หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 132)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. To avoid hitting the reef, the ship quickly changed its ____________.

(เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหินโสโครก  เรือเปลี่ยน _________________ ของมันอย่างรวดเร็ว)

(a) voyage    (การเดินทางเรือหรือเครื่องบิน, การเดินทางไกล)

(b) course    (เส้นทาง, เส้นทางการเดินเรือ)

(c) purpose    (วัตถุประสงค์)

(d) destination    (จุดหมายปลายทาง)

2. Don’t _________________!  The fish you caught was only six inches long, not six feet.

(อย่า ___________________!  ปลาที่คุณจับได้  ยาวเพียง  ๖  นิ้วเท่านั้น  ไม่ใช่  ๖  ฟุต)

(a) expand    (ขยายออก, แผ่ออก)

(b) congratulate    (แสดงความยินดี, อวยพร)

(c) magnify    (ขยายให้ใหญ่ขึ้น)

(d) exaggerate    (อิก-แซ้จ-จะ-เรท)  (พูดโม้, พูดเกินความจริง)

3. He was hit by a bullet but luckily he was only _______________ wounded.

(เขาถูกยิงด้วยกระสุนปืน  แต่โชคดี  เขาเพียงแต่ได้รับบาดเจ็บ _______________)

(b) barely    (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ)

(b) merely    (เท่านั้น)

(c) severely    (อย่างรุนแรง)  

(d) slightly    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

4. His phone must be out of order.  We’ve rung several times but haven’t been able to ________________ him.

(โทรศัพท์ของเขาจะต้องเสีย-ใช้การไม่ได้  เราได้โทรศัพท์หลายครั้งแล้ว  แต่ไม่สามารถ  __________________ เขาได้)

(a) conclude    (สรุป, ลงมติ, ตัดสินใจ, สิ้นสุดลง, ลงเอย)

(b) contact    (ติดต่อ)

(c) detect    (สืบหา, สืบค้น, ตรวจพบ, พบ)

(d) join    (เข้าร่วม, เชื่อม)

5. ________________ my opinion, he is very smart.

(___________________ ความเห็นของผม  เขาฉลาดมาก)

(a) In    (ใน)

(b) By

(c) To

(d) For

6. Paper is usually _________________ straw.

(กระดาษโดยปกติ __________________ ฟาง หรือฟางข้าว)

(a) made of    (ทำด้วย)

(b) made with

(c) made by    (ทำโดย)

(d) made from    (ทำมาจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Made from”  =  “ทำมาจาก”  คือแปรสภาพมาแล้ว  มองไม่เห็นวัสดุเดิมที่ใช้ผลิต  ส่วน   “Made of”  =   “ทำด้วย”  ยังสามารถมองเห็นวัสดุที่ใช้ผลิต  ดูตัวอย่างข้างล่าง

         - My house is made of wood.

(บ้านของผมทำด้วยไม้)

       - That statue is made of stone.

(รูปปั้นนั้นทำด้วยหิน)

       - Bread is made from wheat.

(ขนมปังทำมาจากข้าวสาลี)

       - This wine is made from barley.

(ไวน์นี้ทำมาจากข้าวบาร์เลย์)

7. When he failed to pay his bill, the company _______________ his electricity.

(เมื่อเขาไม่สามารถจ่ายค่าบิล  บริษัท ___________________ ไฟฟ้าของบ้านเขา)

(a) cut down    (ลดลง, ทำให้น้อยลง)

(b) cut in

(c) cut off    (ตัด)

(d) cut away

8. I am used _________________ at eight.

(ผมคุ้นเคยกับ ____________________ ตอนแปดโมง)

(a) to rising    (การตื่นขึ้น, การลุกขึ้น)

(b) to be rising

(c) to rise

(d) rise

ตอบ   -    ข้อ   (a)  “Be (Get) used to”  =   “คุ้นเคย, เคยชิน”  + Verb + ing  หรือ คำนาม  ดังประโยคข้างล่าง

           - They are used to living in hot weather.

(พวกเขาคุ้นเคย-เคยชิน  กับการอาศัยในอากาศที่ร้อน)  (ปัจจุบันก็ยังคุ้นเคยอยู่)

         - We got used to cooking our own meal when we were at college.

