หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 137)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. After thinking about it for a long time, he finally decided ______

________________ task.

(หลังจากคิดเกี่ยวกับมันเป็นเวลานาน  ในที่สุดเขาตัดสินใจ ______________ งาน)

(a)  to make such a

(b)  to undertake the    (เข้าทำ, รับทำ, ดำเนินการ, รับหน้าที่, รับผิดชอบ, อาสา)

(c)    to commit the     (กระทำ)  (มักใช้กับ  “Crime - อาชญากรรม, Sin – บาป, Suicide – ฆ่าตัวตาย)

(d)   to endeavor the    (พยายาม)

2. A garden tool with a long hand is a ________________.

(เครื่องมือทำสวนที่มีด้ามยาว  คือ __________________ )

(a) mop    (ไม้กวาด)

(b) hammer    (ค้อน)

(c) lamp    (ตะเกียง)

(d) spade    (เสียม, พลั่ว, จอบ)

3. A feast is a __________________.

(งานเลี้ยงอาหาร  -  หรืออาหารมากมาย  -  คือ _____________________ )

(a) party    (งานเลี้ยงทั่วๆไป)

(b) memorial    (มะ-ม้อ-เรี่ยล)  (สิ่งที่เตือนความจำ, ที่ระลึก, อนุสรณ์, เครื่องระลึกถึง)

(c) banquet    (แบ๊ง-เควท)  (งานเลี้ยง, การรับประทานอาหารอย่างฟุ่มเฟือย)

(d) bouquet    (โบ-เค่)  (พวงดอกไม้, ช่อดอกไม้, กลิ่นหอมของเหล้า, การยกย่อง, คำสรรเสริญ)

4. The floor is very dirty, so he has to _______________ forcefully. 

(พื้นสกปรกมาก  ดังนั้น  เขาจำเป็นต้อง __________________ อย่างแรง)

(a) scrub    (สครับ)  (ถูอย่างแรง, ขัดอย่างแรง, ถูหรือขัดสิ่งสกปรกออก)

(b) snarl    (เห่า, คำราม, แยกเขี้ยวคำราม, พูดตะคอก)

(c) smack    (ตี, ตีดัง, ตบดัง, กระทบดัง)

(d) smear    (สเมียร์)  (ทา, ทาเปื้อน, ละเลง, ทำเลอะ, ป้ายสี, ใส่ร้าย)

5. She didn’t like to go dancing.  She _______________ illness.

(เธอไม่อยากไปเต้นรำ  เธอ ____________________ ความเจ็บป่วย)

(a) declared    (ประกาศ)

(b) feigned    (เฟน)  (แกล้งทำ, แสร้งทำ, ปั้นเรื่อง, ปลอม, เลียนแบบ)

(c) incurred    (ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด)

(d) formulated    (คิดวิธีหรือระบบ, คิดสูตร, คิดตำรับยา, กำหนดสูตร)

6. The people praised the bravery of the boy who tried to save the girl from burning and criticized the ________________ of those that ran away.

(ผู้คนสรรเสริญความกล้าหาญของเด็กชายผู้ซึ่งพยายามช่วยชีวิตเด็กหญิงจากถูกไฟครอก  และวิจารณ์ __________________ ของคนที่วิ่งหนีไป  -  คือไม่ช่วยเด็กหญิงคนนั้น)

(a) cruelty    (ความทารุณ, ความโหดร้าย)

(b) magnanimity    (ความใจกว้าง, ความมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความมีจิดใจสูงส่ง)

(c) coward    (คนขี้ขลาด)

(d) cowardice    (ค้าว-วัด-ดิซ)  (ความขี้ขลาด, ความไม่กล้าเผชิญอันตราย)

7. Bill went to hospital to have _______________ on the stomach.

(บิลไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับ ___________________ ที่ท้อง)

(a) a cure    (การรักษาให้หาย)

(b) a mending    (การปะ, การซ่อมแซม)

(c) an operation    (การผ่าตัด, การปฏิบัติงาน, การดำเนินงาน)

(d) a cut    (การตัด, การหั่น, การทำมีดบาด, การลดราคา, การลดเงินเดือน)   

8. All the workers complained that the price of food had increased, so their ________________ of living had fallen.

(คนงานทั้งหมดบ่น-ร้องเรียนว่า  ราคาอาหารได้เพิ่มขึ้น  ดังนั้น ________________ (การ) ครองชีพของพวกเขาได้ลดต่ำลง)  (เหมือนรายได้ลดลง เพราะค่าจ้างเท่าเดิม)

(a) cost    (ค่า)

(b) price    (ราคา, ราคาขาย)

(c) value    (ค่า, คุณค่า, มูลค่า, ราคา)

(d) standard   (มาตรฐาน)

9. This book is too difficult.  I spent more time _______________

up words in the dictionary than _______________ it.

(หนังสือเล่มนี้ยากเกินไป  ผมใช้เวลา ___________________ คำในพจนานุกรม  มากกว่า __________________ มัน

(a)    to look ______________ to read

(b)   to look ______________ reading

(c)    looking ______________ reading    (ค้นหา ______________ อ่าน)

(d)   looking ______________ read

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เป็นไปตามโครงสร้าง “Subject + Spend + Time + Verb + ing +  (ส่วนขยาย) + (Than) + (Verb + ing)

10. I think you ought to pay, _______________ it was you who

________________ the glass.

(ผมคิดว่าคุณควรจ่ายเงิน __________________ ว่าคุณเป็นคนซึ่ง ______

___________________ กระจก)  (ทำกระจกแตก)

(a)    considered _______________ broke

(b)   considering _______________ breaking

(c)    to consider _______________ break

(d)  considering _______________broke    (พิจารณา _______________ ทำแตก)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  ต้องใช้   “Broke”  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต (ทำกระจกแตก)  โดยดูจาก  “It was you

11. This letter is ________________ from the one you wrote last week.

(จดหมายฉบับนี้ _________________ จากจดหมายที่คุณเขียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) no difference    (ไม่มีความแตกต่าง)

(b) no differing

(c) no different    (ไม่แตกต่าง)

(d) not differently

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้คำคุณศัพท์  (Different) กับ   “Verb to be”  (Is)  หรืออาจตอบ  “Not different”  ก็ได้

12. I am very tired _________________ boiled eggs now.

(ผมเบื่อ ____________________ ไข่ต้มอย่างมากในตอนนี้)

(a) with

(b) by

(c) for

(d) in

(e) of

ตอบ   -   ข้อ   (e)  “Be tired of”  =   “เบื่อ หรือเหนื่อย

13. A child with strong and healthy parents is likely _______________

stronger and healthier than a child with weak and unhealthy parents.

(เด็กที่มีพ่อแม่ที่แข็งแรงและสุขภาพดี  มีความเป็นไปได้ _________________ แข็งแรงกว่าและสุขภาพดีกว่าเด็ก  ที่มีพ่อแม่ที่อ่อนแอและสุขภาพไม่ดี)

(a)    be

(b)   being

(c)    to be    (ที่จะ)

(d)   (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Likely (มีความเป็นไปได้)  + To + Verb 1” หรือ  “Likely + To + Be + Adjective

14. I myself dislike the idea of spending a holiday with hundreds of other people.

(ตัวผมเองไม่ชอบความคิดของการใช้วันหยุดกับผู้อื่นหลายร้อยคน)  (คือไม่ชอบไปเที่ยววันหยุด  ที่ซึ่งมีคนอยู่กันมากมาย)

‘Dislike’ here means ‘____________________’.

(คำว่า  “Dislike”  ในที่นี้  หมายความว่า _____________________)

(a)    am not like    (ไม่เหมือน)

(b)  do not like    (ไม่ชอบ)

(c)    should like to have    (อยากจะมี)

(d)   have not    (ไม่มี)

15. A: ___________________________?

      B: Yes, please.

(B: ครับ  ได้โปรดเถอะครับ)

(a)    Do you like the idea    (คุณชอบความคิดนี้ไหม)

(b)   Could you help him    (คุณสามารถช่วยผมได้ไหม)

(c)    Will you be here tomorrow    (คุณจะอยู่ที่นี่วันพรุ่งนี้ไหม)

(d)  Do you care for a cup of coffee    (คุณอยากดื่มกาแฟสักแก้วไหมครับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เมื่อมีผู้เชิญชวนให้เรากินหรือดื่ม  หรือเสนอตัวจะช่วยเหลือเรา  ถ้าเราตอบตกลง  ต้องพูดว่า   “Yes, please.”  แต่ถ้าตอบปฏิเสธ  ต้องพูดว่า  “No, thanks (= thank you)”

16. When I say ‘You can go home now.’, I mean ‘_______________’.

(เมื่อผมพูดว่า  “คุณสามารถกลับบ้านได้ในขณะนี้”  ผมหมายความว่า “_______               _________________________”)

(a) You are able to go home now    (คุณมีความสามารถกลับบ้านได้ในขณะนี้)

(b) Can you go home now?    (คุณสามารถกลับบ้านในขณะนี้หรือไม่)

(c) You may go home now    (คุณอาจจะกลับบ้านในขณะนี้ก็ได้)  (ถ้าคุณประสงค์จะทำเช่นนั้น)

(d) You aren’t allowed to go home now    (คุณไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในขณะนี้)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Can go home”  ในประโยคข้างบน  มิได้มีความหมายว่า  “สามารถกลับบ้าน” เหมือนในกรณีทั่วไป  เช่น  สามารถว่ายน้ำ,  สามารถพูดภาษาต่างประเทศ,  สามารถสอบชิงทุนได้, ฯลฯ  แต่หมายถึง  ผู้ที่ถูกพูดด้วยได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้นได้  ถ้าประสงค์จะทำ  กล่าวคือ  “Can  =  May”  เช่นในประโยคข้างล่าง

              - You can borrow my pen if you want to.

(คุณอาจยืมปากกาของผมได้  ถ้าคุณต้องการทำเช่นนั้น)

            - In a Moslem marriage, the man can have as many wives as he wants.

(ในการแต่งงานแบบมุสลิม  ผู้ชายอาจมีภรรยามากเท่ากับที่ตนต้องการ)

            - There are rather detailed rules of when you can and can’t appeal.

(มีกฎเกณฑ์ค่อนข้างละเอียด เกี่ยวกับว่าเมื่อไรที่คุณอาจ หรือไม่อาจอุทธรณ์ได้)

17. The milk is going to boil ___________________!

(นมกำลังจะเดือดจน __________________ )  (คือ ล้นจากภาชนะที่บรรจุมัน)

(a) up

(b) over    (ล้น)

(c) out

(d) off

18. Before the children _________________ very far, they began to feel tired.

(ก่อนที่เด็กๆจะ _______________________ ไกลมาก  พวกเขาเริ่มรู้สึกเหนื่อย)  (คือ รู้สึกเหนื่อย  ขณะที่ยังเดินไปได้ไม่ไกล)

(a) had walked    (ได้เดินไป)

(b) walked

(c) would walk

(d) were walking

19. ________________ are eggs today?

(ไข่ _____________________ วันนี้)

(a) How

(b) What    (ราคาเท่าใด)

(c) What about

(d) What a price

20. Where am I ________________ this box, sir ?

(ผมจะต้องเอากล่องใบนี้ ____________________ ที่ไหนครับท่าน)

(a) putting

(b) to put    (วาง)

(c) put

(d) to be put

ตอบ   -   ข้อ    (b)  ดูคำอธิบาย   “Subject + is (am, are, was, were) + To + Verb 1”  จากประโยคข้างล่าง

๑.    To be + To + Verb 1”  =   “ต้อง, กำหนดที่จะ  เช่น

-         We are to leave now.

(เราจะต้องไปกันเดี๋ยวนี้เลย)

-         You are to pay back what you owe me.

(คุณจะต้องชำระคืนในสิ่งที่คุณเป็นหนี้ผม)

-         They were to ask for their teacher’s advice.

(พวกเขาจะต้องขอคำแนะนำจากครู)

-         The plane is to arrive at noon.

(เครื่องบินมีกำหนดที่จะมาถึงตอนเที่ยง)

            ๒. “If + Subject + is (am, are, was, were) + To + Verb 1”  =  “มีเจตจำนงที่จะ,  มีความตั้งใจที่จะ”   เช่น   

           - If you are to pass the exam, you must work harder.

(ถ้าเขาตั้งใจจะสอบผ่าน  เขาจะต้องขยันมากขึ้น)

         - If he is to succeed, he should try again.

(ถ้าเขามุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จ  เขาควรพยายามอีกครั้ง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้