หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 83)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer for each blank.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

1. When Tim heard that he had passed his exam with high marks, he realized that he had been worrying quite __________.

(เมื่อทิมได้ยินว่าเขาได้สอบผ่านด้วยคะแนนสูง  เขาตระหนักว่า  เขาได้วิตกกังวล _________ อย่างยิ่ง)

(a) unnecessary

(b) unnecessarily    (อย่างไม่จำเป็น, โดยไม่จำเป็น)

(c) not necessary

(d) not necessarily

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากขยายกริยา   (worrying)   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (Adverb)

 

2. He spoke to _____________________________________________ member of the team.

(เขาพูดกับสมาชิก _______________________________________________ ของทีม)

(a) all    (ทุกคน)  (ตามด้วยคำนามพหูพจน์)  (members)

(b) some    (บางคน)  (ตามด้วยคำนามพหูพจน์)  (members)

(c) both    (ทั้ง  ๒  คน)  (ตามด้วยคำนามพหูพจน์)  (members)

(d) each    (แต่ละคน)  (ตามด้วยคำนามนับได้  เอกพจน์)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   

 

3. Don’t worry, you’ll certainly get there in time.  I’m taking a route without much _____________.

(ไม่ต้องวิตกกังวล  คุณจะต้องไปถึงที่นั่นทันเวลาอย่างแน่นอน  ผมกำลังใช้เส้นทางซึ่งมี _____ไม่มาก)

(a) traffic    (ยวดยานและผู้คนที่สัญจรไปมา, การจราจร, ยวดยาน, การสัญจรไปมา, การคมนาคม,

       การค้า, การซื้อขาย)  (เป็นคำนามนับไม่ได้  ใช้กับ  “Much”)     

(b) car    (รถยนต์)

(c) people    (ผู้คน, ประชาชน)  (เป็นคำนามพหูพจน์)

(d) communication    (การสื่อสาร, การติดต่อ, การแลกเปลี่ยนข่าวสาร, การคมนาคม)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Much”  ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (Traffic)

 

4. He is so poor that he has no ____________________________________________ to wear.

(เขายากจนมากจนกระทั่ง  เขาไม่มี ____________________________________ จะสวมใส่)

(a) cloth    (ผ้าเป็นชิ้นๆ)

(b) cloths    (ผ้าหลายๆ ชิ้น)

(c) clothes    (เสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม – เป็นพหูพจน์เสมอ)

(d) clothe    (เป็นคำกริยา หมายถึง สวมเสื้อผ้า, แต่งตัว)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

5. ____________________________ you travel in ideal weather, sea journeys take a long time.

(__________________ คุณเดินทางในสภาพอากาศที่ดีเยี่ยม,  การเดินทางทางทะเลใช้เวลานาน)

(a) Even    (แม้กระทั่ง, แม้แต่)

(b) If    (ถ้า)

(c) Even if    (ถึงแม้ว่า, แม้ว่า)

(d) If even

ตอบ    –    ข้อ    (c)   “Even if  =  Even though  =  Though  =  Although” (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)  สำหรับ “Even”  ใช้ดังนี้  คือ

  • The hotel had everything.  There was even a swimming pool.

(โรงแรมมีทุกสิ่งทุกอย่าง  มีแม้กระทั่งสระว่ายน้ำ)

  • She liked him even when she was quarreling with him.

(เธอชอบเขา แม้กระทั่งตอนที่เธอกำลังทะเลาะกับเขา)

  • I will give the details to no one, not even to you.

(ผมจะไม่ให้รายละเอียดกับใคร  ไม่ให้แม้กระทั่งคุณ)

  • No one dared even to whisper.

(ไม่มีใครกล้า (พูด) แม้กระทั่งกระซิบ)

  • Tomorrow might be even better.

(พรุ่งนี้อาจจะแม้กระทั่งดีกว่า – เปรียบเทียบกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดมา)

  • People seemed content, even happy.

(ผู้คนดูเหมือนว่าพึงพอใจ  ถึงขนาดมีความสุขเลยทีเดียว)

 

6. I prefer history __________________________________________________ geography.

(ผมชอบวิชาประวัติศาสตร์ _____________________________________ วิชาภูมิศาสตร์)

(a) more than

(b) than

(c) to    (มากกว่า)

(d) not

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ชอบสิ่งหนึ่งมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง  (Prefer)  ใช้   “To”  แต่ใช้   “I like history more than geography.”   (ผมชอบวิชาประวัติศาสตร์มากกว่าวิชาภูมิศาสตร์)  และใช้  “I prefer history, not geography.”  (ผมชอบวิชาประวัติศาสตร์,  มิใช่วิชาภูมิศาสตร์)  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “To” ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                      สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                      สำหรับคำกริยา (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่  “happen” (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ), appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาด เจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ), เป็นต้น

 

7. What do you want me to do with the people ______________________________ outside?

(คุณต้องการให้ผมทำอะไรกับผู้คน _______________________________ (อยู่) ข้างนอก) 

(a) are waiting

(b) who they are waiting

(c) who waits

(d) who are waiting    (ผู้ซึ่งกำลังรอคอย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “That are waiting”  หรือ  “Who wait  (ผู้ซึ่งรอคอย), That wait (ผู้ซึ่งรอคอย)”  หรือ  ลดรูปอนุประโยค  เหลือเพียง  “Waiting”  ก็ได้

 

8. We ___________________________________________ that she would come to our party.

(เรา __________________________________________ ว่า  เธอจะมางานเลี้ยงของเรา)

(a) sure

(b) sured

(c) were sure    (มั่นใจ, แน่ใจ)

(d) were sured

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Sure”  เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องใช้กับ  “Verb to be” (Were)  ส่วน  “Sured”  ไม่มีใช้

 

9. How _______________________________________________ do you have your hair cut?

(คุณตัดผม ____________________________________________________ เท่าใด)

(a) much    (มาก)

(b) many times    (หลายครั้ง)

(c) often    (บ่อย)

(d) long    (ยาว, นาน)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   “How many times do you have your hair cut in a year (six months)?”  (คุณตัดผมกี่ครั้งใน ๑ ปี  หรือ  ๖ เดือนก็ได้  แต่ไม่นิยมเหมือน ข้อ  (c)

 

10. The criminal was convicted _______________ murder, rape, illegal possession of firearms, and subversion.

{อาชญากรถูกตัดสินว่ามีความผิด _________ การฆาตกรรม, การข่มขืน, การครอบครองอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย, และล้มล้าง (บ่อนทำลาย) รัฐบาล (หรืออื่นๆ)}

(a) for

(b) at

(c) with

(d) of    (ในเรื่อง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                         สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่   “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุ หรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ),  “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   ( ๒ ใน ๓),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทน ราษฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน), เป็นต้น

 

11. The dictator declared martial law, ______________________________ his rule by decree.

(เจ้าจอมเผด็จการประกาศกฎอัยการศึก ___________ การปกครองของเขาออกไปโดยใช้คำสั่ง-คำบัญชา)

(a) extend

(b) extended

(c) extending    (ขยายเวลา, ต่อเวลา, ยืดออกไป, ทำให้กว้างออก, กางออก, แผ่ออก)

(d) and extends

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……......law, which extended”  หรือจากข้อความ  “….....….law, and extended

 

12. Today, people are probably more _________ with drama on the television and radio rather than in the theater.

(ในปัจจุบัน  ผู้คนอาจจะ ____________ กับละครทางโทรทัศน์และวิทยุ  มากกว่า (ละคร) ในโรงละคร)

(a) familiar    (คุ้นเคย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) familiarly

(c) familiarity    (ความคุ้นเคย)  (เป็นคำนาม)

(d) to be familiar

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be” (Are)  จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์   

 

13. It takes ____________ time to cross the Pacific Ocean than it does to cross the Atlantic Ocean.

(มันใช้เวลา _________ ในการข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก  (มากกว่า) การใช้เวลาในการข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก)

(a) longer

(b) long

(c) more long

(d) a longer    (ยาวนาน ................................... มากกว่า)

ตอบ   –    ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  โดยสังเกตได้จาก  “Than”  ซึ่งจะต้องอยู่หลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่อยู่ในรูป  “ขั้นกว่า” เช่น  “Bigger than”,  “Smaller than”,  “Older than”,  “Younger than”,  “More expensive than”  (แพงกว่า) หรือ “More spacious than”  (มีพื้นที่กว้างขวางกว่า)  เป็นต้น  แต่สำหรับในข้อ     มีข้อความมาคั่นระหว่าง  “Longer”  และ  “Than”  คือ  “Time to cross the Pacific Ocean

 

14. Nancy ______________________________________________ you if you had asked her.

(แนนซี่ ___________________________________________ คุณ  ถ้าคุณได้ขอร้องเธอ)

(a) had helped

(b) would help

(c) might help

(d) would have helped    (คงจะได้ช่วยเหลือ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    “Past unreal” (ไม่เป็นจริงในอดีต  -  ไม่เป็นไปตามข้อความในประโยค)  คือ  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในประโยคข้างบน  คือ  “แนนซี่มิได้ช่วยเหลือคุณ  เพราะคุณไม่ได้ขอร้องเธอ”  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ  If clause”  แบบที่    ได้แก่

                                          ตัวอย่างที่  

  • If we hadn’t left the house so late, we wouldn’t have missed the train.

(ถ้าเรามิได้ออกจากบ้านสายมาก  เราคงจะไม่พลาด (ตก) รถไฟ)

หมายเหตุ   –    ในความเป็นจริงคือ   “เราออกจากบ้านสาย  เราเลยตกรถไฟ”  ผู้พูดประโยคสมมติในอดีตแบบนี้  มักแสดงความเสียดายกับสิ่งที่เกิดขึ้น   เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว  แก้ไขไม่ได้แล้ว  จึงมาเสียใจในภายหลังการสมมติในอดีตแบบนี้มีรูปประโยคดังนี้   คืออนุประโยค  “If + Subject + Had (not) + Verb ช่อง 3”,  ส่วนในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะมีโครงสร้าง  “Subject + Would (Should, Could, Might, Must) + (Not) + Have + Verb ช่อง 3”  หรือเอา  “If clause”  ซึ่งเป็นอนุประโยค  ไปไว้ข้างในประโยคก็ได้  แล้วเอาประโยคใหญ่  (Main clause)   มาไว้ข้างหน้าประโยค  ความหมายจะเหมือนกันทุกประการ  แต่ถ้าเอา  “Main clause”   มาไว้ข้างหน้าประโยค  เมื่อจบ  “Main clause”  แล้ว  ให้ต่อด้วยประโยคย่อย  (If clause) เลย  ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่น   ตัวอย่างประโยคสมมติเหตุการณ์ในอดีต  เช่น

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว)  (แต่จริง ๆคือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had something to buy.

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ)  (แต่จริงๆ คือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)  

                                สำหรับประโยคข้างบน  จะเห็นว่าใน  “If clause”  มี  “Had” 2  ตัว  ตัวหน้าแสดง  “Past perfect tense”  ส่วน  “Had”  ตัวหลังมาจาก “Have”  ที่แปลว่า  “มี”  พอมาอยู่หลัง  “Had”  จึงต้องเปลี่ยนไปเป็น  Verb  ช่องที่ 3  ทำให้มี “Had”  2  ตัว

  • I would not have bought a car if my office had not been very far from my home.

(ผมคงจะไม่ได้ซื้อรถยนต์ (เมื่อปีที่แล้ว)  ถ้าที่ทำงานของผมมิได้อยู่ห่างไกลจากบ้านมากมาย)  (แต่จริงๆ คือ  ผมซื้อรถยนต์  เพราะที่ทำงานอยู่ห่างไกลจากบ้านมาก)

  • If he had bet on that horse, he would have lost all his money.

(ถ้าเขาเล่นพนัน (แทง) ที่ม้าตัวนั้น  เขาก็คงสูญเสียเงินไปทั้งหมดแล้ว)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ  เขามิได้เล่นพนันที่ม้าตัวนั้น  เขาก็เลยไม่ได้เสียเงิน)

  • If you had not come to my party, you would not have met your old friends at college.

(ถ้าคุณมิได้มาที่งานเลี้ยงของผม  คุณก็คงไม่ได้พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ)  (แต่ในความเป็นจริง คือ  คุณมางานเลี้ยง  คุณเลยได้พบเพื่อนเก่า)

สรุป   -   ใน  “If clause” (ประโยคย่อย) จะเป็นรูป  “Past perfect” {Had + (Not) + Verb 3}  เสมอ  ส่วนใน  “Main clause” (ประโยคใหญ่)  จะเป็นรูป  “Past future perfect”  {Would (Should, Could, Might) + (Not) + Have + Verb 3}  จึงต้องจำรูปแบบนี้ไว้

 

15. _______________ inclination to be a dancer, Nellies Sanders’s schooling prepared her for college and a career in the ministry.

(__________ สิ่งที่ชอบ (ของเธอ) คือเป็นนักเต้นรำ,  การศึกษาในโรงเรียนของเนลลีส์ แซนเดอร์  เตรียมตัวเธอให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย  และมีอาชีพในกลุ่มนักบวช)  (คือ  เป็นแม่ชี)

(a) Although her    (แม้ว่า..................(สิ่งที่ชอบ)...................ของเธอ)  (ตามด้วย  “Subject + Verb”)

(b) Her    (ของเธอ)

(c) Despite her    (ทั้งๆ .................... (สิ่งที่ชอบ) ..................... ของเธอ)

(d) Due to her    (เนื่องมาจาก..................(สิ่งที่ชอบ)....................ของเธอ)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Despite”  ต้องตามด้วยคำนาม (Inclination)  หรือวลี  และข้อความที่ตามหลัง “Despite” และข้อความในประโยค (หลังเครื่องหมายคอมม่า)  จะมีความขัดแย้งกัน  เช่น  ในประโยคข้างบน  คือ  “ทั้งๆ ที่ชอบเป็นนักเต้นรำ,  การศึกษาในโรงเรียนของแซนเดอร์  เตรียมตัวเธอให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยและเป็นแม่ชี  

 

16. ________________ did Vice-President Lyndon Johnson become President of the United States.

(___________ (ที่) รองประธานาธิบดี ลินดอน จอห์นสัน  ได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ)  (=  รองประธานาธิบดี ลินดอน จอห์นสัน ได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ ฯ  เมื่อมีการลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้

(a) It was not until the assassination of President John F. Kennedy when

(b) It was not until the assassination of President John F. Kennedy that  (มันไม่จนกระทั่งการลอบ

       สังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้  ที่.............)

(c) Not until the assassination of President John F. Kennedy when  

(d) Not until the assassination of President John F. Kennedy    (ไม่จนกระทั่งการลอบสังหาร

        ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้

ตอบ    -    ข้อ   (d)   จงสังเกตว่า    ประโยคข้างล่างมีความหมายเหมือนกัน  แม้จะมีโครงสร้างที่ต่างกัน

  • Not until the assassination of President John F. Kennedy did Vice-President Lyndon Johnson become President of the United States.
  • It was not until the assassination of President John F. Kennedy that Vice-President Lyndon Johnson became President of the United States.
  • Vice-President Lyndon Johnson did not become President of the United States until the assassination of President John F. Kennedy.

(ทั้ง    ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  รองประธานาธิบดี ลินดอน จอห์นสัน ได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ ฯ  เมื่อมีการลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้)  (=  รองประธานาธิบดี ลินดอน จอห์นสัน  มิได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ  จนกระทั่งการลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้)

                         ดูเพิ่มเติมการใช้  Not until”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Not until the late 1870’s _________ an outlet for her talents and sympathies in charitable work.

(ไม่จนกระทั่งในปลายทศวรรษ  ๑๘๗๐  (ที่) _________ ทาง (ระบาย) ออกสำหรับพรสวรรค์และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของเธอ  ในงานการกุศล)  (=  แอนนา  แฮลโลเวลล์  พบทาง (ระบาย) ออกสำหรับพรสวรรค์และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของเธอ  ในงานการกุศล  ในปลายทศวรรษ  ๑๘๗๐)  (=  แอนนา  แฮลโลเวลล์  มิได้พบทาง (ระบาย) ออกสำหรับพรสวรรค์และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของเธอ จนกระทั่งในปลายทศวรรษ  ๑๘๗๐  )

(a) that Anna Hallowell found

(b) did Anna Hallowell find    (แอนนา  แฮลโลเวลล์  พบ)

(c) when did Anna Hallowell find

(d) when Anna Hallowell found

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Not until”  จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • It was not ____________________ last week that Bill ____________________ guilty.

(มันไม่ _________________ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ที่บิล ________________ ว่ามีความผิด)  (=  บิลถูกพบ (ถูกตัดสิน) ว่ามีความผิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)  (=  บิลมิได้ถูกพบ (ถูกตัดสิน) ว่ามีความผิด  จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) when ______________ had found

(b) until ______________ was found    (จนกระทั่ง  ________  ถูกพบ)

(c) after ______________ was found

(d) before ______________ found

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเราใช้  “Not”  คู่กับ  “Until”  ซึ่งมีความหมายว่า  “ไม่.......................จนกระทั่ง”  เช่น

  • It was not until 1904 that the first train came into service.

(รถไฟขบวนแรกออกให้บริการในปี  ๑๙๐๔(=  รถไฟขบวนแรกมิได้ออกให้บริการ  จนกระทั่งในปี  ๑๙๐๔)  (มันไม่จนกระทั่งในปี  ๑๙๐๔  ที่รถไฟขบวนแรกออกให้บริการ)

                                  อย่างไรก็ตาม  เมื่อนำ  “Not until”  มาไว้ข้างหน้าประโยค  จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างเป็น  “Not until + วลี + Verb (พิเศษ)  + Subject + Verb (แท้)”  เช่น 

  • Not until 1997 did the United States resume its diplomatic relationship with North Vietnam.

(สหรัฐฯดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตต่อไปกับเวียดนามในปี  ๑๙๙๗  -  หลังจากที่ตัดความสัมพันธ์ไปหลายปี)  (ไม่จนกระทั่งปี  ๑๙๙๗  ที่สหรัฐฯดำเนินความ.....................)

  • Not until when she had come into the room dis she see what had happened.

(เธอมิได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น  จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง)  (ไม่จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง  ที่เธอได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น)

                                  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ  ได้แก่

  • Ali did not become champion again until 1974.

(= Not until 1974 did Ali become champion again.)

(= It was not until 1974 that Ali became champion again.)

(อาลีไม่ได้ตำแหน่งแชมเปี้ยนคืนมาอีก  จนกระทั่งปี  ๑๙๗๔)  (คือ  ได้เป็นแชมเปี้ยนอีกวาระหนึ่งในปี  ๑๙๗๔)

  • She missed the 7 o’clock train and did not get to the office until ten o’clock.

(=  She missed the 7 o’clock train and not until ten o’clock did she get to the office.)

(=  She missed the 7 o’clock train and it was not until ten o’clock that she got to the office.)

(เธอพลาดรถไฟเที่ยว    โมง  และกว่าจะไปถึงที่ทำงานก็  ๑๐  โมงเข้าไปแล้ว)  (คือ  ไปไม่ถึงที่ทำงาน  จนกระทั่ง  ๑๐  โมง)

 

17. Performing __________ maintenance on our cars, like changing the engine oil and checking the brakes, will save us a lot of money on future repairs.

(การทำการบำรุงรักษา _________ กับรถยนต์ของเรา  เช่น  การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและตรวจสอบเบรค  จะช่วยประหยัดเงินของเราอย่างมากมายสำหรับการซ่อมแซม (รถ) ในอนาคต  (หมายถึง  ถ้าบำรุงรักษารถดี  ก็จะช่วยประหยัดเงินได้มาก  ถ้าจำเป็นต้องมีการซ่อมในอนาคต  เพราะความเสียหายไม่มาก)

(a) regular    (เป็นประจำ, สม่ำเสมอ, เป็นกิจวัตร, ตามระเบียบแบบแผน, ปกติ, ธรรม ดา, สามัญ)

(b) irregular    (ไม่สม่ำเสมอ, ไม่แน่นอน, ไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผน, ไม่เรียบ, ไม่สมบูรณ์)

(c) regularly

(d) irregularly

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากขยายคำนาม (Maintenance)  จึงต้องใช้คำคุณศัพท์ (Regular)

 

18. Mrs. Smith is going to ________________________________________ for her husband.

(นางสมิธกำลังจะ __________________________________________ ให้สามีของเธอ)

(a) make tea    (ชงชา)

(b) make the tea

(c) make a tea

(d) make teas

 ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Tea”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงไม่เลือก  ข้อ “C” และ  “D” และไม่เลือก ข้อ  “B”  เพราะเป็น  “ชา”  ทั่วไป  มิได้มีการชี้เฉพาะว่าเป็นชาชนิดใด หรือของใคร

 

19. Who, in your opinion, _____________________________________________ in history?

(ใคร, ในความเห็นของคุณ, ____________________________________ ในประวัติศาสตร์)

(a) was a greatest man

(b) was greatest man

(c) was the greatest man    (เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด)

(d) was one of great man

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “was one of the great men” (เป็นหนึ่งในบุคคลผู้ยิ่งใหญ่  -  จากหลายๆ คน)  หรือตอบ  “was one of the greatest men” (หนึ่งในบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด  -  จากหลายๆ คน)

 

20. A: What do you think about this book?

(คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้)

      B: ___________________________________________________________.

(a) Its easy for me

(b) It easy to understand for me

(c) It’s easy for me to understand    (มันง่ายสำหรับผมที่จะเข้าใจ)

(d) It understands easy for me

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับข้อ   (b)  ก็ใช้ได้  ถ้าแก้เป็น  “It is easy to understand, for me.”  แต่ไม่นิยมพูดเหมือนใน ข้อ  (c)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป