หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 632)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. I don’t object ____________________________ the early start.  I’ve always been an early riser.

(ผมไม่คัดค้าน _______________ การเริ่มต้น (ออกเดินทาง) แต่เช้าตรู่,  ผมเป็นคนตื่นแต่เช้าเสมอ)

(a) to    (กับ)

(b) against

(c) in

(d) at

(e) on

ตอบ  –  ข้อ  (a)  “Object to”  หมายถึง  “คัดค้าน, ไม่ชอบ, ไม่เห็นด้วย”  ต้องตามด้วย  “To + Verb + ing”  หรือคำนาม หรือวลี  เช่น

  • We object to the selection of Tom as our team leader.

(พวกเราไม่เห็นด้วยกับการเลือกทอม  เป็นหัวหน้าทีมของพวกเรา)   

  • They objected to going out in the rain.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการออกไปข้างนอกท่ามกลางฝน)

                  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “To + Verb + ing  หรือ  คำนาม หรือวลี  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I object ___________________________________________ my lunch because of him.

(ผมไม่เห็นด้วย _______ อาหารกลางวันของผม  เพราะว่าเขา)  (หมายถึง  อดกินอาหารกลางวันเพราะเขา  เช่น  ต้องไปรับหรือพบเขา)

(a) to miss

(b) miss

(c) to missing    (กับการพลาด)

(d) missing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Object”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)  ต้องตามด้วย  “To + Verb + ing  หรือวลี

                                  ตัวอย่างที่ 

  • He devoted himself to _____________________________________________ the poor.

(เขาอุทิศตนเองให้กับ __________________________________________ คนยากคนจน)

(a) help

(b) helping    (การช่วยเหลือ)

(c) being helped

(d) be helping

ตอบ -  ข้อ  (b)  เนื่องจากในวลี   “Devote himself to”,  “To”  เป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วย  “Verb + ing  หรือคำนาม หรือวลี  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกันจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I am looking forward to __________________________________________ your letter.

(ผมกำลังตั้งตารอคอย _______________________________________ จดหมายของคุณ)

(a) receive

(b) be received

(c) receiving    (การได้รับ)

(d) have received

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Look forward to + Verb + ing  หรือวลี

                                 ตัวอย่างที่ 

  • His daughter wrote to him that she was looking forward to _________________ home soon.

(ลูกสาวของเขาเขียนจดหมายถึงเขา  บอกว่าเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอย __________ บ้านเร็วๆ นี้)

(a) come

(b) coming    (การกลับมา)

(c) be coming

(d) have come

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Look  forward to + Verb + ing  หรือวลี” 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I shall look forward ___________________________________________ from you soon.

(ผมจะตั้งตารอ _______________________________________________ จากคุณโดยเร็ว)

(a) to hear

(b) for hear

(c) to hearing     (ที่จะได้ยินข่าว – คือได้รับจดหมายหรือการติดต่อด้วยวิธีอื่นๆ)

(d) for hearing

ตอบ  -  ข้อ   (c)

                                 ตัวอย่างที่  

  • I wish you and your wife many years of happiness together and look forward ______ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ  (หรือ “ตั้งตารอ”) ___

_______ คุณทั้ง  ๒  คน)  (หมายถึงในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing    (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “To”  ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้  ถือเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนามหรือ  “Gerund” (Verb + ing)   ได้แก่  “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย, ปรารถนาที่จะ),  “Be opposed to”  (คัดค้าน หรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง), “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Admit”  (ยอมรับ),  “Devote……....to”  (อุทิศ...........ให้กับ),  “Dedicate……..…to”  (อุทิศ..............ให้กับ),  “Apply…....…to”  (ประยุกต์ ............. เข้ากับ)  ดังประโยคตัวอย่าง

  • She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

  • He looks forward to his birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

  • He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการตั้งครรภ์)

  • He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

  • We were opposed to paying a lot of money for luxurious goods.

(เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจ่ายเงินจำนวนมากกับสินค้าฟุ่มเฟือย)

  • The President was opposed to the development of nuclear weapons.  (หรือ  was opposed to developing nuclear weapons”)

(ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)        

  • They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work. 

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

2. Let’s take a walk in the park, _________________________________________________?

(พวกเราไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกัน, _______________________________________)

(a) do we

(b) don’t we

(c) won’t we

(d) shall we    (เอาไหม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นประโยคเชิญชวน-ชักชวน,  ในกรณีเป็นประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง  ในส่วน  “Tag”  ใช้  “Will you?”  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Please lend me your new car, ___________________________________________ you?

(โปรดให้ผมยืมรถคันใหม่ของคุณ ___________________________________________)

(a) don’t

(b) may

(c) will    (ได้ไหม)

(d) shall

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประโยค  “ขอร้อง”  ในส่วน  “Tag”  จึงต้องใช้  “Will you

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Have this one, ________________________________________________________?

(เอาอันนี้ไปซิ ________________________________________________________)

(a) do you

(b) don’t you

(c) will you    (ได้ไหม หรือ ตกลงไหม)

(d) haven’t you

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง  ในส่วน  “Tag”  จะใช้  “Will you”  ดูเพิ่มเติมประโยคคำสั่ง,  ขอร้อง  และเชิญชวน  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • Do it yourself, ________________________________________________________?

(จงทำมันด้วยตัวของคุณเอง ______________________________________________)

(a) shall we

(b) don’t we

(c) don’t you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “ประโยคคำสั่ง  หรือ ขอร้อง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Just see if that water is becoming hot, _______________________________________?

(ไปดูหน่อยซิว่า  น้ำกำลังร้อน (เดือด) หรือไม่, ___________________________________)

(a) do you

(b) don’t you

(c) won’t you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง  ในส่วน  “Tag”  จึงต้องใช้  “Will you”  สำหรับ  “If”  ในประโยคนี้  เท่ากับ  “Whether”  (หรือไม่)

                                  ตัวอย่างที่  

  • Do it at once, ________________________________________________________?

(จงทำมันโดยทันที ____________________________________________________)

(a) don’t you

(b) shall we

(c) do you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Question tag”  ที่ตามหลังข้อความที่เป็นประโยค  “คำสั่ง, ขอร้อง, เชื้อเชิญ”  ในส่วน  “Tag”  ให้ใช้“……… will you ?”  เช่น

  • Help me carry this box, will you?

(ช่วยผมแบกกล่องใบนี้หน่อย – ได้ไหม)

  • Open the window, will you?

(เปิดหน้าต่างหน่อย – ได้ไหม)

  • Turn off the light, will you?

(ปิดไฟหน่อย – ได้ไหม)

  • Don’t smoke in the room, will you?

(อย่าสูบบุหรี่ในห้องนะ)                                                                                                     

  • Come and see me tomorrow, will you?

(มาพบผมวันพรุ่งนี้ – ได้ไหม)

                  สำหรับในประโยคเชิญชวน  ที่ขึ้นต้น  “Let’s (Let us)”  ในส่วน  Tag  ต้องใช้  “Let’s ……….., shall we?”  เช่น

  • Let’s go for a picnic tomorrow, shall we?

(เราไปปิกนิกกันวันพรุ่งนี้ – เอาไหม)

  • Let’s go for a walk in the evening, shall we?

(เราไปเดินเล่นกันตอนเย็น – เอาไหม)

  • Let’s go swimming next week, shall we?

(เราไปว่ายน้ำกันสัปดาห์หน้า – เอาไหม)

  • Let’s not make a loud noise, shall we?

(เราอย่าส่งเสียงดังกันเลย – เอาไหม)

                   แต่สำหรับประโยคที่ขึ้นต้นด้วย  “Let me”,  “Let him”,  “Let her”  ต้องถือว่าเป็นประโยคขอร้อง   มิใช่เชิญชวน  คือขออนุญาตให้ผู้พูด หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึง  ได้กระทำอะไรบางอย่าง  ดังนั้น  ในส่วน  Tag   ต้องใช้   “Will you?”  เหมือนในประโยคขอร้องทั่วไป  เช่น

  • Let me tell you something, will you?

(ให้ผมบอกอะไรคุณหน่อยได้ไหม)

  • Let me leave the room now, will you?

(ให้ผมออกจากห้องตอนนี้ได้ไหม)

  • Let him do this for me, will you?

(ให้เขาทำสิ่งนี้แทนผมได้ไหม)

  • Let her do as she likes, will you?

(ให้เธอทำตามที่เธอชอบได้ไหม)

  • Let Kim come in first, will you?

(ให้คิมเข้ามาเป็นคนแรกได้ไหม)

                  สำหรับประโยคคำสั่ง, ขอร้อง, เชื้อเชิญ  หรือแนะนำ  ที่ไม่มีส่วนต่อท้าย  ก็มีเช่นกัน  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Please __________________________________________ me any time if I can help you.

(โปรด ____________________________ ผมเวลาใดก็ตาม  ถ้าผมจะสามารถช่วยเหลือคุณได้)

(a) are calling

(b) calls

(c) call    (โทรศัพท์ถึง, โทรศัพท์หา)

(d) will call

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ในประโยคคำสั่ง, ขอร้อง, เชื้อเชิญ  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Infinitive without to)  โดยอาจนำหน้าด้วย  “Please” (โปรด, กรุณา)  เมื่อต้องการแสดงความสุภาพ  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • If your flight is delayed, ____________________________________ me from the airport.

(ถ้าเที่ยวบินของคุณล่าช้า _____________________________________ ผมจากสนามบิน)

(a) calling

(b) will call

(c) call    (โทรฯ มาหา)

(d) called

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เมื่อเป็นประโยคคำสั่ง, ขอร้อง หรือแนะนำ  (เช่นในกรณีข้างบน  แนะนำให้  “โทรฯ มาหาผม”)  ให้ขึ้นต้นด้วย  Verb 1  (Infinitive without to)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • When you need supplies, __________________________ a request with the office manager.

(เมื่อคุณต้องการพัสดุ  (โปรด) ___________________________ คำร้องกับผู้จัดการสำนักงาน)

(a) fill    (บรรจุ, เติมเต็ม, ทำให้เต็ม)

(b) fell    (ตก, ร่วง, หล่น, ล้ม, ลด, ถอย, ตาย, พังลง, เสื่อม, (แสง) ส่อง)  (เป็นกริยาช่องที่ ๒ ของ  “Fall”)

(c) file    (ยื่น, ยื่นคำร้อง, จัดเข้าแฟ้ม, เก็บเอกสาร)  (ในที่นี้ความหมาย  =  submit)

(d) fallen    (เป็นกริยาช่องที่ ๓ ของ  “Fall”)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ  (ในที่นี้คือ  “ยื่นคำร้อง”)  ต้องนำหน้าด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Verb 1  หรือ  Infinitive without to)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should,  ในกรณีเป็นคำคุณศัพท์ (Adjective)  ต้องนำหน้าด้วย  “Be”  เนื่องจากมาจาก  “You should be”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Always ___________________________________________ honest in whatever you do.

(____________________________________ ซื่อสัตย์สุจริตอยู่เสมอในสิ่งใดก็ตามที่คุณทำ)

(a) are

(b) being

(c) be    (จง)

(d) to be

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง  และ  “Honest”  เป็นคำคุณศัพท์  โดยลดรูปมาจาก  “You should always be honest   

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • ______________________________________________ patient, and you will succeed.

(_________________________________________ อดทน  และคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Being

(b) Be    (จง)

(c) To be

(d) Are

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ  จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Infinitive without to”  (Verb 1)  แต่ในกรณีที่สิ่งที่สั่งให้ทำเป็นคำคุณศัพท์  เช่น  “Patient” (อดทน),  “Careful” (ระมัดระวัง),  จะต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be”  ทั้งนี้  ประโยคคำในตัวอย่างที่ ๑๐  ลดรูปมาจาก  “You should be patient

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • If you need any help filling out the forms, ___________________ somebody at the front desk.

(ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในการกรอกแบบฟอร์ม  ให้ ______ ผู้ที่ (นั่ง) อยู่ที่โต๊ะหน้าเคาเตอร์)

(a) to ask

(b) asking

(c) asks

(d) ask    (ถาม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากในประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ  (ในที่นี้  คือ  “ask somebody at the front desk)  ต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Infinitive without to”  (Verb 1)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should  (แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ)  จึงต้องตามด้วยกริยาช่องที่    ที่ไม่มี   “To”  นำหน้า  (Infinitive without to)  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • Buy me a newspaper.   

(ซื้อหนังสือพิมพ์ให้ผมฉบับหนึ่งนะ)

  • Go out. 

(ออกไปห่างๆ – ออกไปให้พ้น)

  • Open the window, please. 

(กรุณาเปิดหน้าต่างหน่อยครับ)

  • (Please) come into the room. 

(โปรดเข้ามาในห้อง)

                  ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be”  เสมอ  เช่น

  • Be careful.   (จงระวัง)
  • Be patient.   (อดทนหน่อยนะ)
  • Be thoughtful to other people.   (จงนึกถึงคนอื่นบ้าง)

                  อนึ่ง  ถ้าเป็นประโยคที่สั่ง หรือขอร้องไม่ให้ทำ  ก็ยังถือเสมือนว่ามี  “You”  เป็นประธานนำหน้าประโยค  ดังนั้น  จึงต้องขึ้นต้น  “ประโยคคำสั่ง-ขอร้อง-แนะนำไม่ให้ทำ”  ด้วย  “Don’t”  เสมอ  เช่น

  • Don’t make a loud noise.  

(จงอย่าทำเสียงดัง)

  • Don’t get up late.   

(อย่าตื่นสายนะ)

  • Don’t bother me while I’m working.

(อย่ากวนผมในขณะที่ผมกำลังทำงาน)

                  ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย  “Don’t be” เสมอ  เช่น

  • Don’t be late for class.    

(อย่าเข้าห้องเรียนสายนะ)

  • Don’t be careless while walking across the street.

(จงอย่าประมาทขณะเดินข้ามถนน)

  • Don’t be too serious with your work.

(จงอย่าเอาจริงเอาจังกับงานมากเกินไป)

  • Don’t be thoughtless when you are with friends.

(อย่านึกถึงแต่ตัวเอง  เมื่อคุณอยู่กับเพื่อนๆ)

  • Don’t be too busy with your work.  You need some rest to keep healthy.

(อย่ายุ่งกับงานมากเกินไป  คุณต้องการการพักผ่อนเพื่อให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ)

 

3. This gives us proof _____________________________________________ his innocence. 

(สิ่งนี้ให้หลักฐาน (ข้อพิสูจน์) แก่เรา _____________________________ ความบริสุทธิ์ของเขา)

(a) with

(b) in

(c) under

(d) of    (ในเรื่อง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “Of”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

            สำหรับคำกริยา  (Verb),  คุณศัพท์  (Adjective) หรือวลี  (Phrase)  ที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “an airline of choice”  (สายการบินทางเลือก)  -  The Midwest Airline is an airline of choice for all customers.  (สายการบินมิดเวสต์เป็นสายการบินทางเลือกสำหรับลูกค้าทุกคน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “sick of”  (เบื่อ, สะอิดสะเอียน, เกลียดสุดๆ)  -  Jane is sick of some of her colleagues.  (เจนเบื่อระอาเพื่อนร่วมงานของเธอบางคน),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม),  “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า)  -  The age at which one is considered of age to vote, or of age to buy alcoholic drinks, or of age to be prosecuted as an adult, varies within the United States.  (อายุที่บุคคลถูกถือว่าโต (แก่) พอที่จะลงคะแนนเสียง, หรือโตพอที่จะซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  หรือโตพอที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในฐานะผู้ใหญ่  แตกต่างกันไปภายในสหรัฐฯ – หมายถึงในแต่ละรัฐ)  -  Education for the handicapped came of age when special schools were accepted as a necessary part of the public school system.  (การศึกษาสำหรับผู้พิการพัฒนาไปอย่างเต็มที่  เมื่อโรงเรียนพิเศษ (สำหรับคนพิการ) ได้รับการยอมรับในฐานะเป็นส่วนสำคัญของระบบโรงเรียนของรัฐ)  (หมายถึง  เมื่อรัฐยอมรับว่ารัฐมีความรับผิดชอบต่อคนพิการเหล่านี้),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  The company doses not approve of women smoking.  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  He often boasts of his wealth.  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย),  “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  We are thinking of buying her a present.  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  She warned me of the danger.  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย, ระแวง)  -  Andrew was suspected of treason.  (แอนดรูว์ถูกสงสัยว่าทรยศ-ขายชาติ),  “consist”  (ประกอบด้วย)  -  Water consists of oxygen and hydrogen.  (น้ำประกอบด้วยอ๊อกซิเจนและไฮโดรเจน),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน, รู้, ได้ข่าวคราว)  -  We have never heard of his plan.  (เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)  -  Have you heard of Lewis Baker?  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  Beware of dogs !  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  The other members disapproved of his methods.  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),   “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  I’m interested in the cure of cancer.  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  We had a smell of fresh bread when we entered the shop.  (เราได้กลิ่นขนมปังสด  เมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  The room smelled of cigars.  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ),  “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี),  “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  Be careful of the floor.  I’ve just polished it.  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด),  “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง),  “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เบื่อหน่าย, เหนื่อย)  -  Helen was tired of quarrelling with her husband.  (เฮเลนเบื่อการทะเลาะวิวาทกับสามีของเธอ)  -  Molly was getting tired of her students’ frequent protests.  (มอลลี่เริ่มเบื่อหน่ายกับการประท้วงบ่อยๆ ของนักเรียนของเธอ)  -  Sam was tired of working hard all day and night.  (แซมเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน),  “sure”  (มั่นใจ, เชื่อมั่นในความสามารถ, ไว้วางใจหรือพึ่งพาอาศัย)  -  Something had gone wrong, Jack was sure of it.  (บางอย่างดำเนินไปอย่างผิดพลาด  แจ๊คมั่นใจเรื่องนี้)  -  Mike was not sure of (หรือ about) Alice.  (ไมค์ไม่สามารถไว้ใจอลิซ)  -  Bob was so confident, so sure of himself.  (บ๊อบมั่นใจมาก, เชื่อมั่นในตัวเองมาก)  -  We can be sure of success.  (เราสามารถมั่นใจได้ว่าจะประสบความสำเร็จ)  -  You could not be sure of winning this time.  (คุณไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะชนะในครั้งนี้)  -  Paul was always sure of sympathy from his mother-in-law.  (พอลมั่นใจเสมอว่าจะได้รับความเห็นใจจากแม่ยายของตน),  “aware”  (ตระหนักเพราะได้ยิน-ได้เห็น-ได้กลิ่น-รู้สึก, รู้, รู้ดี)  -  If you were aware of all the facts, you would immediately change your mind.  (ถ้าคุณรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด  คุณจะเปลี่ยนใจในทันทีทันใดเลย)  -  Sarah was quite aware of this before she got married.  (ซาร่าห์รู้เรื่องนี้ดี  ก่อนเธอแต่งงาน)  -  Ralph was aware of the heat for the first time that day.  (ราล์ฟตระหนัก – รู้สึก – ถึงความร้อนเป็นครั้งแรกในวันนั้น),  “certain” (ไม่มีข้อสงสัย, มั่นใจ, แน่นอน, แท้จริง, ถูกต้อง)  -  I’m absolutely certain of that.  (ฉันไม่มีข้อสงสัยในเรื่องนั้นเลย),  “free”  (ปราศจาก, ไม่มี, ไม่ได้รับผลกระทบ)  -  The area will be free of pollution by the year 2025.  (พื้นที่นั้นจะปราศจากมลภาวะภายในปี ๒๐๒๕)  -  Our goods and services are free of taxes.  (สินค้าและบริการของเราไม่ต้องเสียภาษี – ไม่เก็บภาษีจากลูกค้า)  -  They’re happy to give their services free of charge.  (พวกเขามีความสุขที่ให้บริการฟรี – ไม่คิดมูลค่า),  -  Children can get into the museum free of charge.  (เด็กๆ สามารถเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ได้โดยไม่เสียสตางค์ – ค่าผ่านประตู)  -  I was free of my previous cancer.  (ฉันไม่มี – ไม่ได้รับผลกระทบจาก – โรคมะเร็งเมื่อในอดีต – คือหายจากโรคนี้แล้ว)  แต่ใช้  “Are you free for lunch ?”  (คุณว่างไปทานอาหารกลางวันไหม)  -  Peter said he would work for free.  (ปีเตอร์กล่าวว่าเขาจะทำงานให้ฟรีๆ – ไม่คิดค่าแรง)  -  Frank got it for free.  (แฟร้งค์ได้มันมาฟรีๆ – ไม่ต้องจ่ายเงิน),  “proud”  (ภูมิใจ)  -  She is very proud of her son.  (เธอภูมิใจในตัวลูกชายมาก),  “hopeful”  (มีความหวัง)  -  There was a long queue of people hopeful of obtaining the few seats available.  (มีผู้คนเข้าแถวยาว  หวังว่าจะได้ที่นั่งเพียงไม่กี่ที่ – ในโรงหนัง, คอนเสิร์ต – ที่ยังพอหาได้),  “glad”  (ดีใจ)  -  Eddy was glad of a chance to change the date of appointment.  (เอ็ดดี้ดีใจที่มีโอกาสเปลี่ยนวันที่สำหรับการนัดหมาย),  แต่ใช้  “I’m glad to meet you again.”  (ผมดีใจที่ได้พบคุณอีกครั้ง)  -  “Many old people are glad to work part-time due to a family obligation.”  (คนแก่จำนวนมากยินดีที่จะทำงานบางเวลา  เนื่องมาจากภาระทางครอบครัว),  “capable”  (สามารถ)  -  They were capable of doing difficult job.  (พวกเขาสามารถทำงานยากๆ ได้),  “ashamed”  (ละอายใจ)  -  You should be ashamed of your conduct.  (คุณควรละอายใจในความประพฤติของตนเอง),  “suspicious”  (สงสัย, ระแวง, ไม่ไว้ใจ)  -  I’m suspicious of the government’s intentions.  (ฉันสงสัย – ไม่ไว้ใจ – เจตนาของรัฐบาล)  -  The policeman on duty became suspicious of the youth and asked him why he was standing there.  (ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เริ่มสงสัยเด็กหนุ่มคนนั้น  และถามเขาว่าทำไมเขาจึงกำลังยืนอยู่ที่นั่น),  “tolerant”  (อดทน, สามารถยอมรับ, ใจกว้าง, ทนทาน)  -  They’re broad-minded enough to be tolerant of different beliefs.  (พวกเขาใจกว้างพอที่จะอดทนกับ (ยอมรับ) ความเชื่อที่แตกต่างออกไป)  -  The new compound is tolerant of temperatures exceeding 200C.  (สารประกอบชนิดใหม่ทนทานกับอุณหภูมิเกิน ๒๐๐ องศาเซลเซียส),  “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้)  -  The masses were largely ignorant of the options open to them.  (เหล่ามวลชนส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงทางเลือกต่างๆ ที่เปิดให้แก่พวกเขา),  “convinced”  (เชื่อ),  “ahead”  (ล่วงหน้า),  “shy”  (อาย, ละอาย),  “conscious”  (รู้สึกถึง),  “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง),  “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ตัว),  “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  ( ใน ),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทน ราษฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “The average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

 

4. They used to play football when they were in college, ________________________________?

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอล  เมื่อตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย, _____________________________)

(a) weren’t they

(b) were they

(c) usedn’t they

(d) didn’t they    (ใช่หรือไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ในส่วน  “Tag”  ใช้กริยาตามกริยาของประโยคใหญ่  (Main clause)  ซึ่งในที่นี้  คือ  “Used to”  (กริยาของประโยคย่อย-อนุประโยค  คือ  “Were”)  และเนื่องจาก  “Used to”  (เคย)  เป็นอดีตเพียงอย่างเดียว  และถือเป็นกริยาธรรมดาตัวหนึ่ง  ดังนั้น  เมื่อทำเป็นรูปปฏิเสธ  จึงต้องใช้  “Did not”  ช่วยเสมอ  กล่าวคือ  “Used to”  หมายถึง  “เคยทำในอดีต”  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  (คือ  เป็นเรื่องของอดีตอย่างเดียวเท่านั้น)  ต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Used to + Verb 1)  และเมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ  จะต้องใช้  “Did not”  ช่วยเพียงอย่างเดียว  (Did not use to + Verb 1)  ดังประโยคข้างล่าง

  • He used to go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขาเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)   (ปัจจุบัน  มิได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว)

  • She used to work in a bank a long time ago.

(เธอเคยทำงานในธนาคารเมื่อนานมาแล้ว) (ปัจจุบันเกษียณแล้ว  หรือทำงานที่อื่น)

  • We did not use to cook our own meal when we were young.

(เราไม่เคยปรุงอาหารของเราเอง  เมื่อตอนเราเป็นเด็ก)  (เป็นเรื่องในอดีต)

 

5. Those old buildings were demolished to make room for a new shopping center. 

(อาคารหลังเก่าเหล่านั้นถูก  รื้อทิ้ง-ทำลาย-โค่น  เพื่อจัดหาที่ว่างสำหรับศูนย์การค้าแห่งใหม่)

(a) established    (สร้าง, จัดตั้ง, สถาปนา)

(b) rehabilitated    (ปรับปรุง, พักฟื้น, ทำให้สุขภาพกลับคืนสู่ปกติ, กู้ชื่อเสียง, กู้ฐานะ)

(c) razed    (รื้อถอน, ทำลายราบ, ขจัด, ลบล้าง)

(d) modified    (ปรับปรุง, เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง)

(e) overthrown    (โค่น, ล้มล้าง, ล้มคว่ำ, ขว้างลูกได้ไกลกว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

 

6. The theory that business could operate totally without the aid of government has proved to be an erroneous belief.

(ทฤษฎีที่ว่าธุรกิจสามารถดำเนินไปโดยไม่ต้องมีความช่วยเหลือจากรัฐบาลเลยนั้น  ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น  ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องหรือเข้าใจผิด)

(a) authentic concept   (แนวความคิดที่แท้จริง)

(b) argument   (การโต้แย้ง, การโต้เถียง, การให้เหตุผล)

(c) illusion   (สิ่งลวงตา, ภาพลวงตา, การหลอกลวง, ภาพหลอน, มายา)

(d) asset   (ทรัพย์สิน, สมบัติ, สิ่งมีค่า)

(e) talisman    (แท้-ลิส-มั่น)  (เครื่องราง, ของขลัง, สิ่งที่นำโชค)

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

 

7. He tries to conquer (ค้อง-เค่อะ) a bad habit by stopping drinking permanently. 

(เขาพยายาม  พิชิต-เอาชนะ  นิสัยเลวๆ โดยการเลิกดื่มเหล้าอย่างถาวร)

(a) avoid    (หลีกเลี่ยง)

(b) approve    (เห็นด้วย, เห็นชอบ, อนุมัติ)

(c) acquire    (หามาได้, ได้มา)

(d) overcome    (เอาชนะ, พิชิต)

(e) enrapture    (เอ็น-แร้พ-เช่อร์)  (ทำให้ปลื้มปิติ, ทำให้ปลื้มจนลืมตัว, ทำให้เคลิบเคลิ้ม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)   

 

8. The boxing champion hopes to intimidate (อิน-ทิ้ม-มิ-เดท) his opponent by challenging the latter for the title match.

(แชมป์มวยคนนั้นหวังที่จะ  ขู่ขวัญ-ข่มขวัญ-ทำให้กลัว  แก่คู่ต่อสู้ (ฝ่ายตรงข้าม) ของตน  โดยการท้าคนหลัง (คู่ต่อสู้) เพื่อแมทช์ชิงแชมป์)  (คือ  ข่มขวัญคู่ต่อสู้)

(a) negotiate    (เจรจา)

(b) make war with    (ทำสงครามกับ)

(c) frighten    (ทำให้กลัว, ทำให้ตกใจ)

(d) deceive    (โกง, หลอกลวง, ต้มตุ๋น)

(e) applaud    (อะ-พล้อด)  (ปรบมือแสดงความนิยมชมชอบ, แซ่ซ้องสรรเสริญ)  (คำนาม คือ  “Applause”  (อะ-พล้อส)  =  “การปรบมือ, การยกย่องสรรเสริญ”)

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

 

9. In spite of the progress in science, there are still innumerable unexplained _________ in the world.

(ทั้งๆ ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์,  ยังคงมี ____________ ที่ยังมิได้อธิบายอยู่อีกมากมายในโลก)

(a) phenomenon    (ปรากฏการณ์)  (เอกพจน์)

(b) phenomenons    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) phenomena     (ปรากฏการณ์)  (พหูพจน์)

(d) phenomenas    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องใช้รูปพหูพจน์  เนื่องจากใช้กับประธาน  “There are”,  สำหรับคำนามเอกพจน์ที่เปลี่ยนรูปไป  เมื่อเป็นพหูพจน์  โดยจัดเป็นแบบพิเศษ  มิได้เติม  “s”  หรือ  “es”  เช่น  man – men  (ผู้ชาย),  woman – women  (ผู้หญิง),  gentleman – gentlemen  (สุภาพบุรุษ),  child children  (เด็กๆ),  datum – data (ข้อมูล),  focus – foci  (จุดรวมแสง),  index – indices  (เครื่องชี้, ดรรชนี),  foot – feet  (เท้า),  goose – geese  (ห่าน),  tooth – teeth  (ฟัน),  mouse – mice  (หนู),  louse – lice  (เหา, หมัด, เห็บ, ไร, โลน) ox – oxen  (วัว),  crisis – crises  (วิกฤติกาล),  thesis -  theses  (วิทยานิพนธ์),  synthesis – syntheses  (การสัง เคราะห์),  parenthesis – parentheses  (วงเล็บ),  hypothesis – hypotheses (สมมติฐาน),  phenomenon – phenomena  (ปรากฏการณ์),  stratum – strata (ชั้น),  neurosis – neuroses  (โรคประสาท),  axis – axes  (แกน),  medium – media หรือ mediums  (สื่อกลาง)  เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป