หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 617)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The days off for religious festivals usually give schoolboys ______________________ relaxation.

(วันหยุดสำหรับเทศกาลทางศาสนา  โดยปกติแล้วให้การผ่อนคลายทางอารมณ์ ___ แก่เด็กนักเรียนชาย)

(a) a great deal

(b) a number of    (มากมาย, จำนวนมาก)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(c) a good deal of    (มากมาย, จำนวนมาก)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)

(d) a great many    (มากมาย, จำนวนมาก)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรือ  “A great deal of”   (มากมาย, จำนวนมาก)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำอื่นๆ จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • We have already visited a great ___________________________ different places in Japan.

(เราได้ไปเยือนสถานที่ต่างๆ ____________________________________ ในประเทศญี่ปุ่น)

(a) deal

(b) amount

(c) many    (มากมาย, จำนวนมาก)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(d) number

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรืออาจตอบ  “A great number of,  A large number of,  A number of” (มากมาย, จำนวนมาก)  (ทั้ง ๓ วลีใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)  ก็ได้,  สำหรับ  “A great deal of,  A good deal of,  A great amount of”  (จำนวนมาก)  ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (เป็นเอกพจน์เสมอ)  เช่น

  • She spent a great deal of money on her clothes.

(เธอใช้เงินทองมากมายไปกับเสื้อผ้าของเธอ)

  • I found a good deal of information for my research.

(ผมพบข้อมูลมากมายสำหรับการวิจัยของผม)

  • They spent a great amount of time on sports.

(พวกเขาใช้เวลามากมายไปกับกีฬา)

            สำหรับคำนามนับไม่ได้อื่นๆ  ได้แก่  Fun   (ความสนุกสนาน),  Music  (ดนตรี),  Money  (เงิน),  Freedom  (เสรีภาพ),  Leisure  (เวลาว่าง),  Courage  (ความกล้าหาญ),  Patience  (ความอดทน),  Wealth  (ความมั่งคั่งร่ำรวย, ทรัพย์สมบัติ),  Illness  (ความเจ็บป่วย),  Sickness  (ความเจ็บป่วย),  Happiness  (ความสุข),  Kindness  (ความกรุณา, ความใจดี),  Deafness  (การหูหนวก),  Dumbness  (การเป็นใบ้),  Blindness  (การตาบอด),  Pleasure  (ความยินดี-พอใจ, ความเพลิดเพลิน),  Bravery (= Braveness)  (ความกล้าหาญ),  Prevention  (การป้องกัน),  Livelihood  (การดำรงชีวิต),  Childhood  (ความเป็นเด็ก, วัยเด็ก),  Monkhood  (ความเป็นพระ),  Friendship  (มิตรภาพ, ความเป็นเพื่อน),  Slavery  (ความเป็นทาส),  Drinking  (การดื่ม),  Swimming  (การว่ายน้ำ),  Fishing  (การตกปลา),  Hunting  (การล่าสัตว์),  Death  (ความตาย),  Honesty  (ความซื่อสัตย์),  Poverty  (ความยากจน),  Goodness  (ความดี),  Wisdom   (ความฉลาด),  Anger  (ความโกรธ),  Innocence  (ความบริสุทธิ์, ความไร้เดียงสา),  Strength  (ความแข็งแรง, พลัง),  Height  (ความสูง),  Ability  (ความสามารถ),  Truth  (ความจริง),  Falsehood  (ความไม่จริง),  Vacancy  (ความว่างเปล่า),  Rapidity  (ความเร็ว),  Success  (ความสำเร็จ),  Help  (ความช่วยเหลือ),  Assistance  (ความช่วยเหลือ),  Thought  (ความคิด),  Imagination  (จินตนาการ, มโนภาพ, การนึกเอาเอง),  Excellence  (ความเป็นเลิศ, ความยอดเยี่ยม),  Intelligence  (เชาว์, ปัญญา, การสืบราชการลับ),  Thunder  (ฟ้าร้อง),  Lightning  (สายฟ้าแลบ),  Lighting  (การส่องสว่าง, การตามไฟ),  เป็นต้น

          สำหรับ “วัตถุนาม” (Material noun)  หรืออาจเรียก  “นามมวลสาร”  (Mass noun)  ได้แก่คำนามที่เป็นชื่อของวัตถุ หรือมวลสาร  ซึ่งมักเป็นวัตถุ  และอยู่เป็นกลุ่มก้อน  และแสดงความมากน้อยด้วยปริมาณ (Quantity)  มิใช่ด้วยจำนวน (Number)  และคำพวกนี้ไม่ใช้  A, An, The  นำหน้า  เนื่องจากเป็นคำนามนับไม่ได้  ยกเว้นในกรณีกล่าวคำซ้ำ  หรือเน้นย้ำว่าเป็นวัตถุอันใด-ชิ้นใด  จึงขยายด้วย  “The”  ได้แก่  Alcohol  (เหล้า),  Gold  (ทอง),  Iron  (เหล็ก),  Silver  (เงิน),  Tin  (ดีบุก),  Lead  (ตะกั่ว),  Copper  (ทองแดง),  Hydrogen  (ไฮโดรเจน),  Oxygen  (ออกซิเจน),  Aluminium  (อลูมิเนียม),  Uranium  (ยูเรเนียม),  Glass  (กระจก, แก้ว),  Sand  (ทราย),  Wood  (ไม้),  Stone  (หิน),  Cotton  (ฝ้าย),  Nylon  (ไนลอน),  Earth  (ดิน),  Metal  (โลหะ),  Cloth  (ผ้า),  Clothing  (เสื้อผ้า),  Paper  (กระดาษ),  Brick  (อิฐ),  Cement  (ซีเมนต์),  Wool  (ขนสัตว์),  Timber  (ไม้ท่อน),  Wire  (ลวด),  Water  (น้ำ),  Ice  (น้ำแข็ง),  Tea  (ชา),  Coffee  (กาแฟ),  Milk  (นม),  Cocoa  (โกโก้),  Dew  (น้ำค้าง),  Wine  (เหล้าองุ่น),  Beer  (เบียร์),  Ink  (หมึก),  Whisky  (วิสกี้),  Liquor  (เหล้า),  Oil  (น้ำมัน),  Gas  (ก๊าซ),  Rice  (ข้าว),  Wheat  (ข้าวสาลี),  Bread  (ขนมปัง),  Flour  (แป้ง),  Silk  (ไหม),  Soap  (สบู่),  Sugar  (น้ำตาล),  Salt  (เกลือ),  Curry  (แกง),  Cheese  (เนยแข็ง),  Butter  (เนยเหลว),  Magarine  (เนยเทียม),  Pork  (เนื้อหมู),  Beef  (เนื้อวัว),  Meat  (เนื้อทั่วไป),  Fish  (เนื้อปลา),  Chicken  (เนื้อไก่),  Fruit  (ผลไม้),  Salad  (สลัด),  เป็นต้น                                 

           สำหรับคำนามนับไม่ได้อื่นๆ  เช่น  News  (ข่าว),  Air  (อากาศ), Information  (ข้อมูล, ข่าวสาร),  Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ),  Furniture  (เครื่องเรือน),  Scenery  (ทิวทัศน์),  Damage  (ความเสียหาย),  Advice   (คำแนะนำ),  Traffic  (การจราจร, ยวดยาน),  Machinery  (เครื่องยนต์กลไก, เครื่องจักร),  Evidence  (หลักฐาน),  Work  (งาน),  Luggage  (กระเป๋าเดินทาง),  Baggage  (กระเป๋าเดินทาง),  Knowledge  (ความรู้),  Education  (การศึกษา),  Progress  (ความก้าวหน้า),  Power  (อำนาจ),  Behavior  (พฤติกรรม)  เป็นต้น  ซึ่งคำนามทุกคำข้างต้น  ใช้สรรพนามแทนด้วย  “It”  และไม่ต้องนำหน้าด้วย  “Article”  (A, An, The)  ยกเว้นในกรณีเป็นการเน้นย้ำว่าเป็นของใคร  หรืออันไหน  หรือกล่าวซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  ให้ใช้  “The”  นำหน้า  เช่น

  • The baggage of Mr. Frank will be sent to his hotel today.

(กระเป๋าเดินทางของมิสเตอร์แฟรงค์จะถูกส่งไปยังโรงแรมของเขาวันนี้)

  • The advice you gave me is very useful.

(คำแนะนำที่คุณให้ผมมีประโยชน์อย่างมาก)

  • The furniture in this room is very expensive.

(เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ราคาแพงมาก)

  • Helen would never have the courage to defy her husband’s will.

(เฮเลนไม่มีวันที่จะมีความกล้าหาญที่จะท้าทายความตั้งใจของสามีของเธอ)

 

2. As soon as Frank finishes one job, he starts ____________________________________ one.

(ในทันทีที่แฟรงค์ทำงานหนึ่งเสร็จ  เขาก็จะเริ่มต้น (ทำ)  _____________________________)

(a) others

(b) all other

(c) the others

(d) other

(e) another    (อีกงานหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (e)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Another, Other, Others, The other, The others”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • _________________ children are very bold; _________________ seem easily frightened.

(เด็ก _____________ กล้าหาญมาก  (แต่) _____________ ดูเหมือนว่าตกใจง่าย  -  หรือขี้กลัว)

(a) Some of __________ other

(b) Some of __________ the others

(c) Some ___________ others    (บางคน ........................  เด็กคนอื่นๆ)

(d) Some ___________ another

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Some”  ใช้คู่กับ  “Others”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Others, Other, Another, The Other, The others”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Some children are very bright; ________________________________________ are not.

(เด็กๆ บางคนฉลาดมาก  (แต่) ___________________________________ มิได้ฉลาดมาก)

(a) the other

(b) the others

(c) others    (เด็กคนอื่นๆ)

(d) another

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ตามโครงสร้างการใช้  “Some”  คูู่กับ  “Others” (= อื่นๆ,  บาง.............)  ซึ่งเป็น  Pronoun  จึงสามารถใช้ลอยๆ ไม่ต้องขยายคำนาม  โดยสามารถเป็นประธานของคำกริยาได้  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • Some people like animals; others don’t.

(บางคนชอบสัตว์  แต่บางคน (คนอื่นๆ) ไม่ชอบ) 

  • Some cars are expensive; others are not.

(รถบางคันราคาแพง  แต่บางคัน (คันอื่นๆ) ไม่แพง)    

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The ancient Hopewell people of North America probably cultivated corn and _______ crops, but hunting and gathering were still of critical importance in their economy.

(ชาวโฮปเวลล์โบราณในทวีปอเมริกาเหนือ (อินเดียนแดงเผ่าหนึ่ง) อาจจะเพาะปลูกข้าว โพดและพืช ___

____,  แต่การล่าสัตว์และเก็บของป่าก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในเศรษฐกิจของพวกเขา)

(a) another

(b) the others

(c) other    (อื่นๆ)

(d) other than

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้  Other  เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายหน้าคำนาม  Crops 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I have ___________________________________________ wheel in the back of my car.

(ผมมีล้อ _______________________________________________ ในท้ายรถของผม)

(a) other

(b) others

(c) the other

(d) another    (อีกล้อหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Another”  ในแบบคำคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายนามเอกพจน์  นับได้  หมายถึง  “อีกคนหนึ่ง,  ตัวหนึ่ง  หรือสิ่งหนึ่ง” 

                                 ตัวอย่างที่ 

  • If you don’t want this pen, take _______________________.   There are some left in the box.

(ถ้าคุณไม่ต้องการปากกาด้ามนี้  เอา _____________ ไปก็ได้  มีปากกาจำนวนหนึ่งเหลืออยู่ในกล่อง)

(a) the other    (อีกด้ามหนึ่งที่เหลือ  จากทั้งหมด  ๒  ด้าม)

(b) others    (ด้ามอื่นๆ)  (เป็นพหูพจน์)

(c) another    (อีกด้ามหนึ่ง)  (เป็นเอกพจน์)

(d) one another    (ซึ่งกันและกัน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้  Another  เป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  แบบลอยๆ  ไม่ต้องขยายหน้าคำนาม                      

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Some people eat to live and ________________________________________ live to eat.

(บางคนกินเพื่อจะมีชีวิตอยู่  และ ________________________________ มีชีวิตอยู่เพื่อจะกิน)

(a) another    (อีกคนหนึ่ง, อีกสิ่งหนึ่ง)

(b) other

(c) any other

(d) others    (คนอื่นๆ, สิ่งอื่นๆ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้  Others  เป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  โดยเป็นประธานของกริยา  Live,  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Another, Other, Others, The other (s)”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • One of my English teachers is American, ________________________________ is British.

(ครูภาษาอังกฤษคนหนึ่งของผมเป็นชาวอเมริกัน ________________________ เป็นชาวอังกฤษ)

(a) any

(b) other

(c) another    (อีกคนหนึ่ง)

(d) others    (คนอื่นๆ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากใช้   “Another”  =  อีกหนึ่ง  (ที่ไม่ชี้เฉพาะ)  ในแบบคำสรรพนาม  (Pronoun)  ซึ่งถือเป็นคำเอกพจน์  (ประโยคนี้แสดงว่า  “ผม”  มีครูภาษาอังกฤษหลายคน  คือ  ไม่ต่ำกว่า  ๓  คน  ถ้ามีเพียง  ๓  คน  และต้องการจะกล่าวถึงคนที่  ๓  (หรือมีเพียง  ๒  คน  และต้องการจะกล่าวถึงคนที่  ๒)  จะต้องใช้  “The other”  เนื่องจากหมายถึง   “คนสุดท้ายที่เหลือ”  ในบรรดา  ๓  คน  หรือ  ๒  คน,  นอกจากนี้ยังสามารถใช้  Another  ในแบบคำคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายหน้าคำนามเอกพจน์   โดยหมายถึง  "อีก..............หนึ่ง",  ตัวอย่างการใช้  “Another”  ในแบบคำคุณศัพท์  ขยายหน้าคำนาม  เช่น

  • We need another week to complete our project.

(เราต้องการอีก  ๑  สัปดาห์  เพื่อทำโครงการให้เสร็จสิ้น)

  • She got another cat from her neighbor.

(เธอได้แมวอีก  ๑  ตัว  จากเพื่อนบ้าน)

  • He bought another car.

(เขาซื้อรถอีก  ๑  คัน)

                  อย่างไรก็ตาม  สามารถใช้   “Another + Noun  (พหูพจน์)  (Another  ขยายคำนามพหูพจน์์) ได้  ถ้าคำนามนั้น  มีคำแสดงจำนวนนับขยาย  =   “อีก...................”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • They need another twenty people for the job.

(พวกเขาต้องการอีก ๒๐ คน  สำหรับงานนั้น)

  • We will stay here for another ten days.

(เราจะพักที่นี่อีก ๑๐ วัน)

  • The project will take another two years.

(โครงการจะใช้เวลาอีก ๒ ปี)

                  นอกจากนั้น  “Another”  มักใช้คู่กับ  “One”  ความหมายรวมกัน  =  “(ไม่) .............. ใดก็ ............... หนึ่ง”  เช่น

  • We tried to solve the problem by one way or another.

(เราพยายามแก้ปัญหา  ไม่โดยวิธีใดก็วิธีหนึ่ง)

  • Almost everyone has a headache at one time or another.

(เกือบทุกคน (เป็นไข้) ปวดศีรษะ  ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง)

                  สำหรับการใช้  “One”  (คนหนึ่ง, ตัวหนึ่ง, สิ่งหนึ่ง)  และ  “The other”  (อีกหนึ่ง  ในจำนวนสอง  หรือ (คน, สัตว์, สิ่งของ) สุดท้ายที่เหลือจากจำนวนทั้งหมดที่กล่าวไปแล้ว )  ดูจากตัวอย่างข้า  งล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The two really important things in life are a good bed and a fine pair of shoes.  When you’re not in one, you’re in _______.

(Norwegian proverb)

(สิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง ๒ อย่างในชีวิต  คือ  เตียงนอนที่ดีๆ ตัวหนึ่ง  และรองเท้าดีๆ คู่หนึ่ง  ทั้งนี้  เมื่อคุณไม่อยู่ในสิ่งหนึ่ง  คุณก็จะอยู่ใน _______)  (ในบรรดาของ ๒ สิ่ง คือ เตียงนอน และรองเท้า)  (สุภาษิตนอร์เวย์)

(ความหมาย คือ  เตียงนอนดีๆ  คือ  ที่สำหรับพักผ่อนหลังจากการทำงานหาเลี้ยงชีพ  ส่วนรองเท้า  คือ  สิ่งที่คนเราจะต้องสวมใส่เวลาออกไปทำงานนอกบ้าน  เพราะฉะนั้น  ของ  ๒  สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในทัศนะของคนนอร์เวย์  กล่าวคือ  คนเราถ้าไม่ทำงาน  (โดยใส่รองเท้าออกไปนอกบ้าน)  ก็พักผ่อน (อยู่บนเตียง)  ชีวิตคน (นอร์เวย์) จึงวนเวียนอยู่กับของ ๒ สิ่งนี้  เพราะคนนอร์เวย์ไม่สนใจกับเรื่องสนุกสนาน  เนื่องจากชีวิตต้องต่อสู้กับความหนาวเหน็บตลอดทั้งปี  เพราะประเทศตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลก)

(a) the other   (อีกสิ่งหนึ่ง)

(b) the others

(c) others

(d) other

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเราใช้   “The other”  เพื่อชี้เฉพาะ  หรือบอกว่า  “อีกหนึ่งที่เหลือ  จากจำนวน  ๒  สิ่ง  ๒ คน  หรือ  ๒ ตัว”  ทั้งนี้  เมื่อใช้  “The other”  แบบลอยๆ  ถือเป็นคำสรรพนาม (Pronoun)  แต่ถ้าใช้ขยายคำนาม  ถือเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)}  ดังประโยคข้างล่าง

  • Hold it in your right hand, not the other(ใช้แบบ  “Pronoun”)

(ถือมันไว้ในมือขวาของคุณสิ  ไม่ใช่มือซ้าย)  (คนเรามี  ๒  มือ)

  • Tim and Tom had told me that they would come to my party, but only Tim came, the other did not.   (ใช้แบบ  “Pronoun”)

(ทิมและทอมบอกผมว่าจะมางานเลี้ยงของผม  แต่ทิมมาเพียงคนเดียว  อีกคนหนึ่งไม่มา)  (คือทอมไม่มา  -  ทอมคืออีกคนหนึ่งที่เหลือจาก  ๒  คน)

  • One half of the world does not know how the other half lives.  (ใช้แบบ  “Adjective”  ขยายคำนาม  “Half”)

{(ผู้คน) ครึ่งหนึ่งของโลกไม่รู้ว่า (ผู้คน) อีกครึ่งหนึ่ง (ของโลก) มีชีวิตอย่างไร}  (หมายถึง  คนร่ำรวยในซีกโลกหนึ่ง  ไม่รู้ว่าคนยากจนในอีกซีกโลกหนึ่งมีชีวิตอย่างไร)  (โลกแบ่งออกเป็น ๒ ซีก คือ ตะวันตกและตะวันออก  ประโยคข้างบนกล่าวถึงซีกโลกที่เหลือ  จากซีกที่ได้กล่าวไปแล้ว)

                  กล่าวโดยสรุป  คือ  เมื่อทราบว่ามีของ  ๒  สิ่ง,  คน  ๒  คน,  สัตว์  ๒  ตัว  ใช้  “One”  คู่กับ  “The other”  ดังประโยคข้างล่าง

  • There are two boys in this room, one is big and the other is small.

(มีเด็ก ๒ คนในห้องนี้  คนหนึ่งตัวใหญ่  อีกคนหนึ่ง (ที่เหลือจาก ๒ คน) ตัวเล็ก)

  • One cooks and the other cleans the house.

(คนหนึ่งปรุงอาหาร  และอีกคนทำความสะอาดบ้าน)  (ในบ้าน มีคนเพียง ๒ คนเท่านั้น)

  • There are 2 sentences on the page.  One is the answer to the first question and the other is the answer to the second question.

(มี ๒ ประโยคอยู่ในหน้าหนังสือนั้น  ประโยคหนึ่งเป็นคำตอบของคำถามแรก  และอีกประโยคหนึ่ง (ที่เหลือจาก ๒ ประโยค) เป็นคำตอบของคำถามที่ ๒)

  • First he stood on one foot, then he stood on the other.

(ในตอนแรก  เขายืนบนขาหนึ่งก่อน  และต่อมา  เขายืนบนขาอีกข้างหนึ่ง)  (คนมี ๒ ขา)

  • The twins look exactly alike, one can’t be distinguished from the other.

(ฝาแฝดคู่นั้นมีท่าทางเหมือนกันเป๊ะ  ไม่สามารถแยกความแตกต่างของคนหนึ่งจากอีกคนหนึ่งได้)  (แฝด ๒ มีเพียง ๒ คนเท่านั้น)

  • There are 2 seats left, I don’t want to sit near the door, so I guess I’ll have to take the other one.

(มีที่นั่งเหลืออยู่ ๒ ที่  ผมไม่ต้องการนั่ง (ที่นั่ง) ติดประตู  ดังนั้น  ผมคาดว่าผมจำเป็นต้องนั่งที่นั่งอีกตัวหนึ่ง  -  ที่เหลืออยู่  ที่ไม่ติดประตู)

                  อย่างไรก็ตาม  เราใช้  “The other”  กับ  สิ่ง (คน, สัตว์) ที่เหลือเพียงสิ่งเดียว (เอกพจน์) สุดท้าย   จากของจำนวนมากเท่าใดก็ได้   (ไม่จำเป็นต้องจากของเพียง  ๒  สิ่ง)  เช่น

  • Of these books, two are about space travel, how about the other?

(ในบรรดาหนังสือเหล่านี้  ๒ เล่มเกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศ  แล้วอีกเล่ม (ที่เหลือเล่มสุดท้าย) เกี่ยวกับอะไร)  (หนังสือมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๓ เล่ม)

  • There are 10 cars in the showroom.  Two are black; three are red; four are white and the other is bronze.

(มีรถ ๑๐ คันในโชว์รูม,  ๒ คันมีสีดำ,  ๓ คันสีแดง,  ๔ คันสีขาว  ส่วนคันที่เหลือสุดท้าย  สีบรอนซ์)  (มีรถทั้งหมด ๑๐ คัน  บอกสีไปแล้ว ๙ คัน  คันสุดท้ายสีบรอนซ์)

                  สำหรับ  “The others”  ใช้บอกจำนวนที่เหลือสุดท้าย  (เป็นพหูพจน์  คือ  ตั้งแต่ ๒ คน,  ๒ สิ่ง  หรือ ๒ ตัว  ขึ้นไป)  จากจำนวนทั้งหมด  ซึ่งอย่างน้อยต้องมีจำนวน  ๓  หรือมากกว่า  (ต้องรู้จำนวนรวมที่แน่นอน  ว่ามีทั้งหมดเท่าใด)  เช่น

  • Here are 4 boxes, but I can carry only 2 - please bring the others.

(นี่คือกล่อง ๔ ใบ  แต่ผมแบกได้เพียง ๒ ใบนะ,  คุณกรุณาแบบอีก ๒ ใบที่เหลือด้วย)

  • There are 7 mangoes on the table; you can take 3 and I’ll take the others.

(มีมะม่วง ๗ ลูกบนโต๊ะ,  คุณเอาไป ๓ ลูกก็ได้  ส่วนผมจะเอาที่เหลือไป)  (คืออีก ๔ ลูกที่เหลือ)

 

3. In spite of the problems, the engineers are going to _________________________ the project. 

(ทั้งๆ ที่มีปัญหา  วิศวกรก็จะ ______________________ โครงการ)  (คือ  ดำเนินโครงการต่อไป) 

(a) catch up with    (ตามทัน, ไล่ทัน, อยู่ในระดับเดียวกัน, คว้า)

(b) carry on with    (ดำเนินต่อไปกับ)

(c) get away with    (หนีไปกับ, ไม่ต้องได้รับโทษในเรื่อง....................)

(d) do without    (ทำโดยปราศจาก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. I have noticed __________________ improvements in the methods of manufacturing used here.

(ผมได้สังเกตเห็นการปรับปรุงดีขึ้น ____________________ ในวิธีการของการผลิต  ที่ถูกใช้ที่นี่)

(a) numeral    (ตัวเลข, เกี่ยวกับตัวเลข)

(b) numerous    (มากมาย, มีมาก)

(c) numbers    (จำนวน, ตัวเลข, จำนวนทั้งหมด)

(d) a lot    (มาก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจตอบ  “A lot of,  Lots of,  Considerable,  A number of,  Number of,  A great number of,  A good number of,  A large number of”  ซึ่งทุกคำใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์

 

5. The parents told their children to repress their uncouth manners and act with decorum (ดิ-ค้อ-เริ่ม) at the party.

(พ่อแม่บอกให้ลูกๆ ของตนระงับ (ยับยั้ง) อากัปกริยาที่กะเร่อกะร่า (ป่าเถื่อน) ของตน  และประพฤติตัวด้วย  ความสุภาพ-ความประพฤติที่ถูกต้อง-มารยาท-สมบัติผู้ดี-ความงดงาม  ที่งานเลี้ยง)

(a) abeyance    (อะ-เบ๊-เอิ้นซ)  (การหยุด, การยั้ง, การระงับไว้ชั่วคราว, การพักเอาไว้ชั่วคราว, ความไม่แน่นอน) 

(b) aspersion    (อัส-เพ้อ-ซั่น  หรือ  ชั่น)  (การใส่ร้ายป้ายสี, การป้ายร้าย, ข้อกล่าวหา) 

(c) enormity    (อิ-น้อร์-มิ-ที่)  (๑. ความมหึมา, ความใหญ่โต, ๒. ความร้ายกาจ, ความชั่วร้าย,  ความชั่วช้า

       เลวทราม  ๓. สิ่งชั่วร้าย, สิ่งที่ร้ายกาจ) 

(d) indignity    (ความเสื่อมเสีย, ความเสียเกียรติ, การเหยียดหยาม, การสบประมาท, การดูถูก)  

(e) etiquette    (เอ๊ท-ทิ-เคท  หรือ  คิท)  (สมบัติผู้ดี, มารยาท, จรรยาบรรณ, ธรรมเนียมปฏิบัติ) 

ตอบ  -  ข้อ  (e

 

6. Only specially-trained technicians are capable of repairing the intricate circuitry of a computer.

(เฉพาะช่างที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษเท่านั้น  ที่สามารถซ่อมวงจรที่  สลับซับซ้อน-เข้า ใจยาก-ยุ่งยาก  ของคอมพิวเตอร์)

(a) extraordinary   (พิเศษ, ผิดธรรมดา, วิสามัญ)

(b) malfunctioning   (ซึ่งทำงานผิดพลาด)

(c) complex   (สลับซับซ้อน)

(d) malleable   (งอได้, บิดได้, ซึ่งสามารถถูกตีออกเป็นแผ่นบางหรือรูปร่างต่างๆได้)

(e) volatile    (ว้อล-ละ-ไทล)  (เปลี่ยนแปลงได้ง่าย, ขึ้นๆลงๆ, ไม่คงที่, ปะทุง่าย, ระเบิดง่าย, ระเหยเป็นไอได้

       รวดเร็ว) 

ตอบ  -  ข้อ  (c

 

7. Some people think that video games have a ________________________ influence on children.

 (บางคนคิดว่าวีดีโอเกมมีอิทธิพลที่ _____________________________________ ต่อเด็กๆ)

(a) boring    (น่าเบื่อหน่าย)

(b) pernicious    (เพอร์-นิช-เชิส)  (เป็นอันตราย, เป็นภัย, ถึงตาย, ร้ายแรง, ร้ายกาจ)

(c) educational    (ทางการศึกษา, เกี่ยวกับการศึกษา)

(d) inhibiting    (ขัดขวาง, ยับยั้ง, สกัดกั้น, ห้าม)

(e) eloquent    (เอ๊ล-โล-เควิ่นท)  (พูดคล่อง, มีคารมคมคาย, มีฝีปาก, ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ) 

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

8. My mother is a good cook ___________________________________________________.

(แม่ของผมเป็นแม่ครัวที่เก่ง _______________________________________________)

(a) but my aunt isn’t too

(b) but my aunt isn’t either

(c) and my aunt is too    (และป้าของผมก็เช่นเดียวกัน)  (เป็นแม่ครัวที่เก่ง)

(d) and my aunt is either

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเราใช้  “Too”  และ  “So”  เพื่อพูดคล้อยตามในประโยคบอกเล่า  และต้องใช้  “Tense”  เดียวกันด้วย  เช่น

  • She is very beautiful and clever.  Her sister is too.  (= So is her sister.)

(เธอสวยและฉลาดมาก  น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

  • He walks quickly and catches the bus.  His brother does too.  (= So does his brother.)

(เขาเดินอย่างเร็วและไปทันรถประจำทาง  พี่ชายของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • We enjoyed the party so much.  Our friends did too.  (= So did our friends.)

(เราสนุกกับงานเลี้ยงมาก  เพื่อนของเราก็เช่นเดียวกัน)

  • They study hard all the time.  We do too.  (= So do we.)

(พวกเขาขยันเรียนตลอดเวลา  เราก็เช่นเดียวกัน)

  • Her friends walk in the morning.  Jenny does too.  (= So does Jenny.)

(เพื่อนๆ ของเธอเดินในตอนเช้า  เจนนี่ก็เช่นเดียวกัน)

  • Sarah went to bed late at night and her sister did too.  (= and so did her sister.)

(ซาร่าห์เข้านอนดึกตอนกลางคืน  และน้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

                  ในกรณีพูดคล้อยตามประโยคปฏิเสธ  ต้องใช้  “Either”  (รูปปฏิเสธต้องเป็นแบบย่อเสมอ)  หรือ  “Neither”  (ไม่ต้องมี  Not  อีกในประโยค  เพราะจะเป็นปฏิเสธซ้อน)  และต้องใช้  “Tense”  เดียวกันด้วย  เช่น

  • They are not government officials.  We aren’t either.  (Neither are we.)

(พวกเขามิได้เป็นข้าราชการ  เราก็มิได้เป็นเช่นเดียวกัน)

  • She does not frequently go shopping.  Her sister doesn’t either.  (= Neither does her sister.)

(เธอมิได้ไปช้อปปิ้งบ่อยนัก  น้องสาวของเธอก็มิได้ไปเช่นเดียวกัน)

  • We didn’t play rugby when we were at college.  They didn’t either.  (= Neither did they.) 

(เรามิได้เล่นรักบี้ตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย  พวกเขาก็มิได้เล่นเช่นเดียวกัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป