หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 130)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. If there was no competition, the railways could charge what they

__________________.

(ถ้าไม่มีการแข่งขัน  รถไฟสามารถคิดราคาในสิ่งทีพวกเขา _________________ )  (คือ คิดราคาค่าโดยสารตามใจชอบ)

(a)    are like

(b)   likes

(c)    liked    (ชอบ)

(d)   are liked

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจากเป็นอดีต   “……….there was not………

2. The enemy were at last forced to _________________.

(พวกศัตรู ในที่สุดก็ถูกบังคับให้ ___________________ )

(a) give up    (เลิก, ยุติ)

(b) give away

(c) give out    (แจกจ่าย, บริจาค)

(d) give in    (ยอมแพ้, ยอมจำนน)

3. Last Christmas Peter spent a miserable day in bed, _______________

he was missing.

(คริสต์มาสปีที่แล้ว  ปีเตอร์ใช้วันเวลา (ในวันคริสต์มาส) ที่ทุกข์ยากลำบาก-ไม่มีความสุข  บนเตียงนอน ______________________ ที่เขากำลังพลาดโอกาส   -   คือไม่ได้เข้าร่วมฉลองในวันคริสต์มาส)

(a)  having thought of all the fun

(b)  thinking of all the fun    (คิดถึงความสนุกทั้งหลาย)

(c)    being thought of all the fun

(d)   thought of all the fun

ตอบ   -   ข้อ   (b)  มาจากโครงสร้าง    “Subject + Spend + Time + Verb + ing”  เช่น

           - She spent two hours reading in the library.

(เธอใช้เวลา  ๒  ชั่วโมง  อ่านหนังสือในห้องสมุด)

         - They spent the whole day looking around the city.

(พวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งวัน  ชมเมือง)

4. __________________ do not like that kind of film.

(_______________________ ไม่ชอบภาพยนตร์ประเภทนั้น)

(a) Most of boys

(b) The most of boys

(c) The most boys

(d) Most boys    (เด็กชายส่วนใหญ่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  หรืออาจตอบ    “Most of the boys”  ก็ได้

5. A: If you really want to see her, why don’t you call her ______           __________________?

(A: ถ้าคุณต้องการพบเธอจริงๆ  ทำไมคุณจึงไม่ ________________ เธอ)

    B: I’ve forgotten her telephone number.

(B: ผมลืมเบอร์โทรศัพท์ของเธอครับ)

(a)    in

(b)  up    (“Call up  =  telephone  =  โทรศัพท์)

(c)    down

(d)   here

6. __________________ your advice, I would have failed.

(___________________  คำแนะนำของคุณ  ผมคงล้มเหลวไปแล้ว)  (แต่เนื่องจากคุณให้คำแนะนำผม  ผมจึงประสบความสำเร็จ)

(a) Besides    (นอกเหนือจาก)

(b) But that    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) But for    (=  Without  =  ปราศจาก)

(d) Unless    (=  If not  =  ถ้า................ไม่)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “But for  =   “ปราศจาก

7. It’s a pity I _________________ her yesterday.

(น่าเสียดายที่ผม ___________________ เธอเมื่อวานนี้)

(a) did not meet    (ไม่ได้พบ)

(b) had not met

(c) wouldn’t have met

(d) could meet

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เพราะเป็นเหตุการณ์ในอดีต

8. ________________________, he is very happy.

(______________________  เขามีความสุขมาก)

(a) As he is poor    (เนื่องจากเขายากจน)

(b) Poor as he is    (ยากจนอย่างที่เขาเป็นอยู่)  (=  แม้ว่าเขาจะยากจน)

(c) As poor he is

(d) Is poor as he

ตอบ   -   ข้อ    (b)  มีโครงสร้าง  ๓  แบบ ที่มีความหมายเดียวกัน  คือ

-         Though + Subject + is (am, are) + Adjective, Subject + Verb

-         Adjective + As + Subject + is (am, are), Subject + Verb

-         However + Adjective + Subject + is (am, are), Subject + Verb

      ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         Though (Although) he is poor, he is very happy.

(แม้เขายากจน  เขามีความสุขมาก)

-         Poor as he is, he is very happy.

(ยากจนอย่างที่เขาเป็นอยู่  เขามีความสุขมาก)

-         However poor he is, he is very happy.

(เขาจะยากจนอย่างไรก็ตาม  เขามีความสุขมาก)

                     และ  ๓  ประโยคข้างล่างก็มีความหมายเดียวกัน

-         Though + Subject + Verb + Adverb, Subject + Verb

-         Adverb + As + Subject + Verb, Subject + Verb

-         However + Adverb + Subject + Verb, Subject + Verb

            ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         Though (Although) he walked quickly, he could not catch the bus.

(แม้เขาเดินอย่างเร็ว  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

-         Quickly as he walked, he could not catch the bus.

(อย่างเร็วอย่างที่เขาเดิน  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

-         However quickly he walked, he could not catch the bus.

(เขาเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

9. Today, __________________ medical science, we can expect to live to a good old age.

(ปัจจุบัน ____________________ วิทยาศาสตร์การแพทย์  เราสามารถคาดหวังที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงวัยชราที่มีความสุข)

(a) despite    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) thank to    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) thanks to    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) in addition to    (นอกเหนือจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด  ทั้งนี้   “Thanks to  =  Due to  =  Because of  =  Owing to  =  On account of”  =  “เนื่องมาจาก, เพราะว่า”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี

10. I _________________ a book about my own adventure one of these days. 

(ผม _____________________ หนังสือเกี่ยวกับการผจญภัยของตัวเอง  สักวันหนึ่งในปัจจุบันนี้  -  หรือ สักวันหนึ่งในอนาคต)

(a) shall write    (จะเขียน)

(b) wrote    (เขียน)  (ในอดีต)

(c) have written    (ได้เขียนแล้ว)

(d) used to write    (เคยเขียน)

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นอนาคต

11. In Thailand cloth is generally sold _______________ the meter. 

(ในประเทศไทย  ผ้าโดยทั่วไปถูกขาย __________________ เมตร)

(a) in

(b) with

(c) for

(d) by    (เป็น)

(e) to

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๑

-      Some workers are paid ________________ week.

(คนงานบางคนได้รับค่าจ้าง ___________________ (ราย) สัปดาห์)

(a) in a

(b) by the    (เป็น)

(c) by a

(d) in the

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หลัง  “is (are) paid by” (ได้รับค่าจ้างเป็น)  หรือหลัง  “is (are) sold by”   (ถูกขายเป็น)  มีหลัก คือ  ถ้าคำนามที่ตามหลัง  “By”  เป็นนามนับได้(Week, Dozen, Kilo, Pound, Meter, Yard, Foot, etc.)  หน้าคำนามนั้นต้องใช้  “The”  ขยาย  แต่ถ้าเป็นนามนับไม่ได้  {Weight (น้ำหนัก),  Length  (ความยาว),  Time  (เวลา),  etc.} หน้าคำนามนั้น  ไม่ต้องมี  “Article”  (A, An, The)  ใดๆขยายเลยเช่น

           - In England eggs are sold by the pound.

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็นปอนด์)(“Pound”เป็นนามนับได้)

(= In England eggs are sold by weight.)

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก)(“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

        - Cloth is generally sold by the yard.

(ผ้าโดยทั่วๆไปถูกขายเป็นหลา)  (“Yard”เป็นนามนับได้)

(= Cloth is generally sold by length.)

(ผ้าโดยทั่วๆไปถูกขายเป็นความยาว  -  ของผ้า)  (“Length”  เป็นนามนับไม่ได้)

-   Sugar is sold by the kilogram.

(น้ำตาลถูกขายเป็นกิโลกรัม)(“Kilogram”เป็นนามนับได้)

(= Sugar is sold by weight.)

(น้ำตาลถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก)(“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

-   Salaried people are usually paid by the month.

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเดือน)(“Month”เป็นนามนับได้)

(= Salaried people are usually paid by time.)

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเวลา  -   การทำงาน)(“Time”  เป็นนามนับไม่ได้)

12. This hen has ______________ more than one hundred eggs.

(แม่ไก่ตัวนี้ได้ ____________________ มากกว่า  ๑๐๐  ฟอง)

(a) lied    (นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่, พูดปด, โกหก)

(b) lain

(c) laid    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)

(d) lay    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   (lie  lied   lied  =   พูดปด, โกหก)  (lie  lay  lain  =  นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่   -  ไม่ต้องมีกรรมมารับ)  (lay  laid  laid  = ออกไข่, วางไข่, วางลง  -  ต้องมีกรรมมารับและหลัง   “Has”   ต้องเป็นกริยาช่องที่  ๓

13. __________________ your rain-coat; it has begun to rain.

(________________________  เสื้อฝนของคุณซะ  ฝนเริ่มตกแล้ว)

(a) Wear    (สวมใส่อยู่)  (คือ ใส่อยู่กับตัวอยู่ก่อนแล้ว)

(b) Put on    (ใส่)

(c) Take off    (ถอด, ถอดออก)

(d) Buy    (ซื้อ)

14. Four days following the ________________, her father received a letter.

(สี่วันหลังจาก ___________________ พ่อของเธอได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง)

(a) girl disappearing

(b) girl had disappeared

(c) girl’s disappearance    (การหายตัวไปของเด็กหญิง)

(d) girl disappeared

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Following”  เป็น “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  (girl’s disappearance)

15. She is sick.  I hope (that) _______________ her sister with her will make her happier.

(เธอป่วย  ผมหวัง (ว่า) ___________________ น้องสาวของเธออยู่ด้วยกับเธอ  จะทำให้เธอมีความสุขมากขึ้น)

(a) she has

(b) for having

(c) having    (การมี)

(d) that she had

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็น  “Gerund” (Verb + ing)   ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคย่อย  (having her sister……………..happier)  ในแบบ  “Noun clause”  ซ้อนอยู่ในประโยคใหญ่   ซึ่งมีประโยคย่อยเป็นส่วนหนึ่งของมัน ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Hope”  สำหรับประโยคใหญ่  คือ   “I hope………………… ……happier.”  ดูเพิ่มเติม  “Verb + ing”   ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

                      ตัวอย่างที่ ๑   

-   Following up on details _______________ not what we are concerned with. 

(การติดตามรายละเอียดมิได้ ____________________ สิ่งที่เราเกี่ยวข้องด้วย)

(ความหมาย คือ มิใช่เป็นหน้าที่ของเรา  ที่จะต้องไปติดตามรายละเอียด)

(a) is    (เป็น)

(b) are

(c) has

(d) have

ตอบ  -  ข้อ   (a)   เนื่องจากประธานของประโยค คือ   “Following up”  โดยมี   “on details”   เป็นส่วนขยาย  ทั้งนี้   “Following up”   เป็น  “Gerund” (Verb + ing)   ซึ่งถือเป็นคำนามประเภทหนึ่ง  ที่ความหมายขึ้นต้นด้วย   “การ.................” หรือความ..................”  และ  “ถือเป็นคำเอกพจน์เสมอ”  จึงต้องใช้กับกริยา “Is”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Gerund” (Verb + ing)   เป็นประธานของประโยค    (หรือของกริยา)  จากตัวอย่างข้างล่าง

Swimming is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

-   Playing badminton is his favorite hobby.

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

-   Working in cool weather is pleasure.

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

Breathing is indispensable to all living things.

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

Sleeping is necessary to health.

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

        - Walking a long distance has made me tired.  

