หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 650)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The car my father bought three years ago is now _________________________ about $ 20,000.

(รถยนต์ที่พ่อของผมซื้อเมื่อ ๓ ปีมาแล้ว  ในปัจจุบัน _______________ ประมาณ  ๒๐,๐๐๐  ดอลล่าร์)

(a) cost    (มีราคา,  ทำให้ต้องเสีย...........ไป)  (เป็นคำกริยา)  (ถ้าเป็นคำนาม หมายถึง  “ต้นทุน,  ราคาทุน)

(b) value    (ค่า, คุณค่า, มูลค่า, ราคา, ประโยชน์)  (เป็นคำนาม)  (ถ้าเป็นคำกริยา หมายถึง  “ประเมินค่า,

       ประมาณค่า, คำนวณค่าเป็นเงิน)

(c) price    (ราคาขาย)  (เป็นคำนาม)

(d) worth    (มีค่า, มีราคา, คุ้มค่า, สมกับ)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “คุณค่า,

       ค่า, ประโยชน์, ราคา, ทรัพย์สมบัติ, ทรัพย์สิน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้คำคุณศัพท์  (Worth)  กับ  “Verb to be” (Is)

 

2. ____________________________________________________ your hair cut yesterday?

(_______________________________ ตัดผมเมื่อวานนี้  ใช่หรือไม่)  (คือ ให้ช่างฯ ตัดผมให้)

(a) Had you

(b) You had

(c) Have you had

(d) Did you have    (คุณ)

ตอบ  -  ข้อ   (d)  “Have”  เมื่อใช้  ในโครงสร้าง  “Causative use”  คือ  “ประธานฯ ใช้ให้ใคร (กรรม) ทำอะไร”  (Active voice)  หรือ  “ประธานใช้ให้อะไร (กรรม) ถูกทำโดยใคร”  (Passive voice),  จะถือว่า  Have  เป็นกริยาธรรมดาตัวหนึ่ง  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นประโยคคำถาม หรือ ปฏิเสธ  จึงต้องใช้   “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  โดยขึ้นอยู่กับประธานประโยค  และ  Tense,  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Have” ในความหมายต่างๆ ที่ถือเป็นกริยธรรมดา  และต้องใช้  “Verb to do”  ช่วย  เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคปฎิเสธและคำถาม  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ ๑

  • They _____________________________________________ breakfast at seven o’clock.

(พวกเขา ___________________________________________ อาหารเช้าเวลา  ๗  โมง)

(a) have no

(b) have not

(c) haven’t

(d) don’t have    (มิได้รับประทาน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Have”  เมื่อหมายถึง  “รับประทาน, ดื่ม”  จะเป็นเพียงกริยาธรรมดาทั่วไป  เมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ หรือคำถาม  จึงต้องใช้   “Verb to do”  (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ

                                 ตัวอย่างที่ ๒

  • You had your car overhauled last week, _______________________________________?

(คุณเอารถของคุณไป (ให้ช่าง) ซ่อมทั้งคัน  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว, _________________________)

(a) hadn’t you

(b) didn’t you    (ใช่หรือไม่)

(c) wasn’t it

(d) had you

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Had”  ในประโยคข้างบน  อยู่ในรูป  “Causative use”  มีความหมายว่า  “เอารถไปซ่อม” (had your car overhauled)  จึงถือเป็นกริยาทั่วไปตัวหนึ่ง  เหมือนกับ  “Walk, Play, Swim, Eat, Sing, Write, Walk, etc.”  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ  หรือคำถาม  หรือ  “Question tag”   จึงต้องใช้  “Verb to do”  (Do, Does, Did)  ช่วย  และเนื่องจากในประโยคข้างบน  “Had”  อยู่ในรูปบอกเล่า  ในส่วน  “Tag”  จึงต้องเป็นปฏิเสธ

                สำหรับ  “Verb to have”  (Have, Has, Had)  จะถือเป็นกริยาพิเศษ  และในส่วน  “Tag”  สามารถใช้  “Have, Has, Had”  ได้เลย  ซึ่งแล้วแต่ประธานประ โยคและ  “Tense”  (ไม่ต้องใช้  “Verb to do”  ช่วยในการสร้างรูปปฏิเสธ, คำถาม หรือ  Tag)  มี  ๓  กรณี  คือ

               ๑. ใน  “Present perfect tense”  เช่น

  • He has eaten his breakfast, hasn’t he?

(เขาได้กินข้าวเช้าแล้ว  ใช่หรือไม่)

               ๒. ใน  “Past perfect tense”  เช่น

  • She had moved to a new place, hadn’t she?

(เธอได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่แล้ว  ใช่หรือไม่)

               ๓. ในกรณีที่  “Have”  หมายถึง  “มี”  เช่น

  • They had a beautiful house, hadn’t they?

(พวกเขามีบ้านสวยงาม  ใช่หรือไม่)

               ในกรณี  “Have”  แปลว่า  “มี”  สามารถใช้   “Verb to do”  ช่วยช่วยในการสร้างรูปปฏิเสธ, คำถาม หรือ  Tag ได้เช่นกัน  ดังนั้น  ประโยคข้างบนอาจใช้โครงสร้างดังข้างล่างก็ได้

  • They had a beautiful house, didn’t they ?”  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น
  • She has not a car, has she?

(เธอไม่มีรถยนต์  ใช่ไหม)

               ในทำนองเดียวกัน  เมื่อ  “Has”  หมายถึง  “มี”  ประโยคข้างบน  สามารถใช้ได้อีกแบบ  คือ

  • She has not a car, does she ?    ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น
  • Robert had a luxurious house, hadn’t he ?

(= Robert had a luxurious house, didn’t he ?)

(โรเบิร์ตมีบ้านที่หรูหรา  ใช่หรือไม่)

                อย่างไรก็ตาม  เมื่อ  “Has”  มิได้แปลว่า  “มี”  แต่มีความหมายอย่างอื่น  ดังเช่นใน    กรณี  ต่อไปนี้  จะถือว่าเป็นเหมือนกริยาธรรมดาทั่วๆ ไป  (=  Walk, Sleep, Cry, Hope, Love, Like, etc.)  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ  หรือคำถาม  รวมทั้งในส่วน  “Tag”  จะต้องใช้  “Verb to do”  (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  ดังความหมายของ  Has  หรือ  Have  ในประโยคข้างล่าง

                ๑. หมายถึง   “ได้รับ”  (Receive)  เช่น

  • She had a letter this morning, didn’t she?

(เธอได้รับจดหมายเมื่อเช้านี้  ใช่หรือไม่)

               ๒. หมายถึง  “รับประทาน, ดื่ม”  (Eat, Drink)  เช่น

  • He had coffee for breakfast, didn’t he?

(เขาดื่มกาแฟสำหรับอาหารเช้า  ใช่หรือไม่)

  • We had a lot of food at the party last night, didn’t we?

(เรากินอาหารมากมายที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้  ใช่หรือไม่)

               ๓. หมายถึง  “ประสบ”  (Experience)  เช่น

  • David has a hard time supporting his family, doesn’t he ?.

(เดวิดประสบความยากลำบากในการเลี้ยงดูครอบครัว  ใช่หรือไม่)

  • They had much difficulty breathing in that very small room, didn’t they ?

(พวกเขาพบความยากลำบากอย่างมากในการหายใจในห้องที่เล็กมากนั้น  ใช่หรือไม่)

               ๔. หมายถึง  “จำเป็นต้อง”  (Have to)  เช่น

  • They have to study hard to pass the exam, don’t they?

(พวกเขาจำเป็นต้องเรียนหนัก  เพื่อสอบผ่าน  ใช่หรือไม่)

               ๕.  เมื่อใช้ไนโครงสร้าง  “Causative use”  คือ  “ประธานฯ ใช้ไห้ใครทำอะไร”  (Active voice)  หรือ  “ประธานฯ ใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร”  (Passive voice)  เช่น

  • She had the servant wash her room yesterday, didn’t she?

(เธอให้คนรับใช้ทำความสะอาดห้องของเธอเมื่อวานนี้  ใช่หรือไม่)

(ประโยคข้างบนมีความหมาย  She got the servant to wash her room yesterday, didn’t she ?)

  • They have their cars washed every day, don’t they?

(พวกเขาล้างรถทุกวัน (โดยให้คนอื่นทำให้)  ใช่หรือไม่)

(ประโยคข้างบนมีความหมาย  They get their cars washed every day, don’t they ?)

  • He doesn’t have his hair cut every month, does he?

(เขามิได้ตัดผมทุกเดือน  ใช่ไหม)

               ๖. Have + คำนามที่มีรูปเดียวกับ  Verb  (เป็นทั้งคำนามและกริยาในคำเดียวกัน ได้แก่  Walk, Talk, Sleep, Drink, Fight, Dance, Look, Rest, Quarrel, Ride, Try, Smoke, Change, Bathe, Wash, Sit down, Lie down, Test)  โดย  Have  จะมีความหมายเหมือน  Verb  ตัวนั้น,  และถือว่า  Have  เป็นเหมือนคำกริยาทั่วไป  เมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ หรือคำถาม  รวมทั้งในส่วน  “Tag”  ต้องใช้  Verb to do (Do, Does, Did) ช่วยเสมอ  เช่น

  • You have a walk every morning, don’t you ?

(คุณเดินเล่นทุกเช้า  ใช่หรือไม่)

  • She had a swim before going to work, didn’t she ?

(คุณว่ายน้ำก่อนไปทำงาน  ใช่หรือไม่)

  • We didn’t have a sound sleep last night, did we ?

(เราหลับไม่สนิทเมื่อคืนที่ผ่านมา  ใช่ไหม)

 

3. The Grand Palace is _______________________________________________________.

(พระบรมมหาราชวังอยู่ _________________________________________________)

(a) far about four kilometers from here.

(b) far from here about four kilometers

(c) about four kilometers far from here

(d) about four kilometers from here   (ห่างจากที่นี่ประมาณ ๔ กิโลเมตร)  (แปลตรงตัว  คือ  “ประ

       มาณ ๔ กิโลเมตรจากที่นี่”

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากมิได้เรียงคำตามแบบภาษาไทย  ในข้อ (a) และ (b)  คือ  “ไกลประมาณ ๔ ก.ม. จากที่นี่”  หรือ  “ไกลจากที่นี่ประมาณ ๔ ก.ม.”  ตามลำดับ,  แต่ต้องใช้ตามโครงสร้างในข้อ  (d) (ประมาณ ๔ ก.ม. จากที่นี่)  โดยไม่ต้องมี  “far” (ต้องจำโครงสร้างแบบนี้)

 

4. The passengers _____________________ because they were unfamiliar with the new time-table.

(ผู้โดยสาร ______________________ เพราะว่าพวกเขาไม่คุ้นเคยกับตารางเวลา (เดินทาง) ใหม่)

(a) were confusing    (น่าสับสน, น่างุนงง)

(b) confused    (ทำให้สับสน, ทำให้งุนงง)  (ในอดีต)

(c) to confuse    (ทำให้สับสน, ทำให้งุนงง)

(d) were confused    (รู้สึกสับสน, รู้สึกงุนงง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ Confuse  (Satisfy, Excite, Interest, Disappoint, Please, Attract, Frighten, etc.)”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Bill heard that he had won a scholarship.  The news ______________________________. 

(บิลได้ยินว่าเขาได้รับทุนการศึกษา  ข่าวนี้ ______________________________________)

(a) were excited

(b) was exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) was excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) were exciting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้  และถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงต้องใช้กับ  “Was”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้กริยาในรูป  Exciting, Excited  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • She was very _____________________________________________ to meet her friend.

(เธอ _____________________________________________ มากที่ได้พบเพื่อนของเธอ)

(a) delight    (ทำให้ยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ,  ความยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(b) delighting    (น่ายินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(c) delighted    (รู้สึกยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(d) delightful    (น่ายินดีมาก, น่าสุขใจมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                 ตัวอย่างที่  

  • I _______________________________________________ with the result of my exam.

(ผม __________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ  Satisfy  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • I am _____________________________________________ in science, not in English.

(ผม ________________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                 ตัวอย่างที่  

  • He is _________________________________________________________ a house.

(เขา __________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting    (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                 ตัวอย่างที่  

  • It will take me quite some time to get him _______________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา ______________________ ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ)

(d) interesting     (น่าสนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  c)

                                  ตัวอย่างที่  

  • The little girl was very _____________________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆ คนนั้น ____________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited     (รู้สึกตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ  –  ข้อ  (b)  ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ)

หมายเหตุ  –  ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้  “Surprising”  เนื่องจาก “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”  แต่ถ้าใช้ในรูป   “Is (Are, Was, Were) surprising”  จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “Is (Am, Are, Was, Were) surprised” จะมีความหมายว่า  “มีความรู้สึกประหลาดใจ”  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                                 คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”  ได้แก่

satisfy – ทำให้พอใจ

 excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint – ทำให้ผิดหวัง

 attract – ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

 amuse – ทำให้สนุกหรือขบขัน

please – ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy – ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse – ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise – ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust – ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง, ทำให้จับใจ

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass – ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย-กระอักกระอ่วน

puzzle – ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ-อารมณ์เสีย

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish – ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate – ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify – ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

disturb – ทำให้รำคาญ, รบกวน

 

 

                                        กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้  มีหลักการใช้  คือ

              ๑. ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”  จะมีความหมายว่า  “ทำให้”   คือ  ตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ขึ้นแก่ผู้อื่น  เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.  (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone.  (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers.  (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class.  (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

               ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb +ing}  หรือ  (Verb +ing + Noun)  มีความหมายว่า “น่า...............” หรือ  “ซึ่งน่า................”  กริยาที่เติม  “Ing”  พวกนี้  ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้  เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.  (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing(past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆ น่าอับอาย (น่ากระอักกระอ่วน) มาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.   (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)  {มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)Present continuous tense}

               ๓. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้  แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น  “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + Verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆ ขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “.............ถูกทำให้รู้สึก...........ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ.............”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า “...........มีความรู้สึก.............ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ.............”  เช่น

  • We are interested in German.   (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.   (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.   (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.   (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.   (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.  (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.  (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.  (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

5. The deluge (เด๊ล-ลูจ) of information generated in recent years has placed a new burden on education. 

(การท่วมท้น-การไหลทะลัก-น้ำท่วม-อุทกภัย-ฝนที่เทลงมาพักใหญ่  ของข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้  ได้ทำให้เกิดภาระใหม่ต่อการศึกษา)

(a) distortion    (การบิดเบือน)

(b) flood    (การท่วมท้น, การไหลบ่า, น้ำท่วม, อุทกภัย)

(c) quality    (คุณภาพ)

(d) drought    (เดร๊าท์)  (ความแห้งแล้ง, ฤดูแล้ง, การขาดแคลนน้ำที่ยาวนาน, ความกระหายน้ำ)

(e) apprehension   (แอพ-พริ-เฮ้น-ชั่น)  (๑. ความกลัว, ความหวาดหวั่น, ความสงสัย, ๒. ความเข้าใจ,

       การหยั่งรู้, ๓. การจับกุม) 

ตอบ  –  ข้อ  (b)

 

6. Jobs that guarantee more immediate return on investment have priority over local cultural needs and amenities.

(งานซึ่งให้หลักประกันผลตอบแทน (ผลกำไร) เพิ่มมากขึ้นในทันทีทันใด  จะมี  ลำดับความสำคัญ-การมาก่อน-การมีสิทธิก่อน-บุริมสิทธิ-สิทธิพิเศษ  เหนือความต้องการและความสุภาพอ่อนโยน (หรือความเจริญหูเจริญตา) ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่น)  (หมายถึง  งานที่ทำเงินให้อย่างรวดเร็ว  ต้องมาก่อนความต้องการหรือความดีงามทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น  คือ  ให้ความสำคัญกับงานที่สร้างเงินให้กับท้องถิ่น  มากกว่าการหวงแหนวัฒนธรรมท้องถิ่น)

(a) precedence    (เพรส-ซี-เดิ้นซ)  (การมาก่อน, ความสำคัญกว่า, สิ่งที่มาก่อน, สิ่งที่มีความสำคัญกว่า,

       การมีสิทธิ์ก่อน, การนำหน้า)

(b) control    (การควบคุม)

(c) influence    (อิทธิพล)

(d) jurisdiction    (อำนาจศาล, ขอบเขตอำนาจ, อำนาจในการตัดสินคดีหรือควบคุม)

(e) discrepancy   (ดิส-เคร้พ-เพิน-ซี่)  (ความแตกต่าง, ความไม่เท่าเทียมกัน, ความคลาดเคลื่อน, ความไม่ตรงกัน,

       ความไม่ลงรอยกัน, ความขัดแย้ง)  

ตอบ  –  ข้อ  (a)

 

7. Samuel Morse’s painting ability has been obscured by his other accomplishments. 

(ความสามารถในการวาดภาพระบายสีของซามูเอล  มอร์ส (นักประดิษฐ์รหัสมอร์ส)  ได้ถูก  บดบัง-ปิดบัง-ทำให้ด้อยลง-ซ่อนเร้น-ทำให้มืดมนหรือมืดมัว  โดยความสำเร็จด้านอื่นๆ ของเขา)

(a) revealed    (เปิดเผย, แสดง)

(b) hidden    (ซ่อนเร้น, ปิดบัง, อำพราง)

(c) exposed    (แสดง, เปิดเผย, ผึ่งแดดหรือลม, นำมาสัมผัสกับ)

(d) popularized    (ทำให้เป็นที่นิยมกันทั่วไป, ทำให้เป็นที่รู้จักกันทั่วไป)

(e) triggered   (กระตุ้น, ริเริ่ม, ลั่นไกปืน, เหนี่ยวไกยิง, ยิง, ระเบิด)

ตอบ  –  ข้อ  (b)  Obscure  เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “คลุมเครือ, มืดมัว, มืดมน, มัว, ไม่ชัดแจ้ง, ไม่มีชื่อเสียง, เล็กน้อย, ห่างไกล, ไกลลิบลับ”  

 

8. The most pressing problem any economic system faces is how to use its scarce resources. 

(ปัญหา  ด่วน-รีบด่วน  ที่สุดที่ระบบเศรษฐกิจใดๆ เผชิญ  คือ  จะใช้ทรัพยากรที่ขาดแคลน (ไม่เพียงพอ, หายาก) ของมัน (ระบบ) อย่างไร)

(a) puzzling    (น่างงงวย, น่าฉงนสนเท่ห์)

(b) outstanding    (เด่น, มีชื่อเสียง)

(c) incontrovertible    (ไม่สามารถโต้เถียงได้, ไม่สามารถแย้งได้, ที่ไม่มีทางโต้แย้ง, ที่ลบล้างไม่ได้)

(d) urgent    (เร่งด่วน, เร่งรีบ, ฉุกเฉิน)

(e) insipid    (อิน-ซิ้พ-พิด)  (๑. ไม่มีรสชาติ, (อาหาร) จืดชืด, ๒. ไม่น่าสนใจ, ไม่มีชีวิตชีวา, อ่อนแรง) 

ตอบ  –  ข้อ  (d)  Pressing  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “เครื่องอัด, การอัด

 

9. It is said that _________________________ the English people have strong views on politics.

(มันกล่าวกันว่า ________________________ คนอังกฤษ  มีความคิดเห็นรุนแรงในเรื่องการเมือง)

(a) most    (ส่วนใหญ่)

(b) the most    (มากที่สุด)

(c) most of    (ส่วนใหญ่ของ)

(d) almost    (เกือบจะ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรืออาจใช้  Most English people…...… (คนอังกฤษส่วนใหญ่)  ก็ได้,  ดูเพิ่มเติมการใช้  Most, Most of the, Almost, Mostly (เป็นส่วนใหญ่, เป็นส่วนมากจากตัวอย่างข้างล่าง    

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _______________ states require large corporations to pay a higher tax than small businesses.

(รัฐ _______________ (ในสหรัฐฯ) กำหนดให้บริษัทขนาดใหญ่ต้องจ่ายภาษีสูงกว่าธุรกิจขนาดเล็ก)

(a) Most of    (ต้องใช้  Most of the)

(b) Almost    (เกือบจะ)

(c) Most the    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) Most    (ส่วนใหญ่, ส่วนมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  หรืออาจตอบ  “Most of the”  ก็ได้

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Tom used to spend ______________________________________ his time in the library.

(ทอมเคยใช้เวลา _________________________________________ ของเขาในห้องสมุด)

(a) more

(b) most

(c) most of    (ส่วนใหญ่)

(d) the most    (มากที่สุด)

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Our cat grew up to be larger than ________________________________________ cats.

(แมวของเราเติบโตขึ้นจนตัวใหญ่กว่าแมว ______________________________________)

(a) most    (ส่วนใหญ่)

(b) mostly

(c) the most

(d) most of

ตอบ  -  ข้อ  (a)  หรืออาจตอบ  “Most of the”  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่ 

  • ______________________ social nesting birds that build their nests in trees and on cliffs.

( ___________________ นกสร้างรังที่อยู่รวมกันเป็นฝูง  ซึ่งสร้างรังของตนบนต้นไม้และหน้าผาสูง)

(a) The most storks

(b) Most are storks

(c) Most storks are    (นกกระสาส่วนใหญ่เป็น)

(d) Storks most

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรืออาจตอบ  “Most of the storks are”  ก็ได้                              

                                 ตัวอย่างที่ 

  • __________________________________ people are not interested in classical music.

(ผู้คน ____________________________________________ ไม่สนใจในดนตรีคลาสสิค)

(a) Almost    (เกือบจะ)

(b) Most of

(c) The most of

(d) Most    (ส่วนมาก, ส่วนใหญ่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  หรืออาจตอบ  “Most of the”  ก็ได้

                                 ตัวอย่างที่  

  • ________________________________________ my students went to see that film.

(นักเรียนของผม ___________________________________________ ไปดูหนังเรื่องนั้น)

(a) Most of the

(b) The most of

(c) Almost   (เกือบจะ)

(d) Most of    (ส่วนใหญ่, ส่วนมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________________________ would like to live peacefully.

(______________________________________________ อยากจะดำรงชีวิตอย่างสันติ)

(a) Most of people

(b) The most of people

(c) Almost people

(d) Most people    (ผู้คนส่วนมาก  หรือส่วนใหญ่)

(e) Almost of people

ตอบ  -  ข้อ  (d)  หรือใช้  “Most of the people”  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่  

  • ________________________________________ outside of the cities is used for farming.

(___________________________ นอกเมือง  ถูกใช้สำหรับทำฟาร์ม – คือ เพาะปลูก-เลี้ยงสัตว์)

(a) Most areas    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(b) Most of the area    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(c) Almost all areas    (เกือบจะพื้นที่ทั้งหมด)

(d) The most of the area

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรือ  “Most area”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Area”  เป็นทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้  หมายถึง  “พื้นที่ของเมือง, ประเทศ หรืออื่นๆ,  พื้นที่ในห้องหรือตัวอาคาร, สาขาของวิชาความรู้”  สำหรับประโยคข้างบน  กริยา  คือ  “Is used”  จึงต้องใช้  “Area”  แบบนามนับไม่ได้  คือ  เอกพจน์  ดังนั้น  ข้อ (a) และ (c)  จึงผิด  สำหรับความแตกต่างระหว่าง  “Most of the”  และ  The most”  ดูจากตัวอย่างในประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่                 (จงหาที่ผิดไวยากรณ์ จากข้อ ๑ ถึง ๔)

  • (1) As (2) they ripen on the tree, (3) the most olives change slowly (4) from green to black.

(ในขณะที่พวกมันสุกอยู่บนต้น  ผลมะกอกส่วนใหญ่เปลี่ยนอย่างช้าๆ  จากสีเขียวเป็นสีดำ)

ตอบ  –  ข้อ  (3)  แก้เป็น  “most olives”  หรือ  “most of the olives”  เนื่องจากหมายถึง  “ผลมะกอกส่วนใหญ่”  สำหรับ  “The most”  ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวในการเปรียบเทียบ  “ขั้นสูงสุด”  (Superlative degree)  เช่น

  • the most important thing  (สิ่งสำคัญที่สุด)
  • the most expensive car  (รถยนต์ที่แพงที่สุด)
  • the most diligent student  (นักเรียนที่ขยันที่สุด)
  • the most difficult question  (คำถามที่ยากที่สุด)
  • the most complicated problem   (ปัญหาที่สลับซับซ้อนที่สุด)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐               (จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ  ๑ – ๔)

(1) Almost visitors in New York City (2) spend their time (3) attending Broadway plays, visiting some of the museums, and (4) going shopping.

(ผู้ไปเยือน – นักท่องเที่ยว – กรุงนิวยอร์คส่วนใหญ่  ใช้เวลาของตนเข้าชมละครบรอดเวย์,  ไปเยือนอนุสาวรีย์บางแห่ง,  และไปชอปปิ้ง)

ตอบ  –  ข้อ  (1)  แก้เป็น  “Most”  หรือ  “Most of the”  เนื่องจากหมายถึง  “นักท่องเที่ยวส่วนมาก-ส่วนใหญ่”  ส่วน  “Almost”  หมายถึง  “เกือบจะ”  ซึ่งใช้ดังนี้  คือ

  • He spent almost a month in China.

(เขาใช้เวลาเกือบ ๑ เดือนในจีน)

  • In Oxford Street, you can buy almost anything.

(บนถนนอ๊อกฟอร์ด  คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่าง)

  • I had almost forgotten about the trip.

(ผมเกือบลืมเกี่ยวกับการเดินทาง)

  • Cats are in fact almost color blind.

(แมว  ที่จริงแล้วเกือบจะตาบอดสี)

  • The door opened almost before Peter had finished knocking.

(ประตูเปิดออก  เกือบจะก่อนที่ปีเตอร์เคาะประตูเสร็จ)

  • He has almost certainly been murdered.

(เขาเกือบจะถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน – แต่ไม่ได้ถูกฆ่า)

  • He was almost killed in an accident.

(เขาเกือบตายในอุบัติเหตุ)

                สำหรับ  “Mostly”  เป็นกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “ส่วนมาก, ส่วนใหญ่, โดยทั่วไป, โดยธรรมดาแล้ว”  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • The men at the party were mostly young.

(ผู้ชายที่งานเลี้ยงเป็นคนหนุ่มเสียส่วนใหญ่)

  • Students in the class were mostly women.

(นักเรียนในชั้นเป็นผู้หญิงเสียส่วนใหญ่)

  • She has had a very exciting career, mostly in Birmingham.

(เธอมีอาชีพที่น่าตื่นเต้นมาก  ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม)

  • She was busy writing, poetry mostly.

(เธอยุ่งอยู่กับการเขียน  -  บทกวีเสียเป็นส่วนใหญ่)

  • Some snakes hunt mostly at night.

(งูบางชนิดออกล่าส่วนใหญ่เวลากลางคืน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป