หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 135)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. I am __________________ my lost pearl.

(ผมกำลัง ____________________ ไข่มุกที่หายไปของผม)

(a) looking up    (ค้นหาคำศัพท์ในพจนานุกรม)

(b) looking after    (ดูแล, เอาใจใส่, รับผิดชอบ)   

(c) looking into    (ค้นหาและตรวจสอบข้อเท็จจริง)

(d) looking for    (ค้นหา)  (โดยเฉพาะของที่หาย)

2. Last night fire broke ________________ in his barn.

(เมื่อคืนนี้  ไฟ ___________________ ที่ยุ้งข้าว)

(a) in    (“Break in”  =  งัดหรือพังเข้ามา)

(b) up    (“Break up”  =  เลิกคบ, ตัดความสัมพันธ์)   

(c) out    {“Break out”  =  เกิดขึ้น (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด, การโต้เถียง-ทะเลาะ, การต่อสู้)}

(d) down    (“Break down”  =  แยกออกเป็นรายการย่อยๆ เช่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ, ประสาทเสียจนคุมสติไม่อยู่)

3. Dr. Smith will operate ___________________ her next week.

(หมอสมิธจะผ่าตัด ______________________ เธอสัปดาห์หน้า)

(a) at

(b) on

(c) with

(d) for

ตอบ   -   ข้อ    (b)  “Operate on”  =   “ผ่าตัด

4. Our neighbors have promised to _________________ our dog while we are away.

(เพื่อนบ้านของเราได้สัญญาที่จะ ______________________ หมาของเรา  ในขณะที่เราออกไปข้างนอก  -  หรือไม่อยู่บ้าน)

(a) look after    (ดูแล, เอาใจใส่, รับผิดชอบ)

(b) look into     (ค้นหาและตรวจสอบข้อเท็จจริง)

(c) look up    (ค้นหาคำศัพท์ในพจนานุกรม)    

(d) look down    (มองลงไปข้างล่าง)

5. The poor beggar was blind __________________ one eye.

(ขอทานที่น่าสงสารคนนั้นตาบอด ____________________ ข้างหนึ่ง)

(a) on

(b) at

(c) with

(d) in

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Blind in one eye”  =  “ตาบอดข้างหนึ่ง”    สำหรับวลีที่ใช้   “In”   ได้แก่    “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),“in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)“deep in water and mud” (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)   “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า),   “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่),   “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room”  (ที่กลางห้อง), “in the direction of”   (ในทิศทางของ),   “in a restaurant”   (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”   (ในโรงเรียน), “in hospital” (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”(ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ร์ตของเขา), “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)   เป็นต้น

6. The men are too _________________ for the job, I think.

(คนงานชายมี __________________ เกินไปสำหรับงาน  ผมคิด (อย่างนั้น) นะ)

(a) small    (เล็ก)  (ใช้กับร่างกาย-ขนาด)

(b) little    (น้อย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้  ซึ่งเป็นเอกพจน์เสมอ)

(c) few    (น้อย)  (ใช้กับนามนับได้ พหูพจน์)

(d) much    (มาก)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้    “Few”   กับ   “Men”

 

7. He broke my spectacles _________________ purpose.

(เขาทำแว่นตาผมแตก (หัก) _____________________ เจตนา  -  หรือจงใจ)

(a) with

(b) by

(c) on    (โดย)

(d) of

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “On purpose”  =   “โดยเจตนา หรือจงใจ”   สำหรับวลีที่ใช้  “on”   ได้แก่    on request”  (เมื่อมีการร้องขอ),  “on page 5”  (ในหน้าที่ ๕),  “waste his time on”  (ใช้เวลา– ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ),  keep on  (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf   (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น,  เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล),  on the (an) average  (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree   (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน  ๑  เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit  (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่   ๕๐๐ ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่    คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)-  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage. (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา)have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน),  on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิ๊คนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.   (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.   (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen (รูปภาพบนจอ), on the ceiling(บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน ๔ เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักรยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night  (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol  (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),  on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)  – I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)  – My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย),  on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน),  on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่),  be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย)  – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย),  on tiptoe  (เดินเขย่งเท้า),  on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  on holiday  (อยู่ในระหว่างวันหยุด),  เป็นต้น

8. For ___________________ have you been a soldier?

(เป็นเวลา ______________________ ที่คุณได้เป็นทหาร)  (คุณเป็นทหารมานานเท่าใดแล้ว)

(a) how far    (ไกลเท่าใด)

(b) how long    (นานเท่าใด)

(c) how much time    (เวลามากเท่าใด)

(d) how many year    (กี่ปี)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   หรืออาจตอบ   “how many years”   ก็ได้

9. _________________ before in my life have I met with such a wonderful welcome.

(_______________________ มาก่อนในชีวิต  ที่ผมได้พบกับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) Never    (ไม่เคย)

(b) Not

(c) Neither    (ไม่เช่นกัน)

(c) Not only    (ไม่เพียงแต่)

10. I don’t like this hat.  Please show me a better _________________.

(ผมไม่ชอบหมวกใบนี้  โปรดเอา ___________________ ที่ดีกว่ามาให้ผมดูหน่อย)

(a) hat

(b) another hat

(c) one    (ใบ)

(d) that hat

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากใช้แทน   “Hat”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำคำว่า  “Hat

11. If you know what you want, you should have no difficulty ______

_________________ it.

(ถ้าคุณทราบว่าคุณต้องการอะไร  คุณจะไม่ประสบความยากลำบากที่จะ ______      

____________________ มันมา)

(a)  to get

(b)   at getting

(c)    getting    (ได้)

(d)   on getting

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Difficulty + Verb + ing

12. That old man is very wealthy.  He is never contented, ________________.

(ชายชราคนนั้นร่ำรวยมาก  เขาไม่เคยพอใจ _____________________ )

(a) too

(b) also

(c) though    (แม้กระนั้นก็ตาม)

(d) either

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Though”  ใช้ในโครงสร้างดังนี้  คือ

            ๑. ถึงแม้ว่า,  ทั้งๆที่  (= Although, Even though, Even if)

        - Though + Subject + Verb, Subject + Verb

        - Though he is lazy, he behaves well.

(แม้เขาจะขี้เกียจ  เขาประพฤติตัวดี)

(= He behaves well though he is lazy.)

        - Though the weather was fine, few people came.

(แม้อากาศจะดี  ผู้คนมากันน้อยมาก)

(= Few people came though the weather was fine.)

        - Though he has a big salary, he often borrows money.

(แม้เขาจะเงินเดือนมาก  เขายืมเงินอยู่บ่อยๆ)

(= He often borrows money though he has a big salary.)

-       Though he is poor, he is contented.

(แม้เขาจะยากจน  เขามีความพอใจ)

(= He is contented though he is poor.)

๒. แม้กระนั้นก็ตาม, แม้กระนั้นก็ดี    “Though”  จะอยู่ท้ายประโยคเสมอ

- Subject + Verb, though

- He said he would come; he didn’t, though.

(เขาพูดว่าเขาจะมา  เขาไม่มา  แม้กระนั้นก็ตาม)

- She is very rude to him; he loves her, though.

(เธอหยาบคายกับเขามาก  เขารักเธอ แม้กระนั้นก็ตาม)

- He is poor.  He is contented, though.

(เขายากจน  เขาพอใจ  แม้กระนั้นก็ดี)

- He has a big salary.  He often borrows money, though.

(เขาเงินเดือนสูง  เขายืมเงินอยู่บ่อยๆ  แม้กระนั้นก็ตาม)

- The weather was fine.  Few people came, though.

(อากาศดี  ผู้คนมากันน้อยมาก  แม้กระนั้นก็ดี)

- He has a car; he often walks to the office, though.

(เขามีรถยนต์  เขามักจะเดินมาที่ทำงานบ่อยๆ  แม้กระนั้นก็ตาม)

13. My parents always stressed the importance of honesty, fairness, and

___________________.

(พ่อแม่ของผมเน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์  ความยุติธรรม  และ

____________________ )

(a)    to be punctual

(b)   punctually

(c)    punctuality    (การตรงต่อเวลา)  (เป็นคำนาม)

(d)   punctual    (ตรงต่อเวลา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  หลัง   “Of”  ต้องเป็นคำนาม  (ความซื่อสัตย์  ความยุติธรรม  การตรงต่อเวลา)

14. We’ve lived in this town ___________________.

(เราได้อาศัยอยู่ในเมืองนี้ _______________________ )

(a) during six years

(b) since six years

(c) six years ago    (๖  ปีผ่านมาแล้ว)

(d) for six years    (เป็นเวลา  ๖  ปี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “For”  +   “ความยาวของเวลา”   ส่วน   “Since”  +    “จุดเริ่มต้นของเวลา”  เช่น  “Since yesterday, Tuesday, last week, last year, January, the morning, 1980, etc.”

15. Tim plays tennis _________________ than his younger brother.

(ทิมเล่นเทนนิส _____________________ น้องชายชองเขา)

(a) more worse    (รูปนี้ไม่ใช้)

(b) worse    (แย่กว่า)

(c) worser    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) badly more

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  โดยมาจาก    “Bad,  Worse,  Worst”  (แย่,  แย่กว่า,  แย่ที่สุด)

16. Please read _________________ thoroughly before answering the questions on the backboard.

(โปรดอ่าน ________________ อย่างละเอียดถี่ถ้วน  ก่อนตอบคำถามบนกระดานดำ)

(a) chapter two    (บทที่  ๒)

(b) second chapter

(c) two chapter

(d) chapter second

ตอบ   -   ข้อ    (a)   หรืออาจตอบ   “the second chapter”  ก็ได้

17. Would you please _________________ the door open when it is cold outside?

(คุณจะกรุณา ___________________ ประตูเปิดไว้  เมื่ออากาศเย็นข้างนอก  ได้หรือไม่)

(a) don’t leave

(b) don’t to leave

(c) not to leave

(d) not leave    (ไม่ทิ้ง, ไม่ปล่อย)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  “Would + Verb 1”  โดย  “not”  ต้องอยู่ระหว่าง  “please”   และ  “Verb 1”  (please not leave)  เสมอ

18. I asked her _________________ was on the phone.

(ผมถามเธอ (ว่า) ____________________ กำลังพูดโทรศัพท์อยู่)  (หมายถึงพูดอยู่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง  หรือถามว่า  ใครโทรฯมานั่นเอง)

(a) which

(b) whom

(c) who    (ใคร)  (เป็นประธานประโยคย่อย “Who was on the phone” )

(d) whoever    (ใครก็ตาม)  

19. Tomorrow at 8.00 a.m. Jenny has to _________________ a history

examination.

(พรุ่งนี้  เวลา  ๘  โมงเช้า  เจนนี่จำเป็นต้อง _____________________ การสอบวิชาประวัติศาสตร์)

(a)    pass

(b)  take    (เข้ารับ)

(c)    succeed

(d)   fail

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Take an examination

20. I was late arriving at the examination room; ________________ I couldn’t get in.

(ผมล่าช้าในการมาถึงห้องสอบ _________________ ผมไม่สามารถเข้าห้องสอบได้)

(a) subsequently    (ในเวลาต่อมา)

(b) generally    (โดยทั่วไป)

(c) consequently    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(d) indeed     (จริงๆ, อย่างแท้จริง)   

21. _________________ the hall is already full, I think the meeting should now begin. 

(_____________________ ห้องโถงมีคนเต็มแล้ว  ผมคิดว่าการประชุมควรเริ่มต้นได้ในขณะนี้)

(a) Seeing that    (เห็นว่า)

(b) Providing that    (ถ้า)  (= If)

(c) Whereas    (ในทางตรงกันข้าม, อย่างไรก็ตาม, แต่ทว่า)

(d) As a result of    (เป็นผลมาจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (a)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑

-   Walking down the street the other day, ____________________.

(เดินไปตามถนนเมื่อวันก่อน ______________________ )

(a) I saw unusual something happen

(b) a terrible accident occurred    (อุบัติเหตุน่ากลัวเกิดขึ้น)

(c) something unusual was seen by me    (บางสิ่งที่ผิดปกติถูกเห็นโดยผม)

(d) I witnessed a terrible accident    (ผมเห็นอุบัติเหตุน่ากลัว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากประโยคขึ้นต้นด้วย   “Walking”  (Present participle)  แสดงว่าประธานของประโยค  ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  (ในที่นี้ คือ “I” )  จะต้องเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”  ดังนั้น  จึงตัดข้อ  B, C  ทิ้งไป  สำหรับ ข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “I saw something unusual happen.”  (ผมเห็นบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น)  เนื่องจาก  “Something”  เป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  ไม่สามารถใช้คำคุณศัพท์  (Unusual)  ขยายข้างหน้าได้  ต้องเอามาขยายข้างหลังแทน

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้