หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 641)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

 

1. The enemy gave _______________________________________ without further resistance. 

(ศัตรู ____________________________________________ โดยมิได้ต้านทานอีกต่อไป)

(a) up    (“Give up”  =  ยุติ, เลิก)

(b) out    (“Give out”  =  แจก, มอบให้)

(c) in    (“Give in”  =  ยอมแพ้ยอมจำนน)

(d) away    (“Give away”  =  ให้ไป, มอบให้, เปิดเผย (ข้อมูล), มอบ (ส่งตัว) เจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าว)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

2. A: Can you use a typewriter?

(คุณใช้เครื่องพิมพ์ดีดเป็นไหม)

    B: No, but I would be glad to learn _____________________________________________.

(ไม่เป็นครับ  แต่ผมจะยินดีที่จะเรียนรู้ _________________________________________)

(a) how to use    (เป็นคำตอบแบบไม่ครบถ้วน)

(b) it

(c) how to    (วิธีใช้)

(d) to use

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เป็นการตอบแบบย่อ (สั้น)  ทั้งนี้  อาจตอบแบบเต็ม (ยาว) ว่า  “How to use it” ก็ได้

 

3. _______________________________________ these reasons, I will not help him any more.

(____________________________________ เหตุผลเหล่านี้  ผมจะไม่ช่วยเขาต่อไปอีกแล้ว)

(a) With

(b) By

(c) On

(d) For    (ด้วย, จาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

            คำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  -  He is responsible for the job.  (เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  Are you ready for your new job?  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ)  – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง, ซึ่งจะขาดเสียมิได้)  -  Land is essential for food and for work  (ที่ดินมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ (ผลิต) อาหารและสำหรับการทำงาน),  แต่ใช้  It is essential to set your targets realistically  (มันจำเป็นยิ่งที่จะต้องตั้งเป้าหมายของคุณตามความเป็นจริง – สามารถปฏิบัติได้),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม)  -  He was just not suitable for the job.  (เขาเพียงแต่ไม่เหมาะกับงานนี้)  -  These flats are not really suitable for families with children.  (แฟลตนี้ไม่เหมาะจริงๆ กับครอบครัวที่มีเด็กๆ – ลูกเล็กๆ),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  Thailand is famous for the hospitality of its people.  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือ ร้นมาก, อยากได้หรืออยากทำมาก)  -  People who are eager for a quick cure are likely to be disappointed  (คนที่อยากจะรักษาหายเร็วๆ  มีแนวโน้มว่าจะ – อาจจะ - ผิดหวัง),  แต่ใช้  The majority were moderate, and eager to express their opinions.  (คนส่วนใหญ่มีความคิดไม่รุนแรง (เดินสายกลาง)  และอยากจะแสดงความคิดเห็นของตน),  “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  I’m sorry for any damage I may incur.  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น),  “Sufficient”  (เพียงพอ)  -  Japan has a reserve of oil sufficient for its needs.  (ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองเพียงพอกับความต้องการของตน),  แต่ใช้  It is sufficient to say here that the project worked very well.  (มันเพียงพอที่จะกล่าวที่นี่ว่า  โครงการดำเนินไปอย่างดีมาก),  “Fit”  (เหมาะสม, ร่างกายสมบูรณ์)  -  These clothes are fit for me.  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม)  -  We are here to see that the houses are fit for human habitation.  (เราอยู่ที่นี่เพื่อดูว่า  บ้านพวกนี้เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์),  แต่ใช้  She was fit to work on this job.  (เธอเหมาะที่จะทำงานนี้),  “Unfit”  (ไม่เหมาะสม, ร่างกายไม่สมบูรณ์)  -  This meat is unfit for human consumption.  (เนื้อนี้ไม่เหมาะกับคนกิน – การบริโภคของคน),  Adams is clearly unfit to hold an administrative post.  (อดัมส์ไม่เหมาะอย่างเห็นได้ชัด  ที่จะดำรงตำแหน่งบริหาร),  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ, ดีที่สุด)  -  The actor was perfect for the part.  (นักแสดงคนนั้นดีที่สุดแล้วสำหรับบทบาทนี้)  -  That name is perfect for the baby.  (ชื่อนั้นดีที่สุดสำหรับทารก),  “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมากสำ หรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

           คำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  I bought a present for her on her birthday.  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  They will vote for the Republican only.  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Leave”  (จากไป – ประเทศ)  -  I shall leave for Germany tomorrow.  (ผมจะจากไปเยอรมันวันพรุ่งนี้),  สังเกตความแตกต่างกับวลี  “Leave Germany”  (ออกจากประเทศเยอรมัน - เพื่อจะไปประ เทศอื่น,  อย่าใช้  “Leave from Germany”),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  I’ll pay for the meal this time.  (ผมจะจ่ายค่าอา หารให้มื้อนี้),  “Apply”  (สมัคร)  -  She will apply for a job in a foreign company.  (เธอจะสมัครงานในบริษัทต่างชาติ),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  Thank you for your help.  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ),  “Search  (ค้นหา)  -  I’ll search for the data in the library.  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  She is looking for her lost watch.  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  They have to struggle for their survival.  (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยน)  -  She exchanged the jewelry for money.  (เธอแลกเปลี่ยนเครื่องเพชรพลอยเป็นเงิน)  -  Their rags were exchanged for new clothing.  (เสื้อผ้าขี้ริ้วของพวกเขาถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าใหม่),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  The criminals begged for the judge’s mercy.  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง)  -  They asked for new housing.  (พวกเขาร้องขอที่อยู่อาศัยใหม่),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ)  -  She apologized for her strong language.  (เธอขอโทษสำหรับภาษาที่หยาบคายของเธอ),  “Charge”  (คิดเงิน, ฟ้องร้อง, ดำเนินคดี)  -  He was charged for the crime he had committed  (เขาถูกดำเนินคดีสำหรับอาชญากรรมที่เขาก่อ),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (มาแทน, แทนที่)  -  Use of force was substituted for a negotiation  (การใช้กำลังถูกแทนที่การเจรจา)  -  In the past oil had substituted for certain natural materials.  (ในอดีต  น้ำมันได้แทนที่วัสดุธรรมชาติบางชนิด),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  We hope for better life in the future.  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

            สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่   “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know”  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป   เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

   

4. His marks were higher than the _________________________________________ I gained.

(คะแนนของเขาสูงกว่า ___________________________________________ ที่ผมได้รับ)

(a) marks

(b) one

(c) ones    (คะแนน)

(d) those

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้  “Ones”  แทน  “Marks”  ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์  (เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ)  เนื่องจากอยู่หลัง  “The”  แต่ถ้าไม่มี  “The”  ให้ใช้  “Those”  แทน  เป็น  “…..……than those I gained”  ดูเพิ่มเติมการใช้  One, Those  That  แทนคำนาม  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามนั้นซ้ำ  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than ________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า ________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์ (People)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนาม  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The furniture _____ is manufactured here is as good as _____ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ __________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ __________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง  ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจากใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  ดูคำอธิบายการใช้คำแทนนามนับได้  และนับไม่ได้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got ____________________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี ______________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave _____ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้  และเขาได้จัดประชุม ______ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากแทนคำนามนับได้  เอกพจน์  (Press conference)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than ___________________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า ____________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากแทน  “Houses”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์  แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”  และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  เช่น  Furniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.  ให้แทนด้วย  “That

                                ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make ___________________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ ____________________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Kite”  เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)  ต้องใช้  “One”  แทน

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The air of the hills is cooler than ____________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า _______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That”  และตามด้วย  “of the plains”  เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้  “One”  แทน,  และถ้าเป็นนามพหูพจน์  ให้ใช้  “Those”  แทน,  สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก  จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง  “อากาศ”  และ  “ที่ราบ”  มิใช่  “อากาศของเนินเขา”  และ  “อากาศของที่ราบ”  ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบเทียบ

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The light from a laser differs _____ produced by other sources, such as electric bulbs, fluorescent lamps, and the sun.

(แสงจากเครื่องสร้างลำแสงเลเซอร์แตกต่าง ________ (ซึ่ง) ถูกสร้างโดยแหล่งอื่นๆ  เช่น  หลอดไฟฟ้า, หลอดไฟฟ้าที่สร้างแสงจากสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ข้างในหลอด, และดวงอาทิตย์)

(a) the light that is

(b) from that    (จากแสง)

(c) and the light

(d) the light can be

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากกริยา  “Differ”  ใช้กับ  “From”  โดยลดรูปมาจากอนุประโยคเต็มๆ ว่า “……..…differs from the light which (that) is produced.........…”  ทั้งนี้  ใช้  “That”  แทน  “The light”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้,  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • Jenny gave me a watch for my birthday last week.  She also gave me one for my birthday last year.

(เจนนี่ให้นาฬิกาผมสำหรับวันเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  เธอให้นาฬิกาผมเรือนหนึ่งเช่นกันสำหรับวันเกิดของผมเมื่อปีที่แล้ว)

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book”  เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students”  เป็นนามพหูพจน์  จึงต้องใช้  those  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้องเรียนมากมายทีเดียว)  (knowledge  เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้  that  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

5. The inventor hopes to modify his original design to increase the efficiency of the machine.

(นักประดิษฐ์หวังที่จะ  เปลี่ยนแปลง-แก้ไข-ดัดแปลง-แปร-ปรับปรุง  (การออก) แบบดั้งเดิมของตน  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักร)

(a) develop    (พัฒนา)

(b) produce    (ผลิต)

(c) alter    (เปลี่ยนแปลง-แก้ไข-ดัดแปลง-ผันแปร)

(d) discard    (ละทิ้ง, ทิ้งขว้าง, ให้ออก, ปฏิเสธ, ทิ้งไพ่)

(e) astonish    (แอส-ท้อ-นิช)  (ทำให้ประหลาดใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. The Great Wall of China is one of the world’s marvels.

(กำแพงเมืองจีนเป็นหนึ่งในบรรดา  สิ่งหรือบุคคลที่น่าพิศวง-สิ่งของหรือบุคคลที่ทำให้ประหลาดใจหรือชื่นชม-ความพิศวง  ของโลก)

(a) podium    {แท่น (สำหรับยืนพูดหรือทำสิ่งอื่น), พลับพลาต่ำๆ}

(b) primate    (ไพร้-เมท)  (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ฉลาดที่สุดและพัฒนาไปอย่างมาก  ได้แก่  คน, ลิง และลิงเอพ 

       ซึ่งเชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์)

(c) wonder    (วั้น-เดอะ)  (ความพิศวง, สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, ความประหลาดใจ, การกระทำหรือเหตุ

       การณ์ที่ทำให้ประหลาดใจ)  (Wonder  เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “รู้สึกประหลาดใจ, รู้สึกงงงวย-

       กังขา, รู้สึกสงสัย”)

(d) duress    (ดู-เรส)  (การบีบบังคับ, การข่มขู่, การทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ, การกักกัน, การคุมขัง)

(e) realm    (เรล์ม)  (อาณาจักร, แผ่นดิน, ขอบเขต, วงการ, แวดวง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. His ambition is to be the best tennis player in the world.

(ความทะเยอทะยาน-ความปรารถนาอันแรงกล้า-ความมักใหญ่ใฝ่สูง  ของเขา  คือ  เป็นนักเทนนิสที่มีฝีมือดีที่สุดในโลก)

(a) interest    (ความสนใจ)

(b) choice    (ทางเลือก, การเลือก)

(c) anticipation    (การคาดหวัง, การทำนาย)

(d) aspiration    (ความปรารถนา, ความต้องการ, ความทะเยอทะยาน, ความอยากได้, การหายใจ) 

       (“Aspiration”  มาจากกริยา  “Aspire”  =  “ต้องการ”  และ  “Aspirate”  =  “หายใจ”)

(e) whim    (ความคิดชั่วแล่น, ความคิดเพ้อฝัน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

8. The intricate directions were difficult to understand.

(การชี้ทาง  ที่ซับซ้อน-ยุ่งยาก  เข้าใจได้ยาก)  (หมายถึง  ป้ายบอกทางทำให้คนอ่านสับสน)

(a) vague    (เว้ก)  (คลุมเครือ, เคลือบคลุม, ไม่ชัดแจ้ง, เลือน, เลอะเลือน)

(b) unusual    (ผิดปกติ, ผิดธรรมดา, เป็นข้อยกเว้น)

(c) routine    (รู-ที่น)  (เป็นกิจวัตรประจำวัน, ตามปกติ, ประจำวัน, เกี่ยวกับงานประจำวัน, กิจวัตรประจำวัน, งาน

       ประจำ)  (Routine  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  งานประจำ, กิจวัตรประจำวัน, หน้าที่ประจำ, วิธีการประจำ,

       ระเบียบที่ใช้ประจำ)

(d) complicated    (ซับซ้อน, ยุ่งยาก, ยากที่จะเข้าใจหรืออธิบาย)

(e) handy    (สะดวก, ง่าย, ใกล้มือ, เหมาะมือ, หยิบฉวยได้ง่าย, มีประโยชน์, คล่องแคล่ว, ใช้การได้คล่องแคล่ว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

9. Tell me the reason ___________________________________________ your coming here. 

(จงบอกผมถึงเหตุผล _______________________________________ การมาที่นี่ของคุณ)

(a) of

(b) for    (สำหรับ, ของ)

(c) in

(d) why

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “The reason for  +  “วลี”  ส่วน  “The reason why  +  “ประโยค  (คือ  “Subject + Verb”)  ดังนั้น  ประโยคข้างบนสามารถใช้โครงสร้างข้างล่างแทนได้  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ

  • Tell me the reason why you come here

(= Tell me the reason for your coming here.)

                  ดูเพิ่มเติมการใช้  The reason for  และ  The reason why  จากตัวอย่างข้างล่าง               

                                 ตัวอย่างที่ 

  • This is the reason _______________________________________________ I hate her.

(นี่เป็นเหตุผล (ที่ว่า) ________________________________________ ผมจึงเกลียดเธอ) 

(a) which

(b) that

(c) why    (ทำไม)   

(d) because

(e) for

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  The reason why + ประโยค  ส่วน  The reason for + Verb + ing  หรือคำนาม  หรือวลี,  สำหรับประโยคข้างบน  อาจเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างข้างล่าง  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ

  • This is the reason for my hating her.

(นี่เป็นเหตุผลสำหรับความเกลียดชัง (ไม่ชอบ) เธอของผม)  

                  ดูเพิ่มเติมพร้อมกับโครงสร้างแบบอื่นๆ ของ  The reason for  และ  The reason why  จากประโยคข้างล่าง

  • This is the reason why she came here.

(นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอจึงมาที่นี่)

  • There are several reasons why we can’t do that.

(มีเหตุผลหลายอย่างที่ว่าทำไมเราจึงไม่สามารถทำสิ่งนั้น)

  • If I have been a negative critic, I have good reason for being so.

(ถ้าผมเป็นนักวิจารณ์ในทางลบแล้วละก็  ผมมีเหตุผลที่ดีที่จะเป็นเช่นนั้น)

  • This is the reason for her absence.

(นี่เป็นเหตุผลสำหรับการขาดหาย (หายหน้าหายตา) ไปของเธอ)

  • This is the reason why she was absent.

(นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอจึงไม่มา – หายหน้าหายตาไป)

  • This is the reason for his decision.

(นี่เป็นเหตุผลสำหรับการตัดสินใจของเขา)

  • One of the reasons for coming to England is to make money.

(เหตุผลประการหนึ่งที่มาที่อังกฤษ  คือเพื่อหาเงิน)

  • For some reason we talked about death.

(ด้วยเหตุผลบางอย่าง (ซึ่งผมไม่ทราบว่าอะไร)  เราคุยกันเกี่ยวกับความตาย)

  • I’m getting annoyed, and with reason.

(ผมกำลังโมโห (เคือง)  และมีเหตุผล (สมควร) นะ)

  • People want more street lighting.  The reason is that they feel safer in well-lit streets.

(ผู้คนต้องการแสงสว่างในถนนเพิ่มขึ้น  เหตุผลก็คือว่า  พวกเขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในถนนที่มีไฟสว่างดี)

  • For reasons of space, I have missed out some of the details.

(ด้วยเหตุผลเรื่องเนื้อที่ (ซึ่งมีจำกัด)  ผมเลยไม่ได้ใส่รายละเอียดบางอย่างลงไป)

  • There is reason to disbelieve him.

(มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อเขา)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป