หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 113)

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. The weather report said that _______________ would be a lot of rain the following week.

(รายงานอากาศกล่าวว่า  จะ __________________ ฝนมากในสัปดาห์ถัดไป)

(a) it

(b) there    (มี)

(c) he

(d) what

2. The boy is better at mathematics than his father _______________ at his age.

(เด็กชายคนนั้นเก่งคณิตศาสตร์มากกว่าพ่อของเขา _________________ ที่อายุ (เดียวกันกับ) ของเขา  -  ของเด็กชาย)

(a)    is

(b)   has

(c)   was    (เป็น)

(d)   had

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นอดีต  เพราะกล่าวถึงพ่อตอนที่อายุเดียวกับลูกในปัจจุบัน

3. I borrowed a camera from my sister because I didn’t have one of ______________ own. 

(ผมยืมกล้องถ่ายรูปจากน้องสาวของผม  เพราะว่าผมไม่มีกล้องฯ _______________ เอง)

(a)    its

(b)   my    (ของผม)

(c)    his

(d)   I

4. I wish I could give ______________ smoking.

(ผมปรารถนาว่า  ผมสามารถ ________________ การสูบบุหรี่)

(a) in    (“Give in  =  ยอมแพ้, ยอมจำนน)

(b) out    (“Give out  =  แจก, มอบให้)

(c) up    (“Give up  =  เลิก, ยุติ)

(d) on

5. We have ________________ out of candles and there’s none in the shop.

(เราได้ __________________ เทียนแล้ว (เทียนได้หมดไปแล้ว)  และไม่มีเทียน (ขาย) ในร้านเลย)

(a) got 

(b) come

(c) gone

(d) run    (“Run out of  =  ขาดแคลน, หมดไป)

6. I live _______________ my own money.

(ผมดำรงชีวิต __________________ เงินของผมเอง)

(a) on    (ด้วย, โดย)

(b) by

(c) with

(d) through

7. I had _______________ idea it was so expensive, so I bought it.

(ผม ________________ ทราบว่ามันมีราคาแพงมาก  ดังนั้น  ผมจึงซื้อมัน)

(a) not

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) some

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “To have no idea”  =   “ไม่รู้, ไม่ทราบ

8. She gave him the ________________ telephone number by mistake.

(เธอให้หมายเลขโทรศัพท์ ________________ แก่เขาไป  โดยการเข้าใจผิด)

(a) same

(b) similar

(c) right

(d) wrong    (ผิด, ไม่ถูกต้อง)

9. It _______________ the manager who locked up the office last night.

(ผู้จัดการ __________________ ผู้ล๊อกสำนักงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) is

(b) has been

(c) was   (เป็น)

(d) were

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต (เมื่อคืนที่ผ่านมา)

10. ________________ than beg, I would die.

(  ขอทาน  ผมอยากจะตาย)

(a) More

(b) Rather    (มากกว่า)

(c) Would rather

(d) Better

ตอบ   -   ข้อ   (b)  มาจากประโยค  “I would rather die than beg.”  (ผมอยากจะตายมากกว่าขอทาน)

11. I have worked _______________ a postman for ten years.

(ผมได้ทำงาน _________________ บุรุษไปรษณีย์เป็นเวลา  ๑๐  ปีแล้ว)

(a) like    (เหมือน)

(b) for    (ให้, เพื่อ)

(c) as    (เป็น)

(d) with    (กับ)

12. Be careful _______________ to break that vase.

(จงระวัง _________________ ทำแจกันใบนั้นแตก)

(a) how

(b) what

(c) enough

(d) not    (ไม่, อย่า)

13. _______________ you like it or not, you must do it.

(_________________  คุณชอบมันหรือไม่ก็ตาม  คุณจะต้องทำมัน)

(a) Whether    (ไม่ว่า)

(b) If     (เมื่อขึ้นต้นประโยค  ไม่ใช้รูปนี้)

(c) Either

(d) Not only

ตอบ   -   ข้อ   (a)  แต่เมื่ออยู่ในประโยค  สามารถใช้   “If”  แทน   “Whether”   ได้   เช่น

            - I don’t know whether (if) he will come or not.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจะมาหรือไม่)

          - She was not sure whether (if) he really loved her or not.

(เธอไม่แน่ใจว่า  เขารักเธอจริงๆหรือไม่)

           - Whether he comes or not, I don’t care.

(ไม่ว่าเขามาหรือไม่ก็ตาม  ผมไม่สนใจ)

หมายเหตุ   -   ไม่สามารถใช้ว่า   “If he comes or not, I don’t care.”

14. Be ________________ good as to tell me all the truth about him.

(โปรด ______________________ พอที่จะเล่าความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตัวเขาให้ผมฟังหน่อย)

(a) as

(b) so    (“So good as”  =  กรุณาพอ หรือ ดีพอ)

(c) very

(d) enough

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง 

                  ตัวอย่างที่ ๑

-   Would you be so kind ______________ to return these books to the library for me?

(คุณจะกรุณา ____________________ ที่จะส่งคืนหนังสือเหล่านี้ให้ห้องสมุดแทน (เพื่อ) ผม  ได้ไหมครับ)

(a) enough

(b) of you

(c) as    (พอ)

(d) that you have

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “So……….as”  นอกจากจะใช้กับประโยคปฏิเสธเท่านั้นแล้ว  (“As………as”  ใช้ได้ทั้งประโยคบอกเล่า  ปฏิเสธ  และคำถาม)  แต่เมื่อตามด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb)  ตัวหน้าจะต้องใช้  “So” อย่างเดียว  (ไม่ใช้  “As” )   ไม่ว่าจะเป็นประโยค บอกเล่า  ปฏิเสธ หรือ คำถาม  ดังโครงสร้างข้างล่าง

         “So + Adjective + as + To + Verb 1 + Phrase”

(โดยมีความหมายว่า  “...................พอที่จะ................”  หรือ  “...............จนถึงขนาด ที่จะ...................”)   เช่น

            - Please be so kind as to help me carry this box.

(โปรดกรุณาพอที่จะช่วยผมยกลังนี้ด้วยครับ)  

           - Be so good as to wait for her till evening.

(จงกรุณา-ใจดี พอที่จะรอพบเธอจนค่ำด้วยนะครับ)

          - Be so generous as to donate to the charity.

(โปรดเอื้อเฟื้อพอที่จะบริจาคให้การกุศลด้วยนะ)

          - Be so nice as to pick me up at the airport.

(โปรดกรุณาพอที่จะไปรับผมที่สนามบินด้วยครับ)

-      I am not so stupid as to believe such a story.

(ผมไม่โง่บัดซบพอ  -  หรือโง่บัดซบถึงขนาด  -  ที่จะเชื่อเรื่องแบบนั้น)

15. These new cars _________________ very well.

(รถยนต์ใหม่เหล่านี้ _______________________ ดีเป็นอย่างมาก)

(a) are sold

(b) are being sold

(c) are selling    (กำลังขาย)

(d) is sold

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Sell”   มีการใช้หลายแบบ  (รถขายออกไป  ไม่จำเป็นต้องใช้รูป  “Passive voice”   เสมอไป)   เช่น 

๑.    ขายอะไรให้ใคร

- He is going to sell me his car.

(เขาจะขายรถให้ผม)

- I hope to sell the house for 2.0 million baht.

(ผมหวังว่าจะขายบ้านได้  ๒  ล้านบาท)

- Who are you going to sell to?

(คุณจะขาย  -  บ้าน, รถ ฯลฯ  -  ให้ใคร)

๒. ขาย

- Do you sell flowers?

(คุณขายดอกไม้หรือเปล่า)

๓. ขายในราคา

- These books sell for $ 10 dollars each.

(หนังสือเหล่านี้ขายในราคาเล่มละ  ๑๐  เหรียญ)

๔. ขายได้, มีคนซื้อ

- It’s a nice design, but I’m not sure if it will sell.

(มันออกแบบดี  แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะขายได้ไหม)

- Our product sells in over 50 countries.

(ผลิตภัณฑ์ของเราขายได้ในกว่า  ๕๐  ประเทศ)

- The Bangkok Post is selling 20,000 copies a day.

(หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ขายได้  ๒๐,๐๐๐  ฉบับใน  ๑  วัน)

- The new Samsung Galaxy is selling very well.

(ซัมซุงกาแล๊กซี่รุ่นใหม่  กำลังขายดีมาก)

- The new Toyota is selling like hot cakes.

(รถโตโยต้ารุ่นใหม่กำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า)

๕. ทำให้คนต้องการซื้อ

- Scandal and gossip is what sells newspapers.

(เรื่องอื้อฉาวและซุบซิบนินทา  คือสิ่งที่ทำให้คนต้องการซื้อหนังสือพิมพ์)

- Her name on the book certainly helped to sell it.

(ชื่อของเธอบนหนังสือ  แน่นอนทีเดียวช่วยให้มันขายได้) 

16. That friend of yours is very fond of __________________.

(เพื่อนคนนั้นของคุณชอบ _____________________ มากเลย)

(a) a fun

(b) fun    (ความสนุกสนาน, ความขบขัน, เรื่องน่าขัน, การหยอกล้อ)

(c) funs

(d) the funs

(e) funny

17. The cruel murderer begged for mercy, but the Judge would not ________________ him.

(เจ้าฆาตกรจอมโหดร้องขอความเมตตา  แต่ผู้พิพากษาจะไม่ ________________  เขาหรอก)

(a)    listen

(b) listen to    (ฟัง)

(c) hear about

(d) hear

(e) hear of

(f) hear from

18. ________________ is an important quality in a teacher.

(______________________  เป็นคุณสมบัติที่สำคัญในตัวครู)

(a) The patience

(b) A patience

(c) To patient    (“Patient” เมื่อเป็นคุณศัพท์ หมายถึง  “อดทน”  เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง  “คนป่วย”)

(d) Patience    (ความอดทน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Patience”  เป็นนามนับไม่ได้  จึงไม่อาจนำหน้าด้วย   “A”  และไม่ใช้   “The”  ในกรณีนี้  เพราะเป็นการกล่าวถึง  “ความอดทน”  ทั่วๆ ไป  ไม่มีการชี้เฉพาะ  ว่าเป็นความอดทนของผู้ใด  หรือในการทำอะไร สำหรับคำนามนับไม่ได้

(Uncountable noun)  อื่นๆ  ได้แก่  Gold  (ทอง),  Rice  (ข้าว),  Water  (น้ำ),  Glass  (กระจก),  Sand  (ทราย),  Wood  (ไม้),  Stone  (หิน),  Paper  (กระดาษ),  Air  (อากาศ),  Copper  (ทองแดง),  Ink  (หมึก),  Help  (ความช่วยเหลือ), Information  (ข้อมูล, ข่าวสาร), Tin   (ดีบุก),Lead  (ตะกั่ว),  Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture  (เครื่องเรือน),   Scenery  (ทิวทัศน์),  Damage  (ความเสียหาย),  Advice   (คำแนะนำ), Traffic  (การจราจร, ยวดยาน),  Machinery  (เครื่องยนต์กลไก), Evidence  (หลักฐาน), Bread  (ขนมปัง),  Clothing  (เสื้อผ้า), Work  (งาน),  Luggage  (กระเป๋าเดินทาง),  Baggage  (กระเป๋าเดินทาง), Knowledge  (ความรู้),  Education  (การศึกษา),  Goodness  (ความดี),  Wisdom  (ความฉลาด),  Progress (ความก้าวหน้า)Power  (อำนาจ),  News  (ข่าว),  Cloth  (ผ้า),  Soap  (สบู่),  Bread  (ขนมปัง),  Flour  (แป้ง),  Milk  (นม),  Tea  (ชา),  Coffee  (กาแฟ),  Silk  (ไหม),  Fruit  (ผลไม้),  Behavior  (พฤติกรรม)   เป็นต้น  

19. Please explain to me what this expression ________________.

(โปรดอธิบายให้ผมฟังหน่อยซิว่า  คำพูด (หรือ ลักษณะท่าทาง) นี้ ______________ ว่าอย่างไร  -  หรืออะไร)

(a) is meant

(b) means    (หมายความ)

(c) is the meaning

(d) meaning

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคย่อย  “What this expression means”  ซึ่งอยู่ในรูปของ  “Noun clause”   ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา   “Explain” (กรรมรอง คือ  “Me)

20. He is a man who won’t _________________ his promise.

(เขาเป็นบุคคลผู้ซึ่งจะไม่_____________________คำมั่นสัญญา)

(a) destroy    (ทำลาย)

(b) ruin    (ทำลายย่อยยับ,  ทำลายจนเหลือแต่ซาก)

(c) break    (ผิด,  ละเมิด)

(d) hurt    (ทำอันตราย, ทำให้ได้รับบาดเจ็บ, ทำให้เสียใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

21. This bottle is ________________ with olive oil.

(ขวดนี้ _________________________  ด้วยน้ำมันมะกอก)

(a) full    (+ “Of” = เต็มไปด้วย)

(b) filled    (เต็ม,  เต็มไป)

(c) contained    (บรรจุ,  มี.............อยู่ข้างใน)

(d) consisted    (ประกอบด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  มีความหมายเหมือนกับ  “This bottle is full of olive oil.”  หรือ   “This bottle contains olive oil.”  ส่วนตัวอย่างการใช้  “Consist”  เช่น  “The room consists of both boys and girls.”  (ห้องนี้ประกอบด้วยทั้งเด็กชายและหญิง)

22. My brother is very _________________ in mathematics. 

(น้องชายของผม ______________________ คณิตศาสตร์มาก)

(a) good    (“Good at” =  เก่ง, ชำนาญ)

(b) bad    (“Bad at” = อ่อน, ไม่ชำนาญ)

(c) weak    (อ่อน)

(d) fond    (“Fond of” =  ชอบ, รัก)

ตอบ   -    ข้อ   (c)  “Weak in” =  “อ่อน, ไม่ชำนาญ

23. The number of cars ________________ risen.

(จำนวนรถยนต์ _____________________ เพิ่มขึ้น)

(a) is

(b) are

(c) have

(d) has    (ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-   The number of Europeans on the road, on the rails or in the air this summer _______________ a record of 120 million, triple the level of 15 years ago. 

(จำนวนของชาวยุโรปบนถนน  (ในรถยนต์)   บนราง (ในรถไฟ)  หรือ ในอากาศ (ในเครื่องบิน)  (หมายถึงที่เดินทางท่องเที่ยว)  ในฤดูร้อนนี้  _______________สถิติของ  ๑๒๐  ล้านคน  -  เป็น  ๓  เท่าของระดับเมื่อ   ๑๕  ปีมาแล้ว)

(a) have reached

(b) has reached     (ได้ถึง, ได้มาถึง, ได้เจาะทะลุ)

(c) were reaching

(d) had reach

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “The number of + Noun (Plural)  =  จำนวนของ”  ถือเป็นเอกพจน์  (จำนวนรวม)   จึงต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  (Has, Is, etc.)

(จึงตัดข้อ  A  และ  C  ทิ้ง)  สำหรับ  “This summer” จะถือเป็นปัจจุบัน  หรือ อดีตก็ได้  (โดยถ้าเป็นอดีต  สามารถใช้  “Past simple” (Reached)   หรือ   “Past perfect” (Had reached)  ได้)  แต่ไม่อาจเลือกข้อ  D  ได้ เพราะผิด  (ต้องเป็น  “Had reached”)  จึงเหลือ   B  เพียงข้อเดียว  โดยถือว่า  “This summer”  เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

                 ส่วน   “A number of” (จำนวนมาก)   +  คำนามพหูพจน์  และใช้กับกริยาพหูพจน์  (Are, Were, Have, Walk, Come, etc.)  เช่น

A number of people have come to the football match.

(ผู้คนจำนวนมากได้มาดูการแข่งขันฟุตบอล)

-     A number of students are playing in the field.

(นักเรียนจำนวนมากกำลังเล่นในสนาม)

-     A number of cars are in the street.

(รถยนต์จำนวนมากอยู่บนถนน)

24. The headmaster _______________ several announcements.

(ครูใหญ่ _______________________ ประกาศหลายครั้งหลายหน)

(a) did

(b) spoke

(c) made    (ทำการ)

(d) said

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้   “Make announcements”  หรือ  “Make an announcement”   (ประกาศ)  

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง   ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้