หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 652)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The Joneses were too poor to go to the movies; _______, there was no one to stay with the children. 

(ครอบครัวโจนส์ยากจนเกินไปที่จะไปดูหนัง _______________________ ไม่มีใครอยู่บ้านกับลูกๆ)

(a) in addition to   (นอกเหนือจาก)

(b) in addition that

(c) beside   (นอกเหนือจาก, ข้างเคียง, ใกล้เคียง)

(d) besides    (ยิ่งไปกว่านั้นนอกเหนือจาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Besides”  เมื่อมีความหมายว่า  "นอกเหนือจาก"  สามารถตามด้วยทั้งคำนาม,  วลี,  และ  “Gerund” (Verb + ing)  แต่เมื่อมีความหมายว่า  “ยิ่งไปกว่านั้น”  ดังกรณีของประโยคใน ข้อ ๑  ต้องตามด้วยประโยค (Subject + Verb) เท่านั้น  และสามารถใช้  Furthermore,  Moreover,  In addition  (ทั้ง ๓ วลี  หมายถึง  "ยิ่งไปกว่านั้น"),  และ  Apart from that  (นอกเหนือจากนั้น)  แทนได้   แต่ไม่สามารถใช้  Beside, In addition to, Apart from  (ทั้ง  ๓  วลี  หมายถึง  "นอกเหนือจาก"  แทนได้  เช่น

  • Besides (Beside, In addition to, Apart from) an expensive car, she owns a luxurious home.

(= She owns a luxurious home besides (beside, in addition to, apart from) an expensive car.)

(นอกเหนือจากรถยนต์ราคาแพง  เธอยังเป็นเจ้าของบ้านหรู)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าหลัง  Besides  และคำอื่นๆ ที่สามารถใช้แทนมันได้)

  • Besides (Beside, In addition to, Apart from) visiting New York, he also traveled to London. 

(= He also traveled to London besides (beside, in addition to, apart from) visiting New York.

(นอกเหนือจากการไปเยือนนิวยอร์ก  เขายังเดินทางไปลอนดอนด้วย)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าหลัง  Besides  และคำอื่นๆ ที่สามารถใช้แทนมันได้)

  • They robbed the house.  Besides (Furthermore, Moreover, In addition, Apart from that), they burnt it down.

(พวกเขาปล้นบ้าน  ยิ่งไปกว่านั้น (นอกเหนือจากนั้น)  พวกเขายังเผามันซะราบเลย)  ไม่สามารถใช้  Beside,  In addition to  หรือ  Apart from (ทั้ง ๓ วลี  หมายถึง  “นอกเหนือจาก”)  แทนได้  และต้องมีเครื่องหมายคอมม่าหลัง  Besides  และคำอื่นๆ ที่สามารถใช้แทนมันได้

                 ประโยคข้างบนอาจเขียนใหม่ได้เป็น

  • They robbed the house besides (beside, in addition to, apart from) burning it down. 

(พวกเขาปล้นบ้าน  นอกเหนือจากเผามันซะราบเลย)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าหลัง  Besides  และคำอื่นๆ ที่สามารถใช้แทนมัน  และไม่สามารถใช้  In addition  หรือ  Apart from that  แทนได้)

  • Jack robbed the bank.  Besides (Furthermore, Moreover, In addition, Apart from that), he shot the police dead. 

(แจ๊คปล้นธนาคาร  ยิ่งไปกว่านั้น (นอกเหนือจากนั้น) เขายิงตำรวจตายด้วย)  (ไม่สามารถใช้  Beside  หรือ  In addition to  หรือ  Apart from  แทนได้  และต้องมีเครื่องหมายคอมม่าหลัง  Besides  และคำอื่นๆ ที่สามารถใช้แทนมันได้)

               ประโยคข้างบนอาจเขียนใหม่ได้เป็น

  • Jack robbed the bank besides (beside, in addition to, apart from) shooting the police dead. 

(แจ๊คปล้นธนาคาร  นอกเหนือจากยิงตำรวจตาย(ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าหลัง  Besides  และคำอื่นๆ ที่สามารถใช้แทนมันได้  และไม่สามารถใช้  In addition  หรือ  Apart from that  แทนได้)

 

2. He had been asleep for ________ when he woke up and saw someone standing there, looking down at him.

(เขาได้นอนหลับไปเป็นเวลา _______ เมื่อเขาตื่นขึ้นมาและเห็นใครบางคนกำลังยืนอยู่ที่นั่น  และมองลงมาที่เขา)

(a) the quarter of the hour

(b) the quarter of an hour

(c) a quarter of an hour    (๑๕  นาที) (เสี้ยวหนึ่งของชั่วโมง)

(d) a quarter of the hour

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้   “A quarter”  และ  “An hour

           สำหรับวลีที่ต้องใช้  “A, An”  ได้แก่  Take a seat  (นั่ง),  Take a break  (พัก, หยุดพัก),  Take a back seat  (ยอมเป็นผู้ตาม, เป็นช้างเท้าหลัง – แปลตรงตัวคือ  นั่งเก้าอี้ข้างหลัง),  Take a good look  (มองให้เต็มตา),  Take a good picture  (ถ่ายรูปสวย, ถ่ายรูปขึ้น),  Take a bad picture  (ถ่ายรูปไม่สวย, ถ่ายรูปไม่ขึ้น),  Take (Have) a hand in  (มีส่วนร่วม, ช่วยเหลือใน),  Take a stand  (ประกาศความสำคัญของตนเอง, ประกาศจุดยืน),  Take a person at his word  (เชื่อคำพูดคน ๆ นั้น),  Once in a while  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  Once in a blue moon (นานทีปีหน, นานๆ ครั้ง),  Once upon a time  (กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว),  Have (Take) a walk  (เดิน),  Have (Take) a bath  (อาบน้ำ),  Have a dance  (เต้นรำ),  Have (Take) a look  (มอง),  Have a smoke  (สูบบุหรี่),  Have a try  (ลอง, ทดลอง),  Have a ride  (ขี่รถ, นั่งรถ),  Have a sleep  (นอนหลับ),  Have a drink  (ดื่ม, ดื่มเหล้า),  Have a fight  (ต่อสู้),  Have a quarrel  (ทะเลาะ, วิวาท),  Have a test  (ทดสอบ),  Have a lie down  (นอน),  Have a sit down  (นั่ง),  Such a good girl  (เด็กสาวที่ดีมาก),  So good a student  (เด็กนักเรียนที่ดีมาก),  Have a haircut  (ตัดผม),  Have an idea  (มีความคิด),   Take (Have) a shower  (อาบน้ำ),  Make (Give) a speech  (กล่าวสุนทรพจน์),  Give a bath  (อาบน้ำให้),  Make a change  (เปลี่ยนแปลง),  Make an exchange  (แลกเปลี่ยน), Give (Express) an opinion  (แสดงความคิดเห็น),  Give an idea  (ให้ความคิด),  Give a kiss  (จูบ),  Take a pride  (ภาคภูมิใจ),  Take (Have) a rest  (พักผ่อน),  Do a favor  (ช่วยเหลือ),  Give an answer  (ตอบ),  Make a decision  (ตัดสินใจ),  Come to a decision  (ตกลงใจ, ตัดสินใจ), Make a suggestion  (แนะนำ),  Make a statement  (กล่าว, พูด),  Make a remark  (กล่าว, พูด),  Make an announcement  (ประกาศ),  Make a discovery  (ค้นพบ),  Make a choice  (เลือก),  Make a good doctor  (เป็นหมอที่ดี),  Make you a good secretary  (เป็นเลขานุการที่ดีของคุณ),  Go for a walk  (ไปเดินเล่น),  Go for a drive  (ไปขับรถ),  Have a headache  (ปวดหัว),  Have a cough  (มีอาการไอ),  Have a cold  (เป็นหวัด),  แต่ใช้  Have a toothache  (ปวดฟัน),  Have an earache  (เจ็บหู, ปวดหู),  Have influenza (ไม่มี  A) (เป็นไข้หวัดใหญ่),  Have rheumatism  (ไม่มี  A) (เป็นโรคไขข้ออักเสบ-ปวดเมื่อยตามข้อ),  Have a sore throat  (เจ็บคอ),  Have a pain  (มีความเจ็บปวด),  Many a student  (นักเรียนหลายคน – ต้องตามด้วยกริยาเอกพจน์),  Once a week  (สัปดาห์ละครั้ง),  Twice a month  (เดือนละ ๒ ครั้ง),  Three times a year  (ปีละ ๓ ครั้ง),  Once in a decade  (ครั้งเดียวในทศวรรษ),  เป็นต้น  

           One hundred baht a kilo  (กิโลละ ๑๐๐ บาท),  Three pounds a yard  (หลาละ  ๓ ปอนด์),  fifty miles an hour  (๕๐ ไมล์ต่อชั่วโมง),  Three dollars a pair  (คู่ละ ๓ ดอลลาร์),  A dozen  (หนึ่งโหล),  Half a dozen  (ครึ่งโหล),  A hundred  (หนึ่งร้อย),  A thousand  (หนึ่งพัน),  A million  (หนึ่งล้าน),  A large number of  (จำนวนมาก),  A great deal of  (จำนวนมาก),  A lot of   (จำนวนมาก),  In a hurry  (รีบเร่ง, อย่างเร่งร้อน),  In a rush  (รีบเร่ง, อย่างเร่งร้อน),  All of a sudden  (ทันใดนั้น, กระทันหัน),  Make a mistake  (ทำผิด),  Take an interest in  (สนใจ),  Call a halt  (หยุด),  Tell a lie  (โกหก),  แต่ใช้  Tell the truth  (พูดความจริง),  Become a reality  (กลายเป็นจริง),  After a fashion  (ทำตามคนอื่น),  Take a trip  (เดินทาง),  Have a good time  (สนุก),  As a rule  (ตามปกติ, ตามกฎ, โดยทั่วไป),  Make a living  (หาเลี้ยงชีพ),  Play a joke on  (ล้อเล่น),  It is a shame  (น่าขายหน้า, น่าอาย),  It is a pity  (น่าเสียดาย, น่าสงสาร),  Take a picture  (ถ่ายรูป),  In a position to  (อยู่ในฐานะที่จะ),  A couple of  (สอง, สองสาม),  Keep a secret  (เก็บไว้เป็นความลับ),  As a matter of fact  (ตามจริง, แท้ที่จริงแล้ว),  Make a fool of  (ทำให้ขายหน้า),  For a long time  (เป็นเวลานาน),  Take a long time  (ใช้เวลานาน),  In a good (bad) mood  (มีอารมณ์ดี – ขุ่นมัว),  Have a busy time  (มีธุระ – งาน – ยุ่ง),  Have a mind  (ตั้งใจว่า, คิดว่า),  Make a guess  (เดา, ทาย),  On an average  (โดยเฉลี่ย),  Keep up a correspondence  (โต้ตอบ – ทางจดหมาย),  At a distance  (ในระยะไกล),  Keep an eye on  (เฝ้าระวัง, เฝ้าดู),  With a view to  (ด้วยความคิดที่จะ),  With an aim to  (ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะ),  On a large scale  (อย่างมากมาย, ในปริมาณมาก),  Take an opportunity  (ถือโอกาส, ฉวยโอกาส),  At a discount  (ลดราคา),  At a loss  (จนปัญญา, หมดหนทาง),  Have a habit  (มีนิสัย),  Make it a rule  (ตั้งเป็นกฎ),  At a premium  (มีราคาแพง),  เป็นต้น             

 

3. Every piece of goods on display has its ____________________________________ attached.

(สินค้าทุกชิ้นที่ตั้งแสดงไว้  มี __________________________________ ของมันติดอยู่ด้วย) 

(a) cost    (ราคาทุน, ต้นทุน)

(b) price    (ราคาขาย)

(c) worth    (ค่า, คุณค่า, ประโยชน์) 

