หมวดข้อสอบ TOEIC(ตอนที่ 86)

Part V:Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. I was robbed _______________ my camera this morning.

(ผมถูกปล้น-จี้ _____________________ กล้องของผมไปเมื่อเช้านี้)

(a) from

(b) for

(c) of    (เอา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับวลีที่ใช้   “Of”  ได้แก่   “In charge of” (ดูแล, รับผิดชอบ), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ), “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ–คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  The committee has approved of the project.  (คณะกรรมการได้อนุมัติโครงการแล้ว),  “boast”  (คุยโม้)  -  She often boasts of her wealth.  (เธอมักคุยร่ำคุยรวยอยู่บ่อยๆ), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  We are thinking of traveling abroad.  (เรากำลังคิดถึงเรื่องเดินทางไปต่างประเทศ),  “warn”  (เตือน)  -  She warned me of an unseen danger.  (เธอเตือนผมถึงอันตรายที่มองไม่เห็น),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน),  “beware”  (ระวัง)  -  Beware of dogs.  (โปรดระวังสุนัข),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  The experience convinced me of the drug’s harmful effects.  (ประสบการณ์ทำให้ผมเชื่อถึงผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย),  “assure”  (รับรอง)  -  I can assure you of your safety, so please be relaxed.  (ผมสามารถรับรองความปลอดภัยของคุณ  ดังนั้น  โปรดคลายกังวลได้เลย)“cure”  (รักษาให้หายจากโลก)  -  The shock of losing her purse cured her of all her former absent-mindedness.  (ความตกใจกลัวในการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ได้รักษาความใจลอยทั้งหลายทั้งปวงเมื่อก่อนนี้ของเธอ  ให้หมดสิ้นไป  -  คือ หลังจากทำกระเป๋าฯ หาย  ก็เลิกนิสัยใจเหม่อลอยจนหมดสิ้น)  -  I am interested in the cure of cancer.  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง),  “smell”  (ได้กลิ่น),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ), “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ), “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย), “sure”  (มั่นใจ), “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี), “certain” (มั่นใจ, แน่นอน), “free”  (ยกเว้น), “proud”  (ภูมิใจ), “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ), “capable”  (สามารถ), “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแวง), “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ), “ignorant”  (ไม่รู้), “convinced”  (เชื่อ)  -  I understand your criticism, but I’m not totally convinced of it.  (ผมเข้าใจการวิพากวิจารณ์ของคุณ  แต่ผมก็ไม่ปักใจเชื่อมันทั้งหมด), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),“the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลล่าร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซนต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  ( ๒ ใน ๓),“many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  เป็นต้น

(d) (No word is needed.)(ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

2. Tim ______________ speak French very well.

(ทิม ______________________ พูดภาษาฝรั่งเศสได้ดีมาก)

(a) is able(สามารถ)

(b) can to

(c) can be able to

(d) can    (สามารถ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Can + Verb 1”  ส่วน  “Be able + to + Verb 1” ดังนั้น  ประโยคข้างบนจึงอาจใช้  “Tim is able to speak………….”  ได้เช่นเดียวกัน

3. ________________ talk to his wife, he would listen to the radio.

(_____________________  คุยกับภรรยาของเขา  เขาอยากจะฟังวิทยุ)

(a) In order to(เพื่อที่จะ)

(b) Don’t (อย่า)

(c) Unless (ถ้า.................ไม่)

(d) Rather than    (มากกว่าที่จะ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Rather than”   จากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑

-  He’d rather read books than _______________ to the radio.

(เขาอยากอ่านหนังสือมากกว่า ___________________ วิทยุ) 

(a) to listen

(b) listen    (ฟัง)

(c) listening

(d) listened

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Would rather”   หรือ  “Had rather” =  “อยากจะ...........มากกว่า”   ทั้ง  ๒  คำ ใช้ได้เหมือนกัน  แต่นิยมใช้   “Would rather”  มากกว่า  ทั้งนี้   “Would rather + Infinitive without to” (Would rather + Verb 1)

               - I would rather stay home today.

(ผมอยากจะพักอยู่ที่บ้านวันนี้)

                  ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  วาง  “Not”   ไว้หน้า  “Verb”  เช่น

              - I would rather not go out today.

(ผมไม่อยากออกไปข้างนอกวันนี้)

                  ถ้ามีการเปรียบเทียบว่า  “อยากทำสิ่งนี้มากกว่าสิ่งนั้น”  หลัง  “Than”   ให้ใช้ “Verb 1”เช่นเดียวกัน  เช่น

              - I would rather stay home than go out.

(ผมอยากพักอยู่กับบ้านมากกว่าออกไปข้างนอก)

                    ทั้งนี้   สามารถเอา  “Rather than”  มาไว้หน้าประโยคได้  เช่น

             - Rather than go out, I would stay home.

(มากกว่าออกไปข้างนอก  ผมอยากพักอยู่กับบ้าน)

             - Rather than cry like a little child, she would smile at those who bullied her.

(มากกว่าที่จะร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ  เธอยิ้มให้กับคนที่รังแกเธอ)

4. I hope you don’t mind ________________ to come and meet her.

(ผมหวังว่าคุณไม่รังเกียจ ____________________ ให้มาและพบกับเธอ)

(a) to be asked

(b) you were asked

(c) being asked    (การถูกขอร้อง)

(d) we asked you

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Mind” (รังเกียจ)  + Verb + ing  (Active voice)  แต่ในกรณี  “Passive voice”  ใช้โครงสร้าง  “Mind + being + Verb 3 (รังเกียจการถูก..............)

            - He didn’t mind carrying the heavy box.

(เขาไม่รังเกียจการแบกกล่องหนักใบนั้น)  (เขาเป็นผู้ทำกริยาแบก)

            - I don’t mind being punished if I’m wrong.

(ผมไม่รังเกียจการถูกลงโทษ  ถ้าผมผิด)  (ผมเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกลงโทษ)

             - They don’t mind being rejected by the company if they are not qualified.

(เขาไม่รังเกียจการถูกปฏิเสธโดยบริษัท (ไม่รับเข้าทำงาน)  ถ้าเขาไม่มีคุณสมบัติพอ)  (พวกเขาเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกปฏิเสธ)

5. Wedding-rings are usually made of _________________.

(แหวนแต่งงานปกติทำด้วย _____________________ )

(a) gold     (ทอง)

(b) golds

(c) a gold

(d) the gold

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “Gold”   เป็นนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้  “A”  ขยายข้างหน้า  หรือเติม  “S”  เข้าข้างท้ายคำ   และไม่ใช้กับ  “The”  เพราะไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจง  แต่เป็นการกล่าวถึงทองทั่วๆ ไป

6. Wait _____________; I’m finishing the letter.

(รอ ____________________นะ  ผมกำลังจะเขียนจดหมายให้เสร็จ)

(a) one minute

(b) the minute

(c)  a minute  {ประเดี๋ยวนึง (๑ นาที)}

(d) minute

7. He takes great _______________ in astronomy. 

(เขามี _____________________ อย่างมากมายในวิชาดาราศาสตร์) 

(a) interested    (รู้สึกสนใจ)(คุณศัพท์)

(b) interesting    (น่าสนใจ)  (คุณศัพท์)

(c) interest    (ความสนใจ)  (นาม)

(d) to interest    (ทำให้สนใจ)  (กริยา)

ตอบ    -    ข้อ   (c)    สังเกตได้จาก  หลังกริยา   “Take”   ต้องตามด้วยกรรม  ซึ่งต้องเป็นคำนามเท่านั้น

8. She’d _______________ to buy that dress.

(เธอ ______________________ซื้อเครื่องแต่งกายชุดนั้น)

(a) like    (“Would like =  อยากจะ, ชอบที่จะ)

(b) liked

(c) to like

(d) liking

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “She’d” =  she would  มิใช่  “she had”  นอกจากนั้น  กริยา  “Like” (ชอบ)  ไม่นิยมใช้ในรูป    “Past perfect tense” (She had liked)  หรือ“Present perfect tense” (She has liked)  จึงไม่เลือกข้อ (b)

9. I ________________ half a year making this instrument.

(ผม _____________________ เวลาครึ่งปีทำอุปกรณ์ชิ้นนี้)

(a) took

(b) used   (ใช้  -  เครื่องไม้เครื่องมือ)

(c) spent    (ใช้)

(d) paid    (จ่ายเงิน, ชำระเงิน)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Spend + Time + Verb + ing”ส่วน   “Take”ใช้ในโครงสร้างดังนี้   “It took me half a year to make this instrument.”(It takes (took) + (someone) + time + to + verb 1)   ดูการใช้  “Spend, Use”  จากประโยคข้างล่าง

               ตัวอย่างที่ ๑

-   Where are you going to ________________ your holidays?

(คุณกำลังจะไป ______________________ ในวันหยุดของคุณที่ไหน)

(a) use

(b) take

(c) spend    (ใช้เวลา)

(d) have

ตอบ   -  ข้อ  (c)   เนื่องจาก  “Spend + เวลา, เงิน + (Verb + ing)”  หรือ  “Spend + เงิน+ on + Noun”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

            - We spend a lot of time reading in the library each day.

(เราใช้เวลามากมายอ่านหนังสือในห้องสมุดทุกวัน)

           - He spent most of his time in the office.

(เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในสำนักงาน)

           - She woke early, meaning to spend all day writing.

(เธอตื่นแต่เช้าตรู่  ต้องการใช้เวลาตลอดทั้งวันในการเขียน – นิยาย, ตำรา, บทความ)

           - What a way to spend a weekend!

(มันช่างเป็นวิธีการที่วิเศษอะไรเช่นนี้  ในการใช้เวลาในวันหยุดสัปดาห์)

           - We found a hotel where we could spend the night.

(เราพบโรงแรมซึ่งเราสามารถพักค้างคืนได้)

           - I’ve spent all my life in this town.

(ผมใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตในเมืองนี้)

           - He spent a lot of effort organizing that trip.

(ผมใช้ความพยายามมากมายในการจัดการเดินทางครั้งนั้น)

           - We always spend a lot of money on parties.

(เราใช้เงินมากมายเสมอกับงานเลี้ยง)

           - Whenever I go there, I get the urge to spend.

(เมื่อใดก็ตามที่ผมไปที่นั่น  ผมมีแรงกระตุ้นให้ใช้จ่ายเงิน)

          - The buildings need a lot of money spent on them.

(อาคารเหล่านี้ต้องการเงินมากมายเพื่อใช้จ่ายกับมัน  -  หมายถึงเพื่อการก่อสร้างหรือซ่อมแซม)

                     สำหรับ  “Use”  เมื่อหมายถึง  “ใช้”   มีการใช้ในประโยคดังตัวอย่าง

-    We use a knife to peel off the mangoes.

(เราใช้มีดปอกเปลือกมะม่วงเหล่านั้น)

-   He wants to use the phone.

(เขาต้องการใช้โทรศัพท์)

-         He walked over to a closet that he used for hanging up his clothes.

(เขาเดินไปที่ตู้ฝังเข้ากับข้างฝา ซึ่งเขาใช้แขวนเสื้อผ้า)

-   No violence was used.

(ไม่มีการใช้ความรุนแรง)

-   Can you actually use computers to diagnose illness?

(คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์ความเจ็บป่วยได้จริงๆไหม)

-   The new machine is easy to use.

(เครื่องจักรอันใหม่ใช้งานได้ง่าย)

-   Who has used all my shampoo?

(ใครใช้ยาสระผมของผมเสียจนหมด)

-         Before the Second World War we used a negligible amount of oil.

(ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เราใช้น้ำมันปริมาณน้อยมาก)

-   We have to use our initiative.

(เราจำเป็นต้องใช้ความคิดริเริ่ม)

-   He had got brains but would not use them.

(เขามีสมอง  แต่ไม่ยอมใช้มัน)

-   Efforts are being made to use these assets.

(กำลังมีความพยายามที่จะใช้ทรัพย์สิน-ของมีค่าเหล่านี้)

-   It was the perfume my wife had used.

(มันเป็นน้ำหอมที่ภรรยาของผมใช้)

-   A woman should be able to use her looks to her advantage.

(ผู้หญิงควรสามารถที่จะใช้รูปร่างหน้าตาของตนให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง)

10. You didn’t tell me how much ________________.

(คุณมิได้บอกผมว่า ________________________ เท่าใด)

(a) did this cost

(b) this cost    (สิ่งนี้มีราคา)

(c) money this costs

(d) this costed

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Cost”  เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “มีราคา”  กริยา  ๓  ช่อง  คือ   “Cost,  Cost,  Cost”  ดังนั้น  จึงไม่เลือก ข้อ   (d)  และเนื่องจากประโยคข้างบนเป็นเหตุการณ์ในอดีต  โดยสังเกตจากกริยาในประโยคใหญ่  (didn’t tell)  จึงต้องใช้กริยา  “Cost” ในประโยคย่อย  ในแบบ  “Noun clause”  (how much this cost)  ในรูปของ “Past tense”  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  ดังนั้น  จึงไม่เลือก  ข้อ   (c)  และเลือกตอบข้อ  (b)  และเนื่องจากข้อความใน  “Noun clause” ต้องเรียงในรูปประโยคบอกเล่า  จึงไม่เลือก ข้อ   (a)

11. Bill and Sally decided to get married ________________.

(บิลและแซลลี่ตัดสินใจแต่งงานกัน _____________________ )

(a) as to plan

(b) according to planned

(c) as plan

(d) as planned    (ตามที่ได้วางแผนไว้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เพราะลดรูปมาจาก  “Adverb clause”  (……married as it was planned)   หรือ  (…….married as it had been planned)   จึงเหลือเพียง  “………married as planned

12. It’s a pity children can’t choose their parents, _______________?

(มันน่าเสียดายที่ลูกๆ ไม่สามารถเลือกพ่อแม่ของตนเองได้, ________________ )

(a) can they

(b) can’t they

(c) is it

(d) isn’t it    (ใช่หรือไม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากต้องใช้กริยาในส่วน   “Tag”   ตามกริยาในประโยคใหญ่   (Is)  มิใช่ตามกริยาในประโยคย่อย   (Can’t)  และเมื่อกริยาในประโยคใหญ่อยู่ในรูปบอกเล่า  กริยาในส่วน   “Tag”  จึงต้องอยู่ในรูปปฏิเสธ

13. Margaret didn’t remember what I _______________ her the day before.

(มาร์กาเร็ตจำไม่ได้ว่า  ผม ___________________ อะไรแก่เธอเมื่อวันก่อน)

(a) would tell

(b) had told    (ได้บอก)

(c) had been told

(d) told

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจากเป็นการใช้   “Past perfect tense”  (had told)  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  คู่กับ   “Past simple”  (didn’t remember)  ซึ่งเกิดขึ้นทีหลัง    ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  ๒   “Tense”  นี้  จากประโยคข้างล่าง

                   ตัวอย่างที่ ๑

-  After the ice ________________ for about three days, we could skate on it.

(หลังจากน้ำแข็ง ___________________ เป็นเวลา  ๓  วัน  เราจึงสามารถเล่น สเก๊ตบนมันได้)

(a) was froze

(b) is froze

(c) had been froze

(d) had been frozen    (ถูกทำให้เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเหตุการณ์   “น้ำแข็งถูกทำให้เย็นจัดฯ”  เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์  “เราสามารถเล่นสเก๊ตฯ”  จึงต้องใช้รูป  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)   และในกรณีนี้ต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had +Been + Verb 3)  (ถูกทำให้เย็นจัดจนแข็ง)  ดูเพิ่มเติมการใช้ “Past perfect tense”  และ  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2) จากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๒

-  In his evidence the policeman said that the accused _________________ dismissed from his employment three weeks before.

(จากพยานหลักฐาน  ตำรวจกล่าวว่า  ผู้ถูกกล่าวหา ________________ ไล่ออกจากงาน  ๓  สัปดาห็ก่อนหน้านั้น  -  คือ ก่อนหน้าที่เขาจะก่ออาชญากรรม)

(a)   has been

(b) had been   (ได้ถูก)

(c) was being

(d) is

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้โครงสร้าง   “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)   ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had + Been + Verb 3)   (สำหรับประโยคข้างบน  ผู้ถูกกล่าวหา “ถูกกระทำ” คือ ถูกไล่ออกจากงาน) 

                      ตัวอย่างที่ ๓     (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

-  The front porch was (1) a common feature of (2) wooden houses that (3) had built in the U.S. (4) around 1900.

(ระเบียงหน้าบ้านเป็นลักษณะธรรมดา-สามัญของบ้านไม้  ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสหรํฐฯ  ราวๆ ปี ๑๙๐๐)  (หมายถึงในยุคนั้น  บ้านไม้ในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะมีระเบียงหน้าบ้าน)

ตอบ   -    ข้อ  ๓   แก้เป็น   “had been built”  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป   “Passive voice”  ของ  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3) ซึ่งเมื่ออยู่ในรูปของ  “Passive voice”   จะมีโครงสร้าง“Subject + Had + Been + Verb 3)

                       ตัวอย่างที่ ๔

-  Cash awards were given to employees who ____________ suggestions to improve quality and raise production.

(รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน   ผู้ซึ่ง___________________ คำแนะนำเพื่อปรับปรุงคุณภาพและยกระดับการผลิต)

(a) had offered    (ได้เสนอ)

(b) had been offered

(c) have offered

(d) are offering

หมายเหตุ    –    ตอบข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นการใช้รูป  “Past perfect tense”  (had offered)  ควบคู่กับ  “Past simple tense” (were givenในที่นี้อยู่ในรูป“Passive voice”)  กล่าวคือ   มีเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้น  ๒  เหตุการณ์  (จบลงไปแล้วทั้งคู่)   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน และจบลงก่อน   ใช้   “Past perfect” (Subject + had + V. 3)   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  และจบทีหลัง   ใช้“Past simple” (Subject + V. 2)  ทั้งนี้   ในประโยคข้างบน   ข้อความ  “รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน”   เกิดขึ้นภายหลังข้อความ  “(พนักงาน)  ผู้ซึ่งเสนอคำแนะนำเพื่อปรับปรุง ............”  กล่าวคือ  “เสนอคำแนะนำ”   เกิดขึ้นก่อน   จึงใช้“Past perfect”  ส่วน  “มอบรางวัล  หรือรางวัลถูกมอบ”   เกิดขึ้นทีหลัง เพื่อเป็นการตอบแทน   จึงใช้   “Past simple”  ประโยคในลักษณะนี้   ส่วนใหญ่จะมีคำ  “Before” “After”  หรือ  “When”   ปรากฏอยู่ด้วย   ตัวอย่างประโยคลักษณะนี้   ได้แก่

-         Dang had learnt English before he went to England.

(แดงได้เรียนภาษาอังกฤษก่อนแล้ว  ก่อนที่เขาจะไปอังกฤษ)

(การเรียนเกิดก่อน ใช้ “Past perfect” การไปอังกฤษเกิดทีหลัง ใช้“Past simple”)

-         When I called on Jim, his sister told me that he had left home.

(เมื่อผมไปเยี่ยมจิม  น้องสาวของเขาบอกผมว่า  เขาได้ออกจากบ้านไปแล้ว)

(“ออกจากบ้าน” เกิดก่อน  จึงใช้ “Past perfect”“บอกผม”  เกิดทีหลัง ใช้ “Past simple”)

-         We went out for a walk after we had eaten dinner.

(เราออกไปเดินเล่นหลังจากที่เราได้กินอาหารค่ำแล้ว)

(กินอาหารค่ำเกิดก่อน ใช้“Past perfect”ออกไปเดินเล่นเกิดทีหลัง ใช้ “Past simple”)

-         When we reached the theater, the movies had started.

(เมื่อเราไปถึงโรงหนัง  หนังได้เริ่มฉายไปแล้ว)

(ไปถึงโรงหนังเกิดทีหลัง ใช้ “Past simple”หนังฉายเกิดขึ้นก่อน ใช้ “Past perfect”)

14. Customs are social and habits are ________________.

(ขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นเรื่องทางสังคม   และอุปนิสัยใจคอ  (เป็นเรื่อง) _____________.

(a) persons    (บุคคล)

(b) personalities    (บุคลิกภาพ)

(c) personal    (ส่วนตัว)

(d) personally

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด   และเป็นการใช้คำคุณศัพท์คู่กัน   คือ    “Social”  และ  “Personal

15. The fewer bags you take, ________________ trouble you will have en route.

(ยิ่งคุณเอากระเป๋า (ติดตัว) ไปน้อยลง  คุณก็ยิ่งมีปัญหา ________________ ระหว่างทาง)

(a) the fewer    (น้อยลง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์  เช่น  “Cars, Houses”)

(b) the little

(c) the less    (น้อยลง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้  คือ  “Trouble”)

(d) the least    (น้อยที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “ยิ่ง................ก็ยิ่ง................”   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                   ตัวอย่างที่ ๑

-   I select the most difficult jobs for myself, because I find that the more a job challenges me, __________________.

(ผมเลือกงานที่ยากที่สุดสำหรับตัวผม  เพราะว่าผมพบว่า   ยิ่งงานท้าทายผมมากขึ้น _______________)

(a) I like it the most

(b) the more I am liking it

(c) I like it more

(d) the more I like it    (ผมก็ยิ่งชอบมันมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                     ตัวอย่างที่ ๒

-   On enough logical reasons, the fewer seeds, ______________ .

(ตามเหตุผลที่เป็นไปตามหลักตรรกะอย่างเพียงพอ  ยิ่งเมล็ดน้อย  ___________)

(a) the less plants grow

(b) the fewer plants   (ก็ยิ่งต้นไม้ (หรือพืช) น้อย)  (ความหมาย คือ  ยิ่งหว่านเมล็ดลงไปน้อย  ก็ยิ่งได้ต้นไม้น้อย)

(c) the less plants

(d) the plants the fewer

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Fewer” (น้อยกว่า)  มาจาก  “Few”  ต้องใช้กับคำนามนับได้ พหูพจน์   ส่วน  “Less” (น้อยกว่า)  มาจาก  “Little”   ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)    ในประโยคข้างบน   “Seeds”  และ  “Plants”   เป็นนามนับได้ พหูพจน์   จึงต้องตัด   ข้อ   (a)  และ  (c)   ทิ้งไป   สำหรับการเรียงโครงสร้าง  “ยิ่ง.......................  ก็ยิ่ง  .................”   ดูจากประโยคข้างล่าง 

                      ตัวอย่างที่ ๓

-    The longer you stay here, ___________________.

(ยิ่งคุณพักอยู่ที่นี่นานยิ่งขึ้น  _________________________)

(a) it will be better

(b) it will be the better

(c) the better will it be

(d) the better it will be    (มันก็ยิ่งดีมากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective  (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb” หรือ  แบบย่อๆ   เช่น

-     The sooner, the better.   (ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี)

-     The more, the merrier.   (ยิ่ง (คน) มาก  ก็ยิ่งสนุก)

-     The slower, the safer.   (ยิ่งช้า  ก็ยิ่งปลอดภัย)

-     The longer, the higher price.   (ยิ่งนานไป  ก็ยิ่งราคาสูงขึ้น)

                        ตัวอย่างที่ ๔

-   The older he grows, _______________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ ______________________ )

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher   (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish   (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ   (d)

                      ตัวอย่างที่ ๕     (จงเลือกข้อที่ผิดไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔)

            - Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น  “worse”  (มาจาก  “bad  worse  worst” – แย่-เลวร้าย, แย่กว่า-เลวร้ายกว่า, แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)  เนื่องจากมาจากรูป  “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง................”   โดยมีโครงสร้าง  คือ   (The + adjective (ขั้นกว่า)  + subject + verb, the + adjective (ขั้นกว่า) + subject + verb)   เช่น

                - The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)

               - The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

               - The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

               - The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

               - The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

               - The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

 The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

- The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

-  The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

16. I work in ________________________.

(ผมทำงานใน  _______________________ )

(a) a well-designed, modern factory shoe

(b) a well-designed shoe modern factory

(c) a modern shoe well-designed factory

(d) a modern, well-designed shoe factory    (โรงงานรองเท้าที่ออกแบบอย่างดีและทันสมัย)  (หมายถึง  โรงงานออกแบบอย่างดี  และทันสมัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูการเรียงลำดับคำ  “Word order”  จากประโยคข้างล่าง 

                        ตัวอย่างที่ ๑

 I shall send her these __________________ dictionaries.

(ผมจะส่งพจนานุกรม ________________________ เหล่านี้ให้เธอ)

(a) two German big

(b) big German two

(c) two big German    (ภาษาเยอรมันเล่มใหญ่  ๒  เล่ม)

(d) big two German

(e) German two big

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                       ตัวอย่างที่ ๒

-      He bought _________________________.

(เขาซื้อ ___________________ )

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt    (เสื้อเชิ้ร์ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ  –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต” อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น  “สี”    ถัดไป   ถ้ามี  “ขนาด”  (big, small)  ก็ต่อด้วย  “ขนาด”  แล้วต่อด้วย   “คุณสมบัติอื่นๆ”   เช่น  “สวย”  หรือ  “ไม่สวย”  ดังในประโยคข้างบน  ทั้งนี้  การเรียงคำในภาษาไทย และอังกฤษ  จะเรียงกลับกัน   กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลัง  ย้อนขึ้นไปข้างหน้า   เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”    สำหรับตัวอย่างอื่นๆ    เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

                ตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่

-  I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

-  She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

-  Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

-  She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า ๒ หลังเหล่านี้)

-  There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ ๒ ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

-  She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม ๑ ใบ แก่ผม)

-  We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว ๒ เครื่อง)

17. There is one teacher in the classroom, _______________ his lesson.

(มีครู  ๑  คน ในห้องเรียน ______________________ บทเรียนของเขา)

(a) to prepare

(b) prepares

(c) preparing    (ตระเตรียม, เตรียมตัว)

(d) prepared

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  (ขึ้นต้นด้วย  “Who”)  คือ  “……….classroom, who is preparing his lesson”  หรือ  “………...who prepares his lesson

18. Come indoors.  Don’t stay out in ________________.

(เข้ามาในบ้าน (ในร่ม) ซิ  อย่าออกไปตาก __________________ แบบนั้น)

(a) the coldness

(b) cold

(c) the cold    (อากาศเย็น, อุณหภูมิต่ำ)  (= cold weather = a low temperature)

(d) coldness    (ความหนาว, ความเย็น)

19. An announcer in a _______________ station is a man or a woman  who announces the items in the programs. 

(โฆสก  –  หรือผู้ประกาศ  -  ในสถานี (วิทยุ, โทรทัศน์) __________________  คือชายหรือหญิง  ผู้ซึ่งประกาศเรื่องต่างๆ ในรายการ)

(a) broadcast

(b) broadcasted

(c) broadcasting    (กระจายเสียง)

(d) broad cast

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Broadcasting”  ทำหน้าที่เป็น   “Present participle” (Verb + ing)  เนื่องจาก  “Station” เป็นผู้ทำกริยา  กระจายเสียง-ภาพ  ออกไปสู่ผู้ชม-ผู้ฟัง   ทั้งนี้   “Present participle”  มีรูปซ้ำกับ  “Gerund” (Verb + ing)   แต่มีหน้าที่ต่างกัน  คือ   “Gerund”  ขยายหน้าคำนาม  เพื่อบ่งบอกว่า  นามนั้นมีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ   (มักมีขีดคั่น (-) อยู่ระหว่างกลาง)  เช่น   “Dancing-hall” =  โรง (สำหรับ) เต้นรำ  อนึ่ง  เรานิยมใช้   “Gerund”  ประกอบหน้าคำนาม  คล้ายกับเป็นคำคุณศัพท์  แต่ไม่ใช่คุณศัพท์  เป็นเพียงนามขยายนาม  (Compound noun)  เท่านั้น   และมักนิยมใช้   “hyphen” (-) มาคั่นไว้ระหว่างคำ  เช่น

             - a sleeping-room  (ห้องนอน) (แต่ถ้า  “a sleeping dog”  หมายถึง 

 “หมาที่นอนอยู่”)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย  “hyphen” (-) คั่นกลาง)

             - a dancing-hall  (ห้องเต้นรำ) (แต่ถ้า  a dancing girl  หมายถึง

   “เด็กผู้หญิงที่ (กำลัง) เต้นรำ”)

             - a dancing-teacher  (ครูสอนเต้นรำ)  (แต่ถ้า a dancing teacher”  ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  หมายถึง  “ครูที่ (กำลัง) เต้นรำ”

            - a reading-room  (ห้องอ่านหนังสือ)  (แต่ถ้า  a reading boy หมายถึง  “เด็กที่อ่านหนังสือ”)

             - a swimming-pool   (สระว่ายน้ำ) (แต่ถ้า  a swimming girl

หมายถึง  “เด็กหญิงที่ว่ายน้ำ”)

             - a walking-stick  (ไม้เท้า -ไม้สำหรับเดิน)  (แต่ถ้า a walking boy  หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) เดิน”)

             - drinking-water  (น้ำสำหรับดื่ม)  (แต่ถ้า  “a drinking horse

หมายถึง “ม้าที่ดื่มน้ำ”)

             - a knitting-needle  (เข็มถัก)  (แต่ถ้า  a knitting woman หมายถึง   “ผู้หญิงที่ (กำลัง) ถัก”)

             - a cooking-utensil  (เครื่องมือสำหรับทำครัว)  (แต่  a cooking

woman  หมายถึง  “ผู้หญิงที่ปรุงอาหาร”)

             - a killing-field  (ทุ่งสำหรับสังหาร)  (แต่  a killing man  หมายถึง 

“ผู้ฆ่า, มือสังหาร”)

             - looking-glasses   (แว่นตา – แว่นสำหรับใส่มอง)  (แต่ถ้า  a looking boy หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) มอง”)

หมายเหตุ    –    “Verb + ing” (Gerund)  ขยายหน้าคำนาม   มีความหมายว่า คำนามนั้น  มีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ  “a swimming-pool” (สระว่ายน้ำ)  แต่สำหรับ“Verb + ing”  ในวงเล็บข้างหลัง  ที่ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ    ในกรณีนี้  เราเรียก  “V. + ing”  นั้นว่า    “Present participle”   เช่น   “a drinking horse”  (ม้าที่ดื่มน้ำ)   (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  คั่นกลาง)

20. I _______________________.

(a) don’t much like the idea    (ผมไม่ชอบความคิดนั้นมากนัก)

(b) don’t like the idea much

(c) am not like the idea much

(d) am not much like the idea

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “Like” เป็นคำกริยาธรรมดา  เมื่อจะทำเป็น “ปฏิเสธ หรือ คำถาม” ต้องใช้   “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วย   สำหรับ  ข้อ  (b)  ไม่นิยมพูด

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามเว็บไซต์   “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง   ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้