หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 649)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. My friend doesn’t like being without any servants because she has never been used _____ her meals.

(เพื่อนของผมไม่ชอบอยู่โดยไม่มีคนรับใช้  เพราะว่าเธอไม่เคยคุ้นเคย-เคยชินกับ _____ อาหารของเธอ)

(a) to cook

(b) to cooking    (การปรุง)

(c) cooking

(d) cooked

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Be used to  หรือ  Get used to”  =  “คุ้นเคย, เคยชิน”  ต้องตามด้วย  Verb + ing  หรือ  คำนาม-วลี  ส่วน  “Used to”  =  “เคย”  ตามด้วย  Verb 1  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • He ___________ living in Bangkok and so doesn’t mind the noise and the crowded conditions. 

(เขา _______________ อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และ ดังนั้น  จึงไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพที่แออัด)

(a) was used to

(b) is used to    (คุ้นเคย หรือ เคยชินกับ)

(c) used to    (เคย)

(d) was using to

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ต้องใช้ว่า  “คุ้นเคย หรือ เคยชิน”  โดยพิจารณาจากข้อความ  “ไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพแออัด”  และใช้ในรูปปัจจุบัน  (Present simple tense)  คือ  “คุ้นเคยในปัจจุบัน”  เพื่อให้สอดรับกับ  “doesn’t mind”  (ไม่รังเกียจในปัจจุบัน)  สำหรับข้อ  (a)  หมายถึง  คุ้นเคย-เคยชิน  ในอดีต

                                 ตัวอย่างที่  

  • I used _____________________________________________ in the north of Thailand.

(ผมเคย ________________________________________ ทางภาคเหนือของประเทศไทย)

(a) lived

(b) to living

(c) living

(d) to live   (อาศัยอยู่)

ตอบ  -  ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Used to + Verb 1”  =  “เคย” (เป็นอดีตเสมอ)  ส่วน   “Be (Get) + Used + To + Verb + ing  หรือคำนาม-วลี  =  “คุ้นเคย, เคยชิน”  (อาจเป็นเรื่องอดีต   หรือปัจจุบัน  หรืออนาคต  ก็ได้)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I don’t smoke now.  I _________________________ before the tax on tobacco was so high.

(ผมไม่สูบบุหรี่แล้วในปัจจุบัน  ผม __________________________ ก่อนที่ภาษียาสูบจะสูงมาก)

(a) used to smoking

(b) was used to smoke

(c) used to    (เคยสูบ)

(d) was used to smoking    (คุ้นเคยกับการสูบบุหรี่)  (ในอดีต)

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องการบอกว่า  ปัจจุบันไม่สูบแล้ว  แต่เคยสูบ (ในอดีต)  ก่อนที่ภาษีจะเพิ่มขึ้นสูงมาก

                                 ตัวอย่างที่ 

  • They will get ___________________________________________ English newspapers.

(พวกเขาจะ ________________________________________ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)

(a) use to read

(b) used to read

(c) use to reading

(d) used to reading    (คุ้นเคยกับการอ่าน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก   “Get used to”  หรือ  "Get accustomed to"  หรือ  “Be (is, am, are, was, were) used to”  หรือ  "Get used to"  =   “คุ้นเคย, เคยชิน”   (เป็นอดีต หรือปัจจุบัน หรืออนาคตก็ได้)  ส่วน  “Used to” (เคย)  เป็นอดีตเสมอ

                                 ตัวอย่างที่  

  • My grandfather __________________________________ travel a lot when he was young.

(ปู่ของผม _____________________________________ เดินทางมาก  เมื่อตอนเขายังหนุ่ม)

(a) is used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในปัจจุบัน)

(b) was used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในอดีต)

(c) used to   (เคย)  (เป็นเรื่องในอดีตเสมอ)  (ดูจาก  "เมื่อตอนเป็นหนุ่ม")

(d) was using to

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Used to + Verb 1”  =  เคย  แต่ถ้าต้องการหมายความว่า  “คุ้นเคยกับการเดินทาง”  ต้องใช้ว่า  Was used to traveling

                                 ตัวอย่างที่  

  • He got used to ________________________________________________________.

(เขาคุ้นเคยหรือเคยชินกับ _____________________________________________)  (ในอดีต)

(a) live in an apartment

(b) have lived in an apartment

(c) living in an apartment     (การอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์)

(d) be living in an apartment

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Get (got) used to”  หรือ  "Get (got) accustomed to"  (คุ้นเคย, เคยชิน)  ต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  เพราะในที่นี้  “To”  ถือเป็น  “Preposition”  สำหรับ  “Get used (accustomed) to”  หรือ  “Be used (accustomed) to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)  จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีต, ปัจจุบัน หรืออนาคต  ก็ได้  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • We got used to playing football when we were in college.

(เราเคยชินกับการเล่นฟุตบอล  เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย – ปัจจุบันไม่ได้เล่นแล้ว)

  • They get used to eating out because they are not good at cooking.

(พวกเขาคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้าน  (ในปัจจุบัน)  เพราะปรุงอาหารไม่เก่ง)

  • He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

  • She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (อดีต)

  • They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

  • We will be (get) used to getting up early very soon.

(เราจะคุ้นเคย-เคยชินกับการตื่นนอนแต่เช้าตรู่ในเร็วๆ นี้)  (เป็นอนาคต)

******  สำหรับ  “Used to”  หมายถึง  “เคยทำในอดีต”  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  คือ เป็นเรื่องของอดีตอย่างเดียวเท่านั้น  ต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Used to + Verb 1)  เสมอ  และเมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ  จะต้องใช้  “Did not”  ช่วยเพียงอย่างเดียว  (Did not use to + Verb 1)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • He used to go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขาเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และ ในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)   (ปัจจุบัน  มิได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว)

  • She used to work in a bank a long time ago.

(เธอเคยทำงานในธนาคารเมื่อนานมาแล้ว) (ปัจจุบันทำงานที่อื่น  หรือเกษียณแล้ว)

  • We did not use to cook our own meal when we were young.

(เราไม่เคยปรุงอาหารของเราเอง  เมื่อตอนเราเป็นเด็ก)  (เป็นเรื่องในอดีต)

                                  ตัวอย่างที่  

  • He _________ go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขา ______ เดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)

(a) uses    (ใช้)

(b) used to    (เคย)

(c) was used    (ถูกใช้ – ในอดีต)

(d) is used to    (คุ้นเคย, เคยชิน – ในปัจจุบัน)

ตอบ  –  ข้อ  (b)  “Used to”  หมายถึง  เคยทำในอดีต  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  กล่าวคือ  ต้องเป็นเรื่องของอดีตเพียงอย่างเดียว  และต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Used to + Verb 1)  ส่วน  “Be used to”  หรือ  “Get used to” (= Be accustomed to  หรือ  Get accustomed to)  หมายถึง  “คุ้นเคย, เคยชิน”  ต้องตามด้วย  “คำนาม-วลี”  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีต, ปัจจุบัน  หรือ อนาคต  ก็ได้  เช่น

  • He is used to getting up late.

(= He is accustomed to getting up late.)

(= He get used to getting up late.)

(= He get accustomed to getting up late.))

(เขาคุ้นเคย – เคยชิน - กับการตื่นสาย) (เป็นปัจจุบัน)

  • She was used to watching TV late at night.

(= She was accustomed to watching TV late at night.)

(= She got used to watching TV late at night.)

(= She got accustomed to watching TV late at night)

(เธอคุ้นเคย – เคยชิน - กับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (เป็นอดีต)

  • They are used to cold weather.

(= They are accustomed to cold weather.)

(= They get used to cold weather.)

(= They get accustomed to cold weather.)

(พวกเขาคุ้นเคย – เคยชิน - กับอากาศเย็น) (เป็นปัจจุบัน)

  • We got used to swimming when we were at college.

(= We got accustomed to swimming when we were at college.)

(= We were used to swimming when we were at college.)

(= We were accustomed to swimming when we were at college.)

 (พวกเราคุ้นเคย – เคยชิน - กับการว่ายน้ำ  เมื่อเราเรียนมหาวิทยาลัย)  (คือไปว่ายน้ำบ่อยๆ)  (เป็นอดีต)

  • She gets used to eating in a Chinese restaurant.

(= She gets accustomed to eating in a Chinese restaurant.)

(= She is used to eating in a Chinese restaurant.)

(= She is accustomed to eating in a Chinese restaurant.)

(เธอเคยชิน – คุ้นเคย - กับการกินอาหารในภัตตาคารจีน – คือไปกินบ่อยๆ)  (เป็นปัจจุบัน)

  • African people are used to hot weather.

(= African people are accustomed to hot weather.)

(= African people get used to hot weather.)

(= African people get accustomed to hot weather.)

(คนแอฟริกันคุ้นเคย – เคยชิน - กับอากาศร้อน)  (เป็นปัจจุบัน)

  • Jack will be (get) used to working late at night soon.

(= Jack will be (get) accustomed to working until late at night soon.

(แจ๊คจะคุ้นเคย – เคยชิน – กับการทำงานจนกระทั่งดึกดื่นในไม่ช้า)  (เป็นอนาคต)

  • Helen will be (get) used to playing golf after she has practiced it.

(= Helen will be (get) accustomed to playing golf after she has practiced it.)

(เฮเลนจะคุ้นเคย – เคยชิน – กับการเล่นกอล์ฟ  หลังจากเธอได้ฝึกฝนมัน)  (เป็นอนาคต)

  • They will be (get) used to severe weather after they’ve worked in Alaska for some time.

(= They will be (get) accustomed to severe weather after they’ve worked in Alaska for some time.)

(พวกเขาจะคุ้นเคย – เคยชิน – กับอากาศหนาวอย่างรุนแรง  หลังจากพวกเขาได้ทำงานในอลาสกาสักระยะหนึ่ง)  (เป็นอนาคต)

                 อนึ่ง  เมื่อต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  หลัง  “Verb to be”  หรือ  “Will”  หรือ ใช้  “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วย  ในกรณีของ  “Get used to, Get accustomed to”  เช่น

  • The manager is not used (accustomed) to speaking in public.

(ผู้จัดการไม่คุ้นเคย – เคยชิน - กับการพูดในที่สาธารณะ)  (เป็นปัจจุบัน)

  • She did not get used (accustomed) to going shopping when she was young.

(เธอไม่คุ้นเคย – เคยชิน - กับการไปช้อปปิ้ง  ตอนเธอเป็นเด็ก)  (เป็นอดีต)

  • Billy does not get used (accustomed) to eating with chopsticks.

(บิลลี่ไม่คุ้นเคย – เคยชิน – กับการทานอาหารด้วยตะเกียบ)  (เป็นปัจจุบัน)

  • Kevin will not be (get) used to living in a small room after he has lived in a large apartment.

(= Kevin will not be (get) accustomed to living in a small room after he has lived in a large apartment.)

(เควิ่นจะไม่คุ้นเคยกับการอาศัยอยู่ในห้องเล็กๆ  หลังจากเขาได้อาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดใหญ่)  (เป็นอนาคต)

                  สำหรับรูปปฏิเสธของ  “Used to”  (เคย)  ต้องใช้  “Did not”  เท่านั้น  เช่น

  • We did not use to read a newspaper in the morning.

(เราไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า) (เป็นอดีต)

  • They didn’t use to walk to school like their classmates.

(พวกเขาไม่เคยเดินไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนร่วมชั้น) (เป็นอดีต)

 

2. Helen had the doctor _________________________________________ her eyes last week.

(เฮเลนให้หมอ ___________________________________ ตาของเธอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา)

(a) examining

(b) examined

(c) examines

(d) examine    (ตรวจ, ตรวจสอบ, สอบ, ทดสอบ, สอบสวน, พิจารณา, ไต่ถาม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  คือ  “Subject + Has (Have, Had) + Someone (Object) + Do (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องอยู่ในรูป Infinitive without to) + Something (ส่วนขยาย)”  (ประธานใช้ให้ใครบางคน (กรรม) ทำอะไรบางอย่าง)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Mr. Eaton had the client _________________________________ her questions in writing.

(มิสเตอร์อีตันให้ลูกความ ____________________ คำถามของเธอ (ให้เขา) เป็นลายลักษณ์อักษร)

(a) submits

(b) submit    (ส่งมอบ, เสนอ, เสนอให้พิจารณา, ยอม, ยอมตาม, ยอมจำนน, อ่อนน้อม)

(c) submitted

(d) submitting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  คือ  “Subject + Has (Have, Had) + Someone (Object) + Do + Something (ส่วนขยาย)”  (ประธาน – ใช้ - ให้ใครบางคน (กรรม) ทำอะไรบางอย่าง)  ในที่นี้คือ  มิสเตอร์อีตันให้ลูกความผู้หญิงของตน  ส่งคำถามของเธอให้แก่เขาเป็นลายลักษณ์อักษร

                                   ตัวอย่างที่  

  • The supervisor had Ms. Bella ______________________________ her job responsibilities.

(ผู้กำกับดูแลใช้ให้มิสเบลล่า _____________________________ ความรับผิดชอบงานของเธอ)

(a) writing

(b) wrote    (เป็นกริยาช่องที่ ๒ ของ  “Write”)

(c) written    (เป็นกริยาช่องที่ ๓ ของ  “Write”)

(d) write    (เขียน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  คือ  Subject + Has (Have, Had) + Someone + Do + Something (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  ในที่นี้คือ  ผู้ควบคุมงานให้มิสเบลล่าเขียนความรับผิดชอบงานของเธอ

                                  ตัวอย่างที่  

  • The president had her travel agent _______________________________ the reservations.

(ประธาน (บริษัท) ให้ตัวแทนท่องเที่ยวของเธอ _________________ การจอง – ตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก)

(a) made

(b) has made

(c) make    (ทำ)

(d) makes

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  คือ Subject + Has (Have, Had) + Someone (Object) + Do + Something  (ประธานฯ ใช้ให้ใคร (กรรม) ทำอะไรบางอย่าง)  ในที่นี้คือ  ประธาน (บริษัท) ให้ตัวแทนท่องเที่ยวของเธอทำการจองตั๋ว-ห้องพัก  

                                  ตัวอย่างที่  

  • The trainers for the seminar had the crew _________ their equipment to the conference center.

(ผู้ฝึกอบรมสำหรับการสัมมนาใช้ให้บรรดาเพื่อนร่วมงาน ______ อุปกรณ์ของตนไปยังศูนย์การประชุม)

(a) move    (ย้าย, เคลื่อนที่, เคลื่อนไหว, เดิน, ก้าวหน้า, กระตุ้น, ดลใจ, เร้าใจ)

(b) moved

(c) moving

(d) mover    (ผู้เคลื่อนย้าย, ผู้เคลื่อนไหว, ผู้เดิน, ผู้ก้าวหน้า)  (เป็นคำนาม)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  คือ  Subject + Has (Have) + Someone + Do + Something  (ประธานประโยคใช้ให้ใครทำอะไร)  ในที่นี้คือ  ผู้ฝึกอบรมใช้ให้บรรดาเพื่อนร่วมงานย้ายอุปกรณ์ของตนไปยังศูนย์การประชุม

                                 ตัวอย่างที่  

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and ___________________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆ พอ  ผมอาจจะไป  และ ___________________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องใช้  “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ  “Go”  และเป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Passive voice  คือ  Subject + Has (Have) + Something (กรรม) + Done + By someone  คือ  ประธานประโยคให้อะไร (กรรม) ถูกกระทำ (โดยใครบางคน)  ในที่นี้คือ  ผม (ฉัน) ให้ผมถูกทำ (โดยช่างทำผม)  ซึ่งหมายถึง  ให้ช่างทำผมให้  

                                  ตัวอย่างที่  

  • He had the cook _________________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _________________________________________________ น้ำชา)

(a) make    (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  คือ  “Subject + Have + Someone (กรรม) + Do + Something”  ในที่นี้คือ  เขาใช้ให้พ่อครัวชงน้ำชา

                                  ตัวอย่างที่  

  • He was so busy so he had his servant __________________________________ the shoes.

 (เขามีงานยุ่งมาก  ดังนั้น  เขาจึงให้คนรับใช้ ______________________________ รองเท้าให้)

(a) shining

(b) shine   (ขัด)

(c) shined    (กริยาช่อง  ๒  และ  ๓  ของ  “Shine”)

(d) shone     (กริยาช่อง  ๒  และ  ๓  ของ  “Shine”)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ  Active voice  คือ  “Subject + Have (Has) + Someone (กรรม) + Do (Verb 1) + Something”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  ในที่นี้คือ  เขาให้คนใช้ขัดรองเท้า

                                 ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter ________________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ _________________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry     (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something คือ  ประธานฯ ใช้ให้ใคร (กรรม) ทำอะไร  ในที่นี้คือ  ให้พนักงานฯ ยกลังขึ้นไปบนห้อง

                                  ตัวอย่างที่  

  • I am going to have my garage _______________________________________ tomorrow.

(ผมจะให้โรงเก็บรถของผม ___________________ วันพรุ่งนี้)  (แต่นิยมพูดว่า  ผมจะทาสีโรงรถฯ)

(a) painting

(b) paint

(c) paints

(d) painted    (ถูกทาสี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Passive voice  คือ  ประธานฯ ให้ “กรรม” ถูกกระทำ (โดยใครบางคน)  ในที่นี้คือ  ผมจะให้โรงรถถูกทาสีวันพรุ่งนี้  (อาจโดยตัวผมเอง หรือช่างก็ได้)   

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I had this photograph _____________________________________________ in Paris.

(ผมให้ภาพนี้ __________________________________________________ ในปารีส)

(a) take

(b) taking

(c) taken    (ถูกถ่าย)

(d) to take

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  Causative Use  ในแบบ  Passive voice  คือ  Subject + Has (Have, Had) + กรรม + Verb 3 + (By someone)  =  ประธานฯ ให้  “กรรม”  ถูกกระทำ (โดยใครบางคน)  ในที่นี้คือ  ผมให้ภาพถูกถ่ายในปารีส  ซึ่ง  “ผม”  อาจถ่ายเอง หรือให้ผู้อื่นถ่ายให้ก็ ได้

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • What would you _____________________________________________ me do for you?

(คุณจะ _____________________________________________ ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have    (ใช้, ให้้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  ในแบบ  Active voice (ประธานฯ ใช้ให้ใคร (กรรม) ทำอะไร)  คือ  Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something  ในที่นี้คือ  คุณจะใช้ให้ผมทำอะไรให้คุณ,  สำหรับ  “Want”  และ “Wish”  จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?

                                   ตัวอย่างที่  ๑๒

  • What would you have me _________________________________________________?

(คุณจะให้ผม __________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  คือ  Subject + Has (Have) + Someone (กรรม) + Do (Verb 1) + Something  (ประธานใช้ให้ใคร (กรรม) ทำอะไรบางอย่าง)  ในที่นี้คือ  คุณจะให้ผมซ่อมอะไร   ทั้งนี้  Causative use  แบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  Active voice  และ Passive voice  ดังคำอธิบายข้างล่าง

              สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ  “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone + do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่  ๑  แต่ไม่ต้องมี  "To"  นำหน้า) + something”  หรือ  (=  Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something)  หมายถึง  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง  แต่ในบางกรณีอาจมีความหมายว่า  ประธานมีใครมาทำอะไรให้  หรือประธานประสบกับเหตุการณ์บางอย่าง)  มีดังนี้  คือ

            ๑. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  verb “do”)

            ๒. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของ  verb “do”)

           (ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                 ทั้ง    โครงสร้างข้างบน  ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We often have our friends visit us on Sundays.
  • We often get our friends to visit us on Sundays.

(เรามีเพื่อนมาเยี่ยมวันอาทิตย์บ่อยๆ)

  • I had a frightening thing happen to me yesterday.
  • I got a frightening thing to happen to me yesterday.

(ฉันประสบกับสิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้นกับฉันเมื่อวานนี้)

  • She had me call her last week.
  • She got me to call her last week.

(เธอให้ผมโทรฯ ไปหาเธอสัปดาห์ที่แล้ว)

            อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ  Subject + have (get) + something + done + (by someone) (ประธาน  + ใช้ให้ + บางสิ่ง (กรรม) + ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้  อยู่ในช่องที่ ๓) + (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้  ทั้ง  “Have”  และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้  จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงตัว  คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ”  แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้  โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)  (ในกรณีนี้ต้องให้หมอตรวจเท่านั้น  เขาจะตรวจเองไม่ได้)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)  (ในกรณีนี้ต้องให้หมอตรวจเท่านั้น  เขาจะตรวจเองไม่ได้)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)  (ในกรณีนี้  อาจหมายถึงเธอล้างเอง  ถ้าไม่มี  “by her maid”,  หรือให้สาวใช้ล้างให้ก็ได้)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)  (ในกรณีนี้  อาจหมายถึงเธอล้างเอง  ถ้าไม่มี  “by her maid”,  หรือให้สาวใช้ล้างให้ก็ได้) 

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)  (ในกรณีนี้  เราอาจทำเอง  ถ้าไม่มี  “by our neighbors”,  หรือให้เพื่อนบ้านทำให้ก็ได้)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)  (ในกรณีนี้  เราอาจทำเอง  ถ้าไม่มี  “by our neighbors”,  หรือให้เพื่อนบ้านทำให้ก็ได้)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)  (อาจหมายถึงเขาตัดเองก็ได้  แต่เป็นเรื่องไม่ปกติ)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)  (อาจหมายถึงเธอทำเองก็ได้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ    ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)  (อาจหมายถึงเราล้างเองก็ได้)

  • Can we have the program changed ?

(= Can we get the program changed ?)

(เราสามารถเปลี่ยนโปรแกรมได้ไหม)  (หมายถึง  เจ้าหน้าที่เป็นผู้เปลี่ยน)

  • Please have these letters translated into English.

(= Please get these letters translated into English.)

(กรุณาแปลจดหมายเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ)  (อาจหมายถึง  คุณแปลเอง  หรือให้คนอื่นแปลก็ได้)

  • King Charles had his enemies’ heads cut off.

(= King Charles got his enemies’ heads cut off.)

(กษัตริย์ชาร์ลสตัดศีรษะของศัตรูของตน)  (อาจหมายถึง  ชาร์ลสตัดเอง  หรือให้คนอื่นตัดก็ได้)

  • I’ve recently had my appendix removed.

(= I’ve recently got my appendix removed.)

(ผมตัดไส้ติ่งออกเมื่อเร็วๆ นี้)  (หมายถึง  หมอตัดให้เท่านั้น  ผมไม่ได้ตัดเอง)

  • They scarcely have any money saved for their old age.

(= They scarcely get any money saved for their old age.)

(พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเก็บออมไว้สำหรับวัยชรา)  (หมายถึง  พวกเขาเก็บออมเองเท่านั้น  มิใช่คนอื่นออมให้)

 

3. He __________________________________________________ his vacation very much. 

(เขา _________________________________________ การไปเที่ยวในวันหยุดอย่างมาก)

(a) have enjoying

(b) having enjoyed

(c) had enjoyed

(d) is enjoying    (กำลังสนุกสนานกับ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  แต่ถ้าประโยคข้างบนเป็นเหตุการณ์ในอดีต  ควรตอบในรูป  “Past simple tense”  คือ  Enjoyed (Verb 2)  มิใช่  ข้อ  (c)  “Past perfect tense  ทั้งนี้  อาจตอบ  Has enjoyed  (Present perfect tense)  ก็ได้   หมายถึง  เขาสนุกตั้งแต่วันแรกที่ไปเที่ยว  และขณะที่พูดประโยคนี้ก็ยังคงสนุกอยู่  ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ  Present perfect tense  ในหมวดข้อสอบ  STRUCTURE  ตอนที่  ๖๓๔  ข้อ  ๔

 

4. How long did it ___________________________________________ them to finish typing?

(มัน _________________________________ เวลาพวกเขานานเท่าใด  ที่จะพิมพ็ดีดให้เสร็จ)

(a) take   (ใช้,  กิน)

(b) let

(c) need

(d) use

ตอบ  -  ข้อ  (a)  มาจากโครงสร้าง  “It + Takes (Took) + Someone + Time + To + Verb 1 + Something”  (มันใช้ – กิน - เวลาใครเท่าใดในการทำอะไร)  เช่น

  • It took me 5 days to travel from San Francisco to New York by bus.

(มันกินเวลาผม (ผมใช้เวลา) ๕ วันในการเดินทางจากซานฟรานซิสโกไปนิวยอร์กโดยรถประจำทาง)

 

5. Don’t forsake your friends in their time of need.   

(จงอย่า  ทอดทิ้ง-ละทิ้ง-ตัดขาด-เลิก  เพื่อนของคุณ  ในเวลาที่พวกเขาต้องการความช่วย เหลือ)

(a) foment    (กระตุ้น, ยั่วยุ, ปลุกปั่น, ปลุกระดม, ส่งเสริม, ชโลมด้วยน้ำอุ่น) 

(b) flaunt    (ฟล้อนท)  (โอ้อวด, แสดงอย่างโอ้อวด) 

(c) abandon    (อะ-แบ๊น-เดิ้น)  (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ปล่อย)

(d) capitulate    (คะ-พิ้ช-ชุ-เลท)  (ยอมแพ้, ยอมจำนน, ยินยอม, หยุดต่อต้าน) 

(e) disseminate    (ดิ-เซ้ม-มิ-เนท)  (เผยแพร่, แพร่กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย) 

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. I scrutinized (สครู้-ทิ-ไนซ) the card catalog at the library but couldn’t find a single book on the topic I had chosen for my term paper.

(ผม  พิจารณาอย่างละเอียดลออ-พิจารณาอย่างรอบคอบ-ตรวจสอบอย่างรอบคอบ  แคตตาล็อกบัตรห้องสมุด  แต่ไม่สามารถหาหนังสือในหัวเรื่องที่ผมได้เลือกเพื่อทำรายงานประจำเทอมได้แม้แต่เพียงเล่มเดียว)

(a) intervened    (อิน-เทอะ-วี่น)  (แทรกแซง, ก้าวก่าย, ยุ่ง, เกิดขึ้นโดยบังเอิญและขัดขวาง, เกิดขึ้นระหว่าง) 

(b) inundated    (อิ๊น-อัน-เดท)  (ท่วม, ไหลบ่า, ทำให้เต็มไปด้วย) 

(c) examined very carefully    (ตรวจสอบอย่างรอบคอบ)

(d) intruded    (อิน-ทรู้ด)  (บุกรุก, รุกล้ำ, ละเมิด, ก้าวก่าย, ก้าวร้าว)  

(e) resented    (ริ-เซ้นท)  (ไม่พอใจ, ขุ่นเคือง, แค้นใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Even though many years have passed since Einstein formulated his theory of relativity, few people are able to grasp (แกรสพit fully.

(ถึงแม้ว่าหลายปีได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่ไอน์สไตน์สร้างทฤษฎีสัมพัทธ์ของเขา  มีผู้คนน้อยคนสามารถ  เข้าใจ-รู้ซึ้ง-ยึด-จับ-กำแน่น-คว้า-พยายามยึดหรือจับ  มันอย่างเต็มที่)

(a) apply    (ประยุกต์ใช้, ใช้, สมัครงาน)

(b) revise    (แก้ไข, ทบทวน)

(c) comprehend    (เข้าใจ)

(d) project    (คาดการณ์, ประมาณการ)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “โครงการ”)

(e) forebode    (ฟอร์-โบ้ด)  (บอกข่าวร้ายล่วงหน้า, เป็นลางสังหรณ์ว่าจะมี, มีลางสังหรณ์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  Grasp  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การเข้าใจ, การรู้ซึ้ง, ความสามารถในการเข้าใจ, การยึด, การจับ, การกำแน่น, การคว้า    

 

8. The parents were unable to pacify their crying baby.

(พ่อแม่ไม่สามารถ  ปลอบขวัญ-ทำให้สงบ-ทำให้เงียบ-ทำให้สุขุม  ลูกน้อยที่ร้องไห้)

(a) beat    (ตี, ทุบ, กระแทก, เคาะ, หวด, ตบ, เฆี่ยน, ดีกว่า, เก่งกว่า, รบชนะ, พิชิต)

(b) soothe    (ปลอบขวัญ, ปลอบโยน, ปลอบ, ประโลมใจ, ทำให้บรรเทา, ลด)

(c) shut the mouth of    (ปิดปากของ)

(d) modify    (ม้อด-ดิ-ไฟ)  (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ปรับปรุง, ดัดแปลง, ลดความรุนแรง, ลดหย่อน)

(e) anticipate    (แอน-ทิส-ซิ-เพท)  (๑. คาดหมาย, มุ่งหวัง, คาดหวัง, ทำนาย, ๒. ลงมือกระทำการก่อน,

       ใช้สอยล่วงหน้า, เกิดล่วงหน้า) 

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

9. ____________________________________________ you may say, I still think I am right.

(__________________ คุณอาจจะพูด _________________ ผมยังคงคิดว่าผมเป็นฝ่ายถูก)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) Whatever    {ไม่ว่า (คุณอาจจะพูด) อะไรก็ตาม}

(c) Though   (ถึงแม้ว่า)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whatever”  และ  “However”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • However much __________________________________________, it will be worth it.

(ไม่ว่า _____ มากอย่างไรก็ตาม  มันก็จะคุ้มค่า (สมราคา) กับราคานั้น)  (หมายถึง  ไม่ว่านาฬิกาจะแพงเท่าใด  ก็คุ้มค่าหรือสมราคาของมัน)

(a) does the watch cost

(b) costs the watch

(c) the watch will cost

(d) the watch costs    (นาฬิกาเรือนนี้มีราคา)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “However”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________________________________, she is unhappy.

(_____________________________________________________, เธอไม่มีความสุข)

(a) However she is wealthy

(b) However wealthy she may be    (ไม่ว่าเธออาจจะร่ำรวยอย่างไรก็ตาม)

(c) However wealth she has

(d) However she has wealth

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “However + Adjective + Subject + Is (are, was, were), + Subject + Verb)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง  โดยเปรียบเทียบกับ  “Whatever

                                  ตัวอย่างที่ 

  • ________ the truth may have been, many Thai people concluded that the previous government was clearly to blame for the corruption and the police’s abuse of power.

{(ไม่ว่า) ความจริงจะเป็น _______ คนไทยจำนวนมากสรุปว่า  รัฐบาลชุดก่อนควรถูกตำหนิอย่างชัดเจนสำหรับการทุจริต  และการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องของตำรวจ}

(a) Whoever    (ใครก็ตาม)

(b) However    (อย่างไรก็ตาม)

(c) Whatever     (อะไรก็ตาม, อย่างไรก็ตาม)

(d) Whenever     (เมื่อไรก็ตาม)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whatever”  และ  “However”  จากประโยคข้างล่าง

               ๑. Whatever  =  ไม่ว่าอะไรก็ตาม, ไม่ว่าใครก็ตาม, ไม่ว่าสิ่งใดก็ตาม, ไม่ว่าจำนวนเท่าไร  เช่น

  • Whatever he may say, she doesn’t believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม  เธอไม่เชื่อเขาเลย)

  • Whatever happens, keep calm.

(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  ให้นิ่งเข้าไว้  - หรือใจเย็นเข้าไว้)

  • He volunteered to do whatever he could.

(เขารับอาสาทำ  อะไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้)

  • Bill had given up whatever hopes he may have had.

(บิลได้ยกเลิกความหวังอะไรก็ตาม  ที่เขาอาจจะเคยมี)

  • I have to bring my family back whatever happens.

(ผมจำเป็นต้องนำครอบครัวกลับมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม)

  • Whatever you do, don’t take a trip to the Arctic.

(ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม  จงอย่าเดินทางไปอาร์คติก  - หรือขั้วโลกเหนือ)

  • I went to the library and read whatever I could find about Robert Owens.

(ฉันไปที่ห้องสมุด  และอ่านอะไรก็ตามที่ฉันสามารถหาได้เกี่ยวกับโรเบิร์ต โอเว่นส์)

  • Lucy had to rely on whatever books were lying around.

(ลูซี่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยหนังสืออะไรก็ตามที่กำลังวางอยู่รอบๆ – ตัวเธอ)

  • Sam is English by birth whatever anyone may say.

(แซมเป็นชาวอังกฤษโดยกำเนิด  ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม)

               ๒. However  =  อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่กระนั้นก็ดี, แม้ว่า,  เช่น

  • He studied hard; however (nevertheless, nonetheless, but), he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก) 

                      หรือ  แยกออกเป็น ๒ ประโยค  เช่น

  • He studied hard.  However (Nevertheless, Nonetheless, But), he failed.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ดี  เขาสอบตก)

  • It rained heavily.  However (Nevertheless, Nonetheless, But), they went out.

(ฝนตกหนัก  อย่างไรก็ตาม  พวกเขาออกไปข้างนอก)

  • Kim was wealthy; however (nevertheless, nonetheless, but), she was not happy.

(คิมร่ำรวย  อย่างไรก็ดี  เธอไม่มีความสุข)

  • Bill proposed to Sarah; however (nevertheless, nonetheless, but), she refused it.

(บิลขอแต่งงานกับซาร่าห์  อย่างไรก็ตาม  เธอปฏิเสธมัน)

  • It was raining.  However (Nevertheless, Nonetheless, But), we decided to go to the seaside.

(ฝนกำลังตก,  อย่างไรก็ตาม  เราตัดสินใจที่จะไปชายทะเล)

                    However  ในโครงสร้างแบบอื่น

  • However beautiful she is, nobody likes her.  (= Nobody likes her however beautiful she is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะสวยเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครชอบเธอ)

  • However wealthy he is, he is never happy.  (= He is never happy however wealthy he is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเขาจะร่ำรวยเพียงไรก็ตาม  เขาไม่เคยมีความสุข)

  • However old they are, they always work hard.  (= They always work hard however old they are.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าพวกเขาจะแก่เพียงไรก็ตาม  พวกเขาทำงานหนักเสมอ)

  • However important it is, no one pays attention to it.  (= No one pays attention to it however important it is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่ามันจะสำคัญเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครให้ความสนใจกับมัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.  (= She was hit by a car however carefully she walked.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

 (ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังเพียงไรก็ตาม  เธอถูกรถยนต์ชน)

  • However quickly they walked, they couldn’t catch the bus.  (= They could not catch the bus however quickly they walked)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วเพียงไรก็ตาม   พวกเขาไม่สามารถไปทันรถประจำทาง)

                     จงเปรียบเทียบกับ

  • They walked quickly; however, they could not catch the bus.  (สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But แทนได้)

(พวกเขาเดินอย่างเร็ว  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน

  • He will never succeed however hard he may try.  (= However hard he may try, he will never succeed)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)  (= ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ)

              จงเปรียบเทียบกับ

  • He may try hard; however, he will never succeed.  (สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But แทนได้)

(เขาอาจจะพยายามอย่างหนัก  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ)  

  • However carefully she tried to cross the street, she was hit by a car.  (= She was hit by a car however carefully she tried to cross the street)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวังเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เธอถูกรถชน)  (= เธอถูกรถชน  ไม่ว่าเธอจะพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวังเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)

                     จงเปรียบเทียบกับ

  • She tried to cross the street carefully; however, she was hit by a car.  (สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(เธอพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวัง  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เธอถูกรถชน)

  • However hard he studied, he did not pass the exam.  (= He did not pass the exam however hard he studied.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเขาจะเรียนหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เขาสอบตก)  (= เขาสอบตก  ไม่ว่าเขาจะเรียนหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)

                     จงเปรียบเทียบกับ

  • He studied hard; however, he did not pass the exam.  (สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เขาสอบตก)

  • However very expensive the house was, we bought it.  (= We bought the house however very expensive it was)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าบ้านจะราคาแพงมากเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เราซื้อมัน)  (= เราซื้อบ้าน  ไม่ว่ามันจะราคาแพงมากเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)   

                     จงเปรียบเทียบกับ

  • The house was very expensive; however, we bought it.  (สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But แทนได้)

(บ้านราคาแพงมาก  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เราซื้อมัน)

  • However beautifully she sang, nobody had time to listen to it.  (= Nobody had time to listen to it however beautifully she sang.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะร้องเพลงไพเราะเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครมีเวลาที่จะฟังมัน)  (= ไม่มีใครมีเวลาที่จะฟังมัน  ไม่ว่าเธอจะร้องเพลงไพเราะเพียงไรก็ตาม)

                     จงเปรียบเทียบกับ

  • She sang beautifully; however, nobody had time to listen to it.  (สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(เธอร้องเพลงเพราะ  อย่างไรก็ตาม  ไม่มีใครมีเวลาจะฟังมัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป