หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 10)

Part V : Complete Sentences

(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

1.  The board of directors will meet _____________ September 12.  (คณะกรรมการบอร์ดจะประชุม ____________ วันที่ ๑๒ กันยายน)

    (a) for

    (b) to

    (c) on

    (d) in

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากเมื่อมีเดือนกับวันที่ ให้ถือวันที่เป็นหลัก จึงต้องใช้ preposition”  “onแต่ถ้ามี “เดือน” เพียงอย่างเดียว ให้ใช้   preposition “in”

{ดูรายละเอียดการใช้ “on” เพิ่มเติม ในหมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ ๖) ข้อ ๒๕}

2.  The professor got his assistant ____________ part of the student orientation. (ท่านศาสตราจารย์ใช้ให้ผู้ช่วยของตน ____________ ส่วนหนึ่งของการปฐมนิเทศนักเรียน)

    (a) conducting

    (b) to conduct (ดำเนินการ, กระทำการ, ประพฤติตัว)

    (c) conducted

    (d) conducts

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เนื่องจากหลักไวยากรณ์ของ ใครใช้ให้ใครทำอะไร นั้น คำว่า “ใช้ในภาษาอังกฤษมี “have”  กับ “get” แต่มีรูปแบบการใช้ในประโยคแตกต่างกันดังนี้ คือ

1. subject + have + someone + do + something (กรรมของ  verb “do”)

2. subject + get + someone + to do + something (กรรมของ verb “do”)

       ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

-         He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

-         She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

-         She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

-         We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

-         We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

       อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการใช้ในรูป “passive voice” คือ “ใครใช้ให้อะไรถูกกระทำ (โดยใคร)”  ทั้ง “have”  และ “get”  จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ ดังตัวอย่าง

-         He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆตัว คือ “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ” แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า “เขาไปตรวจตา”)

-         He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

-         She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

-         She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

-         We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

-         We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

3.  Marketing costs are ___________ the department predicted.  (ค่าใช้จ่ายการตลาด ____________ แผนกได้คาดการณ์เอาไว้)

    (a) higher than (สูงกว่า)

    (b) high as

    (c) highest (สูงสุด)

    (d) highest than

หมายเหตุ – ตอบข้อ (a) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด คือ “.........สูงกว่าที่แผนกได้คาดการณ์..............”   แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า “ค่าใช้จ่ายสูงพอๆกับที่แผนกคาดการณ์ไว้”  จะต้องใช้  “as high as

4.  Most cruise passengers will board the ship ____________ 4:00 and 5:00.  (ผู้โดยสารเรือท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะขึ้นเรือ _____________ ๔ โมง และ ๕ โมง)

    (a) at

    (b) until

    (c) between (ระหว่าง)

    (d) with

หมายเหตุ - ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด คือ “ระหว่างและ ๕ โมง” แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า ขึ้นเรือเวลา ๔ โมง จะใช้ “……..board the ship at 4:00”

5.  The clerk ____________ the computer manual from the secretary. (เสมียน ____________ คู่มือคอมพิวเตอร์จากเลขานุการ)

     (a) lent (ให้ยืม)

     (b) to loan (ให้ยืม, ให้กู้)

     (c) loaned (ให้ยืม, ให้กู้ – ในอดีต)

     (d) borrowed (ขอยืม)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  “......... ขอยืมจากเลขาฯ”

6.  The bookcase is _____________ the door. (ตู้ – หรือชั้น – สำหรับใส่หนังสืออยู่ ____________ ประตู)

     (a) among (ระหว่างหรือในบรรดาคนหรือสิ่งของมากกว่า ๒ ขึ้นไป)

     (b) beside (ข้างๆ)

     (c) between (ระหว่าง)

     (d) across (ข้าม)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

7.  The name of our company symbolizes tradition ____________ experience. (ชื่อของบริษัทของเราเป็นสัญลักษณ์ของจารีตประเพณี ___________ ประสบการณ์)

    (a) nor (ไม่...... เช่นเดียวกัน)

    (b) but (แต่)

    (c) or (หรือ, มิฉะนั้น)

    (d) and (และ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

8.  ____________ the seminar, the audience had trouble hearing the speaker. ( _____ การสัมมนา  ผู้ฟังประสบปัญหาการได้ยินผู้พูดพูด – คือเสียงค่อยเกินไป หรือ ไมโครโฟนหอน ฯลฯ)

    (a) Since (ตั้งแต่, เพราะว่า)

    (b) During (ในระหว่าง)

    (c) Although (ถึงแม้ว่า)

    (d) While (ในขณะที่)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เพราะได้ความหมายดีที่สุด และถูกหลักไวยากรณ์ สำหรับ “while” ต้องตามด้วย “clause” (while + subject + is (am, are, was, were) + verb + ing) เช่น

      - While he was working in his office, the telephone rang.

        (ในขณะที่เขากำลังทำงานในออฟฟิศ  โทรศัพท์ดังขึ้น)

      - While she was reading, her mother was cooking. (= Her mother was

         cooking while she was reading.)

         (ในขณะที่เธอกำลังอ่านหนังสือ  แม่ของเธอกำลังปรุงอาหาร)

      - There was a loud noise while we were sleeping last night.

         (มีเสียงดังลั่นในขณะที่เรากำลังนอนหลับเมื่อคืนนี้)

9. The personnel director screened the job applicants ____________ arranging interviews. (ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลคัดเลือกผู้สมัครงาน ___________ เตรียมการ (จัดการ) สัมภาษณ์)

     (a)  since (ตั้งแต่, เพราะว่า

     (b) because (เพราะว่า)

     (c)  before (ก่อน)

     (d) until (จนกระทั่ง)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด คือ “สกรีนผู้สมัครไว้รอบหนึ่งก่อน  ก่อนจัดการสัมภาษณ์”

10.  Meetings are scheduled ____________ in the first-floor auditorium. (การประชุมถูกกำหนด(จัดเวลา) ____________ ในห้องประชุมชั้นล่าง)

    (a) sometimes (บางครั้ง, บางโอกาส)

    (b) rarely (ไม่บ่อย, แทบจะไม่)

    (c) always (เป็นประจำ, สม่ำเสมอ)

    (d) every month (ทุกเดือน)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็นข้อเดียวที่วาง “adverb of frequency”  ไว้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ สำหรับข้อ (a) – (c)  จะต้องวางคำดังนี้ คือ “are sometimes (rarely, always) scheduled in the first-floor……..”  สำหรับหลักการวาง “adverb of frequency” {always, never, rarely, scarcely (ไม่บ่อย), hardly (ไม่บ่อย), sometimes, seldom (ไม่บ่อย), occasionally (เป็นบางโอกาส), generally (โดยปกติ), frequently (บ่อยๆ),  normally (เป็นประจำ), steadily (สม่ำเสมอ), constantly (สม่ำเสมอ)}  ไว้ในประโยค มีดังนี้

๑.    วางไว้หน้าคำกริยาทั่วๆไป เช่น

-         She always goes to work on time.

(เธอไปทำงานทันเวลาเสมอ)

-         We never play sports because we don’t have time.

(เราไม่เคยเล่นกีฬาเพราะเราไม่มีเวลา)

-         They seldom go shopping at weekends.

(พวกเขาไปช้อปปิ้งสุดสัปดาห์ไม่บ่อยนัก)

-         I generally get up early in the morning.

(ผมตามปกติตื่นแต่เช้า)

-         He frequently played football when he was young.

(เขาเล่นฟุตบอลบ่อยๆตอนเป็นเด็ก)

๒. วางไว้ข้างหลัง “verb to be” (is, am, are, was, were)

      -   She is never late for class.

          (เขาไม่เคยมาเรียนสาย)

     -   They were hardly careful for their work.

          (พวกเขาไม่ค่อยจะระมัดระวังเรื่องงาน)

     -    We are always hopeful for the future.

           (เรามีความหวังเสมอสำหรับอนาคต)

     -    She is seldom available for an interview.

            (เธอแทบจะหาตัวไม่ได้สำหรับการสัมภาษณ์)

๓. ในกรณีมีคำกริยาติดกัน ๒ ตัว ให้วาง “adverb of frequency” ไว้ระหว่างกริยา ๒ ตัวนั้น   ดังนี้

-         She has never visited her ill parents.

(เธอไม่เคยไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ป่วยเลย)

-         He has always adored her charm.

(เขาหลงใหล-ชื่นชมความงามของเธอเสมอ)

-         We will never give up our hope.

(เราจะไม่มีวันสิ้นหวัง)

-         They are generally ignored in society.

(พวกเขาโดยปกติถูกมองข้ามในสังคม)

-         You should frequently make contact with your old friends.

(คุณควรติดต่อกับเพื่อนเก่าบ่อยๆ)

11.  A good waiter ____________ to explain the menu.  (พนักงานเสิร์ฟที่ดี ___________ ที่จะอธิบายเมนูอาหาร – ให้ลูกค้าทราบ)

      (a) never too busy is

      (b) is never too busy (ไม่เคยมีงานยุ่งมากเกินไป) (คือต้องหาเวลาให้ได้เสมอ)

      (c) is too busy never

      (d) being never too busy

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) (ดูคำอธิบายการวางตำแหน่ง “adverb of frequency”  ในข้อ ๑๐)

12. Ms. Brandon is ____________ an accountant when totaling the receipts. (มิสแบรนดัน ____________ นักบัญชีเมื่อเธอบวกตัวเลขในใบเสร็จรับเงิน)

      (a) as careful

      (b) careful as

      (c) as careful as (ระมัดระวัง-รอบคอบเท่ากันกับ)

      (d) careful than

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เพราะเป็นข้อเดียวที่ถูกหลักไวยากรณ์

13. The President was giving his speech when the microphone _____.  (ท่านประธานาธิบดีกำลังกล่าวสุนทรพจน์เมื่อไมโครโฟน ______ )

      (a) fails

      (b) had failed

      (c) failed (ขัดข้อง)

      (d) is failing             

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต โดยดูจาก “was giving”  สำหรับข้อ  (b) เป็น  “past perfect”  ซึ่งมักใช้คู่กับ “past simple”  (ดูรายละเอียดเรื่องนี้ในหมวดข้อ สอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑๖)

14. All travel arrangements must be completed ____________ June 15. (การเตรียมการเดินทางทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จ ____________ วันที่ ๑๕ มิถุนายน)

      (a) with

      (b) in

      (c) for

      (d) by (ภายใน, ประมาณ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d) เนื่องจากถูกหลักไวยากรณ์ ไม่เช่นนั้นต้องตอบ “on”  เนื่องจากถือ วันที่ ๑๕” เป็นสำคัญ

 15. Mrs. Lucy had her maid ____________ the bed so that she could sleep in it. (มิสลูซี่ให้สาวใช้ ____________ เตียงนอน เพื่อที่ว่าเธอจะได้นอนบนเตียงนั้น)

      (a) make (จัดหรือปู) (หมายถึงเตรียมจัดเตียงเพื่อให้คนนอน)

      (b) made

      (c) making

      (d) makes

หมายเหตุ – ตอบข้อ (a) (ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ในข้อ ๒)

16. The technicians in the research division ______________ the process confidential. (พวกช่างในแผนกวิจัย _____________ ขบวนการ(ผลิต)เป็นเรื่องลับ)

     (a)  is keeping

     (b) are keeping (กำลังเก็บรักษา)

     (c)  has kept

     (d) to keep

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เนื่องจากประธานของประโยคเป็นพหูพจน์ (technicians) สำหรับข้อ  (a) และ (c) ต้องใช้กับประธานเอกพจน์

17. This year the annual meeting takes place ______________ Seattle.  (ปีนี้  การประชุมประจำปีจัดขึ้น(เกิดขึ้น) ____________ เมืองซีแอ็ตเติ้ล)

       (a) on

       (b) for

       (c) in (ใน)

       (d) by

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c)  เนื่องจาก เมือง” และ “ประเทศ” ต้องใช้ “preposition” “in

สำหรับวลีที่ต้องใช้กับ  preposition “in” มีดังนี้ “interested in” (สนใจใน), “qualified in” (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in” (อ่อนในเรื่อง), “deficient in” (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in” (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in” (ประสบความสำเร็จ), “disappointed in” (ผิดหวัง), “in a box” (ในกล่อง), “in a pocket” (ในกระเป๋า), “sit in an armchair” (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed” (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath” (ในอ่างน้ำ), “in her hand” (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน), “in the area” (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air” (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of” (ในทิศทางของ), “in a restaurant” (ในภัตตาคาร), “in the bathroom” (ในห้อง น้ำ), “in school” (ในโรงเรียน), “in hospital” (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen” (ในครัว), “in the shop window” (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror” (ในกระจก), “in a lake” (ในทะเลสาบ), “in black suit” (ในชุดดำ), “in the water” (ในน้ำ), “write in ink” (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter” (ในบทที่ ๑), “in the film” (ในภาพยนตร์), “wait in the queue” (รออยู่ในแถว), “be in a play” (ร่วมแสดงละคร), “in April” (ในเดือนเมษายน), “in 2016” (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)” (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)” (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime” (ในระหว่างนั้น), “in two months” (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence” (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident” (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes” (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature” (ในธรรมชาติ), “in these circumstances” (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation” (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos” (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others” (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun” (ท่ามกลางแสงอาทิตย์) “in the dark” (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice” (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock” (อยู่ในสภาวะช็อค), “in low spirits” (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper” (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech” (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain” (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise” (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to” (ในความพยายามที่จะ), “in response to” (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to” (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in” (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in” (สนใจใน), “a course in Chinese” (คอร์สภาษาอังกฤษ), “an expert in” (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business” (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music” (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age” (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties” (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion” (ในความเห็นของผม), “in her view” (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds” (รับคนงานเป็นร้อยๆ), “in my experience” (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes” (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian” (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing” (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty” (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$ 100,000 in cash” (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black” (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”(ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage” (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length” (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two” (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size” (มีขนาดเล็กลง), “join in” (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success” (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet” (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt” (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg” (ถูกยิงที่ขา), “in fashion” (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death” (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in” (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน), “in the first place” (ในประการแรก) (แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก) เป็นต้น

18. Every morning, a member of the kitchen staff turns on the ovens and  ________ the coffee. (ทุกเช้า  สมาชิกคนหนึ่งของคนงานในครัวจะเปิด (สวิทช์) เตาอบและ ___________ กาแฟ)

     (a)  brewed

     (b) has brewed

     (c)  brewing

     (d) brews (ชง, ต้มกลั่นเบียร์-เหล้า, ก่อหวอด, ตั้งเค้า, ทำให้เกิด)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  เนื่องจากเป็นการบอกเหตุการณ์ในปัจจุบัน (ทุกเช้า) จึงใช้ “present simple tense” และเมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (a member)  กริยาจึงเติม “s”  นอกจากนี้ ข้อนี้ไม่มีใจความใดที่บ่งชี้อดีต จึงไม่เลือกข้อ (a)

19. The ticket holders may be ______________ about the change in date.  (ผู้ที่ถือตั๋วอาจจะ ____________  เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวันที่ – ของการแข่งขัน)

      (a) confusing (น่างง, น่าสับสน)

      (b) confuses

      (c) confused (มีความรู้สึกงุนงงหรือสับสน)

      (d) confuse (ทำให้งง, สับสน หรือโกลาหล)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) (ดูรายละเอียดคำกริยาประเภทเดียวกับ “confuse”  (ทำให้งงหรือสับสน) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๘)

20. We will not send the payment _______________ the invoice is corrected. (เราจะไม่ส่งเงินจำนวนที่ต้องชำระไปให้ ____________ ใบเรียกเก็บค่าสินค้าได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง)

       (a) because (เพราะว่า)

       (b) until (จนกระทั่ง)

       (c) since (เพราะว่า, ตั้งแต่)

       (d) when (เมื่อ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b)  เพราะได้ใจความดีที่สุด (ไม่ส่งเงินไปให้ จนกระทั่งใบเรียกเก็บค่าสินค้าได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง)

21. There is not much agriculture in this area because the ______  yearly rainfall is so low. (ไม่มีการทำเกษตรกรรมมากนักในพื้นที่นี้ เพราะว่าปริมาณฝนตกรายปี ___________ ต่ำมาก)

     (a)  available (ที่หาได้, ที่มี, เท่าที่หาได้)

     (b) avaricious (โลภ)

     (c)  avenging (ที่เป็นการแก้แค้น)

     (d) average (เฉลี่ย, โดยเฉลี่ย)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

22. If there _______________ some restaurants near the hotel, we would not  have to spend time and money on taxis. (ถ้ามี ___________ ภัตตาคารใกล้โรงแรมอยู่บ้าง เราคงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและเงินค่ารถแท็กซี่ – นั่งรถไปกินไกลๆ)

      (a)  was

      (b) were 

      (c)  will

      (d) would be

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เพราะเป็น “if clause”  แบบที่ ๒ (present unreal – เหตุการณ์ไม่เป็นจริงหรือเกิดได้ยากในปัจจุบัน) สำหรับข้อนี้ เหตุการณ์ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  กล่าวคือภัตตาคารอยู่ไกลจากโรงแรม เราจึงจำเป็นต้องนั่งรถไปกินไกล ทำให้เสียทั้งเงินและเวลา (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ “if clause” ประเภทนี้ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๒)

23. Our service technicians receive _______________ training available.  (นายช่างให้บริการของเราได้รับการฝึกอบรม ___________ เท่าที่จะหาหรือมีได้)

      (a) as good

      (b) better

      (c) best

      (d) the best (ที่ดีที่สุด)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d) เนื่องจากข้อนี้เป็นวลีที่ใช้กันบ่อยและต้องจำ คือ “the best available” (= the best person or thing available)  (ดีที่สุดที่มีอยู่ หรือที่สามารถหาได้) ดังนั้น จึงต้องจดจำไว้ใช้

24. Our representative will meet you ______________ London.  (ผู้แทนของเราจะพบคุณ ____________ ลอนดอน)

      (a) to

      (b) for

      (c) in (ใน)

      (d) on

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องใช้ preposition “in”  กับเมือง “ลอนดอน” (ดูรายละเอียดการใช้ “in” ในข้อ ๑๗ ของข้อสอบชุดนี้)

25. _______________ we were late, we could not enter the conference hall.  ( ____________ เราไปสาย  เราจึงไม่สามารถเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ได้)

      (a) Although (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

      (b) Because (เพราะว่า)

      (c) Therefore (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

      (d) However (อย่างไรก็ตาม)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เพราะใจความของประโยคเป็นเหตุเป็นผลกัน  (เพราะไปสาย จึงเข้าห้องประชุมไม่ได้)

26. A firm will not ______________ if its employees are unhappy.  (บริษัทจะไม่ ____________  ถ้าพนักงานของบริษัทไม่มีความสุข)

      (a) prosper (เจริญรุ่งเรือง – เป็นคำกริยา)

      (b) prosperous (ซึ่งเจริญรุ่งเรือง – เป็นคำคุณศัพท์)

      (c) prosperity (ความเจริญรุ่งเรือง – เป็นคำนาม)

      (d) prospering

หมายเหตุ – ตอบข้อ (a)  เนื่องจากหลัง “will, would, shall, should, can, could, may, might, must)   จะต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑ ที่ไม่มี “to”  นำหน้า (infinitive without to)

27. The company office is ________________ the Central World building.  (สำนักงานของบริษัทอยู่ ________________ อาคารเซ็นทรัลเวิร์ลด์)

      (a) under

      (b) on

      (c) in (ใน)

      (d) over

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c)  (อยู่ในอาคารหรือสถานที่) (ดูรายละเอียดการใช้ “in”  ในข้อ ๑๗)

28. Salespeople _______________ attract new clients receive a bonus.  (พนักงานขาย ______________ ดึงดูดลูกค้ารายใหม่ ได้รับโบนัส – เป็นค่าตอบแทนผลงาน)

      (a) whom

      (b) which

      (c) whose

      (d) who (ผู้ซึ่ง)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  เนื่องจากขยายคน (salespeople) และเป็นประธานของอนุประโยค (who attract new clients) จึงไม่สามารถใช้ “whom” ได้ ส่วน  ใช้ขยาย “คน” และ “สัตว์” เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น

       - The boy whose father is a teacher lives next to my house.

         (เด็กชายผู้ซึ่งพ่อของเขาเป็นครูอาศัยอยู่ในบ้านถัดจากผมไป)

      - The dog whose leg was injured was hers.

            (หมาที่ขาของมันได้รับบาดเจ็บเป็น(หมา)ของเธอ)

         (สำหรับรายละเอียดการใช้ “which” ให้ดูในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๖ ข้อ ๓๘)

29. If the smoke alarm rings, ______________ the building quickly. (ถ้าสัญญาณเตือนควันไฟดังขึ้น _______________ อาคารอย่างรวดเร็ว)

      (a) leaves

      (b) will leave

      (c) leave (จงออกไปจาก)

      (d) is leaving

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง จึงต้องใช้รูป “infinitive without to

(ดูรายละเอียดการใช้ประโยคคำสั่งและขอร้องในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓)

30. The new instructions are ______________ the old ones. (คำสั่ง-คำสอนใหม่ _________________ อันเก่า)

      (a) difficult than

      (b) more difficult

      (c) difficult as

      (d) more difficult than (ยากกว่า)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (comparative)  แบบคำพยางค์ยาว จึงต้องใช้ “more”  นำหน้าคำคุณศัพท์  (ดูรายละเอียดการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓ และ ตอนที่ ๘ ข้อ ๕)

31. We missed the deadline ______________ our computer malfunctioned. (เราพลาด – ทำไม่ทัน – เส้นตาย _____________  คอมพิวเตอร์ของเราทำงานบกพร่อง)

      (a) until (จนกระทั่ง)

      (b) though (แม้ว่า)

      (c) because (เพราะว่า)

      (d) if (ถ้า)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากข้อความในประโยคเป็นเหตุเป็นผลกัน (ทำงานไม่ทันเพราะคอมพิวเตอร์เสีย)

32. The price of the equipment is low, ______________ the maintenance costs can be high. (ราคาของอุปกรณ์ต่ำ _______________ ค่าบำรุงรักษาอาจจะสูง)

     (a)  and (และ)

     (b) but (แต่)

     (c)  or (หรือ)

     (d) either (คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เนื่องจากข้อความในประโยคขัดแย้งกัน  (อุปกรณ์ราคาถูก แต่ค่าซ่อมบำรุงสูง)  (ดูการใช้ “and”  และ “or” ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๖ ข้อ ๑๕)

33. Pens and stationery ___________ kept in the top drawer. (ปากกาและเครื่องเขียน ________________ ถูกเก็บอยู่ในลิ้นชักชั้นบน)

      (a) is

      (b) was

      (c) are  (ใช้กับประธานที่เป็นพหูพจน์ “pens and stationery”)

      (d) am

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เพราะเป็นเพียงข้อเดียวที่ใช้กับประธานพหูพจน์ได้

34. Your room has been reserved ___________ two nights.  (ห้องของคุณถูกจองไว้ ________________ ๒ คืน)

      (a) at

      (b) by

      (c) in

      (d) for (สำหรับ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

35. We read about Mr. Thomson’s promotion ___________ the company newsletter. (เราอ่านเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งของมิสเตอร์ทอมสัน ______ จดหมายข่าวของบริษัท)

     (a)  on

     (b) of

     (c)  in (ใน)

     (d) at

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) (ดูรายละเอียดการใช้ “in” ในข้อ ๑๗ ของหมวดข้อสอบชุดนี้)

36. Mrs. Clinton’s assistant ___________ her mail while she was away.  (ผู้ช่วยของนางคลินตัน _________________ เมล์ของเธอ ขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

      (a) will answer

      (b) answered (ตอบ)

      (c) answers

      (d) answering

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต โดยดูจากข้อความในอนุประโยค while she was awayข้อความในประโยคใหญ่  (ผู้ช่วยของนางคลินตันตอบเมล์ของเธอ) จึงต้องเป็นอดีตด้วย

37. The department requires someone with ____________ in international law.  (ภาควิชาต้องการใครสักคนที่มี ______________ ในกฎหมายระหว่างประเทศ)

      (a) explanation (คำอธิบาย)

      (b) exploration (การสำรวจ)

      (c) expectancy (ความคาดหมาย, ความคาดหวัง, สิ่งที่คาดหวัง)

      (d) experience (ประสบการณ์)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  (ดูการเปรียบเทียบ “ขั้นสุด” (superlative)  เพิ่มเติมในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๗)

38. Overnight mail is ___________ way to send a package. (ไปรษณีย์แบบ ๑ คืน – คือใช้เวลาเดินทางเพียงคืนเดียว – เป็นวิธีการ  ________ ในการส่งหีบห่อ)

      (a) as fast as (เร็วพอๆกัน)

      (b) the fastest (ที่เร็วที่สุด)

      (c) faster

      (d) faster than (เร็วกว่า)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

39. Participants ___________ fly to the convention can get a group rate. (ผู้เข้าร่วม ________________ บินไปยังการประชุมสามารถได้รับอัตรา – ค่าตั๋วเครื่องบิน – ในแบบเดินทางเป็นกลุ่ม – คือได้รับส่วนลดเนื่องจากเดินทางเป็นกลุ่ม)

      (a) they

      (b) which

      (c) who (ผู้ซึ่ง)

      (d) whom

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c)  เนื่องจากขยายบุคคล และเป็นประธานของประโยคย่อย (อนุประโยค) “who fly to the convention”  สำหรับ “whom” ใช้ขยายบุคคล แต่ต้องเป็น “กรรม” ของประโยคย่อย หรืออยู่หลัง “preposition”  เช่น

            - The woman whom I love is my mother.

              (ผู้หญิงที่ผมรักคือแม่ของผม)

            - The people whom she talked to were her new neighbors.

               (คนที่เธอคุยด้วยคือเพื่อนบ้านใหม่ของเธอ)

            - The person with whom she lives is her best friend.

              (บุคคลที่เธออาศัยอยู่ด้วยคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ)

40. The reception clerk ____________ on the telephone when the phone broke down. (เสมียนต้อนรับ ______________ ทางโทรศัพท์ เมื่อโทรศัพท์เกิดขัดข้อง)

     (a)  talked

     (b) is talking

     (c)  was talking (กำลังคุย)

     (d) would talk

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากมีเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์ คือ เสมียนกำลังคุยโทรศัพท์ (ในอดีต) ซึ่งต้องใช้รูป “past continuous” (was talking) แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดแทรกขึ้นมาในระหว่างนั้น (โทรศัพท์ขัดข้อง) ซึ่งใช้รูป “past simple tense” (broke down)

              (ดูรายละเอียดการใช้ “past continuous”  คู่กับ “past simple” ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๔ ข้อ ๑๕)