หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 638)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Jimmy was a _________ in the save-animal movement who was known for his attempt to save pets which were deserted by their owners.

(จิมมี่เป็น _______ ในขบวนการช่วยชีวิตสัตว์  ผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความพยายามของเขาที่จะช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยง  ซึ่งถูกทอดทิ้งโดยเจ้าของมัน)

(a) led figure

(b) led figures

(c) leading figures   

(d) leading figure    (บุคคลชั้นนำ-ชั้นแนวหน้า-สำคัญที่สุด)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  Leading  เป็น  Present participle  (Verb + ing)  ขยายหน้าคำนาม  Figure  ซึ่งต้องเป็นเอกพจน์  เพราะเป็นเพียงบุคคลเดียว  คือ  Jimmy  เพื่อแสดงรูป  Active voice  คือ  บอกว่าคำนามเป็นผู้ทำกริยานั้น  คือ  บุคคลเป็นผู้นำ หรือชั้นนำ-แนวหน้า  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง  

                                  ตัวอย่างที่

  • She is a spoiled and __________________________________________________ girl.

(เธอเป็นเด็กหญิงที่ถูกเอาใจจนเสียเด็กและ _____________________________________)

(a) demanded

(b) demanding    (เรียกร้องต้องการ)  (จะเอาโน่นเอานี่)

(c) demands

(d) to demand

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเด็กหญิงเป็นผู้  “Demand”  แสดงถึงการเป็นผู้กระทำ  (Active voice)  ดังนั้น  เมื่อนำมาขยายหน้า  “Girl”  จึงต้องอยู่ในรูป  Present participle”  (Verb + ing)  

                  สำหรับ  “Present participle”  (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้า หรือหลังคำนามที่มันขยาย)  เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  (แสดง  “Active voice”)  เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)  (คนเป็นผู้ทำงาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)  (ม้าเป็นผู้ดื่มน้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)  (ทารกเป็นผู้หลับ)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)  (ทีมเป็นผู้สร้าง)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ลดรูปมาจาก …..…. people who work  หรือ  are working in the office)

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)  (“ผู้คน”  เป็นผู้ทำกริยา  “ทำงาน”)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ลดรูปมาจาก …..…. woman who walks  หรือ  is walking across the street)

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)  (“ผู้หญิง”  เป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”)

  • The man living next door is a bank manager.

(ลดรูปมาจาก ………. man who lives  หรือ  is living next door)

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)  (“ชาย”  เป็นผู้ทำกริยา  “อาศัย”)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(ลดรูปมาจาก ………. children who play  หรือ  are playing in the field)

(เด็กๆ ที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)  (“เด็กๆ”  เป็นผู้ทำกริยา  “เล่น”)

 

2. Because Thailand is located near the equator, warm temperatures prevail __________ the year.

(เพราะว่าประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร,  อุณหภูมิแบบอบอุ่นมีอยู่ทั่วไป (มีมากกว่าอุณหภูมิแบบ

อื่นๆ) ______ ทั้งปี)

(a) in

(b) by

(c) from

(d) throughout    (โดยตลอด, โดยทั่ว, ทุกหนทุกแห่ง, ตั้งแต่ต้นจนจบ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  

 

3. According ________ the newspaper, a number of foreigners have come from all over the world to take part in the Songkarn Festival in Thailand.

(สอดคล้อง _______ หนังสือพิมพ์ (ตามที่หนังสือพิมพ์กล่าว),  ชาวต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาจากทั่วโลก  เพื่อมีส่วนร่วมในงานสงกรานต์ในประเทศไทย)

(a) on

(b) for

(c) to    (กับ)

(d) with                                                                                                     

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  According to  จากตัวอย่างข้างล่าง

                  According to  =  In accordance with  =  สอดคล้องกับ............, ตามที่ ……… กล่าวไว้  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)  เช่น

  • According to (In accordance with) the secretary, we don’t have to work this Sunday.

(ตามที่เลขานุการกล่าว  เราไม่จำเป็นต้องทำงานวันอาทิตย์นี้)

  • According to (In accordance with) the weather forecast, there will be a lot of rain next week.

(ตามที่การพยากรณ์อากาศกล่าวไว้  จะมีฝนมากสัปดาห์หน้า)

  • According to (In accordance with) the teacher, there will be an exam the day after tomorrow.

(ตามที่อาจารย์กล่าวไว้  จะมีการสอบวันมะรืนนี้)

  • According to (In accordance with) Dr. Smith, the cause of death was drowning.

(ตามที่หมอสมิธกล่าว  สาเหตุของการตายคือการจมน้ำ)

  • The road was some forty miles long according to (in accordance with) my map.

(ถนนยาวประมาณ ๔๐ ไมล์  ตามที่แผนที่ของฉันบอก)

  • Each person was given tasks according to (in accordance with) his/her skills.

(แต่ละคนได้รับมอบงานสอดคล้องกับทักษะ-ความชำนาญของเขาหรือเธอ)

  • There are six classes organized according to (in accordance with) age.

(มี ๖ ชั้นเรียนสอดคล้องกับ (แบ่งตาม) อายุ)

  • Everything went according to (in accordance with) plan.

(ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปสอดคล้องกับ (ตาม) แผน)

  • There will be a thunderstorm tomorrow morning according to (in accordance with) the weather forecast.   

(จะมีฝนตกหนักซึ่งมีพายุฟ้าคะนองเช้าวันพรุ่งนี้สอดคล้องกับพยากรณ์อากาศ)  (ตามที่พยากรณ์อากาศบอกไว้)                

                  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

            สำหรับคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่  dangerous  (เป็นอันตราย, มีอันตราย)  -  This road is dangerous to pedestrians.  (ถนนสายนี้เป็นอันตรายต่อ (กับ) คนเดินเท้า-คนเดินถนน),  kind  (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  new  (ใหม่)  -  It is new to me.  (มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม),  close  (ใกล้, ใกล้เคียง, ใกล้ชิด)  -  His house is close to the bridge.  (บ้านของเขาอยู่ใกล้สะพาน),  The novel is true to life.  (นิยายเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงของชีวิต),  cruel  (โหดร้ายกับ)  -  Most people don’t like those who are cruel to animals.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบบุคคลที่โหดร้ายกับสัตว์),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์)  -  She thinks some of her colleagues are hostile to her.  (เธอคิดว่าเพื่อนร่วมงานบางคนมุ่งร้ายต่อเธอ),  obvious  (ชัดเจนแก่)  It was obvious to everyone that Helen didn’t love Jim.  (มันเห็นได้ชัดกับทุกคนว่าเฮเลนไม่ได้รักจิม),  obedient  (เชื่อฟังต่อ)  The students were obedient to their teachers.  (พวกนักเรียนเชื่อฟังครูของตน),  peculiar  (แปลกประหลาด, พบได้เฉพาะที่, ไม่เหมือนใคร)  -  Some of this change is not peculiar to London but is national.  (การเปลี่ยนแปลงบางอย่างครั้งนี้มิได้แปลกประหลาดต่อ – พบได้เฉพาะที่ – ลอนดอน  แต่เป็นระดับชาติทีเดียว),  equal  (เท่ากันกับ)  -  A table-tennis ball is roughly equal in size to a golf ball.  (ลูกปิงปองมีขนาดเท่ากันโดยประมาณกับลูกกอล์ฟ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ)  -  Smoking is is harmful to people’s health.  (การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคน),  dear  (เป็นที่รักแก่)  - Chiang Mai is very dear to her.  (เธอรักเชียงใหม่มาก),  faithful  (ศรัทธา)  - Those soldiers were faithful to their old leader.  (ทหารเหล่านั้นมีความศรัทธาต่อผู้นำชราของพวกเขา),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า)  -  He’s been given a company car, even though he is junior to me.  (เขาได้รับรถยนต์ของบริษัท – รถประจำตำแหน่ง – แม้ว่าเขาอาวุโสน้อยกว่าผม),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า)  -  Mark, aged sixteen, felt much inferior to boys of his own age.  (มาร์ค, อายุ ๑๖ ปี, รู้สึกด้อยกว่า (ด้านพละกำลัง) เด็กชายอายุเท่ากันกับเขา  อย่างมากมาย),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า)  -  He is superior to me in strength.  (เขาเหนือกว่าผมในด้านความแข็งแรง),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม),  useful  (เป็นประโยชน์)  -  His advice was useful to me as far as my career was concerned.  (คำแนะนำของเขาเป็นประโยชน์กับผม  ในส่วนที่เกี่ยวกับอาชีพของผม),  similar  (คล้ายกับ, เหมือนกับ)  -  He is similar to his father in many ways.  (เขาคล้ายกับพ่อของเขาในหลายๆ อย่าง),  rude (หยาบคายกับ)  -  You mustn’t be rude to your aunt.  (คุณจะต้องไม่หยาบคายกับป้าของคุณ),  The examination is open to students whose native language is not English.  (การสอบเปิดให้กับนักเรียนผู้ซึ่งภาษาที่ใช้ตั้งแต่เกิดมิใช่ภาษาอังกฤษ),  To my mind, the best thing to do would be to ring.  (ในความคิด – ใจ – ของผม  สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำคือโทรศัพท์ – ไปหา.........),  Do what you like.  It’s all the same to me.  (จงทำในสิ่งที่คุณชอบเถอะ  มันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ  สำหรับผม),  To my surprise, Daniel said nothing about the argument we had had.  (ด้วยความประหลาดใจของผม  แดเนียลไม่พูดอะไรเลยเกี่ยวกับข้อโต้แย้งที่เรามี - ก่อนหน้านั้น),  previous  (ก่อน)  -  Previous to her marriage, she lived in London.  (ก่อนแต่งงาน  เธออาศัยอยู่ในลอนดอน –  ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว),  used  (เคย)  -  She used to work in a bank before her current job.  (เธอเคยทำงานในธนาคาร  ก่อนงานปัจจุบันของเธอ),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอ ใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่า กับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)  เป็นต้น

             สำหรับคำกริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่  happen  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  I am going to New York next month.  (ผมจะไปนิวยอร์กเดือนหน้า),  When you get to the main road, turn right.  (เมื่อคุณไปถึงถนนสายหลัก  ให้เลี้ยวขวา),  At last, the performance came to an end.  (ในที่สุด  การแสดงก็ยุติลง),  He pointed to a man who was walking in the street.  (เขาชี้มือไปยังผู้ชายที่กำลังเดินอยู่บนถนนแต่ใช้  Paul pointed the gun at the man threatening to shoot him.  (พอลเล็งปืนไปที่ชายคนนั้น  ขู่ว่าจะยิงเขา),  He raised the glass to his lips.  (เขายกแก้วขึ้นชิดริมฝีปาก – เพื่อที่จะดื่ม),  I will go with you to the door.  (ผมจะไปกับคุณ – ไปส่งคุณ – แค่ถึงประตูนะ),  Andrew counted to three and then pressed the button.  (แอนดรูว์นับถึง ๓  และจากนั้นก็กดปุ่ม),  To the best of my knowledge, this is the oldest building in the town.  (เท่าที่ผมรู้มาดีที่สุด  นี่เป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง)  หรืออาจใช้  As far as I know  (เท่าที่ผมทราบ),  John will be staying from Monday to Friday.  (จอห์นจะพักอยู่จาก – ตั้งแต่ - วันจันทร์ถึงวันศุกร์),  The office is open from 9.30 to 5.30 every day.  (สำนักงานเปิดตั้งแต่ ๙.๓๐ น. ถึง ๕.๓๐ น. ทุกวัน),  The bill came to $15.  (ค่าบิลรวมเป็น ๑๕ ดอลลาร์),  The pork price has gone up to 200 baht a kilo.  (ราคาเนื้อหมูได้เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท),  Paula spoke to me about the meeting.  (พอลลาพูดคุยกับผมเกี่ยวกับการประชุม),  Are you going to write to your father ?  (คุณจะเขียนจดหมายถึงพ่อใช่ไหม),  Let us now drink to the happy couple.  (ตอนนี้พวกเรามาดื่มให้แก่คู่บ่าวสาวที่มีความสุขกันเถอะ),  He announced his engagement to the delight of everyone present.  (เขาประกาศการหมั้นของตน  ท่ามกลางความยินดีของทุกคนที่อยู่ที่นั่น),  She sat down next to me.  (เธอนั่งลงข้างๆ ผม),  Peter lives in the house opposite to my uncle’s.  (ปีเตอร์อาศัยอยู่ในบ้านตรงกันข้ามกับบ้านของลุงผม),  The steak was cooked to order.  (เนื้อสเต็กถูกปรุงตามสั่ง),  I prefer tennis to golf.  (ผมชอบกีฬาเทนนิสมากกว่ากอล์ฟ),  Our team won the match by three goals to one.  (ทีมของเราชนะการแข่งขัน ๓ ประตูต่อ ๑),  The shelves are fixed to the wall.  (ชั้นวางหนังสือถูกยึดติดกับผนังห้อง),  She is tied to her job in New York and cannot move to another part of the country.  (เธอถูกผูกมัดกับงานในนิวยอร์ก  และไม่สามารถย้ายไปส่วนอื่นของประเทศ),  They danced to the music of the band.  (พวกเขาเต้นรำไปตามจังหวะดนตรีของวงดนตรี),  Summer changed to autumn.  (ฤดูร้อนเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ร่วง),  She changed the kitten from one shoulder to the other.  (เธอเปลี่ยนการอุ้มลูกแมวจากไหล่ข้างหนึ่งของเธอไปยังอีกข้างหนึ่ง),  There has been a change to another educational system.  (มีการเปลี่ยนไปใช้อีกระบบการศึกษาหนึ่ง),  We talked to (with) her from time to time.  (เราพูดคุยกับเธอเป็นบางโอกาส),  Kim is shouting to her husband at the top of her voice.  (คิมกำลังตะโกนใส่สามีของเธออย่างสุดเสียง),  Give it to me.  (ให้มันแก่ผมเถอะ),  David showed the photograph to his wife.  (เดวิดแสดงภาพถ่ายให้ภรรยาของเขาดู),  She threw the ball to Johnny so that he could catch it.  (เธอขว้างบอลไปที่จอนห์นี่  เพื่อที่ว่าเขาจะได้รับมัน)  แต่ใช้  Jeff threw stones at other children in order to hit them.  (เจฟฟ์ขว้างก้อนหินไปที่เด็กคนอื่นๆ  เพื่อให้โดนพวกเขา – เพื่อทำร้ายพวกเขา) ,  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)  -  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำ แนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ)  -  She has applied to an American university.  (เธอได้สมัคร (เข้าเรียน) ไปยังมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งหนึ่ง),  reply  (ตอบ, โต้ตอบ)  -  He gave me no chance to reply to his question.  (เขาไม่เปิดโอกาสให้ผมตอบคำถามของเขา)  -  We replied to the enemy’s attack by bombing their navy.  (เราโต้ตอบการโจมตีของศัตรูโดยการทิ้งระเบิดเรือของพวกเขา),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล, เรียกร้อง, วิงวอน, ร้องขอ)  -  These books are designed to appeal to children.  (หนังสือเหล่านี้ถูกออกแบบเพื่อทำให้เด็กๆ สนใจ)  -  We appeal to her sense of duty.  (เราเรียกร้องให้เธอสำนึกในหน้าที่)  -  She appealed to the Revenue Department for a tax rebate.  (เธอร้องขอให้กรมสรรพากรคืน หรือลดเงินภาษี),  แต่ใช้  They were appealing for funds to build a new school.  (พวกเขากำลังร้องขอเงินทุนเพื่อสร้างโรงเรียนหลังใหม่),  confine  (จำกัดวง, จำกัดอยู่ใน)  -  It is very difficult to confine the disease to the farm where it has broken out.  (มันยากมากที่จะจำกัดวงโรคให้อยู่เฉพาะในฟาร์มที่มันเกิดขึ้นเท่านั้น)  -  The report does not confine itself to married women.  (รายงานมิได้จำกัดตัวเองเฉพาะกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น)  -  They confine themselves to discussing the weather.  (พวกเขาจำกัดวงตัวเองเฉพาะกับการพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศเท่านั้น),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้)  -  She turned to Jimmy and began to explain.  (เธอหันไปทางจิมมี่และเริ่มต้นอธิบาย)  -  Mark turned the TV to the wall.  (มาร์กหันหน้าทีวีไปทางผนังห้อง),  amount  (รวมเป็นจำนวน, รวมเป็นเงิน)  -  Sandy had to pay high fees which amounted to $200.  (แซนดี้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแพง   ซึ่งรวมเป็นเงิน ๒๐๐ ดอลลาร์)  Dutch shipping in Indonesia only amounted to 24,000 tons.  (การขนส่งทางเรือของชาวดัช – เนเธอร์แลนด์ – ในอินโดนีเซียมีจำนวนเพียง ๒๔,๐๐๐ ตัน (ต่อปี) เท่านั้น)  -  Jane’s attitude toward Brian amounted to loathing.  (ทัศนคติของเจนที่มีต่อไบรอันเกือบจะเหมือนกับ (เท่ากับ) ความรังเกียจ-เกลียดชัง)  -  It is unlikely that the forthcoming talks will amount to very much.  (มันไม่น่าเป็นไปได้ว่าการสนทนาที่กำลังจะมาถึงจะมีค่า (มีความสำคัญ) มากมาย),  -  What do these rumors amount to ?  (ข่าวลือ – เรื่องนินทา – เหล่านี้มีความสำคัญ (มีค่า) อะไรหรือ),  surrender  (ยอมจำนน)  -  The protesters surrendered to the police after about an hour.  (ผู้ประท้วงยอมจำนนต่อตำรวจ  หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ ๑ ชั่วโมง)  -  He must decide either to curb his appetites or surrender to them.  (เขาจะต้องตัดสินใจว่าจะระงับความต้องการทางร่างกาย (หรือความอยากอาหาร) ของตน  หรือว่ายอมจำนนต่อมัน)  -  Some nations of nature-lovers seemed to have surrendered to technology.  (บางประเทศที่รักธรรมชาติ  ดูเหมือนว่าได้ยอมจำนนต่อเทคโนโลยี)  (คือ ยอมรับเทคโนโลยีซึ่งไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)  -  Our country would never surrender this territory to the enemy.  (ประเทศของเราจะไม่มีวันยอมมอบดินแดนนี้ให้กับศัตรู)  -  The ruling class will not easily surrender its wealth and power to the public.  (ชนชั้นปกครองจะไม่ยอมมอบความมั่งคั่งและอำนาจของตนให้กับประชาชนอย่างง่ายๆ)  -  Most parents agreed to the teachers’ surrender to the students’ demands  (ผู้ปกครองส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการยอมจำนนของอาจารย์ต่อข้อเรียกร้อง – ความต้องการ – ของนักเรียน), be opposed to  (คัดค้าน หรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง)  -  The President was opposed to the development of nuclear weapons.  (ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)  -  The civil service was strongly opposed to the new Ministry.  (พวกข้าราชการไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ (การจัดตั้ง) กระทรวงใหม่),  listen  (ฟัง)  - Natalee listened carefully to what Gary said.  (นาตาลีฟังอย่างระมัดระวัง (รอบคอบ) ในสิ่งที่แกรี่พูด)  -  Lisa does her ironing while listening to the radio  (ลิซ่ารีดผ้าในขณะที่ฟังวิทยุ)  -  He would listen to some music or read until I came in.  (เขาจะฟังดนตรีหรืออ่านหนังสือ  จนกว่าผมจะกลับมา)  -  I told her what to do but she didn’t listen to it.  (ผมบอกเธอว่าควรจะทำอย่างไร  แต่เธอไม่ยอมทำตาม),  No one here will listen to you, not without proof.  (ไม่มีใครที่นี่เชื่อคุณหรอก,  ไม่เชื่อโดยไม่มีหลักฐาน),  Jack refused to listen to reason.  (แจ็คปฏิเสธที่จะฟังเหตุผล – เขาชอบทำตามใจตนเอง),  แต่ใช้  Julia sat quite still, listening for her baby’s cry.  (จูเลียนั่งนิ่งเงียบ  คอยเฝ้าระวังเสียงร้องของลูกน้อยของเธอ)  -  Listen out for (หรือ  Listen for) the signal to start.  (จงเฝ้าระวังสัญญาณให้เริ่มต้น),  recommend  (แนะนำว่าดี)  -  My friends recommended a good doctor to me.  (เพื่อนของผมแนะนำหมอที่เก่งให้กับผม),  Sally’s doctor recommends to her that she should do more exercise.  (หมอของแซลลี่แนะนำกับเธอว่า  เธอควรออกกำลังกายให้มากขึ้น),  devote  (อุทิศ)  - They have devoted all their time to helping the sick.  (พวกเขาได้อุทิศเวลาทั้งหมดของตนให้กับการช่วยเหลือผู้ป่วย)  -  Grace devoted herself to her studies.  (เกรซอุทิศตัวเองให้กับการศึกษา)   -  He is devoted to his mother.  (เขารักแม่ของเขามาก)  -  Most of the company’s resources are devoted to foreign investment.  (ทรัพยากรส่วนใหญ่ของบริษัทถูกอุทิศให้กับการลงทุนในต่างประเทศ),  accustom  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  Stephen sat very still, trying to accustom himself to the darkness.  (สตีเฟ่นนั่งนิ่งเงียบมาก  พยายามจะทำให้ตนเองคุ้นเคยกับความมืด)  -  I took her along, with some idea of accustoming her to travelling  (ผมพาเธอติดไปด้วย  ด้วยความคิดที่จะทำให้เธอคุ้นเคย – เคยชิน – กับการเดินทาง),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ)  -  We object to the selection of Andrew as our class leader.  (เราไม่เห็นด้วยกับการเลือกแอนดรูว์เป็นหัวหน้าห้องของเรา)  -  I don’t object to the early start.  I’ve always been an early riser.  (ผมไม่คัดค้านการเริ่มต้นแต่เช้า – แต่เนิ่นๆ – ผมเป็นคนตื่นนอนแต่เช้าตรู่เสมอ),  succumb  (พ่ายแพ้, ยอมจำนน, ตกอยู่ใต้อำนาจ, ได้รับโรค, ตาย)  -  He finally succumbed to injury.  (ในที่สุด  เขาพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย)  -  Millions of people across the world have succumbed to the Corona Virus Disease 2019 (COVID-19)  (ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกได้ล้มตาย หรือเจ็บป่วยอย่างรุนแรงด้วยโรคโควิด-๑๙)  George finally succumbed to the temptation to have another drink.  (ในที่สุด  จอร์ชก็ยอมแพ้ต่อการยั่วใจ (สิ่งล่อใจ) ให้ดื่มเหล้าอีกแก้วหนึ่ง),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความต้องการของประชาชน),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย, ปรารถนาที่จะ)  -  We look forward to seeing you soon in Bangkok.  (เราปรารถนาจะได้พบคุณเร็วๆ นี้ในกรุงเทพฯ),  refer  (อ้างถึง, อ้างอิง, พาดพิง, กล่าวถึง, เกี่ยวโยงไปถึง, บอก, อธิบาย, ค้นหา (หลักฐาน), เสนอแนะ)  -  In his letters to Rebecca he rarely referred to political events.  (ในจดหมายของเขาถึงรีเบ็คค่า  เขาแทบจะไม่ได้พูด (กล่าว) ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ทางการเมือง)  -  I am not allowed to describe the officers or refer to them by name.  (ผมไม่ได้รับอนุญาตให้พรรณนา (ระบุ) ถึงเจ้าหน้าที่เหล่านั้น  หรือว่ากล่าวถึงชื่อของพวกเขา)  -  Her story has appeared in some newspaper; I refer to Miss Russel.  (เรื่องราวของเธอได้ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ,  ผมพูด (หมาย) ถึงมิสรัสเซล)  -  1990s had witnessed the decline of what I refer to as the industrial working class in Japan.  (ทศวรรษ ๑๙๙๐ ได้เป็นประจักษ์พยานการลดลงของสิ่งที่ผมเรียก (ให้ชื่อ) ว่าชนชั้นแรงงานด้านอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น)  -  The serial number refers to the country in which the car was manufactured.  (หมายเลขอนุกรม (ลำดับ) บอกถึงประเทศซึ่งรถยนต์ถูกผลิต)  -  The term ‘elitism’ seems to me to refer to those possessing some degree of power.  (คำว่า “เอลิทิซึม” สำหรับผมแล้วดูเหมือนว่าบอกถึงบุคคลซึ่งมีอำนาจอยู่ในระดับหนึ่ง)  -  Diana could make a new dish without referring to any cookery books.  (ไดอาน่าสามารถปรุงอาหารจานใหม่  โดยไม่ต้องค้นหาข้อมูลในหนังสือบอกวิธีการปรุงอาหาร)  -  Joseph is a well-trained clerk who could find his way around by referring to a filing system.  (โจเซฟเป็นเสมียนที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี  ผู้ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้โดยการค้นดูข้อมูลในระบบเก็บเอกสาร)  -  We still have lots of information which can be referred to on future occasions.  (เรายังคงมีข้อมูลมากมาย  ซึ่งสามารถค้นหาได้ในโอกาสต่างๆ ในอนาคต)  -  I refer you to a book by Warren Buffett published recently.  (ผมแนะนำคุณให้ไปดูหนังสือซึ่งเขียนโดยวอร์เรน บัฟเฟตต์  ตีพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้)  -  He would have to refer Jenny to a specialist.  (เขาจำเป็นจะต้องส่งตัวเจนนี่ไปให้ (แพทย์) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง – เพื่อรักษาพยาบาล)  -  Kathy was referred by her doctor to a consultant.  (เคธี่ถูกส่งตัวโดยแพทย์ของเธอไปยังผู้ให้คำปรึกษา – หรือแพทย์ผู้ให้คำปรึกษา),  yield  (ยอม, ยอมให้, ยอมจำนน, อ่อนข้อให้, ให้ผล, ผลิต)  -  The editor yielded to his critics and made some corrections of his editorial published last week.  (บรรณาธิการยอมอ่อนข้อให้กับผู้วิจารณ์เขา  และทำการแก้ไขบทบรรณาธิการซึ่งตีพิมพ์สัปดาห์ที่ผ่านมา)  -  The government was yielding to public pressure.  (รัฐบาลกำลังยอมจำนนต่อแรงกดดันของประชาชน)  -  Radio has long been under pressure to yield to television.  (วิทยุได้ถูกกดดันมาเป็นเวลานานให้ถูกแทนที่โดยโทรทัศน์)  -  Any lock will yield to a bit of brute force.  (แม่กุญแจใดๆ ย่อมพ่ายแพ้แก่ (ถูกทำให้พังโดย) การใช้กำลังแบบสัตว์ป่า – การใช้กำลังอย่างมาก),  introduce  (แนะนำให้รู้จัก)  -  Nancy was introduced to me by her sister.  (แนนซี่ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับผมโดยน้องสาวของเธอ)  -  At a party in New York, I was introduced to my present husband.  (ที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่งในกรุงนิวยอร์ก  ฉันได้รับการแนะนำให้รู้จักกับสามีปัจจุบันของฉัน)  -  The stranger asked Betty to introduce him to her father.  (ชายแปลกหน้าขอร้องให้เบ็ตตี้แนะนำตัวเขาให้กับพ่อของเธอ)  -  It is my great pleasure to introduce tonight’s speaker, Professor Lewis, to all of you here.  (มันเป็นความยินดีอย่างยิ่งของผม  ที่จะแนะนำให้รู้จักกับผู้พูดในคืนนี้ คือ อาจารย์ลูอิส  แก่ทุกท่านในที่นี้),  reduce  (ลดลง)  -  The company’s staff was reduced to half within two years.  (พนักงานบริษัทถูกลดลงเหลือครึ่งหนึ่งภายในเวลา ๒ ปี)  -  Every building in the area was reduced to rubble.  (อาคาร – ตึก – ทุกหลังในบริเวณนี้ถูกเปลี่ยน (ทำให้กลาย) เป็นเศษอิฐเศษหิน-ชิ้นเล็กชิ้นน้อย)  -  This kind of analysis reduces the problem to its simplest form.  (การวิเคราะห์ประเภทนี้ลด (ย่อ, แยกสลาย) ปัญหาลงเป็นรูปแบบที่ (เข้าใจได้) ง่ายที่สุด)  -  Any survivors would be quickly reduced to the life of hunter-gatherer.  (ผู้รอดชีวิตคนใดก็ตามจะถูกทำให้กลายเป็นชีวิตของผู้ล่าสัตว์-เก็บของป่า – ในสมัยโบราณ),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  -  They are used to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคย – เคยชิน – กับอากาศร้อน),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  - Many Thai people get used to Chinese food.  (คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยกับอาหารจีน),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  -  She is accustomed to getting up late.  (เธอเคยชินกับการตื่นสาย),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  -  Most people here get accustomed to working until late at night.  (คนส่วนใหญ่ที่นี่เคยชินกับการทำงานจนดึกดื่น),  เป็นต้น

 

4. It is true that ___________________________________________________________.

(มันเป็นความจริงที่ว่า __________________________________________________)

(a) he needs a teacher who cannot read    (เขาต้องการครูผู้ซึ่งไม่สามารถอ่าน)

(b) he cannot read and he needs a teacher    (เขาไม่สามารถอ่าน และเขาต้องการครู)  (ไวยากรณ์สู้ข้อ  (d) ไม่ได้)

(c) he needs a teacher and he cannot read    (เขาต้องการครู และเขาไม่สามารถอ่าน)

(d) he, who cannot read, needs a teacher    (เขา, ผู้ซึ่งไม่สามารถอ่านหนังสือ,  ต้องการครู  -  มาสอน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  และถูกหลักไวยากรณ์  โดย  Who cannot read  เป็น  Non-defining adjective clause  ขยาย  He  เพื่อบอกให้รู้ว่า  คน  (He)  ประเภทไหนที่ต้องการครูมาสอน  ดูเพิ่มเติม  Defining  และ  Non-defining adjective clause  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • “Mr. West has two daughters who are teachers.”

(มิสเตอร์เวสต์มีลูกสาว  ๒  คน  ซึ่งเป็นครู)

The sentence above tells us that Mr. West has ______________________________________.

(ประโยคข้างบนบอกเราว่า  มิสเตอร์เวสต์มี _____________________________________)

(a) two daughters    (ลูกสาว  ๒  คน)

(b) more than two daughters    (ลูกสาวมากกว่า  ๒  คน)

(c) four daughters    (ลูกสาว  ๔  คน)

(d) at least five daughters    (ลูกสาวอย่างน้อย  ๕  คน)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Who are teachers”  เป็น  “Defining clause”  (สังเกตได้จากหลัง  “Daughters”  ไม่มีเครื่องหมายคอมม่า)  คือ  “Clause”  ที่มีความสำคัญ  จำเป็นต้องมี  เพราะว่ามาช่วยขยายประโยคใหญ่  คือ  “Mr. West has two daughters”  ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน  คนฟังไม่รู้ว่า  ลูกสาว  ๒  คนไหน  ดังนั้น  “Clause” (ประโยคย่อย)  นี้จึงมาช่วยแยก  “ลูกสาว  ๒  คน”  ออกจากลูกสาวคนอื่นๆ  ทำให้เรารู้ว่า  มิสเตอร์เวสต์ยังมีลูกสาวคนอื่นๆ อีก  (อย่างน้อย  ๑  คน)  ซึ่งทำอาชีพอื่น  (อาจมีลูกสาวอีกหลายคนก็ได้)  เช่น  ลูกสาวอีกคนเป็นนางพยาบาล  และอีกคนเป็นเสมียน  เป็นต้น  (ซึ่งในกรณีนี้  ก็จะมีลูกสาวทั้งหมด  ๔  คน)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

“Mr. North has two daughters, who are nurses.”

(มิสเตอร์นอร์ธมีลูกสาว  ๒  คน,  ผู้ซึ่งเป็นพยาบาล)

The sentence above tells us that Mr. North has______________________________________.

(ประโยคข้างบนบอกเราว่า  มิสเตอร์นอร์ธมี _____________________________________)

(a) three daughters    (ลูกสาว  ๓  คน)

(b) only two daughters    (ลูกสาวเพียง  ๒  คนเท่านั้น)

(c) at least three daughters    (ลูกสาวอย่างน้อย  ๓  คน)

(d) at least two daughters    (ลูกสาวอย่างน้อย  ๒  คน)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Who are nurses”  เป็น  “Non-defining clause”  ขยาย  “Daughters”  โดยเพียงแต่มาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น  เพราะ  “Mr. North has two daughters”  เป็นประโยคที่ชี้เฉพาะ  มีความสมบูรณ์ชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว  คือบอกว่ามิสเตอร์นอร์ธมีลูกสาว  ๒  คน  (เท่านั้น)  สังเกตจากมีเครื่องหมายคอมม่าคั่นหลัง  “Daughters”  ส่วนข้อความหลังคอมม่า  ไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด  เพียงแต่มาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น  เสมือนกับว่าอยู่ในวงเล็บ

                                 ตัวอย่างที่  

  • The ____________________________________________________ a grateful animal.

(____________________________________________________ สัตว์ที่กตัญญูรู้คุณ)

(a) dog which is found all over the world is

(b) dog, which is found all over the world is

(c) dog which is found all over the world, is

(d) dog, which is found all over the world, is    (สุนัข  ซึ่งถูกพบอยู่ทั่วโลก  เป็น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “สุนัข”  ในประโยคนี้  หมายถึงสัตว์ชนิดหนึ่ง  ที่แตกต่างไปจากสัตว์ประเภทอื่น  และเป็นตัวแทนของสุนัขทั้งโลก  มิได้แยกแยะว่าเป็นสุนัขตัวใด ของใคร หรือที่ไปทำอะไร  (คือมิได้แยกสุนัขตัวนี้   ออกจากสุนัขตัวอื่นๆ)  จึงถือว่า “สุนัข” ในประโยคนี้เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในโลก  ที่ต่างไปจากสัตว์ประเภทอื่นๆ  และมีความชี้เฉพาะอยู่ในตัวของมันเองแล้ว  ดังนั้น  อนุประโยคที่มาขยายมัน  จึงต้องเป็นประเภท  “Non-defining Adjective Clause”  (อนุประโยคที่ไม่ได้เน้นย้ำคำนามที่มันขยาย)  คือ  เพียงแต่มาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “สุนัข” เท่านั้น  มิได้มีความสำคัญแต่อย่างใด  และข้อความในอนุประโยคดังกล่าว  เมื่ออยู่กลางประโยค  จะต้องมีเครื่อง หมายคอมม่า  (Comma)  กั้นหัวและท้ายเสมอ  เปรียบเสมือนกับอยู่ในวงเล็บ  โดยจะไม่ต้องมีข้อความนี้ก็ได้  เพราะผู้อ่าน-ผู้ฟัง  ก็ยังคงเข้าใจอยู่ดีว่า  มันคือ “สุนัข”  สัตว์ประเภทหนึ่งในโลกนั่นเอง   โดยขอให้เปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง  ที่ข้อความในอนุประโยคที่มาขยาย “สุนัข”  ต้องเป็น  “Defining Adjective Clause”  เนื่องจากช่วยแยกสุนัขตัวที่มัน (อนุประโยค) ขยาย  ออกจากสุนัขตัวอื่นๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย  ซึ่งในกรณีนี้  อนุประโยคดังกล่าว  ไม่ต้องมีเครื่องหมาย  “คอมม่า”  กั้นหน้าหลัง  เพราะข้อความของมันมีความสำคัญที่จะบอกให้ ผู้อ่าน-ผู้ฟัง รู้ได้ว่าเป็นสุนัขตัวใด, ของใคร  หรือไปทำอะไร

  • The dog which (that) was hit by a car yesterday belongs to my neighbor.

(สุนัขซึ่งถูกรถชนเมื่อวานนี้  เป็นของเพื่อนบ้านของผม) (ข้อความที่ขยาย  แยกสุนัขตัวนี้ออกจากสุนัขตัวอื่นๆ  ซึ่งถ้าไม่มีข้อความนี้  ผู้อ่าน-ผู้ฟัง จะไม่รู้เลยว่าสุนัขตัวใดเป็นของเพื่อนบ้าน)

  • The dog which (that) she bought from the market last month has been stolen.

(สุนัขซึ่งเธอซื้อมาจากตลาดเมื่อเดือนที่แล้ว  ได้ถูกขโมยไปแล้ว)  (ข้อความที่ขยาย  แยกสุนัขตัวนี้ออกจากสุนัขตัวอื่นๆ  ซึ่งถ้าไม่มีข้อความนี้  ผู้อ่าน-ผู้ฟัง  จะไม่รู้เลยว่า  สุนัขตัวใดถูกขโมย)

                  ดูเพิ่มเติมคำอธิบาย  “Non-defining adjective clause”  และ  “Defining adjective clause”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Bangkok, _____________________________ is the capital of Thailand, is over populated.

(กรุงเทพฯ _______________________ เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย  มีประชากรมากเกินไป)

(a) which    (ซึ่ง)

(b) what

(c) that

(d) where

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ดูเพิ่มเติม  Adjective clause  ขยายคำนาม  แบบเน้น  (Defining  clause)  และไม่เน้น  (Non-defining clause)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The merger, ___________________ will be announced today, should be extremely profitable.

(การควบรวมกันของ ๒ บริษัท, ____________ จะถูกประกาศวันนี้,  จะต้องให้ผลกำไรอย่างมากมาย)

(a) when    (เมื่อ)                                                                                                                                                                                               

(b) whose    (ซึ่ง .............. ของมัน)

(c) it    (มัน)

(d) which    (ซึ่ง, ที่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องใช้  “Which”  นำหน้าอนุประโยค  หรือ  “Non-defining adjective clause”  (Which will be announced today)  ซึ่งเพียงมาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  The merger (การควบรวมฯ)  เท่านั้น  ซึ่งรู้กันแล้วว่าเป็นการควบรวมกันของบริษัทอะไรกับอะไร  มิได้มาแยกการควบรวมครั้งนี้ออกจากการควบรวมอื่นๆ  กล่าวคือ  อนุประโยคดังกล่าวมาขยายคำนามซึ่งเป็นสิ่ง (หรือคน, สัตว์) ที่รู้กันแล้วว่าเป็นสิ่งใด (คน หรือสัตว์ตัวใด)  หรือเป็นชื่อเฉพาะที่มีอยู่เพียงสิ่งเดียว (คนเดียว, ตัวเดียว, ประเทศหรือเมืองเดียว)  ดังนั้น  อนุประโยค  จึงต้องมีเครื่องหมายคอมม่ากั้นทั้งข้างหน้าและข้างหลัง (ในกรณีที่อนุประโยคนั้นอยู่กลางประโยคใหญ่ หรือ Main clause)  หรือเพียงแต่ใช้เครื่องหมายคอมม่าอันเดียว  ซึ่งวางอยู่หลังคำนามที่มัน (อนุประโยค) ขยาย  ในกรณีที่อนุประโยควางอยู่ท้ายประโยค  หรือวางต่อจากประโยคใหญ่  (ดังเช่นประโยคในตัวอย่างที่ ๒)  ดูเพิ่มเติม  “Non-defining adjective clause”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Judy went to _________________________________________________________.

(จูดี้ไป ____________________________________________________________)

(a) London where she stayed ten days

(b) London, where she stayed ten days    (ลอนดอน  ที่ซึ่งเธอพักอยู่เป็นเวลา  ๑๐  วัน)

(c) London in which she stayed ten days

(d) London which she stayed there ten days

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “London”  เป็นชื่อเฉพาะ  (มีแห่งเดียวในโลก)  อนุประโยค  (Adjective clause)  ที่ขยายมัน  จึงต้องเป็น  “Non-defining clause”  คือ  เพียงมาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  “London”  เท่านั้น

                                  ตัวอย่างที่ 

  • My _________________________________________________________ plays golf.

(_________________________________________________________ เล่นกอล์ฟ)

(a) mother who is over sixty still

(b) mother, who is over sixty still

(c) mother who is over sixty, still

(d) mother, who is over sixty, still    (แม่ของผม,  ผู้ซึ่งอายุกว่า  ๖๐, )

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องใช้อนุประโยค  หรือ  “Non-defining adjective clause”  (Who is over sixty)  ขยาย  “My mother”  เนื่องจากถือเป็นชื่อเฉพาะ  คือ  มีอยู่เพียงคนเดียว  โดยต้องมีเครื่องหมายคอมม่ากั้นทั้งข้างหน้าและข้างหลัง  ในกรณีที่อนุประโยคนี้อยู่กลางประโยคใหญ่ หรือ Main clause (My mother still plays golf.)  ดังเช่นประโยคในตัวอย่างที่ ๓, ๔ และ ๕    

                                 ตัวอย่างที่  

  • This ________________________________________________________ very good.

(______________________________ (นี้)_________________________ ดีมากเลย)

(a) school which we have just seen is

(b) school, which we have just seen is

(c) school which we have just seen, is

(d) school, which we have just seen, is   (โรงเรียน, (นี้) ซึ่งเราเพิ่งจะได้เห็น,)

ตอบ -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “Non-defining Adjective Clause”  คือ  “อนุประโยคที่ขยายนามหรือสรรพนามแบบไม่เน้นหรือชี้เฉพาะลงไป  เนื่องจากคำนามหรือสรรพนามที่ถูกมันขยาย  มีความชัดเจนอยู่แล้ว  หรือรู้อยู่แล้วว่าเป็นสิ่งใดหรือใคร  ซึ่งมีอยู่เพียงสิ่งเดียวหรือคนเดียวเท่านั้น  โดยอาจเป็นชื่อเฉพาะที่มีอยู่แห่งเดียวในโลกก็ได้  เช่น เมือง  ประเทศ  หรือบุคคลผู้นั้นผู้นี้  ดังนั้น  อนุประโยคที่มาขยายนามหรือสรรพนามนั้นๆ  จึงไม่ได้แยกมันออกจากนามหรือสรรพนามอื่นๆ  เพียงแต่มาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนามหรือสรรพนามนั้นเท่านั้น  ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่บอก  (หรือมาขยายนาม-สรรพ นามนั้น)  ผู้อ่าน-ผู้ฟังก็ยังคงเข้าใจอยู่ดีว่า  นามหรือสรรพนามนั้นหมายถึงใคร  สิ่งใด หรือเมืองใดประเทศใด  เราจึงเรียกอนุประโยคเหล่านี้ว่า  “Non-defining Adjective Clause”  เพราะเพียงแต่มาช่วยบอกข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น  โดยจะมีหรือไม่มีก็ได้  เพราะผู้อ่าน-ผู้ฟังก็ยังสามารถเข้าใจได้ว่า  หมายถึงใคร, สิ่งใด หรือเมือง-ประเทศใด   ซึ่งอนุประโยคเหล่านี้จะต้องมีเครื่องหมาย  “คอมม่า”  กั้นข้างหน้าและข้างหลังมัน  เหมือนกับเป็นวงเล็บ  โดยข้อความระหว่างคอมม่าหรือในวงเล็บ  มาช่วยบอกข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น  จะมีหรือไม่มีก็ได้  ไม่ได้มีความสำคัญแต่อย่างใด  ดังเช่นประโยคข้างบน  “โรงเรียนนี้ – ซึ่งเราเพิ่งได้เห็น –  ดีมากเลย”  ซึ่งเราจะเห็นว่า  “โรงเรียนนี้”  มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นโรงเรียนแห่งใด  ดังนั้น  ข้อความ  “ซึ่งเราเพิ่งได้เห็น”  จึงเพียงมาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนนี้เท่านั้น   มิได้แยกโรงเรียนนี้ออกจากโรงเรียนอื่นๆ  เหมือนกับใน  “Defining Adjective Clause”  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย “คอมม่า” กั้นระหว่าง “Clause”),  อนุประโยคดังกล่าวข้างต้น  จึงมิได้มีความสำคัญอย่างใด  จึงต้องมีเครื่องหมาย “คอมม่า” กั้นระหว่างอนุประโยคเสมอ (ในกรณีมันอยู่กลางประโยค)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • Donald Trump, who was formerly an American president, is a business tycoon.

(โดนัล ทรัมพ์  - ผู้ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีอเมริกัน – เป็นนักธุรกิจผู้ร่ำรวยและมีอิทธิพลมาก)  ทั้งนี้  โดนัลทรัมพ์  มีอยู่คนเดียวในโลกนี้  อนุประโยคที่มาขยายจึงเพียงบอกข้อมูลเพิ่มเติม  มิได้แยกตัวเขาออกจากบุคคลอื่น  จึงต้องเป็น “Non-defining clause”  ซึ่งต้องมีเครื่องหมายคอมม่ากั้นระหว่าง clause  โดยข้อความที่มาขยายมิได้มีความสำคัญแต่อย่างใด  จะไม่มีข้อความนี้ก็ได้  โดยคำนามที่ถูกอนุประโยคขยาย  ก็ยังคงมีความชัดเจนในตัวของมันเอง  ซึ่งกล่าวอย่างง่ายคือ  เมื่อคำนามชัดเจนแล้วว่าเป็นใคร, สิ่งใด, สัตว์ตัวใด-ประเภทใด, เมือง-ประเทศไหน  อนุประโยคที่มาขยายนามนั้นก็เพียงแต่มาบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนามนั้นเท่านั้น  จึงเรียกว่าเป็นอนุประโยคที่มิได้มาชี้เฉพาะให้นามนั้นแตกต่างไปจากคนอื่น, สัตว์อื่น หรือสิ่งอื่น (Non-defining clause – อนุประโยคที่ไม่ชี้เฉพาะดังประโยคข้างล่าง

  • Bangkok, which is the capital of Thailand, is a crowded city.

(กรุงเทพฯ – ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย – เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น)

  • Mr. Collin Woods, who lives next door, is coming to see me.

(คอลลิน วูดส์ – ผู้ซึ่งอาศัยอยู่บ้านหลังถัดไป – กำลังจะมาพบผม)

  • Rome, where the tourists can visit many historic places, is one of the most ancient cities.

(กรุงโรม – ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปเยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย – เป็นเมืองเก่าแก่มากที่สุดเมืองหนึ่ง)

  • Ramkhamhaeng University, which is an open university, enrolls thousands of students each year.

(ม. รามคำแหง – ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิด – ลงทะเบียนนักเรียนหลายพันคนในแต่ละปี)

  • Charles Dickens, who was a very famous writer, was poor all through his life.   

(ชาร์ลส ดิคเค่นส์ - ผู้ซึ่งเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง – ยากจนตลอดชีวิตของเขา)

  • Ayuthaya, which we learnt about, was our former capital.

(อยุธยา – ซึ่งเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับมัน – เป็นเมืองหลวงเก่าของเรา)

  • My house, of which the roof is made of brick, is going to be sold. 

(บ้านของผม – ซึ่งหลังคาทำด้วยอิฐ – กำลังจะถูกขายไป)

  • Dr. John Smith, whom I met in London, is an oculist.

(ด็อกเตอร์ จอห์น สมิธ - ผู้ซึ่งผมพบในลอนดอน – เป็นจักษุแพทย์)

  • Our teacher of English, who has just returned from abroad, is getting married soon.

(ครูสอนภาษาอังกฤษของเรา – ผู้ซึ่งเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ – กำลังจะแต่งงานในไม่ช้า)

              จากประโยคตัวอย่างข้างต้นทั้งหมด ๙ ประโยค  จะเห็นว่าคำนามทุกคำที่อยู่หน้าประโยค  มีความชัดเจนอยู่ในตัวของมันแล้ว  ว่าเป็นเมืองใด, บุคคลใด, สถานที่ใด  ซึ่งทุกประโยคมีอนุประโยคที่เป็น  “Non-defining Clause”  (คืออนุประโยคที่ไม่ชี้เฉพาะ  เนื่องจากคำนามที่ถูกมันขยายมีความชัดเจน หรือชี้เฉพาะอยู่แล้ว)  ขยายประธานของประโยค  โดยต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่นอยู่ระหว่าง  “Clause”  ซึ่งอนุประโยค  (Non-defining Clause)  ไม่สู้จะมีความจำเป็นแก่ใจความในประโยคเท่าใดนัก  เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า  ประธานของประโยคเป็นใคร,  เมืองใด, สถานที่ใด,  หรือ สิ่งไหน  ดังนั้น  “Clause”  ที่เพิ่มเข้ามาในประโยค  (ขยายประธานฯ  หรือคำนามที่อยู่ข้างในประโยค)  จึงเพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมจากสิ่งที่รู้กันดีอยู่แล้วเท่านั้น  แม้จะตัดข้อความที่เพิ่มเข้ามานี้ทิ้งไป  ก็จะไม่ทำให้ประโยคนั้นเสียใจความแต่อย่างใด  ทั้งนี้  จะต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่นหน้า-หลัง  “Clause”  เสมอ  (ในกรณีขยายประธานฯ ประโยค)  หรือคั่นเฉพาะหลังคำนามข้างหน้า  “Clause”  ในกรณีที่มันขยายคำนามที่อยู่กลางประโยค  หรือ  “Clause”  อยู่ท้ายประโยคนั่นเอง

สรุป  -  เราสามารถสรุปลักษณะของ  “Non-defining Clause”  ได้ดังนี้

               ๑. ไม่มีความจำเป็นแก่ใจความในประโยค  เพียงแต่มาบอกข้อมูลเพิ่มเติมให้ละเอียดมากขึ้นจากสิ่งที่รู้อยู่แล้วเท่านั้น

               ๒. ต้องมีเครื่องหมายคอมม่า  คั่นหน้าและหลัง  “Clause”  เสมอ  ถ้ามันอยู่กลางประโยค

           ๓. ต้องใช้  “Relative Pronoun”  ซึ่งไม่มีลักษณะชี้เฉพาะเจาะจง  เช่น  “Who”,  “Whom”,  “Where”  หรือ  “Which”  เป็นต้น  โดยจะใช้  “That”  ไม่ได้  และต้องให้สอดคล้องกับหน้าที่  (Function)  ของมันด้วย  ว่าขยายคน, สัตว์, สิ่งของ, สถานที่ ฯลฯ  (Who, Whom, Which, Whose, Where)

                 ดูเพิ่มเติมตัวอย่าง  “Non-defining Adjective Clause”  จากประโยคข้างล่าง

  • London, which stands on the Thames River, is the capital of England.

(ลอนดอน  ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำเทมส์  เป็นเมืองหลวงของอังกฤษ)  (ลอนดอนมีความชัดเจน (ชี้เฉพาะ) อยู่แล้ว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือ  “Non-defining Clause”)

  • Soontorn Poo, who wrote Pra-Apai-mani, died in B.E. 2398.

(สุนทรภู่  ผู้ซึ่งแต่งเรื่องพระอภัยมณี  ตายในปี พ.ศ. ๒๓๙๘)  (สุนทรภู่  มีความชัดเจน (ชี้เฉพาะ) อยู่แล้ว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือ  “Non-defining Clause”)

  • Grace, whom you met at the party last night, is going to marry Peter next month.

(เกรซ  ซึ่งคุณพบที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้  จะแต่งงานกับปีเตอร์ในเดือนหน้า)  (“เกรซ”  มีความชัดเจน (ชี้เฉพาะ) อยู่แล้ว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือ  “Non-defining Clause”)

  • Americans are proud of George Washington, who was regarded their founding father.

(ชาวอเมริกันภูมิใจในจอร์ช วอชิงตัน  ผู้ซึ่งถูกถือว่าเป็นบิดาผู้ก่อตั้งประเทศของพวกเขา)  (“จอร์ช วอชิงตัน”  มีความชัดเจน (ชี้เฉพาะ) อยู่แล้ว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือ  “Non-defining Clause”)

  • Daniel’s mother, who loves him very much, has made many sacrifices for his education.

(แม่ของแดเนี่ยล  ซึ่งรักเขามาก  ได้เสียสละหลายอย่างเพื่อการศึกษาของเขา)

  • All the books, which had pictures in them, were sent to the library.

(หนังสือทั้งหมด  ซึ่งมีรูปภาพประกอบในมัน  ถูกส่งไปห้องสมุด)  (หนังสือทุกเล่มถูกส่งไปห้องสมุด  และหนังสือทุกเล่มนี้มีภาพประกอบ  จะสังเกตได้ว่า  แม้ตัดข้อความ  “ซึ่งมีรูปภาพประกอบในมัน”  ทิ้งไป  ใจความของประโยคก็ยังคงชัดเจน-เข้าใจได้เหมือนเดิม  คือ  หนังสือทุกเล่มถูกส่งไปห้องสมุด)

  • The Golden Hind, in which Drake sailed around the world, was only a small ship.

(เรือโกลเด้นไฮนด์  ซึ่งกัปตันเดร้กใช้แล่นรอบโลก  เป็นเพียงเรือลำเล็กๆ เท่านั้น)  (“เรือโกลเด้นไฮนด์”  มีความชัดเจน (ชี้เฉพาะ) อยู่แล้ว  เพราะมีอยู่ลำเดียวในโลก  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือ  “Non-defining Clause”)

  • Oliver Twist, which is a famous novel, was written by Charles Dickens.

(หนังสือโอลิเวอร์ ทวิสต์  ซึ่งเป็นนิยายที่มีชื่อเสียง  ถูกเขียนโดยชาร์ลส ดิ๊กเค่นส์)  (“หนังสือโอลิเวอร์ ทวิสต์”  มีความชัดเจน (ชี้เฉพาะ) อยู่แล้ว  เพราะมีอยู่เรื่องเดียวในโลก  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือ  “Non-defining Clause”)

  • Lucy has a brother, who is a doctor.

(ลูซี่มีพี่ชาย ๑ คน  ซึ่งเป็นหมอ)  (ลูซี่มีพี่ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น  แม้ตัดคลอสที่มาขยายออกไป  ก็ยังได้ใจความชัดเจนเหมือนเดิม  กล่าวคือ  ข้อความในประโยคใหญ่ชัดเจนอยู่แล้ว (ลูซี่มีพี่ชายเพียงคนเดียว)  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือเป็น  “Non-defining Clause”)

  • My father, whom you met in New York, is now back in Bangkok.

(พ่อของฉัน  ซึ่งคุณพบในนิวยอร์ก  ขณะนี้กลับมาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว)  (“พ่อของฉัน”  มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น  ชี้เฉพาะอยู่แล้ว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก)

  • Brian’s new car, which was very expensive, crashed into a post last Friday.

(รถยนต์คันใหม่ของไบรอั้น  ซึ่งมีราคาแพงมาก  ชนกับเสาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว)  (รถคันใหม่ของไบรอั้นชี้เฉพาะอยู่แล้ว  เพราะมีอยู่คันเดียว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก)

  • The Bangkok Bank, where she keeps her money now, is a very old and reliable bank.

(ธนาคารกรุงเทพฯ  ซึ่งเธอฝากเงินของเธอในปัจจุบัน  เป็นธนาคารเก่าแก่และน่าเชื่อถือมาก)  (“ธนาคารกรุงเทพฯ”  เป็นชื่อเฉพาะ  ชัดเจนอยู่แล้ว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือเป็น  “Non-defining Clause”

  • The Provincial Waterworks Authority (PWA), which provides piped water supplies service in the region, is a well-known state enterprise.

(การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)  ซึ่งให้บริการน้ำประปาในส่วนภูมิภาค  เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อเสียง)  (กปภ. เป็นชื่อเฉพาะของหน่วยงาน  มีอยู่เพียงแห่งเดียว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือเป็น  “Non-defining Clause”)   

  • The earth, which revolves around the sun, is called a planet.

(โลก  ซึ่งหมุนรอบดวงอาทิตย์  ถูกเรียกว่าดาวเคราะห์)  (“โลก”  เป็นดาวดวงหนึ่งในระบบสุริยะ  ถือเป็นชื่อเฉพาะ  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือเป็น  “Non-defining Clause”

  • Dr. William Smith, who gave the lecture yesterday, is a famous scientist.

(ด็อกเตอร์วิลเลียมส์ สมิธ  ซึ่งบรรยายเมื่อวานนี้  เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง)  (“ด็อกเตอร์วิลเลียมส์ สมิธ”  เป็นชื่อเฉพาะ  มีอยู่เพียงคนเดียวในโลก  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือเป็น  “Non-defining Clause”)

              มีข้อสังเกตว่า  “Non-defining Adjective Clause”  ส่วนใหญ่แล้ว   มักจะขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้ามันเพียงคำเดียว  แต่บางครั้งอาจขยายข้อความที่อยู่ข้างหน้ามันทั้งหมด  หรือขยายประโยคใหญ่  (Main clause)  ทั้งประโยคนั่นเอง  ทั้งนี้  ต้องพิจารณาความหมายในประโยคเป็นกรณีไป  ซึ่งโครงสร้างนี้ต่างจาก  “Defining Adjective Clause”  (ที่จะได้อธิบายต่อไป)  ที่ขยายเฉพาะคำนามที่อยู่หน้ามันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  ดูเปรียบเทียบความแตกต่างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

  • Kevin bought his wife a car which was very expensive.

(เควิ่นซื้อรถยนต์ให้ภรรยาของเขา  ซึ่ง (รถ) มีราคาแพงมาก)  (“Which was very expensive”  เป็น  Defining Adjective Clause  ขยาย  Car  เพียงคำเดียว  ซึ่ง  Clause   ที่มาขยาย  แยกรถยนต์คันนี้ออกจากรถยนต์คันอื่นๆ  คือ  ไม่ได้ซื้อรถยนต์ราคาถูก)

  • Kevin bought his wife a car, which was displayed in a motor show festival.

(เควิ่นซื้อรถยนต์ให้ภรรยาของเขา  ซึ่ง (รถ) ถูกแสดงในงานแสดงรถยนต์) (“Which was displayed in a motor show festival”  เป็น  Non-defining Adjective Clause  ขยาย  Car  เพียงคำเดียว  ซึ่ง  Clause  ที่มาขยาย  มิได้มีความสำคัญแต่อย่างใด  เพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์คันหนึ่งเท่านั้น)

  • Kevin bought his wife a car, which satisfied her very much.

(เควิ่นซื้อรถยนต์ให้ภรรยาของเขา  ซึ่ง – การที่เขาซื้อรถให้เธอนั้น - ทำให้เธอพอใจอย่างมาก)  (“Which satisfied her very much”  เป็น  Non-defining Adjective Clause  ขยายข้อความ หรือประโยคใหญ่  (Kevin bought his wife a car) ทั้งประโยค)  ทั้งนี้  Clause  ที่มาขยาย  มิได้มีความสำคัญแต่อย่างใด  เพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมว่า  ภรรยารู้สึกอย่างไรเมื่อเควิ่นซื้อรถยนต์ให้เธอ)

                ดูเพิ่มเติมประโยคที่  Non-defining Adjective Clause  ขยายคำนามเพียงคำเดียว  และขยายประโยคใหญ่ (Main clause) ทั้งประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง  (ซึ่งในกรณีเช่นนี้  ไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับประโยคที่มี  Defining Adjective Clause)

  • Dave showed me his hands, which were covered with mud.

(เดฟเอามือของเขาให้ผมดู  ซึ่ง (มือ) มีโคลนติดเต็มไปหมด)  (“Which were covered with mud”  เป็น  Non-defining Adjective Clause  ขยาย  “มือ”  เพียงคำเดียว  ซึ่ง Clause นี้ไม่ได้มีความสำคัญอย่างใด  เพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “มือ” เท่านั้น)

  • Jason is trying to fly with his hands, which is impossible.

(เจสันพยายามจะบินด้วยมือทั้งสองของเขา  ซึ่ง (การบินด้วยมือ) เป็นไปไม่ได้)  (“Which is impossible”  เป็น  Non-defining Adjective Clause  ขยายข้อความ หรือประโยคใหญ่  (Jason is trying to fly with his hands)  ทั้งประโยค  ทั้งนี้  Clause  ที่มาขยาย  มิได้มีความสำคัญแต่อย่างใด  เพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของการพยายามบินด้วยมือเท่านั้น)

                  จงเปรียบเทียบ ๒ ประโยคที่มี  Non-defining Adjective Clause  ข้างล่าง

  • Over fifty thousand people across the world work for the United Nations, which is a global organization.

(คนกว่า ๕๐,๐๐๐ คนทั่วโลกทำงานให้กับสหประชาชาติ  ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลก)  (“Which is a global organization”  เป็น  Non-defining Adjective Clause  ขยาย  “The United Nations”  เพียงคำเดียว  ซึ่ง Clause นี้ไม่ได้มีความสำคัญอย่างใด  เพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  “สหประชาชาติ”  เท่านั้น )

  • Over fifty thousand people across the world work for the United Nations, which allows it to achieve most of its urgent tasks.

(คนกว่า ๕๐,๐๐๐ คนทั่วโลกทำงานให้กับสหประชาชาติ  ซึ่งทำให้ UN สามารถบรรลุงานที่เร่งด่วนของตนได้)  (“Which allows it to achieve most of its urgent tasks”  เป็น  Non-defining Adjective Clause  ขยายข้อความ หรือประโยคใหญ่ (Over fifty thousand people across the world work for the United Nations) ทั้งประโยค  ทั้งนี้  Clause  ที่มาขยาย  มิได้มีความสำคัญแต่อย่างใด  เพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของการมีเจ้าหน้าที่กว่า ๕๐,๐๐๐ คนทั่วโลก  ทำงานให้กับสหประชาชาติ)

            สำหรับ  “Defining Adjective Clause”  (อนุประโยคที่ชี้เฉพาะ  เนื่องจากคำนามที่ถูกมันขยายยังไม่มีความชัดเจน หรือไม่ชี้เฉพาะ)  ใช้ขยายนามหรือสรรพนามที่อยู่ข้างหน้ามัน  เพื่อให้ได้ใจความสมบูรณ์และชัดเจนขึ้นว่า  เป็นคนไหน,  สิ่งไหน,  อะไร,  ของใคร  เป็นต้น  ทั้งนี้  หากไม่มี   “Defining Adjective Clause”  มาขยายแล้ว  คำนามหรือสรรพนามที่กล่าวถึงนั้นก็จะไม่เจาะจง  จะเป็นเพียงการกล่าวลอยๆ  ยากที่ผู้ฟังจะเข้าใจได้ชัดเจนว่าเป็นใคร,  อะไร หรือของใคร  ทั้งนี้เพราะขาด  “Defining Adjective Clause”  มาช่วยขยายความหรือชี้เฉพาะให้เห็นเด่นชัดนั่นเอง  กล่าวคือ  มาช่วยแยกนามหรือสรรพนามตัวที่ถูกมันขยาย  ออกจากนามหรือสรรพนามทั่วๆ ไป  เพื่อให้รู้ว่า เป็นใคร, อะไร,  สิ่งไหน ที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น  กล่าวอย่างง่ายคือ  เมื่อคำนามหรือสรรพนามไม่มีความชัดเจนว่าเป็นใคร, สัตว์ตัวใด, สิ่งไหน, สถานที่ไหน  ก็จำเป็นต้องมีอนุประโยค  (Defining Adjective Clause)  มาขยายเพื่อให้เกิดความชัดเจน  หรือเพื่อแยกคำนาม-สรรพนามดังกล่าวออกจากคำนามอื่นๆ  ทำให้ผู้อ่าน-ผู้ฟังสามารถเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  จงพิจารณาประโยคตัวอย่างข้างล่าง  ซึ่งคำนามที่ขีดเส้นใต้ยังไม่มีความชัดเจน  จำเป็นต้องมี  Defining Adjective Clause  มาขยาย

  • The robber was arrested.

(โจรถูกจับ)

  • The car belongs to my father.

(รถยนต์เป็นของพ่อของผม)

  • The house is near the railway station

(บ้านอยู่ใกล้สถานีรถไฟ)

  • The police questioned the woman.

(ตำรวจซักถามผู้หญิง)

  • The plan was finally turned down.

(แผนในที่สุดถูกปฏิเสธ)

  • The subject is English.

(วิชาคือภาษาอังกฤษ)

  • He will take us to the town.

(เขาจะพาเราเข้าเมือง)

  • Some of the boys didn’t come to my party.

(เด็กบางคนไม่มางานเลี้ยงของผม)

                จากทุกประโยคที่ยกมาข้างบน  ผู้ฟังจะไม่รู้เลยว่า  ขโมยคนไหนถูกจับ,  รถคันไหนเป็นของพ่อผม,  บ้านหลังไหนอยู่ใกล้สถานีรถไฟ,  ตำรวจซักถามผู้หญิงคนไหน,  แผนอะไรที่ถูกปฏิเสธ,  วิชาอะไรคือภาษาอังกฤษ,  เขาจะพาเราไปเมืองไหน,  และเด็กคนไหนที่ไม่มางานเลี้ยง  อย่างไรก็ตาม  เมื่อเราเพิ่ม  “Defining Adjective Clause”  เข้าข้างหลังคำนาม (เป็นประธานของประโยค  หรืออยู่ท้ายประโยค  โดยเป็นกรรมของกริยา หรือ Preposition)  ใจความก็จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  เช่น

  • The robber who plundered the bank yesterday was arrested.

(โจรซึ่งปล้นธนาคารเมื่อวานนี้ถูกจับ)

  • The car which I drive to the university belongs to my father.

(รถซึ่งผมขับไปมหาวิทยาลัยเป็นของพ่อของผม)

  • The house where I live is near the railway station.

(บ้านที่ผมอาศัยอยู่ใกล้สถานีรถไฟ)

  • The police questioned the woman whose car was stolen.

(ตำรวจซักถามผู้หญิงผู้ซึ่งรถของเธอถูกขโมย)

  • The plan which I proposed to the committee was finally turned down. 

(แผนซึ่งผมเสนอต่อคณะกรรมการได้รับการปฏิเสธในที่สุด)

  • The subject in which I am interested is English.

(วิชาซึ่งผมสนใจคือภาษาอังกฤษ)

  • He will take us to the town where we can see old temples.

(เขาจะพาเราไปที่เมือง  ซึ่งเราสามารถดูวัดเก่าแก่ได้)

  • Some of the boys whom (who) I invited did not come to my party. 

(เด็กบางคนซึ่งผมเชิญไม่มางานเลี้ยงของผม)  (Whom เป็นกรรมของ Invited  จึงสามารถใช้ Who แทนได้  หรืออาจตัดทิ้งได้ทั้ง ๒ คำ,  ยกเว้นเมื่อตามหลัง Preposition  ไม่สามารถใช้ Who แทนได้  เช่น  For whom, To whom, With whom  ดังเช่นประโยคข้างล่าง)

  • The woman to whom I wrote a letter is my younger sister.  (= The woman whom (who) I wrote a letter to is my younger sister.)

(ผู้หญิงที่ผมเขียนจดหมายถึงเป็นน้องสาวของผม)  (ในประโยคแรก  ไม่สามารถใช้ Who แทน Whom ได้  เนื่องจากตามหลัง Preposition  “To”,  แต่สำหรับประโยคในวงเล็บ  สามารถใช้  Who แทน Whom ได้  หรือสามารถตัดทั้ง ๒ คำออกไปก็ได้  แต่ต้องคง Preposition  “To”  เอาไว้,  ดังประโยคข้างล่าง  ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง ๕ แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน)

  • The woman I wrote a letter to is my younger sister.  (เนื่องจาก Who, Whom, That เป็นกรรมของ Preposition “To”  จึงสามารถละได้ – ไม่ต้องเขียนลงไป)
  • The woman whom I wrote a letter to is my younger sister.
  • The woman who I wrote a letter to is my younger sister.
  • The woman that I wrote a letter to is my younger sister.
  • The woman to whom I wrote a letter is my younger sister.

(ผู้หญิงซึ่งผมเขียนจดหมายไปถึง  เป็นน้องสาวของผม)

                 ทั้งนี้  ห้ามใช้ ๒ โครงสร้างข้างล่าง (ผิดหลักไวยากรณ์)

  • The woman to who I wrote a letter is my younger sister.
  • The woman to that I wrote a letter is my younger sister.

                ดูเพิ่มเติม ๔ ประโยคข้างล่าง  ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน

  • This is the book which you should begin with.
  • This is the book with which you should begin.
  • This is the book that you should begin with.
  • This is the book you should begin with.

(เนื่องจาก Which หรือ  That เป็นกรรมของ Preposition “With”  จึงสามารถละได้ – ไม่ต้องเขียนลงไป)

(ทั้ง ๔ ประโยคข้างบน  หมายถึง  “นี้คือหนังสือซึ่งคุณควรเริ่มต้นด้วย”)  (ถ้าคุณต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่น, วิธีปรุงอาหาร, ปลูกต้นไม้ ฯลฯ)

สรุป  -  จากประโยคข้างบนทั้งหมดที่มี  “Defining Adjective Clause”  ขยายประธาน  หรือคำนามข้างในประโยค  เราสามารถสรุปลักษณะของ  “Defining Adjective Clause”  ได้ดังนี้

               ๑,  ทำหน้าที่ขยายนามที่อยู่ข้างหน้า  เพื่อให้ได้ใจความที่สมบูรณ์และชัดเจนยิ่งขึ้นว่า  หมายถึงใคร,  อะไร  (คือแยกนามนั้นออกจากนามตัวอื่นๆ)

               ๒.  ไม่มีเครื่องหมาย “คอมม่า” คั่นอยู่ระหว่างคำนาม (ประธานประโยค หรือคำนามที่อยู่ท้ายประโยค)  กับ  “Defining Adjective Clause

               ๓. ใช้คำ  “Relative Pronoun”  ที่ขึ้นต้น (นำหน้า)  “Defining Adjective Clause”  ให้เหมาะสมกับนามที่ถูกมันขยาย  และหน้าที่ของมันด้วย  ว่าขยายคน, สัตว์, สิ่งของ, สถานที่ ฯลฯ  (Who, Whom, Which, Whose, That, Where)

                     ดูเพิ่มเติมตัวอย่าง  “Defining Adjective Clause”  จากประโยคข้างล่าง

  • Jeff gave a tip to the porter who carried his luggage.

(เจฟฟ์ให้เงินค่าทิปแก่คนขนของ  ผู้ซึ่งแบกกระเป๋าเดินทางของเขา)  (คนขนของมีอยู่มากมาย  แต่เจฟฟ์ให้เงินค่าทิปเฉพาะกับคนที่แบกกระเป๋าฯ ของเขาเท่านั้น  จึงต้องใช้  “Defining Adjective Clause”  ขยาย  เพื่อให้ชัดเจนว่าคนแบกของคนไหน)

  • Bring me the books which are on my desk.

(จงนำหนังสือที่อยู่บนโต๊ะของฉันมาให้ฉัน)  (หนังสือมีอยู่มากมาย  แต่ฉันจะเอาเฉพาะหนังสือที่อยู่บนโต๊ะของฉันเท่านั้น  หนังสือที่อื่นฉันไม่เอา  จึงต้องใช้  “Defining Adjective Clause”  ขยาย  เพื่อให้ชัดเจนว่าให้ไปเอาหนังสือเล่มไหน) 

  • The book which Mary lent me was very interesting.

(หนังสือซึ่งแมรี่ให้ผมยืมน่าสนใจมาก(หนังสือมีอยู่มากมาย  แต่เฉพาะเล่มที่แมรี่ให้ผมยืมเท่านั้นที่น่าสนใจมาก  จึงต้องใช้  “Defining Adjective Clause”  ขยาย  เพื่อบอกให้ชัดเจนว่า  หนังสือเล่มไหนที่น่าสนใจมาก)

  • The man who came here yesterday is my father.

(ผู้ชายที่มาที่นี่เมื่อวานนี้เป็นพ่อของผม)  (ผู้ชายมีมากมาย  แต่คนที่เป็นพ่อของผมคือคนที่มาที่นี่เมื่อวานนี้  จึงต้องใช้  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่าผู้ชายคนไหนเป็นพ่อของผม)

  • The student who answered the question was Tony.

(นักเรียนผู้ซึ่งตอบคำถามคือโทนี่)  (นักเรียนมีมากมาย  แต่คนที่ตอบคำถามคือโทนี่  จึงต้องใช้  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่านักเรียนคนไหนคือโทนี่) 

  • We are proud of the boy who wrote this poem.

(เราภูมิใจในเด็กซึ่งเขียนโคลงบทนี้)  (เด็กมีอยู่มากมาย  จึงต้องเอา  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  เราภูมิใจในเด็กคนไหน) 

  • Thank you for the help that you have given me.

(ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ  ที่คุณให้กับฉัน)  (ไม่รู้ว่าความช่วยเหลืออะไร  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  ความช่วยเหลืออะไร) 

  • A mother who love her son should make many sacrifices for his education.

(แม่ซึ่งรักลูกชายของตน  ควรเสียสละมากมายเพื่อการศึกษาของเขา)  (แม่ที่ควรเสียสละมีมากมาย  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  แม่คน (แบบ) ใดที่ควรทำเช่นนั้น)

  • King Naresuan was one of the greatest heroes that Thailand has ever had.

(พระนเรศวรเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง  ที่ประเทศไทยเคยมีมา)  (วีรบุรุษมีมากมาย  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่าวีรบุรุษคนไหน)

  • All the books which had pictures in them were sent to the library.

(หนังสือทุกเล่ม  ซึ่งมีภาพประกอบในมัน  ถูกส่งไปยังห้องสมุด)  (หนังสือมีมากมาย  แต่ที่ถูกส่งไปห้องสมุด  ต้องเฉพาะเล่มที่มีภาพประกอบเท่านั้น  เล่มที่ไม่มีภาพฯ ไม่ต้องส่ง  คือส่งไปทุกเล่ม  เฉพาะที่มีภาพ)

                  จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • All the books, which had pictures in them, were sent to the library.

(หนังสือทุกเล่ม  ซึ่งมีภาพประกอบในมัน  ถูกส่งไปยังห้องสมุด)  (หนังสือทุกเล่มถูกส่งไปห้องสมุด  และหนังสือทุกเล่มนั้นก็มีภาพประกอบด้วย  จะเห็นว่า  แม้ตัด  Non-defining Adjective Clause  ทิ้งไป  ประโยคที่เหลือ (Main clause)  ก็ยังคงได้ใจความสมบูรณ์-ชัดเจน  คือ  หนังสือทุกเล่มถูกส่งไปห้องสมุดหมด  ซึ่งบังเอิญว่าหนังสือเหล่านั้นมีภาพประกอบอยู่ด้วย)

  • Lucy has a brother who is a doctor.

(ลูซี่มีพี่ชาย ๑ คน  ซึ่งเป็นหมอ)  (ลูซี่มีพี่ชายหลายคน (อย่างน้อย ๒ คน)  และเป็นหมอ ๑ คน  จะเห็นว่าถ้าตัดคลอสที่ขยายพี่ชายออก  คือ  “Who is a doctor”  จะกลายเป็นว่า  ลูซี่มีพี่ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น  แต่ไม่รู้ว่ามีอาชีพอะไร)

              จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • Lucy has a brother, who is a doctor.

(ลูซี่มีพี่ชาย ๑ คน  ซึ่งเป็นหมอ)  (เนื่องจาก  Non-defining Adjective Clause (who is a doctor)  มิได้มีความสำคัญในประโยค  เพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำนามที่มันขยายเท่านั้น  แม้ตัดทิ้งไป  ประโยคที่เหลือก็ยังมีใจความชัดเจน  ประโยคข้างบนจึงมีความหมายว่า  ลูซี่มีพี่ชาย ๑ คนเท่านั้น  ซึ่งเป็นหมอด้วย)

  • The car which Brian bought crashed into a post last Friday.

(รถยนต์ซึ่งไบรอั้นซื้อ  ชนเสาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา)  (รถยนต์มีมากมาย  ไม่รู้ว่าคันไหนชนเสา  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  “รถคันที่ไบรอั้นซื้อ”  ชนเสา  จึงจะได้ใจความชัดเจน)

                  จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • Brian’s new car, which was very expensive, crashed into a post last Friday.

(รถยนต์คันใหม่ของไบรอั้น  ซึ่งมีราคาแพงมาก  ชนเสาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา)  (“รถยนต์คันใหม่ของไบรอั้น”  มีความชัดเจน หรือชี้เฉพาะอยู่แล้วว่าเป็นรถคันไหน-ของใคร  ที่ชนเสาฯ  ข้อความที่มาขยายรถคันนี้  จึงเป็น  Non-defining Adjective Clause  (คลอสที่ไม่ชี้เฉพาะ  เพราะคำนามชี้เฉพาะอยู่แล้ว)  เพียงบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถคันนี้เท่านั้น  ไม่ต้องมีก็ได้)

  • The house of which the windows (หรือ the windows of which) were painted green is now on fire.

(บ้านซึ่งหน้าต่างทาสีเขียว  กำลังถูกไฟไหม้ขณะนี้)  (เนื่องจากไม่ชัดเจนว่าบ้านหลังไหนกำลังถูกไฟไหม้  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  บ้านหลังใดกำลังถูกไฟไหม้)

                 จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • My house, of which the windows (หรือ the windows of which) were painted green, is on Sukhumvit Road.

(บ้านของผม  ซึ่งหน้าต่างทาสีเขียว  อยู่บนถนนสุขุมวิท)  (“บ้านของผม”  ชี้เฉพาะ หรือชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นบ้านหลังใด  ซึ่งอยู่บนถนนสุขุมวิท  ดังนั้น  ข้อความที่มาขยาย  จึงเป็น  Non-defining Adjective Clause  คือเพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านของผมเท่านั้น  ซึ่งไม่ต้องมีคลอสนี้ก็ได้  ประโยคใหญ่ (Main clause)  ก็ยังคงได้ใจความชัดเจน)

  • I could remember the day when I first met my wife.

(ผมสามารถจำได้วันซึ่งผมพบกับภรรยาครั้งแรก(เนื่องจากไม่ชัดเจนว่าจำได้เกี่ยวกับวันอะไร  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่าจำได้เกี่ยวกับวันอะไร)

                  จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • We will put off the picnic until next week, when the weather may be better.

(เราจะเลื่อนการปิกนิกออกไปจนกระทั่งสัปดาห์หน้า  เมื่ออากาศอาจจะดีขึ้น)  (“สัปดาห์หน้า”  ชัดเจน หรือชี้เฉพาะอยู่แล้วว่าเป็นเวลาใด  ข้อความที่มาขยายจึงเป็น  Non-defining Adjective Clause  คือเพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัปดาห์หน้าเท่านั้น)

  • The bank where she keeps her money now is a very old and reliable bank.

(ธนาคารซึ่งเธอฝากเงินในปัจจุบัน  เป็นธนาคารเก่าแก่และน่าเชื่อถือมาก)  (เนื่องจากไม่ชัดเจนว่า  ธนาคารใดเก่าแก่และน่าเชื่อถือมาก  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  คือธนาคารซึ่งเธอฝากเงินในปัจจุบัน)

                  จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The Bangkok Bank, where she keeps her money now, is a very old and reliable bank.

(ธนาคารกรุงเทพฯ  ซึ่งเธอฝากเงินของเธอในปัจจุบัน  เป็นธนาคารเก่าแก่และน่าเชื่อถือมาก)  (“ธนาคารกรุงเทพฯ”  เป็นชื่อเฉพาะ  ชัดเจนอยู่แล้ว  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือเป็น  “Non-defining Clause”)

  • The gentlemen who gave the lecture yesterday is a famous scientist.

(สุภาพบุรุษผู้ซึ่งบรรยายเมื่อวานนี้  เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง)  (เนื่องจากไม่ชัดเจนว่าสุภาพคนใดเป็นนักวิทยาศาสตร์มีชื่อเสียง  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  “คนที่บรรยายเมื่อวานนี้”  ข้อความจึงชัดเจน)

                   จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • Dr. William Smith, who gave the lecture yesterday, is a famous scientist.

(ด็อกเตอร์วิลเลียม สมิธ  ซึ่งบรรยายเมื่อวานนี้  เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง)  (“ด็อกเตอร์วิลเลียมส์ สมิธ”  เป็นชื่อเฉพาะ  มีอยู่เพียงคนเดียวในโลก  คลอสที่มาขยายจึงไม่ต้องชี้เฉพาะอีก  คือเป็น  “Non-defining Clause”)

  • Sandra’s father, who is very strict with his children, does not allow her to go out at night.

(พ่อของแซนดร้า  ซึ่งเข้มงวดกับลูกๆ ของตนมาก  ไม่อนุญาตให้เธอออกไปข้างนอกตอนกลางคืน)  (“พ่อของแซนดร้า”  ชี้เฉพาะ หรือชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นใคร  ดังนั้น  ข้อความที่มาขยาย  จึงเป็น  Non-defining Adjective Clause  คือเพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพ่อของแซนดร้าเท่านั้น  ซึ่งไม่ต้องมีคลอสนี้ก็ได้  ประโยคใหญ่ (Main clause)  ก็ยังคงได้ใจความชัดเจน  คือ  พ่อไม่ยอมให้เธออกไปข้างนอกบ้านตอนกลางคืน)

                  จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • A man who is very strict with his children does not allow his daughter to go out at night.

(ชายซึ่งเข้มงวดกับลูกๆ ของตนมาก  ไม่อนุญาตให้ลูกสาวของตนออกไปข้างนอกตอนกลางคืน)  (เนื่องจากไม่ชัดเจนว่า  ชายไหนไม่อนุญาตให้ลูกสาวของตนออกไปข้างนอกตอนกลางคืน  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause”  มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  “ชายซึ่งเข้มงวดกับลูกๆ ของตนมาก”  ไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น  จึงได้ใจความชัดเจน)

 

5. In spite of medical advances, that disease is usually fatal.

(ทั้งๆ ความก้าวหน้าทางการแพทย์  โรคภัยนั้นมักจะ  ร้ายแรงถึงตาย-ทำให้ตายได้-ถึงตาย)

(a) curable    (สามารถรักษาให้หายได้)

(b) deadly    (เป็นอันตรายถึงตาย,  ร้ายแรงถึงตาย)

(c) painful    (เจ็บปวด)

(d) indubitable    (ไม่ต้องสงสัย, แน่นอน)

(e) eminent    (เด่น, มีชื่อเสียง)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. The tendency of the human body to reject foreign matters is the primary impediment to successful tissue transplantation.

(แนวโน้มของร่างกายมนุษย์ที่จะปฏิเสธวัตถุแปลกปลอมเป็น  อุปสรรค-การขัดขวาง-การต้านทาน-การพูดติดอ่าง-ความบกพร่องในการพูด  สำคัญที่สุด (อันดับแรก)  ต่อการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อที่ประสบความสำเร็จ)  (“Impediment to”  =  “เป็นอุปสรรคต่อ”)

(a) factor in    (ปัจจัยใน)

(b) obstacle to    (อุปสรรค-สิ่งกีดขวางต่อ)

(c) occurrence in    (การเกิดขึ้นใน)

(d) phenomenon of    (ปรากฏการณ์ของ)

(e) rival of    (ไร้-เวิ่ล)  (คู่ต่อสู้-คู่แข่งขัน-คู่ปรับ  ของ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Interest rates generally fluctuate in a cyclical manner depending upon the strength and weakness of the economic system.

(อัตราดอกเบี้ย  โดยทั่วไปแล้ว  เปลี่ยนแปลง-ขึ้นๆ ลงๆ-ผันแปร-แกว่งไปมา-ทำให้เปลี่ยนแปลงหรือขึ้นๆลงๆ  ในแบบเป็นวัฏจักร (วงรอบ)  ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งและความอ่อนแอของระบบเศรษฐกิจ)

(a) vary    (เปลี่ยนแปลง, แตกต่าง)

(b) inflate   {(เงิน) เฟ้อ, โป่ง, บวม, พอง}

(c) augment    (เพิ่มขึ้น, ทำให้เพิ่ม)

(d) jeopardize    (เสี่ยงอันตราย, เสี่ยงภัย, ทำให้เป็นอันตราย)

(e) proclaim    (โพร-เคล่ม)  (ประกาศ, แถลงการณ์)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

8. Some people endure (เอน-ดิ๊ว-เออะ) great suffering without complaining at all while those who cannot cope with pain complain endlessly.

(บางคน  อดทน-ทนทาน-อดกลั้น-ยืนยง  ความเจ็บปวด (ความทุกข์ยาก) อย่างใหญ่หลวง  โดยมิได้บ่นอุทธรณ์เลย  ในขณะที่บุคคลผู้ไม่สามารถรับมือกับความเจ็บปวด  จะบ่น (คร่ำครวญ) อย่างไม่จบไม่สิ้น)

(a) perceive    (สังเกตเห็น, มองเห็น, มองออก, เข้าใจ, สัมผัสรู้)

(b) admit    (ยอมรับ, ยอมให้, รับสารภาพ, ให้เข้า, รับเข้า, ให้สิทธิเข้าได้)

(c) tolerate    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

(d) abridge    (ทำให้สั้น, ย่อให้สั้น)

(e) publicize    (โฆษณา, ประกาศ, เผยแพร่)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

9. She is aware of the fact that Mark Twain ___________________________ many funny books. 

(เธอตระหนักถึงข้อเท็จจริงที่ว่า  มาร์ค  ทเวน _________ หนังสือประเภทสนุก-น่าขบขัน  จำนวนมาก)

(a) has written    (ได้เขียน)

(b) has wrote    (Has + Verb 3)

(c) had wrote    (Had + Verb 3)    

(d) wrote    (เขียน)  (เป็นการกระทำในอดีต)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  คำตอบใน ข้อ  (a)  ก็ใช้ได้  แต่ควรเลือก ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ (เขียน) ในอดีต

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป