หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 640)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Have you bought warm clothes ________________________________________ the winter?

(คุณได้ซื้อเสื้อผ้าที่อบอุ่น _____________________________________ หน้าหนาวหรือยัง)

(a) for preparation in

(b) for preparation of

(c) in preparation for    (เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับ)

(d) in preparation of

ตอบ  –  ข้อ  (c)  ต้องใช้ในรูปแบบนี้เสมอ

          สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่  “Be in a hurry”  (รีบเร่ง)  -  Don’t wait for me if you are in a hurry.  (อย่ารอผมถ้าคุณ (กำลัง) รีบเร่ง),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  In my opinion, the whole affair was a waste of time.  (ในความเห็นของผม  เรื่องทั้งหมดเสียเวลาเปล่า),  “I love to walk in the rain.”  (ฉันชอบเดินในท่ามกลางสายฝน),  “George is afraid to go out in the dark.”  (จอร์ช กลัวที่จะออกไปข้างนอกท่ามกลางความมืด),  “Paul and Sarah are in love.”  (พอลและซาร่าห์รักกัน),  “We are all in good health.”  (เราทุกคนมีสุขภาพดี),  “This book is written in English.”  (หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ),  “Please write your name in capital letters.”  (กรุณาเขียนชื่อของคุณด้วยอักษรตัวใหญ่),  “blind in one eye”  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน)  -  Jim was in a hurry to go to his college.  (จิมกำลังรีบเร่งจะไปมหาวิทยาลัย),  Jerry lives in London.  (เจอร์รี่อาศัยอยู่ในลอนดอน),  “The girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึงโรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน)  -  Grace is interested in cooking.  (เกรซสนใจในการปรุงอาหาร)“qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ)“weak in”  (อ่อนในเรื่อง)“deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง)“proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง),  “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง)“in a box”  (ในกล่อง)“in a pocket”  (ในกระเป๋า)  -  He put the money in his pocket.  (เขาใส่เงินไว้ในกระเป๋าเสื้อ-กางเกง),  “He threw the case in the river.  (เขาโยนลัง – หีบ – ลงไปในแม่น้ำ),  “She went in that direction.  (เธอไปทางนั้น  -  พูดพร้อมกับชี้มือ),  “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน)  แต่ใช้  “sit on a chair”  (นั่งบนเก้าอี้)“in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง)“in the bath”  (ในอ่างน้ำ)“in her hand”  (ในมือของเธอ)“in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่)“in the garden”  (ในสวน)“in the air”  (ในอากาศ)“in the middle of the room”  (ที่กลางห้อง)“in the direction of”  (ในทิศทางของ)“in a restaurant”  (ในภัตตาคาร)“in the bathroom”  (ในห้องน้ำ)“in school”  (ในโรงเรียน)“in hospital”  (ในโรงพยาบาล)“in the kitchen”  (ในครัว),  “in a shop-window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน)  -  I saw it in a shop-window.  (ฉันเห็นมันในตู้โชว์กระจกของร้าน)“in a mirror”  (ในกระจก)“in a lake”  (ในทะเลสาบ)“in black suit”  (ในชุดดำ)“in the water”  (ในน้ำ)“write in ink”  (เขียนด้วยหมึก)“write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ)“in the first chapter”  (ในบทที่ )“in the film”  (ในภาพยนตร์)“wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร)“in April”  (ในเดือนเมษายน)  แต่ใช้  “on March 1st  (วันที่ ๑ มีนาคม)“in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖)  -  He was born in 1970.  (เขาเกิดในปี ๑๙๗๐)“in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น)“in the night” (= at night) (ในตอนกลางคืน)  -  It rained a lot in the night.  (ฝนตกมากในตอนกลางคืน),  “He will be back in an hour.  (เขาจะกลับมาในอีก ๑ ชั่วโมง),  “There are seven days in a week and twelve months in a year.  (มี ๗ วันใน ๑ สัปดาห์  และ ๑๒ เดือนใน ๑ ปี),  “She was (dressed) in blue.  (เธอใส่ชุดสีน้ำเงิน),  “The man in the dark suit”  (ผู้ชายในชุดดำ),  “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้)“in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ)“in the meantime”  (ในระหว่างนั้น)“in two months”  (ภายใน ๒ เดือน)“in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่)“in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ)“in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง)“in two minutes”  (ใน ๒ นาที)“in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ),  “in nature”  (ในธรรม ชาติ),  “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้)“in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้)“in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล)“in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้)“in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์),  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด),  “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค),  “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่ หรือตกต่ำ),  “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี),  “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)“in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล),  “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง............),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี),  “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”  (ในทัศนะของเธอ),  “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆ คน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ),  “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  ดอลลาร์),  “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง),  “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร),  “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง),  “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย)  -  Cancer has resulted in many people’s death each year.  (มะเร็งส่งผลให้คนตายจำนวนมากในแต่ละปี)  แต่ใช้  “as a result of”  (เนื่องมาจาก,  เป็นผลมาจาก)  -  Many people die as a result of cancer each year.  (ผู้คนจำนวนมากตายเนื่องมาจากมะเร็งในแต่ละปี)“believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน)  -  They don’t believe in God.  (พวกเขาไม่ศรัทธาในพระเจ้า),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป, พูดสั้นๆ)  -  In a nutshell, Jim’s problem is that he is lazy.  (พูดสั้นๆ เลยนะ  ปัญหาของจิมคือว่าเขาขี้เกียจ),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า)  -  You’ve to make a reservation in advance.  (คุณจำเป็นต้องจองล่วงหน้า),  “in good shape”  (มีสุขภาพดี, อยู่ในสภาพดี)  -  Sarah has regular exercise and she is always in good shape.  (ซาร่าห์ออกกำลังกายเป็นประจำ  และเธอมีสุขภาพดีเสมอ)  -  Daniel kept his car in good shape.  (แดเนี่ยลรักษารถยนต์ของเขาให้อยู่สภาพดี),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, สุขภาพไม่ดี, อยู่ในฐานะลำบาก)  -  After losing his job, Bill was in bad shape.  (หลังจากตกงาน  บิลอยู่ในฐานะลำบาก),  -  Tom has smoked for many years and now he is in bad shape.  (ทอมสูบบุหรี่มาหลายปี  และตอนนี้เขาสุขภาพย่ำแย่),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ)  -  He is in charge of the factory.  (เขาเป็นผู้ดูแล-รับผิดชอบโรงงาน),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว)  -  In fact, she arrived an hour early.  (จริงๆ แล้ว  เธอมาถึงก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง)  -  In fact, this book wasn’t the book I was looking for.  (จริงๆ แล้ว  หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่ฉันกำลังมองหาอยู่),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย)  -  Please put the books on the table in order.  (กรุณาวาง – จัด – หนังสือบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว)  -  In the long run (term) the company can make lots of profits.  (ในระยะยาว  บริษัทสามารถทำกำไรได้มาก),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล)  -  All our efforts were in vain.  (ความพยายามทั้งหมดของเราไม่เป็นผล-ล้มเหลว)  -  He tried in vain to convince her that she was wrong  (เขาพยายามอย่างไร้ผล  ที่จะทำให้เธอเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายผิด),  เป็นต้น

 

2. A: Whose is this knife?

(มีดเล่มนี้เป็นของใคร)

    B: It _________________________________________________________________.

(มัน _____________________________________________________________)

(a) is Tim

(b) is Tim’s    (เป็นของทิม)

(c) is belonged to Tim

(d) is Tim’s owner.

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ต้องใช้รูป  Apostrophe “s”  เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  หรือใช้   “It belongs to Tim.”  เนื่องจากกริยา  “Belong” (เป็นของ)  ไม่มีการใช้รูป  “Passive voice”  แบบในข้อ  (c)

 

3. I see my own face in a mirror; that means I see ___________________________________.

(ผมเห็นหน้าของตัวเองในกระจก  นั่นหมายความว่า  ผมเห็น __________________________)

(a) me

(b) mine

(c) myself    (ตัวเอง)

(d) himself

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูการใช้  “Reflexive pronoun” (Himself, Herself, Itself, Myself, Yourself, Yourselves, Themselves, Ourselves) จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • It is a pity we can’t see ourselves as others see__________________________________.

(มันน่าเสียดาย  ที่เราไม่สามารถมองเห็นตัวของเราเอง  เหมือนที่คนอื่นมองเห็น _______________)

(a) us    (เรา)

(b) ourselves    (ตัวของเราเอง)

(c) themselves    (ตัวของพวกเขาเอง)

(d) ours    (ของเรา)

ตอบ  –  ข้อ  (a)  เนื่องจากต้องใช้  “Pronoun”  ในรูปกรรม  (ได้แก่  “me, you, them, him, her, it, us”)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “See”  เพราะมิได้มีการสะท้อนเข้าหาตัวแต่อย่างใด  (จึงไม่ใช้  Ourselves)  สำหรับรูป  “Reflexive pronoun”  (myself, yourself, yourselves, themselves, himself, herself, itself, ourselves)  มีที่ใช้ดังนี้  คือ

               ๑. ประธานเป็นผู้ทำกริยาโดยลำพังตนเอง  มิมีผู้ใดช่วย  เช่น

  • He did it himself.

(เขาทำมันตามลำพัง – ไม่มีใครช่วย)

(= He himself did it. = He did it by himself.)

  • She tries to solve the problem herself.

(เธอพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเอง – ไม่มีใครช่วย)

(= She herself tries to solve the problem. = She tries to solve the problem by herself.)

             . ใช้เป็นกรรมของกริยา  หรือของ  “Preposition”  เพื่ออ้างถึงบุคคล  หรือสัตว์  หรือเป็นประธานของประโยคก็ได้  เพื่อให้รู้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน  หรือสัตว์ตัวเดียวกันกับที่ได้พูดไปก่อนหน้านั้นแล้ว  เช่น

  • Tom himself became the manager of the company.

(ทอมเองนั่นแหละเป็นผู้จัดการบริษัท)

  • I’ve just talked with David himself.

(ผมเพิ่งจะคุยกับตัวเดวิดเองเลย)  (Himself  เป็นกรรมของกริยา Talked)

  • It was easy for a clever young man like himself (หรือhim) to make a good living.

(มันง่ายสำหรับคนหนุ่มที่ฉลาดเช่นเขา  ที่จะดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม – ดีงาม)  (Himself  หรือ  Him  เป็นกรรมของ  Preposition “Like”)

               ๓. ประธานของประโยคเป็นผู้ทำกริยาสะท้อนเข้าหาตนเอง  คือทำกับตัวเอง  หรือทำให้กับตัวเอง  เช่น

  • He killed himself with a bullet in the head.

(เขาฆ่าตัวเองด้วยกระสุนปืน ๑ นัดในหัว)

  • She bought herself a gold watch.

(เธอซื้อนาฬิกาเรือนทองให้ตัวเอง)

  • James introduced himself to his new neighbor.

(เจมส์แนะนำตัวเองกับเพื่อนบ้านใหม่ของเขา)

  • He poured himself a whisky.

(เขารินวิสกี้ให้ตนเอง ๑ แก้ว)

  • He lacks confidence in himself.

(เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง)

*****ห้ามใช้  I bought herself a gift for her birthday.”  เนื่องจากมิได้สะท้อนเข้าหาตนเอง  แต่เป็นคนละคน  ทั้งนี้  ต้องใช้

  • I bought her a gift for her birthday.

 (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด)

                   หรือ

  • I bought myself a gift for my birthday. 

(ผมซื้อของขวัญให้ตัวเองสำหรับวันเกิด)

 

4. Relief organizations have contributed __________________________ money to farm in Africa.

(องค์กรบรรเทาทุกข์ได้ให้ (มีส่วนช่วยเหลือ) ___________________ เงินแก่ไร่นาในทวีปแอฟริกา)

(a) both time and    (ทั้งเวลาและ)

(b) neither and

(c) time but

(d) time nor

ตอบ  –  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้  “คำคู่”  เช่น  “Both……...and, Neither…….. nor, Either……….or, Not only………but also”  ดูเพิ่มเติมการใช้คำคู่จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Such clothes _________________________________ these are called ready-made clothes.

(เสื้อผ้า ______________________________________ เหล่านี้  ถูกเรียกว่าเสื้อผ้าสำเร็จรูป)

(a) like

(b) alike

(c) as    (ดังเช่น, เช่น)

(d) the same as

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เป็นการใช้คำคู่  คือ  “Such………….as”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “คำคู่”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • My house is the same size _____________________________________________ hers.

(บ้านของผมมีขนาดเดียว ________________________________________ บ้านของเธอ)

(a) to

(b) like

(c) with

(d) as     (กับ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็นการใช้  “คำคู่”  (The same…….…..as)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Please tell me the difference ________________________________ a habit and a custom.

(โปรดบอกผมความแตกต่าง __________ นิสัย (หรือธรรมเนียมปฏิบัติ) และขนบธรรมเนียมประเพณี)

(a) of

(b) from

(c) between    (ระหว่าง)

(d) in

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการใช้  “คำคู่”  “Between”  และ “And

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Homemaking in preindustrial America required ___________________________ and skill.

(งานบ้าน (งานดูแลบ้าน) ในอเมริกายุคก่อนอุตสาหกรรม  ต้องการ ________ และทักษะความชำนาญ)

(a) and strength

(b) both strength    (ทั้งพละกำลัง-ความแข็งแรง)

(c) in addition to strength

(d) strength besides

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่  (Both……….and……….)  หรืออาจใช้  “……..required strength besides  (หรือ  “in addition to”  หรือ  “beside”) skill”  (................. ต้องการพละกำลัง  นอกเหนือจากทักษะความชำนาญ)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The company’s staff displayed ____________ happiness nor excitement when the bid was won.

(พนักงานของบริษัท ______________ แสดงทั้งความสุขหรือความตื่นเต้นยินดี  เมื่อชนะการประมูล)  (คือ  ไม่แสดงอาการทั้ง ๒ อย่าง)

(a) either    (คน หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

(b) both    (ทั้ง ๒ คน-สิ่ง, ทั้งคู่)

(c) neither    (ไม่, ไม่ทั้งสองคน-สิ่ง)

(d) whether    (หรือไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการใช้  “คำคู่”  (Neither …..…. Nor ……...  =  ไม่ทั้ง ............ หรือ (และ) ...........)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • We often put tramps in ________ beggars, but sometimes we feel a little envious of their simple way of life. 

(เรามักจัดคนจรจัดให้อยู่ใน _________ ขอทาน  แต่บางครั้งเรารู้สึกอิจฉานิดๆ กับวิถีการดำรงชีวิตแบบเรียบง่ายของพวกเขา)

(a) the same class to

(b) the same class with

(c) the same classes to

(d) the same class as    (ชั้นหรือกลุ่มเดียวกันกับ)

ตอบ  -   ข้อ  (d)  เป็นการใช้คำคู่  “The same………….as

                                  ตัวอย่างที่  

  • Both breakfast ___________________________ lunch are served in the company cafeteria.

(ทั้งอาหารเช้า ______________________ อาหารกลางวันได้รับการเสิร์ฟในโรงอาหารของบริษัท)

(a) but    (แต่)

(b) or    (หรือ)

(c) either    (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

(d) and    (และ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่  คือ  “both…....…and…..…..” (ทั้ง...........และ...........)

                                 ตัวอย่างที่

  • The company couldn’t decide whether to buy new computers ____________ to update its old hardware.

(บริษัทไม่สามารถตัดสินใจว่าจะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ______ อัพเดทฮาร์ดแวร์ตัวเก่าของบริษัท)

(a) either    (อย่างใดอย่างหนึ่ง, คนใดคนหนึ่ง)

(b) or    (หรือ)

(c) and    (และ)

(d) not only    (ไม่เพียงแต่)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เป็นการใช้คำคู่  “Whether…......or…..…” (ว่า...........หรือ...........)  สำหรับคำคู่อื่นๆ  เช่น  “Between…..….and”  (ระหว่าง .......... และ.........),  “Both…..…and…......” (ทั้ง...........และ..........),  “Either …...…or….......” (.......... หรือ......... คนใดคนหนึ่ง),  “Neither…...…nor…......” (ไม่ทั้ง..........และ..........),  “Not only…...… but also…...…” (ไม่เพียงแต่............. แต่...........ด้วย)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • Passengers can check in for the charter flight between 8:00 and 12.00 tomorrow.

(ผู้โดยสารสามารถเช็คอิน (แสดงตั๋วและยื่นสัมภาระที่จะนำขึ้นเครื่อง) สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ  ระหว่าง ๘ โมงและเที่ยงวันวันพรุ่งนี้)

  • There has been a rise in trade between China and Indonesia at present.

(มีการเพิ่มขึ้นด้านการค้าระหว่างจีนและอินโดนีเซียในปัจจุบัน)

  • I have spent a lifetime commuting between Britain and the United States.

(ฉันได้ใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตเดินทางไปมาระหว่างอังกฤษและสหรัฐฯ)

  • The Supreme Court is an arbiter between the States and the federal government.

(ศาลสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด – อนุญาโตตุลาการ – ระหว่างรัฐต่างๆ และรัฐบาลกลาง)

  • Either John or his sister will come to my party.

(ไม่จอห์นก็น้องสาวของเขา  คนใดคนหนึ่ง – ระหว่างเขากับน้องสาว – จะมางานเลี้ยงของผม)

  • Neither you nor I can achieve the goals.

(ไม่ทั้งคุณและผมสามารถบรรลุจุดหมาย  –  คือทั้งคุณและผมไม่สามารถบรรลุจุดหมาย)

  • Not only Peter but also Frank passes the test.

(ไม่เพียงแต่ปีเตอร์เท่านั้น  แต่ยังแฟร้งค์อีกด้วย  ที่ผ่านการสอบ  –  คือสอบผ่านทั้ง ๒ คน)

  • The fruit delivered directly from the orchard was not only ripe but also delicious.

(ผลไม้ซึ่งส่งโดยตรงมาจากสวนผลไม้  ไม่เพียงแต่สุกเท่านั้น  แต่ยังอร่อยอีกด้วย)

  • Both Mary and her sister have divorced their husbands.

(ทั้งแมรี่และพี่สาวของเธอได้หย่าร้างกับสามี)

  • The training session has been changed from 8:30 to 9:00.

(การประชุมฝึกอบรมถูกเปลี่ยนจาก ๘.๓๐ น. เป็น ๙.๐๐ น.)

  • Both breakfast and lunch are served in the company cafeteria.

(ทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวันได้รับการเสิร์ฟในโรงอาหารของบริษัท)

 

5. While I am on holiday, ring me at my home only if there are urgent messages for me.

(ขณะที่ผมหยุดพักผ่อน  ให้โทรศัพท์ไปที่บ้านของผม  เฉพาะเมื่อมีข่าวสาร  เร่งด่วน-รีบ ด่วน-เร่งรีบ-ฉุกเฉิน-เร่าร้อน  สำหรับผมเท่านั้น)

(a) valuable    (มีค่า)

(b) compelling    (รีบด่วน, เร่งด่วน, ซึ่งบีบบังคับ)

(c) humble    (ถ่อมตัว, นอบน้อม, อ่อนน้อม, ต่ำต้อย)

(d) tiny    (ไท้-นี่)  (เล็กมาก, จิ๋ว)

(e) accessible    (เข้าถึงได้, สามารถเข้าถึงได้)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. In severe cases a Malaria attack usually begins with chills, which become increasingly intense.

(ในกรณีรุนแรง  การจู่โจมของไข้มาลาเรียมักเริ่มต้นด้วยการหนาวสะท้าน  ซึ่งจะ  เข้ม ข้น-รุนแรง-เร่าร้อน-หนาแน่น-ลึกซึ้ง  เพิ่มมากขึ้น)

(a) frequent    (บ่อยๆ)

(b) violent    (รุนแรง, ดุเดือด, ใช้กำลัง, พลการ, ทำลาย, ล่วงละเมิด, ซึ่งทำให้บาดเจ็บ)

(c) harmful    (มีอันตราย)

(d) coarse    (คอร์ซ)  (หยาบ, หยาบคาย, มีคุณภาพเลว, ธรรมดาๆ, ขาดรสนิยม)

(e) fraudulent    (ฟร้อ-จิว-เลิ่นท)  (ฉ้อโกง, ฉ้อโกงอย่างผิดกฎหมาย, ต้มตุ๋น-หลอกลวง)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Some medications cause drowsiness (เดร๊า-ซิ-เนส) and should not be used by people who operate machinery.

(ยาบางอย่างก่อให้เกิด  ความง่วงเหงาหาวนอน-ความง่วงนอน-ความเซื่องซึม  และไม่ควรถูกใช้โดยคนที่ควบคุมเครื่องจักรกล)

(a) nervousness    (ความประหม่า, ความวิตกกังวล)

(b) drunkenness    (ความมึนเมา)

(c) sleepiness    (ความง่วงนอน)

(d) unhappiness    (การไม่มีความสุข)

(e) viciousness    (วิ้ช-เชิส-เนส)  (ความชั่ว, ความชั่วร้าย, ความเสื่อมทราม, ความเลวทราม, ความดุร้าย,

       ความร้ายกาจ, ความผิดพลาด, ความบกพร่อง)    

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

8. He has been having a clandestine (แคลน-เดส-ทิน) affair with his secretary since she first came to work in the company.

(เขามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว  แบบลับๆ-ปิดบังซ่อนเร้น-เป็นความลับ-ลี้ลับ-ส่วนตัว-ไม่เปิดเผย  กับเลขาฯ ของเขา  ตั้งแต่เธอเริ่มเข้ามาทำงานในบริษัท)

(a) reticent    (เร้ท-ทิ-เซิ่นท) (เงียบขรึม, พูดน้อย, เงียบ, ไม่พูด,สงวนท่าที)

(b) hostile    (ฮอส-ไทล) (มุ่งร้าย, ไม่เป็นมิตร, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, เป็นปรปักษ์)

(c) secret    (ลับ, เร้นลับ, เป็นความลับ, ปิดบัง, อำพราง, ลึกลับ)

(d) harmonious    (เสนาะหู, คล้องจองกัน, กลมกลืนกัน, ประสานกัน, เข้ากันได้, สามัคคี)

(e) provocative    (พระ-ว้อค-คะ-ทิฟว)  (ที่ก้าวร้าว, ที่ยั่วยุให้โมโห, ที่เย้ายวนอารมณ์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

9. In 1978, the Soviets demanded that China _______________________ its forces from Vietnam.

(ในปี  ๑๙๗๘  โซเวียตเรียกร้องให้จีน __________________ กองกำลังของตนออกจากเวียดนาม)

(a) withdrew

(b) withdraws

(c) withdraw    (ถอน)

(d) withdrawing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  นื่องจากกริยาใน  “Clause” (อนุประโยค)  ที่ตามหลัง  “Demand, Require, Suggest, Request, etc.”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่        

  • They prefer that I ______________________________________________________.

(พวกเขาอยากให้เป็นว่า (เห็นสมควรว่า)  ผม ____________________________________)

(a) do not serve them anything alcoholic

(b) had not served them anything alcoholic

(c) have not served them anything alcoholic

(d) not serve them anything alcoholic    (ไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆให้กับพวกเขา)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยา  “Prefer

                                 ตัวอย่างที่ 

  • She is about half an hour late already.  It is necessary that she _______________ immediately.

(เธอล่าช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว  มันจำเป็นที่ว่าเธอ ____________________ ในทัน ทีทันใด)

(a) went

(b) goes

(c) go    {(ควร) ไป}

(c) will go

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive

                                ตัวอย่างที่ 

  • I’m in a hurry because the librarian said it was important that I _______________ this book.

(ผมกำลังรีบเร่ง (เอาหนังสือไปคืน) เพราะบรรณารักษ์กล่าวว่า  มันเป็นเรื่องสำคัญว่าผม __________ หนังสือเล่มนี้)

(a) returned

(b) was returning

(c) had returned

(d) return    {(ควร) นำไปคืน, ส่งคืน}

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Clause”  ที่ตามหลัง  “Important, Necessary, Essential, Imperative, etc.”  กริยาต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  คือ  เหมือนกับมี  “Should”  นำหน้าคำกริยานั้นๆ

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He suggested ____________________________________________ to a holiday camp.

(เขาแนะนำ ______________________________________ ที่ค่ายพักแรมวันหยุดพักผ่อน)

(a) Mary that she should go

(b) to Mary that she should go    (แก่แมรี่ว่าเธอควรไป)

(c) for Mary that she go

(d) to Mary to go

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจตอบ  “….……to Mary that she go…..……”  ก็ได้  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Many subscribes have requested that we ____________________ the journals to their offices.

(ผู้บอกรับเป็นสมาชิกจำนวนมากได้ร้องขอว่า  เรา ____________ วารสารไปที่สำนักงานของพวกเขา)

(a) mails   

(b) mailed   

(c) mail    (ส่งทางไปรษณีย์)  (ลดรูปมาจาก  “Should mail”)

(d) mailing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องอยู่ในรูป  Infinitive without to (Verb 1)  เสมือนกับว่ามี  Should  อยู่ข้างหน้ากริยา  แต่ละเอาไว้ไม่เขียนลงไป  เราเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  Present subjunctive  สังเกตจากกริยาในประโยคใหญ่  คือ  Requested

                                ตัวอย่างที่ 

  • The station master suggested that more porters ______________________________ hired.

(นายสถานีแนะนำว่าพนักงานแบกของหรือถือกระเป๋าจำนวนมากขึ้น ____________ ได้รับการว่าจ้าง)  (ควรจ้างคนแบกของ-กระเป๋าเพิ่มขึ้น)

(a) are

(b) have

(c) be    (ควรจะ)

(d) do

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  ในแบบ  “Passive voice”  สังเกตจากกริยา  “Suggested”  โดยลดรูปมาจาก  “Should be”  (โดยละ “Should”  ไว้

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It is important that the microscope slides _________________ thoroughly cleaned before use.

(มันสำคัญที่ว่า  ภาพสไลด์ของกล้องจุลทรรศน์ ______ ทำความสะอาดอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนใช้งาน)

(a) is

(b) are

(c) to be

(d) be    (ถูก, ได้รับการ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  นื่องจากเป็น  “Present subjunctive”  ในแบบ  “Passive voice”  โดยลดรูปมาจาก  “……..….slides should be thoroughly cleaned………....”   โดยไม่ใส่  “Should”  ลงไป

                                 ตัวอย่างที่ 

  • It is essential that the needle ___________________________________________ first.

(มันจำเป็นว่า  เข็ม __________________________________________ เป็นประการแรก)

(a) sterilize

(b) is sterilized

(c) be sterilized    (ถูกทำให้ปราศจากเชื้อโรค)

(d) sterilizes

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความ  “It is essential that”  เป็นประโยคใหญ่  กริยาของอนุประโยคที่ตามหลังมัน  จะอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  คือ  อยู่ในรูป  “Infinitive without to” (Verb 1) เสมอ  ในกรณีเป็นกริยาในแบบ  “Passive voice”  จะต้องใช้กริยารูป  “Be + Verb 3”  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”   ให้ใช้  “Be”  กับประธานฯ ทุกตัว  ทั้งนี้  ถือเสมือนว่า  กริยาในอนุประโยคเหล่านี้  มี  “Should”  มานำหน้า  (Should be + Verb 3  หรือ  Should + Verb 1)  (เพื่อแนะว่าประธานของอนุประโยคควรทำอย่างนั้นอย่างนี้)  เพียงแต่ละเอาไว้  คือ  มิได้เขียนลงไป

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I suggest that the matter ________________________________________ reconsidered.

(ผมแนะนำว่า  เรื่องนี้ ________________________________ ได้รับการพิจารณาใหม่อีกครั้ง)

(a) is

(b) being

(c) be    (ควร)

(d) has

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยา  “Suggest”  ทั้งนี้  ลดรูปมาจาก  Should be

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Prior to our conference, the executive director had requested that everyone ___________ well prepared.

(ก่อนการประชุมของเรา  ผู้อำนวยการบริหารได้ขอร้องว่า  ทุกคน __________ เตรียมตัวเป็นอย่างดี)

(a) be    (ควร)

(b) is

(c) was

(d) will be

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  สังเกตจากกริยา  “Requested”  โดยลดรูปมาจาก  Should be

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • The teacher suggested that ________________________________________________.

(ครูแนะนำว่า ________________________________________________________)

 (a) everybody studied harder

 (b) everybody studies harder

 (c) everybody study harder    {(นักเรียน) ทุกคนควรเรียนให้หนักยิ่งขึ้น}

 (d) everybody would study harder

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  กล่าวคือ  กริยา  “Study”  เสมือนมีคำว่า  “Should”  อยู่ข้างหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ

                                  ตัวอย่างที่  ๑๒

  • The company states that it is necessary that an employee _______________ his work on time.

(บริษัทกล่าวว่า  มันจำเป็นที่พนักงาน ___________________________ งานของตนให้ทันเวลา)

(a) finishes

(b) finished

(c) finish    (ควรทำให้เสร็จ)  (คือ  ควรทำงานให้เสร็จทันเวลา)

(d) can finish

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากโครงสร้าง  “It + Is (Was) + Necessary + (That) + Subject + Verb 1”  เป็น  “Present subjunctive”  กริยาต้องอยู่ในรูป  Infinitive without to (Finish)  เพราะเสมือนกับมี  Should  นำหน้า  Finish

                                 ตัวอย่างที่  ๑๓

  • He recommended that I __________________________________________ there early.

(เขาแนะนำว่าผม __________________________________ ที่นั่นแต่เช้าตรู่  -  หรือแต่เนิ่นๆ)

(a) be    {(ควร) ไป}

(b) am

(c) was

(d) would be

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  คือ  คำกริยาในโครงสร้างนี้   ไม่ว่าจะใช้กับประธานตัวใด  หรืออยู่ใน  “Tense”  ใด  จะต้องเป็น  “Verb 1”  (Infinitive without to)  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”  ก็ให้ใช้  “Be”  ทุกครั้งไป  คือ  เสมือนกับมี  “Should”  อยู่ข้างหน้ากริยานั้น  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ไม่พูดหรือเขียนเติมลงไป  หรืออาจจะใส่  “Should  ลงไปข้างหน้าด้วยก็ได้

                                  ตัวอย่างที่  ๑๔

  • I suggested to her that her husband __________________________________ a long rest.

(ผมแนะนำเธอว่า  สามีของเธอ _____________________________ การพักผ่อนเป็นเวลานาน)

(a) has

(b) have    (มี)  (ควรมี)

(c) would have

(d) must have

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Suggest + (To someone) + That + Subject + Verb 1”  โดยลดรูปมาจาก  Should have

                                 ตัวอย่างที่  ๑๕

  • It was in 1934 that an official government report recommended that trade priority _________ to Southeast Asia.

(มันเป็นในปี  ๑๙๓๔  ที่รายงานของรัฐบาล (สหรัฐฯ) อย่างเป็นทางการ  แนะนำว่าความ สำคัญด้านการค้า (ควร) _______ กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)  (หมายถึง รายงานฯ แนะนำว่า  สหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญด้านการค้าแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) is given 

(b) was given

(c) were given

(d) be given    (ถูกให้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Present subjunctive  สังเกตจากกริยา  Recommended  โดยลดรูปมาจาก  “Should be given”  (ละ  “Should”  ไว้ในฐานที่เข้าใจ)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๖

  • I will recommend that the student ________________________________ to the director.

(ผมจะแนะนำว่าเด็กนักเรียนคนนั้น ___________________________ กับผู้อำนวยการโรงเรียน)

(a) speak    (พูดคุย)

(b) will speak

(c) had better speak

(d) would speak

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากกริยาของอนุประโยค  (ในที่นี้  คือ  “Speak”)  ที่ตามหลังกริยา  “Recommend, Suggest, Demand, Ask, etc.” ในประโยตใหญ่  จะต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to” (Verb 1)  ซึ่งเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Present Subjunctive”,  โดยลดรูปมาจาก  Should speak

                                 ตัวอย่างที่  ๑๗    

  • Bill’s uncle insists _____________________________________________ in this hotel.

(ลุงของบิลยืนกราน ____________________________________________ ในโรงแรมนี้)

(a) not staying

(b) not to stay

(c) that he not stay    {เขาไม่ (ควรจะ) พัก}

(d) staying not

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง   “Present subjunctive”  โดยลดรูปมาจาก  “That he should not stay”  โดยพิจารณาจากกริยา  “Insist”  (ยืนกราน)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๘

  • Abraham Lincoln insisted that ____________ not just on mere opinion but on moral purpose.

(อับราฮัม  ลิงคอล์น  ยืนกรานว่า ________ ไม่เพียงแต่บนความคิดเห็น (ของประชาชน) เท่านั้น  แต่บนวัตถุประสงค์ด้านศีลธรรมด้วย)

(a) to base democracy

(b) for democracy to be based

(c) democracy be based    {ประชาธิปไตย (ควรจะ) มีพื้นฐาน}

(d) whenever democracy is based

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยลดรูปมาจาก  ........... democracy should be based  พิจารณาจากกริยา  “Insist” (ยืนกราน)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๙

  • Many customers have requested that we ______________________ them notice of our sales.

(ลูกค้าจำนวนมากได้ร้องขอว่า ให้เรา _______ โนติส (เอกสารแจ้งเหตุหรือข้อมูลล่วงหน้า) แก่พวกเขา  ในเรื่องการลดราคาสินค้าของเรา) (หมายความว่า  ถ้าจะมีการลดราคาสินค้าเมื่อใด  ให้แจ้งลูกค้าทราบล่วงหน้า)

(a) send    (ส่ง)

(b) sends

(c) sent

(d) sending

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้าง  “Present subjunctive”  คือการใช้กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To” นำหน้า  (Infinitive without to)  และไม่มีการเติม  “S  หรือ  “Ed”  เข้าข้างหลังคำกริยาที่อยู่ใน  “Noun clause”   ที่เป็นอนุประโยค  (ซึ่งมักมี  “That”  นำหน้า “Clause”) ที่ตามหลังกลุ่มคำกริยาประเภท  “Present subjunctive”  ไม่ว่าประธานของกริยาตัวนี้  จะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม  และไม่ว่ากริยาตัวข้างหน้า  (กริยาใน  “Main clause”  หรือประโยคใหญ่)  จะอยู่ใน  “Tense”  ใดก็ตาม  จะไม่มีการเติม  “S”  หรือ  “Ed”  หรือเปลี่ยนรูปที่กริยาตัวนี้   เนื่องจากเสมือนมี  “Should”  นำหน้า  แต่ไม่เขียนลงไป  คือละไว้ในฐานที่เข้าใจ  เป็นการแนะนำว่าประธานในอนุประโยค  “ควรทำเช่นนั้นเช่นนี้”  สำหรับในกรณีที่เป็น  “Verb to be”  ให้ใช้  “Be”  ตลอดไป  เพราะเสมือนว่ามี  “Should”  นำหน้า,  อนึ่ง  เราใช้รูป   “Present subjunctive”  ใน  ๒  กรณี   คือ

                  ๑. อยู่หลัง  “กริยา + That”   ซึ่งได้แก่คำกริยาต่อไปนี้

  • demand that   (เรียกร้อง-ต้องการว่า)
  • require that   (ขอร้อง-เรียกร้อง-ต้องการ-กำหนดว่า)
  • propose that   (เสนอว่า)
  • request that   (ขอร้องว่า)
  • recommend that   (แนะนำว่า)
  • ask that   (ขอร้องว่า)
  • order that   (สั่งว่า)
  • urge that   (เร่งเร้า-กระตุ้น-เสนอว่า)
  • suggest that   (แนะนำว่า)
  • advise that   (แนะนำว่า)
  • insist that   (ยืนกรานว่า)
  • prefer that   (เห็นสมควรว่า)

                     ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

  • The doctor advised (that) I take a rest.

(หมอแนะนำว่าผมควรพักผ่อน)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • The father demands (that) Peter go to see a doctor at once.

(พ่อเรียกร้องให้ปีเตอร์ไปหาหมอในทันที)

  • I suggest (that) he come early.

(ผมแนะนำว่าเขาควรจะมาแต่เช้า)

  • The hostess urged (that) we all stay for dinner.

(เจ้าของบ้านรบเร้าให้อยู่กินอาหารเย็นก่อน)

  • The teacher recommended (that) every student buy a dictionary.

(ครูแนะนำให้นักเรียนทุกคนซื้อพจนานุกรม)

  • The doctor recommends (that) she take this medicine.

(หมอแนะนำว่าเธอควรกินยานี้)

  • She requested (that) he telephone her family.

(เธอขอร้องให้เขาโทรฯไปหาครอบครัวของเธอ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

  • I suggested (that) he be more careful.

(ผมแนะนำว่าเขาควรระวังให้มากขึ้น)

  • He suggested (that) she be punctual.

(เขาแนะนำว่าเธอควรตรงต่อเวลา)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • They requested (that) the contract be signed.

(พวกเขาร้องขอว่าสัญญาควรได้รับการลงนาม)  (เป็น  Passive voice  =  สัญญาถูกลงนาม)

  • She asks (that) she be allowed to see her ailing mother.

(เธอขอร้องว่าเธอควรได้รับอนุญาตให้พบแม่ของเธอที่กำลังป่วย)  (เป็น  Passive voice  =  เธอได้รับอนุญาต)

หมายเหตุ   –   เหตุผลที่คำกริยาในอนุประโยค  ที่เป็น  “Noun clause”  อยู่ในรูป  “Present Subjunctive”  คือ  กริยาเหล่านี้เสมือนกับว่ามี  “Should”  นำหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเขียนหรือพูดเติม  “Should”  ลงไปด้วยก็ได้  เช่น

  • I suggested (that) he (should) be more careful.
  • She asks (that) she (should) be allowed to go to the party.

                     และโปรดสังเกตว่า  เมื่ออยู่ในรูปปฏิเสธ  จะต้องมีโครงสร้างดังประโยคข้างล่าง

  • She asked (that) he not arrive late at her party.

(เธอขอร้องว่าเขาไม่ควรมาถึงงานเลี้ยงของเธอล่าช้า)

  • It is crucial that we not make a noise in public places.

(เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องไม่ส่งเสียงดังในที่สาธารณะ)

  • It is imperative that we not smoke on public transports.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องไม่สูบบุหรี่บนพาหนะขนส่งสาธารณะ)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

                ๒. “Noun clause”  ที่ตามหลังคำคุณศัพท์ต่อไปนี้  (มักอยู่ในรูป  “It is + Adjective + that + Subject + Verb 1  ที่ไม่มี  “To” นำหน้า)  กริยาใน  “Noun clause”  นั้นจะต้องอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  เช่นเดียวกัน   คำคุณศัพท์ดังกล่าว  คือ  “Important” (สำคัญ),  “Necessary” (จำเป็น), “Urgent(จำเป็นด่วน),  “Imperative” (จำเป็น),  “Essential” (จำเป็น), “Advisable” (ควร),   “Crucial” (สำคัญยิ่ง)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • It is advisable that she study harder.

(เธอควรเรียนหรือขยันให้มากขึ้น)  (เป็นการสมควรที่เธอต้องขยันให้มากขึ้น)

  • It was essential that we buy food yesterday.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องซื้ออาหารเมื่อวานนี้)

  • It is advisable that he take exercise every morning.

(เป็นการสมควรที่เขาออกกำลังกายทุกเช้า)

  • It is necessary that she go home at once.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เธอจะต้องกลับบ้านในทันที)

  • It is imperative that Jim practice driving a car.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่จิมจะต้องฝึกหัดขับรถ)

  • It is crucial that Tom find a new job.

(เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งที่ทอมจะต้องหางานใหม่)

  • It is important that he be brave.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เขาจะต้องกล้าหาญ)

  • It is urgent that everyone be on time for work.

(เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป