หมวดข้อสอบ TOEFL (ตอนที่ 39)

Choose the word which best completes the sentence.

(จงเลือกคำที่เติมประโยคได้ความหมายดีที่สุด)

1. Her husband was always tired after doing such an ____________ job. 
(สามีของเธอมักจะเหน็ดเหนื่อยอยู่เป็นประจำ  ภายหลังจากการทำงานที่ ________ เช่นนั้น)

(a)   obvious  (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, เด่นชัด, เห็นได้ง่าย, เข้าใจได้ง่าย)

(b)  illegal  (ผิดกฎหมาย)

(c)  arduous  (อ๊าร์-ดิว-เอิส)  (ยากลำบาก, ตรากตรำอย่างมาก)

(d) odious  (น่ารังเกียจ. น่าเกลียด, น่าขยะแขยง. น่าเกลียดชัง, อัปลักษณ์)

2. They are depressed because the latest unemployment figures are so _______________ . 

(พวกเขาหดหู่-เศร้าใจ  เพราะว่าตัวเลขการว่างงานล่าสุด _______ อย่างมาก)

(a)   unhappy  (ไม่มีความสุข)

(b)  bleak  (บลี๊ก)  (ไร้ที่กำบัง, ถูกลมถูกฝน, ว่างเปล่า, โล่งเตียน, หม่นหมอง, เศร้าโศก, สิ้นหวัง)

(c)   bitter  (ขม, ขมขื่น, เผ็ดร้อน, ปวดแสบ, รุนแรง, ดุเดือด, หนาวจัด, สาหัส)

(d)  lurid  (ลุ้-ริด)  (น่าตกใจ, น่ากลัว, น่าขนลุก, เสียวสยอง, แดงฉาน, ฉูดฉาดเกินไป)

3. The armies agreed to a ______________ for Christmas.

(กองทัพเห็นด้วยกับ _____________________ สำหรับช่วงคริสต์มาส)

(a) treat  (การเลี้ยง, การต้อนรับ, การจัดหาอาหารให้, การกระทำ, สิ่งที่ให้ความบันเทิงหรือพอใจ)

(b) treason  (ทรี้-ซั่น)  (การทรยศ, การหักหลัง, การขายชาติ)

(c) trial  (ไทร้-เอิ้ล)  (การทดลอง, การไต่สวนคดี, การสอบสวน, การทดสอบ, การซ้อม, ความยากลำบาก, ความเจ็บปวด)

(d) truce  (การสงบศึก, การพักรบ, การพักผ่อน, สัญญาสงบศึก, การหยุดพักชั่วคราว)

4. You look nice in that _____________.

(คุณดูดีนะใน ____________________ นั้น)  (คือ คุณใส่ชุดนั้นแล้วเท่ดี)

(a) fitting  (เหมาะสม, สมควร, สอดคล้อง, สิ่งที่เหมาะสม, การกระทำที่เหมาะสม)

(b) outfit  (เครื่องแต่งกาย, เสื้อผ้าทั้งชุด, เครื่องมือทั้งชุด, เครื่องประกอบทั้งชุด)

(c) unfit  (ไม่เหมาะสม)

(d) outline  (โครงร่าง)

5. They have been charged for ____________ the accounts.

(พวกเขาถูกตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่อง ________ )

(a) endearing  (ทำให้เป็นที่รัก, ทำให้ได้รับความรัก, ทำให้ได้รับความชอบพอ)

(b) enforcing  (ที่ใช้บังคับ, ที่ใช้กำลังบังคับ, ที่บังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย, ที่ทำให้ปฏิบัติตาม)

(c) fraying  (น่าตกใจ, น่าตกตะลึง, ซึ่งทะเลาะวิวาท, ซึ่งต่อสู้-ชกต่อย)

(d) fiddling  (หลอกลวง, ทำความผิด, แย่งของ)

6. Economists distinguish between perishable and _____________ goods.  

(นักเศรษฐศาสตร์แยกความแตกต่างระหว่างสินค้าที่เน่าเสียได้  และสินค้า __________ )

(a)  durable  (คงทน, ทนทาน)

(b)  duration  (ระยะเวลา, ช่วงเวลา)

(c)   enduring  (ที่อดทน-ทนทาน-คงทน)

(d)  saleable  (ที่สามารถขายได้)

หมายเหตุ  -  Durable goods”  หมายถึง สินค้าประเภทเครื่องมือเครื่องใช้  หรือสินค้าที่ใช้ได้นาน  ซึ่งต่างกับสินค้าที่ใช้บริโภค

7. The power station produces ____________ supplies of electricity.

(สถานีไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้า ____________________ )

(a) pernicious  (เพ้อร์-นิช-เชิส)  (เป็นอันตราย, เป็นภัย, ร้ายแรง, ร้ายกาจ, ถึงตาย)

(b) reluctant  (ไม่เต็มใจ)

(c) abundant  (มากมาย, ล้นเหลือ, อุดมสมบูรณ์)

(d) detrimental  (เป็นอันตราย, เป็นภัย)

8. New legislation makes it possible for the Government to ________ political demonstration.

 (กฎหมายใหม่ทำให้เป็นไปได้สำหรับรัฐบาลที่จะ _________ การเดินขบวนทางการเมือง)

(a)   foresee  (ฟอร์-ซี)  (รู้ล่วงหน้า, มองเห็นล่วงหน้า)

(b)  inhibit  (อิน-ฮิ้บ-บิท)  (ยับยั้ง, หน่วงเหนี่ยว, ขัดขวาง, สกัดกั้น, ห้าม)

(c)   deny  (ปฏิเสธ)

(d)  advocate  (สนับสนุน)

9. For centuries Rome was the ______________ power in the Mediterranean.

 (เป็นเวลาหลายศตวรรษ  กรุงโรมเป็นมหาอำนาจ ___________ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)

(a)   overruling  (ซึ่งปกครอง, ใช้อำนาจเหนือ, บังคับ)

(b)  superlative  (ซึ่งเปรียบเทียบขั้นสูงสุด, มากไป, เกินไป, สูงสุด, สุดยอด)

(c)  supreme  (มีอำนาจสูงสุด, ยิ่งใหญ่ที่สุด, สำคัญที่สุด, สุดยอด, สุดขีด)

(d)  general  (ทั่วๆไป)

10. The MPs shouted ______________ after the Minister’s statement.

(พวก ส.ส. (ผู้แทนฯ) ตะโกน ______________ ภายหลังคำพูดของท่านรัฐมนตรี)

(a) productively  (อย่างทำให้เกิดผล, อย่างให้ผลดีหรือมาก, อย่างอุดมสมบูรณ์)

(b) derisively  (ดิ-ไร้-ซิฟว-ลี่)  (อย่างเยาะเย้ย, อย่างดูถูก)

(c) apparently  (อย่างชัดเจน, อย่างเห็นได้ชัด)

(d) tremendously  (อย่างมากมาย, อย่างใหญ่โต)

11. The whole system has to be ____________ and improved.

(ระบบทั้งหมดจำเป็นต้องได้รับการ ___________ และปรับปรุง)

(a) overmanned  (ใช้กำลังคนมากเกินไป)

(b) overtaken  (ตามทัน, ไล่ทัน, โจมตีอย่างฉับพลัน, เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด)

(c) overhauled  (ยกเครื่อง (รถยนต์, ระบบ), ปรับปรุงใหม่, ตรวจอย่างละเอียดเพื่อซ่อมแซม, ซ่อมแซม, ชำระ, สะสาง)

(d) overdone  (ทำมากเกินไป, ทำเกินไป, ทำเลยเถิด)

12. The law is hard to enforce as few people _____________ with it.

(กฎหมายนี้ใช้บังคับยาก  เนื่องจากมีน้อยคนที่ _________________ กับมัน)

(a) comply  (เชื่อฟัง, ทำตาม, ยินยอม)

(b) compete  (แข่งขัน)

(c) reprimand  (ประณาม, กล่าวหาอย่างรุนแรง)

(d) commence  (เริ่มต้น)

13. They showed great _____________ in solving the problem. 

(พวกเขาได้แสดง __________________ อย่างใหญ่หลวงในการแก้ไขปัญหา)

(a)   ingenuity  (อิน-จะ-นู้-อิ-ที่)  (ความเฉลียวฉลาด, ความเป็นเจ้าความคิดความเป็นช่างประดิษฐ์, ความแคล่วคล่อง)

(b) incredulity  (ความไม่หูเบา, ความไม่เชื่ออะไรง่ายๆ)

(c) proximity  (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)

(d) embezzlement  (การยักยอก, การฉ้อฉล)

14. Millions of people _______________ every day into Tokyo.

(ผู้คนหลายล้านคน ___________________ ทุกๆวันไปยังโตเกียว)

(a) cease  (ซีส)  (หยุด, ยุติ, สิ้นสุด, เลิก, เว้น, ตาย)

(b) commute  {เดินทางไปๆมาๆ (ระหว่างบ้านและที่ทำงาน), เปลี่ยนแทน, เปลี่ยนเป็นโทษที่เบากว่า}

(c) illustrate   (แสดงด้วยภาพ)

(d) dread  (เดร้ด)  (หวาดกลัว, กลัวมาก, ลังเลที่จะทำ, ความหวาดกลัว, ความเกรงกลัว-เกรงขาม)

15. Two plane crashes on the same day caused a lot of ___________.

(การชนกันของเครื่องบิน ๒ ครั้งในวันเดียวกัน  ก่อให้เกิด ______________ อย่างมากมาย)

(a) leisure  (ลี้-เชอะ หรือ เลช-เชอะ)  (เวลาว่าง, การว่างจากงาน, ความสบายที่ไม่รีบร้อน)

(b) audaciousness  (ออ-เด๊-เชิส-เนส)  (ความกล้าอย่างมาก, ความไม่กลัว, ความกล้าได้กล้าเสีย)

(c) damage  (ความเสียหาย, การทำให้เสียหายหรือได้รับอันตราย)  (damages =   ค่าเสียหาย, เงินชดเชยค่าเสียหาย)

(d) melody  (เสียงดนตรีที่ไพเราะ, ทำนองเพลง, บทกวีสำหรับร้องเป็นเพลง)

16. If my voice is not _____________, let me know, and I will speak more loudly.

 (ถ้าเสียงของผมไม่ ______ บอกให้ผมรู้ด้วยนะ  และผมจะพูดให้เสียงดังมากขึ้น)

(a) authentic (จริง, แท้, ไม่ปลอม)

(b) autonomous  (มีอำนาจปกครองตนเอง, มีอธิปไตย)

(c) audible (สามารถได้ยิน, ได้ยิน, ฟังได้ยิน, ดังพอที่จะได้ยิน)

(d) authoritarian  (เผด็จการ, ปกครองแบบใช้อำนาจ)

17. The graduate committed was ______________ in their concordant approval of his dissertation. 

(คณะกรรมการบัณฑิต ________________ ในความเห็นชอบแบบสอดคล้องกัน  สำหรับวิทยานิพนธ์ของเขา)

(a) ambiguous  (คลุมเครือ, กำกวม, ไม่ชัดเจน, ตีความได้หลายอย่าง)

(b) unanimous  (เป็นเอกฉันท์, มีความเห็นพร้อมเพรียง, ไม่มีข้อโต้แย้ง)

(c) anonymous  (ไม่เปิดเผยชื่อ, ไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม)

(d) anomalous  (ผิดปกติ, วิปริต, ผิดหลัก, ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์)

18. Thai people have been criticized for placing too less __________

on being on time.   (คนไทยได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์สำหรับการให้ ____________ ที่น้อยเกินไป  ในเรื่องการตรงต่อเวลา)

(a)  emphasis  (การเน้นความสำคัญ, การเน้นหนัก, สิ่งที่มีความสำคัญ, ความเด่น, การเน้นคำ)

(b)  hypothesis  (สมมติฐาน)

(c)   synopsis  (การย่อ, เรื่องย่อ, บทสรุป)

(d)  diagnosis  (การวินิจฉัยโรค)

19. Bill’s former employer recommended him highly as having been a very ____________ worker.

(นายจ้างคนก่อนของบิลฝากฝัง – หรือแนะนำในจดหมายสมัครงาน – ตัวเขา (บิล) อย่างสูง  ว่าเป็นพนักงานที่ ______________ อย่างมาก)

(a) affluent  (มั่งคั่ง, ร่ำรวย, มากมาย)

(b) opulent  (มั่งคั่ง, อุดมสมบูรณ์, เจริญรุ่งเรือง, มากมาย)

(c) diligent  (ขยันหมั่นเพียร, บากบั่น, อุตสาหะ)

(d) cogent  {(คำพูด) ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ, น่าเชื่อ, ถูกจุด, ตรงประเด็น}

20. ____________ treatment of inmates instigated a riot in the prison. 

(การปฏิบัติที่ _________________ ต่อนักโทษ  ยั่วยุหรือก่อให้เกิดการจลาจลในเรือนจำ)

(a) Indulgent  (ผ่อนปรน, ตามใจ, หมกมุ่น, หลงผิด, ที่ซ่องเสพสุขอย่างไม่ลืมตา)

(b) Massive  (มากมาย, ใหญ่โต)

(c) Brutal  (ทารุณ, โหดร้าย)

(d) Comprehensive  (กว้างขวาง, ครอบคลุม, กินวงกว้าง)