(เราคุ้นเคย-เคยชินกับการปรุงอาหารของตัวเอง  ตอนที่เราเรียนมหาลัย)  (เป็นเรื่องในอดีต  ป้จจุบันไม่คุ้นเคยแล้ว)

9. Turn the radio _________________ a little.  I can scarcely hear the program.

(เปิดวิทยุให้ ________________ อีกเล็กน้อย  ผมแทบจะไม่สามารถได้ยินรายการนั้นเลย)

(a) on    (“Turn on”  =  เปิดวิทยุ-ทีวี-ไฟฟ้า)

(b) up    (“Turn up”  =  เปิดหรือเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น)

(c) down    (“Turn down”  =  เปิดหรือลดเสียงให้เบาลง)

(d) over    (“Turn over”  =  เปลี่ยนใหม่, ผลัดใบ)

10. Accidents ________________ easily.

(อุบัติเหตุ ____________________ อย่างง่ายดาย)

(a) happen    (เกิดขึ้น)

(b) happened

(c) were happened

(d) are happened

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (Present simple tense  หรือ  Verb 1) และกริยา   “Happen”  ไม่ใช้ในรูป  “Passive voice”  แบบ ข้อ   C, D

11. Did you buy this camera _______________ Japan?

(คุณซื้อกล้องถ่ายรูปนี้ ___________________ ประเทศญี่ปุ่นใช่ไหม)

(a) at

(b) from    (จาก)

(c) in    (ใน)

(d) of

12. There _________________________!

(_____________________  ที่นั่นแล้ว  หรือตรงนั้นแล้ว !)

(a) your wife comes

(b) your wife came

(c) comes your wife    (ภรรยาคุณมา)

(d) come your wife

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เป็นประโยคอุทาน  แสดงความประหลาดใจ หรือ ตกใจ  ต้องเรียงรูปประโยค  คือ   “Adverb of place (Here, There) + Verb 1 + Subject”   ทั้งนี้  ต้องใช้กริยาเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน (Present simple tense  หรือ  Verb 1)  เนื่อง จากอุทาน หรือพูดออกมาในขณะนั้นเลย

13. Still water runs _________________.

(น้ำนิ่งไหล ____________________ )

(a) deep    (ลึก)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) deeply

(c) depth    (ความลึก)  (เป็นคำนาม)

(d) deepen    (ทำให้ลึก)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ    (a)  เป็นสุภาษิต  กริยา   “Run”  ตามด้วยคำคุณศัพท์  (Adjective)

14. I begin a letter to my friend Oliver like this :-

(ผมเริ่มต้นจดหมายถึงเพื่อนชื่อโอลิเว่อร์  ดังนี้ คือ)

(a) Dear Oliver

(b) Dear Oliver,    (โอลิเว่อร์ ที่รัก,)   (ต้องใช้เครื่องหมายคอมม่า)

(c) Dear Oliver :

(d) Dear Oliver.

15. ________________ her letter will come today.

(____________________ จดหมายของเธอจะมาถึงวันนี้)

(a) Sometimes    (บางครั้งบางคราว)

(b) Some time    (= Sometime = ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต)

(c) Any time    (เวลาใดก็ตาม,  เวลาใดก็ได้)

(d) Perhaps    (บางที)

16. I think you and I had better ________________ our work now.

(ผมคิดว่า  คุณและผมควรจะ __________________ งานของเราในบัดนี้)

(a) to start

(b) starting

(c) start    (เริ่มต้น)

(d) started

(e) to be starting

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Had better” + Verb 1 (Infinitive without to)

17. He left Bangkok in 1985 and I haven’t seen him ______________.

(เขาจากกรุงเทพฯไปในปี  ๑๙๘๕  และผมก็ไม่ได้เห็นเขาอีก _______________ )

(a) then   (ต่อจากนั้น)

(b) since    (นับตั้งแต่นั้นมา,  ตั้งแต่นั้นมา)

(c) before

(d) meanwhile    (ในระหว่างนั้น,  ในขณะเดียวกัน)

18. If you have a bad cold, you ______________ go to the doctor.

(ถ้าคุณเป็นไข้หวัดอย่างรุนแรง  คุณ ___________________ไปพบแพทย์)

(a) ought    (“Ought to”  =  “ควรจะ” )

(b) might     (อาจจะ)

(c) had

(d) should    (ควรจะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Should + Verb 1

19. I didn’t ______________ work until almost eight o’clock.

(ผมมิได้ ______________________งาน  จนกระทั่งเกือบ  ๒  ทุ่ม)

(a) get into

(b) get up

(c) get through    (ทำสำเร็จ,  ทำจนเสร็จสิ้น)  (หมายถึง ทำงานแล้วเสร็จ)

(d) get in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Get through”  =  complete

20. You should read ________________ one book every month.

(คุณควรอ่านหนังสือ ___________________ ๑ เล่ม ทุกๆ เดือน)

(a) least    (น้อยที่สุด)

(b) at least    (อย่างน้อยที่สุด)

(c) at the least

(d) at a least

ตอบ   -   ข้อ   (b)   นอกจากนี้  ยังมีวลี    “In the least” ซึ่  งใช้เน้นข้อความปฏิเสธ  เช่น  “I don’t mind in the least, I really don’t.  (ผมมิได้รังเกียจแม้แต่นิดเดียว   มิได้รังเกียจจริงๆ),  She wasn’t in the least jealous.  (เธอมิได้มีความหึงหวง  (หรืออิจฉา)  แม้แต่นิดเดียว),  It was changing me in a way that I had not in the least expected.  (มันกำลังเปลี่ยนแปลงผม  ในแบบที่ว่า  ผมมิได้เคยคาดฝันไว้แม้แต่นิดเดียว),  เป็นต้น

21. He was getting ______________ the top of the mountain when it began to rain. 

(เขากำลังเข้าไป ______________________ ยอดเขา  เมื่อฝนเริ่มตก) 

(a) nearly    (เกือบจะ,  จวนจะ) 

(b) near    (ใกล้)

(c) nearby    (ข้างเคียง,  ใกล้เคียง, ใกล้ชิด, ถัดไป) 

(d) nearing    (“Verb + ing”  =  ใกล้เข้ามา)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ“Near, Nearly”  จากประโยคข้างล่าง

                         ตัวอย่างที่ ๑

        - They were careful to seat the important guests _________    _________________the host so he could talk to them easily.

(พวกเขามีความรอบคอบที่จัดที่นั่งให้แขกคนสำคัญ ___________________ กับเจ้าภาพ  เพื่อที่ว่าเขา (เจ้าภาพ) จะได้สามารถสนทนากับแขกคนสำคัญได้อย่างง่าย – สะดวก)

(a) near to

(b) near    (ใกล้, ใกล้เคียง)

(c) next    (ถัดไปจาก, ติดกัน, ใกล้กับ)

(d) nearly    (เกือบจะ, จวนจะ)

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Near”   ไม่ต้องตามด้วย   “To”   ส่วน “Next” ต้องตามด้วย  “To”  เสมอ  (ในความหมาย “ถัดไปจาก หรือ ติดกันกับ”)  ส่วน  “Nearly”  ใช้ดังนี้  คือ

-        She has been sitting here for nearly an hour.

(เธอนั่งอยู่ที่นี่เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว)

-        He was nearly as tall as his sister was.

(เขาสูงเกือบจะเท่ากับพี่สาวของเขา)

-      It was nearly dark.

(มันจวนจะค่ำแล้ว)

-      I think about it nearly all the time.

(ผมคิดเกี่ยวกับมันเกือบจะตลอดเวลา)

22. I learn diligently _________________ fail in my examination. 

(ผมเรียนอย่างขยันขันแข็ง _______________________ สอบตก)

(a) in order to not

(b) in order not to    (เพื่อที่จะไม่ต้อง)

(c) not in order to

(d) in not order to

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจใช้   “So as not to”   (เพื่อที่จะไม่ต้อง)  ก็ได้

23. Every girl ought to learn _______________ to cook.

(เด็กผู้หญิงทุกคนควรที่จะเรียนรู้ ____________________ ปรุงอาหาร)

(a) where

(b) what

(c) when

(d) how    (วิธี) 

ตอบ   -   ข้อ   (d)    “เรียนรู้วิธีปรุงอาหาร”  =    “เรียนรู้ว่าจะปรุงอาหารอย่างไร

24. At present ______________ bad drivers are often punished.

(ในปัจจุบัน ____________________ คนขับรถ (นิสัย) เลวๆ ถูกลงโทษอยู่บ่อย ๆ)

(a) the

(b) every

(c) each

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับ  ข้อ   (b)  และ  (c)  ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์  นับได้เท่านั้น  และข้อนี้   ไม่ต้องใช้  “The” เพราะกล่าวถึงคนขับรถนิสัยเลวๆ ทั่วไป  มิได้มีการเน้น หรือชี้เฉพาะว่าเป็นผู้ใด หรือกลุ่มใด  ดังนั้น  ข้อนี้จึงไม่ต้องเติมคำใดเลย

25. Is all this money _________________?

(เงินทั้งหมดนี้เป็น _______________________ ใช่หรือไม่)

(a) your

(b) yours    (ของคุณ)   (= your money)

(c) of you

(d) belong to you

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ส่วนถ้าต้องการใช้   “Belong”   (เป็นของ)  จะต้องใช้รูปประโยคเป็น   “Does all this money belong to you?

26. My son knocked this _______________ off the table and broke it.

(ลูกชายของผมทำ ___________________ ใบนี้หล่นจากโต๊ะ  และทำมันแตก)

(a) tea’s cup

(b) cup of tea    (ชา  ๑  ถ้วย)

(c) teacup    (ถ้วยชา)

(d) cup-tea

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Teacup”   เป็น   “นามประกอบ”  (Compound noun)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

A: Where do you go to buy your books?

(คุณไปที่ไหนเพื่อซื้อหนังสือของคุณ)

B: ______________________.

(a)  To the bookstore    (ไปที่ร้านขายหนังสือ)

(b)  To the books-store

(c)   To the storebooks

(d)  To the store book

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เป็น    “นามประกอบ”  (Compound noun)   แปลจากคำหลังย้อนมาคำหน้า    (ร้านขายหนังสือ หรือ ร้านหนังสือ) 

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง   ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้