           (การเดินระยะทางไกลทำให้ผมเหนื่อย)

        - Scuba diving has become very popular recently.   

(การดำน้ำลึกแบบมีเครื่องช่วยหายใจ  กลายเป็นที่นิยมกันอย่างมากเมื่อเร็วๆนี้)

16. Will you have _________________ more coffee?

(คุณจะดื่มกาแฟเพิ่ม _____________________ ไหมครับ)

(a) one

(b) a cup

(c) some    (บ้าง,  อีกสักหน่อย)

(d) any

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากเป็นการเชื้อเชิญให้กินให้ดื่ม  ที่ต้องการให้ผู้ถูกถามตอบ   “Yes”  ดูเพิ่มเติม  “Some”  จากประโยคข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๑

-   May I have ________________ these oranges?

(ผมขอรับประทานส้มเหล่านี้ ______________________ ได้ไหมครับ)

(a) any more

(b) some more

(c) any more of

(d) some more of    (เพิ่มขึ้นอีกหน่อย)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  “Some”  โดยทั่วไปใช้กับประโยคบอกเล่า  อย่างไรก็ตาม  ในประโยคคำถามที่เป็นการขอร้อง  (เช่น  ขอกินข้าวหรือดื่มกาแฟ)  เชื้อเชิญ  (เชิญกินหรือดื่ม)    และคำถามปฏิเสธ  ต้องใช้  “Some”  เพราะความหมายเป็นบอกเล่า  เช่น

             - Would you please give me some water?

(= Please give me some water.)

(ขอน้ำกินหน่อย)

-   Will you have some coffee?

(= Please have some coffee)

(เชิญดื่มกาแฟซิครับ) 

-   Aren’t there some taxis here?

(= There are some taxis here, aren’t there?)

(มีรถแท็กซี่ที่นี่ใช่ไหม)

                    คำถามทั่วไป  ที่ผู้ถามต้องการถามว่า  “จะเอาไหม”  หรือ  “มีใครอยู่ไหม”  ก็นิยมใช้  “Some”  เช่น

             - Do you want some white sugar or some red sugar?

(คุณต้องการน้ำตาลทรายขาวหรือแดง)  

           - I heard a knock; is there someone at the door?

(ผมได้ยินเสียงเคาะ  มีใครอยู่ที่ประตูหรือเปล่า)

              นอกจากนั้น  คำถามที่ขึ้นต้นด้วย   “Question word”  ก็ใช้  “Some

        - Where can I buy some stamps?  

(ผมจะซื้อแสตมป์ได้ที่ไหน) 

          - When will you give me some advice?

(คุณจะให้คำแนะนำผมเมื่อไหร่)

         - Why do they always have some problems?

(ทำไมพวกเขามีปัญหาเสมอ) 

                       สำหรับ   “Some”  เมื่อใช้กับนามนับได้   พหูพจน์  หรือ  นามนับไม่ได้  จะแสดงจำนวน   “บ้าง,  บาง,  ..........................จำนวนหนึ่ง”    เช่น

-         Some people like to play sports.

(คนบางคนชอบเล่นกีฬา)

-         I gave him some money.

(ผมให้เงินเขาจำนวนหนึ่ง)  

-         There is some furniture in the room.

(มีเฟอร์นิเจอร์อยู่บ้างในห้อง)  

                    และ   “Some”  ยังอาจมีความหมายว่า  “ไม่น้อย,   อาจจะมาก”  ก็ได้   เช่น    

          - The project will take some time.

(โครงการจะใช้เวลาไม่น้อยทีเดียว)

        - The village is some distance from here.

(หมู่บ้านอยู่ห่างออกไปจากที่นี่ไม่น้อยเลย)  

        - It is true to some extent.

(มันเป็นความจริงอยู่ไม่น้อย)  

        - We has some difficulty in following his advice. 

(เราพบกับความยากลำบากไม่น้อย  ในการทำตามคำแนะนำของเขา) 

                            “Some”  ถ้าใช้กับคำแสดงจำนวน  หมายถึง  “ราวๆ”  เช่น

-      There are some fifty students in the room.

(มีนักเรียนราวๆ  ๕๐  คนในห้อง)

-      I’ve waited for her for some twenty minutes.

(ผมได้รอเธอเป็นเวลาราวๆ  ๒๐  นาทีแล้ว) 

-      There were some five hundred houses destroyed during the storm.

(มีบ้านราว  ๕๐๐  หลัง ถูกทำลายไประหว่างมีพายุ) 

                          และ   “Some”  เมื่อใช้กับนามนับได้เอกพจน์  มีความหมาย  คือ ผู้พูดไม่รู้จักหรือไม่ประสงค์จะระบุสถานที่  หรือ จำนวน หรือ สิ่งของนั้นๆ แบบชี้ชัดลงไป  เช่น

-    She is living at some place in Chiangmai.    

(เธอกำลังอาศัยอยู่ในที่สักแห่งหนึ่งในเชียงใหม่) 

-    They are buying some car.  

(พวกเขากำลังซื้อรถจำนวนหนึ่ง)  

                        นอกจากนั้น   “Some”  ยังใช้คู่กับ  “Others” (= อื่นๆ,  บาง..........)  ด้วย   เช่น

-         Some people like animals; others don’t.

(บางคนชอบสัตว์  แต่บางคน (คนอื่นๆ) ไม่ชอบ) 

-         Some cars are expensive; others are not.

(รถบางคันราคาแพง แต่บางคัน (คันอื่นๆ) ไม่แพง)   

17. I think she won’t find these clothes _________________.

(ผมคิดว่า  เธอจะไม่พบว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ _____________________ )

(a) satisfy    (ทำให้พึงพอใจ) 

(b) satisfied    (รู้สึกพึงพอใจ)

(c) satisfactory    (น่าพึงพอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เป็นไปตามโครงสร้าง   {Subject + find + it (them, him, her, etc.) + Adjective + to + Verb 1}  เช่น

          - I find it interesting to listen to his lecture.

(ผมพบว่าน่าสนใจในการฟังคำบรรยายของเขา) 

         - The judge found him guilty of the murder.

(ผู้พิพากษาพบว่าเขามีความผิดในการฆาตกรรม)  

18. Are you _______________ for your final examination?

(คุณ _____________________ สำหรับการสอบไล่หรือยัง)

(a) prepare

(b) to prepare

(c) prepared    (เตรียมพร้อม)

(d) already    (แล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Be prepared”  =  Ready  ส่วนคำอื่นๆใช้ดังนี้  คือ

-         Are you ready for your final examination?

-         Are you already prepared for your final exam?

(ประโยคข้างบนทั้ง  ๒  ประโยค  มีความหมายเหมือนกัน) 

19. My mother doesn’t drink coffee.  _________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ __________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่,,,,,,,,,,,,,,เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-  Traveling by air is not cheap.  Neither ___________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ____________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)  “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                       ตัวอย่างที่ ๒

-  Never before in my life _______________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ _________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                 ตัวอย่างที่ ๓

-         Not only _________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ____________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง....................................)

(a) he went

(b) did he go   (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) เช่น “Not only did she go…..”  “Not only have they seen………”  “Not only will we play……….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่..........เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + verb (แท้)}  เช่น

-         Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

-         No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

-         Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

-         Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.   (ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

-         Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

-         Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย

-         Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

20. A: What time does the office close for lunch?

(สำนักงานปิดเพื่อทานอาหารกลางวันเวลาใด) 

    B: _______________________.

(a) The time is twelve o’clock    (เวลาคือเที่ยง)

(b) For one hour    (เป็นเวลา  ๑  ชั่วโมง)

(c) From twelve to one    (จากเที่ยงถึงบ่ายโมง)

(d) Until one o’clock    (จนกระทั่งบ่ายโมง)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง   ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้