(d) value    (ค่า, คุณค่า, มูลค่า) 

ตอบ  -  ข้อ  (b)     

 

4. You must work harder ________________________________________________ now on.

(คุณจะต้องทำงานให้หนักขึ้น (ขยันทำงาน หรือ เรียนหนังสือให้มากขึ้น) __________ บัดนี้เป็นต้นไป)

(a) since    (ตั้งแต่, เพราะว่า)

(b) until    (จนกระทั่ง)

(c) up to    (จนถึง)

(d) from    (ตั้งแต่, นับตั้งแต่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “From now on”  =  “นับจากนี้เป็นต้นไป”  

            สำหรับคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก), “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย)  -  We were not safe from attack, even at night.  (พวกเราไม่ปลอดภัยจากการ (ถูก) โจมตี  แม้แต่เวลากลางคืน),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก)  -  There were only a few targets that the United States had considered immune from air attack.  (มีเป้าหมายอยู่เพียงสองสามแห่งเท่านั้นที่สหรัฐฯ ได้พิจารณาว่าปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศ),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -  Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ),  “Evident”  (เห็นได้ชัด)  -  Their exact purpose was not evident from my observation.  (วัตถุประสงค์ที่แน่ชัดของพวกเขา  เห็นได้ไม่ชัดเจนจากการสังเกตของผม),  เป็นต้น

           สำหรับคำกริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Differ”  (แตกต่าง)  -  Modern cars differ from the early ones in many major ways.  (รถยนต์สมัยใหม่แตกต่างจากรถสมัยก่อนในลักษณะสำคัญๆ หลายประการ),  “Borrow”  (ขอยืม)  -  You can borrow the car from your friend.  (คุณสามารถยืมรถยนต์จากเพื่อนของคุณ),  “Abstain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง, งดออกเสียง)  -  You should abstain from drinking too much.  (คุณควรหลีกเลี่ยงจากการดื่มมากเกินไป) – He abstained from eating for six days.  (เขาละเว้นการกินอาหารเป็นเวลา ๖ วัน),  “Prevent”  (ขัดขวาง,  ป้องกัน)  -  The rain prevented her from going out.  (ฝนขัดขวางเธอมิให้ออกไปข้างนอก),  “Suffer”  (ป่วยเป็น, ทุกข์ทรมาน, เดือดร้อน)  -  He suffered a great deal from cancer prior to his death.  (เขาทุกข์ทรมานอย่างมากจากมะเร็งก่อนตาย),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง)  -  We refrained from direct association with the president.  (เราหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์โดยตรงกับท่านประธาน),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง)  -  The police stopped the robber from moving further.  (ตำรวจขัดขวางนักปล้นมิให้เคลื่อนที่ต่อไป),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด) -  He is sensible enough to separate good people from bad ones.  (เขาฉลาดพอที่จะแยกคนดีจากคนเลว),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง)  -  The soldiers protect the country from the enemies.  (ทหารปกป้องประเทศจากศัตรู),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้)  -  The club prohibited women from applying for membership.  (สโมสรห้ามผู้หญิงสมัครเป็นสมาชิก),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้)  -  Floods and landslides hindered the enemy from attacking the town.  (น้ำท่วมและแผ่นดินถล่มขัดขวางศัตรูมิให้โจมตีเมือง),  “Defend”  (ป้องกัน)  -  The country needs a stronger army to defend itself from the enemy’s invasion.  (ประเทศต้องการกองทัพที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น  เพื่อป้องกันตนเองจากการรุกรานของศัตรู),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจาก)  -  I hope you will recover from your illness soon.  (ผมหวังว่าคุณจะฟื้นจากไข้โดยเร็ว),  เป็นต้น

            ส่วนวลีอื่นๆ  ที่ใช้  “From”  ได้แก่  “From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก  ๒  โมง  ถึง  ๔  โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when has was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊กซึ่งห่วยแตกอยู่แล้ว  กลับห่วยมากขึ้นไปอีก  เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),  “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.  (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),  “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.  (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),  “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),  “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก), “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งคัน),  “From now on” = “นับจากนี้เป็นต้นไป”  -  From now on, all employees must come to work on time.  (นับจากนี้เป็นต้นไป  พนักงานทุกคนจะต้องมาทำงานทันเวลา),  เป็นต้น

 

5. Cattle were initially the dominant commodity in India.

(วัวควายเป็นสินค้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญ (เด่น)  แต่ดั้งเดิม-เริ่มต้น-เริ่มแรก-ในตอนแรก  ในประเทศอินเดีย)  (คือ เป็นสินค้าหลักมาตั้งแต่แรก  หรือนานมาแล้ว)

(a) undoubtedly    (อย่างไม่มีปัญหา, อย่างไม่ต้องสงสัย)

(b) originally    (โดยดั้งเดิม, โดยมีมาแต่เดิม, ครั้งแรก)

(c) eventually    (ในที่สุด)

(d) apparently    (อย่างชัดเจน, อย่างเห็นได้ชัด)

(e) fertilely    (เฟ้อร์-ไท-ลี่)  (อย่างอุดมสมบูรณ์)

ตอบ  -  ข้อ  (b)     

 

6. The wild European rabbit lives in large colonies.

(กระต่ายป่ายุโรปอาศัยอยู่เป็น  กลุ่ม (สัตว์หรือคน)-อาณานิคม-กลุ่มผู้คนในอาณานิคม-ประเทศหรือดินแดนที่เป็นอาณานิคม  ขนาดใหญ่)

(a) burrows    (โพรง, รูบนพื้นดินที่มีสัตว์หลบอยู่, ที่พำนักอาศัย, บ้านสกปรกและคับแคบ)

(b) groups    (กลุ่ม, หมู่, ฝูง, พวก, เหล่า, ชุด)

(c) hillsides    (ไหล่เขา, ข้างภูเขา)

(d) habitats    (ที่อยู่ตามธรรมชาติของพืชหรือสัตว์, ที่อยู่อาศัย, สิ่งแวดล้อมของถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์)

(e) landscape    (ภูมิประเทศ, ภูมิทัศน์, ทิวทัศน์, ภาพภูมิประเทศ)

 ตอบ  -  ข้อ  (b)     

 

7. Jessica always has coarse (คอร์ซ) manners.

(เจสซิกามีกิริยามารยาท  หยาบ-หยาบคาย-ขาดรสนิยม-มีคุณภาพที่เลว  อยู่เสมอ)

(a) polite    (สุภาพ)

(b) delicate    (ละเอียดอ่อน, บอบบาง, ประณีต, อ่อนช้อย, อ่อนแอ, แตกง่าย, ยากที่จะจัดการ)

(c) vulgar    (วั้ล-เกอะ)  (หยาบ, หยาบคาย, ต่ำช้า, ไพร่, สามหาว, สามานย์, พื้นๆ, ธรรมดาสามัญ)

(d) thoughtful    (ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง, ใช้ความคิด, ระมัดระวัง, เอาอกเอาใจผู้อื่น)

(e) adequate    (พอเพียง, เหมาะสม, สามารถพอที่จะทำได้, สามารถถึงขีด)

ตอบ  -  ข้อ  (c)     

 

8. Tim joined a monastery because he believes that worldly happiness is evanescent (เอฟ-วะ-เนส-

เซิ่นท), while spiritual happiness is eternal.  

(ทิมบวชเป็นพระเพราะว่าเขาเชื่อว่าความสุขทางโลก  ไม่จีรังยั่งยืน-ชั่วครั้งชั่วคราว-ซึ่งจางหายไป-ซึ่งมองแทบไม่เห็น  ในขณะที่ความสุขทางใจคงอยู่ชั่วนิรันดร)

(a) erroneous    (อิ-โร้-นี-อัส)  (ไม่ถูกต้อง, ผิด, เข้าใจผิด, เกี่ยวกับความผิด)  

(b) explicit    (เอคส-พลิ้ส-ซิท)  (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, เปิดเผย, แน่นอน, ขวานผ่าซาก) 

(c) analogous    (อะ-แน้ล-โล-กัส)  (เหมือนกัน, คล้ายคลึงกัน, อุปมาเหมือน) 

(d) temporary    (เท้ม-พะ-เรอ-รี่)  (ชั่วคราว, เฉพาะกาล, ไม่ถาวร)

(e) cordial    (ค้อร์-เจียล)  (ด้วยมิตรไมตรีจิต, ด้วยน้ำใสใจจริง, ด้วยความรักใคร่, อบอุ่น, สนิทสนม) 

ตอบ  -  ข้อ  (d

 

9. ___________________________________________ not be late, or else you’ll be punished.

(__________________________________________ อย่าล่าช้า มิฉะนั้นคุณจะถูกลงโทษ)

(a) Are

(b) Be

(c) Must

(d) Do    (จง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้องไม่ให้ทำ  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง  เริ่มจากประโยคคำสั่งหรือขอร้องให้ทำ  ไปจนถึงสั่งหรือขอร้องไม่ให้ทำ  โดยที่ประโยคนั้นๆ  ขึ้นต้นด้วยคำกริยาทั่วๆไป  (Verb 1)  และขึ้นต้นด้วยคำคุณศัพท์  (Adjective)

                                 ตัวอย่างที่

  • ______________________________________________ patient, and you will succeed.

(_________________________________________ อดทน  และคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Being

(b) Be    (จง)

(c) To be

(d) Are

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้อง  จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1)  แต่ในกรณีที่สิ่งที่สั่งให้ทำเป็นคำคุณศัพท์  เช่น  “Patient” (อดทน),  “Careful” (ระมัดระวัง)  จะต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be

                                  ตัวอย่างที่  

  • Please __________________________________________ me any time if I can help you.

(โปรด ____________________________ ผมเวลาใดก็ตาม  ถ้าผมจะสามารถช่วยเหลือคุณได้)

(a) are calling

(b) calls

(c) call    (โทรศัพท์ถึง, โทรศัพท์หา)

(d) will call

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ในประโยคคำสั่ง, ขอร้อง, เชื้อเชิญ, แนะนำ  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Infinitive without to)  โดยอาจนำหน้าด้วย  “Please” (โปรด, กรุณา)  เมื่อต้องการแสดงความสุภาพ

                                  ตัวอย่างที่ 

  • If your flight is delayed, ____________________________________ me from the airport.

(ถ้าเที่ยวบินของคุณล่าช้า _____________________________________ ผมจากสนามบิน)

(a) calling

(b) will call

(c) call    (โทรฯ มาหา)

(d) called

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เมื่อเป็นประโยคคำสั่ง, ขอร้อง หรือแนะนำ  (เช่นในกรณีข้างบน  แนะนำให้  “โทรฯ มาหาผม”)  ให้ขึ้นต้นด้วย  Verb 1 (Infinitive without to)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should……….call

                                 ตัวอย่างที่ 

  • When you need supplies, __________________________ a request with the office manager.

(เมื่อคุณต้องการพัสดุ  (โปรด) ___________________________ คำร้องกับผู้จัดการสำนักงาน)

(a) fill    (บรรจุ, เติมเต็ม, ทำให้เต็ม)

(b) fell    (ตก, ร่วง, หล่น, ล้ม, ลด, ถอย, ตาย, พังลง, เสื่อม, (แสง) ส่อง)  (เป็นกริยาช่องที่ ๒ ของ  “Fall”)

(c) file    (ยื่น, ยื่นคำร้อง, จัดเข้าแฟ้ม, เก็บเอกสาร)  (ในที่นี้ความหมาย = submit)

(d) fallen    (เป็นกริยาช่องที่ ๓ ของ  “Fall”)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ (ในที่นี้คือ  “ให้ยื่นคำร้อง”)  ต้องนำหน้าด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Verb 1  หรือ  Infinitive without to)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should.............,  ในกรณีเป็นคำคุณศัพท์ (Adjective)  ต้องนำหน้าด้วย  “Be”  เนื่องจากมาจาก  “You should be.............”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Always ___________________________________________ honest in whatever you do.

(____________________________________ ซื่อสัตย์สุจริตอยู่เสมอในสิ่งใดก็ตามที่คุณทำ)

(a) are

(b) being

(c) be    (จง)

(d) to be

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง (แนะนำ, ขอร้อง)  และ  “Honest”  เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องใช้กับ  Verb to be  ทั้งนี้  คำตอบข้างบนลดรูปมาจาก  “You should always be honest............   

                                 ตัวอย่างที่ 

  • ______________________ careful when you walk across the street, or you’ll be hit by a car.

(_________________________ ระมัดระวังเมื่อคุณเดินข้ามถนน  มิฉะนั้นคุณจะถูกรถยนต์ชน)

(a) Being

(b) Be    (จง)

(c) To be

(d) Are

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง (หรือแนะนำ หรือขอร้อง)  จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1)  แต่ในกรณีที่สิ่งที่สั่งให้ทำเป็นคำคุณศัพท์  เช่น  Careful (ระมัดระวัง),  Patient (อดทน),  Honest (ซื่อสัตย์สุจริต), ฯลฯ  จะต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be”  ทั้งนี้  ประโยคคำสั่ง-แนะนำ  ในตัวอย่างที่ ๖  ลดรูปมาจาก  “You should be careful..............

                                 ตัวอย่างที่ 

  • If you need any help filling out the forms, ___________________ somebody at the front desk.

(ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในการกรอกแบบฟอร์ม  ให้ ______ ผู้ที่ (นั่ง) อยู่ที่โต๊ะหน้าเคาเตอร์)

(a) to ask

(b) asking

(c) asks

(d) ask    (ถาม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ  (ในที่นี้ คือ  “ask somebody at the front desk)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should………ask  (แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ)  จึงต้องตามด้วยกริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To”  นำหน้า  (Infinitive without to)  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • Buy me a newspaper.   

(ซื้อหนังสือพิมพ์ให้ผมฉบับหนึ่งนะ)

  • Go out. 

(ออกไปห่างๆ – ออกไปให้พ้น)

  • Open the window, please. 

(กรุณาเปิดหน้าต่างหน่อยครับ)

  • (Please) come into the room. 

(โปรดเข้ามาในห้อง)

                ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be”  เสมอ  เช่น

  • Be careful.   (จงระวัง)
  • Be patient.   (อดทนหน่อยนะ)
  • Be thoughtful to other people.   (จงนึกถึงคนอื่นบ้าง)

                อนึ่ง  ถ้าเป็นประโยคที่สั่งหรือขอร้องไม่ให้ทำ  ก็ยังถือเสมือนว่ามี  “You”  เป็นประธานนำหน้าประโยค  ดังนั้น  จึงต้องขึ้นต้น  “ประโยคคำสั่ง-ขอร้อง-แนะนำไม่ให้ทำ”  ด้วย  “Don’t”  เสมอ  เช่น

  • Don’t make a loud noise.  

(จงอย่าทำเสียงดัง)

  • Don’t get up late.   

(อย่าตื่นสายนะ)

  • Don’t bother me while I’m working.

(อย่ากวนผมในขณะที่ผมกำลังทำงาน)

                 ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย  “Don’t be”  เสมอ  เช่น

  • Don’t be late for class.    

(อย่าเข้าห้องเรียนสายนะ)

  • Don’t be careless while walking across the street.

(จงอย่าประมาทขณะเดินข้ามถนน)

  • Don’t be too serious with your work.

(จงอย่าเอาจริงเอาจังกับงานมากเกินไป)

  • Don’t be thoughtless when you are with friends.

(อย่านึกถึงแต่ตัวเอง  เมื่อคุณอยู่กับเพื่อนๆ)

  • Don’t be too busy with your work.  You need some rest to keep healthy.

(อย่ายุ่งกับงานมากเกินไป  คุณต้องการการพักผ่อนเพื่อให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป