หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 608)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The children ____________ have as much fruit as they like, but please don’t give them any sweets.

(เด็กๆ ____ รับประทานผลไม้มากเท่าที่พวกเขาชอบ  แต่กรุณาอย่าให้ของหวาน-ขนมหวานแก่พวกเขา)

(a) will

(b) would

(c) can    (สามารถ)

(d) must    (จะต้อง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  (เป็นการอนุญาตให้ทำได้แบบมีเงื่อนไข)

 

2. He thought he was ______ person working here, but now he’s learned that Frank is even _______.

(เขาคิดว่าเขาเป็นบุคคลที่ _______ ที่ทำงานที่นี่  แต่ขณะนี้เขาได้รู้แล้วว่า แฟรงค์ ______ เขาเสียอีก)

(a) very old ___________ so old

(b) too old ___________ so old

(c) the older ___________ oldest    ()

(d) the oldest ___________ older    (อายุมากที่สุด .............. มีอายุมากกว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  และการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด” (Superlative degree)  ต้องใช้  Article  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์ (The oldest)

 

3. ___________________________________ I been richer, I would have bought a Rolls Royce.

(___ ผมรวยมากขึ้น  ผมคงจะได้ซื้อรถโรลส์รอยซ์ไปแล้ว)  (แต่ผมก็มิได้รวยเพิ่มขึ้น  ผมจึงไม่ได้ซื้อรถฯ)

(a) Had    (ถ้า)

(b) Have

(c) If

(d) Having

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  “Past unreal”  (ไม่เป็นจริงในอดีต)   คือ  เหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประโยคข้างบน  คือ  “ผมมิได้รวยเพิ่มขึ้น  ผมจึงไม่ได้ซื้อรถฯ”  นอกจากนั้น  ประโยคข้างบนยังเป็นโครงสร้างแบบ   “Inversion”  (ผกผัน)  โดยแปลงมาจาก  “If I had been richer”  ทั้งนี้  การผกผันสามารถทำได้เฉพาะใน  If clause  แบบที่ ๒  (Were he a bird, he would fly to the moon.  =  If he were a bird, he…….. = ถ้าเขาเป็นนก (ในขณะนี้)  เขาจะบินไปดวงจันทร์)  และ  If clause  แบบที่ ๓  (ดังประโยคใน ข้อ ๓) เท่านั้น,  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • ___________________________________ on time, they would have seen the entire show.

( _________________________________ ตรงเวลา  พวกเขาคงจะได้เห็นการแสดงทั้งหมด)

(a) If had they arrived

(b) Should they arrive

(c) Have they arrived

(d) Had they arrived    (ถ้าพวกเขาได้มาถึง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)  และเป็นแบบ  “ผกผัน”  (Inversion)  คือเหตุการณ์ในประโยคมิได้เกิดขึ้นจริง  แต่เกิดตรงกันข้าม  สำหรับประโยคข้างบน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  คือ  “พวกเขามิได้มาถึงตรงเวลา  พวกเขาจึงมิได้เห็นการแสดงทั้งหมด”  ทั้งนี้  ข้อความ  Had they arrived  ผกผันมาจาก  If they had arrived

                                 ตัวอย่างที่ 

  • ______________________ how boring this course was going to be, I wouldn’t have enrolled.

(___________________________ (ว่า) วิชานี้จะน่าเบื่ออย่างนี้  ผมคงไม่ลงทะเบียนเรียนหรอก)

(a) Had I known    (ถ้าผมได้รู้)  (ในอดีต)

(b) If had I known

(c) If I knew

(d) Did I know

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากผันมาจาก  “If I had known”  ซึ่งเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  “Past unreal”  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  คือ  เหตุการณ์จริงๆ เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดจริงในประโยคข้างบน  คือ  “เพราะผมไม่รู้ว่าวิชานี้จะน่าเบื่อ  ผมเลยลงทะเบียนเรียนไป”  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • If the art dealer _______________________ the money, he would have bought the painting.

(ถ้าพ่อค้าศิลปะ ________ เงิน  เขาก็คงจะได้ซื้อภาพวาดไปแล้ว)  (แต่ความจริงก็คือว่า  พ่อค้าไม่มีเงิน  เขาก็เลยไม่ได้ซื้อภาพวาด)

(a) has

(b) had had    (มี)

(c) had

(d) would have

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น   “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)  คือการสมมติเรื่องในอดีตที่มิได้เกิดขึ้นจริง  หรือเกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  สามารถทำเป็นแบบ  “ผกผัน”  คือ  Had the art dealer had the money, he…..…..

                                  ตัวอย่างที่ 

  • When I had arrived at the market last night, I found that it was not open.  If I ______, I wouldn’t have bothered to drive over there.

(เมื่อผมไปถึงตลาดเมื่อคืนวาน  ผมพบว่ามันปิด  (ทั้งนี้)  ถ้าผม _______ ผมคงจะไม่ยุ่ง (เดือดร้อน) กับการขับรถไปที่นั่น)

(a) know

(b) known

(c) would know

(d) had known    (ได้รู้)  (ว่าตลาดปิดเมื่อคืน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  “Past unreal”  (ไม่เกิดขึ้นจริงในอดีต)  (เหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค)  ทั้งนี้  ข้อความในประโยค  คือ  “ถ้าผมรู้ว่าตลาดปิดเมื่อคืนวาน  ผมคงไม่ขับรถไปที่นั่น”  แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ  คือ  “เพราะผมไม่รู้ว่าตลาดปิดเมื่อคืน  ผมจึงขับรถไปที่นั่น”  ทั้งนี้  สามารถทำเป็นแบบ  “ผกผัน”  คือ  Had I known, I wouldn’t have…..……    

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Nancy _____________________________________________ you if you had asked her.

(แนนซี่ ___________________________________________ คุณ  ถ้าคุณได้ขอร้องเธอ)

(a) had helped

(b) would help

(c) might help

(d) would have helped    (คงได้ช่วยเหลือ)

ตอบ   –  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น   “If clause”  แบบที่  ๓  “Past unreal”  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  คือ  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ  ตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในประโยคข้างบน  คือ  “แนนซี่มิได้ช่วยเหลือคุณ  เพราะคุณไม่ได้ขอร้องเธอ”  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ  If clause” แบบที่  ๓  ได้แก่

  • If we hadn’t left the house so late, we wouldn’t have missed the train.

(ถ้าเรามิได้ออกจากบ้านสายมาก  เราคงจะไม่พลาด (ตก) รถไฟ)

หมายเหตุ   –    ในความเป็นจริงคือ   “เราออกจากบ้านสาย  เราเลยตกรถไฟ”  ผู้พูดประโยคสมมติในอดีตแบบนี้  มักแสดงความเสียดายกับสิ่งที่เกิดขึ้น  เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว  แก้ไขไม่ได้แล้ว  จึงมาเสียใจในภายหลัง,  การสมมติในอดีตแบบนี้  มีรูปประโยคดังนี้  คือ  อนุประโยค  “If + Subject + Had (not) + V ช่อง 3”,  ส่วนในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะมีโครงสร้าง  “Subject + Would (Should, Could, Might, Must) + (Not) + Have + Verb ช่อง  3”  หรือเอา  “If clause”  ซึ่งเป็นอนุประโยค  ไปไว้ข้างในประโยคก็ได้  แล้วเอาประโยคใหญ่  (Main clause)  มาไว้ข้างหน้าประโยค  ความหมายจะเหมือนกันทุกประการ   แต่ถ้าเอา  “Main clause”  มาไว้ข้างหน้าประโยค  เมื่อจบ  “Main clause”  แล้ว  ให้ต่อด้วยประโยคย่อย  (If clause)  เลย  ไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่น,  ตัวอย่างประโยคสมมติในอดีต  เช่น

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had*** something to buy.

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ)  (แต่จริงๆ คือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)

                  ***จะเห็นว่าใน  “If clause”  มี  “Had” 2  ตัว,  ตัวหน้าแสดง  “Past perfect tense”  ส่วน  “Had”  ตัวหลังมาจาก  “Have”  ที่แปลว่า  “มี”  พอมาอยู่หลัง  “Had”  จึงต้องเปลี่ยนไปเป็น  Verb  ช่องที่  3  ทำให้มี  “Had”  2ตัว

  • I would not have bought a car if my office had not been very far from my home.

(ผมคงจะไม่ได้ซื้อรถยนต์ (เมื่อปีที่แล้ว)  ถ้าที่ทำงานของผมมิได้อยู่ห่างไกลจากบ้านมากมาย)  (แต่จริงๆ คือ  ผมซื้อรถยนต์  เพราะที่ทำงานอยู่ห่างไกลจากบ้านมาก)

  • If he had bet on that horse, he would have lost all his money.

(ถ้าเขาเล่นพนัน (แทง) ที่ม้าตัวนั้น  เขาก็คงสูญเสียเงินไปทั้งหมดแล้ว)  (แต่ในความเป็นจริงคือ  “เขามิได้เล่นพนันที่ม้าตัวนั้น  เขาก็เลยไม่ได้เสียเงิน”)

  • If you had not come to my party, you would not have met your old friends at college.

(ถ้าคุณมิได้มาที่งานเลี้ยงของผม  คุณก็คงไม่ได้พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ  “คุณมางานเลี้ยง  คุณเลยได้พบเพื่อนเก่า”)

สรุป   -   ใน  “If clause”  (ประโยคย่อย)  จะเป็นรูป  “Past perfect” {Subject + Had + (Not) + Verb 3}  เสมอ,  ส่วนใน  “Main clause”  (ประโยคใหญ่)  จะเป็นรูป  “Past future perfect” {Subject + Would (should, could, might) + (Not) + Have + Verb 3}  

             นอกจากนั้น  ในส่วนของอนุประโยค  คือ  ในส่วนที่เป็น  “If clause”  ยังสามารถทำเป็นแบบ  “Reverse” (Inversion)  (ผกผัน)  คือ  เอา  “Had”  มานำหน้า  “Clause”  แล้วตัด  “If”   ทิ้งไป  โดยที่ความหมายยังคงเหมือนเดิมทุกประการ  (ทำได้เฉพาะใน  “If clause”   แบบที่  ๓  หรือ  แบบที่  ๒  ที่ใน  “If clause”  มีกริยา  “Were”)   ดูเปรียบเทียบประโยค  “ก่อน”  และ  “หลัง”  ทำ  “Reverse” (Inversion)  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(=  Had he studied hard, he would………....….exam.)

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(=  Had you asked me, I………………..truth.)

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(=  Had they not stopped smoking, they……………..cancer.)

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had**something to buy.

(=  She would have gone to the market had she had something to buy.)

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ)  (แต่จริงๆ คือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)

สรุป  -  ใน  “If clause” (ประโยคย่อย)  จะเป็นรูป  “Past perfect” {If + Subject + Had + (Not) + Verb 3}  เสมอ  ส่วนใน  “Main clause”  (ประโยคใหญ่)  จะเป็นรูป  “Past future perfect”  {Subject + Would (should, could, might) + (Not) + Have + Verb 3}  นอกจากนั้น  ยังสามารถทำรูป  “Reverse” (Inversion)   ในส่วนที่เป็น  “If clause”  ได้ด้วย

 

4. Please excuse the untidiness.  My house is ________________________________________.

(โปรดให้อภัยในความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย  บ้านของผม ____________________________)

(a) redecorating

(b) being redecorated    (กำลังถูกตกแต่งใหม่)

(c) redecorated

(d) to redecorate

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Present continuous tense”  {Subject + Is (Am, Are) + Verb + ing}  ในแบบ   “Passive voice”  คือ  Subject + Is (Am, Are) + Being + Verb 3  (My house is being redecorated.)  (บ้านกำลังถูกตกแต่งใหม่)  โดยพิจารณาจากข้อความ  “โปรดให้อภัยในความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย”  ตัวอย่างประโยคในโครงสร้างแบบนี้  เช่น

  • The students are being punished by their teacher.

(นักเรียนกำลังถูกลงโทษโดยครูของตน)

  • A large number of animals are being hunted by humans in this area each year.

(สัตว์จำนวนมากกำลังถูกล่าโดยมนุษย์ในบริเวณนี้ในแต่ละปี)

 

5. Economists distinguish between perishable and _______________________________ goods.

(นักเศรษฐศาสตร์แยกความแตกต่างระหว่างสินค้าที่เน่าเสียได้  และสินค้า __________________)

(a) durable    (คงทน, ทนทาน)

(b) duration    (ระยะเวลา, ช่วงเวลา)

(c) enduring    (ที่อดทน-ทนทาน-คงทน)

(d) saleable    (ที่สามารถขายได้)

(e) astute    (แอส-ทิ้วท์)  (ฉลาด, หลักแหลม, มีเชาว์)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Durable goods”  หมายถึง  สินค้าประเภทเครื่องมือเครื่องใช้  หรือสินค้าที่ใช้ได้นาน  ซึ่งต่างกับสินค้าที่ใช้บริโภค  ที่เน่าเสียได้

 

6. Don’t be credulous and let a mountebank (เม้านท-ที-แบงค) deceive you.

(จงอย่าหูเบาและปล่อยให้  คนหลอกลวง-หมอเถื่อน-หมอกำมะลอ  หลอกต้มคุณ)

(a) accomplice    (อะ-คล้อม-พลิซ)  (ผู้ร่วมสมคบกระทำผิด, ผู้สมรู้ร่วมคิด) 

(b) charlatan    (ช้าร์-ละ-เทิ่น)  (คนล่อลวง, นักต้มตุ๋น, หมอเถื่อน, คนร้องขายของตามตลาด,

       ผู้หลอกลวงว่าเป็นผู้รู้หรือผู้ชำนาญ) 

(c) fugitive    (ฟิ้ว-จิ-ทิฟว)  (๑. (คำนาม)  ผู้หลบหนี, คนที่กำลังหนี, ผู้ลี้ภัย  ๒. (คำคุณศัพท์) ชั่วคราว,

       ชั่วประเดี๋ยว, แว้บเดียว, ไม่ถาวร, ที่หลบหนี, ที่ลี้ภัย, เปลี่ยนแปลง, ร่อนเร่) 

(d) interloper    (อิน-เทอะ-โล้พ-เพ่อะ)  (ผู้บุกรุก, ผู้รุกล้ำไปในบริเวณที่หวงห้ามโดยไม่มีใบอนุญาต, ผู้ดำเนิน

       กิจการผิดกฎหมาย, ผู้ยุ่งเรื่องของคนอื่น, ผู้พูดสอดขึ้น) 

(e) altruist   (แอ๊ล-ทรู-อิสท)  (ผู้ปฏิบัติหรือยึดการปฏิบัติที่เห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่นเป็นที่ตั้ง, ผู้ที่ชอบช่วย

       เหลือเพื่อนมนุษย์) 

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

7. Governments should endeavor to mitigate (มิ้ท-ทิ-เกท) distress of their people.

(รัฐบาลควรพยายามที่จะ  ทำให้เบาบาง-ทำให้ลดน้อยลง-ทำให้บรรเทาลง-แบ่งเบา-ทำให้อ่อนโยนขึ้น-อ่อนลง-ลดลง-บรรเทาลง  ความทุกข์ของประชาชนของตน)   

(a) palliate    (แพ้ล-ลิ-เอท)  (ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ลด, ผ่อนคลาย)

(b) incapacitate    (อิน-คะ-แพ้ส-ซิ-เทท)  (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ) 

(c) nurture    (เน้อร์-เช่อะ)  (๑. สนับสนุน, เลี้ยง, บำรุง, ถนอม, ทะนุถนอม, อุปถัมภ์,   ๒.  ฝึกฝน, ให้การศึกษา) 

(d) ponder    (พ้อน-เดอะ)  (ครุ่นคิด, คำนึง, ไตร่ตรอง, พิจารณา) 

(e) expurgate    (อิ๊ค-สเพอร์-เกท)  (ตัดข้อความที่ไม่ดี  หรือไม่สมควรออก)  (มักใช้กับหนังสือ)

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

8. We all know ____________________________________________ he is at playing football.

(เราทุกคนรู้ว่าเขา ____________________ การเล่นฟุตบอล ______________________)

(a) how well

(b) how much

(c) how good    (เก่ง ................. (การเล่นฟุตบอล) .................. เพียงไร)

(d) how badly

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ใช้โครงสร้าง  To be + Good at + Verb + ing  =  เก่งในการเล่น.............  ดูเพิ่มเติมการใช้  Preposition  “At”   ในหมวดข้อสอบ  STRUCTURE  ตอนที่  ๖๐๗  ข้อ  ๓    

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป