หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 655)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The trip was difficult, _____________________________________________ we enjoyed it.

(การเดินทางยากลำบาก ________________________________________ เราสนุกกับมัน)

(a) and    (และ)

(b) thus    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(c) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่)

(d) although    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากข้อความที่อยู่ข้างหน้า  และหลัง  Nevertheless  จะมีความขัดแย้งกัน  (การเดินทางยากลำบาก  แต่เราสนุกกับมัน)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Nevertheles และคำในกลุ่มเดียวกัน  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • His salary has been increased; ___________________________ he still can’t save anything.

(เงินเดือนของเขาได้รับการเพิ่มแล้ว, _________________ เขายังคงไม่สามารถเก็บออมเงินได้เลย)

(a) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)   

(b) however    (อย่างไรก็ตาม,  อย่างไรก็ดี)

(c) so    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)      

(d) because    (เพราะว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความที่อยู่ข้างหน้าและหลัง  However, Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still (อย่างไรก็ตาม  มิใช่  “ยังคง  ตามความหมายในประโยคข้างบน)  จะขัดแย้งกัน  (เงินเดือนเพิ่มแล้ว  ยังออมเงินไม่ได้)  ดูเพิ่มเติมการใช้  However  และคำในกลุ่มเดียวกัน  (หมายถึง  “อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี”)  และ  “Therefore, So, Consequently, As a result, Hence, Thus”  (ทุกคำหมายถึง  “เพราะฉะนั้น, ดังนั้น,  ผลที่ตามมา)  จากประโยคข้างล่าง

               ๑. However  =  Nevertheless  =  Nonetheless  =  But  =  Yet  =  Still  =  อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แม้กระนั้นก็ตาม, แต่กระนั้นก็ดี,  (Still  อาจหมายถึง  “ยังคง”  ก็ได้)  เช่น

  • He studied hard; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน   อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก) 

             หรือ  แยกออกเป็น ๒ ประโยค

  • He studied hard.  However (Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still), he failed.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ดี  เขาสอบตก)

  • It rained heavily.  However (Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still), they went out.

(ฝนตกหนัก  อย่างไรก็ตาม (แต่) พวกเขาออกไปข้างนอก)

  • Kim was wealthy; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), she was not happy.

(คิมร่ำรวย  อย่างไรก็ดี (แต่)  เธอไม่มีความสุข)

  • Jimmy is often very rude; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), Sally is very fond of him.

(จิมมี่หยาบคายมากอยู่บ่อยๆ  อย่างไรก็ตาม (แต่)  แซลลี่ชอบ (รัก) เขามาก)

  • We got up very early; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), we missed the train.

(เราตื่นแต่เช้าตรู่  อย่างไรก็ดี (แต่)  เราตกรถไฟ)

  • Bill proposed to Sarah; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), she refused it.

(บิลขอแต่งงานกับซาร่าห์  อย่างไรก็ตาม  เธอปฏิเสธมัน)

  • It was raining.  However (Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still), we decided to go to the seaside.

(ฝนกำลังตก,  อย่างไรก็ตาม  เราตัดสินใจที่จะไปชายทะเล)

  • It was a long walk but (however, nevertheless, nonetheless, yet, still), it was worth it.

(มันเป็นการเดินทางที่ไกล  แต่ (อย่างไรก็ตาม) มันคุ้มค่ากับการเดิน)

  • Alice thinks the soil is very fertile.  But (However, Nevertheless, Nonetheless, Yet, Still), it isn’t. 

(อลิซคิดว่าดินอุดมสมบูรณ์มาก  แต่ (อย่างไรก็ตาม)  มันไม่ได้อุดมสมบูรณ์

  • In 1950, oil supplied only about 10% of the U.K.’s total energy consumption, but (however, nevertheless, nonetheless, yet, still), now it is up to about 50% and still rising.

(ในปี ๑๙๕๐  น้ำมันให้เพียงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานทั้งหมดของอังกฤษ  แต่ (อย่างไรก็ตาม) ปัจจุบัน  มันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์  และยังคงกำลังเพิ่มขึ้น)

  • They don’t need to know all the answers but (however, nevertheless, nonetheless, yet, still) they need to know how to find out the answers.

(พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบทั้งหมด (ทุกข้อ)  แต่ (อย่างไรก็ตาม) พวกเขาจำเป็นต้องรู้ว่าจะค้นหาคำตอบได้อย่างไร)

****However  ในโครงสร้างแบบอื่น  หมายถึง  “.............เพียงไรก็ตาม, แม้ว่า”  เช่น

  • However beautiful she is, nobody likes her.  (=  Nobody likes her however beautiful she is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะสวยเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครชอบเธอ)

  • However wealthy he is, he is never happy.  (=  He is never happy however wealthy he is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าเขาจะร่ำรวยเพียงไรก็ตาม  เขาไม่เคยมีความสุข)

  • However old they are, they always work hard.  (=  They always work hard however old they are.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าพวกเขาจะแก่เพียงไรก็ตาม  พวกเขาทำงานหนักเสมอ)

  • However important it is, no one pays attention to it.  (=  No one pays attention to it however important it is.)  (ม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่ามันจะสำคัญเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครให้ความสนใจกับมัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.  (=  She was hit by a car however carefully she walked.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

 (ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังเพียงไรก็ตาม  เธอถูกรถยนต์ชน)

  • However quickly they walked, they couldn’t catch the bus.  (=  They could not catch the bus however quickly they walked)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วเพียงไรก็ตาม   พวกเขาไม่สามารถไปทันรถประจำทาง)

                 จงเปรียบเทียบกับ

  • They walked quickly; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still) they could not catch the bus.

(พวกเขาเดินอย่างเร็ว  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • He will never succeed however hard he may try.  (=  However hard he may try, he will never succeed)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)  (=  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ)

                จงเปรียบเทียบกับ

  • He may try hard; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), he will never succeed.

(เขาอาจจะพยายามอย่างหนัก  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ)

  • However carefully she tried to cross the street, she was hit by a car.  (=  She was hit by a car however carefully she tried to cross the street)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวังเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เธอถูกรถชน)  (=  เธอถูกรถชน  ไม่ว่าเธอจะพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวังเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)

                   จงเปรียบเทียบกับ

  • She tried to cross the street carefully; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), she was hit by a car.

(เธอพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวัง  อย่างไรก็ตาม (=  อย่างไรก็ดี = แต่)  เธอถูกรถชน)

  • However hard he studied, he did not pass the exam.  (=  He did not pass the exam however hard he studied.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าเขาจะเรียนหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เขาสอบตก)  (=  เขาสอบตก  ไม่ว่าเขาจะเรียนหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)

                จงเปรียบเทียบกับ

  • He studied hard; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เขาสอบตก)

  • However very expensive the house was, we bought it.  (=  We bought the house however very expensive it was)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าบ้านจะราคาแพงมากเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เราซื้อมัน)  (=  เราซื้อบ้าน  ไม่ว่ามันจะราคาแพงมากเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)   

                จงเปรียบเทียบกับ

  • The house was very expensive; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), we bought it.

(บ้านราคาแพงมาก  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เราซื้อมัน)

  • However beautifully she sang, nobody had time to listen to it.  (=  Nobody had time to listen to it however beautifully she sang.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But, Yet, Still  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะร้องเพลงไพเราะเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครมีเวลาที่จะฟังมัน)  (=  ไม่มีใครมีเวลาที่จะฟังมัน  ไม่ว่าเธอจะร้องเพลงไพเราะเพียงไรก็ตาม)

                  จงเปรียบเทียบกับ

  • She sang beautifully; however (nevertheless, nonetheless, but, yet, still), nobody had time to listen to it.

(เธอร้องเพลงเพราะ  อย่างไรก็ตาม  ไม่มีใครมีเวลาจะฟังมัน)

***หมายเหตุ  -  ประโยคต่อไปนี้ต้องใช้  But  เพียงอย่างเดียว  ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, However, Yet หรือ Still    แทนได้  เนื่องจากเป็นโครงสร้างเฉพาะสำหรับ  But

  • This is not the result of unemployment but the result of sheer vandalism.

(นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ของการว่างงาน  แต่ (อย่างไรก็ตาม) เป็นผลลัพธ์ของการทำลายทรัพย์สินสาธารณะล้วนๆ – อย่างแท้จริง)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless,  nonetheless, yet, still  แทนได้)

  • The family doesn’t see it as a chore but a sensible necessity.

(ครอบครัวนี้ไม่ได้มองมันว่าเป็นงานบ้าน  แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่มีเหตุผล)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless, nonetheless, yet, still  แทนได้)

  • Jim’s car is quite old but in excellent condition.

(รถยนต์ของจิมเก่ามาก  แต่อยู่ในสภาพดีเยี่ยม)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless, nonetheless, yet, still  แทนได้)

  • The house was an ordinary one, but inside was magnificent and valuable wooden furniture.

(บ้านหลังนั้นเป็นบ้านธรรมดาๆ  แต่ข้างใน (บ้าน) คือเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่โอ่อ่าและมีค่า)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless, nonetheless, yet, still  แทนได้)

  • Cindy bought a cheap but incredibly effective carpet cleaner.

(ซินดี้ซื้อเครื่องทำความสะอาดพรมที่ราคาถูก  แต่มีประสิทธิผลอย่างไม่น่าเชื่อ)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless, nonetheless, yet, still  แทนได้)

  • We’ll have a meeting.  But not today.

(เราจะมีการประชุม  แต่ไม่ใช่วันนี้)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless,  nonetheless, yet, still  แทนได้)

  • The president has promised reform but failed to deliver it.

(ท่านประธานาธิบดีได้ให้สัญญาว่าจะมีการปฏิรูป  แต่ไม่สามารถทำมันได้)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless, nonetheless, yet, still  แทนได้)

               ๒. Therefore  =  So  =  Consequently  =  As a result  =  As a consequence  =  Hence  =  Thus  =  เพราะฉะนั้น,  ดังนั้น,  ผลที่ตามมาคือ,  เช่น

  • They forgot to take any food.  Therefore (So, Consequently, Hence, Thus, As a result, As a consequence) they were very hungry by the end of the day.

(พวกเขาลืมนำอาหารไป  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) พวกเขาจึงหิวมากในตอนสิ้นวัน)  (คือ  ในตอนเย็น)

  • He had very poor health; therefore (consequently, so, thus, hence, as a result, as a consequence) he had to resign from his job.

(เขาสุขภาพแย่มาก  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ)  เขาจำเป็นต้องลาออกจากงาน)

  • She studied hard.  Therefore (So, Consequently, Thus, Hence, As a result, As a consequence), she passed her exam.

(เธอขยันเรียน  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) เธอจึงสอบได้)

  • Jane had very poor health.  Therefore (So, Consequently, Thus, Hence, As a result, As a consequence), she was not happy.

(เจนมีสุขภาพแย่มาก  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) เธอไม่มีความสุข)

  • The Chairman was sick; therefore (consequently, so, thus, hence, as a result, as a consequence), the meeting was canceled.

(ท่านประธานป่วย  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) การประชุมถูกยกเลิก)

 

2. A: What time does the office close for lunch?

(สำนักงานปิดเพื่อทานอาหารกลางวันเวลาใด) 

    B: _____________________________________________________________.

(a) The time is twelve o’clock    (เวลาคือเที่ยง)

(b) For one hour    (เป็นเวลา  ๑  ชั่วโมง)

(c) From twelve to one    (จากเที่ยงถึงบ่ายโมง)

(d) Until one o’clock    (จนกระทั่งบ่ายโมง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด  เนื่องจากถามช่วงเวลาพักทานอาหารกลางวัน

 

3. Tomorrow some of our friends are leaving for New York.  We are going to see them ____________.

(พรุ่งนี้เพื่อนของเราบางคนจะจากไปนิวยอร์ค  เราจะไป _________________________ พวกเขา)

(a) about  (See about  =  พิจารณา, ศึกษา, จัดการดูแล)

(b) out

(c) off    (ส่ง)  (See someone off  =  ไปส่งเพื่อกล่าวคำอำลาหรือโบกไม้โบกมือให้)

(d) through

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. One who ___________________________ good feels ____________________________.

(บุคคลผู้ซึ่ง__________________________ ดี  รู้สึก __________________________)

(a) makes _______________ happy

(b) does _______________happy   (ทำ _____________ มีความสุข)

(c) makes ________________ happily

(d) does ________________happily

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “Do good”  =  “ทำดี, ทำความดี”  ส่วน  “Do well”  =  “ทำได้ดี”  (ใช้  “Does”  ตามประธานประโยค  “One”  ซึ่งเป็นเอกพจน์)  สำหรับ  “Feel + Adjective”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Adjective” (Quick, Slow, Careful)   มิใช่  “Adverb” (Quickly, Slowly, Carefully)  จากตัวอย่างประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ ๑

  • The air in that spot smells ________________________________________________.

(อากาศตรงบริเวณนั้นมีกลิ่น ______________________________________________)

(a) sweetness    (ความสดชื่น, ความหวาน, ความไพเราะ, ฯลฯ)  (เป็นคำนาม)

(b) sweetly    (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(c) sweet    (สดชื่น, หวาน, มีรสหวาน, มีรสดี, สด, ไพเราะ, มีกลิ่นดี, หอม, น่าพอใจ, งดงาม) 

       (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) sweeten    (ทำให้หวาน-หอม-อ่อนนิ่ม-เป็นกรดน้อยลง, หวานขึ้น, หอมขึ้น, ไพเราะขึ้น, นิ่มนวลขึ้น,

       กลมกล่อมขึ้น)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Smell + Adjective

                                  ตัวอย่างที่                    จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔

  • (1) When compared with its (2) graceful manner in the water, a penguin’s progress (3) on land seems (4) awkwardness.

(เมื่อเปรียบเทียบกับกริยาท่าทางที่งามสง่าของมันในน้ำ  การก้าวเดินไปข้างหน้าของนกเพ็นกวินบนบก  ดูเหมือนว่าจะงุ่มง่าม-เชื่องช้า-เก้งก้าง)

ตอบ  -  ข้อ  ๔  แก้เป็น   “awkward”  เนื่องจาก  “Seem + Adjective

                                  ตัวอย่างที่

  • I saw the coach on the field after the game, and he seemed _________________________.

(ผมเห็นผู้ฝึกสอนที่สนามหลังการแข่งขัน  และเขาดูเหมือนว่า _________________________)

(a) real angry

(b) angrily

(c) anger

(d) angry    (โกรธ)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Seem + Adjective”  หรืออาจตอบ  “really angry”  (โกรธอย่างแท้จริง) ก็ได้  เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้  (look, feel, become, grow, get, seem, appear, taste, prove, sound, remain, turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม  (Object)  แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น  หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์   คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective)  เท่านั้น  มิใช่คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า  “Subjective Complement”  หมายถึง  “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”  และเรียกกริยาประเภทนี้ว่า  “Linking Verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง ประธานของประโยค   และส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประ โยคมีใจความสมบูรณ์   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She felt good after a long sleep.

  (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

  • He looked happy when his friends came to see him.

  (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

  • The milk in that glass tasted sour.

  (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

  • They seem tired after a hard day’s work.

(พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

สรุป  -   คำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก  “Linking verb”  ได้แก่  be  (is, am, are, was, were) (เป็น, อยู่, คือ), become, seem  (ดูเหมือนว่า), appear  (มีลักษณะท่าทาง), feel  (รู้สึก),  get,  grow, keep, look  (มีท่าทาง),  smell  (มีกลิ่น)sound, taste  (มีรสชาติ),  turn  (กลายเป็น)  จะต้องเป็นคำคุณ ศัพท์  (Adjective)  เสมอ  เช่น

  • Tom became rich(ทอมร่ำรวยขึ้นมา)
  • Ann seems happy.  (แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)
  • Jim felt cold.   (จิมรู้สึกหนาว)
  • He got/grew impatient.   (เขารู้สึกกระวนกระวาย)
  • The idea sounds interesting.   (ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)
  • She looked calm(เธอมีอาการสงบ)
  • He turned pale.   (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)
  • The soup tasted sweet.   (ซุปมีรสหวาน)

                   สำหรับวลีที่ใช้ “Make”  และ  “Do”  ได้แก่

                                         วลีที่ใช้  Make

  • make a mistake   (ทำผิด)
  • make an error   (ทำผิด, ทำผิดพลาด)
  • make a noise   (ทำเสียงดัง)
  • make a sound   (ส่งเสียง, พูด)
  • make a terrible racket   (ส่งเสียงอึกทึกครึกโครม-เสียงดังหนวกหู)
  • make a speech   (กล่าวสุนทรพจน์)
  • make a hole   (เจาะรู)
  • make beds   (สร้างเตียง)
  • make the beds  (จัดเตียง, ปูเตียง)
  • be made of gold   (ทำด้วยทอง)  (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)
  • be made from wheat   (ทำมาจากข้าวสาลี)  (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)
  • a car (which was) made in China   (รถผลิตในจีน)
  • a Japanese-made car   (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • make a choice   (เลือก)
  • make a change (some changes)   (เปลี่ยนแปลง)
  • make a great success   (ประสบความสำเร็จอย่างมาก)
  • make a mess of the room   (ทำห้องเละเทะ-สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ)
  • make a very good job of the bathroom   (รักษาความสะอาดห้องน้ำได้ดีมาก)
  • make a serious effort   (พยายามอย่างจริงจัง)
  • make a fuss   (บ่นหรือจู้จี้)
  • make a claim   (เรียกร้อง, เรียกค่าเสียหาย, กล่าวอ้าง)
  • make a charge   (เรียกเก็บเงิน, คิดเงิน)
  • make a bad impression   (สร้างความประทับใจในทางลบ)
  • make good progress   (ก้าวหน้าไปด้วยดี)
  • make a discovery   (ค้นพบ)
  • make a good recovery   (ฟื้นไข้เร็ว)
  • make gains   (มีชัยชนะ หรือรุกคืบหน้า)
  • make it clear   (อธิบายอย่างชัดเจน)
  • make sure   (ทำให้แน่ใจ)
  • make a statement   (พูด, กล่าว)
  • make a comment   (แสดงความคิดเห็น)
  • make a point   (เสนอวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมาย)
  • make a decision   (ตัดสินใจ)
  • make a phone call   (โทรศัพท์)
  • make a judgement   (ลงความเห็น, ตัดสิน, วินิจฉัย, พิจารณาคดี)
  • make a visit   (ไปเยือน)
  • make a trip   (เดินทาง)
  • make a tour   (เดินทางท่องเที่ยว)
  • make a start   (เริ่มต้น)
  • make a move   (เปลี่ยนถิ่นที่อยู่, เคลื่อนไหว, เคลื่อนที่)
  • make a suggestion   (แนะนำ)
  • make an announcement   (ประกาศ)
  • make up   (กุเรื่อง, แต่งหน้า, ประกอบขึ้นเป็น)
  • make up for   (ชดเชย)
  • make out    (เข้าใจ)
  • make you a good secretary    (เป็นเลขาฯ ที่ดีของคุณ)
  • make a good doctor   (เป็นหมอที่ดี)
  • sixty minutes make an hour   (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)
  • two and two make four    (๒ บวก ๒ เป็น ๔)
  • make a fool of oneself     (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)
  • make a fool of someone    (หลอกต้มคนอื่น, ทำให้คนอื่นดูเป็นไอ้โง่)
  • He used to make her life hell.   (เขาเคยทำให้ชีวิตเธอเป็นนรก)
  • Sit down and make yourself comfortable.   (นั่งลงและทำตัวให้สบาย)
  • The agenda of the discussion was made public.   (วาระของการพูดคุยถูกประกาศออกไป)
  • He feared the story would make things worse.   (เขากลัวว่าเรื่องนั้นจะทำให้สิ่งต่างๆ เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก)
  • She tried to make herself understood.   (เธอพยายามทำให้คนอื่นเข้าใจเธอ)
  • Jack was the first to make himself heard.   (แจ๊กเป็นคนแรกที่ทำให้คนอื่นได้ยินเสียงของเขา – เสียงแสดงความคิดเห็น หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ)
  • She makes me laugh.   (เธอทำให้ผมหัวเราะ)
  • What makes you ask that ?   (อะไรทำให้คุณถามแบบนั้น)
  • A sudden noise made Paul jump.   (เสียงที่ดังขึ้นมาในทันใดทำให้พอล กระโดดโหยง)
  • The warm sun made her feel a little better.   (ดวงอาทิตย์ที่อบอุ่นทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย)
  • You’ve got to make him listen.   (คุณจำเป็นต้องบังคับให้เขาฟัง)
  • They were made to sit and wait for two hours.   (พวกเขาถูกบังคับให้นั่งและรอ ๒ ชั่วโมง)
  • The letters won’t make the last post.   (จดหมายคงส่งไม่ทันไปรษณีย์เที่ยวสุดท้าย)
  • We haven’t time to cook a proper meal.  We’ll have to make do with sandwiches.   (เราไม่มีเวลาที่จะปรุงอาหารดีๆ  เราจำเป็นต้องถูไถกินแซนด์วิชไปก่อน)
  • He earned a very little income each month.  He had to make do with it.   (เขามีรายได้น้อยมากแต่ละเดือน  เขาต้องถูไถกับมัน – เงินเดือนจิ๊บจ๊อย)
  • The escaped prisoners are believed to be making for London.    (นักโทษที่หลบหนีถูกเชื่อว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังลอนดอน)
  • This discussion will make for a better understanding among us.    (การพูดคุยครั้งนี้จะส่งเสริมความเข้าใจที่ดีขึ้นระหว่างพวกเรา)
  • When he saw the farmer coming, the tramp made off with the chicken as fast as he could.   (เมื่อเขาเห็นชาวนากำลังมา  เจ้าคนจรจัดวิ่งหนีไปพร้อมกับไก่ – ที่ขโมยมา – อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้)
  • I can’t make out why she was so rude.   (ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอจึงหยาบคายเสียขนาดนั้น)
  • She’s a strange person.  I’ve never been able to make her out.   (เธอเป็นคนแปลก  ผมไม่สามารถเข้าใจเธอได้เลย)
  • How are you making out in your new job ?   (คุณเป็นอย่างไรบ้างประสบความสำเร็จไหม – ในงานใหม่ของคุณ)
  • make an inquiry (enquiry)   (สอบถาม, สอบสวน, ตรวจสอบ)
  • It was clear to me that the girl wasn’t in love with him.  She was on the make.   (มันเห็นได้ชัดกับผมว่า  เด็กสาวคนนั้นไม่ได้รักเขาเลย  เธอแสร้งทำเพื่อหวังผลประโยชน์)

                                         วลีที่ใช้  “Do

  • do one’s best  (do his/her best)  (ทำดีที่สุด)
  • do one’s duty   (ทำหน้าที่ของตน)
  • do good   (ทำดี)
  • do bad   (ทำชั่ว)
  • do harm   (ทำอันตราย)
  • do someone a favor   (ช่วยเหลือคนอื่น)
  • do someone good   (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)
  • do the right (wrong) thing   (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)
  • do duty   (ทำหน้าที่)
  • do work   (ทำงาน)
  • do things   (ทำสิ่งต่างๆ)
  • do a lot of reading   (อ่านหนังสือเยอะแยะ)
  • do your teeth   (แปรงฟันของคุณ)
  • do the flowers    (จัดดอกไม้)
  • do the cleaning    (ทำความสะอาด)
  • do the washing up    (ซักผ้า-ล้างจาน)
  • do the cooking    (ปรุงอาหาร)
  • do nothing   (ไม่ทำอะไร)
  • do something about a problem    (ลงมือทำเพื่อพยายามแก้ปัญหา)
  • do something about immigration    (แก้ปัญหาการอพยพ)
  • do all we can    (ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้)
  • There’s nothing I can do about it.  

(ไม่มีสิ่งใดที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน – คือช่วยอะไรไม่ได้)

  • That hat does nothing for you.  

(หมวกใบนั้นไม่เหมาะกับคุณ)

  • I wonder what his father does.   

(ผมสงสัยว่าพ่อเขาทำงานอะไร)

  • He didn’t do very well in his exam.

(เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสอบ)

  • Do you do train bookings to London?

(คุณให้บริการจองตั๋วรถไฟไปลอนดอนหรือเปล่า)

  • PWA does tap water for the public.

(กปภ. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน)

  • do a subject

(ศึกษาวิชาที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย)

  • He can do 120 miles per hour in that car.  

(เขาสามารถทำเวลาได้ ๑๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมงในรถคันนั้น)

  • This pen will do.  

(ปากกาด้ามนี้ก็ใช้ได้แล้ว – เพียงพอแล้ว)

  • Two thousand dollars will do me very well.

(เงิน ๒,๐๐๐ เหรียญพอเพียงกับความต้องการของผมเป็นอย่างดี)

  • What did you do with the keys?

(คุณเอากุญแจไปเก็บไว้ที่ไหน)

  • What did you do with that Baht 500 I gave you?

(คุณเอาเงิน ๕๐๐ บาทที่ผมให้ไปทำอะไร)

  • What can I do for you? 

(ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

  • How are you doing?

(คุณสบายดีหรือครับ)

  • How do you do” 

(ใช้พูดทักทายเมื่อตอนพบกัน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า“How do you do?”เช่นเดียวกัน)

  • This book has (หรือ is) to do with married life.

(หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงาน)

  • Easier said than done.    (พูดง่ายกว่าทำ – เป็นสุภาษิต)
  • make do   (อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้  –  เงิน, สิ่งของ  –  เท่าที่มีไปพลางๆก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน)
  • I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it.)

 (ผมมีเงินแค่ ๑๐๐ เดียว มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

  • He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone.)  

(เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู   แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้  (ตอก)  แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

  • dos and don’ts    (สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ)
  • There are plenty of dos and don’ts in this contract.

(มีสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำมากมายในสัญญานี้)

  • do homework (housework)   (ทำการบ้าน-งานบ้าน)
  • do crossword puzzles    (ทำปริศนาอักษรไขว้)
  • do the exercise   (ออกกำลัง)
  • do the bedroom    (จัดห้องนอน)
  • do away with    (กำจัด, ทำลาย)
  • do the shopping    (ไปซื้อของ-ช้อปปิ้ง)
  • do business    (ทำธุรกิจ)
  • have something to do with    (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)
  • have nothing to do with    (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

(He had nothing to do with the bank robbery.  –  เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นธนาคารเลย)

 

5. I thought Carol would be nervous when she made her speech, but she delivered it without trepidations.

(ผมคิดว่าแคโรลจะประหม่าเมื่อเธอกล่าวสุนทรพจน์  แต่เธอกล่าวมันโดยปราศจาก  ความกลัว-ความตกใจ-การสั่นเทา-การสั่นระริก-ความประหม่า-ความกังวลใจ)

(a) embarrassment    (ความเคอะเขิน, ความกระดากอาย, ความตะขิดตะขวงใจ)

(b) courage    (เค้อ-ริจ)  (ความกล้าหาญ, ความมีใจกล้า, กำลังใจ)

(c) intimidation    (การทำให้กลัว, การขู่ขวัญ-ขู่-คุกคาม)

(d) fright    (ไฟร้ท)  (ความกลัวอย่างมาก, ความสะดุ้งตกใจ, ความน่ากลัว-น่าขนลุก, บุคคลหรือสิ่งที่

       น่ากลัวมาก)

(e) husbandry    (การบริหารจัดการอย่างระมัดระวังและประหยัด, การทำไร่ไถนา, การปศุสัตว์, การเกษตร,

       การทำฟาร์ม, วิชาที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์)

ตอบ  –  ข้อ  (d)

 

6. A sudden fire caused panic (แพ้น-นิค) among residents of the apartment. 

(ไฟไหม้อย่างฉับพลันทันใดก่อให้เกิด  ความตกใจกลัว-ความหวาดกลัว-ความอกสั่นขวัญหาย-ตัวตลกที่สนุกสนาน  ในบรรดาผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์) 

(a) amusement    (ความสนุกขบขัน, มหรสพ, ความอภิรมย์, เครื่องหย่อนใจ)

(b) amazement    (ความทึ่ง, ความประหลาดใจ)

(c) terror    (ความหวาดกลัว, ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ)

(d) conflict    (ความขัดแย้ง)

(e) pinnacle    (พิ-นะ-เคิ่ล)  (ยอดเขา, ยอดแหลมสุดของอาคาร, จุดสูงสุดของอำนาจ-ชื่อเสียง-ความสำเร็จ ฯลฯ)

ตอบ  –  ข้อ  (c)  “Panic”  เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ตกใจกลัว, อกสั่นขวัญหาย, ทำให้สนุกสนาน, สนุกสนาน”  และเมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “เกี่ยวกับความตกใจกลัว  

 

7. We worked without respite (เรส-พิท) from five in the morning until five in the afternoon.

(เราทำงานโดยปราศจาก  การพักผ่อน-การหยุดชั่วคราว-การทุเลา-การยืดเวลาออกไป-การเลื่อนเวลาออกไป  จากตีห้าในตอนเช้า  จนกระทั่ง  ๕  โมงเย็น)

(a) reprisal    (ริ-ไพร้-เซิ่ล)  (การโต้ตอบด้วยกำลัง หรือกำลังทางทหาร, การแก้แค้น, การยึดทรัพย์สินเพื่อเป็น

       การโต้ตอบ)  

(b) reparation     (เรพ-พะ-เร้-ชั่น)  (การชำระเงินคืน, การชดเชย, การเยียวยา, การแก้ไข, การปรับปรุง, การซ่อม

       แซม, การฟื้นฟู, การปฏิสังขรณ์)  

(c) a period of rest or relief    (ช่วงเวลาการพักผ่อน หรือผ่อนคลาย)   

(d) repercussion    (รี  หรือ  เรพ-เพอร์-คั้ช-ชั่น)  (ผลลัพธ์, ผลกระทบทางอ้อม, การสะท้อนกลับ, การเด้งกลับ,

       สิ่งที่สะท้อนกลับ, ผลสะท้อน, เสียงสะท้อน)  

(e) requisite    (เร้ค-ควิ-ซิท)  (ข้อกำหนด, สิ่งที่จำเป็น, สิ่งที่จะขาดเสียมิได้)  

ตอบ  –  ข้อ  (c)

 

8. The doctor told the patients about many things that could impair a person’s health.

(หมอเล่าให้คนป่วยฟังเกี่ยวกับหลายๆ สิ่งซึ่งสามารถ  ทำลาย-ทำให้เสียหาย-ทำให้บาดเจ็บ -ทำให้เลวลง-ลดคุณค่า  สุขภาพของบุคคล)

(a) promote     (๑. ส่งเสริม, สนับสนุน,  ๒. กระตุ้น, ปลูกฝัง, ก่อตั้ง, ทำให้รุนแรงขึ้น,  ๓. เลื่อนชั้น, ให้รางวัล) 

(b) damage     (ทำลาย, ทำให้เสียหาย, ทำให้เป็นอันตราย)

(c) remove     (๑. เอาออกไป, ย้าย, โยกย้าย, ขนของ,  ๒. ขจัด, กำจัด, ฆ่า, ลบออก, เอาทิ้งไป,  ๓. ปลดออก,

      ไล่ออก, เอาออกจากตำแหน่ง, ไล่ไป, เนรเทศ,  ๔. เอาออก, สกัดออก, ร่อน, ทำให้บริสุทธิ์, แยกออก, ตัดออก,

       ทิ้งไป) 

(d) endorse     (สนับสนุน, เห็นด้วย, รับรอง, อนุมัติ) 

(e) conspire    (สมคบคิด, ร่วมกันวางแผนร้าย, ร่วมหัวกันวางอุบาย)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

9. _______________________________________ David gets the money doesn’t concern me.

(______________________ เดวิดได้เงิน ____________________ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผม)

(a) What

(b) Why

(c) Whether or not    (ไม่ว่า ____________ หรือไม่ก็ตาม)

(d) How does

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากถูกหลักไวยากรณ์และได้ใจความ  กล่าวคือ  Whether or not David gets the money (ไม่ว่าเดวิดได้เงินหรือไม่ก็ตาม)  เป็น  Noun clause  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  หรือของกริยาในรูปปฏิเสธ  “Doesn’t concern” (ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ...........)  ส่วน  Me  เป็นกรรมของกริยา  Concern,  ดูเพิ่มเติม  Noun clause  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • She was unable to tell us ________________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเราว่า  บ้านหลังใด _________________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)

(b) where    (ที่ไหน)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เพราะได้ใจความดีที่สุด   และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “which house she had gone into by mistake”  เป็น  “Noun clause”  (ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  ส่วนกรรมรอง  คือ  “Us”)  จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not ______________________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ______________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “What I really want”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be” (Is

                                 ตัวอย่างที่  

  • Tell me _____________________________________________________________.

(บอกผมซิว่า ________________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want   (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง”  ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น (นำหน้า) ด้วย  “Question words”  (What, When, Where, Why, How, How much, How many, How often, Who, Whom, That, Whether, If – หรือไม่(โดยไม่ต้องมี  “That”  อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)  ทั้งนี้  โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)  

                                  ตัวอย่างที่  

  • He is always boasting about _______________________________________________.

(เขากำลังคุยโม้โอ้อวดอยู่เสมอเกี่ยวกับ ________________________________________)

(a) how a beautiful wife he has

(b) how a figure his beautiful wife has

(c) what his wife has a beautiful figure

(d) what a beautiful figure his wife has    (ภรรยาของเขามีรูปร่าง-ทรวดทรงที่สวยงามอะไรเช่นนั้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของ  “Preposition” (About)  จึงต้องเรียงในรูปบอกเล่า  “…………his wife has”  อย่างไรก็ตาม  สามารถตอบในโครงสร้างอื่นๆ ได้  เช่น

  • He is always boasting about how beautiful his wife is.
  • He is always boasting about what a beautiful wife he has.

                            ตัวอย่างที่ 

  • _____________________ he thinks sensible turns out to be ridiculous in other people’s eyes.

(_____________ เขาคิดว่าฉลาด (มีเหตุผล-มีไหวพริบ) กลายเป็นน่าหัวเราะเยาะ (น่าขัน-ไร้สาระ) ในสายตาของผู้อื่น)

(a) That

(b) Which

(c) What    (สิ่งที่, อะไรที่)

(d) When

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (What he thinks sensible)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  หรือของกริยา  “Turns out”  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I wonder what ________________________________.  I feel that we have been a bit late.

ผมสงสัยว่า (ขณะนี้) _______________________ อะไร  ผมรู้สึกว่าเราล่าช้าไปนิดหน่อยแล้วนะ)

(a) it is time

(b) time is it

(c) time it is    (เป็นเวลา)

(d) is it time

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากข้อความ  “What time it is”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Wonder”  โดยต้องเรียงประโยคในรูปบอกเล่า  คือ  ประธานอยู่หน้ากริยา  (What time it is)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • If I had the money, I would pay _______________________________________ I owe.

(ถ้าผมมีเงิน (ในขณะนี้)  ผมจะใช้คืน _________________________________ ผมเป็นหนี้)

(a) that

(b) which

(c) what    (ในสิ่งที่)

(d) you

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (What I owe)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Pay

                                ตัวอย่างที่ 

  • _______ astrology and alchemy may be regarded as fundamental aspects of thought is indicated by their apparent universality.

(_______ วิชาโหราศาสตร์และอัลเคมี (การเล่นแร่แปรธาตุ)  อาจจะถูกถือว่าเป็นแง่มุมพื้นฐานของความคิด  ได้รับการบ่งชี้โดยความเป็นสากลที่เห็นได้ชัดเจนของมัน)  (คือ  ของทั้ง  ๒  วิชา)

(a) Both are

(b) What both

(c) Both

(d) That both    (ที่ว่าทั้ง)  (คือ  ทั้ง  ๒  วิชา)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (That both astrology and alchemy may be regarded as fundamental aspects of thought - ที่ว่าทั้งวิชาโหราศาสตร์และอัลเคมี (การเล่นแร่แปรธาตุ) อาจจะถูกถือว่าเป็นแง่มุมพื้นฐานของความคิด)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is indicated”  เป็นกริยา  และข้อความส่วนที่เหลือเป็นส่วนขยายกริยา

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I hadn’t realized _______________________________________________________.

(ฉันมิได้ตะหนักว่า _____________________________________________________)

(a) what a pretty girl she is

(b) what a pretty girl was she

(c) what a pretty girl she was    (เธอช่างเป็นเด็กสาวที่สวยเสียนี่กระไร)

(d) what she was a pretty girl

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นอนุประโยคในแบบ  Noun clause  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  Realized  จึงต้องเรียงคำในอนุประโยคในรูปบอกเล่า  คือ  “What a pretty girl + She + Was”  โดยประโยคนี้มาจากประโยคอุทาน  “What a pretty girl she is !”  (เธอช่างเป็นเด็กสาวที่สวยเสียนี่กระไร)   แต่ต้องเปลี่ยน  Is  เป็น  Was  เพื่อให้  Tense  สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  คือ  “Hadn’t realized”  ทั้งนี้  ผู้พูดประโยคข้างต้นแสดงความความประหลาดใจว่า  เธอมิได้ตระหนัก (สังเกตเห็นมาก่อน) ว่าเด็กสาวคนนี้สวยงามมาก

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • A computer can only do _____________________________ you have programmed it to do.

(คอมพิวเตอร์สามารถทำได้เฉพาะ _______________________ คุณตั้งโปรแกรมให้มันทำเท่านั้น)

(a) when    (เมื่อ)

(b) which    (ซึ่ง, ที่)

(c) if    (ถ้า)

(d) what    (สิ่งที่,  อะไร)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากข้อความ  “What you have programmed it to do”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Please describe _________________________________________________ you saw.

(โปรดบรรยาย-พรรณนา ___________________________________________ คุณเห็น)

(a) which

(b) that

(c) what    (สิ่งที่)

(d) whether

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “What you saw”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Describe

                                  ตัวอย่างที่  ๑๒

A : I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

B : I would like to ask you ________________________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) ___________________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)  (= คุณเริ่ม - ศึกษาภาษาเยอรมัน - เมื่อใด)

(d) when you will begin

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากข้อความ  “When you began to study German”  เป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”  (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงคำในแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย Verb   

                                  ตัวอย่างที่  ๑๓

  • My friend would not tell me ____________________________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) ________________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid    (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “How much he paid for his new car”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  (กรรมรอง  คือ “Me

                                  ตัวอย่างที่  ๑๔

  • I can’t do exactly _______________________________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ (หรือได้ตรงเผง) ___________________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what   (สิ่งที่  หรือในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”,  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ)  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่  ๑๕

  • The fact ________ money orders can usually be easily cashed has made them a popular form of payment.

(ข้อเท็จจริง ___________ ธนาณัติโดยปกติแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างง่ายดาย  ทำให้มัน (ธนาณัติ) เป็นรูปแบบของการชำระเงินที่เป็นที่นิยมกัน)

(a) of

(b) that    (ที่ว่า)

(c) is that

(d) which is

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความ   “The fact that money orders can usually be easily cashed”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Has made”  เป็นกริยา  และข้อความที่เหลือเป็นส่วนขยายกริยา

                                 ตัวอย่างที่  ๑๖

  • ______ dog was the first animal to be domesticated is generally agreed upon by authorities in the field.

(______ สุนัขเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ถูกทำให้เชื่อง  ได้รับการเห็นด้วยโดยทั่วไปโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้)

(a) Until the

(b) It was the

(c) The

(d) That the    (ที่ว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากข้อความ   “That the dog was the first animal to be domesticated”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมีข้อความส่วนที่เหลือเป็นกริยาและส่วนขยายกริยา

                                  ตัวอย่างที่  ๑๗

  • Did you hear ___________________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน ____________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”    ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Hear”  สำหรับ  “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้  คือ

               ๑  เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What Ralph wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • When Daniel came is not known.

(แดเนียลมาเมื่อไรไม่มีใครทราบ)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • That coffee grows in Brazil is well-known.

(ที่ว่ากาแฟงอกงาม – ถูกปลูก – ในบราซิล  เป็นที่รู้กันดี)

  • That Thomson would commit suicide frightened everybody.

(ที่ว่าทอมสันจะฆ่าตัวตายทำให้ทุกคนตกใจ)

  • Whether or not Jane divorced her husband doesn’t concern me.

(ไม่ว่าเจนหย่าร้างกับสามีของเธอหรือไม่ก็ตาม  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผม)

  • Whether Tiffany will come or not is not my business.

(ไม่ว่าทิฟฟานี่จะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

               ๒. เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • No one knows how George came.

(ไม่มีใครรู้ว่าจอร์ชมาอย่างไร – ด้วยวิธีใด)

  • Amanda asked me where I lived.

(อแมนด้าถามผมว่า  ผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • I wonder whether Susan will arrive on time.

(ผมสงสัยว่าซูซานจะมาถึงตรงเวลาหรือไม่)

  • Do you know if (whether) Peter will pass his exam ?

(คุณรู้ไหมว่าปีเตอร์จะสอบผ่านหรือเปล่า)

  • We believe (that) Joey is innocent.

(เราเชื่อว่าโจอี้บริสุทธิ์)

  • Jeff says (that) coffee grows in Brazil.

(เจฟฟ์กล่าวว่ากาแฟงอกงาม – เติบโตได้ดี - ในบราชิล)

  • Mike told me (that) he was going to get married soon.

(ไมค์บอกฉันว่าเขาจะแต่งงานเร็วๆ นี้)

  • Jennifer believes (that) all men are born equal.

(เจนนิเฟอร์เชื่อว่า  มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน)

  • The doctor suggested (that) James go to hospital.

(หมอแนะนำว่าเจมส์ควรไปโรงพยาบาล)

  • Paul wished (that) he had a new car.

(พอลปรารถนาว่า  เขามีรถยนต์คันใหม่)

  • She did not believe what Mario told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่มาริโอ้บอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

               ๓. เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We talked about how pretty Linda was.

(เราคุยกันเกี่ยวกับว่าลินดาสวยงามเพียงใด)

  • I’m doubtful about how David will get the money.

(ฉันสงสัย – ข้องใจ – เกี่ยวกับว่าเดวิดจะได้เงินมาอย่างไร – ด้วยวิธีใด)

  • We are surprised at how Anthony could do it.

(เราประหลาดใจว่าแอนโธนี่สามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what Nicole had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่นิโคลได้จัดหาให้กับพวกเขา)

               ๔. เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์)  ของ “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐  โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

  • Killing somebody may be what Eric wants.

(การฆ่าใครสักคนอาจเป็นสิ่งที่เอริคต้องการ)

  • Terry’s belief is that the company will go bankrupt soon.

(ความเชื่อของเทอร์รี่คือว่า  บริษัทจะล้มละลายเร็วๆ นี้)

  • The sad scene was that Bob lay dead in the street.

(เหตุการณ์ – ภาพ – ที่น่าเศร้าคือว่า  บ๊อบนอนตายอยู่ในถนน)

               ๕. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  ได้แก่ Sure, True, Imperative, Confident, Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted, Delightful, Anxious, Worried, etc.  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • It is essential that Laura see her dentist at once.

(มันจำเป็นยิ่งว่าลอร่าไปพบหมอฟันในทันที)

  • It is true that durians grow in tropical countries.

(มันเป็นความจริงว่าทุเรียนงอกงาม – เติบโตได้ดี – ในประเทศในเขตร้อน)

  • It is imperative that Cindy go home at once.

(มันจำเป็นว่าซินดี้ต้องกลับบ้านในทันที)

  • It was sad that Mary died before her time.

(มันน่าเศร้าว่าแมรี่ตายก่อนเวลาอันควร)

  • Randy is sorry that he could not keep his words.

(แรนดี้เสียใจว่าเขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่าเครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

               ๖. ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The news that Tony came made us uneasy.

(ข่าวที่ว่าโทนี่มาทำให้เราไม่สบายใจ)

  • Paula’s belief that John does not love her is correct.

(ความเชื่อของพอลล่าที่ว่าจอห์นไม่ได้รักเธอ  ถูกต้องแล้ว)  (จอห์นไม่ได้รักเธอจริงๆ)

  • The news that Sarah had committed suicide frightened everybody.

(ข่าวที่ว่าซาร่าห์ฆ่าตัวตายทำให้ทุกคนตกใจ)

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)

คำอธิบาย  -  The fact”  คือ  “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.”  (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผม  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  “The fact”  ไม่ใช่  “that  (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น  “that (which) he told me”  จึงเป็น  “Adjective clause”  มาขยาย  “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน  มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)  

คำอธิบาย  -  ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”  คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก) 

คำอธิบาย  -  ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ  “that wealthy men are always happy

****หมายเหตุ  –  จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  “that” (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้  “which”)  และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น  “Adjective clause”  จะใช้  “that”  หรือ  “which”  ก็ได้  (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  (เป็นกรรมของกริยา  Gave)  ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

  • The news that Smith was dead was not true.

(ข่าวที่ว่าสมิธตายไม่เป็นความจริง)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้  คือ  “that Smith was dead”  เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก “แทน”  “The news”  โดย  The news   เป็นสิ่งเดียวกับ  that Smith was dead  ทั้งนี้  อาจถือว่าข้อความ  The news that Smith was dead (ทั้งหมด) เป็น  “Noun clause”)

  • The news that (which) Sam brought was not true.

(ข่าวซึ่งแซมนำมา  ไม่เป็นความจริง)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  เนื่องจาก “ขยาย” คำนามข้างหน้ามัน  คือ  “ข่าว,”  โดย “ข้อความ” ดังกล่าว  และ “ข่าว”  ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่าปรับปรุงเว็บไซต์)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป