หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 647)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. This mansion ______________________________________________ for some time now.

(คฤหาสน์หลังนี้ _____________________________________ มาเป็นเวลาหนึ่งแล้วขณะนี้)

(a) has not occupied    (มิได้ครอบครอง หรือ พักอาศัย)

(b) is not being occupied    (มิได้กำลังถูกครอบครอง)  (ในขณะนี้)

(c) was not being occupied    (มิได้กำลังถูกครอบครอง)  (ในอดีต)

(d) has not been occupied    (มิได้ถูกครอบครอง หรือ พักอาศัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ต้องใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + (Not) + Verb 3}  ในรูป  “Passive voice”  เพราะประธานประโยค  คือ  คฤหาสน์ถูกกระทำ (ถูกครอบครอง หรือ พักอาศัย)   {Subject + Has (Have) + (Not) + Been + Verb 3}   เนื่องจากเหตุการณ์เกิดต่อเนื่อง  เริ่มจากในอดีตและดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูดประโยคนี้  (คือ  คฤหาสน์มิได้ถูกครอบครองช่วงเวลาหนึ่ง  เริ่มจากในอดีต  จนถึงขณะนี้)  ดูเพิ่มเติม  Present perfect tense  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  •   She ______________________________________________ a few pounds since then.

(เธอ ____________________________________________ ๒ – ๓ ปอนด์  ตั้งแต่ตอนนั้น)

(a) had gained

(b) is gaining

(c) has gained    {ได้รับ (น้ำหนักเพิ่ม)}

(d) was gaining

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดตั้งแต่อดีต (ตอนนั้น)  และดำเนินมาถึงปัจจุบันขณะที่พูด  จึงต้องใช้รูป  “Present perfect tense” {Subject + has (have) + Verb 3ดูคำอธิบายเพิ่มเติม  “Present perfect tense”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I __________________________________________________ to Japan several times.

(ผม ____________________________________________________ ญี่ปุ่นหลายครั้ง)

(a) have gone    (ได้ไปอยู่ที่ – คือในตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ญี่ปุ่น ยังไม่กลับมา)

(b) have been    (เคยไป – ในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว)

(c) had gone

(d) had been

ตอบ  –  ข้อ  (b)  ใช้  “Present perfect tense”   เมื่อต้องการบอกว่า “เคย” หรือ “ไม่เคย” ทำ

                                   ตัวอย่างที่  ๓

  • Rosalyn _____________________________________ an artist for over thirty years now.

(โรสซาลีน _____________________________________ ศิลปินมาเป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว)

(a) has became

(b) became

(c) has been    (ได้เป็น)

(d) is

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3  หรือ  Subject + Has (Have) + Been + Noun  หรือ  Adjective}   เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินมาถึงปัจจุบัน  (คือการเป็นศิลปินมานานกว่า ๓๐  ปี  จนถึงปัจจุบัน)  สำหรับข้อนี้  จะตอบ ข้อ  (a) ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Has become”  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  ๔

  • ______________________________________________ a lot of changes since you left.

(____________________________________ ความเปลี่ยนแปลงมากมาย  ตั้งแต่คุณจากไป)

(a) There will be    (จะมี)

(b) There are    (มี)  (ปัจจุบัน)

(c) There were    (มี)  (อดีต)

(d) There have been    (ได้มี)

(e) There is    (มี)  (ปัจจุบัน)

(f) There was    (มี)  (อดีต)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  หรือ  “There has been, There have been”  (กรณีนี้  ใช้  “There have been”  เพราะ  “Changes”  เป็นรูปพหูพจน์)  เนื่องจากเหตุการณ์  (มีความเปลี่ยนแปลง)  เกิดขึ้นต่อเนื่อง  เริ่มจากในอดีต  (ตั้งแต่คุณจากไป)  จนถึงปัจจุบันขณะที่พูดประโยคนี้  คือ  ปัจจุบัน  ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่

                                 ตัวอย่างที่  ๕

  • As a mass production method, it ____________________ great advances in the last few years.

(ในฐานะวิธีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก  มัน (วิธีการ) _________ ความก้าวหน้าอย่างยิ่งในช่วง ๒ ถึง ๓  ปีที่ผ่านมา)

(a) makes

(b) is making

(c)made

(d) has made    (ได้ทำให้เกิด)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากข้อความ   “In the last few years”  (ในช่วง  ๒  ถึง  ๓   ปีที่ผ่านมา)  แสดงการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ (การผลิตครั้งละมากๆ  ซึ่งก่อให้เกิดความก้าวหน้า) ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)  จึงใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}

                                 ตัวอย่างที่  ๖

  • _______ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been    (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ  (c)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject +Has (Have) + Verb 3} (ต้องใช้  “Have been”  เนื่องจาก  “impressive increases”  อยู่ในรูปพหูพจน์)  เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก  “For” = เป็นเวลา,  (For + ความยาวของเวลา),  “Since” = ตั้งแต่,  (Since +จุดเริ่มต้นของเวลา),  “Up to now” (= Up to the present time = Up until now) =  จนถึงบัดนี้,  “So far” = เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  “Lately” (= Recently) =   หมู่นี้, เร็วๆ นี้,  “Over the past years” = ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา,  “In recent years” = ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา,  Since the sun set = ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก,  Since they were in college = ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย,  Since we were young = ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก,  Since she was born = ตั้งแต่เธอเกิด),  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆ มา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย – ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ทำ)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  -  จนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

  • The gate has been closed since the sun set.

(ประตูได้ถูกปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ตก)  (ขณะที่พูดประโยคนี้  ประตูก็ยังปิดอยู่)

  • I have known them since we were in college.

(ผมรู้จักกับพวกเขา  ตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังรู้จักอยู่)

  • They have lived there since they were born.

(พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

                                   ตัวอย่างที่  ๗

  • Mr. Norton _________________________ in charge of the research division for two years.

(มิสเตอร์นอร์ตัน _________________ รับผิดชอบ – กำกับดูแล – แผนกวิจัยมาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว)

(a) has

(b) has been    (เป็นผู้)

(c) is

(d) had

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้รูป  Present perfect tense {Subject + Has (Have) + Verb 3} หรือ {Subject + Has (Have) + Been + วลี  หรือ  Adjective} (เช่นประโยคในตัวอย่างที่  )  เพื่อแสดงว่าประธานของประโยคทำกริยานั้นตั้งแต่ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)  ในที่นี้  คือ  มิสเตอร์นอร์ตันรับผิดชอบแผนกวิจัยมา ๒ ปีแล้ว  จนถึงขณะนี้,  ดูหลักเกณฑ์การใช้  “Present perfect tense”  ดังต่อไปนี้  โดยเฉพาะ ข้อ  ๓  และ ข้อ  ๕

                   ๑. ใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุด  หรือจบลงไปไม่นาน ณ ขณะที่พูดนั้น  สังเกตได้จาก  Just  =  เพิ่งจะ, Recently  =  เมื่อเร็วๆนี้,  Lately  =  หมู่นี้, เมื่อเร็วๆนี้  เช่น

  • I have just finished my assignment.

(ผมเพิ่งจะทำการบ้าน – งานที่ได้รับมอบหมาย – เสร็จ)

  • My friend has recently got married.

(เพื่อนของผมแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้)

  • I haven’t seen John lately.

(ผมไม่เห็นจอห์นเลยหมู่นี้)

                   ๒. ใช้บอกข้อความว่า  “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง” มักมีคำว่า “Already” (ใช้กับประโยคบอกเล่าและคำถาม)  และ  “Yet”  (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม)  ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี  “Already”  และ  “Yet”  ก็ได้  เช่น

  • I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

  • She has not (yet) had her breakfast. (= She has not had her breakfast yet.)

(เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

  • Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

  • I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

  • Have you (already) finished your report? (= Have you finished your report already?)

(คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

                   ๓. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก  For =  เป็นเวลา (For + ความยาวของเวลา),  Since  =  ตั้งแต่  (Since + จุดเริ่มต้นของเวลา),  Up to now, up to the present time, up until now  =  จนถึงบัดนี้,  So far =  เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

                   ๔. ใช้กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก  Ever”, “Never”  เช่น

  • Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

  • Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

  • I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

                  ๕. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  ในอดีต  และยังอาจเกิดขึ้นได้อีก สังเกตจาก  “Adverb of frequency”  เหล่านี้   “Again and again”  =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “Many times”,  “Several times”  =  หลายครั้ง,  “Sometimes”  =  บางที,  “Over and over”  (= Over and over again)  =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “This is the first (second) time”  =  นี่เป็นครั้งแรก  (ครั้งที่ )  เช่น

  • He has made the same mistake again and again.

(เขาทำความผิดเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • I have been to New York several times.

(ผมไปนิวยอร์กมาหลายครั้งแล้ว)

  • She has told that story over and over again.

(เธอเล่าเรื่องนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • This is the first time I have tried to play golf.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นกอล์ฟ)

                 ๖. ใช้กับการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  เช่น

  • He is the best man I have found.

(เขาเป็นคนดีที่สุดที่ผมได้พบมา)

  • She is the most clever girl I have talked to.

(เธอเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดที่ผมได้คุยด้วย)

  • It is the most difficult problem she has solved.

(มันเป็นปัญหาที่ยากที่สุดที่เธอแก้)

  • They are the most diligent people I have ever seen in my life

(พวกเขาเป็นคนที่ขยันที่สุดที่ผมได้เคยเห็นมาในชีวิต)

                  ๗. ใช้บอกเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดในระยะเวลาช่วงหนึ่ง และจบสิ้นไปแล้ว  สังเกตได้จากวลี  “This morning, This week, This month, This year” เช่น

  • I have read three books this month.

(ผมได้อ่านหนังสือ เล่ม เดือนนี้)  (คือ  อ่านจบแล้ว)

  • He has done a lot of work this week.

(เขาทำงานมากมายสัปดาห์นี้)  (คือ  งานเสร็จแล้ว)

                       แต่ถ้ายังทำไม่เสร็จ  ใช้รูป  “Continuous”  เช่น

  • He is working hard this year.

(เขากำลังทำงานหนักปีนี้)

  • They are studying hard this term.

(พวกเขากำลังขยันเรียนเทอมนี้)

                  ๘. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำในอดีตที่สิ้นสุดลงแล้ว  ไม่บ่งเวลาที่แน่ชัด  แต่ยังแสดงผลให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบัน  เช่น

  • I have lost my key.  

(ผมทำกุญแจหาย)  (ตอนนี้ก็ยังไม่เจอ)

  • I have locked the door.  

(ผมล็อคประตูแล้ว)  (ประตูยังปิดอยู่)

  • John has read many books on astronomy.

(จอห์นได้อ่านหนังสือมากมายด้านดาราศาสตร์)  (คือ  อ่านจบไปแล้ว)

                        แต่ถ้าบอกเวลาในอดีตที่แน่นอน  จะต้องใช้  “Past simple” (Verb 2)  เช่น

  • I lost my key last week.

(ผมทำกุญแจหายอาทิตย์ที่แล้ว)

  • She studied in the library this morning.

(เธออ่านหนังสือในห้องสมุดเมื่อเช้านี้)

  • I locked the door last night.

(ผมล็อคประตูเมื่อคืนนี้)

 

2. Ball-point pens require _____________________________________ than fountain pens do.

(ปากกาลูกลื่นต้องการ ___________________________________ ปากกาหมึกซึมต้องการ)

(a) the ink is thicker

(b) an ink and thicker

(c) a thicker ink    (น้ำหมึกที่ข้นกว่า)

(d) the thicker than ink

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. My parents usually listen to the _________________________________________ together.

(พ่อแม่ของผมมักฟัง ________________________________________ ด้วยกันเป็นประจำ)

(a) news six o’clock

(b) news of six o’clock

(c) six o’clock news    (ข่าวหกโมง)

(d) news during six o’clock

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. In radio and television ___________ impossible to draw the line between news and entertainment programs.

(ในวิทยุและโทรทัศน์ _________ เป็นไปไม่ได้  (อยู่บ่อยๆ) ที่จะลากเส้น (แบ่งเขตแดน) ระหว่างรายการข่าว  และรายการบันเทิง) (คือ  สองรายการนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน)

(a) frequently is

(b) are frequently

(c) it is frequently    (มัน ............(เป็นไปไม่ได้)............... อยู่บ่อยๆ)

(d) where they are frequently

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประธาน  (It)  กริยา  (Is)  และกริยาวิเศษณ์แสดงความถี่  - Adverb of frequency (Frequently)  ซึ่งขยายคำคุณศัพท์  (Impossible)  ส่วน  In radio and television  เป็นกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่  (Adverb of place)  ว่า ณ ที่ใด  ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

 

5. Because it withstands the effects of high temperature, rhenium is a valuable ingredient in certain alloys. 

(เพราะว่ามัน  ทนทาน-ต้านทาน-สกัดกั้น-ต่อต้าน-อดทน-อดกลั้น  ต่อผลกระทบของอุณหภูมิที่สูง  แร่เรเนียมจึงเป็นองค์ประกอบ (ส่วนผสม) ที่มีค่าในโลหะผสมบางชนิด)

(a) ameliorates    (ทำให้ดีขึ้น, ปรับปรุง)

(b) alleviates    (ทำให้บรรเทาลง, ทำให้ลดลง)

(c) resists    (ทนต่อ,ต่อต้าน,ต้านทาน,สกัดกั้น,ขัดขืน, ขัดขวาง)

(d) deteriorates    (เลวลง, แย่ลง, ทำให้เลวลง-แย่ลง)

(e) aggravates   (แอ๊ก-ระ-เวท)  (๑. ทำให้แย่ลงหรือเลวลง, ทำให้รุนแรงขึ้น, ทำให้เลวร้ายยิ่งขึ้น, ๒. ทำให้

       โมโห, รบกวน, ทำให้ระคายเคือง) 

ตอบ   -   ข้อ   (c)   

 

6. Many people find that exercise is a good way to alleviate (อะ-ลี้-วิ-เอท) the effects of stress.

(คนจำนวนมากพบว่า  การออกกำลังเป็นวิธีการที่ดีที่จะ  บรรเทา-ทำให้น้อยลง  ผล กระทบต่างๆ ของความเครียด)  (คือ  บรรเทาผลกระทบของความเครียด)

(a) malinger    (มะ-ลิ้ง-เจ้อะ)  (แกล้งทำเป็นป่วยเพื่อเลี่ยงงาน) 

(b) adhere    (ติด, เกาะติด, ยึดมั่น, ถือเป็นภาคี, ถือทิฐิ)   

(c) anticipate    (แอน-ทิส-ซิ-เพท)  (๑. คาดหมาย, มุ่งหวัง, คาดหวัง, ทำนาย,  ๒. ลงมือกระทำการก่อน,

       ใช้สอยล่วงหน้า, เกิดล่วงหน้า) 

(d) relieve    (ริ-ลีฟว)  (บรรเทา, ปลดเปลื้อง, ทำให้ลดน้อยลง)  

(e) burgeon    (เบ๊อร์-เจิ้น)  (งอกงาม, เจริญเติบโต, ผลิ, ผลิหน่อ, เพิ่มขึ้น, เริ่มเจริญ, เจริญโดยฉับพลัน) 

ตอบ  -  ข้อ  (d)  

 

7. Some desert reptiles, being cold-blooded, become dormant in  midsummer. 

(สัตว์เลื้อยคลานในทะเลทรายบางชนิดซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็นจะ  อยู่เฉยๆ-ไม่เคลื่อนที่ หยุดเคลื่อนไหวชั่วคราว  ในช่วงกลางฤดูร้อน)

(a) inactive    (เฉื่อยชา, อยู่เฉยๆ, ไม่ทำอะไร, ไม่เคลื่อนไหว, ขี้เกียจ)

(b) aggressive    (ก้าวร้าว, รุกราน)

(c) sensitive    (อ่อนไหว, ไวต่อความรู้สึก)

(d) feverish    (ฟี้-เวอะ-ริช)  (เป็นไข้, มีไข้, คล้ายอาการเป็นไข้, ซึ่งทำให้เกิดไข้ได้, ตื่นเต้น, กระสับกระส่าย)

(e) negligible   (เล็กน้อย, ไม่สำคัญ, ขี้ปะติ๋ว, ไม่ต้องเอาใจใส่) 

ตอบ  -  ข้อ  (a)  

 

8. Sentencing people to death is a prerogative (พรี-ร้อก-กะ-ทิฟว) of many kings and queens.

(การตัดสินลงโทษประหารชีวิตประชาชน (ผู้คน) เป็น  สิทธิพิเศษ-อภิสิทธิ์  ของพระ ราชาและพระราชินีจำนวนมาก)  (หมายถึงในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช  ทั้งในอดีตและปัจจุบัน)

(a) entreaty    (เอน-ทรี้-ที่)  (การขอร้อง, การวิงวอน, การอ้อนวอน, คำขอร้อง-วิงวอน-อ้อนวอน) 

(b) gusto    (กัส-โท)  (ความเพลิดเพลินเต็มที่, ความเอร็ดอร่อย, ความชอบ, ความพอใจ)  

(c) debris    (เด๊บ-บรี  หรือ  เด๊-บรี)   (ซากสลักหักพัง, เศษ, เศษอิฐ หิน ปูน ฯลฯ, ขยะ, การสะสมของเศษหิน

       ดิน ทราย ที่ถูกลมพัดพามา) 

(d) detriment    (ดี๊-ทริ-เมิ่นท)  (การสูญเสีย, ความเสียหาย, เคราะห์ร้าย, ความทรุดโทรม, การได้รับบาดเจ็บ,

       สาเหตุของความสูญเสียหรือความเสียหาย) 

(e) privilege    (พริฟ-วะ-ลิจ)  (สิทธิพิเศษ, อภิสิทธิ์, เอกสิทธิ์, ประโยชน์พิเศษ, ข้อได้เปรียบ)

ตอบ  -  ข้อ  (e)  

 

9. Whenever we meet, we stop _________________________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด _________________________________________)

(a) talking

(b) talk

(c) to talk    (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Stop + To + Verb”  หมายถึง  “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”  ส่วน  “Stop + Verb + ing”  หมายถึง  “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ”  เช่น

  • We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

(เราหยุด (ทำงาน) เพื่อกินอาหารเที่ยง ตอน ๑๑.๓๐ น. ทุกๆวัน)

  • We stopped having lunch when the fire broke out.

(เราหยุดการกินอาหารเที่ยง เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย) เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป