หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 643)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The employers are planning a big party for Jennifer who ________ the company for 25 years next September.

(นายจ้างกำลังวางแผนจัดงานเลี้ยงใหญ่ให้เจนนิเฟอร์  ผู้ซึ่ง _______ บริษัทเป็นเวลา  ๒๕  ปี  ในเดือนกันยายนปีหน้า)

(a) has managed

(b) can manage

(c) will manage

(d) will have been managing    (จะได้กำลังบริหาร-จัดการ (บริษัทฯ ) แล้ว) ..... เป็นเวลา ......

ตอบ  -  ข้อ   (d)  ใช้โครงสร้าง  “Present future perfect continuous tense”  (Subject + Will (Shall) + Have + Been + Verb + ing)  (Who will have been managing)  เมื่อต้องการบอกว่า  เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  (กันยายน ปีหน้า)  เหตุการณ์หนึ่งจะได้กำลังเกิดขึ้นแล้ว  และจะดำเนินต่อไปอีกด้วย  คือ  มิหยุดอยู่เพียงแค่นั้น  ในที่นี้  คือ  “จะได้กำลังบริหาร-จัดการ (บริษัทฯ เป็นเวลา ๒๕ ปี) แล้ว  และจะทำต่อไปด้วย”  สำหรับ  “Tense”  นี้  คล้ายกับ  “Present future perfect tense”  (Subject + Will (Shall) + Have + Verb 3)  (Who will have managed)  ซึ่ง  Tense  นี้เพียงต้องการบอกว่า  “เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  เหตุการณ์หนึ่งจะได้เกิดขึ้นแล้ว”  เท่านั้น  โดยมิได้เน้นว่า  เหตุการณ์นั้นจะเกิดต่อไปอีกหลังจากนั้น  เหมือนกับใน  Present future perfect continuous tense  โดยโครงสร้าง  “Present future perfect continuous tense”  ต้องการเน้นว่า  “เหตุการณ์จะได้กำลังเกิดอยู่  และดำเนินต่อไปด้วยหลังจากนั้น”  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I ______________________________ in Phuket for 3 years when you return from France.

(ผม ______________________________ ในภูเก็ตเป็นเวลา  ๓  ปี  เมื่อคุณกลับมาจากฝรั่งเศส)

(a) have lived

(b) have been living

(c) shall live

(d) shall have been living    (จะได้กำลังอาศัยอยู่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต  ว่าเมื่อถึงเวลานั้นๆ ในอนาคต  (คือ  เมื่อคุณกลับมาจากฝรั่งเศส)  อีกเหตุการณ์หนึ่งคงจะได้เกิดขึ้นแล้ว  (ใช้  Present perfect tense -  Subject + Has (Have) + Verb 3)  หรือ  จะได้กำลังเกิดขึ้นแล้ว  และจะดำเนินต่อไปหลังจากนั้นด้วย  (ใช้  Present future perfect continuous tense -  Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing )  (คือในกรณีของประโยคข้างบน  “ผมจะได้กำลังอาศัยอยู่ในภูเก็ตเป็นเวลา  ๓  ปี  และจะอาศัยอยู่ต่อไปหลังจากนั้นด้วย”)  อย่างไรก็ตาม  สำหรับข้อนี้  อาจตอบว่า  “Shall have lived”   ก็ได้  ถ้าไม่ต้อง การเน้นว่า  “จะอาศัยอยู่ต่อไปอีก  หลังจากนั้น” 

                ควรสังเกตด้วยว่า  ถ้าต้องการบอกเพียงว่า  ประธานของประโยคกำลังกระทำเหตุการณ์หนึ่ง  ซึ่งเริ่มต้นในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนั้น)  โดยต้องการเน้นความยาวนานของเวลาที่กระทำ  เช่น หลายชั่วโมง, วัน, สัปดาห์, เดือน หรือ ปี  หรือต้องการเน้นว่า  จะกระทำเหตุการณ์นั้นต่อไปด้วยในอนาคต  ในกรณีเช่นนี้  จะใช้  Present perfect continuous tense  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • Do you believe she _____________________________________ here for 30 years today ?

