สุด)

      (c) more stimulating (เร้าใจ-ปลุกใจ-กระตุ้นมากกว่า)

      (d) the more stimulating

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (comparative) (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓ และ ตอนที่ ๘ ข้อ ๕ และ ๑๒)

18. Although the mission was to be kept a secret, it _________ to the press.

     (แม้ว่าภารกิจจะต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับ  มัน __________ ต่อหนังสือพิมพ์)

     (a) reveals (เปิดเผย)

     (b)  revealed

     (c)   was revealed (ถูกเปิดเผย)

     (d)  will reveal

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “passive voice” {subject + was (were) + V. 3)  เพราะ “ภารกิจถูกเปิดเผย” และเป็นเหตุการณ์ในอดีตด้วย  เพราะข้อความในอนุประโยคเป็นอดีต (กริยาคือ “was”)

19. We loved _________ Lake Geneva especially in the fall.

       (เราชอบ _______________ ทะเลสาบเจนีวามาก  โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง)

      (a) a

      (b) an

      (c) the

      (d) –

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องใช้ article “the” นำหน้า “ชื่อทะเลสาบ” (ดูเพิ่มเติมการใช้ article “the” นำหน้าชื่อสภาพทางภูมิศาสตร์ เช่น เทือกเขา  หมู่เกาะ  แม่น้ำ ฯลฯ ใน หมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๕)

20._________ university is a place where people can get a vast amount of knowledge, formally and informally.

     ( ___________ มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถได้รับความรู้มากมายทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ)

     (a)   a

     (b)   an

    (c)    the

    (d)   –

ตอบข้อ (a) เนื่องจากนามเอกพจน์นับได้จะอยู่ลอยๆไม่ได้  จะต้องมี article “a”  “an”  หรือ “the” มานำหน้าเสมอ  และเนื่องจาก “university” มีพยางค์แรกออกเสียงเป็นเสียงพยัญชนะ (ยู) มิใช่เสียงสระ (อู)  จึงต้องนำหน้าด้วย “a”  (ดูราย ละ เอียดการใช้ “a” หรือ “an” นำหน้าคำนามเอกพจน์  ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๒)

21. The strange sound that came through the thick walls _________ the two buildings seem to be as close as next door.

      (เสียงประหลาดที่ลอดมาจากกำแพงหนาที่ ____________  อาคาร ๒ หลัง  ดูเหมือนว่าอยู่ใกล้พอๆกับ (เสียงที่มาจาก) บ้านหลังถัดไป)

     (a)  separate

     (b)  separated

     (c)  separating (แยก)

     (d)  to separate

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องใช้ในรูป “present participle” (V. + ing)  เพราะ  walls” เป็นผู้ทำกริยา “แยก” อาคาร ๒ หลัง ซึ่งก็คือรูป “active voice” นั่นเอง  หรืออาจถือว่าลดรูปมาจาก “which separated” หรือ “that separated”

{ดูเพิ่มเติมการใช้รูป “present participle” (V. + ing) ขยายคำนาม แสดงว่าคำนามนั้นเป็นผู้กระทำกริยา  (จะขยายข้างหน้าหรือหลังคำนามก็ได้) ในหมวดข้อสอบ  Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๖}

22. _________ the symphony, no one in the audience spoke.

      ( ___________ การบรรเลงดนตรีของวงซิมโฟนี  ไม่มีใครในกลุ่มผู้ฟังพูดคุยกันเลย)

     (a) By (โดย)

     (b) For (สำหรับ)

      (c) From (จาก)

      (d) During (ในระหว่าง)

ตอบข้อ (d) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

23. The chemist placed the bowl _________ the two test tubes.

       (นักเคมีวางชาม ___________ หลอดทดสอบ ๒ หลอด)

       (a) among (ระหว่าง, ท่ามกลาง)

       (b) between (ระหว่าง)

       (c) in

       (d) through

ตอบ – ข้อ (b) ใช้ “between” ระหว่าง ๒ สิ่งหรือ ๒ คน  ถ้า “ระหว่าง” ตั้งแต่ ๓ คน หรือ ๓ สิ่งขึ้นไปใช้  “among” เช่น

     - The couple lived happily among the foreigners.

        (คู่สามีภรรยาคู่นั้นมีชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางชาวต่างประเทศ)

24. The computer, ________ a 20th century invention, has created startling technological changes in the way we organize and produce information.

      (คอมพิวเตอร์, __________  สิ่งประดิษฐ์ในศตวรรษที่ ๒๐, ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่น่าตกใจกลัว  ในวิธีการที่เราจัดระเบียบและผลิตข้อมูลข่าวสาร)

     (a) it is (มันเป็น, มันคือ)

     (b)  is

     (c)   which is (ซึ่งเป็น)

     (d)  which it is

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากเป็น “adjective clause”  ขยาย “the computer” ทั้งนี้  สามารถทำอีกรูปแบบหนึ่งคือ  ตัด “which is”  ทิ้งไป  เหลือแต่  “a 20th century invention” ก็ได้ (ดูเพิ่มเติม การใช้ which” และ “that”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓๘)

25. The woman being charged with tax evasion has insisted that her lawyer and accountant _________ present.

      (ผู้หญิงที่กำลังถูกตั้งข้อหาหลีกเลี่ยงภาษี  ได้ยืนกรานว่า  ทนายความและ สมุห์บัญชีของเธอ ___________  อยู่ด้วย – คืออยู่ด้วยระหว่างที่เธอถูกตำรวจสอบสวน)

     (a)  be (ต้อง, จะต้อง)

     (b)  are

     (c)   were

     (d)  have been

ตอบข้อ (a)  เนื่องจากเป็นการใช้ในรูป “present subjunctive”  กล่าวคือ clause ที่อยู่ตามหลังคำกริยา “insist”  “require”  “suggest”  “request”   คำกริยาใน “clause” นั้นจะต้องอยู่ในรูป “infinitive without to” (กริยาช่องที่ 1 ที่ไม่มี “to” นำหน้า)  เสมอ  ไม่ว่าจะอยู่ใน “tense”  ใด  หรือ ประธานจะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม เช่น

   - She insisted that he go out with her.

     (เธอยืนกรานว่าเขาจะต้องออกไปข้างนอกกับเธอ)

  - They requested that she be polite to them.

     (พวกเขาร้องขอว่าเธอควรจะสุภาพกับพวกเขา)

(ดูรายละเอียดการใช้รูป “present subjunctive”  ในหมวดข้อสอบ  TOEICตอนที่ ๘ ข้อ ๑๓)

26. Before going ahead, we need to _________ the total cost of the operation.

     (ก่อนที่จะดำเนินต่อไป  เราต้องการที่จะ ___________  ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการปฏิบัติงาน – หรือการผ่าตัด)

     (a)   investigate (สืบสวน, สอบสวน)

     (b)  compensate (ชดเชย, จ่ายเงินชดเชย, ทดแทน)

     (c)   estimate (ประมาณราคา, ตีราคา, ประเมินค่า, ประมาณ, กะ, คำนวณ, คิด)

     (d)     instigate (ปลุกปั่น, ยุยง, ส่งเสริม, กระตุ้น)

ตอบข้อ (c)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด

27. _________ nearly 30 years for the planet Saturn to complete one orbit.

       ( ____________  เกือบ ๓๐ ปีสำหรับดาวเสาร์ที่จะโคจรรอบตัวเอง ๑ รอบ)

      (a) To take it

     (b)  It took

     (c)   It takes (มันใช้เวลา)

     (d)  It take

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง จึงต้องใช้แบบเหตุการณ์ปัจจุบัน “present simple tense

28. They ________ that there would be another earthquake.

       (พวกเขา ___________  ว่าจะมีแผ่นดินไหวอีกครั้งหนึ่ง)

      (a) are frightened (ตกใจ, สะดุ้งตกใจกลัว)

      (b) were frightened (ตกใจ, สะดุ้งตกใจกลัว)

      (c) are frightening (น่าตกใจ, น่ากลัว)

      (d) were frightening (น่าตกใจ, น่ากลัว)

ตอบข้อ (b)  เนื่องจาก “they”  เป็นผู้ตกใจ, สะดุ้งตกใจ  และต้องใช้ในรูป “past simple tense”  ด้วย  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคย่อย (would be)

(ดูรายละเอียดการใช้คำกริยาในกลุ่มที่มีความหมายว่า “ทำให้.................” เช่น “interest” “excite” “frighten” “satisfy” “amaze” “annoy” “disappoint” ฯลฯ  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๘)

29. Judge Henry was _________ that he could solve the conflict.

     (ผู้พิพากษาเฮนรี่ ___________ ว่าเขาสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้)

      (a) evident (ชัดแจ้ง, เด่นชัด)

      (b) resident (ผู้พักอาศัยอยู่ประจำ)    

      (c) redolent (มีกลิ่นหอม, หอมกรุ่น, มีกลิ่นน่าดม)

      (d) confident (มั่นใจ, เชื่อมั่น)

30. The daughter promised her parents _________ carefully to the party.

      (ลูกสาวให้สัญญากับพ่อแม่ว่าจะ __________   อย่างระมัดระวังไปที่งานเลี้ยง)     

     (a) drive

     (b)  driving

     (c)   to drive (ขับรถ)

    (d)  will drive   

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากคำกริยาที่ตามหลัง “promise” หรือหลัง  “promise” + “ กรรม” เช่น “promised her parents” จะต้องอยู่ในรูป “infinitive with to” (to + verb)  เสมอ  (ดูรายละเอียดของคำกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ “promise”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๙ และ ตอนที่ ๙ ข้อ ๗)