หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 134)

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 134)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. His wife died six years ago and he has remained a _______________

ever since.

(ภรรยาของเขาตายเมื่อ  ๖  ปีมาแล้ว  และเขายังคงเป็น _________________ ตั้งแต่บัดนั้นมา)

(a)    widow     (แม่ม่าย, หญิงม่าย)   

(b)  widower    (พ่อม่าย)

(c)    spinster    (หญิงทึนทึก, สาวแก่, หญิงที่ยังไม่เคยแต่งงาน, หญิงปั่นด้าย)

(d)   maiden    (เม้-เดิ้น)  (เด็กหญิง, หญิงสาว, หญิงที่ยังไม่แต่งงาน, ม้าสาว)

2. The houses began to shake during the earthquake and several of them

_______________ and buried the people inside.

(บ้านเรือนต่างๆเริ่มสั่นไหวระหว่างแผ่นดินไหว  และบ้านจำนวนมาก _______       

___________________ และฝังผู้คนไว้ข้างใน)

(a)    collided    (ชนกันโครม, ปะทะกันโครม, ขัดแย้ง, ไม่เห็นด้วย)

(b)  collapsed    (ล้มลง, พังลง, ทรุดลง, ยุบลง, พับเก็บได้, ล้มเหลว, ล้มหมดสติ)

(c)    impaired    (ทำให้เลวลง, ลดคุณค่า, ทำให้อ่อนแอ, ทำให้เสียหาย)

(d)   pondered    (ไตร่ตรอง, พิจารณา, ครุ่นคิด, คำนึง)

3. Since it was Sunday, he _______________ in bed until eleven o’clock.

(เพราะว่ามันเป็นวันอาทิตย์  เขา ___________________ อยู่บนเตียงจนกระทั่ง  ๑๑  โมงเช้า)

(a) lied    (นอน, พูดปด)  (Lie  Lied  Lied)

(b) lies    (นอน, พูดปด)

(c) laid    (วางลง)  (เป็นกริยาช่องที่  ๒  และ  ๓  ของ  “Lay”-  “วางลง”)  (Lay  Laid  Laid)

(d) lay    (นอน)  (เป็นกริยาช่องที่  ๒  ของ  “Lie” –  “นอน”)  (Lie  Lay  Lain)

4. He woke up trembling because he had had a terrible ________

________________, and had seen himself falling down a bottomless pit.

(เขาตื่นขึ้นด้วยตัวสั่นเทิ้ม  เพราะเขามี __________________ ที่น่ากลัว-สยองขวัญ  และ (ในฝัน) ได้เห็นตนเองหล่นลงไปในบ่อ-หลุม  ที่มีก้นหลุมลึกลงไปไม่สิ้นสุด)

(a)  scandal    (เรื่องอัปยศ, เรื่องอื้อฉาว, เรื่องน่าอับอาย)

(b)   therapy    (การบำบัดโรค, อายุรเวท)

(c)    nightmare    (ฝันร้าย)

(d)   night time    (เวลากลางคืน)

5. Jim gave his wife ________________ of 5,000 baht a month for clothes.

(จิมให้ ___________________ แก่ภรรยาของตน  จำนวน  ๕,๐๐๐  บาทต่อเดือน  สำหรับ (เป็นค่า) เสื้อผ้า)

(a) a permit    (ใบอนุญาต)

(b) a money    (เป็นนามนับไม่ได้  ไม่สามารถนำหน้าด้วย “A” )

(c) a pay    (เงินเดือน, ค่าจ้าง)

(d) an allowance    (เงินที่มอบให้เพื่อใช้จ่าย, เบี้ยเลี้ยง)

6. _______________ people get angry if they have to wait a few minutes for something.

(คนที่ _________________ จะโกรธ  ถ้าพวกเขาจำเป็นต้องรอคอยอะไรบางอย่าง  เป็นเวลา  ๒ – ๓ นาที)

(a) Impassive    (ไม่มีอารมณ์, เมินเฉย, สงบ, ไม่มีความรู้สึก, ไม่รู้สึกทุกข์ร้อน)

(b) Impatient    (ไม่อดทน, กระวนกระวาย)

(c) Assiduous    (ขยัน, มีความเพียร)

(d) Resourceful    (สามารถรับมือกับปัญหาทุกอย่าง)

7. There is always an exception ________________ the rule.

(มีข้อยกเว้นเสมอ __________________ กฎ-ระเบียบ)

(a) for

(b) to    (กับ, ต่อ)

(c) of

(d) about

8. Do not be jealous __________________ another man’s success.

(จงอย่าอิจฉาริษยา _____________________ ความสำเร็จของอีกคนหนึ่ง)

(a) with

(b) at

(c) of    (กับ, ใน)

(d) in

9. The kind man insisted _________________ accompanying his friend home.

(ชายใจดีคนนั้นยืนกราน-คะยั้นคะยอ ____________________ ตามไปเป็นเพื่อนให้แก่เพื่อนของเขาจนถึงบ้าน)

(a) in

(b) at

(c) on    (ที่จะ)

(d) of

10. He will _______________ my duties a week after I leave.

(เขาจะ ___________________ หน้าที่ของผม  หนึ่งสัปดาห์หลังจากผมจากไป)

(a) take down

(b) take after    (เหมือน, คล้าย)  (ด้านรูปร่างหน้าตา-นิสัยใจคอ)

(c) take over    (รับช่วงงาน, รับหน้าที่, รับผิดชอบ)  (หมายถึง  ทำงานแทน)

(d) take turns    (สลับกัน, ผลัดกัน, หมุนเวียน)

11. ________________ of the children is sick today.

(เด็ก _____________________ ป่วยวันนี้)

(a) One    (คนหนึ่ง)

(b) Fewer

(c) Many

(d) Some

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากกริยา คือ   “Is”  ถ้าเลือกข้ออื่นๆต้องใช้กริยา   “Are”  ทุกข้อ

12. My father said that he would let _______________ go to the dance tomorrow.

(พ่อของผมพูดว่า  เขาจะอนุญาตให้ ___________________ ไปงานเต้นรำวันพรุ่งนี้)

(a) you and I

(b) I and you

(c) you and me    (คุณและผม)

(d) I with you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้สรรพนาม   “You”  และ   “Me”  ซึ่งอยู่ในรูปกรรม  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา   “Let”  และต้องเอา   “Me”  (หรือ  “I”  ในกรณีเป็นประธานฯ)  ไว้หลังสรรพนามตัวอื่นเสมอ  เนื่องจากฝรั่งถือว่าเป็นความสุภาพและให้เกียรติผู้อื่น   โดยการกล่าวถึงตัวเองทีหลังสุด  เช่น  “They enjoyed talking with him, her and me.”  หรือ  “He, you and I will go to the party together tomorrow.”  เป็นต้น

13. I won’t give it to you __________________ you come and get it.

(ผมจะไม่ให้มันแก่คุณ ________________ คุณมาและรับมันไป  -  ด้วยตัวคุณเอง)

(a) without    (โดยปราศจาก, โดยไม่มี)  (เป็น “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  หรือ  Verb + ing)

(b) except    (ยกเว้น)  (เป็น “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี)

(c) because    (เพราะว่า)

(d) unless    (ถ้า...................ไม่)  (ถ้าคุณไม่มาและรับมันไป.............)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Unless” จากประโยคข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๑

-    I don’t like to begin writing a letter, __________________.

(ผมไม่ชอบที่จะเริ่มต้นเขียนจดหมาย ____________________ )

(a) unless I don’t have time

(b) unless I have plenty of time    (ถ้าผมมีเวลาไม่มาก)

(c) If I have plenty of time

(d) unless I have no time

ตอบ   -  ข้อ   (b)  

                     ตัวอย่างที่ ๒

- Don’t open a shop ______________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) ___________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like    (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)

                         ตัวอย่างที่ ๓

- He won’t pass his examination _____________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน _____________________ )

(a) if he is not enough diligent   (ต้องใช้“diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough   (หลัง“Unless” ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ     –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Unless  =  If…………… not”   แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง  “Unless + Subject + Verb (บอกเล่า)  ทั้งนี้   “อนุประโยคที่ตามหลัง  “Unless” จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก “Unless”   มี  “not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธรวมอยู่ในคำด้วยแล้ว   ตัวอย่าง  เช่น

-    He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มาถ้าเขาไม่มีเวลา)

-    I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

-       You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

-   She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

14. A: Whose is this knife?

(มีดเล่มนี้เป็นของใคร)

     B: It _________________.

(มัน _______________________ )

(a)    is Tim

(b)  is Tim’s    (เป็นของทิม)

(c)    is belonged to Tim

(d)   is Tim’s owner.

ตอบ   -   ข้อ  (b)  ต้องใช้รูป Apostrophe “s”  เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  หรือใช้  “It belongs to Tim.”  เนื่องจากกริยา  “Belong” (เป็นของ)  ไม่มีการใช้รูป 

“Passive voice”  แบบในข้อ  (c)

15. This house needs ___________________.

(บ้านหลังนี้จำเป็นต้อง _____________________ )

(a) being repaired

(b) repairing    (ซ่อมแซม)

(c) repaired

(d) to repair

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Need”   เมื่อหมายถึง   “จำเป็นต้อง”   มีโครงสร้าง  ๒  แบบ  คือ“Need + Verb + ing”  หรือ  “Need + to + be + Verb 3”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบอีกแบบว่า  “……….needs to be repaired”  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                      ตัวอย่างที่ ๑

-    That little child will need _______________.

(เด็กเล็กๆคนนั้นจำเป็นต้อง (มี)______________________ )

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Need”  (จำเป็นต้อง)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง ๒ แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing” (Need + Looking after)  และ “Need + To + Be + Verb 3” (Need + To + Be + Looked after)   จึงต้องจำ

                        ตัวอย่างที่ ๒

-  Our car needs _____________________.

(รถยนต์ของเราจำเป็นต้อง ______________________ )

(a) mend

(b) mended

(c) being mended

(d) to mend

(e) to be mended    (ได้รับการซ่อมแซม, ถูกซ่อมแซม)

ตอบ   -   ข้อ   (e)  หรืออาจตอบว่า   “………..needs mending”    ก็ได้ 

16. There are _________________ on the desk.

(มี ____________________ บนโต๊ะ)

(a) several sheets paper

(b) several sheet of paper

(c) several sheets of paper    (กระดาษหลายแผ่น)

(d) several sheets of papers

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจาก   “Sheet”  (แผ่น) เป็นนามนับได้  จึงต้องใช้รูป  “Sheets”   เมื่อหมายถึง  “หลายแผ่น”  ส่วน   “Paper” (กระดาษ)  เป็นนามนับไม่ได้  จึงต้องเป็นเอกพจน์เสมอ  ไม่สามารถใช้รูป  “Papers

17. Walking down the street the other day, ____________________.

(เดินไปตามถนนเมื่อวันก่อน ______________________ )

(a) I saw unusual something happen

(b) a terrible accident occurred    (อุบัติเหตุน่ากลัวเกิดขึ้น)

(c) something unusual was seen by me    (บางสิ่งที่ผิดปกติถูกเห็นโดยผม)

(d) I witnessed a terrible accident    (ผมเห็นอุบัติเหตุน่ากลัว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากประโยคขึ้นต้นด้วย   “Walking”  (Present participle)  แสดงว่าประธานของประโยค  ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  (ในที่นี้ คือ “I” )  จะต้องเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”  ดังนั้น  จึงตัดข้อ  B, C  ทิ้งไป  สำหรับ ข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “I saw something unusual happen.”  (ผมเห็นบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น)  เนื่องจาก  “Something”  เป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  ไม่สามารถใช้คำคุณศัพท์  (Unusual)  ขยายข้างหน้าได้  ต้องเอามาขยายข้างหลังแทน

18. The shopkeeper was angry with us ________________ not buying anything.

(เจ้าของร้านโกรธพวกเรา __________________ ไม่ซื้ออะไรเลย)

(a) since

(b) for    (ที่, สำหรับการ)

(c) because

(d) as we did

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรือตอบ ข้อ   (d)  แต่ต้องแก้ท้ายประโยคเป็น  “……….as we did not buy anything”  (เพราะว่าเราไม่ซื้ออะไรเลย)  (“As”  ในที่นี้  ความหมายเหมือน   “Because,  Since”  -  “เพราะว่า”)

19. He should _______________ himself for doing so well in his work.

(เขาควร _____________________ ตัวเอง  ที่ทำงานได้ผลดีมาก)

(a) proud of

(b) proud

(c) be proud

(d) be proud of    (ภูมิใจใน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  เนื่องจาก   “Proud”  เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  จึงต้องใช้กับ  “Verb to be”  (Is, Am, Are, Was, Were)    แต่ในประโยคนี้ต้องใช้  “Be”  เพราะอยู่หลัง   “Should”  (Should + Verb 1  หรือ  Should + Be + Adjective)  และต้องตามด้วย  “Of

20. That is the plan that I approve _________________.

(นั่นเป็นแผนซึ่งผมเห็นชอบ _____________________ )

(a) for

(b) with

(c) to

(d) of    (ด้วย)

21. I think that you _______________ buy that coat; it is much nicer than the other one.

(ผมคิดว่าคุณ ___________________ ซื้อเสื้อโค้ตตัวนั้น  มันดีกว่าอีกตัวหนึ่ง (ในจำนวน  ๒  ตัว) มากเลย)

(a) can

(b) must

(c) should    (ควร)  (เนื่องจากเป็นการแนะนำให้ทำ)

(d) would

22. Don’t speak to her ________________ that. 

(อย่าพูดกับเธอ ____________________ นั้น)

(a) as

(b) like    (แบบ,  เช่น)

(c) alike

(d) such as    (ใช้เมื่อต้องการยกตัวอย่าง)

23. Nothing can compensate ________________ the loss of my husband.

(ไม่มีสิ่งใดสามารถชดเชย ___________________ การสูญเสียสามีของฉันได้)

(a) in

(b) on

(c) for    (กับ, สำหรับ)

(d) at

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                              สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”   ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม),  “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful for your assistance.  (ผมขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                            ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า),  “Thank”  (ขอบคุณสำหรับ), “Search  (ค้นหา),  “Look”  (ค้นหา),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้เป็นต้น

                           สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ  “For”   ได้แก่   “For hire”  (สำหรับให้เช่า)  -  Do you have horses for hire?  (คุณมีม้าสำหรับให้เช่าหรือเปล่า),  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐  เปอร์เซนต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย   แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.   (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ), เป็นต้น

24. The sick man _________________ by the surgeon.

(คนป่วย ______________________ โดยศัลยแพทย์)

(a) was operated

(b) operated on

(c) was operated on    (ได้รับการผ่าตัด,  ถูกผ่าตัด)

(d) is operated

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้ในรูป   “Passive voice”  เนื่องจากคนป่วยถูกกระทำ  (ถูกผ่าตัด หรือได้รับการผ่าตัด)  และต้องตามด้วย  “On”  เพราะมาจากประโยค  “Active voice”  คือ   “The surgeon operated on the sick man.”  (ศัลยแพทย์ผ่าตัดคนป่วย)      

                            สำหรับวลีที่ใช้   “on”  ได้แก่   Live on”  (ดำรงชีวิตอยู่ด้วย)  -  Some animals live on grass.  (สัตว์บางชนิดดำรงชีวิตอยู่ด้วย  -  การกิน  -  หญ้า),

on request”  (เมื่อมีการร้องขอ), “on page 5”  (ในหน้าที่ ๕),  “waste his time on  (ใช้เวลา– ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on  (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon) (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor (บนพื้น), on a hill (บนเนินเขา), on the top shelf (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผ็ง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average  (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.(ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน ๑ เดือน),  on deck  (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit  (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account. (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ดอลล่าร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ ๑คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world)  (ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)-  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage. (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา), have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน),  on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิ๊คนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.   (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),the posters on the walls (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen (รูปภาพบนจอ), on the ceiling (บนเพดาน), on the roof (บนหลังคา), on all fours (คลาน ๔ เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถ จักรยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night  (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made   ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง), on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)– I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)– My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย),  on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน),  on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่),  be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย)– If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย),  on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า),  on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  on holiday  (อยู่ในระหว่างวันหยุด),   เป็นต้น

25. Janet _________________ headmistress of the school yesterday.

(เจเน็ต  _____________________ครูใหญ่ของโรงเรียนเมื่อวานนี้)

(a) is made

(b) made

(c) had made

(d) was made    (ได้รับการแต่งตั้งเป็น,  ถูกแต่งตั้งเป็น)  (ใช้   “Was”  เพราะเป็นอดีต)

26. _________________ I say, please treat it in confidence.

(_______________________ (ที่) ผมพูด  กรุณาเก็บรักษามันเป็นความลับด้วย)

(a) That

(b) That which

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม,  สิ่งใดก็ตาม)

(d) Which

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้