หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 614)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Nobody has come to see us since we ________________________________ to our new home.

(ไม่มีใครมาเยี่ยมเยียนเรา  ตั้งแต่เรา ______________________________ ไปอยู่บ้านหลังใหม่)

(a) moved    (ย้าย)

(b) move

(c) have moved

(d) had moved

ตอบ  -  ข้อ  (a)  กริยาที่อยู่ในอนุประโยคที่นำหน้าด้วย  “Since” (ตั้งแต่) จะอยู่ในรูปอดีต  “Past tense” (Verb 2)  เสมอ,  สำหรับ  “Since”  ถ้าหมายถึง  “เพราะว่า”  จะใช้เหมือนกับ  “Because”  คือ  ตามด้วย  Subject + Verb  แต่ถ้าหมายถึง  “ตั้งแต่”  อาจตามด้วยคำนาม หรือวลี หรือตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  ก็ได้  และมักใช้กับ  “Present perfect tense”  (Has  หรือ  Have + Verb 3  หรือ  “Present perfect continuous tense”  (Has  หรือ  Have + Been + Verb + ing  ซึ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด  เช่น 

  • He has read since the morning.   (since + วลี)

(เขาอ่านหนังสือมาตั้งแต่เช้าแล้ว)  (ขณะที่พูดประโยคนี้ก็ยังอ่านอยู่)

  • She has been cooking since 6:00 p.m.   (since + วลี)

(เธอปรุงอาหารมาตั้งแต่ ๖.๐๐ น. (ตอนเย็น) แล้ว)  (ขณะที่พูดประโยคนี้ก็ยังปรุงอยู่)

  • They have worked in the factory since last June.   (since + วลี)

(พวกเขาทำงานในโรงงานตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังทำอยู่)

  • We have lived here since we were young.   (since + ประโยค)

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอาศัยอยู่)

  • Since 10:00 a.m., they have been reading in the library. (since + วลี)

(ตั้งแต่  ๑๐  โมงเช้าแล้วที่พวกเขาอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด)  (ขณะที่พูดประโยคนี้ก็ยังอ่านอยู่)

  • He has been in Chicago since last week.  (= He has gone to Chicago since last week.)  (since + วลี)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were born.   (since +ประโยค)

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เราเกิด)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have played football since we were in college.  (since +ประโยค)

(เราเล่นฟุตบอลตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังเล่นอยู่)

 

2. Ostriches are _________ of living birds, attaining a height from crown to foot of about 2.4 meters and a weight of up to 136 kilograms.

(นกกระจอกเทศ ________ ในบรรดานกที่มีชีวิตอยู่  โดยมีความสูงจากหงอน (บนหัว) ถึงเท้าประมาณ  ๒.๔  เมตร  และน้ำหนักมากจนถึง  ๑๓๖  กิโลกรัม)

(a) large, strong

(b) large and strong

(c) larger and stronger

(d) the largest and strongest    (ใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุด)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  ต้องใช้  The  ขยายหน้า  Adjective  ขั้นสุด  (The largest and strongest)  

 

3. I won’t stay here ____________________________________________________ longer.

(ผมจะไม่พักที่นี่ต่อไป __________________________________________________)

(a) no

(b) not

(c) too

(d) any    (อีกแล้ว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้  “Any”  กับประโยคปฏิเสธ  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Any”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • We had hardly _____________________________________________ rain last month.

(เราแทบไม่มีฝน __________________________________________ เลยเมื่อเดือนที่แล้ว)

(a) no

(b) some

(c) any    (ใดๆ)

(d) little

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้  “Any”  ในประโยคปฏิเสธ  คือ  ประโยคที่มี   “Hardly, Scarcely, Rarely, Seldom”   (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ)  หรือ  “Never”  (ไม่เคยเลย)   สำหรับการใช้   “Any”  มีหลักดังนี้  คือ

                ๑. ใช้แสดงจำนวนแทน  “Some”  ในประโยคคำถาม และปฏิเสธ  คือ  ใช้เป็นคำคุณศัพท์ขยายนาม  “Any + Noun”  (นับได้  พหูพจน์)  หรือ  “Any + Noun”  (นับไม่ได้  เอกพจน์)  เช่น

  • Are there any students in the classroom?

(มีนักเรียนอยู่ในห้องเรียนบ้างไหม)

  • Is there any water in the well?

(มีน้ำอยู่ในบ่อบ้างไหม)

  • There is not any furniture in the room.

(ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ในห้องเลย)

                ๒. ใช้  “Any”  เป็น  “Pronoun”  คือ อยู่ลอยๆ  ไม่ต้องขยายนาม,  “Any”  จะแทนได้ทั้งนามนับได้  พหูพจน์  และนามนับไม่ได้  เอกพจน์  เช่น

  • They wanted some rooms but there weren’t any.

(พวกเขาต้องการห้องพัก  แต่ไม่มีเลย)

  • We wanted some water but there wasn’t any.

(พวกเราต้องการน้ำ  แต่ไม่มีเลย)

               ๓. สามารถใช้  “Any” (Anyone, Anything)  ในประโยคบอกเล่าได้  ในกรณีต่อไปนี้

                    ๓.๑ มีคำที่มีความหมาย  “ปฏิเสธ”  อยู่ในประโยค  เช่น  Seldom, Rarely, Hardly, Scarcely, Never, Without, Too  ดังตัวอย่าง

  • They had hardly any money.

(พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเลย)

  • We could finish the project without any trouble.

(เราสามารถทำโครงการสำเร็จ  โดยปราศจากปัญหาใดๆ)

  • She scarcely received any information from him.

(เธอแทบไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากเขาเลย)

  • It was too soon to say anything.

(มันเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรออกมา)

  • It is too dark to see anything.

(มันมืดเกินไปที่จะมองเห็นอะไรได้)

                    ๓.๒ ประโยคที่แสดงความสงสัย-ไม่แน่ใจ  เช่น

  • I wonder whether there is anything you want to tell me.

(ผมสงสัยว่า มีสิ่งใดที่คุณต้องการบอกผมหรือไม่)

  • She wondered whether anyone was there.

(เธอสงสัยว่า มีใครอยู่ที่นั่นหรือไม่)

                    ๓.๓ ประโยคแสดงเงื่อนไข

  • If you find anything wrong, please let me know.

(ถ้าคุณพบสิ่งใดผิด  โปรดบอกให้ผมทราบ)

  • If you have any problem, consult your parents.

(ถ้าคุณมีปัญหาใดๆ  จงปรึกษาพ่อแม่)

                    ๓.๔ . ใช้ขยายนาม  ในความหมาย  “.............ใดก็ตาม”  (ในกรณีนี้  ไม่สามารถใช้  “Some”  แทนได้)  เช่น

  • I will give this book to anyone who wants it.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่ใครก็ตาม  ที่ต้องการมัน)

  • Anyone violating the rules will be punished.

(ใครก็ตามที่ละเมิดกฎระเบียบ  จะถูกลงโทษ)

  • You may come any time you want.

(คุณจะมาเวลาใดก็ได้  ที่คุณต้องการ)

  • Any student can answer this question.

(นักเรียนคนใดๆ  ก็สามารถตอบคำถามนี้ได้)

               ๔. ใช้เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งส่วนใหญ่ขยาย  “Adjective”  หรือ  “Adverb”  ขั้นกว่า  เช่น

  • It won’t do any good.

(มันจะไม่ช่วยให้อะไรดีเลย)

  • I couldn’t stand it any longer.

(ผมไม่สามารถทนมันได้ต่อไปอีกแล้ว)

  • He doesn’t know any better.

(เขาไม่ได้รู้ดีกว่า  -  คุณหรือผมหรอก)

  • Nobody in the village will be any wiser.

(ไม่มีใครในหมู่บ้านรู้ดีกว่านี้หรอก)

  • I’m sorry to say that the patient isn’t any better.

(ผมเสียใจที่จะบอกว่า  คนป่วยอาการไม่ดีขึ้นเลย)

 

4. It’s __________________ surprise to me that he failed the test.  He hardly prepared for his exam.

(มัน _______ ความประหลาดใจ (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ) สำหรับผม  ที่ว่าเขาสอบตก,  เขาแทบจะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

(a) none

(b) no    (มิใช่)

(c) any

(d) not

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, Not, None”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Since Alaska attained statehood in 1959, __________ single party has dominated politics there.

(ตั้งแต่รัฐอลาสก้าได้บรรลุถึงความเป็นรัฐในปี  ๑๙๕๙ ________ พรรคการเมืองเดียวโดดๆ ได้ครอบงำการเมืองที่นั่น)  (หมายถึง  ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากที่รัฐนี้  หรืออาจผลัดกันครองเสียงข้างมาก)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) never

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • __________ definite boundary exists between the Earth’s atmosphere and interplanetary space.

(________ มีขอบเขตที่แน่นอนระหว่างบรรยากาศของโลก  และห้วงอวกาศระหว่างดาวเคราะห์)  (คือ  เวิ้งว้างโดยไม่มีขอบเขต  ต่างจากน่านฟ้าหรือน่านน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก  ที่มีการกำหนดขอบเขตที่แน่นอน)

(a) Not

(b) No    (ไม่)

(c) None

(d) There is no

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจใช้โครงสร้าง  “There is no definite boundary between the ……..…”   ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่ 

  • An invertebrate is an animal with _______________________________________ spine.

(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  คือสัตว์ที่ ____________________________________ กระดูกสันหลัง)

(a) not

(b) no    (ไม่มี)

(c) none

(d) and no

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้  “No”  นำหน้าคำนาม  (Spine)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Some people take _________________________________________ pride in their work.

(คนบางคน ________________________________________ มีความภูมิใจในงานของตน)

(a) none

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) nothing

ตอบ  -  ข้อ  (b

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I am very sorry that you have ________________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ ____________________________________ มีหนังสือดีๆ อ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากดูจากข้อความ   “ผมเสียใจอย่างมาก”   จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน

                                  ตัวอย่างที่ 

  • __________________ of the committee members voted against the new construction project.

(_____________ สมาชิกคนใดของคณะกรรมการ  ลงคะแนนคัดค้านโครงการก่อสร้างโครงการใหม่)

(a) Someone

(b) Not

(c) None    (ไม่มี)

(d) Any

(e) No

ตอบ  –  ข้อ  (c)  แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า  “สมาชิกบางคนของคณะกรรมการ”  จะต้องใช้  “Some of the…………”  ดูเพิ่มเติมการใช้  No, Not, None, Nothing  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I will stay here ___________________________________________________ longer.

(ผมจะ _________________________________________________ พักที่นี่ต่อไปอีก)

(a) any

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) none

(e) nothing

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The Central Bank warned that cutting interest rates is __________ the solution to the current economic problems.

(ธนาคารกลางเตือนว่าการลดอัตราดอกเบี้ย ________ วิธีแก้ปัญหาของปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน)

(a) no

(b) none

(c) not    (มิใช่)

(d) nothing    (การไม่มีอะไร, ความไม่เป็นไร, การไร้ความหมาย, ศูนย์, สิ่งที่ไม่สำคัญ, คำพูดที่ไม่สำคัญ,

       ไม่เลย, ไม่มีอะไร)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Some elephants have two tusks, but others have _________________________________.

(ช้างบางตัวมีงา  ๒  ข้าง (กิ่ง), แต่บางตัว (ตัวอื่นๆ) _______________________________ มี)

(a) no

(b) never one

(c) not some

(d) none    (ไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)                            

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Pantomime refers to a short drama in which _______________________ words are spoken.

(ละครใบ้เกี่ยวโยงไปถึง (หมายถึง) ละครสั้นซึ่ง _________ คำพูดถูกพูดออกมา)  (แต่ใช้อากัปกิริยาท่าทางของนักแสดงแทนคำพูด)

(a) never

(b) not

(c) no    (ไม่มี)

(d) none

ตอบ  -  ข้อ  c)     

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • It was unnecessary for you to have told Lucy anything.  It was _____________ of her business.

(มันไม่จำเป็นเลยสำหรับคุณที่ได้บอกลูซี่ไปแล้วในเรื่องใดๆ  (เพราะ) มัน _________ เรื่องของเธอเลย)  (มันไม่เกี่ยวกับเธอเลย)

(a) all

(b) no

(c) not

(d) none    (มิใช่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๒                 จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

  • (1) Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี (หมายถึง  ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานา

ธิบดี) ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส  เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ  -  ข้อ    แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก  “No”  ใช้นำหน้าคำนาม  (Woman)  ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า  “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • We saw no difference between them. 

(= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book.

(= She has no books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book.

(= He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books.

(= They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No”  แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้  หมายถึง  “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล)   คน  ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง  “ไม่ใช่”  แต่  “No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                  ในกรณี  “No”  เป็น  “Adverb”  มีการใช้ดังนี้   คือ

  • He is no better yet.

(เขาอาการยังไม่ดีขึ้นเลย)

  • There were no fewer than 50 people at the party.

(มีคนไม่น้อยกว่า  ๕๐  คนที่งานเลี้ยง)

  • She went no further than the station.

(เธอไปไม่ไกลกว่าสถานี)  (คือ  ไปแค่สถานี)

                   นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้   “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing) ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                 ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ),  “No Fishing” (ห้ามตกปลา),  “No Parking” (ห้ามจอดรถ),  “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่),   “No entry” (ห้ามเข้า)  เป็นต้น

                   สำหรับตัวอย่างของ  “No”  และ  “Not”  ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม  ก็เข้ามาไม่ได้)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him. 

(= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย ๒ คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป  -  คือโกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)  -  คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป  -  คือไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย (แน่นอนทีเดียว)  ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย)  (อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                  สำหรับ  “None”  เป็น  “Pronoun” (= Not one, Not any)  =  “ไม่มีอะไรเลย”  หรือ  “ไม่มีใครเลย”  ดังตัวอย่าง

  • None of her students failed in the examination.

(ลูกศิษย์ของเธอไม่มีใครสอบตกเลย)

  • None of us understood the play.

(ไม่มีพวกเราสักคนที่เข้าใจละครเรื่องนั้น)

  • I want some more coffee but there is none left.

(ผมอยากได้กาแฟอีกหน่อย  แต่ไม่มีเหลือเลย)

  • This created a class of large landowners where none had existed before.

(สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดชนชั้นเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย  ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลย)

  • I have answered every single question.  My opponent has answered none.

(ผมได้ตอบคำถามแล้วทุกคำถาม  (แต่)  ฝ่ายตรงข้ามผมไม่ตอบเลย)

  • She showed none of the belligerence and arrogance I had expected.

(เธอมิได้แสดงความมุ่งร้ายและความยโสโอหังใดๆ  ที่ผมได้คาดหวังเอาไว้)

  • None could afford the books or food.

(ไม่มีใครเลยที่มีเงินพอจะซื้อหนังสือ หรืออาหาร)

  • Most people are kind.  Lots of them very kind.  But none so kind as Stephen.

(คนส่วนใหญ่ใจดี,  หลายคนใจดีมาก  แต่ไม่มีใครใจดีเหมือนสตีเฟน)  (เขาใจดีมากกว่าคนอื่นๆ)

  • Go away.  This is none of your business.

(ไปให้พ้น  นี่ไม่ใช่ธุระของคุณเลย)  (คุณไม่ต้องมายุ่ง)

  • It was none other than Jimmy, who took my bike.

(ไม่มีคนอื่น  นอกจากจิมมี่  ผู้ซึ่งเอารถจักรยานของผมไป)

  • As a doctor he is second to none.

(ในฐานะแพทย์  เขาไม่เป็นสองรองใคร)  (เขาเก่งกว่าคนอื่นๆ)

  • Half a loaf is better than none (หรือ   no bread).

(ขนมปังครึ่งปอนด์ยังดีกว่าไม่มีขนมปังเลย)  (หมายถึง  การได้อะไรมา  หรือทำอะไรแม้จะเพียงส่วนเดียว  ยังดีกว่าไม่ได้เลย  หรือมิได้ทำอะไรเลย)

  • “How many fish did you catch?”  “None (at all).”

(คุณจับปลาได้กี่ตัว)  (ไม่ได้เลยครับ)

                  สำหรับตัวอย่างการใช้  “Nothing”  เช่น

  • She shook the bottle over the glass, but nothing came out.

(เธอเขย่าขวดเหนือถ้วยแก้ว  แต่ไม่มีอะไรออกมา)

  • The man nodded but said nothing.

(ชายคนนั้นพยักหน้า – ผงกศีรษะ – แต่ไม่พูดอะไร)

  • There’s nothing to worry about.

(ไม่มีอะไรต้องกังวล)

  • I had nothing else to do.

(ฉันไม่มีอะไรอื่นต้องทำ)

  • Nothing much was happening here at the time.

(ไม่มีอะไรมากนักเกิดขึ้นที่นี่ในขณะนั้น – เวลานั้น)

  • A fight started over nothing.

(การต่อสู้เริ่มต้นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง)  (เรื่องขี้หมูขี้หมา  หรือไม่มีสาระอะไรเลย)

  • They sold their land for nothing.

(พวกเขาขายที่ดินไปในราคาต่ำมาก)

  • There is nothing new about this technique.

(ไม่มีอะไรใหม่เกี่ยวกับเทคนิคนี้)

  • He usually drank nothing stronger than beer.

(ปกติแล้ว  เขาไม่ดื่มอะไรที่แรงไปกว่าเบียร์)

  • I didn’t know that Peter was ill.  It’s nothing serious, I hope.

(ฉันไม่รู้ว่าปีเตอร์ป่วย  ฉันหวังว่ามันไม่ร้ายแรงนะ)

  • There’s nothing more satisfying than a good laugh.

(ไม่มีอะไรให้ความพอใจ – หรือแก้ปัญหา – ได้มากไปกว่าการหัวเราะอย่างต็มที่)

  • Personally, I can think of nothing more terrible.

(โดยส่วนตัวแล้ว  ฉันนึกไม่ออกถึงเรื่องที่น่ากลัว – เลวร้าย – ไปกว่านี้อีกแล้ว)

  • There’s nothing so embarrassing as when things go wrong.

(ไม่มีอะไรน่ากระดากอาย – กระอักกระอ่วนใจ – เท่ากับเมื่อสิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างผิดพลาด)

  • I hate you.  You’re disgusting.  You’re nothing.

(ฉันเกลียดคุณ  คุณมันน่าขยะแขยง  คุณไม่มีค่าอะไรเลย)

  • This man is a petty criminal!  He’s nothing compared to most people we go after.

(ผู้ชายคนนี้เป็นอาชญากรกระจอกงอกง่อย  เขาไม่มีค่า (ความสำคัญ) อะไรเลย  เมื่อเทียบกับอาชญากรส่วนใหญ่ที่เรา (ตำรวจ) กำลังไล่ล่า)

  • He meant nothing to her now.

(เขาไม่มีความหมาย – ไม่มีค่า – อะไรสำหรับเธอเลยในขณะนี้)  (เธอไม่สนใจเขาเลย)

  • Suspension means nothing to us.

(การพักงาน – การถูกเข้ากรุ – ไม่มีความหมายสำหรับเรา)  (เราไม่สนใจเรื่องนี้)

  • Of course, in those days time was nothing.  Now it’s everything.

(แน่ละ  ในอดีตโน้น  เราไม่สนใจเรื่องเวลา  (แต่) ในปัจจุบัน  มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง)  (เวลามีค่าสำหรับเรามาก)

 

5. Three workers were maimed (เมม) when the ladder collapsed.

(คนงาน  ๓  คน  ถูก  ทำให้พิการ  เมื่อบันไดลิงล้มคว่ำลง)  (หมายถึง  คนงานหล่นลงมา  เมื่อบันไดสำหรับปีนไต่ทรุดตัว)

(a) amassed    (รวบรวม, สะสม)

(b) disabled; crippled    (ทำให้พิการ;  ทำให้พิการ, ทำให้เป็นง่อย)

(c) mimicked    (มิ้ม-มิค)  (ล้อเลียน, ล้อ, จำลอง)

(d) strived    (พยายาม)

(e) emulated    (เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะให้เท่าเทียมหรือดีกว่า)

ตอบ  -  ข้อ  b)     

 

6. Pilfering by company employees costs many businesses thousands of dollars each year. 

(การลักเล็กขโมยน้อย-การฉกฉวย   โดยพนักงานบริษัท  ทำให้ธุรกิจจำนวนมากต้องเสียเงินหลายพันดอลลาร์  ในแต่ละปี)

(a) ignorance    (ความโง่เขลา, ความไม่รู้, การละเลยไม่เอาใจใส่)

(b) penetration    (การฝ่าเข้าไป, การทะลุเข้าไป, การเข้าไปข้างใน)

(c) stealing    (การลักขโมย)

(d) absenteeism    (การขาดงาน, การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่)

(e) enhancement    (การทำให้ดีขึ้น, การเพิ่มขึ้น, การทำให้มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. The couple’s wedding ceremony at the ballroom was _________.  It was worth all the efforts put in the planning.

(พิธีแต่งงานของชายหญิงคู่นั้นที่ห้องบอลรูม (ห้องเต้นรำ) ____________ มันคุ้มค่ากับความพยายามทั้งหมดที่ให้กับการวางแผนจัดงาน)

(a) impressive    (น่าประทับใจ)

(b) mundane    (มัน-เดน)  (ปกติ, ธรรมดาๆ, ธรรมดาโลก, เกี่ยวกับโลก, ทางโลก)

(c) traumatic    (ทร้อ-มะ-ทิค)  (ซึ่งทรมานใจ, ซึ่งทำให้ชอกช้ำใจ, ซึ่งทำให้บาดเจ็บ)

(d) surreptitious    (ลับๆล่อๆ, ซ่อนเร้น, ลอบทำ, แอบทำ, มีเลศนัย) 

(e) obsolete    (อ๊อบ-ซะ-ลีท)  (พ้นสมัย, ล้าสมัย, เลิกใช้แล้ว, เก่าคร่ำครึ)  

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

8. Monkeys sometimes act as if they ________________________________________ human.

(ลิงบางที (บางครั้ง) ทำตัวราวกับว่าพวกมัน _________________________________ มนุษย์)

(a) be

(b) are

(c) were    (เป็น)

(d) being

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Clause”  ที่ตามหลัง  “As if, As though”  (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า  -  แต่มิได้เป็นเช่นนั้นจริงๆ)  กริยาต้องอยู่ในรูป  “Past simple tense”  (Verb 2)  ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน,  และใช้รูป  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต  (เรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive”)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He acted as though he ___________________________________________ a mad man.

(เขาทำราวกับว่า  (ประหนึ่งว่า) เขา ______________________________________ คนบ้า)

(a) is

(b) was

(c) were    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน)

(d) had been    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต)

(e) would have been

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูคำอธิบาย  “As though, As if”   (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่                

  • She acts as if she _______________________________________________ his fiancée.

(เธอแสดงตัวประหนึ่งว่า (ราวกับว่า) เธอ ______________________________ คู่หมั้นของเขา)

(a) be

(b) is

(c) was

(d) were    (เป็น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอนุประโยคที่ตามหลัง  “As if, As though”  (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จะอยู่ในรูป  “Past simple tense  หรือ  Past perfect tense”  แล้วแต่ว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน หรืออดีต,  สำหรับกรณีเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (เช่นในข้อนี้)  และกริยาเป็น  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  เช่น  He, She, It, I, We, You, They, Peter, Susan  ทั้งนี้  As if, As though  มีลักษณะการใช้เช่นเดียวกับ  “Wish”  คือ  ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้  แต่ไม่เกิดขึ้นจริง  เราเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “As if, As though”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่              {จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)}

  • (1) Despite its size, a whale can swim (2) as it (3) were (4) almost weightless

(ทั้งๆที่ขนาด (ใหญ่โต) ของมัน  ปลาวาฬสามารถว่ายน้ำได้ราวกับว่า (ประหนึ่งว่า)  มันเกือบจะไร้น้ำหนัก)

ตอบ  -  ข้อ    แก้เป็น  “as if it  หรือ  as though it”  เพราะมีความหมายว่า  “ประหนึ่งว่ามัน, ราวกับว่ามัน”  และต้องตามด้วย  “Past simple tense” (Verb 2)  ถ้าใช้ในความหมายปัจจุบัน,  และต้องใช้  “Were”  กับประธานทุกตัวในกรณีของ  “Verb to be”,   สำหรับในกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ให้ใช้  “Past perfect tense” (Had + Verb 3)  อนึ่ง  ที่ต้องใช้รูป  “Past simple” (Verb 2)  หรือ  “Past perfect” (Had + Verb 3)  หลัง  “As if, As though”  เนื่องจากเป็นเพียงการเปรียบเทียบว่า  “ราวกับว่าเป็นเช่นนั้น, ประหนึ่งว่าเป็นเช่นนี้”  ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ  หรือตรงข้ามกับความเป็นจริง  เหมือนกับการใช้  “Wish”  โดยเราเรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive” 

                                 ตัวอย่างที่  

  • He spends his money ______________________________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน ____________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)  (แต่จริงๆ แล้วมิได้เป็นคนรวย)

(a) so much

(b) as    (As though  =  ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “As though”  หรือ  “As if”  หมายถึง  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  โดยในกรณีนี้  เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (สังเกตจากกริยา  “spends”)  จึงใช้  “Were”  กับประธาน  “He”  ในประโยคย่อย,  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต  ต้องเปลี่ยนเป็น  “Had been” (……..…as though he had been a…….….)  ตัวอย่างประโยคอื่นๆ  ได้แก่

  • He acts as if he were a millionaire.  (เป็นปัจจุบัน)

(เขาทำตัวราวกับว่าเขาเป็นเศรษฐี – ปัจจุบัน)  (แต่จริงไ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He acted as though he had been a millionaire.  (เป็นอดีต)

(เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเศรษฐี – ในอดีต)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • The boy plays with his toy as if it were a living thing.  (เป็นปัจจุบัน)

(เด็กคนนั้นเล่นกับของเล่น  ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He says as though he loved her.  (เป็นปัจจุบัน)

(เขาพูดราวกับว่าเขารักเธอ – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้รัก)

  • I saw it a long time ago, but I remember it as though I had seen it yesterday(เป็นอดีต)

(ผมเห็นมันเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมจำมันได้  ราวกับว่าผมเห็นมันเมื่อวานนี้ – เป็นอดีต)  (จริงๆ แล้ว  ไม่ได้เห็นเมื่อวานนี้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป