หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 124)

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. She made _______________ a new dress.

(เธอตัดเสื้อผ้า (เครื่องแต่งกาย) ชุดใหม่ให้ _____________________ )

(a) by herself

(b) for herself

(c) with herself

(d) herself    (ตัวเธอเอง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  คือ ตัดเอง และใช้เองด้วย   สำหรับโครงสร้างอื่นๆ คือ 

          - She herself made a new dress.

        - She made a new dress herself.

        - She made a new dress by herself.

(ประโยคข้างบนทั้ง  ๓  ประโยค มีความหมายเดียวกัน  คือ  เธอตัดชุดใหม่ด้วยตัวของเธอเอง  แต่อาจจะไม่ได้ตัดเพื่อตัวเองหรือใช้เองก็ได้  คือ  ตัดชุดให้คนอื่นใช้  ความหมายจึงอาจแตกต่างกับประโยคใน  ข้อ  ๑)

2. He has travelled ________________________.

(เขาได้เดินทาง _______________________ )

(a) many thousand of miles  (ที่ถูกเป็น  “many thousands of miles”)

(b) thousand and thousand of miles    (ที่ถูกเป็น “thousands and thousands of miles”)

(c) many thousands miles    (ที่ถูกเป็น “many thousand miles”)

(d) thousands of miles    (หลายพันไมล์)

3. It doesn’t matter ________________ we start now or later.

(มันไม่สำคัญว่า  เราจะเริ่มต้นขณะนี้  หรือในเวลาต่อมา __________________ )

(a) when

(b) how

(c) whether    (หรือไม่)  (อาจตอบ  “If” ก็ได้) 

(d) that

4. We are not _______________________ yet.

(เรายังไม่ ____________________ เลย)

(a) away from danger

(b) out of danger    (พ้นอันตราย)

(c) out off danger

(d) away off danger

5. It will be a great day ________________ you are promoted to be managing director.

(มันจะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ _______________________ คุณได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ)

(a) if

(b) that

(c) when    (เมื่อ)

(d) whether

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากขยาย “เวลา”  (Day)

6. Have you fallen _______________________?

(คุณได้ตก ______________________  -  กับใครคนหนึ่งหรือ)

(a) into the love

(b) into a love

(c) in the love

(d) in love    (หลุมรัก)

7. Your dreams may ______________________.

(ความฝันของคุณอาจจะ ______________________ )

(a) true

(b) be truly

(c) come true     (กลายเป็นจริง)

(d) be truely    (ต้องเป็น  “truly”)  

(e) come truly

ตอบ   -   ข้อ    (c)  หรืออาจตอบ  “Be true”  ก็ได้

8. Do you consent _________________ my proposal?

(คุณเห็นชอบ (ยินยอม, อนุญาต)  ______________________ข้อเสนอของผมหรือไม่)

(a) with

(b) to    (กับ)

(c) in

(d) on

9. I have nothing to ____________________.

(ผมไม่มีอะไรที่จะ  _____________________)

(a) complain

(b) complain for

(c) complain of    (ร้องเรียน)

(d) complain to

ตอบ   -   ข้อ    (c)  หรืออาจตอบ   “Complain about”  ก็ได้

10. Perhaps you ________________ get an answer to your letter tomorrow.

(บางที  คุณ ___________________ ได้รับคำตอบจดหมายของคุณวันพรุ่งนี้)

(a) may

(b) might

(c) will    (จะ)

(d) would

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เมื่อใช้   “Perhaps”  (บางที)  แล้ว   จะไม่ใช้   “May, Might”  (อาจจะ) อีก  เพราะจะเป็นการซ้ำกัน

11. Have you ever fallen________________ a horse?

(คุณเคยหล่น ______________________ (หลัง) ม้าไหม)

(a) from

(b) down

(c) out of

(d) off    (จาก)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  สำหรับ    “Fall down”  =   “หกล้ม”   ส่วน   “Fall down a tree”  =   “ตกจากต้นไม้

12. As soon as the floods went down, we set about ________________ the damage.

(ในทันทีที่น้ำท่วมลดลง  เราเริ่มต้น ________________________ ความเสียหาย)

(a)    to repair

(b) repairing    (การซ่อมแซม)

(c) to repairing

(d) repaired

ตอบ   -   ข้อ    (b)  “About”  เป็น   “Preposition”   ต้องตามด้วย   “Gerund”  (Verb + ing)

13. The students _____________ Spanish may come to this lecture.

(นักเรียนผู้ซึ่ง ______________ภาษาสเปนอาจจะมาฟังการบรรยายนี้)

(a) who studies

(b) studied

(c)study

(d) studying    (ศึกษา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค “…….students who study………”   หรือ  “…….students who are studying...........”  สำหรับประโยคที่มีโครงสร้างแบบนี้    เช่น

-          The people working (= people who work)in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

-          The woman walking (= woman who walks) across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

-         The man living (= man who lives)next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

-          The children playing (= children who play)in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกๆของเพื่อนบ้านของผม)            

14. She managed to reach the telephone _____________ her terrible wound.

(เธอไปถึงโทรศัพท์ได้สำเร็จ___________________ มีบาดแผล (หรือการบาดเจ็บ) ร้ายแรง)

(a) although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

(b) notwithstanding    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) because of    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) for fear of    (ด้วยเกรงว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ  (b)   ดูตัวอย่างการใช้วลีข้างบน    จากประโยคตัวอย่าง

-        Although he is wrong, everyone can’t help admiring him.

(แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิด ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยกย่องชมเชยเขา)

-         Although he was late, he stopped to buy a sandwich.

(แม้ว่าเขาจะสาย  เขาแวะซื้อแซนด์วิช)

-         Jane kept her coat on although it was warm in the room.

(เจนยังคงสวมเสื้อคลุม  แม้ว่าอากาศในห้องจะอุ่น)

-          Although I advise my children about money, I never actually pay their debts.

(แม้ว่าผมแนะนำลูกๆเกี่ยวกับเรื่องเงิน  ผมไม่เคยใช้หนี้แทนพวกเขาเลย)

- He hasn’t been able to get a good job notwithstanding his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาราคาแพง)

            - Notwithstanding (= Despite = In spite of) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)

            - Notwithstanding (= Despite = In spite of) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

             - They went out notwithstanding (= despite = in spite of) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

             - Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

            - Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

             - He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

-     He left an hour early for fear of missing his train.

(เขาออกไปก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง  ด้วยเกรงว่าจะตกรถไฟ)

-     She worried for fear of the child’s being hurt.

(เธอวิตกกังวล  ด้วยเกรงว่าเด็กจะได้รับอันตราย)

15. ________________ has succeeded in life and become rich before he is fifty.

(________________ ได้ประสบความสำเร็จในชีวิต  และร่ำรวยก่อนอายุ  ๕๐ ปี)

(a) A many poor boy

(b) Many a poor boy    (เด็กยากจนจำนวนมาก)

(c) A many poor boys 

(d) Many poor boy

(e) Many poor boys

(f) Many a poor boys

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Many a poor boy” =  “Many poor boys” (เด็กยากจนจำนวนมาก)    แต่ใช้กับโครงสร้างต่างกัน  ดังนี้

            - Many a wise student has got a scholarship.

            - Many wise students have got a scholarship.

(ทั้ง ๒ ประโยคข้างบน   มีความหมายเหมือนกัน   คือ   “นักเรียนที่ฉลาดจำนวนมากได้รับทุนการศึกษา”)

16. Please inform me _________________.

(กรุณาบอกให้ผมทราบ  ______________________)

(a) your decision

(b) about your decision

(c) on your decision

(d) of your decision    (เรื่องการตัดสินใจของคุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  {Subject + inform + someone (object) + of + something}   (ประธานฯ บอกใคร  เกี่ยวกับเรื่องอะไร)

                      สำหรับวลีที่ใช้  “Of”   ได้แก่   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง  หรือซื้อเหล้า-เบียร์,  ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday   (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class   (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),   “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ),  “boast”  (คุยโม้),  “think”  (คิดถึงเรื่อง),  “warn”  (เตือน),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย),  “dream”  (ฝัน),  “hear”  (ได้ยิน),  “beware”  (ระวัง),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์),  “convince”  (ทำให้เชื่อ),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย),  “assure”  (รับรอง),  “cure”  (รักษาให้หายจากโลก),  “smell”  (ได้กลิ่น),  “full”  (เต็มไปด้วย), “fond”  (ชอบ, หลงใหล), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ), “frightened”  (ตกใจกลัว), “confident”  (มั่นใจ), “short”  (ขาดแคลน), “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย), “sure”  (มั่นใจ), “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี), “certain” (มั่นใจ, แน่นอน), “free”  (ยกเว้น), “proud”  (ภูมิใจ), “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ), “capable”  (สามารถ), “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว), “tolerant”"  (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ), “ignorant”  (ไม่รู้), “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ  ๑  แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),“the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลล่าร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒  แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐  เปอร์เซนต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐  คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา  ๒๐  เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ  ๑๖  ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ  ๕  ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ  ๖  เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  ( ๒  ใน  ๓),“many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”   (เรื่องราวของเหตุการณ์),   เป็นต้น

17. She began _______________ that she was in danger.

(เธอเริ่ม _______________________ ว่า  เธอตกอยู่ในอันตราย)

(a) to realize    (ตระหนัก)

(b) to realizing

(c) and realized

(d) realized

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก   “Begin + To + Verb 1”  หรือ  “Begin + Verb + ing”  โดยที่ความหมายเหมือนกันทุกอย่าง   ดูกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Begin”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

-   I prefer reading to _________________.

(ผมชอบการอ่านมากกว่า ______________________ )

(a) write

(b) to write

(c) writing    (การเขียน)

(d) to writing

ตอบ   –    ข้อ   (c)    เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “reading”  ทั้งนี้   “Prefer” สามารถตามด้วย   “Gerund” (Verb + ing)   หรือ  “Infinitive with to” (To + verb 1)  ก็ได้    โดยมีความหมายเหมือนกัน    ดังนั้น ประโยคข้างบน   อาจใช้อีกอย่างหนึ่ง คือ

            - I prefer to read to to write.

(อย่างไรก็ตาม  ไม่นิยมใช้โครงสร้างนี้    เนื่องจากมี “To” ถึง ๓ ตัว)

              กริยาต่อไปนี้ สามารถตามด้วย   “Infinitive with to” (To + verb 1) หรือ   “Gerund” (V. + ing)   แล้วความหมายเหมือนกัน   ได้แก่  “Begin, Start, Continue  (ทำต่อไป), Like,  Dislike  (ไม่ชอบ, เกลียด), Love, Hate  (เกลียด), Propose  (เสนอ), Prefer   (ชอบมากกว่า), Help, Intend   (ตั้งใจ), Hear, Attempt  (พยายาม), Bear   (ทน)”   เช่น

-  They started to play football. (= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

-   She likes to dance. (= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

-  We continued to study for our exam. (= We continued studying for our exam.)

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

         - She hates to stay in a dirty place. (= She hates staying in a dirty place.)

(เธอเกลียดการพักในสถานที่สกปรก)

18. Sally is more beautiful than ________________ girl I have ever met.

(แซลลี่สวยกว่าเด็กหญิง ____________________ ที่ผมเคยพบมา)

(a) any

(b) other

(c) any other   (คนอื่นใดก็ตาม)

(d) the other

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

-        Bangkok is the biggest city in Thailand.

(กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย)

-        Bangkok is bigger than any other city in Thailand.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองอื่นใดในประเทศไทย)

-        No other city in Thailand is as big as Bangkok. 

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -   ประโยคทั้ง  ๓  ข้างบน  มีความหมายเหมือนกัน  เพียงแต่พูดไปคนละแบบ  จงสังเกตว่า  ใน “ขั้นกว่า”  และ “ขั้นเสมอกัน”  ต้องมี   “Other” เนื่องจาก   “Bangkok” เป็น   “City”   ในประเทศไทย  แต่จงสังเกตความแตกต่างของโครงสร้างประโยค  จากประโยคข้างล่าง

         - Bangkok is bigger than any city in Laos.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองใดๆ ในลาว)

        - No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใดในลาวใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -   ๒  ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  โดยไม่ต้องมี   “Other”  เพราะ   “Bangkok”  ไม่ได้เป็น   “City”  ในลาว

                   อนึ่ง  ให้สังเกตว่า  หลัง  “Any other”  หรือ   “Any”  ในขั้นกว่า  ควรเป็นคำนามเอกพจน์   เนื่องจาก  “Any”  ใช้ในความหมาย  “ใดก็ตาม”  ไม่ใช่ในความหมายแสดง  “จำนวน”  ดังเช่นในประโยค

           - Do you have any money?

(คุณมีเงินบ้างไหม)  (“Any” แสดงจำนวน)

         - Were there any women at the party?

(มีผู้หญิงบ้างไหมที่งานเลี้ยง)  (“Any” แสดงจำนวน)

                   ดูเพิ่มเติมการใช้ในความหมาย  “ใดก็ตาม”  จากประโยคข้างล่าง

           - He is bigger than any other man here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ใครก็ตาม”  (ชายคนอื่นใด) ที่นี่)

        - He is bigger than some other men here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ผู้ชายบางคน”  ที่นี่)

                  แต่หลัง   “No other”  หรือ   “No”   ใน  “ขั้นเสมอ”  อาจตามด้วยคำนามเอกพจน์  หรือพหูพจน์ก็ได้  แต่ถ้าใช้คำนามพหูพจน์   ก็ต้องใช้กริยาพหูพจน์ด้วย  เช่น  “Are, Were, Have, etc.”  เช่น

           - No students in the class are as smart as Jim.

(ไม่มีนักเรียนในชั้นที่ฉลาดเท่ากับจิม)

        - No river in Thailand is as long as the Chao Phraya River.

(ไม่มีแม่น้ำในประเทศไทยที่ยาวเท่ากับแม่น้ำเจ้าพระยา)

          - No other city in Thailand is as crowded as Bangkok.

 (ไม่มีเมืองอื่นในประเทศไทย  ที่มีประชากรหนาแน่นเท่ากับกรุงเทพฯ)

          - No other American presidents are as controversial as Donald Trump.

(ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกันคนอื่น  ที่มีความขัดแย้ง (หรือเป็นที่โต้เถียง-ถกเถียง)  เท่ากับโดนัล  ทรัมพ์)

19. Experienced drivers have _______________ accidents than beginners.

(นักขับรถที่มีประสบการณ์  ประสบอุบัติเหตุ _________________ ผู้เริ่มขับรถ หรือมือใหม่หัดขับ)

(a) lesser   (น้อยกว่า, เล็กน้อย)

(b) fewer   (น้อยกว่า)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(c) not many   (ไม่มาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(d) very few   (น้อยมาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

ตอบ  -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)   และ   “Accidents”  เป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้   “Fewer”       

20. After a ______________ breakfast, he ran to the bus stop.

(หลังจากอาหารเช้าที่ __________________ เขาวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์)

(a) hurry   (รีบเร่ง, ความรีบเร่ง)  (เป็นคำกริยา และคำนาม)

(b) hurrying

(c) hurried    (เฮ้อ-รีด)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (รีบเร่ง, รีบร้อน, ฉุกละหุก, ด่วน)

(d) hurry’s

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้คำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม   “Breakfast

21. His favourite subject is __________________.

(วิชาที่โปรดปรานของเขา  คือ _____________________ )

(a) mathematic   (mathematics = วิชาคณิตศาสตร์)

(b) arithmetic   (วิชาเลขคณิต, เกี่ยวกับเลขคณิต)

(c) physic   (ฟิซ-ซิค)  (ยาถ่าย, ยาเวชภัณฑ์, แพทยศาสตร์, อาชีพแพทย์)   (physics (ฟิซ-ซิคซ) = วิชาฟิสิกส์)

(d) economic   (เกี่ยวกับเศรษฐกิจ, ด้านเศรษฐกิจ)  (economics = วิชาเศรษฐศาสตร์)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่เป็น   “วิชา

 

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง   ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้