หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 654)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. He is twenty and ____________________________________________________ to work.

(เขาอายุ ๒๐ ปี  และ ____________________________________________ ที่จะทำงาน)

(a)  too old    (อายุมากเกินไป, แก่เกินไป)

(b) so young    (เด็กมาก, หนุ่ม/สาวมาก)

(c) old enough    (อายุมากพอ)

(d) enough young

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  และ  “Enough”  เมื่อเป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำคุณศัพท์  ดังเช่นในประโยคข้างบน  ต้องวางไว้หลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  เสมอ  เช่น  “easy enough” (ง่ายพอ),  “big enough” (ใหญ่พอ),  “clean enough” (สะอาดพอ), old enough (โตพอ, แก่พอ)  สำหรับข้อ (d) ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “young enough”  (เด็กพอ, หนุ่มพอ)  แต่ความหมายอาจไม่เหมาะสม  เพราะเมื่อบอกว่าอายุ ๒๐ ปี  ก็ควรหมายถึงโตพอที่จะทำงาน,  อย่างไรก็ตาม  เมื่อใช้  Enough  เป็นคำคุณศัพท์  ต้องวางไว้ข้างหน้าคำนาม  เช่น

  • He has enough money to buy a new car.

(เขามีเงินเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์ใหม่)

  • The hotel has enough rooms to accommodate lots of people.

(โรงแรมมีห้องเพียงพอที่จะจุคนจำนวนมากได้)

  • We have enough staff to finish the work in time.

(เรามีพนักงานเพียงพอที่จะทำงานได้เสร็จทันเวลา)

                 Enough  เมื่อเป็นกริยาวิเศษณ์  ขยายกริยาวิเศษณ์ด้วยกัน  ก็ต้องอยู่หลังกริยาวิเศษณ์นั้น  เช่นเดียวกับอยู่หลังคำคุณศัพท์  ดังตัวอย่าง

  • They walked quickly enough to catch the train.

(พวกเขาเดินเร็วพอที่จะไปทันรถไฟ)

  • The secretary worked efficiently enough to satisfy her boss.

(เลขานุการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำให้เจ้านายของเธอพอใจ)

  • Jenny wrote carefully enough to avoid major mistakes.

(เจนนี่เขียนอย่างระมัดระวังเพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงความผิดสำคัญๆ)

 

2. Some people have pleasant memories of their _____________________________________.

(คนบางคนมีความทรงจำที่น่ายินดี (น่ารื่นรมย์) ของ ________________________ ของพวกเขา)

(a) childhood    (วัยเด็ก)

(b) childment  

(c) childship   

(d) childness

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากข้อ  (b), (c) และ (d)  ไม่มีรูปนี้ใช้  (เป็นข้อหลอกให้ตอบ)

 

3. Our train will ______________________________________________ London at 9.15 a.m.

(รถไฟของเราจะ _______________________________________ ลอนดอนเวลา ๙.๑๕ น.)

(a) get at    (ค้นหาความจริง, วิจารณ์หรือล้อเลียน)

(b) get in    (ได้รับเลือก, ทำได้สำเร็จ)

(c) get to    (มาถึง)

(d) get into    (เริ่มต้น, เข้าไปร่วม, เข้าไปข้างใน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  Get to  =  Arrive in

 

4. It ___________________________________________ when I went outside at nine o’clock.

(__________________________________________ เมื่อผมออกไปข้างนอกตอน ๙ โมง)

(a) rained    (ตก)

(b) had rained    (ได้ตกอยู่ก่อน)

(c) was raining    (ฝนกำลังตก)

(d) has rained

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเหมาะสมที่สุด,  ในกรณีตอบข้อ  (b)  โครงสร้างประโยคจะเป็นดังข้างล่าง

  • It had rained before I went outside at nine o’clock.

(ฝนตกก่อนที่ผมออกไปข้างนอกตอน ๙ โมง)

                 ดููคำอธิบายเพิ่มเติม  Past continuous tense  {Subject + Was (Were) + Verb + ing}  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • We _______ in the elevator when the electricity went out, and we were stuck there for almost an hour.

(เรา _______________ ในลิฟต์เมื่อไฟฟ้าดับ  และเราติดอยู่ที่นั่น (ในลิฟต์) เป็นเวลาเกือบ ๑ ชั่วโมง)

(a) rode

(b) were riding    (กำลังโดยสาร)

(c) ridden

(d) had ridden

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้  Past continuous tense  (were riding)  ควบคู่กับ  Past simple tense  (went out)  กล่าวคือ  มี ๒ เหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต  โดยเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่  (และเกิดขึ้นก่อน)  ให้ใช้  Past continuous  {Subject + Was (Were) + Verb +ing}  ส่วนเหตุุการณ์ที่เกิดแทรกเข้ามาทีหลัง  ให้ใช้  Past simple  (Subject + Vช่องที่ 2)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The secretary _________________________________ a letter when the typewriter broke.

(เลขานุการ ___________________________________ จดหมาย  เมื่อเครื่องพิมพ์ดีดชำรุด)

(a) typed    (พิมพ์)  (เป็นอดีต)

(b) is typing    (กำลังพิมพ์)  (เป็นปัจจุบัน)

(c) was typing    (กำลังพิมพ์)  (เป็นอดีต)

(d) types    (พิมพ์)  (เป็นปัจจุบัน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากมีเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่  (เลขาฯ กำลังพิมพ์จดหมาย)  แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดแทรกขึ้นมา  (เครื่องพิมพ์ฯ ชำรุด)  โดยเหตการณ์ทั้ง ๒ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอดีต  สังเกตจากกริยาในอนุประโยค (Broke)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • The boy said as he rushed into the house that he ___________________ chased by the police.

(เด็กชายพูดในขณะที่เขาวิ่งเข้าไปในบ้านว่า  เขา ______________________ ตามล่าโดยตำรวจ)

(a) would have been

(b) was    (ถูก)

(c) was being    (กำลังถูก)

(d) should be    (ควรจะถูก)     

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้รูป  “Past continuous tense”  {Subject + Was (Were) + Verb + ing}  แต่อยู่ในรูป  “Passive voice”  { Subject + Was (Were) + Being + Verb 3}  โดยสังเกตจากข้อความ  “เด็กพูดในขณะที่เขาวิ่งเข้าไปในบ้าน”  แสดงว่า  เขากำลังถูกไล่ล่า-ไล่กวดโดยตำรวจ  ทั้งนี้  เป็นการใช้  Past simple tense (Said)  คู่กับ  Past continuous tense  ในรูป  Passive voice (Was being chased)   

                                 ตัวอย่างที่ 

  • When I ___________________ the door, my daughter __________________ my drawer.

(เมื่อผม __________________ ประตู,  ลูกสาวของผม __________________ ลิ้นชักของผม)

(a) open ___________ was searching

(b) was opening ___________ searched

(c) opened ___________ is searching

(d) opened ___________ was searching    (เปิด ..................... กำลังค้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องให้กริยาในประโยคย่อย  หรืออนุประโยค  (Opened)  และประโยคใหญ่  (Was searching)  เป็นอดีตด้วยกันทั้งคู่  และต้องใช้รูป  “Past continuous tense”  (Was searching)  กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  และกำลังดำเนินอยู่ (กำลังค้นลิ้นชัก)  ส่วนกริยาที่เกิดแทรกขึ้นมาทีหลัง (เปิดประตู)  ให้ใช้รูป  “Past simple tense”  (Opened)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • When I arrived home, my mother was cooking.

(เมื่อผมมาถึงบ้าน  แม่ของผมกำลังปรุงอาหาร)

  • When it rained, we were watching TV.

(เมื่อฝนตก  เรากำลังดูทีวี)

  • They were reading in the library when we saw them.

(พวกเขากำลังอ่านหนังสือในห้องสมุด  เมื่อเราพบพวกเขา)

  • My children were sleeping when I left home.

(ลูกๆ ของผมกำลังหลับ  เมื่อผมออกจากบ้าน)

  • She was cleaning her home when the fire broke out.

(เธอกำลังทำความสะอาดบ้าน  เมื่อเกิดไฟไหม้)

  • When he came in, we were having our dinner.

(เมื่อเขาโผล่เข้ามา  พวกเรากำลังทานอาหารค่ำกันอยู่)

  • Linda was cooking when it rained.

(ลินดากำลังปรุงอาหารเมื่อตอนฝนตก)

  • When Jeff came in, we were watching TV.

(เมื่อเจฟฟ์โผล่เข้ามา  พวกเรากำลังดูทีวีกันอยู่)

 

5. Congress first authorized a Department of Education in 1867 to collect and disseminate 

information on education.

(สภาคองเกรส – ของสหรัฐฯ - อนุญาตเป็นครั้งแรกให้กระทรวงศึกษาในปี  ๑๘๖๗  เก็บรวบรวมและ  เผยแพร่-แพร่กระจาย-ทำให้กระจัดกระจาย  ข้อมูลข่าวสารในด้านการศึก ษา)

(a) publish    (ตีพิมพ์)

(b) record    (บันทึก)

(c) analyze    (วิเคราะห์)

(d) distribute    (เผยแพร่, แพร่กระจาย, แจก, แจกจ่าย, จำหน่าย)

(e) foresee    (ฟอร์-ซี่)  (รู้ล่วงหน้า, มองเห็นล่วงหน้า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Supporters of political parties vote more frequently than non-supporters.   

(ผู้สนับสนุนพรรคการเมือง  ลงคะแนนเสียง  บ่อยครั้งกว่าผู้ที่ไม่สนับสนุน – พรรคการเมือง)  (คือผู้สนับ

สนุนพรรคฯ  มักไปเลือกตั้งบ่อยกว่า)

(a) run for office    (ลงสมัครชิงตำแหน่ง)

(b) give their opinions    (แสดงความคิดเห็น)

(c) cast their ballots    (หย่อนบัตรลงคะแนน, ลงคะแนนเสียง)

(d) criticize the government    (วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล)

(e) instigate   (อิ๊น-สทิ-เกท)  (กระตุ้น, ยุยง, ส่งเสริม, ปลุกปั่น) 

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

7. He is dubious about the success of the plan.

(เขา  ไม่แน่ใจ-ข้องใจ-กังขา-สงสัย  เกี่ยวกับความสำเร็จของแผนการ)

(a) confident    (มั่นใจ)

(b) articulate    (พูดออกมาอย่างชัดเจน)

(c) doubtful    (สงสัย, ไม่แน่ใจ, ไม่มั่นใจ, ยังไม่ตัดสินใจ, ลังเล)

(d) indifferent    (ไม่แยแส, ไม่สนใจ)

(e) outstanding    (เด่น, มีชื่อเสียง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

8. Much air cargo includes items that spoil rapidly.

(สินค้าขนส่งทางอากาศจำนวนมาก  รวมถึงสิ่งของซึ่ง  เสีย-เน่าเสีย  อย่างรวดเร็ว)

(a) ripen    (ไร้-เพิ่น)  (สุก, ทำให้สุก, ทำให้สุกงอม, ทำให้เจริญเติบโตเต็มที่, ทำให้สมบูรณ์)

(b) depreciate    (ดิ-พรี้-ชี-เอท)  (ลดค่า, ลดราคา, ลดอำนาจซื้อของเงิน, หักค่าเสื่อม, พูดดูถูก)

(c) sell    (ขาย)

(d) go bad    (เน่า, เสีย)

(c) expose    (แสดง, เปิดเผย, ผึ่งแดดหรือลม, นำมาสัมผัสกับ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

9. It is because he is very rich ________________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก _______________________________________ เธอรักเขา)

(a) so    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that    (ที่)

(c) why    (ทำไม)

(d) therefore    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี  {มักนำหน้าด้วย  “Preposition”  (in, on, at, with, during)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb”  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • __________________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(________________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี (มักนำหน้าด้วย “Preposition”) + That + Subject + Verb” 

                                 ตัวอย่างที่ 

  • In bacteria and in other organisms, ________ is the nucleic acid DNA that provides the genetic information.

(ในแบคทีเรียและในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ _________ เป็น (คือ) ดีเอ็นเอกรดนิวคลีอิค  ที่ให้ข้อมูลข่าวสารด้านพันธุกรรม)

(a) both

(b) which

(c) and

(d) it    (มัน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  {It + is (was) + วลี + That + Subject + Verb  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน.............”}  “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด),  “It was in 1919 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๙  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _______ was as an administrator and teacher at a frontier university that Grace R. Hebard made her principal contribution.

(_____ เป็นในฐานะผู้บริหารและครูที่มหาวิทยาลัยใกล้ชายแดน  ที่เกรซ อาร์ เฮบาร์ด  ได้สร้างคุณูปการ (การมีส่วนช่วยเหลือ) ที่สำคัญที่สุดของเธอ)

(a) There

(b) While she

(c) There she

(d) It    (มัน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  {It + Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb  =  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน...............”}  เช่น  “It is in this house that she was murdered.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่เธอถูกฆาตกรรม),  “It is in 2022 that Russia has tried to occupy Ukraine but fails.”   (มันเป็นในปี ๒๐๒๒ ที่รัสเซียพยายามยึดครองยูเครน  แต่ไม่สำเร็จ)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

*****หมายเหตุ  -   สำหรับในตัวอย่างที่   สามารถตอบได้อีกโครงสร้างหนึ่ง  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ

  • While she was an administrator and teacher at a frontier university, Grace R. Hebard made her principal contribution.

                  จงเปรียบเทียบความแตกต่างของโครงสร้างข้างบน  กับประโยคในตัวอย่างที่

  • It was as an administrator and teacher at a frontier university that Grace R. Hebard made her principal contribution.

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________ in May that the rainy season begins in Thailand.

(________________________________ ในเดือนพฤษภาคม  ที่ฤดูฝนเริ่มต้นในประเทศไทย)

(a) There is

(b) It is    (มันเป็น)

(c) He said

(d) It was

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  {It Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb}  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • __________________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(________________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ  “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป