หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 629)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Your essay has ____________________________________________________ mistakes.

(เรียงความของคุณ ___________________________________________ มีข้อผิดพลาด)

(a) almost none

(b) almost no    (เกือบจะไม่)

(c) mostly not

(d) hardly a

(e) nearly nothing

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจตอบ  “Hardly any”  (แทบจะไม่)  หรือ  “Nearly no” (เกือบจะไม่)  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  No, Not, None, Nothing  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • It’s _______________ surprise to me that he failed the test.  He hardly prepared for his exam.

(มัน _________ ความประหลาดใจ (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ) สำหรับผม  ที่ว่าเขาสอบตกเขาแทบจะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

(a) none

(b) no    (มิใช่)

(c) any

(d) not

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, Not, None”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Since Alaska attained statehood in 1959, __________ single party has dominated politics there.

(ตั้งแต่รัฐอลาสก้าได้บรรลุถึงความเป็นรัฐในปี  ๑๙๕๙ ________ พรรคการเมืองเดียวโดดๆ ได้ครอบงำการเมืองที่นั่น)  (หมายถึง  ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากที่รัฐนี้  หรืออาจผลัดกันครองเสียงข้างมาก)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) never

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _________ definite boundary exists between the Earth’s atmosphere and interplanetary space.

(________ มีขอบเขตที่แน่นอนระหว่างบรรยากาศของโลก  และห้วงอวกาศระหว่างดาวเคราะห์)  (คือ  เวิ้งว้างโดยไม่มีขอบเขต  ต่างจากน่านฟ้าหรือน่านน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก  ที่มีการกำหนดขอบเขตที่แน่นอน)

(a) Not

(b) No    (ไม่)

(c) None

(d) There is no

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจใช้โครงสร้าง  “There is no definite boundary between the ……....…”  ก็ได้

                                 ตัวอย่างที่ 

  • An invertebrate is an animal with _______________________________________ spine.

(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  คือสัตว์ที่ ____________________________________ กระดูกสันหลัง)

(a) not

(b) no    (ไม่มี)

(c) none

(d) and no

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้  “No”  นำหน้าคำนาม  (Spine)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Some people take ________________________________________ pride in their work.

(คนบางคน _______________________________________ มีความภูมิใจในงานของตน)

(a) none

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) nothing

ตอบ  -  ข้อ  (b

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I am very sorry that you have ________________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ ___________________________________ มีหนังสือดีๆ อ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากดูจากข้อความ  “ผมเสียใจอย่างมาก  จึงควรบอกว่า  ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน

                                 ตัวอย่างที่ 

  • ________________ of the committee members voted against the new construction project.

(___________ สมาชิกคนใดของคณะกรรมการ  ลงคะแนนคัดค้านโครงการก่อสร้างโครงการใหม่)

(a) Someone

(b) Not

(c) None    (ไม่มี)

(d) Any

(e) No

ตอบ    ข้อ  (c)  แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า  สมาชิกบางคนของคณะกรรม การ  จะต้องใช้  “Some of the…………

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I will stay here ___________________________________________________ longer.

(ผมจะ __________________________________________________ พักที่นี่ต่อไปอีก)

(a) any

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) none

(e) nothing

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The Central Bank warned that cutting interest rates is ___________ the solution to the current economic problems.

(ธนาคารกลางเตือนว่าการลดอัตราดอกเบี้ย _________ วิธีแก้ปัญหาของปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน)

(a) no

(b) none

(c) not    (มิใช่)

(d) nothing    (การไม่มีอะไร, ความไม่เป็นไร, การไร้ความหมาย, ศูนย์, สิ่งที่ไม่สำคัญ, คำพูดที่ไม่สำคัญ, ไม่เลย, ไม่มีอะไร)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่ ๑๐

  • Some elephants have two tusks, but others have ________________________________.

(ช้างบางตัวมีงา    ข้าง (กิ่ง), แต่บางตัว (ตัวอื่นๆ) _______________________________ มี)

(a) no

(b) never one

(c) not some

(d) none    (ไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)                            

                                  ตัวอย่างที่ ๑๑

  • Pantomime refers to a short drama in which ______________________ words are spoken.

(ละครใบ้เกี่ยวโยงไปถึง (หมายถึง) ละครสั้นซึ่ง _________ คำพูดถูกพูดออกมา(แต่ใช้อากัปกิริยาท่าทางของนักแสดงแทนคำพูด)

(a) never

(b) not

(c) no    (ไม่มี)

(d) none

ตอบ  -  ข้อ  c)     

                                  ตัวอย่างที่ ๑๒

  • It was unnecessary for you to have told Lucy anything.  It was _____________ of her business.

(มันไม่จำเป็นเลยสำหรับคุณที่ได้บอกลูซี่ไปแล้วในเรื่องใดๆ  (เพราะ) มัน ______ เรื่องของเธอเลย)  (มันไม่เกี่ยวกับเธอเลย)

(a) all

(b) no

(c) not

(d) none    (มิใช่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๓             จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ () – ()

  • (1) Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี (หมายถึง  ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานา

ธิบดี) ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ  -  ข้อ แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก “No”  ใช้นำหน้าคำนาม (Woman)  ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า  “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)  (เป็นการเปรียบเทียบเมืองใน สปป. ลาวกับกรุงเทพฯ  ดังนั้น  จึงไม่ต้องมี  Other)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)  (ในประเทศไทยมีเมืองอยู่มากมายนอกจากกรุงเทพฯ  ดังนั้น  เมื่อจะพูดเปรียบเทียบเมืองอื่นๆ ในไทยกับกรุงเทพฯ  จึงต้องใช้  No other city  เนื่องจากกรุงเทพฯ ก็เป็น City หนึ่ง)

  • We saw no difference between them. 

(= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book.

(= She has no books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book.

(= He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books.

(= They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No”  แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้  หมายถึง  “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล)    คน  ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง  “ไม่ใช่  แต่  “No + Noun”   ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                  ในกรณี  “No”  เป็น  “Adverb”  มีการใช้ดังนี้  คือ

  • He is no better yet.

(เขาอาการยังไม่ดีขึ้นเลย)

  • There were no fewer than 50 people at the party.

(มีคนไม่น้อยกว่า  ๕๐  คนที่งานเลี้ยง)

  • She went no further than the station.

(เธอไปไม่ไกลกว่าสถานี)  (คือ  ไปแค่สถานี)

                  นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้  “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing)  ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ หรือ คิดผิดนะ - ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                  ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ),  “No Fishing” (ห้ามตกปลา),  “No Parking” (ห้ามจอดรถ) “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่),   “No entry” (ห้ามเข้า)  เป็นต้น

                 สำหรับตัวอย่างของ  “No”  และ  “Not”  ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม  ก็เข้ามาไม่ได้)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him. 

(= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป - คือโกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตาแล้ว) - คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป - คือไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย - ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย - ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย (แน่นอนทีเดียว)  ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย)  (อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                  สำหรับ  “None”  เป็น  “Pronoun” (= Not one, Not any)  =  “ไม่มีอะไรเลย  หรือ  “ไม่มีใครเลย  ดังตัวอย่าง

  • None of her students failed in the examination.

(ลูกศิษย์ของเธอไม่มีใครสอบตกเลย)

  • None of us understood the play.

(ไม่มีพวกเราสักคนที่เข้าใจละครเรื่องนั้น)

  • I want some more coffee but there is none left.

(ผมอยากได้กาแฟอีกหน่อย  แต่ไม่มีเหลือเลย)

  • This created a class of large landowners where none had existed before.

(สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดชนชั้นเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย  ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลย)

  • I have answered every single question.  My opponent has answered none.

(ผมได้ตอบคำถามแล้วทุกคำถาม  (แต่)  ฝ่ายตรงข้ามผมไม่ตอบเลย)

  • She showed none of the belligerence and arrogance I had expected.

(เธอมิได้แสดงความมุ่งร้ายและความยโสโอหังใดๆ  ที่ผมได้คาดหวังเอาไว้)

  • None could afford the books or food.

(ไม่มีใครเลยที่มีเงินพอจะซื้อหนังสือ หรืออาหาร)

  • Most people are kind.  Lots of them very kind.  But none so kind as Stephen.

(คนส่วนใหญ่ใจดี,  หลายคนใจดีมาก  แต่ไม่มีใครใจดีเหมือนสตีเฟน)  (เขาใจดีมากกว่าคนอื่นๆ)

  • Go away.  This is none of your business.

(ไปให้พ้น  นี่ไม่ใช่ธุระของคุณเลย)  (คุณไม่ต้องมายุ่ง)

  • It was none other than Jimmy, who took my bike.

(ไม่มีคนอื่น  นอกจากจิมมี่  ผู้ซึ่งเอารถจักรยานของผมไป)

  • As a doctor he is second to none.

(ในฐานะแพทย์  เขาไม่เป็นสองรองใคร)  (เขาเก่งกว่าคนอื่นๆ)

  • Half a loaf is better than none (หรือ   no bread).

(ขนมปังครึ่งปอนด์ยังดีกว่าไม่มีขนมปังเลย)  (หมายถึง  การได้อะไรมา  หรือทำอะไรแม้จะเพียงส่วนเดียว  ยังดีกว่าไม่ได้เลย  หรือมิได้ทำอะไรเลย)

  • “How many fish did you catch?”  “None (at all).”

(คุณจับปลาได้กี่ตัว)  (ไม่ได้เลยครับ)

                   สำหรับตัวอย่างการใช้  “Nothing”  เช่น

  • She shook the bottle over the glass, but nothing came out.

(เธอเขย่าขวดเหนือถ้วยแก้ว  แต่ไม่มีอะไรออกมา)

  • The man nodded but said nothing.

(ชายคนนั้นพยักหน้า ผงกศีรษะ แต่ไม่พูดอะไร)

  • There’s nothing to worry about.

(ไม่มีอะไรต้องกังวล)

  • I had nothing else to do.

(ฉันไม่มีอะไรอื่นต้องทำ)

  • Nothing much was happening here at the time.

(ไม่มีอะไรมากนักเกิดขึ้นที่นี่ในขณะนั้น เวลานั้น)

  • A fight started over nothing.

(การต่อสู้เริ่มต้นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง)  (เรื่องขี้หมูขี้หมา  หรือไม่มีสาระอะไรเลย)

  • They sold their land for nothing.

(พวกเขาขายที่ดินไปในราคาต่ำมาก)

  • There is nothing new about this technique.

(ไม่มีอะไรใหม่เกี่ยวกับเทคนิคนี้)

  • He usually drank nothing stronger than beer.

(ปกติแล้ว  เขาไม่ดื่มอะไรที่แรงไปกว่าเบียร์)

  • I didn’t know that Peter was ill.  It’s nothing serious, I hope.

(ฉันไม่รู้ว่าปีเตอร์ป่วย  ฉันหวังว่ามันไม่ร้ายแรงนะ)

  • There’s nothing more satisfying than a good laugh.

(ไม่มีอะไรให้ความพอใจ หรือแก้ปัญหา ได้มากไปกว่าการหัวเราะอย่างต็มที่)

  • Personally, I can think of nothing more terrible.

(โดยส่วนตัวแล้ว  ฉันนึกไม่ออกถึงเรื่องที่น่ากลัว เลวร้าย ไปกว่านี้อีกแล้ว)

  • There’s nothing so embarrassing as when things go wrong.

(ไม่มีอะไรน่ากระดากอาย กระอักกระอ่วนใจ เท่ากับเมื่อสิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างผิดพลาด)

  • I hate you.  You’re disgusting.  You’re nothing.

(ฉันเกลียดคุณ  คุณมันน่าขยะแขยง  คุณไม่มีค่าอะไรเลย)

  • This man is a petty criminal!  He’s nothing compared to most people we go after.

(ผู้ชายคนนี้เป็นอาชญากรกระจอกงอกง่อย  เขาไม่มีค่า (ความสำคัญ) อะไรเลย  เมื่อเทียบกับอาชญากรส่วนใหญ่ที่เรา (ตำรวจ) กำลังไล่ล่า)

  • He meant nothing to her now.

(เขาไม่มีความหมาย ไม่มีค่า อะไรสำหรับเธอเลยในขณะนี้)  (เธอไม่สนใจเขาเลย)

  • Suspension means nothing to us.

(การพักงาน การถูกเข้ากรุ ไม่มีความหมายสำหรับเรา)  (เราไม่สนใจเรื่องนี้)

  • Of course, in those days time was nothing.  Now it’s everything.

(แน่ละ  ในอดีตโน้น  เราไม่สนใจเรื่องเวลา  (แต่) ในปัจจุบัน  มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง)  (เวลามีค่าสำหรับเรามาก)

 

2. Cedars _________________________ a particular variety of aromatic wood that repels insects.

(ต้นสนซีดาร์ _______ ความหลากหลายเป็นพิเศษ  ของไม้มีกลิ่นหอมซึ่งขับไล่แมลง)  (คือ  สนชนิดนี้ให้ไม้มีกลิ่นหอมหลายชนิด)

(a) yielding

(b) having yielded

(c) yields

(d) yield    (ให้ผล (เป็น), ผลิต, ให้เกิด, ยอม, ยอมให้, ยอมจำนน, อ่อนข้อให้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นกริยาของประโยคใหญ่  คือ  Cedars yield a particular variety of aromatic wood”  เมื่อประธานของประโยค คือ Cedars เป็นพหูพจน์  กริยา  Yield  จึงไม่ต้องมี  “S”  ข้างท้าย  ทั้งนี้  “Yield”  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การให้ผล, การผลิต, ผลที่ได้, ผลิตภัณฑ์, ผล ผลิต, ปริมาณผลผลิต, ประโยชน์ที่ได้รับ

 

3. The only person who didn’t seem to be enjoying the party was the girl for _______ it was organized.

(บุคคลเพียงคนเดียวผู้ซึ่งดูเหมือนว่าไม่สนุกกับงานเลี้ยง  คือเด็กหญิง _______ มัน (งานฯ) ถูกจัดขึ้นมาสำหรับเธอ)  (คือ  เด็กหญิงคนนี้ไม่สนุกกับงานเลี้ยงที่เขาจัดให้เธอ)

(a) who

(b) whom    (ผู้ซึ่ง)

(c) which

(d) where

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้  “Whom”  ขยายบุคคล  (The girl)  ซึ่ง  Whom  เป็น “กรรม” เนื่องจากตามหลัง  “Preposition” (For)  คือ  เป็นกรรมของ  For  ซึ่งในกรณีนี้ไม่สามารถใช้  Who  แทน  Whom  ได้,  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมว่าในกรณีใดสามารถใช้  Who  แทน  Whom  ได้  (ในกรณีขยาย “บุคคล”)  และใช้  That  แทน  Which  ได้  (ในกรณีขยาย “สัตว์ หรือ สิ่งของ”)  และในกรณีที่ไม่สามารถใช้แทนได้  (เมื่อตามหลัง  Preposition)  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • Some of the boys whom (who) I invited did not come to my party. 

(เด็กบางคนซึ่งผมเชิญ  ไม่มางานเลี้ยงของผม)  (Whom เป็นกรรมของ Invited  จึงสามารถใช้ Who แทนได้  หรืออาจตัดทิ้งได้ทั้ง ๒ คำ,  ยกเว้นเมื่อตามหลัง Preposition  ไม่สามารถใช้ Who แทนได้  เช่น  For whom, To whom, With whom  ดังเช่นประโยคข้างล่าง)

  • The woman to whom I wrote a letter is my younger sister. 

(= The woman whom (who) I wrote a letter to is my younger sister.)

(ผู้หญิงที่ผมเขียนจดหมายถึง  เป็นน้องสาวของผม)  (ในประโยคแรก  ไม่สามารถใช้ Who แทน Whom ได้  เนื่องจากตามหลัง Preposition “To”,  แต่สำหรับประโยคในวงเล็บ  สามารถใช้  Who แทน Whom ได้  หรือสามารถตัดทั้ง ๒ คำออกไปก็ได้  แต่ต้องคง Preposition “To” เอาไว้,  ดังประโยคข้างล่าง  ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง ๕ แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน)

  • The woman I wrote a letter to is my younger sister. 

(เนื่องจาก Who, Whom, That เป็นกรรมของ Preposition “To”  จึงสามารถละได้ – ไม่ต้องเขียนลงไป)

  • The woman whom I wrote a letter to is my younger sister.
  • The woman who I wrote a letter to is my younger sister.
  • The woman that I wrote a letter to is my younger sister.
  • The woman to whom I wrote a letter is my younger sister.

(ผู้หญิงซึ่งผมเขียนจดหมายไปถึง  เป็นน้องสาวของผม)

                    ทั้งนี้  ห้ามใช้ ๒ โครงสร้างข้างล่าง (ผิดหลักไวยากรณ์)

  • The woman to who I wrote a letter is my younger sister.
  • The woman to that I wrote a letter is my younger sister.

                    ดูเพิ่มเติม ๔ ประโยคข้างล่าง  ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน

  • This is the book which you should begin with.
  • This is the book with which you should begin.
  • This is the book that you should begin with.
  • This is the book you should begin with.

(ทั้ง ๔ ประโยคข้างบน  หมายถึง  “นี้คือหนังสือซึ่งคุณควรเริ่มต้นด้วย”)  (ถ้าคุณต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่น, ปลูกต้นไม้, ปรุงอาหาร ฯลฯ)

(ในประโยคสุดท้าย  เนื่องจาก Which หรือ  That เป็นกรรมของ Preposition “With”  จึงสามารถละได้ – ไม่ต้องเขียนลงไป)

                   ทั้งนี้  ห้ามใช้โครงสร้างข้างล่าง (ผิดหลักไวยากรณ์)  (XXX)

  • This is the book with that you should begin.

(ประโยคนี้ผิดหลักไวยากรณ์  เนื่องจากเมื่อตามหลัง  Preposition “With”  ไม่สามารถใช้  That  แทน  Which  ได้  เมื่อขยายสิ่งของ  ซึ่งในกรณีนี้  คือ  “หนังสือ”)

 

4. Sylvia said that she would be back ____________________________________ ten o’clock.

(ซิลเวียกล่าวว่าเธอจะกลับมา ________________________________________ ๑๐ โมง)

(a) in

(b) for

(c) by    (ไม่เกิน, ราวๆ)

(d) to

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ข้อนี้สามารถตอบ  At  ได้  ถ้าต้องการหมายถึง  ๑๐ โมงตรง  หรืออาจตอบ  Before (ก่อน)  หรือ  After (หลัง) ก็ได้

           สำหรับวลีที่ใช้  “By”  ได้แก่  “By telephone” (โดยทางโทรศัพท์) – I will contact Helen by telephone tomorrow.  (ผมจะติดต่อกับเฮเลนทางโทรศัพท์วันพรุ่งนี้),  “by next month” (ในเดือนหน้า, ราวๆ เดือนหน้า, ไม่เกินเดือนหน้า) – She will have graduated from the university by next month.  (เธอจะได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วในเดือนหน้า),  “by my watch” (จากนาฬิกาของผม) – It is ten o’clock by my watch (มันเป็นเวลา ๑๐ โมงจากนาฬิกาของผม),  He died by his own hands.  (เขาตายด้วยน้ำมือของตนเอง),  “by chance” (โดยบังเอิญ)  -  I met my old friend at the party by chance.  (ผมเจอเพื่อนเก่าที่งานเลี้ยงโดยบังเอิญ),  “by birth” (โดยกำเนิด)  -  She is English by birth.  (เธอเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด),  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด) -  He took my book by mistake.  (เขาเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด  คือ คิดว่าเป็นของเขา), “by heart”  (โดยการท่องจำ)  -  I learn English vocabularies by heart.  (ผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการท่องจำ), “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์),  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง),  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ),  “by plane” (= in a plane) (โดยเครื่องบิน),  “by air” (โดยทางอากาศ),  “by sea” (โดยทางทะเล),  “by telephone”  (โดยทางโทรศัพท์),  “by telegram” (โดยทางโทรเลข),  “by letter” (โดยทางจดหมาย),  “by trade”  (โดยทางการค้า),  “by radio” (โดยทางวิทยุ),  “by force” (โดยใช้กำลัง) – The robbers went into the bank by force.  (พวกโจรเข้าไปในธนาคารโดยพังประตูเข้าไป),  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ  -  ไม่เคยพบตัว),  “by himself/herself” (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  -  He did all the work by himself.  (เขาทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง), “by machinery” (โดยเครื่องจักร),  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ}, “The room is 20 feet by 10 feet.” (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต),  “Sugar is sold by the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม  (ขาย) เป็นน้ำหนัก},  “The road was widened by 5 meters.”  (ถนนถูกขยายออกไปอีก ๕ เมตร),   “remarks by Mr. Schmidt” (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์),  “She was brought up by her aunt.”  (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ),  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล),  “I was startled by his anger.”  (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา),  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆ ไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว),  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด) – He sent it to the wrong address by mistake.  (เขาส่งมันไปยังที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องโดยการเข้าใจผิด),  “by accident” (โดยบังเอิญ, โดยมิได้ตั้งใจ) – She found out the truth by accident. (เธอค้นพบความจริงโดยบังเอิญ),  “by degrees” (ทีละน้อย),  “by the way” (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง),  “by all means” (โดยแน่นอน),  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass” (= short cut) (ทางลัด), “passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา),  “by-gone” (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว),  “by-product” (ผลพลอยได้),  “I will pay by cheque.”  (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค),  “read a book by candlelight” (อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน),  “by chance” (โดยบังเอิญ) – I met her at a bank by chance.  (ฉันพบเธอที่ธนาคารแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ)“She came in by the back door.”  (เธอเข้ามาทางประตูหลัง),  “I sat by her bed.” (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ),  “by 1960” (ราวๆ ปี ๑๙๖๐),  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.” (ราวๆ เวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง),  “He is rich by Chinese standards.” (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน),  “She was standing by herself in a corner of the room. (เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง),  “I think I could manage by myself.” (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ),  “Twelve divided by three is four.” (๑๒ หารด้วย    เหลือ  ), “Multiply the amount by three.” (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓),  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน),  “one by one” (ทีละคน),  “year by year”  (แต่ละปี),  “She took him by the hand.”  (เธอจับมือเขา),  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ),  “Her salary went up by half.” (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง),  “The economic growth increased by 10 %.” (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซ็นต์),  “They are Buddhists by birth, not by practice.” (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ),  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.” (ระหว่างกลางคืน   สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน),  “walk side by side”  (เดินเคียงข้างกัน),  “walk hand in hand” (เดินจูงมือกัน),  “by-election” (การเลือกตั้งซ่อม),  “by comparison (= in comparison)” (โดยการเปรียบเทียบ)  -  He made me look, by comparison (= in comparison), a good, calm, reasonable person.  (เขาทำให้ผมดู (มีท่าทาง ), โดยเปรียบเทียบ, เป็นคนดี,  เยือกเย็น  และมีเหตุผล) (หมายถึง  เมื่อเปรียบเทียบผมกับเขา) (เขาไม่มีลักษณะดังกล่าว),  เป็นต้น

 

5. Gradually, the sound of the music and laughter died down.

(อย่างช้าๆ  เสียงดนตรีและเสียงหัวเราะ  สงบลง-ลดเสียงดังลง)

(a) became louder    (เสียงดังมากขึ้น)

(b) became softer    (เสียงดังลดลง, เสียงเบาลง)

(c) became more irritating    (น่าโมโหหรือฉุนเฉียวมากขึ้น)

(d) became more cheerful    (ร่าเริงมากขึ้น)

(e) became out of sight    (ลับสายตาไป, ไม่สามารถมองเห็นได้)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  

   

6. There was a vehement (วี้-อะ-เมิ่นท) quarrel among the members of the gang as to who should be its new leader.

(มีการการทะเลาะกันอย่าง  รุนแรง-ดุเดือด  ระหว่างสมาชิกของแก๊ง  เกี่ยวกับว่าใครควรจะเป็นผู้นำคนใหม่)  

(a) unreasonable    (ไร้เหตุผล, ขาดสติ, เขลา, ไม่เหมาะสม, เลยเถิด, ไม่ฟังเหตุผล)

(b) unexpected    (ไม่คาดฝัน, ไม่ได้คาดหวัง)

(c) violent    (รุนแรง, ดุเดือด, ใช้กำลัง, ล่วงละเมิด, ซึ่งทำให้บาดเจ็บ, ทำลาย)

(d) noisy    (มีเสียงดัง)

(e) hideous    (ฮิด-เดียส)  (น่าเกลียดมาก, น่ากลัว, น่าตกใจ, สยดสยอง, เขย่าขวัญ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

7. The government need colossal sums of money to renovate the country’s infrastructure.

(รัฐบาลต้องการเงินจำนวน  มากมาย-(ปัญหา) ใหญ่-(อำนาจ) มหาศาล-(ตึก) ใหญ่โตมาก  เพื่อปรับปรุงสาธารณูปโภคของประเทศ) 

(a) peculiar    (แปลก, ประหลาด, พิกล)

(b) tiny    (เล็กมาก, จิ๋ว)

(c) advantageous    (ได้ประโยชน์, มีประโยชน์, ได้กำไร)

(d) gigantic    (มหาศาล, ใหญ่โตผิดปกติ, มหึมา, คล้ายยักษ์)

(e) awful    (อ๊อ-เฟิ่ล)  (น่ากลัว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  

 

8. Gross anatomy is the most abhorrent biology course that medical students have to complete. 

(กายวิภาคศาสตร์ใหญ่  เป็นหลักสูตรชีววิทยาที่  น่ารังเกียจ-น่าเกลียดชัง  มากที่สุดที่นักเรียนแพทย์จะต้องเรียนให้จบ)

(a) challenging    (ซึ่งท้าทาย)

(b) tedious    (น่าเบื่อหน่าย, น่ารำคาญ)

(c) distasteful    (น่ารังเกียจ, น่าเบื่อหน่าย, ไม่พอใจ, ไม่ถูกรส)

(d) tough    (เหนียว, ยาก)

(e) delectable    (อร่อย)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

9. Western art in the Middle Ages was primarily _____________________________________.

(ศิลปะตะวันตกในยุคกลาง  เป็น _____________________________________ เป็นสำคัญ)

(a) what religious expression

(b) with religion expressed    (ด้วยศาสนาซึ่งถูกแสดง)

(c) an expression of religion    (การแสดงออกทางด้านศาสนา)

(d) religion expressed there   (ศาสนาซึ่งถูกแสดงที่นั่น)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นวลีที่ได้ใจความ  และเป็น  Complement  (มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของกริยา  Was  โดยมีกริยาวิเศษณ์  (Primarily)  มาขยายวลีนี้อีกทีหนึ่ง   

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป