หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 110)

Part V: Sentence Completion  (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. This book is ______________ the oil industry in the Middle East.

(หนังสือเล่มนี้ __________________ อุตสาหกรรมน้ำมันในตะวันออกกลาง)

(a) of

(b) on

(c) after

(d) about    (เกี่ยวกับ)

2. How far _____________ is your birthday?

(วันเกิดของคุณ ___________________ ออกไปเท่าใด)  (= อีกนานไหมจะถึงวันเกิดคุณ)

(a) ago

(b) is it

(c) away    (ห่างออกไป)

(d) does it take

ตอบ   -   ข้อ   (c)  อาจตอบ   “Off”  ซึ่งความหมายเหมือนกับ   “Away” ก็ได้

3. Why are you often late _______________ your lesson?

(ทำไมคุณถึงสาย ____________________ ชั้นเรียนของคุณบ่อยๆ)

(a) in

(b) for    (สำหรับ)

(c) with

(d) on

4. A man ______________ a large family needs a large house. 

(บุคคล ___________________ ครอบครัวใหญ่  ต้องการบ้านหลังใหญ่)

(a) from

(b) with    (ที่มี, พร้อมด้วย)

(c) on

(d) by

5. _______________ other mountain in the world is as high as Everest. 

(_____________________  ภูเขาอื่นใดในโลกที่สูงเท่ากับยอดเขาเอฟเวอร์เรสต์)

(a) None

(b) Not

(c) Any

(d) No   (ไม่มี)

6. I won’t stay here ______________ longer.

(ผมจะไม่พักที่นี่ต่อไป ______________________ )

(a) no

(b) not

(c) any    (อีกแล้ว)

(d) for

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Any”  กับประโยคปฏิเสธ

7. I will get there, _______________ if I have to walk all the way.

(ผมจะไปให้ถึงที่นั่น ____________________ ผมต้องเดินไปตลอดทั้งทาง)

(a) as    (“As if  =  As though  =  ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(b) even    (“Even if  =  Even though  =  ถึงแม้ว่า,  แม้ว่า)

(c) or

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

8. Whenever I see her, she _______________.

(เมื่อใดก็ตามที่ผมเห็นเธอ  เธอ ____________________ )

(a) reads    (อ่านหนังสือ)

(b) is reading    (กำลังอ่านหนังสือ)

(c) will read    (จะอ่านหนังสือ)

(d) has read    (ได้อ่านหนังสือแล้ว)

9. It is not a good thing _______________ in front of a television set all evening.

(มันมิใช่สิ่งที่ดี _______________________ หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ตลอดทั้งคืน)

(a) for children sit

(b) for children to sit    (สำหรับเด็กๆที่จะนั่ง)

(c) for children will sit

(d) for children sitting

ตอบ   -   ข้อ  (b)  มีค่าเท่ากับ  “It is not good for children to sit….. ……………”  ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้าง   “It + is (was) + (not) + Adjective + (for someone) + to + Verb 1”  (สำหรับข้อความในวงเล็บ  จะมีหรือไม่ก็ได้)   ดังประโยคข้างล่าง

                  ตัวอย่างที่ ๑

-   Don’t do anything.  I believe ______________ would be best to keep quiet.

(ไม่ต้องทำอะไร  ผมเชื่อ (ว่า) ___________________ จะดีที่สุดที่จะนิ่งเงียบเสีย)

(a) you

(b) it   (มัน)

(c) we

(d) everything

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + is (was, will be, would be) + Adjective  (เช่น “Good, Better, Best”) + (For Someone) + To + Verb 1

                ตัวอย่างที่ ๒

-    It is usually necessary for the international business person ________________ more than only his/her native language.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นโดยปกติ  สำหรับนักธุรกิจระหว่างประเทศที่จะ ___________  มากไปกว่าภาษา  ที่ใช้มาตั้งแต่เกิดของเขา/เธอ   แต่เพียงภาษาเดียว  –  หมายถึงควรรู้ภาษาอื่นด้วย  นอกเหนือจากภาษาที่ตนใช้อยู่เป็นประจำ)

(a)  to understand   (เข้าใจ)

(b)  to observe    (สังเกต)

(c)   knowing    (รู้)

(d)  speaking    (พูด)

ตอบ   –    ข้อ  (a)  เนื่องจากถูกต้องตามหลักไวยากรณ์   ตามโครงสร้าง {It is (was) + Adjective (necessary, important, possible, impossible, good, wise, foolish, etc.) + (for someone) + to do (กริยาอะไรก็ได้)  + something}  เช่น

         - It is necessary (for you) to work harder.

(มันจำเป็นสำหรับคุณที่ต้องขยันให้มากขึ้น)

           - It is important (for young people) to pay respect to the elderly.

(มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ)

            - It was possible (for them) to arrive there before noon.

(มันเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง)

             - It is impossible (for me) to lend you the sum you want.

(มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะให้คุณยืมเงินจำนวนที่ต้องการ)

             - It is good (for her) to marry him.

(มันดีสำหรับเธอที่แต่งงานกับเขา)

             - It was wise (for us) to cancel our trip to Europe.

(มันฉลาดสำหรับเราที่ยกเลิกการเดินทางไปยุโรป)

10. Each of them ______________ answers very well.

(พวกเขาแต่ละคน _____________________ คำตอบ (ของตนเอง) อย่างดีมาก)

(a) know his   

(b) know their

(c) knows his    (รู้  -  คำตอบ  -  ของตนเอง)

(d) knows their

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก   Each  เมื่อใช้เป็นคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายคำนาม  จะมีโครงสร้าง   Each + นามเอกพจน์ (นับได้) + กริยาเอกพจน์ (เช่น  “Is, Was, Plays, Works”  ฯลฯ)   หรือ   Each + of + the + นามนับได้  พหูพจน์ + กริยาเอกพจน์    หรือ   Each + of + them (us, you) + กริยาเอกพจน์  (ดังประโยคข้างบน)    ดูเพิ่มเติมประโยคข้างล่าง

            - Each boy has his own books.

(เด็กแต่ละคนมีหนังสือของตัวเอง)

(= Each of the boys has his own books.)

                แต่เมื่อใช้   Each เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปกริยา  ต้องใช้กริยาในประโยคเป็นพหูพจน์  คือตามประธานพหูพจน์   เช่น

            - The women each play a significant role in their family.

(= Each woman plays a significant role in her family.)

(ผู้หญิงแต่ละคนมีบทบาทสำคัญในครอบครัวของตน)

         - The boys each have their own books.

(= Each boy has his own books.)

(เด็กชายแต่ละคนมีหนังสือของตัวเอง)

           - The eggs cost 2 baht each.

(= Each egg costs 2 baht.)

(ไข่แต่ละฟองราคา  ๒  บาท)

              และ   Each  แม้จะเชื่อมด้วย   And  ก็ต้องใช้กริยาเอกพจน์   เช่น

           - Each boy and each girl has to bring his or her clothes. 

(เด็กชายและหญิงแต่ละคน  จำเป็นต้องนำเสื้อผ้ามาเอง)

11. A:“Who went to Hua-Hin with you?”

(ใครไปหัวหินกับคุณ)

   B: “_______________________.”

(a)   My brother went

(b) My brother did    (น้องชายของผมไปครับ)

(c) No, my brother didn’t

(d) Yes, my brother went with me

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เมื่อคำถามขึ้นต้นด้วย   “Question words”  (What, When, Where, Why, How, How much, How many, How long, How often, etc.)   ไม่ต้องตอบด้วย   “Yes” หรือ  “No”  แต่ต้องตอบให้ตรงคำถาม   และต้องใช้กริยาช่วย  (Do, Does, Did  -  ซึ่งแล้วแต่ประธานและ Tense)   แทนกริยาที่พูดไปแล้วก่อนหน้า  เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กริยาตัวนั้นซ้ำ  (ในที่นี้คือ “Went” จึงต้องใช้  “Did” แทน)

12. Peter: Oh, Sally, you look so fabulous today!

(โอ้  แซลลี่  คุณดูวิเศษ-ยอดเยี่ยม เหลือเกินวันนี้) 

    Sally: _________________________

(a) Oh!  It is terrible, right?   (โอ้ มันแย่มาก-ร้ายกาจมาก  ใช่ไหม)

(b) Yeah, I feel a bit dizzy now.   (จ้ะ  ฉันรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย  ตอนนี้)

(c) Thanks, you’re so sweet.    (ขอบคุณค่ะ  คุณ (ปีเตอร์) ช่างปากหวานเหลือเกินนะ)

(d) I have been working so hard since the morning.   (ฉันทำงานหนักมากตั้งแต่เช้าเลย)

13. A: Whose is this knife?

(มีดเล่มนี้เป็นของใคร)

B: It _________________.

(มัน _______________________ )

(a)    is Tim

(b)   is Tim’s    (เป็นของทิม)

(c)    is belonged to Tim

(d)   is Tim’s owner.

ตอบ   -   ข้อ  (b)  ต้องใช้รูป  Apostrophe “s”  เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  หรือใช้   “It belongs to Tim.”  เนื่องจากกริยา  “Belong” (เป็นของ)  ไม่มีการใช้รูป  “Passive voice”  แบบในข้อ  (c)

14. This house needs ___________________.

(บ้านหลังนี้จำเป็นต้อง _____________________ )

(a) being repaired

(b) repairing    (ซ่อมแซม)

(c) repaired

(d) to repair

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Need”   เมื่อหมายถึง   “จำเป็นต้อง”  มีโครงสร้าง  ๒  แบบ  คือ   “Need + Verb + ing”  หรือ  “Need + to + be + Verb 3”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบอีกแบบว่า  “……….needs to be repaired”  ก็ได้ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                      ตัวอย่างที่ ๑

-    That little child will need _______________.

(เด็กเล็กๆคนนั้นจำเป็นต้อง (มี)______________________ )

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Need” (จำเป็นต้อง)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง ๒ แบบ   โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing” (Need + Looking after)  และ “Need + To + Be + Verb 3”  (Need + To + Be + Looked after)   จึงต้องจำ

15. Our car needs _____________________.

(รถยนต์ของเราจำเป็นต้อง ______________________ )

(a) mend

(b) mended

(c) being mended

(d) to mend

(e) to be mended    (ได้รับการซ่อมแซม, ถูกซ่อมแซม)

ตอบ   -   ข้อ   (e)  หรืออาจตอบว่า “………..needs mending”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมในข้อ  ๑๔

16. Mrs. Andrews is a ________________ woman.

(มิสซิสแอนดรูว์เป็นผู้หญิง ______________________ )

(a) kind-heart

(b) kind heart

(c) kind-hearted    (ใจดี, ใจบุญ, ใจกรุณา)

(d) kind hearted

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑

-    A woman with white hair is a _____________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง ____________________ )

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

-  True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์เลือดอุ่น)

ประโยคข้างบนต้องใช้ “Warm-blooded”  เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective)  คือ  คำ ๒ คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective)  คำเดียว  จะต้องมีขีด ( - ) คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed”   หลังคำนามได้    ตัวอย่าง   เช่น

            - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

            - an absent-minded man –  คนใจลอย

            -service-minded people – คนจิตอาสา

            - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

            - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

               - a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

            - red-faced people – คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

            - a baby-faced man – คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

            - a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

            - a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

           - a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

          - a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)

          - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

          - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

          - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

          - a big-headed boy – เด็กหัวโต

          - a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

           - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

17. His friends thought he was ill yesterday, ________________?

(เพื่อนของเขาคิดว่า  เขาป่วยเมื่อวานนี้ ____________________ )

(a) did they

(b) was he

(c) didn’t they    (ใช่หรือไม่)

(d) wasn’t he

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ในส่วน  “Tag”  ต้องใช้กริยาตามประธานและกริยาในประโยคใหญ่  “Main clause” (His friends thought……)  มิใช่ใช้ตามประธานและกริยาในประโยคย่อย  (he was ill yesterday)  และเนื่องจาก  “Thought” อยู่ในรูปบอกเล่า  ในส่วน   “Tag” จึงต้องใช้   “Did”  ในรูปปฏิเสธ  (= didn’t)

18. You almost scared me ______________ death!

(คุณเกือบทำให้ผมตกใจ ___________________ ตาย  -  หรือตกใจอย่างมาก)

(a) for

(b) in

(c) to    (ถึง, แทบ)

(d) into

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “To scare someone to death” =  “ทำให้ตกใจอย่างมาก

19. A: Is your brother going to camp?”

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

      B: He signed up, but he’s considering _______________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา ___________________ )

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ   -   ข้อ  (a)  “Consider + Verb + ing” =   “พิจารณาทำ...........”  ส่วน  “Consider + not + Verb + ing” =    “พิจารณาไม่ทำ..........” เช่น   “She considered not applying for the job.” (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)   สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   ดูจากประโยคข้างล่าง

                 ตัวอย่างที่ ๑

-   I don’t mind _______________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ ____________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Mind + Verb + ing

                  ตัวอย่างที่ ๒

-   He keeps _______________ the most outrageous things.

(เขา ___________________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ เกะกะระราน, รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ  (c)  กริยา  “Keep” =  (.........ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)  

                ตัวอย่างที่ ๓

-       Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _______________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร _____________ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a)   more to fix

(b)  more than fix

(c) more than fixing   (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)} 

                ตัวอย่างที่ ๔

-         I can’t help __________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ ______________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring   (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing” สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ), “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

-        She enjoys reading novels.    (เธอสนุกสนานกับการอ่านนวนิยาย)

-        I cannot stand listening to his complaints any more.   (ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

-        We could not avoid meeting him.    (เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

-        They enjoyed listening to music.   (พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

-         She dislikes talking a lot.   (เธอไม่ชอบการพูดมาก)

-        Jim finished writing a report last night.   (จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

-        The man admitted taking the bicycle.   (นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

-        She is sorry that she missed meeting you.   (เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

-        They practice speaking French every day.   (พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

-        We consider buying a new home.   (เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

-         They allow smoking in this room.   (เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

-        Do you mind opening the window?   (คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

-        The teacher suggested working harder. (ครูแนะนำ   (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

                   สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

               ตัวอย่างที่ ๕

-  Victor’s car was too badly damaged to be worth ________

__________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า ____________ )

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing   (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ “Busy” (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

-         She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

-         They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

-         Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

-         These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                    นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

                - It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

               - It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

20. I just saw a girl _______________ in Canada.

(ผมเพิ่งจะเห็นเด็กผู้หญิง ___________________ ในแคนาดา)

(a) that I met her sister

(b) who is sister I met

(c) whose sister I met    (ผู้ซึ่งพี่สาวของเขาผมได้พบ)  

(d) who I met her sister

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Whose”  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ  “ผู้ซึ่งพี่สาวของเธอ” (ของเด็กผู้หญิง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง   ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้