หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 620)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. She __________________________________________________ in London for 20 years.

(เธอ _________________________________________ ในลอนดอนเป็นเวลา  ๒๐  ปีแล้ว)

(a) has come to live

(b) has been living    (ได้กำลังอาศัย)

(c) comes to live

(d) is living

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์หนึ่ง  (เธออาศัยอยู่ในลอนดอน)  ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดถึง)  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • Although Mark _________________ for years, he ________________ has not graduated. 

(แม้ว่ามาร์ค _________________ เป็นเวลาหลายปี  เขา ________________ ไม่จบการศึกษา)

(a) has been studying …….. already    (ได้กำลังศึกษา.................แล้ว)

(b) has been studied ………still

(c) has been studying ……..still   (ได้กำลังศึกษา ................. ยังคง)

(d) has been studied……….already

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” (Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing)  ในแบบ  “Active voice”   ส่วน ข้อ  (b)  และ  (d)   เป็น  “Passive voice”  เนื่องจากมาร์คเป็นผู้กระทำ  (ศึกษา)  สำหรับข้อนี้หมายความว่า  “มาร์คเรียนหนังสือมาหลายปี  แต่ยังคงไม่จบการศึกษา”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้  “Present perfect continuous”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Miss Kim __________________________________________ with us since last October.

(มิสคิม ______________________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working     (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  (Subject + Have (Has) + Been + Verb + ing)   โดยสังเกตจาก  “Since last October”  ทั้งนี้   “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และเน้นความยาวของช่วงเวลา  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย   ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆ วัน,   เดือน,   ปี,   หลายๆปี   หรือเพียง ๒ – ๓ ชั่วโมงก็ได้   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า  “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  โดยปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่   ซึ่งเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน  ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว  อนึ่ง  สามารถใช้รูป  “Present perfect” (Subject + Have (Has) + Verb 3)   แทนก็ได้   โดย   “Present perfect”  ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และต่อ เนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน  แต่ไม่เน้นความต่อเนื่อง  หรือยาวนานเหมือนกับ  “Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect” ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว  หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ ในอดีต  อีกด้วย

         รูปแบบของ  “Tense”  ทั้ง  ๒  ที่กล่าวมาข้างต้น   มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประ โยค ได้แก่  since  (ตั้งแต่),  for  (เป็นเวลา),  recently  (หมู่นี้),  lately  (เมื่อเร็วๆนี้),  so far  (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา),  up to now  (จนกระทั่งถึงบัดนี้),  up till now  (จนถึงบัดนี้),  up to the present  (จนถึงปัจจุบัน),  already  (แล้ว),  yet  (ใช้ในประโยคคำถาม),  not yet  (ใช้ในประโยคปฏิเสธ),  ever  (เคย),  never  (ไม่เคย),  just  (เพิ่งจะ),  this is the first (second) time  (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง),  หรือตามด้วยประโยคที่เป็น   “Past tense   เช่น   since we were born”  (ตั้งแต่เราเกิด),   “since they were at college”  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหา วิทยาลัย),   ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว– เน้นว่ากินแล้ว และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย – เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป – เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง – เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ๒ ชั่วโมงแล้ว – เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความนานของเวลาคือ ๒ ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด - เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

2. A main clause is sometimes called a _______________________________________ clause.

(ประโยคใหญ่บางครั้งถูกเรียกว่า  ประโยค ______________________________________)

(a) principle    (หลัก,  หลักการ)  (เป็นคำนาม)

(b) principal    (หลัก, สำคัญที่สุด)  (ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์)

(c) principality    (เทศบาล)  (เป็นคำนาม)

(d) principles    (รูปพหูพจน์ของ  Principle)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. ‘Tim has been to London.’ means ‘____________________________________________’

(“ทิมเคยไปลอนดอน”  หมายความว่า  “ ______________________________________ ”)

(a) Tim is now in London.    (ทิมอยู่ในลอนดอนขณะนี้)

(b) Tim has already come back from London.    (ทิมได้กลับมาจากลอนดอนแล้ว)

(c) Tim is on his way to London.    (ทิมอยู่ระหว่างทางไปลอนดอน)

(d) Tim has been in London for a long time.    (ทิมได้อยู่ในลอนดอนเป็นเวลานานแล้ว)  (ขณะนี้ก็ยังอยู่)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Tim has been to London.”  =  “ทิมเคยไปลอนดอน”  หมายความว่า  ขณะนี้กลับมาจากลอนดอนแล้ว  แต่ถ้าต้องการบอกว่า  “ทิมยังอยู่ในลอนดอนขณะนี้”  ต้องพูดว่า  Tim has been in London.  หรือ  Tim has gone to London.

 

4. We shall not play football today _________________________________________ the heat.

(เราจะไม่เล่นฟุตบอลวันนี้ ______________________________ ความร้อน  -  หรืออากาศร้อน)

(a) in spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) according to    (สอดคล้องกับ,  ตามที่................กล่าว)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) owing to    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Owing to, In spite of”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • ____________________________ his poor health, he could not work in a tropical country.

(_______________________ สุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

(a) Because    (เพราะว่า)  (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)

(b) In spite of    (ทั้งๆที่)  (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) Because of    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)

(e) according to    (สอดคล้องกับ,  ตามที่...............กล่าว)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่  

  • ___________________________ her friendly personality, she is admired by all her friends.

(_______________________ บุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

(a) Because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

(b) Because of     (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

ตอบข้อ (b)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Because of,  Because,  In spite of  และ  According to  จากประโยคข้างล่าง

               ๑. Because of  Owing to  =  On account of  =  Due to  =  เนื่องจาก, เพราะว่า  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)  เช่น

  • The whole group played very badly because of (owing to, on account of, due to) stage fright.

(ทั้งกลุ่มแสดงได้แย่มาก  เพราะว่า (เนื่องจาก) ประหม่าเวที)

  • Because of (Owing to, On account of, Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องจาก (เพราะว่า) ฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (Owing to, On account of, Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องจาก (เพราะว่า) อุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป   ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (owing to, on account of, due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องจาก (เพราะว่า) ความยากจน) 

  • We shall not play football today because of (owing to, on account of, due to) the heat.

(เราจะไม่เล่นฟุตบอลวันนี้เพราะว่า (เนื่องจาก) ความร้อน  -  อากาศร้อน)

  • Because of (Owing to, On account of, Due to) his poor health, he could not work in a tropical country.

(เนื่องจาก (เพราะว่า) สุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

  • Because of (Owing to, On account of, Due to) her friendly personality, she is admired by all her friends.

(เนื่องจาก (เพราะว่า) บุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

               ๒. Because  =  Since  =  As  =  เพราะว่า, เนื่องจาก  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)  เช่น

  • I couldn’t see Helen’s expression because (since, as) her head was turned.

(ผมมองไม่เห็นกิริยาท่างทางของเฮเลน  เพราะว่าศีรษะของเธอหันไปอีกทาง)

  • She couldn’t come because (since, as) she was too busy.

(เธอมาไม่ได้เพราะว่าเธอมีงานยุ่งมากเกินไป)

  • Because (Since, As) he used an abrasive cleaner on the bath, it scratched the surface.

(เพราะว่าเขาใช้เครื่องทำความสะอาดที่กัดกร่อนกับ (พื้น) ห้องน้ำ)  มันเลยขีดข่วนพื้นผิวหน้าเป็นรอย)

  • Fortunately someone was in the house because (since, as) I could hear music playing faintly.

(โชคดีที่มีใครบางคนอยู่ในบ้าน  เพราะว่าฉันสามารถได้ยินเสียงดนตรีเล่นแผ่วๆ)

  • Because (Since, As) it rained all night, there was a flood the following day.

(เพราะว่าฝนตกตลอดทั้งคืน  มีน้ำท่วมในวันต่อมา)

  • She missed the plane because (since, as) she left home very late.

(เธอตกเครื่องบิน  เพราะว่าเธอออกจากบ้านสายมาก)

  • Because (Since, As) it was Mr. Peterson’s birthday, his staff took him to lunch.

(เพราะว่ามันเป็นวันเกิดของมิสเตอร์ปีเตอร์สัน  คณะผู้ร่วมงานของเขาพาเขาไปทานอาหารกลางวัน)

  • Because (Since, As) none of us were familiar with the city.  Mr. Gustav drove us to the meeting.

(เพราะว่าพวกเราไม่คุ้นเคยกับเมือง  มิสเตอร์กุสตาฟขับรถพาเราไปประชุม)

               ๓. In spite of  =  Despite  =  Notwithstanding  =  ทั้งๆ ที่  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (despite, notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆ ทำได้  ทั้งๆ ที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆ มีการศึกษาราคาแพง  หรือ  เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • In spite of (Notwithstanding, Despite) the bad storm, John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆ ที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา -  ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

  • In spite of (Notwithstanding, Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆ ที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น   แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (notwithstanding, despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่ฝนตกหนัก)

               ๔. According to  =  In accordance with  =  สอดคล้องกับ,  ตามที่ ………… กล่าวไว้  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

  • According to (In accordance with) the secretary, we don’t have to work this Sunday.

(ตามที่เลขานุการกล่าว  เราไม่จำเป็นต้องทำงานวันอาทิตย์นี้)

  • According to (In accordance with) the weather forecast, there will be a lot of rain next week.

(ตามที่การพยากรณ์อากาศกล่าวไว้  จะมีฝนมากสัปดาห์หน้า)

  • According to (In accordance with) the teacher, there will be an exam the day after tomorrow.

(ตามที่อาจารย์กล่าวไว้  จะมีการสอบวันมะรืนนี้)

  • According to (In accordance with) Dr. Smith, the cause of death was drowning.

(ตามที่หมอสมิธกล่าว  สาเหตุของการตายคือการจมน้ำ)

  • The road was some forty miles long according to (in accordance with) my map.

(ถนนยาวประมาณ ๔๐ ไมล์  ตามที่แผนที่ของฉันบอก)

  • Each person was given tasks according to (in accordance with) his/her skills.

(แต่ละคนได้รับมอบงานสอดคล้องกับทักษะ-ความชำนาญของเขาหรือเธอ)

  • There are six classes organized according to (in accordance with) age.

(มี ๖ ชั้นเรียนสอดคล้องกับ (แบ่งตาม) อายุ)

  • Everything went according to (in accordance with) plan.

(ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปสอดคล้องกับ (ตาม) แผน)

 

5. The government has earmarked funds for research into alternative sources of energy.

(รัฐบาลได้  กัน-สำรอง  กองทุนสำหรับการวิจัยแหล่งพลังงานทางเลือก)

(a) increased    (เพิ่ม)

(b) set aside    (กันเอาไว้ต่างหาก, แยกไว้ต่างหาก, จัดไว้ต่างหาก)

(c) turned down    (ปฏิเสธ)

(d) donated    (บริจาค)

(e) postponed    (เลื่อนออกไป, เลื่อน, เลื่อนเวลา, ยืดเวลา)

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

6. The army doctors ________________________ him.  They would not accept him as medically fit.  

(หมอของกองทัพ _______ เขา   พวกหมอจะไม่ยอมรับว่าเขามีสุขภาพสมบูรณ์ (ปกติ) ในทางการแพทย์)

(a) rejoiced    (ดีใจ, ยินดี, ปลื้มปิติ, รื่นเริง, ทำให้ยินดี-ดีใจ-ปลื้มปิติ)

(b) rejected   (ปฏิเสธ, ไม่ยอมรับ)

(c) remitted    (ส่งเงิน, ให้กลับคืน, อภัยโทษ, ยกโทษ, ยกหนี้, ละเว้น, ผ่อนคลาย, บรรเทา)

(d) resented    (ไม่พอใจ, ขุ่นเคือง, แค้นใจ)

(e) recovered    (กู้, เอากลับคืน, เอามาได้อีก, คืนสภาพ, กลับคืนสภาพเดิม, ทำให้คืนสภาพ, ทำให้กลับ

       อย่างเดิม, หายเป็นปกติ, คืนสภาพเดิม, ได้ค่าชดเชย, ได้ค่าสินไหมชดเชย)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Governments should endeavor to mitigate (มิ้ท-ทิ-เกท) distress of their people.

(รัฐบาลควรพยายามที่จะ  ทำให้เบาบาง-ทำให้ลดน้อยลง-ทำให้บรรเทาลง-แบ่งเบา-ทำให้อ่อนโยนขึ้น-อ่อนลง-ลดลง-บรรเทาลง  ความทุกข์ของประชาชนของตน)   

(a) palliate    (แพ้ล-ลิ-เอท)  (ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ลด, ผ่อนคลาย)

(b) incapacitate    (อิน-คะ-แพ้ส-ซิ-เทท)  (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ) 

(c) nurture    (เน้อร์-เช่อะ)  (๑. สนับสนุน, เลี้ยง, บำรุง, ถนอม, ทะนุถนอม, อุปถัมภ์,   ๒.  ฝึกฝน, ให้การศึกษา) 

(d) ponder    (พ้อน-เดอะ)  (ครุ่นคิด, คำนึง, ไตร่ตรอง, พิจารณา) 

(e) expurgate    (อิ๊ค-สเพอร์-เกท)  (ตัดข้อความที่ไม่ดี  หรือไม่สมควรออก)  (มักใช้กับหนังสือ)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

8. He is an excellent teacher _____________________________________ he speaks too low.

(เขาเป็นครูที่ดีเยี่ยม ____________________________________ เขาพูดเสียงค่อยเกินไป)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) besides    (นอกเหนือไปจาก, ยิ่งไปกว่านั้น)

(c) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(d) except for

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Except”  เป็น  “Preposition”  ต้องตามด้วย  “วลี, คำนาม, สรรพนาม หรือ กริยา” 

                                  ตัวอย่างที่  

  • Jenny is a good student ______________________ on occasions she is absent from school.

(เจนนี่เป็นนักเรียนที่ดี ____________________________________ บางครั้งเธอขาดเรียน)

(a) unless    (ถ้า.........................ไม่)

(b) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)

(c) supposing that    (สมมติว่า)

(d) other than    (นอกเสียจาก, นอกจาก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  สำหรับ  “Other than”  (นอกเสียจาก, นอกจากดูจากประโยคข้างล่าง

  • There is no one other than Tony, who took my book.

(ไม่มีใครอื่นนอกจากโทนี่  ผู้ซึ่งเอาหนังสือของผมไป)

  • She never discussed it with anyone other than Jack.

(เธอไม่เคยปรึกษาเรื่องนี้กับใครนอกจาก (กับ) แจ๊ค)

  • I don’t have a thing with me other than this coat.

(ผมไม่มีอะไรติดตัวเลย  นอกจากเสื้อคลุมตัวนี้)

  • There is no noise other than a muted organ.

(ไม่มีเสียงใดเลย  นอกจาก (เสียง) ของออร์แกนเก็บเสียง)

                  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • We have lessons every day _________________________________ Saturday and Sunday.

(เราเรียนหนังสือทุกวัน ____________________________________ วันเสาร์และวันอาทิตย์)

(a) except that    (ยกเว้นว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(b) besides    (นอกเหนือจาก)

(c) but that

(d) except    (ยกเว้น)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  Preposition  “Except”  มักใช้กับ  ๒  ข้อความที่ขัดแย้งกัน  หรือแตกต่างกันอย่างชัดเจน  เช่น  “นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำ  ยกเว้น  คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • We saw nothing along the way except flower gardens.

(พวกเราไม่เห็นอะไรเลยระหว่างทาง  ยกเว้นสวนดอกไม้)

  • Every room is empty now except the living room.

(ทุกห้องว่างเปล่าขณะนี้  ยกเว้นห้องรับแขก)

  • Nobody went there except me.

(ไม่มีใครไปที่นั่น  ยกเว้นผม)

  • She likes living here except in summer.

(เธอชอบอาศัยอยู่ที่นี่  ยกเว้นในหน้าร้อน)

  • The place seems clean except where he sleeps.

(สถานที่ดูเหมือนว่าสะอาด  ยกเว้นตรงที่ที่เขานอน)

  • All the boys except Billy started to cry.

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

  • He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

  • There was nothing I could do except wait.

(ผมทำอะไรไม่ได้เลย  ยกเว้นรอคอย)

  • I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)  

                  ส่วน  Except that  (ยกเว้นเสียแต่ว่า)  หรือ  Except for the fact that  (ยกเว้นแต่ข้อเท็จจริงที่ว่า)  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  เช่น

  • The house I bought is very nice, except that the living room is too small.

(บ้านที่ผมซื้อดีมากเลย  ยกเว้นแต่ว่า  ห้องรับแขกเล็กเกินไป)

  • I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นแต่ว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                   สำหรับ  “Except for”  เป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “นอกจาก................ (ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อความข้างหน้า)”  เช่น

  • The living room is empty now except for the rug.

(ห้องรับแขกว่างเปล่าขณะนี้  นอกจากพรม)  (มีพรมในห้องเพียงสิ่งเดียว)

  • The room was very cold and, except for Peter, entirely empty.

(ห้องหนาวมากและ, นอกจากปีเตอร์, ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง)  (มีปีเตอร์นั่งในห้องเพียงคนเดียว)

  • Except for emergencies, I didn’t expect any help from my children.

(นอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผมไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือใดๆ จากลูกๆ เลย)  (ไม่หวังให้ลูกช่วย  ยกเว้นมีสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น  ป่วยกะทันหัน)               

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป