หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 625)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. It is the high humidity that makes London chilly, ___________________________________.

(มันเป็นความชื้นสูงที่ทำให้ลอนดอนเย็นเยือก  -  __________________________________)

(a) not below its temperature

(b) not the low temperature    (มิใช่อุณหภูมิต่ำ)

(c) not due to its below temperature

(d) not because its below temperature

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจตอบ  “It is due to (because of, owing to, thanks to) the high humidity that makes London chilly, not the low temperature.”  ก็ได้  สำหรับ  “Below”  เป็นคำบุรพบท  (Preposition)  และกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ไม่สามารถใช้ขยายหน้าคำนาม  เหมือนใน  ข้อ  A, C และ D  ดูตัวอย่างการใช้  “Below”  จากประโยคข้างล่าง

  • You can see the town spread out below.

(คุณสามารถเห็นเมืองขยายออกไปเบื้องล่าง)  (เมื่อมองจากมุมสูง)

  • This time the fish attacked from below.

(คราวนี้  เจ้าปลาจู่โจมมาจากข้างล่าง)  (คือ ใต้น้ำ)

  • They dived a mile below the surface of the ocean.

(พวกเขาดำน้ำลงไป   ไมล์ ใต้ผิวหน้าของมหาสมุทร)

  • The only permanent water supply was below the ground.

(แหล่งน้ำถาวรเพียงแห่งเดียวอยู่ใต้พื้นดิน)  (คือ  น้ำบาดาล)

  • They spend their lives below ground sucking sap from roots.

(พวกมันใช้ชีวิตอยู่ใต้ดิน  ดูดเอาน้ำหล่อเลี้ยงในเนื้อเยื่อจากราก)

  • One summer noon, just below the tree line, I saw a grizzly bear.

(ตอนเที่ยงของฤดูร้อนวันหนึ่ง  -  ใต้แนวต้นไม้ลงไป  -  ผมเห็นหมีสีเทาตัวหนึ่ง)

  • The title was written in large letters, with the names of the authors below.

(ชื่อเรื่อง (ชื่อหนังสือ) ถูกเขียนด้วยอักษรตัวใหญ่  โดยมีชื่อของผู้เขียนอยู่ข้างล่าง)

  • The muscles below his knees were beginning to ache a little.

(กล้ามเนื้อใต้เข่าของเขากำลังเริ่มเจ็บปวดเล็กน้อย)

  • She heard two men talking below.

(เธอได้ยินผู้ชาย  ๒  คนกำลังคุยกันอยู่ข้างล่าง)  (ห้องชั้นล่าง)

  • There is a young man below who wants to see you immediately.

(มีชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ข้างล่าง (ของอาคาร) ซึ่งต้องการพบคุณในทันที)

  • The room below this is my study.

(ห้องข้างล่าง (ของบ้าน) เป็นห้องเรียนของผม)

  • Why don’t you go below in your cabin?

(ทำไมคุณไม่ลงไปข้างล่าง (ของเรือ) ที่ห้องพักของคุณล่ะ)

 

2. The boy said as he rushed into the house that he ____________________ chased by the police.

(เด็กชายพูดในขณะที่เขาวิ่งเข้าไปในบ้านว่า  เขา _____________________ ตามล่าโดยตำรวจ)

(a) would have been

(b) was    (ถูก)

(c) was being    (กำลังถูก)

(d) should be    (ควรจะถูก)     

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้รูป  “Past continuous tense”  {Subject + Was (Were) + Verb + ing}  แต่อยู่ในรูป  “Passive voice”  { Subject + Was (Were) + Being + Verb 3}  โดยสังเกตจากข้อความ  “เด็กพูดในขณะที่เขาวิ่งเข้าไปในบ้าน”  แสดงว่า  เขากำลังถูกไล่ล่า-ไล่กวดโดยตำรวจ  ทั้งนี้  เป็นการใช้  Past simple tense (Said)  คู่กับ  Past continuous tense  ในรูป  Passive voice (Was being chased)   ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The secretary _________________________________ a letter when the typewriter broke.

(เลขานุการ ___________________________________ จดหมาย  เมื่อเครื่องพิมพ์ดีดชำรุด)

(a) typed    (พิมพ์)  (เป็นอดีต)

(b) is typing    (กำลังพิมพ์)  (เป็นปัจจุบัน)

(c) was typing    (กำลังพิมพ์)  (เป็นอดีต)

(d) types    (พิมพ์)  (เป็นปัจจุบัน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากมีเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่  (เลขาฯ กำลังพิมพ์จดหมาย)  แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดแทรกขึ้นมา  (เครื่องพิมพ์ฯ ชำรุด)  โดยเหตการณ์ทั้ง ๒ นี้เกิดขึ้นในอดีต  สังเกตจากกริยาในอนุประโยค (Broke)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It _________________________________________ when I went outside at nine o’clock.

(__________________________________________ เมื่อผมออกไปข้างนอกตอน ๙ โมง)

(a) rained

(b) had rained

(c) was raining    (ฝนกำลังตก)

(d) has rained

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • We _______ in the elevator when the electricity went out, and we were stuck there for almost an hour.

(เรา _______________ ในลิฟต์เมื่อไฟฟ้าดับ  และเราติดอยู่ที่นั่น (ในลิฟต์) เป็นเวลาเกือบ ๑ ชั่วโมง)

(a) rode

(b) were riding    (กำลังโดยสาร)

(c) ridden

(d) had ridden

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้  “Past continuous tense”  (were riding)  ควบคู่กับ  “Past simple tense”  (went out)  กล่าวคือ  มี ๒ เหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต  โดยเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่  (และเกิดขึ้นก่อน)  ให้ใช้  “Past continuous”  (Subject + Was (Were) + Verb +ing)  ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดแทรกเข้ามาทีหลัง  ให้ใช้  “Past simple”  (Subject + V ช่องที่ 2ตัวอย่างประโยค  เช่น

                                 ตัวอย่างที่ 

  • When I ___________________ the door, my daughter __________________ my drawer.

(เมื่อผม __________________ ประตู,  ลูกสาวของผม __________________ ลิ้นชักของผม)

(a) open ___________ was searching

(b) was opening ___________ searched

(c) opened ___________ is searching

(d) opened ___________ was searching    (เปิด ..................... กำลังค้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องให้กริยาในประโยคย่อย  หรืออนุประโยค  (Opened)  และประโยคใหญ่  (Was searching)  เป็นอดีตด้วยกันทั้งคู่  และต้องใช้รูป  “Past continuous tense”  (Was searching)  กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  และกำลังดำเนินอยู่ (กำลังค้นลิ้นชัก)  ส่วนกริยาที่เกิดแทรกขึ้นมาทีหลัง  (เปิดประตู)  ให้ใช้รูป  “Past simple tense”  (Opened)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • When I arrived home, my mother was cooking.

(เมื่อผมมาถึงบ้าน  แม่ของผมกำลังปรุงอาหาร)

  • When it rained, we were watching TV.

(เมื่อฝนตก  เรากำลังดูทีวี)

  • They were reading in the library when we saw them.

(พวกเขากำลังอ่านหนังสือในห้องสมุด  เมื่อเราพบพวกเขา)

  • My children were sleeping when I left home.

(ลูกๆ ของผมกำลังหลับ  เมื่อผมออกจากบ้าน)

  • She was cleaning her home when the fire broke out.

(เธอกำลังทำความสะอาดบ้าน  เมื่อเกิดไฟไหม้)

  • When he came in, we were having our dinner.

(เมื่อเขาโผล่เข้ามา  พวกเรากำลังทานอาหารค่ำกันอยู่)

 

3. If you badly need him to support you, _________________ him you are a good friend of his son’s.

(ถ้าคุณต้องการให้เขาสนับสนุนคุณจริงๆ ละก็ _________ เขาว่าคุณเป็นเพื่อนที่ดีของลูกชายของเขา)

(a) need not forget to tell

(b) why you forget to tell

(c) don’t forget to tell    (อย่าลืมบอก)

(d) don’t forget telling    (อย่าลืมการบอก)  (คือ บอกไปแล้ว  แต่ลืมว่าเคยบอก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I sent him two cards because I forgot ________________________________ one already.

(ผมส่งการ์ด (แต่งงาน ฯ) ให้เขา  ๒  ใบ  เพราะว่าผมลืม ________ ไปแล้ว  ๑  ใบ)  (คือ  ส่งซ้ำไปอีกใบ  รวมเป็นสองใบ)

(a) to send    (ที่จะส่ง)  (คือ  มิได้ส่งเพราะลืม)

(b) to have sent    (รูปนี้ไม่มีใช้กับ กริยา “Forget”)

(c) having sent    (การได้ส่ง  -  ไปแล้ว)

(d) being sent    (การถูกส่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องการบอกว่า  “ลืมการได้เคยส่งการ์ดไปให้แล้ว  ๑  ใบ  จึงส่งไปให้ซ้ำอีกใบหนึ่ง”  โดยเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Perfect participle”  คือ  ต้องการเน้นว่า  “ลืมการได้เคยทำสิ่งนั้นไปแล้ว”  (สำหรับข้อนี้  อาจตอบ  “Forget sending”  ก็ได้)  ทั้งนี้  “Forget to send”  (ลืมที่จะส่ง  คือ  มิได้ส่ง)  ส่วน  “Forget sending”  (ลืมการส่ง  -  คือส่งไปแล้ว  แต่ลืมไปว่าเคยได้ส่ง)  หรือ  “Forget having sent”  (ลืมการได้ส่งไปแล้ว)  (ความหมายเหมือนกับ  “Forget sending”  แต่ต้องการเน้นว่า  “ลืมการได้เคยทำสิ่งนั้นไปแล้ว”)   ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทที่ตามด้วย  “To + Verb 1”  หรือ  “Verb + ing”  แล้วมีความหมายต่างกัน  จากตัวอย่างข้างล่าง  (อย่างไรก็ตาม  โครงสร้าง  “Perfect participle”  สามารถใช้ได้เฉพาะกับกริยา  “Forget”  และ  “Remember”  เท่านั้น  มิสามารถใช้กับกริยา  “Stop”  และ  “Try”  ได้)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I clearly remember _____ the clock last night, so I have no idea why the alarm failed _____ off.

(ผมจำได้ชัดเจน ______ นาฬิกาปลุกเมื่อคืนที่แล้ว  ดังนั้น  ผมไม่รู้เลยว่าทำไมสัญญาณปลุกจึงล้มเหลวที่จะ (ไม่สามารถ) ______)  (ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว  แต่สัญญาณไม่ดัง - ไม่ปลุก)

(a) to set ___________ to go

(b) having set ___________ going

(c) setting ___________ to go    (การตั้ง ......................... ดังขึ้น)

(d) setting ___________ going

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Remember + Verb + ing”  =  “จำได้ถึงการทำสิ่งนั้น”  ส่วนRemember + To + Verb 1  =  จำได้ หรือ ไม่ลืมที่จะทำสิ่งนั้น,  สำหรับ  “Fail”  =   “ล้มเหลว, ไม่สามารถ”  + “To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมการใช้กริยา  “Remember, Forget, Stop, Try”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • We never forget ____________________________________ our English books to school.

(เราไม่เคยลืม ______________________________ หนังสือภาษาอังกฤษของเรามาที่โรงเรียน)

(a) bring

(b) bringing    (การนำ)

(c) to bring    (ที่จะนำ)

(d) to be brought

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Bill is very thoughtful to his mother.  He always remembers ___________ to her every week.

(บิลเอาอกเอาใจ (หรือ คิดถึง-นึกถึง) แม่ของตนเป็นอย่างมาก  เขาจำได้เสมอ ______ (จดหมาย) ถึงเธอทุกสัปดาห์)

(a) he writes

(b) to write    (ที่จะเขียน)

(c) writing

(d) written

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Remember to write”  =  “จำได้ที่จะเขียน”  คือ  “ไม่ลืมที่จะเขียน”  ส่วน  “Remember writing”  =  “จำการเขียนได้”  คือ  เขียนเมื่อนานมากมาแล้วในอดีต  และยังคงจำได้ว่าเคยเขียน,  ในกรณีของประโยคข้างบน  ต้องการหมายความว่า  “จำได้ที่จะเขียน  หรือ  ไม่ลืมที่จะเขียน”  (Remember to write)  เนื่องจาก  บิลคิดถึงแม่  หรือ  เอาอกเอาใจแม่มาก,  ดูคำกริยาที่ใช้โครงสร้างต่างกัน  แล้วมีความหมายต่างกัน  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Have you ever tried ________________________________________________ snails?

(คุณเคยลอง ____________________________________________ หอยทากหรือเปล่า)

(a) to eat

(b) eating    (กิน)

(c) of eating

(d) eaten

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Try + Verb + ing”  =  “ลอง...............”   ส่วน  “Try + to + Verb 1” =  “พยายาม.................” 

                                  ตัวอย่างที่  

  • Thai people always ______________________________ on their elders on Songkran Day.

(คนไทย ________________________________ ผู้อาวุโส-ผู้มีอายุมากกว่า  ในวันสงกรานต์)

(a) remember calling

(b) remember to call    (จำได้, ระลึกได้ (เสมอ) ที่จะไปเยี่ยมเยียน)

(c) remembered calling

(d) remembered to call

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้ในรูป  “Present simple tense”  (Subject + Verb 1)  ดังนั้น  จึงตัดข้อ  (c)  และ  (d)  ทิ้งไป,  สำหรับข้อ  (b)  หมายถึง  “จำได้-ระลึกได้  ที่จะไปเยี่ยมผู้อาวุโส  ในวันสงกรานต์ ทุกๆ ปี”  มิได้ต้องการหมายถึงใน ข้อ  (a)  ที่ว่า  “ระลึกได้ถึงการไปเยี่ยม ฯ”  คือ  ไปเยี่ยมนานมาแล้ว  และยังคงจำเหตุการณ์นั้นได้

                                 ตัวอย่างที่  

  • Seeing the teacher, ________________________________________________ at once.

(เห็นครู ______________________________________________________ ในทันที)

(a) the game was stopped    (เกมถูกหยุด)

(b) they stopped playing the game    (พวกเขาหยุดการเล่นเกม)

(c) the game stopped    (เกมหยุด)

(d) they stopped to play the game    (พวกเขาหยุดเพื่อจะเล่นเกม)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประธานของประโยคที่อยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า (หลังคำ “teacher”)  เป็นผู้ทำกริยาที่ขึ้นต้นประโยค (Seeing)  คือ  “เห็น”  ดังนั้น  จึงต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  ซึ่งในที่นี้ คือ  “They”  จึงตัดข้อ  (a, c)  ทิ้งไป  และต้องเลือกข้อ  (b)  เนื่องจากต้องใช้  “Stop playing”   (นักเรียนหยุดการเล่นเกม)   มิใช่ข้อ  (d)  “นักเรียนหยุดเพื่อจะเล่นเกม”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Stop”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Try __________________________________________________ water to your drink.

(ทดลอง _________________________________________ น้ำเข้ากับเครื่องดื่มของคุณ)

(a) to add

(b) adding    (ผสม)

(c) added

(d) addition    (การผสม-เติม-เพิ่ม-บวก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Try”  ในประโยคนี้หมายถึง  “ทดลอง,  ลอง”  จึงต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  แต่ถ้าหมายถึง  “พยายาม”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ทั้งนี้  การผสมน้ำเข้ากับเครื่องดื่ม  ไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด,  ดูเพิ่มเติมกริยาที่มี  ๒ ความหมาย  และต้องตามด้วยโครงสร้างที่ต่างกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Don’t forget ___________________________________________________ my letter !

(จงอย่าลืม _______________________________________________ จดหมายของผม)

(a) post

(b) posting    (การส่ง)

(c) to post    (ที่จะส่ง)

(d) posted

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องการบอกว่า  “อย่าลืมส่ง” (คือ ขณะที่พูดยังมิได้ส่ง)  มิใช่  “ลืมการส่ง”   (คือส่งไปแล้ว  และนานมากแล้ว  จนลืมว่าเคยทำเช่นนั้น)  ซึ่งในกรณีหลังนี้  ต้องใช้  “Posting

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Have you ever tried ________________________________________ this kind of food ?

(คุณเคยลอง _____________________________________________ อาหารชนิดนี้ไหม)

(a) to eat

(b) eating    (กิน)

(c) of

(d) with

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เมื่อ  “Try”  หมายถึง  “ลอง, ลองทำดู”   ในที่นี้  คือ  “ลองกิน”  ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  ส่วนอีกความหมาย  คือ  “พยายาม”  ต้องตามด้วย  “To + Verb 1”   ทั้งนี้  ในประโยคข้างบน  การกินอาหารไม่ต้องใช้ความพยายาม  (Try)  จึงควรมีความหมายว่า  “ทดลอง, ลองทำดู

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Please don’t forget __________________________________________ me your address.

(โปรดอย่าลืม _________________________________________ ที่อยู่ของคุณให้ผมด้วย)

(a) send

(b) to send    (ส่ง)

(c) sending

(d) sent

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Forget + To + Verb 1”  =  “ลืมที่จะ...........”  คือไม่ได้ทำ  เพราะลืม  ส่วน  “Forget + Verb + ing”  =  “ลืมการ.............”  หมายถึง  ได้กระทำสิ่งหนึ่งลงไปแล้ว  แต่ลืมว่าได้กระทำสิ่งนั้น  ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

                                  ตัวอย่างที่  ๑๒

  • As soon as it stops __________________________________________, I shall go home.

(ในทันทีที่หยุด _____________________________________________ ผมจะกลับบ้าน)

(a) rain

(b) the rain

(c) to rain

(d) raining    (ฝนตก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “It stops raining.”  หมายถึง  “ฝนหยุดการตก”  กล่าวคือ   “Stop + Verb + ing”  =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้น”  ส่วน   “Stop + To + Verb 1”  =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้น”  

                                  ตัวอย่างที่  ๑๓

  • While we were walking in the park, she often stopped ___________________ at the flowers.

(ขณะที่เรากำลังเดินไปในสวนสาธารณะ  เธอมักจะหยุด __________________ ที่ดอกไม้อยู่บ่อยๆ)

(a) to look    (เพื่อที่จะมองดู)

(b) looking    (การมองดู)

(c) looked

(d) for looking

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  Stop + To + Verb 1  =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้นๆ”  ส่วน  Stop + Verb + ing  =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้นๆ

                                 ตัวอย่างที่  ๑๔

  • I remember that restaurant; we stopped there ____________________ on our way to Korat. 

(ผมจำภัตตาคารนั้นได้  เราหยุด (แวะ) ที่นั่น______________________ ในระหว่างทางไปโคราช)

(a) eating    (การกินอาหาร)

(b) ate

(c) to eat    (เพื่อกินอาหาร)

(d) eaten

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  หยุดหรือแวะเพื่อที่จะกินอาหาร  (Stop to eat)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๕

  • How did the cat get into the house?  I remember ______________________ it out last night.

(แมวเข้ามาในบ้านได้อย่างไร  ผมจำได้ถึง _________________ มันไปไว้ข้างนอกเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) put

(b) to put

(c) putting   (การจับ)

(d) putting away

ตอบ  -  ข้อ  (c)  Remember + Verb + ing  =  “จำได้ถึงการกระทำสิ่งนั้นๆ”  คือ  ทำไปแล้วในอดีต  และยังจำได้ว่าทำ  (ในข้อนี้  คือ  จำได้ว่าเอาแมวออกไปไว้ข้างนอกแล้ว  เมื่อคืนก่อน)  ส่วน  Remember + To + Verb 1 =  “จำได้ (ไม่ลืม) ที่จะทำสิ่งนั้นๆ

สรุป   -   มีหลักไวยากรณ์ดังนี้  คือ  เราใช้  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  และ  “Gerund”  (Verb + ing)  ตามหลังคำกริยา  “Remember, Forget, Try Stop”  แต่มีความหมายต่างกัน  เช่น

  • I remembered to buy him a newspaper.

(ผมจำได้ที่จะซื้อ (ไม่ลืมซื้อ) หนังสือพิมพ์ให้เขา)

  • I remembered buying (= having bought) him a newspaper.

(ผมจำได้ถึงการซื้อหนังสือพิมพ์ให้เขา  –  คือซื้อเมื่อเดือนที่แล้ว  และยังจำได้ว่าซื้อ)

  • She forgot meeting (= having met) me in New York ten years ago.

(เธอลืมการได้พบกับผมในนิวยอร์คเมื่อ  ๑๐  ปีมาแล้ว  –  คือเคยพบกันเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  แต่เธอจำไม่ได้แล้วว่าเคยพบ)

  • She forgot to meet me at my office yesterday.

(เธอลืมที่จะมาพบผมที่สำนักงานเมื่อวานนี้ – สรุปคือไม่ได้มาพบเพราะลืม)

  • He tried to swim across the dangerous river.

(เขาพยายามว่ายข้ามแม่น้ำที่มีอันตราย)

  • He tried eating the food his girlfriend cooked for him.

(เขาทดลองกินอาหารที่แฟนปรุงให้เขากิน)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย, ฯลฯ)  เพื่อที่จะทำงานจนกระทั่งดึกดื่น)

 

4. Professor Smith nearly always wins the science award because his projects are ______________.

(โปรเฟสเซอร์สมิธได้รับ (ชนะ) รางวัลด้านวิทยาศาสตร์เกือบจะเป็นประจำ  เพราะว่าโครงการของเขา _

__________)

(a) extremely presented well

(b) presented well extremely

(c) extremely well presented    (ได้รับการนำเสนออย่างดียิ่ง)

(d) well presented extremely

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการเรียงลำดับคำที่ถูกต้อง  โดยขยายกันเป็นทอดๆ  คือ  “Well”  ขยาย  “Presented”  (ได้รับการนำเสนออย่างดี)  (“Adverb”  ขยาย  “Verb”)  และ  “Extremely”  ขยาย  “Well”  (อย่างดียิ่ง)  (“Adverb”  ขยาย  “Adverb”)  อีกทีหนึ่ง

 

5. A motto is a short phrase or sentence that states a guiding principle.  

(คติพจน์ (คำพังเพย, ภาษิตคำขวัญ)  เป็นวลีหรือประโยคสั้นๆ ที่  กล่าวถึง-กล่าว-แถลง-แจ้ง  หลักการซึ่งชี้นำ-นำทาง)  (การดำเนินชีวิตของบุคคล)

(a) recalls    (ระลึก, รำลึก, หวนคิด, เรียกกลับ, นำกลับ, เพิกถอน, การระลึก-รำลึก-เรียกกลับ-นำกลับ-เพิกถอน)

(b) clarifies    (แคล้-ริ-ไฟ)  (ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น, ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, ทำให้บริสุทธิ์-ใสสะอาด)

(c) contradicts    (โต้แย้ง, กล่าวแย้ง, เถียง, ปฏิเสธ)

(d) expresses    (แสดงความคิด-ความรู้สึกเป็นคำพูด, แสดงความคิดเห็น, ส่งด่วน, )  (เมื่อเป็นคำ

       คุณศัพท์  หมายถึง  "ด่วน, เร็วเป็นพิเศษ, พิเศษ"  และเมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  "ขบวนรถด่วน,

       การส่งด่วน")

(e) presides    (เป็นประธานในที่ประชุม)

ตอบ  -  ข้อ  (d

 

6. All students should bear in mind that these books must be read by mid-semester. 

(นักเรียนทุกคนควร  จดจำ-ระลึก  ว่าจะต้องอ่านหนังสือเหล่านี้ (ให้จบ) ภายในกลางเทอม)

(a) remember    (จดจำ, ระลึกได้, จำได้)

(b) molest    (รุกรานทางเพศ, ทำอนาจาร, รบกวน, เข้ายุ่ง)

(c) decide    (ตัดสินใจ)

(d) overlook    (มองข้าม, ทำเป็นมองไม่เห็น, เมินเฉย, เพิกเฉย, ละเลย, ควบคุม, ดูแล)

(e) absorb    (ดูดซับ, ดูดซึม, รับเอา (ความคิด, วิธีคิด) มา)

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

7. The telegraph was the fastest means of long-distance communication during much of the nineteenth century.

(โทรเลขเป็น  วิธีการ-เครื่องมือ-ทรัพย์สินจำนวนมากมาย-จำนวนมากมาย  ที่เร็วที่สุดของการสื่อสารระยะไกล  ในระหว่าง (เวลา) ส่วนใหญ่ของศตวรรษที่  ๑๙)

(a) converter    (เครื่องแปลง  -  ไฟ, ภาษา ฯลฯ)

(b) development    (การพัฒนา, พัฒนาการ)

(c) innovation    (นวัตกรรม, สิ่งใหม่, วิธีการใหม่, การนำสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่เข้ามา)

(d) consequence    (ผลลัพธ์)

(e) method; approach    (วิธีการ)

ตอบ  -  ข้อ  (e

 

8. When the secretary was fired, she was given ______________________________________.

(เมื่อเลขานุการถูกไล่ออก  เธอได้รับ  _________________________________________)

(a) two week’s notice

(b) two weeks’ notice    {โนติส (การแจ้งล่วงหน้า)  ๒  สัปดาห์}

(c) a notice of two week’s

(d) a notice of two weeks’

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ต้องใช้รูป  “Apostrophe” (’s)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He seems to need ______________________________________________________.

(เขาดูเหมือนว่าต้องการ _________________________________________________)

(a) good night sleep

(b) good night’s sleep

(c) a good night sleep

(d) a good night’s sleep    (การนอนหลับในตอนกลางคืนอย่างเต็มอิ่ม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องใช้โครงสร้าง  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  (การนอนหลับของเวลากลางคืน)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I’m looking forward to ___________________________________________________.

(ผมกำลังตั้งตารอคอย  __________________________________________________)

(a) a vacation’s week

(b) a week’s vacation    (การไปเที่ยววันหยุด    สัปดาห์)

(c) a vacation of the week

(d) a week of the vacation

ตอบ  -  ข้อ  (b)  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The bus station is ten ________________________________________ walk from here.

(สถานีรถประจำทาง  เดินสิบ ________________ จากที่นี่)  (คือ  อยู่ห่างออกไปโดยเดิน  ๑๐  นาที)

(a) minutes

(b) minutes’    (นาที)

(c) minute

(d) minutes by

ตอบ  -  ข้อ  (b

                                  ตัวอย่างที่   

  • The landlord said that the tenant owed several __________________________________.

(เจ้าของบ้านกล่าวว่า  ผู้เช่าบ้านเป็นหนี้ ________________________________________)

(a) rent weeks

(b) weeks rent

(c) week rent

(d) weeks’ rent    (ค่าเช่าหลายสัปดาห์)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • They understood the problem after half an _____________________________ explanation.

(พวกเขาเข้าใจปัญหา  หลังจากการอธิบายครึ่ง ___________________________________)

(a) hours

(b) day’s

(c) hour’s    (ชั่วโมง)

(d) our

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The mountain was a _________________________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น _______________ จากหมู่บ้าน)  (คือ  ภูเขาลูกนั้นใช้เวลาเดินทาง  ๑  วัน จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey   (การเดินทาง (ระยะ)  ๑  วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ    วัน”  หรือ  อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from…….......

                                  ตัวอย่างที่       

  • They must be ready to move anywhere in the world at _____________________________.

(พวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายไปที่ใดๆ ในโลก  เมื่อ ______)  (เช่น ทหาร หรือ นักข่าวต่างประเทศ  ที่จะต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อได้รับคำสั่งด่วน)

(a) a moment notice

(b) moment’s notice

(c) moments’ notice

(d) a moment’s notice.    (ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ต้องใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของเกี่ยวกับเรื่องเวลา  โดยมีเครื่องหมาย  {Apostrophe ‘S’}  เหมือนใช้แสดงความเป็นเจ้าของ  กับคำนามเอกพจน์-พหูพจน์  ทั่วๆ ไป  เช่น  Tom’s car – รถยนต์ของทอม,  A man’s suit – สูทของผู้ชาย,  ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • A moment’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้าชั่วประเดี๋ยวเดียว)  (ว่าจะต้องย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น  หรือว่าจะต้องทำอะไรบางอย่าง)
  • A month’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  ๑  เดือน)  (ว่าจะยกเลิกสัญญาจ้างงาน)    
  • A week’s holiday   (วันหยุด  ๑  สัปดาห์)  
  • Two months notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  ๒  เดือน)
  • Three weeks journey   (การเดินทางนาน  ๓  สัปดาห์)
  • Four years time   (ระยะเวลา  ๔  ปี)
  • A moment’s pause    (การหยุดชั่วครู่หนึ่ง)
  • A month’s rent    (ค่าเช่า   เดือน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป