หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 127)

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. A student can make his work look more attractive by ________

_______________ neatly.

(นักเรียนสามารถทำให้งานของตนดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น  โดย _______________ อย่างประณีต)

(a)   write

(b) writing    (การเขียน)

(c) to write

(d) wrote

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “By + Verb + ing

2. Write a composition and then take it to your teacher _________

______________ .

(จงเขียนเรียงความ  และต่อจากนั้นนำมันไปให้ครูของคุณ ________________ )

(a) to be corrected    (เพื่อถูกตรวจ)  (หมายถึงเรียงความ)

(b) for correct

(c) to be correct

(d) to be correcting

ตอบ   -   ข้อ   (a)  หรืออาจตอบ   “For correction”  (เพื่อการตรวจแก้ไข)  ก็ได้

3. A watch which can be stopped when an action ends ____________

a stopwatch. 

(นาฬิกาซึ่งสามารถถูกทำให้หยุดได้เมื่อการกระทำอย่างหนึ่งสิ้นสุดลง _______

__________________ นาฬิกาจับเวลา)

(a)   calls

(b)  call

(c) is called    (ถูกเรียกว่า)  (เป็นกริยาแท้ของประโยคใหญ่)

(d) to be called

(e) calling

4. Have ______________ people anything to do with the progress of society?

(คน ______________________ มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าของสังคมหรือไม่) 

(a) educating

(b) education

(c) educated    (ซึ่งมีการศึกษา)  (เป็น  “Passive voice”  คือ  “ซึ่งถูกให้การศึกษา”)  (“Educate”  =  ให้การศึกษา)

(d) to educate

5. Without the _______________ of the people, the country will not be able to develop.  

(ปราศจาก ___________________ ของประชาชน  ประเทศจะไม่สามารถพัฒนาได้) 

(a) co-operate

(b) co-operated

(c) co-operation    (ความร่วมมือ)

(d) co-operating

6. The baby monkey would not let its keeper hold the bottle for it for fear that he ______________ the milk himself.

(เจ้าลิงน้อยจะไม่ยอมให้คนเลี้ยงของมันถือขวดนม ให้มัน  ด้วยเกรงว่าเขา ___

___________________ นมเสียเอง) 

(a) would drink

(b) should drink   (จะดื่ม)

(c) might drink

(d) could drink

ตอบ   -   ข้อ    (b)  “For fear that + Subject + should + Verb 1

7. Can you suggest where I _______________ for a holiday?

(คุณจะสามารถแนะนำได้หรือไม่  ว่าผม _________________ ไปที่ไหนสำหรับวันหยุด ) 

(a) shall go

(b) should go    (ควรไป)

(c) ought to go

(d) may go

(e) can go

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Suggest + that (where, when) + subject + should + verb 1

8. We take a car ______________ to a garage.

(เรานำรถยนต์ _______________________ ไปยังอู่ซ่อมรถ)

(a) to repair

(b) to repairing

(c) repaired

(d) to be repaired    (ที่จะถูกซ่อม)

9. It was so long before he came that I was _________________ whether he had got lost.

(มันเป็นเวลานานมากก่อนที่เขาจะมา  จนกระทั่งผม __________________ ว่าเขาหลงทางหรือไม่)

(a) wonderful    (มหัศจรรย์, ยอดเยี่ยม, ดีเยี่ยม, น่าพิศวง)

(b) wondered    (ดูข้อ  C)

(c) wonder    (วั้น-เดอะ)  (รู้สึกประหลาดใจ, รู้สึกงงงวย, รู้สึกกังขา, รู้สึกสงสัย)

(d) wondering    (วั้น-เดอะ-ริ่ง)  (ประหลาดใจ, พิศวง, งงงวย)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นคำคุณศัพท์  ใช้กับ “Verb to be” (Was)  และได้ความหมาย  ส่วนที่ไม่เลือกข้อ  (b)  เนื่องจาก“Wonder” ไม่ใช้ในรูป “Passive voice

10. A: What is the difference between this and that?”

(อะไรคือความแตกต่างระหว่างสิ่งนี้และสิ่งนั้น)

     B:None, they are _________________.”

(ไม่มี  ทั้ง  ๒  สิ่ง ______________________ )

(a)  in the same

(b)  the same    (เหมือนกัน)

(c)    like

(d)   as the same

ตอบ   -   ข้อ  (b)  หรืออาจตอบว่า  “They are alike.”  ดูการใช้   “Like, Alike, As”  จากประโยคข้างล่าง

                  ตัวอย่างที่ ๑

-     This car has an engine _________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ _____________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as    (ในฐานะ, เป็น-  เป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี)  (เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่  -  เป็น “Conjunction”  ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) the same    (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as    (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like    (เหมือน, คล้าย)(เป็น  “Preposition”)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก “Like  (เหมือน, คล้าย)  +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As  (ตามที่, ดังที่)  +  ประโยค” (As + subject + verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับ  ข้อที่  ๓  คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same. (หรือ  “are alike,  are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Like, As, Alike”   จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                   ตัวอย่างที่ ๒

-         What is the climate ______________ in your home town?

(อากาศ __________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.) (ไม่ต้องเติมคำใด)

ตอบ  -  ข้อ  (c)   ในที่นี้  “Like”เป็น “Preposition”  หมายถึง   “เป็นเหมือน, เหมือน,  คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)   ต้องตามด้วยคำนาม

                      ตัวอย่างที่ ๓

-         The sky is cloudy and it looks like ___________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน ________________________ )

(a) rain    (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ   –    ข้อ  (a)   เนื่องจาก   “Like”     ในที่นี้เป็น    “Preposition”   หมายถึงเหมือน, คล้าย”     ต้องตามด้วยคำนาม   ซึ่งในที่นี้ คือ   “ฝน

                       ตัวอย่างที่ ๔

-         He became a doctor _______________ his father.

(เขาเป็นหมอ ______________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like     (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –      ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “Like”   เมื่อหมายถึง   “เหมือน, คล้าย” จะเป็น Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ“the same as”   ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)   ต้องตามด้วย  “Subject + Verb” (ดูความแตกต่างการใช้  “Like”และ “As”  จากประโยคข้างล่าง)

-      Like the other nations of Eastern Europe, Poland was

politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดย

สหภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like” เนื่องจาก “Like” (หมายถึง “เหมือน, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “the other nations” “his father”  most hard-working people” (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as” (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + subject + verb)  เช่น

          - He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

          - She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                       สำหรับ “As” เมื่อเป็น “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี เช่น

          - She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

         - He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

          - They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

           - As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

                     สำหรับ  “Alike”    เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

               - These two things are alike.

(ของ ๒ สิ่งนี้เหมือนกันเลย)

              - Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน  -  รูปร่างหน้าตาหรือการกระทำ)

               - No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร ๒ คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

               - The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว ๒ คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

              - They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆกัน)

              - The children are all treated alike.

(เด็กๆได้รับการปฏิบัติเหมือนๆกันทุกคน)

              - The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

          - The snowstorm affected the southern and northern states alike.  

(พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้เหมือนๆกัน)

11. I sold my car ________________ a good price.

(ผมขายรถยนต์ของผม ____________________ ราคาที่ดี)

(a) at    (ใน)

(b) in

(c) with

(d) on

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “At a good price” =  “ในราคาที่ดี หรือสูง” 

12. Mr. Sims has joined __________________ a trade union.

(มิสเตอร์ซิมส์ได้เข้าร่วมกับ ___________________ สหภาพการค้า)  (คือ เข้าเป็นกรรมการ หรือสมาชิก)

(a) with

(b) in

(c) to

(d) on

(e) (No word is needed.)    (ไม่ต้องเติมคำใด)

ตอบ   -   ข้อ   (e)  “Join”  ตามด้วยกรรมเลย  ไม่ต้องมี  Preposition  เช่น

        - He went for a walk before joining his brother for tea.

(เขาออกไปเดินเล่น  ก่อนร่วมวงกับพี่ชายเพื่อดื่มน้ำชา)

       - She flew out to join him on the first available plane.

(เธอบินมาเพื่อร่วม (งาน, สัมมนา, ประท้วง, โครงการ ) กับเขา  โดยเครื่องบินเที่ยวแรกที่จองได้)

       - They went off to join the queue for coffee.

(พวกเขาลุกจากโต๊ะ  เพื่อต่อแถวกาแฟ)

       - The van joined the row of cars.

(รถตู้ต่อท้ายแถวขบวนรถยนต์)

       - We both joined the Labor Party.

(เรา  ๒  คนเข้าเป็นสมาชิกพรรคแรงงาน)

       - He’s joined the army.

(เขาเข้าเป็นทหาร)

       - I joined the bank as a graduate trainee in 2004.

(ผมเข้าร่วมกับธนาคาร  ในฐานะผู้ฝึกงานปริญญาตรี  ในปี  ๒๐๐๔)

       - They were invited to join the feasting.

(พวกเขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมในพิธีเลี้ยงฉลอง  -  หรือร่วมงานเลี้ยง)

       - After a little while she joined the dancing.

(หลังจากชั่วครู่หนึ่ง  เธอเข้าร่วมวงเต้นรำด้วย)

13. Smoking is forbidden while the plane is on the ground, while it is

_________________, and until it has risen to a good height.

(การสูบบุหรี่ถูกห้ามในขณะที่เครื่องบินอยู่บนพื้นดิน   ในขณะที่มัน _____________ และจนกระทั่งมันได้บินขึ้นสู่ระดับสูงมากแล้ว)

(a)  taking up

(b)   taking out

(c)taking off    (กำลังบินขึ้นจากพื้นดิน)

(d)   taking away

14. A ________________ is one that leaves the main road and goes off in a different direction.

(___________________  เป็นถนนซึ่งแยกจากถนนสายหลัก  และมุ่งไปในทิศทางที่แตกต่างกัน  -  กับถนนสายหลัก)

(a) small road

(b) little road

(c) branch road    (ถนนสายรอง)

(d) trunk-road    (ถนนสายใหญ่)

15. Have you found a new __________________?

(คุณหา __________________ ใหม่ได้หรือยัง)

(a) work    (งาน)  (นามนับไม่ได้)

(b) job    (งาน)  (นามนับได้)

(c) employment    (การจ้างงาน)  (นามนับไม่ได้)

(d) works    (สถานที่ผลิตสินค้า, งานติดตั้งระบบประปา-ไฟฟ้า หรืองานสร้างตึก-ถนน-สะพาน, ผลงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้   “A new job

16. You should read ________________ one book every month.

(คุณควรอ่านหนังสือ ___________________ ๑ เล่ม ทุกๆ เดือน)

(a) least    (น้อยที่สุด)

(b) at least    (อย่างน้อยที่สุด)

(c) at the least

(d) at a least

ตอบ   -   ข้อ   (b)   นอกจากนี้    ยังมีวลี   “In the least” ซึ่งใช้เน้นข้อความปฏิเสธ  เช่น  “I don’t mind in the least, I really don’t.  (ผมมิได้รังเกียจแม้แต่นิดเดียว   มิได้รังเกียจจริงๆ),  She wasn’t in the least jealous.  (เธอมิได้มีความหึงหวง  (หรืออิจฉา)  แม้แต่นิดเดียว),  It was changing me in a way that I had not in the least expected.  (มันกำลังเปลี่ยนแปลงผม  ในแบบที่ว่า  ผมมิได้เคยคาดฝันไว้แม้แต่นิดเดียว),  เป็นต้น

17. He was getting ______________ the top of the mountain when it began to rain. 

(เขากำลังเข้าไป ______________________ ยอดเขา  เมื่อฝนเริ่มตก) 

(a) nearly    (เกือบจะ,  จวนจะ) 

(b) near     (ใกล้)

(c) nearby    (ข้างเคียง,  ใกล้เคียง, ใกล้ชิด, ถัดไป) 

(d) nearing    (“Verb + ing”  =  ใกล้เข้ามา)

ตอบ   -   ข้อ  (b)      ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ   “Near, Nearly”  จากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑

        - They were careful to seat the important guests _________    _________________the host so he could talk to them easily.

(พวกเขามีความรอบคอบที่จัดที่นั่งให้แขกคนสำคัญ___________________ กับเจ้าภาพ  เพื่อที่ว่าเขา (เจ้าภาพ) จะได้สามารถสนทนากับแขกคนสำคัญได้อย่างง่าย – สะดวก)

(a) near to

(b) near    (ใกล้, ใกล้เคียง)

(c) next    (ถัดไปจาก, ติดกัน, ใกล้กับ)

(d) nearly    (เกือบจะ, จวนจะ)

ตอบ  -  ข้อ    (b)   เนื่องจาก “Near”  ไม่ต้องตามด้วย   “To”  ส่วน   “Next” ต้องตามด้วย   “To”  เสมอ   (ในความหมาย   “ถัดไปจาก หรือ ติดกันกับ”)   ส่วน  “Nearly”    ใช้ดังนี้  คือ

-  She has been sitting here for nearly an hour.

(เธอนั่งอยู่ที่นี่เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว)

-        He was nearly as tall as his sister was.

(เขาสูงเกือบจะเท่ากับพี่สาวของเขา)

-        It was nearly dark.

(มันจวนจะค่ำแล้ว)

-      I think about it nearly all the time.

(ผมคิดเกี่ยวกับมันเกือบจะตลอดเวลา)

18. _________________ did your father go out of the house?

(พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน ______________________ )

(a) Where

(b) How long

(c) When    (เมื่อไร)

(d) Since when

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ส่วนถ้าเลือก ข้อ   (a)  ต้องถามว่า  “Where did your father go?”  (พ่อของคุณไปที่ไหน)ถ้าเลือก ข้อ (b)  ต้องถามว่า  “How long ago did your father go out of the house?”  (นานเท่าใดมาแล้ว  ที่พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน)  ซึ่งความหมายเหมือนข้อ  (c)  นั่นเอง  (How long ago = When)  และในกรณีเลือก ข้อ  (d)  ต้องแก้เป็น  “Since when has your father gone out of the house?”  (พ่อของคุณได้ออกไปนอกบ้านตั้งแต่เมื่อใด)คือต้องใช้รูป  “Present perfect tense”  (…………has your father gone………)  เนื่องจากแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์   คือ  “พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน  อาจเป็น  ๒ – ๓ ชั่วโมง ที่แล้ว  และขณะที่ถามคำถามประโยคนี้  พ่อฯ ก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน”    ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต    และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)  จึงต้องใช้   “Present perfect tense”  ดังกล่าว

19. Don’t enter ________________ this cave.

(อย่าเข้าไปใน  _______________________ ถ้ำนี้)

(a) in

(b) to

(c) into

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องใช้“Preposition” ใดๆ เลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

20. Most of the people were saved from the flood.  Only five persons

_________________.

(คนส่วนใหญ่ได้รับการช่วยชีวิตจากน้ำท่วม   มีเพียง  ๕  คนเท่านั้น __________________________)

(a)   dead    (ตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) died   (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

(c) were died

(d) would die

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง   ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้