หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 138)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. A doctor’s handwriting is often illegible.

(ลายมือของแพทย์มักจะ  อ่านไม่ออกหรืออ่านออกได้ยาก  อยู่บ่อยๆ)

(a) too small    (เล็กเกินไป)

(b) neat    (เรียบร้อย, เป็นระเบียบ, เกลี้ยงเกลา)

(c) interesting    (น่าสนใจ)

(d) hard to read    (อ่านได้ยาก)

2. The judge refused to release the prisoner.

(ผู้พิพากษาปฏิเสธที่จะ  ปล่อยตัว  นักโทษ)

(a) set free    (ปล่อยเป็นอิสระ)

(b) sentence    (ตัดสินคดี, พิพากษาโทษ)

(c) try    (ไต่สวนคดี, พยายาม, ทดลอง)

(d) investigate     (สืบสวน, สอบสวน)

(e) interrogate    (สอบถาม, ซักถาม)

3. Tom ran across an old friend yesterday.

(ทอม  พบโดยบังเอิญ  เพื่อนเก่าคนหนึ่งเมื่อวานนี้)

(a) ran over    {(รถ) ทับ}

(b) talked to    (คุยกับ)

(c) happened to meet    (บังเอิญพบ, พบโดยบังเอิญ)

(d) trampled    (เหยียบย่ำ, กระทืบ)

4. Be careful with that lamp; it’s fragile (แฟร้จ-ไจล).

(จงระวังกับตะเกียงใบนั้น  มัน  แตกง่าย-หักง่าย-เปราะ-บอบบาง-อ่อนแอ-เสียหายง่าย)

(a) broken    (แตก, หัก)

(b) breakable    (ซึ่งแตกได้)   

(c) dirty    (สกปรก)

(d) hazardous    (มีอันตราย)

5. She concealed the truth.

(เธอ  ปิดบัง-ปกปิด  ความจริง)

(a) disclosed    (เปิดเผย, เปิดโปง, ทำให้ปรากฏ)

(b) hid    (ปิดบัง, ซ่อนไว้, อำพราง, ปกคลุม)  (เป็นกริยาช่องที่  ๒  ของ  “Hide”)

(c) distorted    (บิดเบือน, ทำให้ผิดรูป, ทำให้ผิดส่วน)

(d) adored    (เคารพ, บูชา, นิยม, รักคลั่งไคล้)

6. You must have been deceived.  This is not ________________ golden ring.

(คุณจะต้องได้ถูกหลอกลวง-ต้มตุ๋นแล้ว  นี่มิใช่แหวนทอง ___________________ )

(a) a precise    (แม่นยำ, แน่นอน, เที่ยงตรง, ถูกต้อง)

(b) an exact    (แน่นอน, แน่ชัด, ถูกต้อง, เที่ยง, แม่นยำ)

(c) an accurate    (ถูกต้อง)

(d) a genuine    (แท้, แท้จริง, จริงใจ, ไม่เสแสร้ง)

7. When he reaches the age of retirement, he will get his _______

_________________ for his government service.

(เมื่อเขามาถึงอายุเกษียณจากงาน  เขาจะได้รับ ___________________ สำหรับงานราชการของเขา)

(a)  wage    (ค่าจ้าง)

(b)   salary    (เงินเดือน)

(c)    bonus    (เงินโบนัส, เงินแถมพิเศษประจำปี)

(d)  pension    (เงินบำเหน็จบำนาญ)

8. Father seemed to be ________________ by the loud noise the children made.  He shouted at them to play outside.

(พ่อดูเหมือนว่าจะ ___________________ จากเสียงที่ดังที่พวกเด็กๆทำ  เขาตะโกนใส่เด็กพวกนั้น  เพื่อให้ออกไปเล่นข้างนอก)

(a) excited    (ตื่นเต้น)

(b) astonished    (ประหลาดใจ)

(c) annoyed    (ขุ่นเคือง, รำคาญ, รู้สึกถูกรบกวน)

(d) amazed    (ทึ่ง, ประหลาดใจ, งงงวย)

9. Please keep an eye on my purse while I telephone.

(โปรด  เฝ้าดู-เฝ้าระวัง  กระเป๋าสตางค์ของฉันด้วย  ขณะที่ฉันโทรศัพท์)

(a) hold    (ถือ, จับ, กุม, เกาะ, คว้า)

(b) clean out    (ทำความสะอาดจนหมดจด)

(c) look through    (มองทะลุ, มองผ่าน)

(d) watch    (เฝ้าดู, มอง, ระมัดระวัง, ชม, จ้องมอง)

10. She is a person who always speaks her mind.

(เธอเป็นบุคคลผู้ซึ่ง  พูดออกมาตรงๆตามที่ตนเองคิด  เสมอ)

(a) talks too much    (พูดมากเกินไป)

(b) speaks without thinking    (พูดโดยไม่คิด)

(c) hesitates to speak    (รีรอ หรือลังเลใจที่จะพูด)

(d) gives her frank opinion    (ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา หรือเปิดเผย)

11. He has scarcely ________________ money _________________

for his old age.

(เขาแทบจะไม่มีเงิน _________________ ซึ่งได้ถูก ________________ สำหรับในวัยชราของเขา)

(a)    some ________________ to save

(b)   any ________________ saving

(c)    some ________________ saved

(d)  any ________________ saved    (อยู่เลย ________________ ออมไว้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ใช้   “Any”  กับ   “Scarcely”   เนื่องจากใจความเป็นไปในทางปฏิเสธ  (แทบจะไม่)  และใช้  “Saved”   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “…………money which is (has been, was) saved for his…………

12. He’s a very naughty boy and is always _________________ for his mischief.

(เขาเป็นเด็กที่ซุกซนมาก  และกำลัง __________________ อยู่เสมอสำหรับความซุกซน-การกระทำที่ทำให้เกิดอันตราย  ของเขา)

(a) being punish

(b) be punished

(c) being punished    (ถูกลงโทษ)

(d) to be punish

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นข้อเดียวที่อยู่ในรูป  “Passive voice”  (ถูกลงโทษ) ของ   “Tense”  ที่ถูกต้อง  คือ   “Present continuous tense”  {Subject + Is (am, are) + Being + Verb 3ซึ่งในที่นี้  คือ  “Is (always) being punished

13. She ________________ from Miss Andrews and therefore doesn’t wish to change teachers.

(เธอ ____________________ จาก (กับ) มิสแอนดรูส์  และดังนั้น  จึงไม่ปรารถนาที่จะเปลี่ยนครู)

(a) is used to studying    (คุ้นเคยกับการเรียน)  (ขณะนี้ก็ยังเรียนกับมิส......อยู่)

(b) used to studying

(c) is used to study

(d) used to study    (เคยเรียน)  (เป็นอดีต  ขณะนี้ไม่ได้เรียนกับมิส........แล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ใช้  “คุ้นเคย หรือเคยชินกับการเรียน  กับมิส..........”  ซึ่งใจความดีกว่าใน  ข้อ   (d)  (เคยเรียนกับมิส............)   โดยพิจารณาจากข้อความ   “ดังนั้น  จึงไม่ปรารถนาจะเปลี่ยนครู..............จากมิสแอนดรูส์ไปเป็นคนอื่น”    ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                        ตัวอย่างที่ ๑

-      My friend doesn’t like being without any servants because she has never been used ________________ her meals.

(เพื่อนของผมไม่ชอบอยู่โดยไม่มีคนรับใช้  เพราะว่าเธอไม่เคยคุ้นเคย-เคยชินกับ  _______________________ อาหารของเธอ)

(a) to cook

(b) to cooking    (การปรุงอาหาร)

(c) cooking

(d) cooked

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Be used to, Get used to”  =  “คุ้นเคย, เคยชิน”  ส่วน  “Used to”  =    “เคย” 

                        ตัวอย่างที่ ๒

-   He ______________ living in Bangkok and so doesn’t mind the noise and the crowded conditions. 

(เขา ___________________  อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และ ดังนั้น  จึงไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพที่แออัด)

(a) was used to

(b) is used to    (คุ้นเคย หรือ เคยชินกับ)

(c) used to    (เคย)

(d) was using to

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้ว่า  “คุ้นเคย หรือ เคยชิน”  โดยพิจารณาจาก   “ไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพแออัด”  และใช้ในรูปปัจจุบัน  (Present simple tense)  คือ   “คุ้นเคยในปัจจุบัน”   เพื่อให้สอดรับกับ  “doesn’t mind”  (ไม่รังเกียจในปัจจุบัน)  สำหรับข้อ  (a) หมายถึง  คุ้นเคย-เคยชิน  ในอดีต  

                       ตัวอย่างที่ ๓

-    I used ________________ in the north of Thailand.

(ผมเคย _____________________ ทางภาคเหนือของประเทศไทย)

(a) lived

(b) to living

(c) living

(d) to live   (อาศัยอยู่)

ตอบ  -  ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Used to + Verb 1” =  “เคย” (เป็นอดีตเสมอ)    ส่วน   “Be (Get) + Used + To + Verb + ing”  “คุ้นเคย, เคยชิน”  (อาจเป็นเรื่องอดีต   หรือปัจจุบันก็ได้) 

                      ตัวอย่างที่ ๔

-   They will get ______________ English newspapers.

(พวกเขาจะ ________________________ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)

(a) use to read

(b) used to read

(c) use to reading

(d) used to reading    (คุ้นเคยกับการอ่าน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก   “Get used to” หรือ   “Be (is, am, are, was, were) used to” =   “คุ้นเคย, เคยชิน”   (เป็นอดีตหรือปัจจุบันก็ได้)    ส่วน  “Used to” (เคย)  เป็นอดีตเสมอ

                      ตัวอย่างที่ ๕

-    My grandfather ______________ travel a lot when he was young.

(ปู่ของผม _____________________ เดินทางมาก   เมื่อตอนเขายังหนุ่ม)

(a) is used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในปัจจุบัน)

(b) was used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในอดีต)

(c) used to   (เคย)   (เป็นเรื่องในอดีตเสมอ)

(d) was using to

ตอบ  -  ข้อ   (c)  “Used to + Verb 1” =  เคย 

                       ตัวอย่างที่ ๖

-  He got used to ______________.

(เขาคุ้นเคยหรือเคยชินกับ ________________________)  (ในอดีต)

(a) live in an apartment

(b) have lived in an apartment

(c) living in an apartment     (การอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์)

(d) be living in an apartment

ตอบ  –  ข้อ  (c)   เนื่องจาก  “Get (got) used to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)  ต้องตามด้วย คำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   เพราะในที่นี้   “To”  เป็นPreposition”   สำหรับ  “Get used to”  หรือ  “Be used to(คุ้นเคย, เคยชิน)    จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีต   หรือ ปัจจุบัน ก็ได้    ดังตัวอย่าง  เช่น

            -We got used to playing football when we were in college.

(เราเคยชินกับการเล่นฟุตบอล เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย – ปัจจุบันไม่ได้เล่นแล้ว)

            - They get used to eating out because they are not good at cooking.

(พวกเขาคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้าน  (ในปัจจุบัน) เพราะปรุงอาหารไม่เก่ง)

           - He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

           - She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (อดีต)

           - They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

******  สำหรับ  “Used to”  หมายถึง  “เคยทำในอดีต”  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  (คือ เป็นเรื่องของอดีตอย่างเดียวเท่านั้น)   ต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Used to + Verb 1)   ดังตัวอย่าง เช่น

-   He used to go abroad often for his work, but he has changed

jobs and now no longer travels.

(เขาเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และ ในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)   (ปัจจุบัน มิได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว)

-  She used to work in a bank a long time ago.

(เธอเคยทำงานในธนาคารเมื่อนานมาแล้ว) (ปัจจุบันทำงานที่อื่น)

                      ทั้งนี้  รูปปฏิเสธของ  “Used to”  (เคย) ต้องใช้  “Did”  ช่วยเสมอ  เช่น

               - We did not use to play golf when we were at college.

(เราไม่เคยเล่นกอล์ฟ  เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย)

14. Her mother bought her a diamond ring and she ________________ to get it.

(แม่ของเธอซื้อแหวนเพชรให้เธอ  และเธอ ___________________ ที่ได้มันมา)

(a) delightful

(b) delighted

(c) was delighted    (มีความรู้สึกยินดี-พอใจ-อิ่มใจ)

(d) was delighting    (น่ายินดี-พอใจ-อิ่มใจ)

(e) was delightful    {(เหตุการณ์) น่ายินดีมาก, น่าสุขใจมาก}

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ   “Delight”  จากประโยคข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๑

-   My letter is very long.  I hope you won’t find it ______________.

(จดหมายของผมยาวมาก  ผมหวังว่า  คุณคงจะไม่พบว่ามัน _______________)

(a) bore

(b) bored    (รู้สึกเบื่อหน่าย)

(c) boring    (น่าเบื่อหน่าย)

(d) to bore    (ทำให้เบื่อหน่าย)

ตอบ    -    ข้อ   (c)  

                 ตัวอย่างที่ ๒

-   The food was delicious.  That was a ______________ meal.

(อาหารอร่อย  นั่นเป็นมื้ออาหารที่  _____________________)

(a) satisfied    (รู้สึกพอใจ)

(b) satisfying    (น่าพึงพอใจ)

(c) satisfy    (ทำให้พอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ   -   ข้อ (b)

                  ตัวอย่างที่ ๓

-   Bill heard that he had won a scholarship.  The news _________

________________. 

(บิลได้ยินว่าเขาได้รับทุนการศึกษา  ข่าวนี้ _____________________ )

(a)   were excited

(b) was exciting   (น่าตื่นเต้น)

(c) was excited   (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) were exciting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้    และถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงต้องใช้กับ   “Was

                     ตัวอย่างที่ ๔

- She was very ______________ to meet her friend.

(เธอ __________________________ มากที่ได้พบเพื่อนของเธอ)

(a) delight    (ทำให้ยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ,  ความยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(b) delighting    (น่ายินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(c) delighted    (รู้สึกยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(d) delightful    (น่ายินดีมาก, น่าสุขใจมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                 ตัวอย่างที่ ๕

-   I ________________ with the result of my exam.

(ผม_________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied    (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                 ตัวอย่างที่ ๖

-    I am ________________ in science, not in English.

(ผม _______________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ  -  ข้อ (c)

                  ตัวอย่างที่ ๗

-  He is ______________ a house.

(เขา ______________________บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting     (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ  -  ข้อ   (d)

                      ตัวอย่างที่ ๘

         -  It will take me quite some time to get him _____________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา __________________ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest   (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested    (มีความสนใจ, รู้สึกสนใจ)

(d) interesting    (น่าสนใจ)

ตอบข้อ (c)

                      ตัวอย่างที่ ๙

             -  The little girl was very ______________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆคนนั้น _________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited    (รู้สึกตื่นเต้น, มีความตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ   –    ข้อ   (b)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

- The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ )

หมายเหตุ    –    ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้  “surprising” เนื่องจาก  “surprise” เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”   แต่ถ้าใช้ในรูป  “is (are, was, were) surprising” จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “is (am, are, was, were) surprised” จะมีความหมายว่า   “มีความรู้สึกประหลาดใจ”   ดังตัวอย่างประโยค เช่น

-  The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

-         She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

-         The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                   คำกริยาประเภทเดียวกับ   “Surprise”   ได้แก่

satisfy –ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint –ทำให้ผิดหวัง

attract –ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse –ทำให้สนุกหรือขบขัน

please –ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy –ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse –ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise –ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass –ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle –ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish –ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate –ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify –ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                     กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้ มีหลักการใช้คือ

1.  ถ้าใช้ในรูป  “Subject + verb + object”   จะมีความหมายว่า  “ทำให้” คือตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆขึ้นแก่ผู้อื่น   เช่น

-         The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

-         The exam result disappointed him so much.  (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

-         The chairman’s speech confused everyone.  (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

-         The new film interests all viewers.  (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

-         The professor’s lecture bores all the class.  (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

2.  ถ้าใช้รูป   “Verb + ing” {Subject + is (am, are, was, were) + Verb +ing}  หรือ  (Verb +ing + noun)  มีความหมายว่า “น่า............”  หรือ  “ซึ่งน่า............”  กริยาที่เติม  “ing”  พวกนี้ ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้   เช่น

-         His work is boring. (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

-         It is a very exciting football match. (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

-         The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

-         The employee’s work was disappointing.   (past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

-         The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

-         The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

-         Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

-         It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.   (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)

{มิได้หมายความว่า “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking.  (เขากำลังเดิน) – present continuous tense}

3.  ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้   แล้ววางตามหลัง   “Verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆก็คือ “..........ถูกทำให้รู้สึก............ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ..........”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า   “............มีความ รู้สึก........ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ.....”    เช่น

-        We are interested in German.   (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

-         They are very pleased to see their old friends.   (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

-         I was amazed to know of his death.   (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

-         He was very tired of hard work.   (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

-         She was interested in the ballet performance.   (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

-         We were disappointed to lose the match.   (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

-         Most people are frightened of the snakes.   (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

-         Jim is fascinated by astronomy.   (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

15. It ________________ that I didn’t agree to marry him.

(มัน ___________________ ว่า  ฉันมิได้ตกลงแต่งงานกับเขา)  (คือมาเสียใจทีหลัง  ที่มิได้ทำเช่นนั้น)

(a) has a pity

(b) is a pity    (น่าเสียดาย)

(c) is pity

(d) is the pity

(e) is pitiful    (น่าเวทนา, น่าสงสาร, น่าดูถูก)

16. We have already visited a great _________________ different places in Thailand.

(เราได้ไปเยือนสถานที่ต่างๆ _____________________ แล้ว  ในประเทศไทย)

(a) many    (จำนวนมาก)

(b) deal    (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(c) amount    (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(d) number    (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   หรือ  ข้อ  (d)   แต่ต้องแก้เป็น  “A great number of places……..”  (สถานที่ต่างๆจำนวนมาก)

17. We like our doctor, so we hope he doesn’t decide to go away for a long time __________________.

(เราชอบหมอของเรา  ดังนั้น  เราหวังว่าเขาจะไม่ตัดสินใจเดินทางไปไหนๆเป็นเวลานาน   ____________________)

(a) yet    (เลย)  (คือ  ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะไป...........เลย)

(b) still

(c) already

(d) before

ตอบ   -   ข้อ    (a)   ใช้   “Yet”  (เลย, หรือยัง)  กับประโยคปฏิเสธ  หรือคำถาม  เช่น

-         It is not dark yet.

(ยังไม่มืดเลย  -  ขณะนี้)

-         I haven’t yet met Peter.

(ผมยังไม่ได้พบปีเตอร์เลย)

-         His uncle isn’t married yet.

(ลุงของเขายังไม่แต่งงานเลย)

-         By good fortune the leak has done no damage yet.

(เพราะว่าโชคดี  การรั่วไหลยังมิได้ทำความเสียหายเลย)

-         Have you had your lunch yet?

(คุณกินอาหารกลางวันแล้วหรือยัง)

18. If you have a bad cold, you ______________ go to the doctor.

(ถ้าคุณเป็นไข้หวัดอย่างรุนแรง  คุณ ___________________ไปพบแพทย์)

(a) ought    (“Ought to”  =  “ควรจะ” )

(b) might    (อาจจะ)

(c) had

(d) should    (ควรจะ)

19. I didn’t ______________ work until almost eight o’clock.

(ผมมิได้ ______________________งาน  จนกระทั่งเกือบ  ๒  ทุ่ม)

(a) get into

(b) get up

(c) get through    (ทำสำเร็จ,  ทำจนเสร็จสิ้น)  (หมายถึง ทำงานแล้วเสร็จ)

(d) get in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Get through”  =  complete

20. I wish I could ______________ smoking.

(ผมปรารถนาว่าผมสามารถ ____________________ สูบบุหรี่) 

(a) cut down    (ลดปริมาณลง, ทำให้น้อยลง)

(b) cut up    (ตัดออกเป็นชิ้นๆ)

(c) cut away    (รูปนี้  ไม่มีใช้)

(d) cut out    (ยุติ,  เลิก)

21. Every girl ought to learn _______________ to cook.

(เด็กผู้หญิงทุกคนควรที่จะเรียนรู้ ____________________ ปรุงอาหาร)

(a) where

(b) what

(c) when

(d) how    (วิธี) 

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “เรียนรู้วิธีปรุงอาหาร”   =  “เรียนรู้ว่าจะปรุงอาหารอย่างไร

22. At present ______________ bad drivers are often punished.

(ในปัจจุบัน ____________________ คนขับรถ (นิสัย) เลวๆ ถูกลงโทษอยู่บ่อย ๆ)

(a) the

(b) every

(c) each

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  สำหรับ  ข้อ   (b)  และ  (c)  ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์  นับได้ เท่านั้น  และข้อนี้   ไม่ต้องใช้  “The”   เพราะกล่าวถึงคนขับรถนิสัยเลวๆ ทั่วไป   มิได้มีการเน้น หรือชี้เฉพาะว่าเป็นผู้ใด หรือกลุ่มใด  ดังนั้น  ข้อนี้จึงไม่ต้องเติมคำใดเลย

23. Is all this money _________________?

(เงินทั้งหมดนี้เป็น _______________________ ใช่หรือไม่)

(a) your

(b) yours    (ของคุณ)   (= your money)

(c) of you

(d) belong to you

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ส่วนถ้าต้องการใช้   “Belong”   (เป็นของ)  จะต้องใช้รูปประโยคเป็น   “Does all this money belong to you?

24. My son knocked this _______________ off the table and broke it.

(ลูกชายของผมทำ ___________________ ใบนี้หล่นจากโต๊ะ  และทำมันแตก)

(a) tea’s cup

(b) cup of tea    (ชา  ๑  ถ้วย)

(c) teacup    (ถ้วยชา)

(d) cup-tea

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก   “Teacup”  เป็น   “นามประกอบ”  (Compound noun)   และผู้พูดเพียงแต่จะบอกว่า  “ลูกชายทำถ้วยชาหล่น  และแตกไปแล้ว”  เท่านั้น  มิได้ต้องการบอกว่า  “ทำชา  ๑  ถ้วยหล่นฯ”   เพราะตอนนี้ถ้วยแตกไปแล้ว  ไม่มีน้ำชาเหลืออยู่แล้ว

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้