(คุณเชื่อไหมว่าเธอ ___________________________________ ที่นี่เป็นเวลา ๓๐ ปีแล้ววันนี้)

(a) have worked  

(b) has been worked    (ผิด  เนื่องจากอยู่ในรูป  Passive voice)

(c) has been working    (ได้กำลังทำงาน)

(d) has working    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้โครงสร้าง  Present perfect continuous tense {Subject + Has (Have) +Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต  และต่อเนื่องอย่างยาวนานมาถึงปัจจุบัน  และมีแนวโน้มจะเกิดต่อไปในอนาคตด้วย  (เธอทำงานที่นี่ครบ ๓๐ ปีในวันนี้  และมีแนวโน้มจะทำต่อไปอีก)  ทั้งนี้  อาจใช้ Present perfect tense {Subject + Has (Have) + Verb 3} ก็ได้  (…....….she has worked here…..…..)  แต่มีความหมายเพียงว่า  ทำในอดีตจนถึงปัจจุบันเท่านั้น  อาจไม่ทำต่อไปในอนาคต  ดูเพิ่มเติม  Present perfect continuous tense  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่              

  • Recently, I __________________________________________________ rather badly.

(หมู่นี้  (เร็วๆ มานี้)  ผม _________________________________________ ไม่ค่อยจะหลับ)

(a) sleep

(b) am sleeping

(c) was sleeping

(d) have been sleeping    (ได้กำลังนอน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Recently” (หมู่นี้, เร็วๆ มานี้)  ใช้กับ  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  หรือ   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3} (…....…I have slept….…..)  เพื่อบอกว่าเหตุการณ์หนึ่ง (นอนไม่หลับ)  เกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด

                                ตัวอย่างที่            

  • It __________________________________________________ ever since last Sunday.

(ฝน _______________________________________________ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว)

(a) rained

(b) had rained

(c) has rained

(d) has been raining    (ได้ตก)  (หมายถึง  ตกบ่อยๆ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว  จนถึงปัจจุบัน  แต่ในขณะที่กำลังพูดประโยคนี้  ฝนอาจจะกำลังตกอยู่  หรือไม่ได้ตกก็ได้  คือ  ฝนยังคงตกอยู่ในปัจจุบัน  แต่ไม่จำเป็นต้องกำลังตกอยู่ขณะที่พูด)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เนื่องจากแสดงทั้งความต่อเนื่อง  และยาวนานของเหตุการณ์ (ฝนตก)  ที่เกิดตั้งแต่ในอดีต (วันอาทิตย์ที่แล้ว)  จนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)  และมีแนวโน้มที่จะเกิดต่อไปในอนาคตด้วย (อย่าง ไรก็ตาม  ขณะพูดประโยคในตัวอย่างที่ ๒  ฝนอาจจะกำลังตกอยู่  หรือไม่ได้ตกก็ได้  เนื่องจาก  Present perfect continuous tense  มิได้เน้นว่า  เหตุการณ์ (ฝนตก) กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด  เพียงแต่ต้องการบอกว่า  เหตุการณ์เกิดต่อเนื่องและยาวนานจากอดีต  จนถึงปัจจุบันเท่านั้น)  ซึ่งดีกว่าการใช้  ข้อ  (c)  (Present perfect tense)  เพราะแสดงเพียงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ (ฝนตก)  ที่เกิดในอดีตมาจนถึงปัจจุบันเท่านั้น  มิได้แสดงความยาวนานของเหตุการณ์  หรือบ่งชี้ว่าจะเกิดต่อไปในอนาคตด้วยเหมือนกับ  “Present perfect continuous tense”  

                                 ตัวอย่างที่ 

  • In the last few years our town _____________________________________ a great deal.

(ในช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา  เมืองของเรา _____________________________ อย่างมากมาย)

(a) grew

(b) had grown

(c) is growing

(d) has been growing    (ได้กำลังเติบโต)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)  คือ  เมืองของเราเริ่มเติบโตเมื่อสอง-สามปีที่แล้ว  ปัจจุบันก็ยังคงเติบโตอยู่  และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปในอนาคตด้วย  อีกนัยหนึ่ง  คือ  เน้นการเติบโตแบบต่อเนื่อง หรือติดต่อกันเป็นเวลาสอง-สามปี                      

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He looks so exhausted because he __________________________ around the town all day.

(เขามีท่าทางเหน็ดเหนื่อย-อ่อนล้ามาก  เพราะว่าเขา __________________ รอบเมืองตลอดทั้งวัน)

(a) ran

(b) had run

(c) had been running

(d) has been running    (ได้กำลังวิ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด  (คือ  การวิ่งรอบเมือง)  และมีแนวโน้มว่าจะกระทำ (วิ่ง) ต่อไปในอนาคตด้วย  (คือ  ภายหลังจากที่พูดประโยคนี้)   ส่วนอีกนัยหนึ่ง  ต้องการแสดงความต่อเนื่องยาวนานของการทำกริยาวิ่ง  ว่าได้กระทำมาแล้วหลายๆ ชั่วโมงติดต่อกัน  (สำหรับนัยยะหลัง  อาจต่อเนื่องแบบหลายๆ ชั่วโมง,  วัน,  เดือน,  ปี  ก็ได้)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Mother __________________________________ very badly for the last few months.

(แม่ ____________________________________ ไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่แล้วมา)

(a) sleeps

(b) slept

(c) has been sleeping    (นอน)

(d) had slept

ตอบ    ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Present perfect continuous tense”  คือบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และแสดงความยาวนานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย   “แม่นอนไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา”  

                                   ตัวอย่างที่ 

  • I ____________________ of changing my job for some time, but I haven’t made up my mind.

(ผม ______________ ถึงการเปลี่ยนงานมาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว  แต่ผมยังมิได้ตัดสินใจ  -  ที่จะเปลี่ยน)

(a) am thinking

(b) thought

(c) have been thinking    (ได้กำลังคิด)

(d) think

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในรูป   “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ingคือ  กล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (คือ  คิดจะเปลี่ยนงานมาตั้งแต่ในอดีต  จนถึงปัจจุบัน)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • She _______________________________________________ in London for 20 years.

(เธอ _________________________________________ ในลอนดอนเป็นเวลา  ๒๐  ปีแล้ว)

(a) has come to live

(b) has been living    (ได้กำลังอาศัย)

(c) comes to live

(d) is living

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์หนึ่ง   (เธออาศัยอยู่ในลอนดอน)  ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  และมีแนวโน้มจะอาศัยอยู่ต่อไปในอนาคตด้วย

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Although Mark _________________ for years, he ________________ has not graduated. 

(แม้ว่ามาร์ค ________________ เป็นเวลาหลายปี  เขา ________________  ไม่จบการศึกษา)

(a) has been studying …….. already   (ได้กำลังศึกษา.................แล้ว)

(b) has been studied ………still

(c) has been studying ……..still    (ได้กำลังศึกษา.................ยังคง)

(d) has been studied……….already

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้โครงสร้าง   “Present perfect continuous tense” {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  ในแบบ  “Active voice”  {ข้อ  (b)  และ  (d)   เป็น  “Present perfect tense”  ในรูป  “Passive voice”}  เนื่องจากมาร์คเป็นผู้กระทำ (ศึกษา)  สำหรับข้อนี้หมายความว่า  “มาร์คเรียนหนังสือมาหลายปี  แต่ยังคงไม่จบการศึกษา”  (แสดงการศึกษาต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Miss Kim __________________________________________ with us since last October.

(มิสคิม ______________________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working      (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Have (Has) + Been + Verb + ing}   โดยสังเกตจาก  Since last October”  ทั้งนี้  “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และเน้นความยาวของช่วงเวลา  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย  ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆวัน, เดือน, ปี, หลายๆ ปี  หรือเพียง ๒ – ๓ ชั่วโมงก็ได้   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า  “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  คือปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่  และเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน  ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว  อนึ่ง  สามารถใช้รูป  “Present perfect” {Subject + Have (Has) + Verb 3} Miss Kim has worked……  แทนก็ได้  โดย  “Present perfect tense”  ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน  แต่ไม่เน้นความต่อเนื่อง  หรือยาวนาน (รวมทั้งไม่เน้นว่าจะทำต่อเนื่องไปในอนาคตด้วย)  ซึ่งต่างจาก  “Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect”  ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว  หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ ในอดีตด้วย  ซึ่งในกรณีนี้  ไม่สามารถใช้  “Present perfect continuous”  แทนได้                         

                  รูปแบบของ  “Tense”  ทั้ง ๒ ที่กล่าวมาข้างต้น  มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประโยค ได้แก่  since (ตั้งแต่),  for (เป็นเวลา),  recently (หมู่นี้),  lately (เมื่อเร็วๆ นี้),  so far (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา),  up to now (จนกระทั่งถึงบัดนี้),  up till now  (จนถึงบัดนี้),  up to the present (จนถึงปัจจุบัน),  already (แล้ว),  yet (ใช้ในประโยคคำถาม),  not yet (ใช้ในประโยคปฏิเสธ),  ever (เคย),  never (ไม่เคย),  just  (เพิ่งจะ),  this is the first (second) time (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง),  หรืออาจตามด้วยประโยคที่เป็น  “Past tense  เช่น  since we were born(ตั้งแต่เราเกิด),   “since they were at college(ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหา วิทยาลัย),  since I was young(ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก),  since she left the country(ตั้งแต่ที่เธอจากประเทศไป),  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว)  (เน้นว่ากินแล้ว และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย)  (เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป)  (เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง)  (เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา  ๑๐  ปีแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี  ๒๐๑๐)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ๒ ชั่วโมงแล้ว)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความนานของเวลาคือ ๒ ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

2. Tourists are allowed to stay in the country for 3 months, ________ they’ve got enough money to live on without taking a job.

(นักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้พักอยู่ในประเทศเป็นเวลา  ๓  เดือน ________ พวกเขามีเงินเพียงพอที่จะดำรงชีพอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงาน)  (เพราะการทำงานเป็นสิ่งผิดกฎหมาย)

(a) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม)

(b) even though    (ถึงแม้ว่า)

(c) provided that    (ภายใต้เงื่อนไขว่า, โดยมีข้อแม้ว่า, ถ้า)

(d) in spite of    (ทั้งๆที่)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  If clause  แบบที่ ๑  คือ  ต้องการบอกว่า  ถ้าเหตุการณ์ในอนุประโยค  หรือ  If clause  (หรือ  Clause  ที่มี  Provided that, Providing that)  เกิดขึ้นจริง  (ในกรณีนี้  คือ  นักท่องเที่ยวมีเงินพอที่จะดำรงชีวิตโดยไม่ต้องทำงาน)  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่  (Main clause)  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  (ในกรณีนี้  คือ  นักท่องเที่ยว (จะ) ได้รับอนุญาตให้พักในประเทศเป็นเวลา ๓ เดือน)  โปรดสังเกตว่า  โดยปกติแล้ว  ใน  Main clause  จะใช้  Future tense (Subject + Will  หรือ Shall + Verb 1  คือ  Tourists will be allowed……..…  แต่เนื่องจากประโยคใหญ่ใน ข้อ ๒ เป็นข้อเท็จจริง (Fact)  จึงอนุโลมให้ใช้  Present simple tense (Tourist are allowed –  เนื่องจากเป็น Passive voice) ได้  ดูเพิ่มเติม  If clause  แบบที่ ๑ จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • You are entitled to a special discount provided that you _______________________ in cash.

(คุณมีสิทธิได้รับส่วนลดพิเศษ  ถ้าคุณ __________________________________ เป็นเงินสด)

(a) paid

(b) pay    (จ่ายเงิน)

(c) will pay

(d) would pay

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากใน  If clause  แบบที่    (Real present)  (เป็นจริงในปัจจุบัน)  คือ  ถ้าเหตุการณ์ใน  If clause  {คือ  Clause  ที่มีคำว่า  If ถ้า,  Provided (that) – ถ้า, ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า, โดยมีข้อแม้ว่า,  Providing (that) - ถ้า, ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า, โดยมีข้อแม้ว่า,  Supposing (that) – ในกรณีที่,  In case (that) - ในกรณีที่และ  On condition (that) – โดยมีเงื่อนไขว่า,  ซึ่งทุกคำหรือวลีที่ยกมาข้างต้น  ล้วนมีความหมาย  “ถ้า”  ทั้งสิ้น}  เกิดขึ้นจริง  (ถ้าคุณจ่ายเป็นเงินสด)  เหตุการณ์ใน  Main clause  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  (คุณมีสิทธิได้รับส่วนลดพิเศษ  ทั้งนี้  กริยาใน  If clause  จะใช้รูป  “Present simple tense”  (Pay)  ดูเพิ่มเติม  If clause  แบบที่ ๑ จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • If your meal is unsatisfactory, we ______________________________ it without question.

(ถ้าอาหารของคุณไม่น่าพอใจ  เรา _____________________ มันโดยไม่มีข้อสงสัย – ไม่ซักถาม)

(a) replace    (เปลี่ยน, เอาของใหม่มาแทน, แทน, ชดใช้คืน, แทนที่, ทำหน้าที่แทน)

(b) will replace    (จะเปลี่ยน, จะเอาของใหม่มาแทน, จะชดใช้คืน)

(c) are replacing    (กำลังเปลี่ยน-ชดใช้คืน)

(d) replaced  

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่   คือ  ถ้าข้อความใน  “If clause” (ประโยคย่อย) เกิดขึ้นจริง  ข้อความในประโยคใหญ่  (Main clause)  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  กล่าวคือ  “ถ้าอาหารของคุณไม่น่าพอใจ  เราจะเปลี่ยนให้ใหม่ทันที”  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • You _____________________________________________ the train if you don’t hurry.

(คุณ _______________________________________________ รถไฟ  ถ้าคุณไม่รีบไป)

(a) miss    (พลาด)

(b) would miss

(c) have missed    (ได้พลาดแล้ว)

(d) will miss    (จะพลาด)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    คือ  ถ้าข้อความใน  “If clause” (ประโยคย่อย) เกิดขึ้นจริง  ข้อความในประโยคใหญ่  (Main clause)  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  กล่าวคือ  “ถ้าคุณไม่รีบไป  คุณก็จะตกรถไฟ” 

                                 ตัวอย่างที่ 

  • If the delivery is late, we ___________________________________ the shipping charges.

(ถ้าการขนส่งล่าช้า  เรา _____________________________________ ค่าใช้จ่ายการขนส่ง)

(a) paid    (เป็นกริยาช่องที่ ๒ และ ๓ ของ  Pay)

(b) will pay    (จะจ่าย)

(c) have paid    (ได้จ่ายแล้ว)

(d) are paying    (กำลังจ่าย)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เป็น  “If clause”  แบบที่    คือ  ถ้าข้อความใน  “If clause”  (ประโยคย่อย) เกิดขึ้นจริง  ข้อความในประโยคใหญ่ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  กล่าวคือ  “ถ้าการขนส่งล่าช้า  เราจะจ่ายค่าขนส่ง” 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________ he doesn’t succeed, I shall be very disappointed.

(___________________________________ เขาไม่ประสบความสำเร็จ  ผมจะผิดหวังมาก)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) Although    (แม้ว่า)

(c) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

(d) If    (ถ้า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็น  “If clause”  แบบที่    คือ  ถ้าข้อความใน  “If clause”  (ประโยคย่อย) เกิดขึ้นจริง  ข้อความในประโยคใหญ่ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  กล่าวคือ   “ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ   ผมก็จะผิดหวังมาก

                       ตัวอย่างที่  

  • ___________________________, some of the Earth’s interior heat escapes to the surface.

(__________ บางส่วนของความร้อนที่อยู่ภายใน (ใต้พื้น) โลก  จะหลุดรอดขึ้นมาบนพื้นผิวหน้าโลก)

(a) A volcano erupts    (ภูเขาไฟปะทุ)

(b) Although a volcano erupts    (แม้ว่าภูเขาไฟปะทุ)

(c) When a volcano does not erupt    (เมื่อภูเขาไฟมิได้ปะทุ)

(d) If a volcano erupts    (ถ้าภูเขาไฟปะทุ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    กล่าวคือ ใน  “If clause” ใช้รูป  “Present simple tense” (If + Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย)  ส่วนใน  “Main clause”  โดยปกติใช้รูป  “Future tense” (Subject + Will + Verb 1 + ส่วนขยาย)  แต่ก็อาจใช้  “Present simple tense” (Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย)  ก็ได้  (ดังประโยคใน ข้อ ๒  และตัวอย่างที่ ๑ และ ๖  ซึ่งถือเป็นเรื่องข้อเท็จจริงในปัจจุบัน)  เพราะหลักไวยากรณ์มิได้ระบุไว้ตายตัว  อย่างไรก็ตาม  ในข้อนี้  อาจใช้  “…….... heat will escape to the …....…”  ใน  “Main clause”  ก็ได้  (สามารถใช้ได้ทั้ง  Future tense  หรือ Present simple tense)  

                                 ตัวอย่างที่  

  • If ______________ enough interest, the proposed flexible work schedule will be implemented.

(ถ้า __________ ความสนใจพอ  กำหนดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่นที่ถูกเสนอ  จะได้รับการปฏิบัติ)  (คือ  เอามาใช้จริงๆ)

(a) there be

(b) there will be

(c) there are

(d) there is    (มี)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    กล่าวคือ ใน  “If clause” ใช้รูป  “Present simple tense” (If + Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย)  ส่วนใน  “Main clause”  ใช้รูป  “Future tense” (Subject + Will + Verb 1 + ส่วนขยาย)  ในกรณีเป็น  Passive voice  ใช้รูป  Subject + Will (Shall) + Be + Verb 3 + ส่วนขยาย  ดังประโยคในตัวอย่างที่ ๗

                                  ตัวอย่างที่  

  • If this report is sent by overnight delivery, it __________________ Milan by noon tomorrow.

(ถ้ารายงานนี้ถูกส่งโดยการส่งเวลากลางคืน  มัน ___________________ มิลานตอนบ่ายวันพรุ่งนี้)

(a) reaches    (ไปถึง)

(b) will reach    (จะไปถึง)

(c) is reaching    (กำลังไปถึง)

(d) has reached    (ได้ไปถึงแล้ว)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๑  (If + Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย,  Subject + Will (Shall) + Verb 1 + ส่วนขยาย)  คือ  ผู้พูดมีความมั่นใจว่า  ถ้าเหตุการณ์ในประโยคย่อย (If clause) เกิดขึ้นจริง  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่ (Main clause) ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  (ถ้ารายงานนี้ถูกส่งโดยการส่งเวลากลางคืน  มันจะไปถึงมิลานตอนบ่ายวันพรุ่งนี้)  ทั้งนี้  กริยาในประโยคใหญ่มักเป็น  “Will (Shall) + Verb 1”  แต่อย่างไรก็ตาม  อาจใช้  “Present simple tense” (Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย)  ก็ได้  คือ  สามารถใช้  “Reaches”  (ดังประโยคใน ข้อ ๒  และ ตัวอย่างที่ ๑ และ ๖  ซึ่งถือเป็นเรื่องข้อเท็จจริงในปัจจุบัน),  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่ ๑  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • If the waiter cannot handle your request, the captain will assist you.

(ถ้าพนักงานบริการไม่สามารถจัดการกับคำร้องขอของคุณได้  กัปตันเรือจะช่วยเหลือคุณ)

  • If the customer is not satisfied, please have him call the manager.

(ถ้าลูกค้าไม่พอใจ  กรุณาให้เขาโทรศัพท์ไปที่ผู้จัดการ)

(ในกรณีประโยคใหญ่เป็นคำสั่งหรือขอร้องให้ทำเช่นนั้นเช่นนี้  ดังเช่นประโยคข้างบน  ให้ขึ้นต้นประโยคใหญ่ด้วยคำกริยาช่องที่ ๑ (Verb 1)  โดยอาจมี  “Please”  นำหน้า)

  • If Ms. Sylvia leaves at 2:00, she will arrive at the station on time.

(ถ้านางสาวซิลเวียออกเดินทางเวลาบ่ายสองโมง  เธอจะมาถึงที่สถานีทันเวลา)

  • If you agree, I will take the car now.

(ถ้าคุณเห็นด้วย  ผมจะซื้อรถยนต์ตอนนี้เลย)

  • If you submit your application tomorrow, you will still be eligible for the job.

(ถ้าคุณส่งใบสมัครของคุณวันพรุ่งนี้  คุณจะยังคงมีสิทธิ์สำหรับงานนี้อยู่)

  • They may have a cold if they stay outside too long at night.

(พวกเขาอาจเป็นหวัด  ถ้าพวกเขาอยู่นอกบ้านนานเกินไปตอนกลางคืน)

  • She will be angry if we make fun of her.

(เธอจะโกรธ  ถ้าเราล้อเลียนเธอ)

  • If the sun sets, animals will go (หรือ go ) to sleep.

(ถ้าดวงอาทิตย์ตกดิน  สัตว์จะเข้า – หรือเข้า – นอน)  (อาจใช้  “Go”  ก็ได้  เนื่องจากถือเป็นเรื่องข้อเท็จจริงในปัจจุบัน)

  • He will qualify (qualifies) this year if he gets through his exams.

(เขาจะมีคุณสมบัติครบถ้วนปีนี้  ถ้าเขาสอบผ่าน)

  • If you can thread a needle, you can mend a fuse.

(ถ้าคุณสามารถสนเข็มได้  คุณก็สามารถซ่อมฟิวส์ – สายชนวน – ได้)

  • If all goes well, Voyager 2 will head on to Uranus.

(ถ้าทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี  ยานโวเยเจอร์ ๒ จะมุ่งหน้าไปยังดาวยูเรนัส)

  • I’d like to book a table for tomorrow night if (it is) possible.

(ผมอยากจะจองโต๊ะสำหรับคืนวันพรุ่งนี้  ถ้าเป็นไปได้)

  

3. Last year, ______ to the money given by Mr. Cooper, the school was able to build a library for the students.

(ปีที่แล้ว ______ เงินที่มอบให้โดยมิสเตอร์คูเปอร์,  โรงเรียนสา มารถสร้างห้องสมุดสำหรับนักเรียนได้)

(a) thank

(b) thanking

(c) thanks    (เนื่องมาจาก)

(d) thanked

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Thanks to”  =  “เนื่องมาจาก”  มีความหมายเหมือนกับ  “Due to, Because of, Owing to, On account of”  โดยสามารถใช้แทนกันได้ทุกคำ

 

4. Some economists maintain that fluctuations in the economy ___________ from political events.

(นักเศรษฐศาสตร์บางคนยืนยันว่า  ความเปลี่ยนแปลง (การขึ้นๆ ลงๆ) ในเรื่องเศรษฐกิจ _______ จากเหตุการณ์ทางการเมือง)

(a) resulting

(b) which result    (ซึ่งเป็นผล, ซึ่งส่งผล)

(c) result    (เป็นผล, ส่งผล)

(d) these result

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  Result  เป็นกริยาแท้ของอนุประโยค  “that fluctuations in the economy result from political events”  ทั้งนี้  Result from  =  เป็นผลมาจาก  ส่วน  Result in  =   ส่งผลให้เกิด,  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Fluctuations in the economy result from political events.

(ความเปลี่ยนแปลง (การขึ้นๆ ลงๆ) ในเรื่องเศรษฐกิจ  เป็นผลมาจากเหตุการณ์ทางการเมือง)

                  ประโยคข้างบนสามารถเปลี่ยนโครงสร้างโดยมีความหมายเหมือนเดิม  คือ

  • Political events result in fluctuations in the economy.

(เหตุการณ์ทางการเมืองส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง (การขึ้นๆ ลงๆ) ในเรื่องเศรษฐกิจ)

  • A big flood resulted from the heavy rain.

(น้ำท่วมใหญ่เป็นผลมาจากฝนตกหนัก)

  • The heavy rain resulted in a big flood.

(ฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่)

  • A large number of casualties result from car accidents each year.

(ผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเป็นผลมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในแต่ละปี)

  • Car accidents result in a large number of casualties each year.

(อุบัติเหตุทางรถยนต์ส่งผลให้เกิดผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากในแต่ละปี)

 

5. The theory that insects are produced by spontaneous generation in decaying matter prevailed until the twentieth century.

(ทฤษฎีที่ว่าแมลงถูกสร้างขึ้นมาโดยการก่อกำเนิดที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติในสสารที่เน่าเปื่อย  มีอยู่ทั่วไป-เหนือกว่า-มีมากกว่า (ความคิดในแนวอื่น)  จนกระทั่งศตวรรษที่ ๒๐)

(a) predominated    (ครอบงำ, มีอิทธิพลเหนือ, เหนือกว่า, มีมากกว่า, มีอำนาจเหนือ, ปกครอง)

(b) advanced    (ก้าวหน้า, คืบหน้า, ทันสมัย)

(c) circulated    (หมุนเวียน, แพร่กระจาย, ผ่านจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง, ผ่านจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง,

       ทำให้หมุนเวียน)

(d) proceeded    (ดำเนินต่อไป)

(e) flabbergasted    (แฟล้บ-บะ-แกสท)  (ทำให้ตลึงงันด้วยความประหลาดใจ, ทำให้ทั้งประหลาดใจและตกใจ,

      ทำให้ตลึงงัน)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. When you feel irritated, you are angry.

(เมื่อคุณรู้สึก  โมโห  คุณโกรธ)

(a) sensational    (เกรียวกราว, ซึ่งเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครม, เกี่ยวกับความรู้สึกสัมผัสหรือตื่นเต้น, ดีเยี่ยม,

       ดีเลิศ, ยิ่งใหญ่)  

(b) bothered    (ถูกรบกวน, ถูกก่อกวน, ถูกทำให้ยุ่งใจ)

(c) complicated    (ยุ่งยาก, ซับซ้อน, ยุ่งเหยิง, เข้าใจยาก)

(d) exasperated    (โกรธเคืองมาก, เพิ่มความรุนแรง)

(e) shrewd    (ชรูด)  (ฉลาด, หลักแหลม, มีเชาวน์ไว, มีวิจารญาณและสามัญสำนึกดีมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  กริยา  Irritate  หมายถึง  “ทำให้โกรธ-ฉุนเฉียว, กวนประสาท, ทำให้ระคายเคือง, ทำให้อักเสบ

 

7. Prejudice (เพร้จ-จู-ดิส) against minority groups will linger on as long as people ignore the facts. 

(อคติ-ความรู้สึกไม่ดีที่มีอยู่ก่อน-ความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล   ต่อคนกลุ่มน้อย  จะยืดเยื้อต่อไป  ตราบใดที่ผู้คนไม่สนใจ (ละเลย, ไม่ยอมรับรู้) ข้อเท็จจริง)

(a) bias; an opinion formed without taking time and care to judge fairly    (อคติ; ความคิด

       เห็นที่มีขึ้นโดยมิได้ใช้เวลาหรือความเอาใจใส่ที่จะพิจารณาอย่างเป็นธรรม)

(b) falsehood    (ฟ้อลซ-ฮูด)  (ความไม่ซื่อ, ความทุจริต, ของปลอม, สิ่งที่ไม่แท้, การหลอกลวง, ความไม่จริง,

       ความผิดพลาด, การพูดโกหก, คำโกหก)

(c) fury    (ความโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟ)

(d) exaggeration    (อิก-แซ้จ-จะ-เร้-ชั่น)  (การพูดเกินความจริง, การโอ้อวด, การเพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ)

(e) prodigy    (พร้อด-ดะ-จี้)  (เด็กอัจฉริยะ, อัจฉริยะบุคคล, ผู้มีความสามารถพิเศษ, สิ่งมหัศจรรย์, สิ่งแปลก

       ประหลาด, สิ่งผิดปกติ, สิ่งที่ใหญ่โตมโหฬาร)

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

8. The most striking technological success in the twentieth century is probably the computer revolution.

(ความสำเร็จด้านเทคโนโลยีที่  เด่นชัด-ยอดเยี่ยม-น่าตะลึง-น่าประทับใจ-ซึ่งตี, ต่อย, ชก, ทุบ, ปะทะ  ที่สุดในศตวรรษที่ ๒๐  บางทีอาจจะเป็นการปฏิวัติด้านคอมพิวเตอร์)

(a) productive    (ทำให้เกิดผล, อุดมสมบูรณ์, ให้ผลดีหรือมาก, มีอำนาจผลิต)

(b) prominent    (พร้อม-มิ-เนิ่นท)  (เด่น, เด่นชัด, สะดุดตา, มีชื่อเสียง, โด่งดัง, ยื่นออก, โผล่ออก)

(c) recent    (เมื่อเร็วๆนี้)

(d) defunct    (ดิ-ฟั้งคท)  (ไม่มีผล, หมดอายุ, ตาย, เลิกใช้แล้ว, ไม่มีอยู่อีกต่อไป)

(e) hapless    (โชคไม่ดี, ไร้โชค)

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

9. I think she won’t find these clothes ____________________________________________.

(ผมคิดว่า  เธอจะไม่พบว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ ________________________________________)

(a) satisfy    (ทำให้พึงพอใจ) 

(b) satisfied    (รู้สึกพึงพอใจ)

(c) satisfactory    (น่าพึงพอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เป็นไปตามโครงสร้าง  {Subject + Find + It (Them, Him, Her, etc.) + Adjective + To + Verb 1}  เช่น

  • I find it interesting to listen to his lecture.

(ผมพบว่าน่าสนใจในการฟังคำบรรยายของเขา) 

  • The judge found him guilty of the murder.

(ผู้พิพากษาพบว่าเขามีความผิดในคดีการฆาตกรรม) 

  • We found Jenny the most industrious (student) in our class.

(เราพบว่าเจนนี่ (เป็นนักเรียนที่) ขยันหมั่นเพียรมากที่สุดในชั้นเรียนของเรา)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป