หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 622)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. _______________________________ the doctor did his best, the patient’s recovery was slow.

(_____________________________ หมอทำดีที่สุดแล้ว  การฟื้นตัว (ไข้) ของผู้ป่วยก็ยังช้าอยู่)

(a) Unless    (ถ้า.......................ไม่)

(b) As    (ในขณะที่, เพราะว่า, ในฐานะ)

(c) Though    (ถึงแม้ว่า, แม้ว่า)

(d) Despite    (ทั้งๆที่)  (ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำต่างๆ จากตัวอย่างข้างล่าง

               ๑. Unless  =  ถ้า .................. ไม่,  ต้องตามด้วยประโยคบอกเล่า  (Subject + Verb)  เสมอ  เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มา  ถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา  ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

               ๒. As  =  Since  =  Because  =  เพราะว่า  ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb  เช่น

  • As (Because, Since) it rained all night, there was a flood the following day.

(เพราะว่าฝนตกตลอดทั้งคืน  มีน้ำท่วมในวันต่อมา)

  • She missed the plane as (because, since) she left home very late.

(เธอตกเครื่องบิน  เพราะว่าเธอออกจากบ้านสายมาก)

  • As (Because, Since) it was Mr. Peterson’s birthday, his staff took him to lunch.

(เพราะว่ามันเป็นวันเกิดของมิสเตอร์ปีเตอร์สัน  คณะผู้ร่วมงานของเขาพาเขาไปทานอาหารกลางวัน)

  • As (Because, Since) none of us were familiar with the city, Mr. Gustav drove us to the meeting.

(เพราะว่าพวกเราไม่คุ้นเคยกับเมือง  มิสเตอร์กุสตาฟขับรถพาเราไปประชุม)

                  แต่เมื่อ  “As”  หมายถึง  “เหมือนกับที่, ดังที่, ตามที่”  ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                  อย่างไรก็ตาม  เมื่อใช้  “As”  เป็น “Preposition”  จะมีความหมายว่า  “ในฐานะ  หรือ  เป็น”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆ ปี)

               นอกจากนั้น  As  ยังมีความหมายว่า  "แม้ว่า, ............ ตามที่เป็นอยู่ หรือ ตามที่ทำอยู่"  โดยมีความหมายเหมือนกับ  Though (Although)  และ  However  แต่ใช้ในโครงสร้างที่แตกต่างกัน  ดังตัวอย่างข้างล่าง

          1. Adjective + As + Subject + Verb to be, Subject + Verb + ส่วนขยาย

          2. Though + Subject + Verb to be + Adjective, Subject + Verb + ส่วนขยาย

        3. However + Adjective + Subject + Verb to be, Subject + Verb + ส่วนขยาย  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • Beautiful as she is, nobody likes her.  (สวยเหมือนที่เธอเป็นอยู่  ไม่มีใครชอบเธอ)

​(= Though she is beautiful, nobody likes her.)  (แม้ว่าเธอสวย  ไม่มีใครชอบเธอ)  

(= However beautiful she is, nobody likes her.)  (ไม่ว่าเธอสวยอย่างไรก็ตาม  ไม่มีใครชอบเธอ)

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่าเธอสวย  ไม่มีใครชอบเธอ  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

  • Wealthy as he is, he is not happy.  (รำ่รวยเหมือนที่เขาเป็นอยู่  เขาไม่มีความสุข)

(= Though he is wealthy, he is not happy.)  (แม้ว่าเขาร่ำรวย  เขาไม่มีความสุข)

(= However wealthy he is, he is not happy.)  (ไม่ว่าเขาร่ำรวยอย่างไรก็ตาม  เขาไม่มีความสุข)

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่าเขาร่ำรวย  เขาไม่มีความสุข  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

  • Careful as they were, they made some mistakes.  (ระมัดระวังดังที่พวกเขาเป็นอยู่  พวกเขาทำผิด)

(= Though they were careful, they made some mistakes.)  (แม้ว่าพวกเขาระมัดระวัง  พวกเขาทำผิด)

(= However careful they were, they made some mistakes.  (ไม่่ว่าพวกเขาระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  พวกเขาทำผิด๗

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่าพวกเขาระมัดระวัง  พวกเขาทำผิด  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

  • Expensive as the car was, we bought it.  (ราคาแพงดังที่รถยนต์คันนั้นเป็นอยู่  เราซื้อมัน)

(= Though the car was expensive, we bought it.  (แม้ว่ารถยนต์ราคาแพง  เราซื้อมัน)

(= However expensive the car was, we bought it.)  (ไม่่ว่ารถยนต์ราคาแพงอย่างไรก็ตาม  เราซื้้อมัน)

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่ารถยนต์ราคาแพง  เราซื้อมัน  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

                      แต่เมื่อใช้กับกริยาทั่วไป  ที่ไม่ใช่  Verb to be จะมีโครงสร้างดังข้างล่าง 

         1. Adverb + As + Subject + Verb, Subject + Verb + ส่วนขยาย

         2. Though + Subject + Verb + Adverb, Subject + Verb + ส่วนขยาย

         3. However + Adverb + Subject + Verb, Subject + Verb + ส่วนขยาย  ดังตัวอย่างข้างล่าง   

  • Quickly as she walked, she could not catch the bus.  (อย่างเร็วเหมือนที่เธอเดิน  เธอไปไม่ทันรถเมล์)   

(= Though she walked quickly, she could not catch the bus.  (แม้ว่าเธอเดินอย่างเร็ว  เธอไปไม่ทันรถเมล์)

(= However quickly she walked, she could not catch the bus.   (ไม่ว่าเธอเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  เธอไปไม่ทันรถยนต์)

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่าเธอเดินอย่างเร็ว  เธอไปไม่ทันรถเมล์  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

  • Carefully as Bill walked across the street, he was hit by a car.  (อย่างระมัดระวังเหมือนที่บิลเดินข้ามถนน  เขาถูกรถยนต์ชน)

(= Though Bill walked across the street carefully, he was hit by a car.  (แม้ว่าบิลเดินข้ามถนนอย่างระมัดระวัง  เขาถูกรถยนต์ชน)

(= However carefully Bill walked across the street, he was hit by a car.  (ไม่่ว่าบิลเดินข้ามถนนระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  เขาถูกรถยนต์ชน)

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่าบิลเดินข้ามถนนอย่างระมัดระวัง  เขาถูกรถยนต์ชน  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

  • Slowly as Jenny drives, she ocasionally has an accident.  (อย่างช้าๆ เหมือนที่เจนนี่ขับรถ  เธอประสบอุบัติเหตุเป็นครั้งคราว)

(= Though Jenny drives slowly, she occasionally has an accident.  (แม้ว่าเจนนี่ขับรถอย่างช้าๆ  เธอประสบอุบัติเหตุเป็นครั้งคราว)

(= However slowly Jenny drives, she occasionally has an accident.  (ไม่ว่าเจนนี่ขับรถอย่างช้าๆ เพียงไรก็ตาม  เธอประสบอุบัติเหตุเป็นครั้งคราว)

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่าเจนนี่ขับรถอย่างช้าๆ  เธอประสบอุบัติเหตุเป็นครั้งคราว  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

  • Efficiently as Mary does her work, she can't satisfy her boss.  (อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนที่แมรี่ทำงานของเธอ  เธอไม่สามารถทำให้เจ้านายพอใจ)

(= ​Though Mary does her work efficiently, she can't satisfy her boss.  (แม้ว่าแมรี่ทำงานของเธออย่างมีประสิทธิภาพ  เธอไม่สามารถทำให้เจ้านายพอใจ)

(= However efficienyly Mary does her work, she can't satisfy her boss.  (ไม่ว่าแมรี่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพียงไรก็ตาม  เธอไม่สามารถทำให้เจ้านายพอใจ)

หมายเหตุ  -  ทั้ง ๓ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  คือ  แม้ว่าแมรี่ทำงานของเธออย่างมีประสิทธิภาพ  เธอไม่สามารถทำให้เจ้านายพอใจ  แต่ใช้คนละโครงสร้าง

               ๓. Though  =  Although  =  Even if  =  Even though  (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb  เช่น

  • Though (Although, Even if, Even though) it was late, Ms. Glaser stayed to finish her work.

(แม้ว่ามันล่วงเลยเวลามานานแล้ว  มิสเกลเซอร์ยังอยู่ (ในสำนักงาน) เพื่อทำงานของเธอให้เสร็จ)

  • Though Although, Even if, Even though) they were ordered, the brochures and business cards were never printed.

(แม้ว่ามันได้รับการสั่งซื้อ  โบรชัวร์และนามบัตรไม่เคยได้รับการพิมพ์)

  • Though (Although, Even if, Even though) Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(แม้ว่าคิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

  • Though (Although, Even if, Even though) he studied hard, he failed.

(แม้ว่าเขาขยันเรียน  เขาสอบตก)

  • They went out though (although, even if, even though) it rained heavily.

(พวกเขาออกไปข้างนอก  แม้ว่าฝนตกหนัก)

  • Though (Although) he was late, he stopped to buy a sandwich.

(แม้ว่าเขาสาย  เขายังแวะซื้อแซนด์วิช)

  • Helen kept her coat on though (although) it was warm in the room.

(เฮเลยยังสวมเสื้อคลุมต่อไป  แม้ว่ามันจะอากาศร้อนในห้อง)

  • Though (Although) I advise the children about money, I never actually pay their debts.

(แม้ว่าฉันแนะนำลูกๆ เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ  ฉันไม่เคยใช้หนี้ให้พวกเขาเลย)

  • I have a lot of my grandfather’s features though (although) I’m not so tall as he was.

(ผมมีลักษณะต่างๆ (หน้าตา-ท่าทาง) ของคุณปู่ของผมอยู่มากมาย  แม้ว่าผมจะไม่สูงเท่ากับท่าน)

               ๔. Despite  =  In spite of  =  Notwithstanding  =  ทั้งๆ ที่  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี  เช่น

  •  He hasn’t been able to get a good job despite (in spite of,  notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆ ทำได้  ทั้งๆ ที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆ มีการศึกษาราคาแพง  หรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • Despite (Notwithstanding, In spite of) the bad storm John delivered his papers on time.    

(ทั้งๆ ที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา -  ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

  • Despite (Notwithstanding, In spite of) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆ ที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น   แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out despite (notwithstanding, in spite of) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่ฝนตกหนัก)

 

2. Judy has to go now, ______________________________________________________?

(จูดี้จำเป็นต้องไปแล้วในตอนนี้, ____________________________________________)

(a) hasn’t Judy

(b) hasn’t she

(c) doesn’t Judy

(d) doesn’t she    (ใช่หรือไม่)

ตอบ  -  ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Has to”  (Have to,  Had to)  (จำเป็นต้อง)  เป็นกริยาธรรมดาตัวหนึ่ง  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ หรือคำถาม  จึงต้องใช้  “Verb to do”  ช่วย  และเพราะประโยคข้างบนอยู่ในรูปบอกเล่า  ในส่วน  “Tag”  จึงต้องเป็นปฏิเสธ  ดูเพิ่มเติมกริยา  “Have”  ที่ใช้แบบกริยาธรรมดา  จากพารากราฟข้างล่าง

                ในกรณีที่  “Has”  มิได้แปลว่า  “มี”  แต่มีความหมายอย่างอื่น   ดังเช่นใน    กรณีต่อไปนี้  จะถือว่าเป็นเหมือนกริยาธรรมดาทั่วๆ ไป  เช่น  Walk, Sleep, Cry, Hope, Love, Like, etc.  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ  หรือคำถาม  รวมทั้งในส่วน  “Tag”  จะต้องใช้  “Verb to do”  (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  โดยขึ้นอยู่กับประธานของประโยค และ  Tense  ดังประโยคข้างล่าง

               ๑. เมื่อหมายถึง   “ได้รับ”  (Receive)  เช่น

  • She had a letter this morning, didn’t she?

(เธอได้รับจดหมายเมื่อเช้านี้  ใช่หรือไม่)

  • He had a phone call last night, didn’t he?

(เขาได้รับโทรศัพท์เมื่อคืนที่ผ่านมา  ใช่หรือไม่)

               ๒. เมื่อหมายถึง  “รับประทาน, ดื่ม”  เช่น

  • He had coffee for breakfast, didn’t he?

(เขาดื่มกาแฟสำหรับอาหารเช้า  ใช่หรือไม่)

  • We had a lot of food at the party last night, didn’t we?

(เรากินอาหารมากมายที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้  ใช่หรือไม่)

               ๓. เมื่อหมายถึง  “จำเป็นต้อง”  (Have to)  เช่น

  • They have to study hard to pass the exam, don’t they?

(พวกเขาจำเป็นต้องเรียนหนัก  เพื่อสอบผ่าน  ใช่หรือไม่)

               ๔.  เมื่อใช้ไนโครงสร้าง   “Causative use”  คือ  “ประธานฯ ใช้ไห้ใครทำอะไร”  (Active voice)  หรือ  “ประธานฯ ใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร”  (Passive voice)  เช่น

  • She had the servant wash her room yesterday, didn’t she?

(เธอให้คนรับใช้ทำความสะอาดห้องของเธอเมื่อวานนี้  ใช่หรือไม่)

  • They have their cars washed every day, don’t they?

(พวกเขาล้างรถทุกวัน (โดยคนอื่นทำให้)  ใช่หรือไม่)

  • He doesn’t have his hair cut every month, does he?

(เขามิได้ตัดผมทุกเดือน  ใช่ไหม)

               ๕. เมื่อหมายถึง  “ประสบ, พบเจอ”  เช่น

  • They have difficulty living in the remote area of the country, don’t they?

(พวกเขาพบความยากลำบากในการอาศัยในพื้นที่ห่างไกลของประเทศ  ใช่ไหม)

  • She had a hard time speaking English, didn’t she?

(เธอประสบความยากลำบากในการพูดภาษาอังกฤษ  ใช่ไหม)

 

3. It was lucky that I met him at the airport, otherwise I ________________ that he was going away.

(มันโชคดีที่ว่า  ผมได้พบเขาที่สนามบิน  มิฉะนั้นผม ___________________ ว่าเขากำลังจะจากไป)

(a) should never have known    (คงไม่มีทางได้รู้เลยว่า)  (แต่ก็ได้รู้)

(b) had never known

(c) have never known

(d) shall never have known

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นกริยาในประโยคใหญ่  (Main clause)  ที่ ๒  ซึ่งมีลักษณะเป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๓  คือ  “Subject + Should (Would, Could, Might) + (Not, Never) + Have + Verb 3”  (I should never have known)  “ผมคงจะไม่ได้ทำหรือเป็นเช่นนั้น  แต่ก็ได้ทำหรือเป็นเช่นนั้นไปแล้ว”  (ในที่นี้ คือ ผมคงจะไม่ได้รู้  -  แต่จริงๆ ก็คือได้รู้)  (แต่ได้ตัดประโยคย่อย  หรืออนุประโยค  คือ  If clause  ทิ้งไป)  ในกรณีของประโยคข้างบน  เสมือนกับพูดว่า  “ถ้าไม่ได้พบเขาที่สนามบิน  ก็คงไม่รู้ว่าเขากำลังจะจากไป”  แต่ในความเป็นจริง  คือ  “ได้พบเขาที่สนามบิน  เลยได้รู้ว่าเขากำลังจะจากไป”  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • He helped me, otherwise I ________________________________________________.

(เขาช่วยเหลือผม  มิฉะนั้น  ผม _____________________________________________)

(a) would be arrested

(b) would have been arrested     (คงจะได้ถูกจับกุมไปแล้ว)  (แต่ก็มิได้ถูกจับ)

(c) shall be arrested

(d) shall have been arrested

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต  ในแบบ  “ถูกกระทำ”  (Passive voice)  (Subject + Would + Have + Been + Verb 3  -  I would have been arrested) =  “คงจะได้ถูกกระทำเช่นนั้นไปแล้ว”  ในที่นี้คือ  “ถูกจับกุม”  แต่ในความเป็นจริง  คือ  มิได้ถูกจับกุม  เพราะว่า  “เขามาช่วยผมไว้”  ความจริงประโยคข้างบนนี้แปลงมาจาก  “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)  คือ  เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในอดีต  คือ  มิได้ถูกจับกุม  ทั้งนี้   “If clause”  ดังกล่าวคือ  “If he had not helped me, I would have been arrested.”  (ถ้าเขาไม่ได้ช่วยผม  ผมคงจะได้ถูกจับกุมไปแล้ว)  แต่ในความเป็นจริง  คือ  “เขาช่วยเหลือผม  ผมจึงไม่ถูกจับกุม)  ซึ่งมีความหมายเดียวกับใจความของประโยคในข้อ  ๒  (เขาช่วยเหลือผม  มิฉะนั้น  ผมคงได้ถูกจับกุมไปแล้ว)  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่  ๓  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • _____________________ about the tragedy, we would never have come without first calling.

(_______  เกี่ยวกับเรื่องโศกเศร้า (หรือภัยพิบัติ, อุบัติเหตุ)  เราก็คงจะไม่มา (เยี่ยมเยือน หรือ พบปะพูดคุย  ฯลฯ)  โดยมิได้โทรศัพท์มาบอกคนเหล่านั้นก่อน)  (หมายถึง  คนที่ประสบกับความโศกเศร้า หรือภัยพิบัติ)

(a) If we hear

(b) If we heard

(c) Did we hear

(d) Had we heard    (ถ้าเราได้ยิน  -  ได้ทราบ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)   คือ  ไม่เป็นจริงในอดีต   หรือ  เหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  ประโยคข้างบนมีความหมาย  คือ  “เรา”  ไม่รู้มาก่อนว่าคนที่เราได้ไปเยี่ยม  พบกับเรื่องทุกข์โศก-อุบัติเหตุก่อนหน้านั้น  จึงเดินทางมาโดยมิได้โทรศัพท์มาบอกคนเหล่านั้นก่อน  เมื่อมารู้ทีหลัง  จึงเสียใจที่มิได้ทำเช่นนั้น  -  คือ โทรศัพท์มา  ก่อนจะเดินทางมาพบ)

                นอกจากนั้นประโยคข้างบน   ยังมีโครงสร้างแบบ  “ผกผัน”  (Reverse  หรือ  Inversion)  คือ  มาจาก  “If we had heard  =  Had we heard)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่อง  “If clause”  แบบที่  ๓  และโครงสร้างแบบ  “ผกผัน” (Reverse  หรือInversion)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • Jack would have gone to Chicago __________________________ to get a plane reservation.

(แจ๊คคงจะได้ไปชิคาโกแล้ว ________________________________ จองที่นั่งบนเครื่องบินได้)

(a) was he able

(b) would he be able

(c) if he is able

(d) if he had been able    (ถ้าเขาสามารถ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  (Unreal past)  (ไม่เกิดขึ้นจริงในอดีต  หรือ  เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค)  สำหรับประโยคข้างบน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ คือ   “แจ๊คมิได้ไปชิคาโก  เนื่องจากไม่สามารถจองตั๋วเครื่องบินได้” 

                                ตัวอย่างที่  

  • If you had returned the library book on time, you _________________________________.

(ถ้าคุณได้นำหนังสือห้องสมุดไปคืนตรงเวลา  คุณ _________________________________)

(a) will not be fined

(b) would have not been fined

(c) would not be fined

(d) would not have been fined     (คงไม่ถูกปรับ,  คงไม่ต้องเสียค่าปรับ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการสมมติ  “If clause”  ในแบบที่  ๓  (Past unreal)   คือ  เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในอดีต  แต่เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  สำหรับประโยคข้างบน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ  คือ  “คุณนำหนังสือไปคืนห้องสมุดไม่ตรงเวลา  คุณเลยถูกปรับ – เสียค่าปรับ” 

                                 ตัวอย่างที่  

  • If you had gone with us to the mountains, you _____________________ very heavy clothing.

(ถ้าคุณได้ไปกับเราที่ภูเขา (เมื่อเดือนหรือปีที่แล้ว)  คุณ ________ เสื้อผ้าที่หนาอย่างมาก)  (เนื่องจากอากาศหนาวมาก)

(a) had to wear   (จำเป็นต้องสวม)

(b) would have to wear

(c) would have had to wear     (คงจำเป็นจะต้องสวม)

(d) had had to wear

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  (Past unreal)  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  คือ  เหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  ประโยคข้างบนมีความหมาย  คือ  “เพราะคุณไม่ได้ไปที่ภูเขากับเรา  คุณก็เลยไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อผ้าที่หนา

                                 ตัวอย่างที่  

  • Tom __________________________________ more photographs if he had had more film.

(ทอม ______________________________________ รูปมากขึ้น  ถ้าเขามีฟิล์มมากกว่าที่เป็นอยู่)

(a) would take

(b) would have taken    (คงจะได้ถ่าย)

(c) would be taking

(d) will have taken

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  (Past unreal)  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  ความหมายของประโยคข้างบน  คือ  “ทอมมิได้ถ่ายรูปเพิ่มขึ้น  เพราะเขามีฟิล์มอยู่นิดเดียว

                                 ตัวอย่างที่  

  • Nancy ____________________________________________ you if you had asked her.

(แนนซี่ ___________________________________________ คุณ  ถ้าคุณได้ขอร้องเธอ)

(a) had helped

(b) would help

(c) might help

(d) would have helped    (คงจะได้ช่วยเหลือ)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  (Past unreal)  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  คือ  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ  ตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในประโยคข้างบน  คือ  “แนนซี่มิได้ช่วยเหลือคุณ  เพราะคุณไม่ได้ขอร้องเธอ

                                 ตัวอย่างที่  

  • If we hadn’t left the house so late, we wouldn’t have missed the train.

(ถ้าเรามิได้ออกจากบ้านสายมาก  เราคงจะไม่พลาด (ตก) รถไฟ)

หมายเหตุ   –    ในความเป็นจริงคือ  “เราออกจากบ้านสาย  เราเลยตกรถไฟ”  ผู้พูดประโยคสมมติในอดีตแบบนี้  มักแสดงความเสียดายกับสิ่งที่เกิดขึ้น  เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว  แก้ไขไม่ได้แล้ว  จึงมาเสียใจในภายหลัง  การสมมติในอดีตแบบนี้  มีรูปประโยคดังนี้  คือ  อนุประโยค  “If + Subject + Had (not) + V ช่อง 3”,  ส่วนในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะมีโครงสร้าง  “Subject + Would (should, could, might, must) + (Not) + Have + Verb ช่อง 3”  หรือเอา  “If clause”  ซึ่งเป็นอนุประโยค  ไปไว้ข้างในประโยคก็ได้  แล้วเอาประโยคใหญ่  (Main clause)   มาไว้ข้างหน้าประโยค  ความหมายจะเหมือนกันทุกประการ  แต่ถ้าเอา  “Main clause”  มาไว้ข้างหน้าประโยค   เมื่อจบ  “Main clause”  แล้ว  ให้ต่อด้วยประโยคย่อย  (If clause)  เลย  โดยไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่น

                  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ   “If clause”  แบบที่ ๓  ได้แก่

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว – แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว – แต่จริงๆ คือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว – แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had** something to buy.

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ – แต่จริงๆ คือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)

                จะเห็นว่าในประโยคข้างบน  “If clause”  มี  Had**  2 ตัว  ตัวหน้าแสดง  “Past perfect tense”  ส่วน  Had  ตัวหลังมาจาก  Have  ที่แปลว่า  “มี”  พอมาอยู่หลัง  “Had”  จึงต้องเปลี่ยนไปเป็น  Verb ช่องที่  3  ทำให้มี  Had  2  ตัว

  • I would not have bought a car if my office had not been very far from my home.  

(ผมคงจะไม่ได้ซื้อรถยนต์ (เมื่อปีที่แล้ว)  ถ้าที่ทำงานของผมมิได้อยู่ห่างไกลจากบ้านมาก มาย – แต่จริงๆ คือ  ผมซื้อรถยนต์  เพราะที่ทำงานอยู่ห่างไกลจากบ้านมาก)

  • If he had bet on that horse, he would have lost all his money.

(ถ้าเขาเล่นพนัน (แทง) ที่ม้าตัวนั้น  เขาก็คงสูญเสียเงินไปทั้งหมดแล้ว - แต่ในความเป็นจริงคือ  เขามิได้เล่นพนันที่ม้าตัวนั้น  เขาก็เลยไม่ได้เสียเงิน)

  • If you had not come to my party, you would not have met your old friends at college.

(ถ้าคุณมิได้มาที่งานเลี้ยงของผม  คุณก็คงไม่ได้พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ -  แต่ในความเป็นจริง  คือ  คุณมางานเลี้ยง  คุณเลยได้พบเพื่อนเก่า)

              นอกจากนั้น  ในส่วนของอนุประโยค  คือ  ในส่วนที่เป็น  “If clause”  ยังสามารถทำเป็นแบบ  “Reverse” (Inversion)  (ผกผัน)  คือ  เอา  “Had”  มานำหน้า  “Clause”  แล้วตัด  “If”   ทิ้งไป  โดยที่ความหมายยังคงเหมือนเดิมทุกประการ  (ทำได้เฉพาะใน  “If clause”  แบบที่ ๓  หรือ  แบบที่ ๒  ที่ใน  “If clause”  มีกริยา  “Were”)   ดูเปรียบเทียบประโยค  “ก่อน”  และ  “หลัง”  ทำ  “Reverse” (Inversion)  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(=  Had he studied hard, he would………....….exam.)

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว – แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(=  Had you asked me, I………..………..truth.)

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว – แต่จริงๆ คือ  คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(=  Had they not stopped smoking, they………........…..cancer.)

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว – แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had something to buy.

(=  She would have gone to the market had she had something to buy.)

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ – แต่จริงๆ คือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)

       สรุป  -  ใน  “If clause” (ประโยคย่อย)  จะเป็นรูป  “Past perfect”  {If + Subject + Had + (Not) + Verb 3} เสมอ  ส่วนใน  “Main clause”  (ประโยคใหญ่)  จะเป็นรูป  “Past future perfect”  {Subject + Would (should, could, might) + (Not) + Have + Verb 3}  นอกจากนั้น  ยังสามารถทำรูป  “Reverse” (Inversion) ในส่วนที่เป็น  “If clause”  ได้ด้วย

 

4. His salary has been increased; _____________________________ he still can’t save anything.

(เงินเดือนของเขาได้รับการเพิ่มแล้ว, _________________ เขายังคงไม่สามารถเก็บออมเงินได้เลย)

(a) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)   

(b) however    (อย่างไรก็ตาม,  อย่างไรก็ดี)

(c) so    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)      

(d) because    (เพราะว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความที่อยู่ข้างหน้าและหลัง  “However, Nevertheless, Nonetheless, But”  จะขัดแย้งกัน  (เงินเดือนเพิ่มแล้ว  แต่ยังออมเงินไม่ได้)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “However”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  และ  “Therefore, So, Consequently, As a result, Hence, Thus”  (ทุกคำหมายถึง  “เพราะฉะนั้น, ดังนั้น,  ผลที่ตามมา)  จากประโยคข้างล่าง

               ๑. However  =  Nevertheless  =  Nonetheless  =  But  =  อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่กระนั้นก็ดี, แต่, แม้ว่า  เช่น

  • He studied hard; however (nevertheless, nonetheless, but), he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน   อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก) 

                  หรือ  แยกออกเป็น ๒ ประโยค

  • He studied hard.  However (Nevertheless, Nonetheless, But), he failed.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ดี  เขาสอบตก)

  • It rained heavily.  However (Nevertheless, Nonetheless, But), they went out.

(ฝนตกหนัก  อย่างไรก็ตาม (แต่) พวกเขาออกไปข้างนอก)

  • Kim was wealthy; however (nevertheless, nonetheless, but), she was not happy.

(คิมร่ำรวย  อย่างไรก็ดี (แต่)  เธอไม่มีความสุข)

  • Jimmy is often very rude; however (nevertheless, nonetheless, but), Sally is very fond of him.

(จิมมี่หยาบคายมากอยู่บ่อยๆ  อย่างไรก็ตาม (แต่)  แซลลี่ชอบ (รัก) เขามาก)

  • We got up very early; however (nevertheless, but), we missed the train.

(เราตื่นแต่เช้าตรู่  อย่างไรก็ดี (แต่)  เราตกรถไฟ)

  • Bill proposed to Sarah; however (nevertheless, nonetheless, but), she refused it.

(บิลขอแต่งงานกับซาร่าห์  อย่างไรก็ตาม (แต่)  เธอปฏิเสธมัน)

  • It was raining.  However (Nevertheless, Nonetheless, But), we decided to go to the seaside.

(ฝนกำลังตก,  อย่างไรก็ตาม (แต่)  เราตัดสินใจที่จะไปชายทะเล)

  • It was a long walk but (however, nevertheless, nonetheless), it was worth it.

(มันเป็นการเดินทางที่ไกล  แต่ (อย่างไรก็ตาม)  มันคุ้มค่ากับการเดิน)

  • Alice thinks the soil is very fertile.  But (However, Nevertheless, Nonetheless), it isn’t. 

(อลิซคิดว่าดินอุดมสมบูรณ์มาก  แต่ (อย่างไรก็ตาม)  มันไม่ได้อุดมสมบูรณ์

  • In 1950, oil supplied only about 10% of the U.K.’s total energy consumption, but (however, nevertheless, nonetheless), now it is up to about 50% and still rising.

(ในปี ๑๙๕๐  น้ำมันให้เพียงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานทั้งหมดของอังกฤษ  แต่ (อย่างไรก็ตาม)  ปัจจุบัน  มันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์  และยังคงกำลังเพิ่มขึ้น)

  • They don’t need to know all the answers but (however, nevertheless, nonetheless) they need to know how to find out the answers.

(พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบทั้งหมด (ทุกข้อ)  แต่ (อย่างไรก็ตาม)  พวกเขาจำเป็นต้องรู้ว่าจะค้นหาคำตอบได้อย่างไร)

                    การใช้  However  ในโครงสร้างแบบอื่น  ในความหมาย  "แม้ว่า,  ไม่ว่า.............อย่างไรก็ตาม)  ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้

  • However beautiful she is, nobody likes her.  (= Nobody likes her however beautiful she is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะสวยเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครชอบเธอ)

  • However wealthy he is, he is never happy.  (= He is never happy however wealthy he is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเขาจะร่ำรวยเพียงไรก็ตาม  เขาไม่เคยมีความสุข)

  • However old they are, they always work hard.  (= They always work hard however old they are.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าพวกเขาจะแก่เพียงไรก็ตาม  พวกเขาทำงานหนักเสมอ)

  • However important it is, no one pays attention to it.  (= No one pays attention to it however important it is.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่ามันจะสำคัญเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครให้ความสนใจกับมัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.  (= She was hit by a car however carefully she walked.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

 (ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังเพียงไรก็ตาม  เธอถูกรถยนต์ชน)

  • However quickly they walked, they couldn’t catch the bus.  (= They could not catch the bus however quickly they walked)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้) 

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วเพียงไรก็ตาม   พวกเขาไม่สามารถไปทันรถประจำทาง)

                   จงเปรียบเทียบกับ

  • They walked quickly; however (nevertheless, nonetheless, but), they could not catch the bus.

(พวกเขาเดินอย่างเร็ว  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • He will never succeed however hard he may try.  (= However hard he may try, he will never succeed)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)  (= ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ)

                   จงเปรียบเทียบกับ

  • He may try hard; however (nevertheless, nonetheless, but), he will never succeed.

(เขาอาจจะพยายามอย่างหนัก  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ)

  • However carefully she tried to cross the street, she was hit by a car.  (= She was hit by a car however carefully she tried to cross the street)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวังเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เธอถูกรถชน)  (= เธอถูกรถชน  ไม่ว่าเธอจะพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวังเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)

                    จงเปรียบเทียบกับ

  • She tried to cross the street carefully; however (nevertheless, nonetheless, but), she was hit by a car.

(เธอพยายามข้ามถนนอย่างระมัดระวัง  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เธอถูกรถชน)

  • However hard he studied, he did not pass the exam.  (= He did not pass the exam however hard he studied.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเขาจะเรียนหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เขาสอบตก)  (= เขาสอบตก  ไม่ว่าเขาจะเรียนหนักเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)

                    จงเปรียบเทียบกับ

  • He studied hard; however (nevertheless, nonetheless, but), he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เขาสอบตก)

  • However very expensive the house was, we bought it.  (= We bought the house however very expensive it was)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าบ้านจะราคาแพงมากเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม  เราซื้อมัน)  (= เราซื้อบ้าน  ไม่ว่ามันจะราคาแพงมากเพียงใด (อย่างไร) ก็ตาม)   

                    จงเปรียบเทียบกับ

  • The house was very expensive; however (nevertheless, nonetheless, but), we bought it.

(บ้านราคาแพงมาก  อย่างไรก็ตาม (= อย่างไรก็ดี = แต่)  เราซื้อมัน)

  • However beautifully she sang, nobody had time to listen to it.  (= Nobody had time to listen to it however beautifully she sang.)  (ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless, But  แทนได้)

(ไม่ว่าเธอจะร้องเพลงไพเราะเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครมีเวลาที่จะฟังมัน)  (= ไม่มีใครมีเวลาที่จะฟังมัน  ไม่ว่าเธอจะร้องเพลงไพเราะเพียงไรก็ตาม)

                      จงเปรียบเทียบกับ

  • She sang beautifully; however (nevertheless, nonetheless, but), nobody had time to listen to it.

(เธอร้องเพลงเพราะ  อย่างไรก็ตาม (อย่างไรก็ดี, แต่) ไม่มีใครมีเวลาจะฟังมัน)

***หมายเหตุ  -  ประโยคต่อไปนี้ต้องใช้  But  เพียงอย่างเดียว  ไม่สามารถใช้  Nevertheless, Nonetheless  หรือ  However  แทนได้  เนื่องจากเป็นโครงสร้างเฉพาะสำหรับ  But

  • This is not the result of unemployment but the result of sheer vandalism.

(นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ของการว่างงาน  แต่ (อย่างไรก็ตาม) เป็นผลลัพธ์ของการทำลายทรัพย์สินสาธารณะล้วนๆ – อย่างแท้จริง)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless  หรือ  nonetheless  แทนได้)

  • The family doesn’t see it as a chore but a sensible necessity.

(ครอบครัวนี้ไม่ได้มองมันว่าเป็นงานบ้าน  แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่มีเหตุผล)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless  หรือ  nonetheless  แทนได้)

  • The house was an ordinary one, but inside was magnificent and valuable wooden furniture.

(บ้านหลังนั้นเป็นบ้านธรรมดาๆ  แต่ข้างใน (บ้าน) คือเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่โอ่อ่าและมีค่า)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless  หรือ  nonetheless  แทนได้)

  • Cindy bought a cheap but incredibly effective carpet cleaner.

(ซินดี้ซื้อเครื่องทำความสะอาดพรมที่ราคาถูก  แต่มีประสิทธิผลอย่างไม่น่าเชื่อ)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless  หรือ  nonetheless  แทนได้)

  • We’ll have a meeting.  But not today.

(เราจะมีการประชุม  แต่ไม่ใช่วันนี้)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless  หรือ  nonetheless  แทนได้)

  • The president has promised reform but failed to deliver it.

(ท่านประธานาธิบดีได้ให้สัญญาว่าจะมีการปฏิรูป  แต่ไม่สามารถทำมันได้)  (ไม่สามารถใช้  however, nevertheless  หรือ  nonetheless  แทนได้)

               ๒. Therefore  =  So  =  Consequently  =  As a result  =  As a consequence  =  Hence  =  Thus  =  เพราะฉะนั้น,  ดังนั้น,  ผลที่ตามมา  คือ,  เช่น

  • They forgot to take any food.  Therefore (So, Consequently, Hence, Thus, As a result, As a consequence) they were very hungry by the end of the day.

(พวกเขาลืมนำอาหารไป  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) พวกเขาจึงหิวมากในตอนสิ้นวัน)  (คือ  ในตอนเย็น)

  • He had very poor health; therefore (consequently, so, thus, hence, as a result, as a consequence) he had to resign from his job.

(เขาสุขภาพแย่มาก  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ)  เขาจำเป็นต้องลาออกจากงาน)

  • She studied hard.  Therefore (So, Consequently, Thus, Hence, As a result, As a consequence), she passed her exam.

(เธอขยันเรียน  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) เธอจึงสอบได้)

  • Jane had very poor health.  Therefore (So, Consequently, Thus, Hence, As a result, As a consequence), she was not happy.

(เจนมีสุขภาพแย่มาก  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) เธอไม่มีความสุข)

  • The Chairman was sick; therefore (consequently, so, thus, hence, as a result, as a consequence), the meeting was canceled.

(ท่านประธานป่วย  ดังนั้น (เพราะฉะนั้น, ผลที่ตามมา  คือ) การประชุมถูกยกเลิก)

 

5. The sales representatives were asked to go over the figures in their reports before the conference.

(ผู้แทนจำหน่ายได้รับการร้องขอให้  ทบทวน-พิจารณา  ตัวเลขในรายงานของตน  ก่อนการประชุม)

(a) relate    (บอก, เล่า, บรรยาย, เชื่อมโยง, เกี่ยวข้อง, เกี่ยวดอง, สัมพันธ์, สอดคล้อง, เป็นญาติกัน)

(b) revise    (ปรับปรุง, แก้ไข)

(c) review    (ทบทวน, ตรวจสอบอีก, พิจารณาใหม่, วิจารณ์)

(d) calculate    (คำนวณ)

(e) oppose    (ต่อต้าน, คัดค้าน, ขัดขวาง, ขัดแย้ง, ไม่เห็นด้วย, อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม)

ตอบ  –  ข้อ  (c

 

6. The child is disturbingly hyperactive; he is unable to rest or be quiet. 

(เด็กคนนั้น  ทำอะไรมากเกินไป  อย่างเป็นการรบกวนหรือวุ่นวาย  ทั้งนี้  เขาไม่สามารถที่จะอยู่เฉยหรือสงบได้)

(a) disobedient    (ไม่เชื่อฟัง, ดื้อรั้น)

(b) indignant    (ขุ่นเคือง, เดือดดาล, ไม่พอใจมาก)

(c) excessively active    (กระตือรือร้นมากจนเกินไป)

(d) less active    (กระตือรือร้นน้อยลง)

(e) circumspect    (รอบคอบ, ระมัดระวัง)

ตอบ  –  ข้อ  (c)

 

7. Before herbs were available in supermarkets year-round, herb vinegar was made in the fall. 

(ก่อนที่พืชสมุนไพรจะ  มี-สามารถหาได้-หาง่าย-เท่าที่จะหาได้-เหมาะที่ใช้-ใช้ประโยชน์ได้  ในซูเปอร์มาเกตตลอดทั้งปี  น้ำส้มที่ทำจากสมุนไพรถูกผลิตในฤดูใบไม้ร่วง)

(a) obtainable    (สามารถหามาได้, สามารถได้มา)

(b) affordable    (มีเงินพอจะซื้อหาได้)

(c) reasonable    (สมเหตุสมผล, มีเหตุผล, ราคาไม่แพงเกิน)

(d) disposable     (ซึ่งใช้แล้วทิ้ง, ที่จัดการได้, สามารถกำจัดได้ – เช่น ขยะบางชนิด)

(e) tragic    (แทร้จ-จิค)  (โศกสลด, น่าเศร้า, เกี่ยวกับเรื่องโศก, เกี่ยวกับละครโศก, เกี่ยวกับภัยพิบัติ)

ตอบ  –  ข้อ  (a)  

 

8. Some men still give ____________________ their seats to the elderly and to children on buses.

(ผู้ชายบางคนยังคง __________________ ที่นั่งของตนให้กับคนชราและเด็กๆ บนรถประจำทาง)

(a) in    (“Give in”  =  ยอมจำนน, ยอมแพ้)

(b) up    (“Give up”  =  สละ, ทอดทิ้ง, ยอมแพ้, เลิก, เลิกทำ)

(c) off    (“Give off”  =  แพร่, ส่งกลิ่น, ส่งออกไป, ทำให้เกิด)

(d) out    (“Give out”  =  แจกจ่าย, ประกาศให้ทราบ, ให้ข่าว)

(e) for

ตอบ  –  ข้อ  (b)  

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

            ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับ ปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป