หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 8)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. We should take the car to the garage ______________________ we had it repaired before.

(เราควรนำรถคันนี้ไปที่อู่ ______ เราได้ซ่อมมันมาก่อน)  (คือ  อู่ที่เคยให้ช่างซ่อมรถมาก่อนหน้านี้)

(a) when

(b) where    (ที่ซึ่ง)

(c) which

(d) that

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากขยายสถานที่  (Garage)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “In which” หรือ  “At which”  ก็ได้

 

2. Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like _______________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ ____________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so _______________ should have ________________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น _______________ ควรมี _______________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )   และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามที่กล่าวไปก่อนหน้าแล้ว  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than ________________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า __________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)  

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The furniture ________ is manufactured here is as good as ________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ ________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ _________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้

                                        ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got _________________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี ______________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave __________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม _________ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้   เอกพจน์  (Press conference)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than ________________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า ____________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                         ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make ______________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ _________________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The air of the hills is cooler than ___________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า ______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That”  และตามด้วย  “of the plains”  เพื่อให้สมดุลกัน,  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้  “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์  ให้ใช้   “Those”  แทน  (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก  จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง  “อากาศ”  และ  “ที่ราบ”  มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ  “อากาศของที่ราบ”  ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้ those แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)  (knowledge เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้ that แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

3. All living things _________ and continue growing until they come to the end of their life span.

(สิ่งมีชีวิตทุกชนิด _________ และเติบโตต่อไป  จนกระทั่งมันมาถึงตอนปลายของช่วงชีวิต)  (คือ  เติบโตจนหมดอายุขัย  ถ้าไม่ตายเสียก่อน)

(a) growing

(b) to grow

(c) grow    (เจริญเติบโต)

(d) are grown

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยคใหญ่  (All living things grow and continue growing)  ส่วนกริยาตัวที่  ๒  คือ  “Continue”  สำหรับประโยคย่อย  คือ  Until they come to the end of their life span

 

4. We all realize __________________________________________________________.

(เราทุกคนตระหนัก (ว่า) ________________________________________________)

(a) how difficult is the university entrance examination

(b) how the university entrance examination is difficult

(c) how difficult the university entrance examination is    (การสอบเข้ามหาวิทยาลัยยากเย็นเพียงไร)

(d) how is the university entrance examination difficult

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Realize”  จึงต้องเรียงโครงสร้างแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “How + Adjective + Subject + Verb”  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • I can see how happy she is.

(ผมสามารถเห็นได้ว่าเธอมีความสุขเพียงไร)

  • We could feel how hot the room was.

(เราสามารถรู้สึกได้ว่าห้องร้อนเพียงไร)

  • They understand how expensive the new car is.

(พวกเขาเข้าใจว่ารถคันใหม่แพงเพียงไร)

 

5. The fire which broke ___________ in a theater last night caused tremendous loss of both lives and properties.

(ไฟไหม้ซึ่ง  ______________ ในโรงหนังเมื่อคืนวาน  ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมโหฬารทั้งชีวิตและทรัพย์สิน)

(a) down    (“Break down”  =  (เครื่องจักร, เครื่องใช้ไฟฟ้า) ชำรุด, เสีย, ไม่ทำงาน)

(b) off    (“Break off”  =  ตัดความสัมพันธ์ทางการทูต)

(c) out    (“”Break out”  =  (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด, การทะเลาะวิวาท) เกิดขึ้น)

(d) up    (“Break up”  =  (คู่รัก) ตัดความสัมพันธ์, เลิกคบ, เลิกรากันไป)

 

6. The train ________________________________________ speed after rounding the corner.

(รถไฟ ___________________________________________ ความเร็ว  หลังจากเข้าโค้ง)

(a) picked over

(b) picked on

(c) picked off

(d) picked up    {เพิ่ม, เร่ง, ไปรับ (ที่สนามบิน, สถานี), หยิบขึ้นมา (จากพื้น, หูโทรศัพท์)}

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

7. Jenny is a good student ______________________ on occasions she is absent from school.

(เจนนี่เป็นนักเรียนที่ดี ____________________________________ บางครั้งเธอขาดเรียน)

(a) unless    (ถ้า.........................ไม่)

(b) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)

(c) supposing that    (สมมติว่า)

(d) other than    (นอกเสียจาก, นอกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับ  “Other than”  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • There is no one other than Tony, who took my book.

(ไม่มีใครอื่นนอกจากโทนี่  ผู้ซึ่งเอาหนังสือของผมไป)

  • She never discussed it with anyone other than Jack.

(เธอไม่เคยปรึกษาเรื่องนี้กับใครนอกจาก (กับ) แจ๊ค)

  • I don’t have a thing with me other than this coat.

(ผมไม่มีอะไรติดตัวเลย  นอกจากเสื้อคลุมตัวนี้)

  • There is no noise other than a muted organ.

(ไม่มีเสียงใดเลย  นอกจาก (เสียง) ของออร์แกนเก็บเสียง)

                                                  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that”  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • We have lessons every day ____________________________ Saturday and Sunday.

(เราเรียนหนังสือทุกวัน __________________________________ วันเสาร์และวันอาทิตย์)

(a) except that    (ยกเว้นว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(b) besides    (นอกเหนือจาก)

(c) but that

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that” จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • He is an excellent teacher ________________________________ he speaks too low.

(เขาเป็นครูที่ดีเยี่ยม ____________________________________ เขาพูดเสียงค่อยเกินไป)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) besides    (นอกเหนือไปจาก, ยิ่งไปกว่านั้น)

(c) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(d) except for

ตอบ   -   ข้อ   (c)    “Except”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วย  “วลี, คำนาม, สรรพนาม หรือ กริยา” 

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Most of the students got high marks in the examination, ____________ one or two getting full marks.

(นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนสูงในการสอบ ___________________ คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม)

(a) and

(b) by

(c) with    (โดย)

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   Preposition  “With”  เพราะตามด้วย   Verb + ing (Getting)  ส่วน  Preposition  “Except”  มักใช้กับ  ๒  ข้อความที่ขัดแย้งกัน  หรือ  แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น  “นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำ  ยกเว้น  คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • We saw nothing along the way except flower gardens.

(พวกเราไม่เห็นอะไรเลยระหว่างทาง  ยกเว้นสวนดอกไม้)

  • Every room is empty now except the living room.

(ทุกห้องว่างเปล่าขณะนี้  ยกเว้นห้องรับแขก)

  • Nobody went there except me.

(ไม่มีใครไปที่นั่น  ยกเว้นผม)

  • She likes living here except in summer.

(เธอชอบอาศัยอยู่ที่นี่  ยกเว้นในหน้าร้อน)

  • The place seems clean except where he sleeps.

(สถานที่ดูเหมือนว่าสะอาด  ยกเว้นตรงที่ที่เขานอน)

  • All the boys except Billy started to cry.

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

  • He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

  • There was little I could do except wait.

(มีเพียงนิดหน่อยที่ผมทำได้  ยกเว้นรอคอย)

  • I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)  

                                                  ส่วน   Except that  หรือ   Except for the fact that  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  เช่น

  • The house I bought is very nice, except that the living room is too small.

(บ้านที่ผมซื้อดีมากเลย  ยกเว้นแต่ว่า  ห้องรับแขกเล็กเกินไป)

  • I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                                                 สำหรับ   “Except for”  เป็น   “Preposition”  มีความหมาย  “นอกจาก................ (ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อความข้างหน้า)”  เช่น

  • The living room is empty now except for the rug.

(ห้องรับแขกว่างเปล่าขณะนี้  นอกจากพรม)  (มีพรมในห้องเพียงสิ่งเดียว)

  • The room was very cold and, except for Peter, entirely empty.

(ห้องหนาวมากและ, นอกจากปีเตอร์, ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง)  (มีปีเตอร์นั่งในห้องเพียงคนเดียว)

  • Except for emergencies, I didn’t expect any help from my children.

(นอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผมไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือใดๆจากลูกๆเลย)  (ไม่หวังให้ลูกช่วย  ยกเว้นมีสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น ป่วยกะทันหัน)               

                                                 ดูการใช้  “Besides”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The Joneses were too poor to go to the movies; __________, there was no one to stay with the children. 

(ครอบครัวโจนส์ยากจนเกินไปที่จะไปดูหนัง ______________________ ไม่มีใครอยู่บ้านกับลูกๆ)

(a) in addition to    (นอกเหนือจาก)

(b) in addition that

(c) beside    (ข้างเคียง, ใกล้เคียง)

(d) besides     (นอกเหนือจาก,  ยิ่งไปกว่านั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Besides”   สามารถตามด้วยทั้ง  คำนาม,  วลี,  “Gerund” (Verb + ing)   และประโยค  เช่น

  • Besides an expensive car, she owns a luxurious home.

(= She owns a luxurious home besides an expensive car.)

(นอกเหนือจากรถยนต์ราคาแพง  เธอยังเป็นเจ้าของบ้านหรู)

  • Besides visiting New York, he also traveled to London.

(นอกเหนือจากการไปเยือนนิวยอร์ก  เขายังเดินทางไปลอนดอนด้วย)

  • They robbed the house.  Besides, they burnt it down.

(พวกเขาปล้นบ้าน  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังเผามันซะราบเลย)

 

8. It was quite windy __________________________________ we had to button our coats up.

(ลมแรงมาก __________________________________ เราจำเป็นต้องกลัดกระดุมเสื้อคลุม)

(a) so    (ดังนั้น)

(b) that

(c) while    (ในขณะที่)

(d) as such

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากใช้  “So, Therefore, Consequently, Thus, Hence, As a result, As a consequence  -  ทุกคำ หมายถึง  เพราะฉะนั้น, ดังนั้น”  นำหน้าอนุประโยคที่เป็นผลลัพธ์  (ลมแรงมาก  -  เป็นเหตุ,  เราจำเป็นต้องกลัดกระดุมเสื้อคลุม  -  เป็นผล)  หรืออาจใช้โครงสร้างในประโยคข้างล่างก็ได้

  • It was so windy that we had to button our coats up.

(ลมแรงมาก  จนกระทั่งเราจำเป็นต้องกลัดกระดุมเสื้อคลุม)

 

9. The father of many children ____________________________ to work hard to earn a living.

(พ่อของลูก (ที่มีลูก) หลายคน ___________________________ ทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ)

(a) have

(b) must

(c) has    (“Has to”  =  จำเป็นต้อง)

(d) are

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The father”  โดยมี  “Of many children”  เป็นส่วนขยายประธาน  หรืออาจตอบ  “Must work hard” (จะต้องทำงานหนัก)  ก็ได้

 

10. ___________ a professor of physics at Massachusetts Institute of Technology, Edward Charles Pickering established the first physics laboratory in the United States.

(____________ เป็นศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์ที่เอ็มไอที  เอดเวิร์ด ชาร์ลส  พิคเคอริ่ง  ได้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการด้านฟิสิกส์แห่งแรกในสหรัฐฯ)

(a) He was

(b) After

(c) While    (ในขณะที่)

(d) Because he

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “While he was a professor of………..…..

 

11. Our cat grew up to be larger than __________________________________________ cats.

(แมวของเราเติบโตขึ้นจนตัวใหญ่กว่าแมว _____________________________________)

(a) most    (ส่วนใหญ่)

(b) mostly

(c) the most

(d) most of

ตอบ   -   ข้อ   (a)   หรืออาจตอบ  “Most of the”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Most, The most, Almost, Mostly”  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • ____________________ social nesting birds that build their nests in trees and on cliffs.

(_________________ นกสร้างรังที่อยู่รวมกันเป็นฝูง  ซึ่งสร้างรังของตนบนต้นไม้และหน้าผาสูง)

(a) The most storks

(b) Most are storks

(c) Most storks are    (นกกระสาส่วนใหญ่เป็น)

(d) Storks most

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Most of the storks are”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Most, Almost”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________ people are not interested in classical music.

(ผู้คน ____________________________________________ ไม่สนใจในดนตรีคลาสสิค)

(a) Almost(เกือบจะ)

(b) Most of

(c) The most of

(d) Most    (ส่วนมาก, ส่วนใหญ่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “Most of the”  ก็ได้

                                         ตัวอย่างที่  

  • ________________________________________ my students went to see that film.

(นักเรียนของผม ___________________________________________ ไปดูหนังเรื่องนั้น)

(a) Most of the

(b) The most of

(c) Almost   (เกือบจะ)

(d) Most of   (ส่วนใหญ่, ส่วนมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • ______________________________________________ would like to live peacefully.

(______________________________________________ อยากจะดำรงชีวิตอย่างสันติ)

(a) Most of people

(b) The most of people

(c) Almost people

(d) Most people    (ผู้คนส่วนมาก  หรือ ส่วนใหญ่)

(e) Almost of people

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรือใช้   “Most of the people”  ก็ได้

                                         ตัวอย่างที่  

  • _____________________________________ outside of the cities is used for farming.

(_________________________ นอกเมือง  ถูกใช้สำหรับทำฟาร์ม – คือ เพาะปลูก-เลี้ยงสัตว์)

(a) Most areas    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(b) Most of the area    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(c) Almost all areas    (เกือบจะพื้นที่ทั้งหมด)

(d) The most of the area

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรือ  “Most area”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Area”  เป็นทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้  หมายถึง  “พื้นที่ของเมือง, ประเทศ หรืออื่นๆ, พื้นที่ในห้องหรือตัวอา คาร, สาขาของวิชาความรู้”  สำหรับประโยคข้างบน  กริยา คือ  “is used”  จึงต้องใช้  “Area”  แบบนามนับไม่ได้ คือ  เอกพจน์   ดังนั้น  ข้อ (a) และ (c)  จึงผิด  สำหรับความแตกต่างระหว่าง  “Most of the”  และ  “The most”  ดูจากตัวอย่างในประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่           (จงหาที่ผิดไวยากรณ์ จากข้อ ๑ ถึง ๔)

  • (1) As (2) they ripen on the tree, (3) the most olives change slowly (4) from green to black.

(ในขณะที่พวกมันสุกอยู่บนต้น  ผลมะกอกส่วนใหญ่เปลี่ยนอย่างช้าๆ  จากสีเขียวเป็น สีดำ)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น   “Most olives”  หรือ  “Most of the olives”  เนื่องจากหมายถึง  “ผลมะกอกส่วนใหญ่”  สำหรับ  “The most”  ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวในการเปรียบเทียบ  “ขั้นสูงสุด”  (Superlative degree)  เช่น

  • The most important thing  (สิ่งสำคัญที่สุด)
  • The most expensive car  (รถยนต์ที่แพงที่สุด)
  • The most diligent student  (นักเรียนที่ขยันที่สุด)
  • The most difficult question (คำถามที่ยากที่สุด)
  • The most complicated problem(ปัญหาที่สลับซับซ้อนที่สุด)

                                         ตัวอย่างที่       (จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ  ๑ – ๔)

  • (1) Almost visitors in New York City (2) spend their time (3) attending Broadway plays, visiting some of the museums, and (4) going shopping.

(ผู้ไปเยือน – นักท่องเที่ยว – กรุงนิวยอร์กส่วนใหญ่  ใช้เวลาของตนเข้าชมละครบรอดเวย์  ไปเยือนอนุสาวรีย์บางแห่ง  และไปชอปปิ้ง)

ตอบ   –   ข้อ   (1)   แก้เป็น  “Most”  หรือ   “Most of the”  เนื่องจากหมายถึง  “นักท่องเที่ยวส่วนมาก-ส่วนใหญ่”  ส่วน  “Almost” หมายถึง “เกือบจะ”  ซึ่งใช้ดังนี้  คือ

  • He spent almost a month in China.

(เขาใช้เวลาเกือบ ๑ เดือนในจีน)

  • In Oxford Street, you can buy almost anything.

(บนถนนอ๊อกฟอร์ด  คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่าง)

  • I had almost forgotten about the trip.

(ผมเกือบลืมเกี่ยวกับการเดินทาง)

  • Cats are in fact almost color blind.

(แมว  ที่จริงแล้วเกือบจะตาบอดสี)

  • The door opened almost before Peter had finished knocking.

(ประตูเปิดออก  เกือบจะก่อนที่ปีเตอร์เคาะประตูเสร็จ)

  • He has almost certainly been murdered.

(เขาเกือบจะถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน – แต่ไม่ได้ถูกฆ่า)

  • He was almost killed in an accident.

(เขาเกือบตายในอุบัติเหตุ)

                                          สำหรับ   “Mostly”  เป็นกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “ส่วนมาก, ส่วนใหญ่, โดยทั่วไป, โดยธรรมดาแล้ว”  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • The men at the party were mostly young.

(ผู้ชายที่งานเลี้ยงเป็นคนหนุ่มเสียส่วนใหญ่)

  • She has had a very exciting career, mostly in Birmingham.

(เธอมีอาชีพที่น่าตื่นเต้นมาก  ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม)

  • She was busy writing, poetry mostly.

(เธอยุ่งอยู่กับการเขียน  -  บทกวีเสียเป็นส่วนใหญ่)

  • Some snakes hunt mostly at night.

(งูบางชนิดออกล่าส่วนใหญ่เวลากลางคืน)

 

12. The ________________________________________ machines enable us to work faster.

(เครื่องจักร (ซึ่ง) ______________________________ ทำให้เราสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น)

(a) new buying

(b) newly buying

(c) new bought

(d) newly bought    (ถูกซื้อมาใหม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้   “Bought”  (กริยาช่องที่  ๓  ของ “Buy”)  เนื่องจากเครื่องจักร  “ถูกซื้อ”  และใช้  “Newly”  เนื่องจากขยายกริยา  “Bought”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)

 

13. He was shot _________________________ during the gunfight with the police yesterday.

(เขาถูกยิง _____________________________ ในระหว่างการดวลปืนกับตำรวจเมื่อวานนี้)

(a) death    (ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(b) dead    (ตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) deadly    (เป็นอันตรายถึงตายได้, ร้ายแรงถึงตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) died    (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เป็นการใช้โครงสร้างที่กริยา  ไม่ว่าจะเป็น  “Active voice”  หรือ  “Passive voice”  (ดังประโยคข้างบนตามด้วยคำคุณศัพท์  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • Still water runs deep.

(น้ำนิ่งไหลลึก)

  • After a long period of time, some rivers run dry.

(หลังจากช่วงเวลายาวนาน  แม่น้ำบางสายเหือดแห้งไป)

  • The fire news was broadcast live across the country.

(ข่าวไฟไหม้ได้รับการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ)

  • The grass in my garden runs wild during the rainy season.

(หญ้าในสวนของผมขึ้นยั้วเยี้ยในระหว่างหน้าฝน)

  • It is thought nonsense to believe such a story.

(มันถูกคิดว่าไร้สาระที่จะเชื่อเรื่องแบบนั้น)

 

14. It’s so dark in here.  You’d better be careful, _______________ you should stumble.

(มันมืดมากเลยในที่นี้  คุณควรระมัดระวัง ____________ คุณ (อาจ) เดินสะดุด-ก้าวพลาด)

(a) unless    (ถ้า........................ไม่)

(b) so that    (เพื่อที่ว่า)

(c) lest    (โดยเกรงว่า, เพื่อไม่ให้)

(d) as a result    (ผลที่ตามมาคือ)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Lest”  จากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่ 

A: “The doctor told him to stop taking drugs ________________ he should suffer brain damage.”

(หมอบอกเขาให้เลิกกินยาเสพย์ติด ___________________ เขา (อาจ) ได้รับอันตรายทางสมอง)

B: “I don’t think he’ll listen.”

(ผมไม่คิดว่าเขาจะฟัง (ที่หมอบอก) หรอก)

(a) unless    (ถ้า...................ไม่)

(b) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม)

(c) in order that    (เพื่อที่ว่า)

(d) lest    (โดยเกรงว่า, เพื่อไม่ให้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Lest”   จากประโยคข้างล่าง

  • We watched all night lest the bandits should return.

(เราเฝ้าดูตลอดทั้งคืน  โดยเกรงว่า (เพื่อไม่ให้) พวกโจรจะกลับมา)

  • I had to grab the iron rail at my side lest I slipped off.

(ผมจำเป็นต้องเกาะราวเหล็กข้างตัวเอาไว้  โดยเกรงว่า (เพื่อไม่ให้) ผมจะลื่นล้ม)

  • He was extra polite to his superiors lest something adverse might be written into his records.

(เขาสุภาพเป็นพิเศษกับผู้บังคับบัญชา  โดยเกรงว่า (เพื่อไม่ให้) บางสิ่งบางอย่างในทางลบ  อาจถูกเขียนลงไปในประวัติของเขา)

 

15. Don’t open a shop ___________________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) _________________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like   (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูตัวอย่างการใช้  “Unless”  จากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • He won’t pass his examination ___________________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ____________________________________________________)

(a) if he is not enough diligent   (ต้องใช้  “diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough   (หลัง “Unless” ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough   (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ   –   ข้อ  (d)  เนื่องจาก   “Unless = If…………… not”  แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง  “Unless + Subject + Verb  (บอกเล่า)  ทั้งนี้  “อนุประโยคที่ตามหลัง “Unless” จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก  “Unless”  มี  “Not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธรวมอยู่ในคำด้วยแล้ว   ตัวอย่าง  เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มาถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

 

16. Microscopes make small things appear larger than ______________________________.

(กล้องจุลทรรศน์ทำให้สิ่งเล็กๆ ดูเหมือนใหญ่กว่า (ที่) ____________________________)

(a) really are

(b) are really

(c) are they really

(d) they really are    (มันเป็นอยู่จริงๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

17. New York’s Statue of Liberty was designed to be a beacon for ships and a monument _____________.

(เทพีเสรีภาพของรัฐนิวยอร์กได้รับการออกแบบให้เป็นประภาคารไฟสำหรับเรือ  และอนุสาวรีย์ _____________)

(a) the two

(b) in addition to    (นอกเหนือจาก)  (ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี)

(c) as well    (ด้วยเช่นกัน)

(d) together    (ด้วยกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “As well”  และ  “Together”  จากประโยคข้างล่าง

  • It obviously brought him a great deal of fame, and money as well.

(มันได้นำชื่อเสียงมาให้เขามากมายอย่างเห็นได้ชัด  และเงินด้วยเช่นกัน)

  • He needs to develop his reading further, and his writing as well.

(เขาจำเป็นต้องพัฒนาการอ่านของเขาต่อไปอีก  และการเขียนด้วยเช่นกัน)

  • Now she stretched out the other leg as well.

(ตอนนี้เธอยื่นขาอีกข้างหนึ่งออกไปเช่นกัน)  (หลังจากได้ยื่นขาออกไปข้างหนึ่งก่อนหน้านี้)

  • You’ve already been late for breakfast, and if you don’t eat fast, you’ll be late for school as well.

(เธอมากินอาหารเช้าสายแล้วนะ  และถ้าเธอไม่รีบกิน  เธอก็จะไปโรงเรียนสายด้วยเช่นกัน)

  • I may as well admit that I knew the answer all along.

(ผมจะยอมรับด้วยเช่นกัน (แม้จะไม่ค่อยอยากยอมรับ) ว่าผมรู้คำตอบมาโดยตลอด)

  • I thought I might as well go, you can’t keep saying no to people.

(ผมคิดว่าผมจะไปด้วยเช่นกัน  (แม้ว่าจะไม่ค่อยอยากไป) คุณไม่สามารถปฏิเสธคนอื่นได้ตลอดไปหรอก)  (คือ  มีคนมาชวนให้ไปหลายหนแล้ว)

                            สำหรับ  “Together”  ใช้ดังนี้  คือ

  • They flew back to London together.

(พวกเขาบินกลับไปลอนดอนด้วยกัน)

  • The two brothers used to go on fishing parties together.

(พี่น้องคู่นั้นเคยไปร่วมงานตกปลาด้วยกัน)

  • You all work together as a team in the office.

(พวกคุณทุกคนทำงานด้วยกันเป็นทีมในสำนักงาน)

  • We’ll be dealing with those problems together.

(เราจะจัดการกับปัญหาเหล่านั้นด้วยกัน)

  • The reports will have to be seen and judged together before a decision can be taken.

(รายงานจะต้องได้รับการดูและพิจารณาพร้อมๆกัน  ก่อนจะมีการตัดสินใจ)

  • Jim and Joe said no together in their reply to the invitation.

(จิมและโจกล่าวปฏิเสธพร้อมๆ กันในการตอบคำเชิญ)

 

18. Most lakes in the northern part of the United States were scooped out by glaciers, __________ vast basins.

(ทะเลสาบส่วนใหญ่ในตอนเหนือของสหรัฐฯ  ถูกทำให้เป็นโพรง (กัดเซาะ) โดยธารน้ำ แข็ง, ________ อ่าวด้านใน (ตรงที่เป็นส่วนโค้งเว้า) ที่กว้างใหญ่)

(a) create

(b) creating    (ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด)

(c) have created

(d) are creating

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……….glaciers, which created vast basins

 

19. ______________ that Rachel Carson’s 1962 book ‘Silent Spring’ was one of the chief sources of inspiration for the development of nontoxic pesticides.

(_______________ ว่า  หนังสือในปี  ๑๙๖๒  ของราเชล  คาร์สัน (ที่ชื่อว่า) “ฤดูใบไม้ผลิที่เงียบสงบ”  เป็นหนึ่งในแหล่งสำคัญของแรงบันดาลใจสำหรับการพัฒนายาฆ่าสัตว์ที่รบกวนหรือทำลายสัตว์อื่น (หรือยาฆ่าแมลง หรือ ยาปราบศัตรูพืช) แบบไม่มีพิษ)

(a) There is likely

(b) It is likely to be

(c) It is likely    (มันเป็นไปได้, น่าจะเป็นไปได้, เหมาะสม, สมควร, มีหวัง)

(d) Likely

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับโครงสร้างอื่นๆ  ของ  “Likely”  ได้แก่

                                        ๑. เป็นไปได้ที่เหตุการณ์จะเป็นเช่นนั้น  หรือเกิดขึ้น

  • What do you think is the most likely time to see the Dean?

(คุณคิดว่าเวลาอะไรเป็นไปได้ (เหมาะสม) ที่สุด  ที่จะพบท่านคณบดี)

  • What kind of change is likely?

(ความเปลี่ยนแปลงแบบไหนนะ  ที่อาจเป็นได้)

  • We can’t imagine the likely consequences of going ahead with the scheme.

(เรานึกไม่ออกถึงผลลัพธ์ที่อาจเป็นได้ของการดำเนินโครงการต่อไป)

  • It seemed hardly likely that they would agree.

(มันดูเหมือนแทบเป็นไปไม่ได้  ว่าพวกเขาจะเห็นพ้องด้วย)

                                         ๒. บุคคลหรือสิ่งต่างๆมีแนวโน้มที่จะ (ไม่) ทำเช่นนั้น

  • Jim is not likely to succeed

(จิมมีแนวโน้มที่จะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • They were not likely to forget it.

(พวกเขาไม่น่าลืมมัน)  (เป็นไปไม่ได้ที่จะลืมมัน)

  • A butcher will not be likely to preach vegetarianism.

(พ่อค้าขายเนื้อไม่น่าเป็นไปได้ที่จะสั่งสอน (เทศน์) ลัทธิมังสวิรัติ)

  • These services are likely to be available to us all before long.

(บริการเหล่านี้เป็นไปได้ที่จะมีได้สำหรับพวกเราทุกคนในไม่ช้านี้)

                                        ๓. “Not likely”  ใช้ในการตอบคำถาม  โดยเฉพาะที่ว่าผู้ถูกถามจะทำเช่นนั้นหรือไม่  โดยเป็นการเน้นย้ำคำตอบว่า  “ไม่”  เช่น

       A: Will you come back when she recovers?

(คุณจะกลับมาหรือไม่  เมื่อเธอหายป่วย)

       B: Not likely!

(ไม่)  (อย่างแน่นอน)

 

20. The villager were ________________ informed about the events taking place in the country.

(ชาวบ้านได้รับข้อมูลข่าวสาร __________________ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศ)

(a) well and pretty    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) well pretty    (เรียงผิด)

(c) pretty well    (อย่างดีมาก)

(d) prettily well    (“Prettily”  =  อย่างสวยงาม)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากใช้กริยาวิเศษณ์  (Adverb) “Well”  ขยายกริยา  “Informed”  และใช้กริยาวิเศษณ์  “Pretty”  (มาก)  ขยาย  “Well”  อีกทีหนึ่ง  สำหรับ  “Pretty”  เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective) หมายถึง  “สวยงาม”  ดูตัวอย่างการใช้กริยาวิเศษณ์  “Prettily”  (อย่างสวยงาม)  จากประโยคข้างล่าง

  • It was prettily engraved with flowers on the back.

(มันถูกแกะสลัก (ฝัง) ไว้อย่างสวยงามด้วยดอกไม้ทางด้านหลัง)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป