หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 607)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. He has _______________________________________ every effort to improve his English.

(เขาได้ ______________________ ความพยายามทุกวิถีทาง  ที่จะปรับปรุงภาษาอังกฤษของตน)

(a) made    (ใช้, ทำ)

(b) done

(c) taken

(d) brought

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ใช้  “Make an effort”  (ใช้ความพยายาม)  หรือ  “Make every effort”  (ใช้ความพยายามทุกวิถีทาง)  ดูการใช้  “Make”  และ  “Do”  จากวลีข้างล่าง

                              วลีที่ใช้  Make

  • make a mistake   (ทำผิด)
  • make an error   (ทำผิด, ทำผิดพลาด)
  • make a noise   (ทำเสียงดัง)
  • make a sound   (ส่งเสียง, พูด)
  • make a terrible racket   (ส่งเสียงอึกทึกครึกโครม-เสียงดังหนวกหู)
  • make a speech   (กล่าวสุนทรพจน์)
  • make a hole   (เจาะรู)
  • make beds   (สร้างเตียง)
  • make the beds  (จัดเตียง, ปูเตียง)
  • be made of gold   (ทำด้วยทอง)  (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)
  • be made from wheat   (ทำมาจากข้าวสาลี)  (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)
  • a car (which was) made in China   (รถผลิตในจีน)
  • a Japanese-made car   (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • make a choice   (เลือก)
  • make a change (some changes)   (เปลี่ยนแปลง)
  • make a great success   (ประสบความสำเร็จอย่างมาก)
  • make a mess of the room   (ทำห้องเละเทะ-สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ)
  • make a very good job of the bathroom   (รักษาความสะอาดห้องน้ำได้ดีมาก)
  • make a serious effort   (พยายามอย่างจริงจัง)
  • make a fuss   (บ่นหรือจู้จี้)
  • make a claim   (เรียกร้อง, เรียกค่าเสียหาย, กล่าวอ้าง)
  • make a charge   (เรียกเก็บเงิน, คิดเงิน)
  • make a bad impression   (สร้างความประทับใจในทางลบ)
  • make good progress   (ก้าวหน้าไปด้วยดี)
  • make a discovery   (ค้นพบ)
  • make a good recovery   (ฟื้นไข้เร็ว)
  • make gains   (มีชัยชนะ หรือรุกคืบหน้า)
  • make it clear   (อธิบายอย่างชัดเจน)
  • make sure   (ทำให้แน่ใจ)
  • make a statement   (พูด, กล่าว)
  • make a comment   (แสดงความคิดเห็น)
  • make a point   (เสนอวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมาย)
  • make a decision   (ตัดสินใจ)
  • make a phone call   (โทรศัพท์)
  • make a judgement   (ลงความเห็น, ตัดสิน, วินิจฉัย, พิจารณาคดี)
  • make a visit   (ไปเยือน)
  • make a trip   (เดินทาง)
  • make a tour   (เดินทางท่องเที่ยว)
  • make a start   (เริ่มต้น)
  • make a move   (เปลี่ยนถิ่นที่อยู่, เคลื่อนไหว, เคลื่อนที่)
  • make a suggestion   (แนะนำ)
  • make an announcement   (ประกาศ)
  • make up   (กุเรื่อง, แต่งหน้า, ประกอบขึ้นเป็น)
  • make up for   (ชดเชย)
  • make out    (เข้าใจ)
  • make you a good secretary    (เป็นเลขาฯ ที่ดีของคุณ)
  • make a good doctor   (เป็นหมอที่ดี)
  • sixty minutes make an hour   (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)
  • two and two make four    (๒ บวก ๒ เป็น ๔)
  • make a fool of oneself     (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)
  • make a fool of someone    (หลอกต้มคนอื่น, ทำให้คนอื่นดูเป็นไอ้โง่)
  • He used to make her life hell.   (เขาเคยทำให้ชีวิตเธอเป็นนรก)
  • Sit down and make yourself comfortable.   (นั่งลงและทำตัวให้สบาย)
  • The agenda of the discussion was made public.   (วาระของการพูดคุยถูกประกาศออกไป)
  • He feared the story would make things worse.   (เขากลัวว่าเรื่องนั้นจะทำให้สิ่งต่างๆ เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก)
  • She tried to make herself understood.   (เธอพยายามทำให้คนอื่นเข้าใจเธอ)
  • Jack was the first to make himself heard.   (แจ๊กเป็นคนแรกที่ทำให้คนอื่นได้ยินเสียงของเขา – เสียงแสดงความคิดเห็น หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ)
  • She makes me laugh.   (เธอทำให้ผมหัวเราะ)
  • What makes you ask that ?   (อะไรทำให้คุณถามแบบนั้น)
  • A sudden noise made Paul jump.   (เสียงที่ดังขึ้นมาในทันใดทำให้พอล กระโดดโหยง)
  • The warm sun made her feel a little better.   (ดวงอาทิตย์ที่อบอุ่นทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย)
  • You’ve got to make him listen.   (คุณจำเป็นต้องบังคับให้เขาฟัง)
  • They were made to sit and wait for two hours.   (พวกเขาถูกบังคับให้นั่งและรอ ๒ ชั่วโมง)
  • The letters won’t make the last post.   (จดหมายคงส่งไม่ทันไปรษณีย์เที่ยวสุดท้าย)
  • We haven’t time to cook a proper meal.  We’ll have to make do with sandwiches.   (เราไม่มีเวลาที่จะปรุงอาหารดีๆ  เราจำเป็นต้องถูไถกินแซนด์วิชไปก่อน)
  • He earned a very little income each month.  He had to make do with it.   (เขามีรายได้น้อยมากแต่ละเดือน  เขาต้องถูไถกับมัน – เงินเดือนจิ๊บจ๊อย)
  • The escaped prisoners are believed to be making for London.    (นักโทษที่หลบหนีถูกเชื่อว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังลอนดอน)
  • This discussion will make for a better understanding among us.    (การพูดคุยครั้งนี้จะส่งเสริมความเข้าใจระหว่างพวกเรา)
  • When he saw the farmer coming, the tramp made off with the chicken as fast as he could.   (เมื่อเขาเห็นชาวนากำลังมา  เจ้าคนจรจัดวิ่งหนีไปพร้อมกับไก่ – ที่ขโมยมา – อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้)
  • I can’t make out why she was so rude.   (ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอจึงหยาบคายเสียขนาดนั้น)
  • She’s a strange person.  I’ve never been able to make her out.   (เธอเป็นคนแปลก  ผมไม่สามารถเข้าใจเธอได้เลย)
  • How are you making out in your new job ?   (คุณเป็นอย่างไรบ้างประสบความสำเร็จไหม – ในงานใหม่ของคุณ)
  • make an inquiry (enquiry)   (สอบถาม, สอบสวน, ตรวจสอบ)
  • It was clear to me that the girl wasn’t in love with him.  She was on the make.   (มันเห็นได้ชัดกับผมว่า  เด็กสาวคนนั้นไม่ได้รักเขาเลย  เธอแสร้งทำเพื่อหวังผลประโยชน์)

                              วลีที่ใช้  “Do

  • do one’s best  (do his/her best)  (ทำดีที่สุด)
  • do one’s duty   (ทำหน้าที่ของตน)
  • do good   (ทำดี)
  • do bad   (ทำชั่ว)
  • do harm   (ทำอันตราย)
  • do someone a favor   (ช่วยเหลือคนอื่น)
  • do someone good   (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)
  • do the right (wrong) thing   (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)
  • do duty   (ทำหน้าที่)
  • do work   (ทำงาน)
  • do things   (ทำสิ่งต่างๆ)
  • do a lot of reading   (อ่านหนังสือเยอะแยะ)
  • do your teeth   (แปรงฟันของคุณ)
  • do the flowers    (จัดดอกไม้)
  • do the cleaning    (ทำความสะอาด)
  • do the washing up    (ซักผ้า-ล้างจาน)
  • do the cooking    (ปรุงอาหาร)
  • do nothing   (ไม่ทำอะไร)
  • do something about a problem    (ลงมือทำเพื่อพยายามแก้ปัญหา)
  • do something about immigration    (แก้ปัญหาการอพยพ)
  • do all we can    (ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้)
  • There’s nothing I can do about it.

(ไม่มีสิ่งใดที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน – คือช่วยอะไรไม่ได้)

  • That hat does nothing for you.  

(หมวกใบนั้นไม่เหมาะกับคุณ)

  • I wonder what his father does.   

(ผมสงสัยว่าพ่อเขาทำงานอะไร)

  • He didn’t do very well in his exam.

(เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสอบ)

  • Do you do train bookings to London?

(คุณให้บริการจองตั๋วรถไฟไปลอนดอนหรือเปล่า)

  • PWA does tap water for the public.

(กปภ. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน)

  • do a subject

(ศึกษาวิชาที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย)

  • He can do 120 miles per hour in that car.  

(เขาสามารถทำเวลาได้ ๑๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมงในรถคันนั้น)

  • This pen will do.  

(ปากกาด้ามนี้ก็ใช้ได้แล้ว – เพียงพอแล้ว)

  • Two thousand dollars will do me very well.

(เงิน ๒,๐๐๐ เหรียญพอเพียงกับความต้องการของผมเป็นอย่างดี)

  • What did you do with the keys?

(คุณเอากุญแจไปเก็บไว้ที่ไหน)

  • What did you do with that Baht 500 I gave you?

(คุณเอาเงิน ๕๐๐ บาทที่ผมให้ไปทำอะไร)

  • What can I do for you? 

(ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

  • How are you doing?

(คุณสบายดีหรือครับ)

  • How do you do” 

(ใช้พูดทักทายเมื่อตอนพบกัน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า“How do you do?”เช่นเดียวกัน)

  • This book has (หรือ is) to do with married life.

(หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงาน)

  • Easier said than done.    (พูดง่ายกว่าทำ – เป็นสุภาษิต)
  • make do   (อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้  –  เงิน, สิ่งของ  –  เท่าที่มีไปพลางๆก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน)
  • I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it.)

 (ผมมีเงินแค่ ๑๐๐ เดียว มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

  • He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone.)  

(เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู   แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้  (ตอก)  แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

  • dos and don’ts    (สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ)
  • There are plenty of dos and don’ts in this contract.

(มีสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำมากมายในสัญญานี้)

  • do homework (housework)   (ทำการบ้าน-งานบ้าน)
  • do crossword puzzles    (ทำปริศนาอักษรไขว้)
  • do the exercise   (ออกกำลัง)
  • do the bedroom    (จัดห้องนอน)
  • do away with    (กำจัด, ทำลาย)
  • do the shopping    (ไปซื้อของ-ช้อปปิ้ง)
  • do business    (ทำธุรกิจ)
  • have something to do with    (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)
  • have nothing to do with    (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

(He had nothing to do with the bank robbery.  –  เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นธนาคารเลย)

 

2. That dress is much cheaper than this, and it’s just _____________________________ pretty.

(ชุดนั้นราคาถูกกว่าชุดนี้มาก  และมันก็สวย _____________________________________)

(a) like

(b) so

(c) alike

(d) look

(e) as   (เหมือนกัน)

ตอบ  -  ข้อ  (e)  “Just as pretty”  =  “สวยเหมือนกัน”  สำหรับการใช้  “Like, Alike, As”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • What is the climate ______________________________________ in your home town?

(อากาศ ________________________________ อย่างไร (เช่นไร)  ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ในที่นี้  “Like”  เป็น  Preposition  หมายถึง  “เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย”   ใช้กับ  Verb to be  หรือ  Look  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)  ต้องตามด้วยคำนาม

                                ตัวอย่างที่  

  • The sky is cloudy and it looks like ___________________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน __________________________________________)

(a) rain   (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ  –  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Like”   ในที่นี้เป็น  Preposition  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้  คือ  “ฝน

                                 ตัวอย่างที่  

  • He became a doctor ______________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _________________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like   (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  จะเป็น Preposition  จึงต้องตามด้วยคำนาม  สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ  “the same as”  ส่วน  As  (ดังที่, ตามที่, เหมือนกับที่)  ต้องตามด้วยประโยค  คือ  “Subject + Verb”  แต่ถ้า  As  หมายถึง  “ในฐานะ, เป็น”  จะเป็น  Preposition  ต้องตามด้วยคำนาม  เช่น  He worked as a doctor.  (เขาทำงานเป็นหมอ)  ดูความแตกต่างการใช้  Like  และ  As  จากประโยคข้างล่าง

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสหภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

  • Like his father, Tom is the most persevering.

(เหมือนกับพ่อของเขา  ทอมมีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด)

  • Like most hard-working people, the workers had to get up very early and go to bed very late at night.

(เหมือนคนทำงานหนักส่วนใหญ่  พวกคนงานจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่  และเข้านอนดึกมากในตอนกลางคืน)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like”  เนื่องจาก  “Like” (เป็น  Preposition  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น  “the other nations”, “his father”,  “most hard-working people”  (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as”  (หมายถึง  “เหมือนกับที่, ดังที่, ตามที่”)  ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                  สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ  หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆ ปี)

                  สำหรับ  “Alike”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์ และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

  • These two things are alike.

(ของ ๒ สิ่งนี้เหมือนกัน)

  • Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน  -  รูปร่างหน้าตา หรือการกระทำ)

  • No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร ๒ คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

  • The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว ๒ คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆ กัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กๆ ได้รับการปฏิบัติเหมือนๆ กันทุกคน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆ กัน)

  • The snowstorm affected the southern and northern states alike.

(พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้เหมือนๆ กัน)

 

3. When the accident took place, the car was going ____________________________ full speed.

(เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น  รถกำลังวิ่ง _______________________________ ความเร็วเต็มเหยียด)

(a) in

(b) with

(c) at    (ที่)

(d) by

ตอบ  -  ข้อ  (c)

          สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้  Preposition  “At”  ได้แก่  “He left school at (the age of) 18.”  (เขาออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ ๑๘ ปี),  “He passed his driving test at the second attempt.”  (เขาสอบขับรถผ่าน – ได้ใบขับขี่ – ในความพยายามครั้งที่สอง)  (หมายถึง  ครั้งแรกสอบตก),  “At times (sometimes) he used to go for long walks.”  (บางครั้ง – บางโอกาส – เขาเคยไปเดินเล่นไกลๆ),  “Buses pass the end of the road at regular intervals.”  (รถเมล์วิ่งผ่านปลายถนนเป็นครั้งคราว – เป็นช่วงๆ – ตามเวลาที่กำหนด),  “What is he at ?  He should have been back long ago.”  (เขากำลังทำอะไรอยู่นะ  เขาควรจะกลับมา – ถึงบ้าน – ตั้งนานแล้ว),  “Be at it”  (ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมบางอย่าง)  -  They’re always at it, arguing night and day.  (พวกเขาทำสิ่งนี้อยู่เสมอ,  โต้เถียง-ทะเลาะกันทั้งคืนทั้งวัน),  “She is shouting at the top of her voice.”  (เธอกำลังตะโกนสุดเสียง),  “They sat at a table near the back.”  (เขานั่งที่โต๊ะใกล้หลังห้อง),  “We landed at a small airport.”  (เราร่อนลงจอดที่สนามบินเล็กๆ),  “He tightened the screw at both ends.”  (เขาขันสกรูให้แน่นที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง),  “at a high speed”  (ด้วยความเร็วสูง)  -  It is not safe to go round a bend at a high speed.  (มันไม่ปลอดภัยที่จะขับรถตรงทางโค้งด้วยความเร็วสูง),  “at a good price”  (ในราคาที่ดี หรือสูง)  -  She sold her house at a good price.  (เธอขายบ้านได้ราคาดี),  “at interest”  (โดยคิดดอกเบี้ย),  “at pains”  (ใช้ความพยายามเป็นพิเศษ)  -  At pains to make a good impression, she was prompt for her appointment.  (โดยใช้ความพยายามเป็นพิเศษที่จะสร้างความประทับใจ  เธอรวดเร็วสำหรับการนัดหมาย  -  คือมาถึงที่นัดหมายตรงเวลา),  “at stake”  (ไม่แน่นอน, อยู่ในภาวะที่เสี่ยง)  -  The team played hard because the championship of the state was at stake.  (ทีมเล่นอย่างสุดฝีมือ  เพราะตำแหน่งแชมเปี้ยนของรัฐไม่แน่นอน  หรืออยู่ในภาวะเสี่ยง  -  คือ  ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการแข่งขัน  ไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะ  และจะได้เป็นแชมป์หรือไม่),  “at the same time”   (ในเวลาเดียวกัน),  “at the corner of the street”  (ที่หัวมุมถนน),  “We got off the bus at Oxford Street.”  (เราลงรถเมล์ที่ถนนอ็อกซ์ฟอร์ด)  (หมายถึงที่ป้ายรถเมล์บนถนนนี้),  แต่ใช้  "They live in Oxford Street.”  (เขาอาศัยอยู่บนถนนอ็อกซ์ฟอร์ด),  “He threw stones at other children.”  (เขาขว้างหินไปที่เด็กคนอื่นๆ),  “He pointed the gun at me.”  (เขาเล็งปืนมาที่ผม - ขู่ว่าจะยิงผม),  “I had to make a guess at the meaning of the word.”  (ผมจำเป็นต้องเดาความหมายของคำ),  “Hold it at arm’s length”  (ถือมันไว้ให้ห่างตัวหนึ่งช่วงแขน),  “at the mercy of”  (= at one’s mercy)  (อยู่ในอำนาจของ, ขึ้นอยู่กับความเมตตากรุณาของ)   -  The picnic was at the mercy of the weather.  (การปิกนิกขึ้นอยู่กับความเมตตาของดินฟ้าอากาศ  -  คือจะต้องเลื่อนไปถ้าเกิดฝนตก),  There is no need at all to buy a new car.  (ไม่มีความจำเป็นเลยสักนิดที่จะซื้อรถคันใหม่),  “good at”  (เก่ง)  -  She is good at playing tennis.  (เธอเล่นเทนนิสเก่ง),  “at a high speed” = {(บินหรือวิ่ง)  ด้วยความเร็วสูง},  “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ)  -  They sat at a table near the back.  (พวกเขานั่งที่โต๊ะใกล้หลังห้อง),  “land at a small airport” (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ),  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง)  -  Please tighten the screws at both ends.  (กรุณาขันสกรูให้แน่นทั้ง ๒ ปลาย – ของขั้วแบตเตอรี่),  “a knock at the door”  (การเคาะที่ประตู)  -  There was a knock at the door and then she walked in.  (มีเสียงเคาะที่ประตู  และจากนั้นเธอก็เดินเข้ามา),  “at a beach club”  (ที่สโมสร ณ ชายหาด)  -  The whole play takes place at a beach club.  (การแสดงทั้งหมดเกิดขึ้นที่สโมสร ณ ชายหาด)Only one hospital, at Angal, is functioning.  (โรงพยาบาลเพียงแห่งเดียวเท่านั้น, ที่ (ตำบล) แองกัล, กำลังทำงานอยู่),   “at a funeral”  (ที่งานศพ)  -  The whole village were out at a funeral.  (คนทั้งหมู่บ้านออกมาเพื่อร่วมพิธีศพ),  “at a press conference”  (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์)  -  George made his remarks at a press conference.  (จอร์ชพูดที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์),  “at a high school dance”  (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน)  -  James had a fight at a high school dance.  (เจมส์ทะเลาะวิวาทที่งานเต้นรำของโรงเรียน)“at the office”  (ณ ที่ทำงาน,  เดินทางไปทำงาน)  -  He is at his office.  (เขาอยู่ที่ที่ทำงาน)  -  Mary was 25 years at that office.  (แมรี่เดินทางไปทำงานที่สำนักงานแห่งนั้นเป็นเวลา ๒๕ ปี),  “at a boarding school”  (ที่โรงเรียนประจำ – โรงเรียนกินนอน)  -  They have been away from home at a boarding school.  (พวกเขาออกจากบ้านเพื่อมาเรียนที่โรงเรียนประจำ),  “at a small town or village”  (ที่เมืองหรือหมู่บ้านเล็กๆ)  -  Darwin lived at Downe, a small village in Kent.  (ดาร์วินอาศัยอยู่ที่ดาวเน่ – หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองเคนท์),  แต่ใช้  I’m so glad you have come to live in our village.  (ผมดีใจมากที่คุณมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของเรา),  และใช้  “in the city or country”  (ในเมืองหรือประเทศ)  -  She lives in Chiang Mai, a province in northern Thailand.  (เธออาศัยอยู่ในเชียงใหม่  จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย),  “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า หรือกินอาหารเช้า)  Jeff is still home at breakfast.  (เจฟฟ์ยังคงอยู่ที่บ้านและทานอาหารเช้า),  “to stare at a garage roof”  (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ),  “to wave down at him”  (โบกมือให้เขา),  “John grinned at Sarah.”  (จอห์นยิ้มกว้างให้ซาร่าห์),  ““to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา),  “at a distance”  (ในระยะไกล)  -  We could see the approaching train at a distance.  (เราสามารถมองเห็นรถไฟที่กำลังใกล้เข้ามาอยู่ในระยะไกล),  “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่),  “at risk”  (เสี่ยง),  “at 10:00 a.m.”  (ตอน ๑๐ โมงเช้า)  -  I will see you at 2 o’clock.  (ฉันจะมาพบคุณตอนบ่ายสองโมง),  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ),  “at once”  (โดยทันทีทันใด),  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี),   “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ),  “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป),   “to speak at great length”  (พูดเสียอย่างยืดยาว), “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง),  “to start work at sixteen”  (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖),  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓),  “to grow at an astonishing rate”  (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง),  “Planes were taking off at ninety-second intervals.”  (เครื่องบินกำลังบินขึ้น – จากสนามบิน – ทุกๆ ช่วงเวลา ๙๐ วินาที) (คือ ๙๐ วินาทีบินขึ้น ๑ ลำ),  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ),  “at 100 miles an hour” (ที่ ๑๐๐  ไมล์ต่อชั่วโมง)  -  He was driving at 100 miles an hour.  (เขากำลังขับรถด้วยความเร็ว ๑๐๐  ไมล์ต่อชั่วโมง),  “Petrol is sold at 30 Baht a liter.”  (น้ำมันขายในราคา ๓๐ บาทต่อลิตร),   “the radio playing at full volume”  (วิทยุเปิดสุดเสียง),  “to set a pass mark at 60 percent”  (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์),  “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์),  “The government policy was aimed at bringing down the inflation rate” (นโยบายของรัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ),  “to go at the invitation of his neighbors”  (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน),  “to leave at the director’s command”  (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ),  “at liberty”  (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง),  “to be at war”  (ทำสงคราม),  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต),  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง),  “at gun point”  (โดยเอาปืนจี้หัว),  “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา),  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ),  “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย),  “at a rough estimate”  (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ),  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง),  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์),  “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง),  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน),  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ),  “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา),  “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่),  “at first”  (ในตอนแรก),  “at last”  (ในที่สุด),   “at least”  (อย่างน้อยที่สุด),  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง),   “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด),  “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด),  “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน),  “at present”  (ในปัจจุบัน),  “at the same address”  (ณ ที่อยู่เดิม),   “at 33 Albert Street”  (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต),  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม),  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี),  “at home”  (ที่บ้าน),  “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง,  สถานการณ์หรือกระบวนการที่กำลังมีผลกระทบหรืออิทธิพล),  “at school”  (ที่โรงเรียน),  “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย),   “arrive at the airport”  (มาถึงที่สนามบิน),  “at night” (ตอนกลางคืน)  -  It is very noisy at night because there are so many planes passing overhead.  (มันหนวกหูมากในตอนกลางคืน  เพราะว่ามีเครื่องบินจำนวนมากบินผ่านเหนือศีรษะ),  แต่ใช้  “in หรือ during the night”  (ในตอนกลางคืน)  -  I woke up in the night.  I thought I heard a noise.  (ฉันตื่นนอนตอนกลางคืน  ฉันคิดว่าฉันได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง),  “at Easter”  (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์),  “at Christmas”  (ช่วงเทศกาลคริสต์มาส),  แต่ใช้  “in August, in 1960”  (ในเดือนสิงหาคม, ในปี ๑๙๖๐)  และใช้  “on the 5th of September”  (วันที่ ๕ เดือนกันยายน),  “at breakfast”  (เมื่อตอนอาหารเช้า  หรือกินอาหารเช้า)  -  Lucia was still home at lunch.  (ลูเซียยังคงอยู่ที่บ้าน  และทานอาหารกลางวัน),  แต่ใช้  “in the morning”  (ในตอนเช้า),  “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์),  “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย),  “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก),  “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก),  “Can it be done at all?”   (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่),  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระเผลก-ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย),  “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน, เวลา หรือความพยายามเพียงใด)  Carl is determined to succeed in his new job at all costs.  (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สนใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด)  -  Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.  (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน  ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายเพียงใด),  “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย,  งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก,  จนปัญญา)  -  A good salesman is never at a loss for words.  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า  -  คือมีเรื่องพูดมากมายเพื่อโฆษณาสินค้าของตน),  -  When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -   คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร),  “at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่),  “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี),  “keep him at arm’s length”  (ไม่คบค้าสมาคมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา),  “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก)  -  The construction project moved on at a snail’s pace.  (โครงการก่อสร้างดำเนินต่อไปอย่างเชื่องช้า)“one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถเมล์)  ทีละคน},  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ๒ ขั้น),  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด),  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน),  “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา),   “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว),  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว),  “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้),  “at large” {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}  -  The bank robbers were still at large.  (โจรปล้นธนาคารยังคงลอยนวล – ตำรวจยังจับไม่ได้)  เป็นต้น

 

4. I received information __________________________________ that he had left the country.

(ผมได้รับข้อมูล _________________________________ ว่า  เขาได้ออกนอกประเทศไปแล้ว)

(a) said

(b) to say

(c) saying    (กล่าว, บอก, พูด)

(d) say

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “…...….information which said that…....…”  โดย  Information  เป็นผู้ทำกริยา  Say  แสดงความเป็นผู้กระทำ (บอก, กล่าว)  (Active voice)   เมื่อลดรูป  จึงต้องใช้โครงสร้าง  Present participle  (Verb + ing  คือ  Saying)  ดูเพิ่มเติมการลดรูปแบบ  Active voice  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Most lakes in the northern part of the United States were scooped out by glaciers, ________ vast basins.

(ทะเลสาบส่วนใหญ่ในตอนเหนือของสหรัฐฯ  ถูกทำให้เป็นโพรง (กัดเซาะ) โดยธารน้ำ แข็ง, ______ อ่าวด้านใน (ตรงที่เป็นส่วนโค้งเว้า) ที่กว้างใหญ่)

(a) create

(b) creating    (ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด)

(c) have created

(d) are creating

ตอบ  -  ข้อ  (b)  Creating  เป็น  Present participle  โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “………. glaciers, which created vast basins”  ซึ่งอนุประโยค  Which created vast basins  ขยายข้อความในประโยคใหญ่ทั้งประโยค  คือ  “ทะเลสาบส่วนใหญ่ในตอนเหนือของสหรัฐฯ  ถูกทำให้เป็นโพรง (กัดเซาะ) โดยธารน้ำ แข็ง”  เพื่อบอกให้รู้ว่า  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่  เป็นผู้ก่อให้เกิดข้อความในประโยคย่อย  คือ  แสดงการเป็นผู้กระทำ  (Active voice)  ดูตัวอย่างการลดรูปอนุประโยคจากข้างล่าง  (และดูเพิ่มเติม  Defining (Non-defining) Adjective Clause  ในหมวดข้อสอบ  STRUCTURE  ตอนที่  ๕๗๘  ข้อ  ๔)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ลดรูปมาจาก …..…. people who work  หรือ  are working in the office)

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)  (“ผู้คน”  เป็นผู้ทำกริยา  “ทำงาน”)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ลดรูปมาจาก …..…. woman who walks  หรือ  is walking across the street)

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)  (“ผู้หญิง”  เป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”)

  • The man living next door is a bank manager.

(ลดรูปมาจาก ………. man who lives  หรือ  is living next door)

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)  (“ชาย”  เป็นผู้ทำกริยา  “อาศัย”)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(ลดรูปมาจาก ………. children who play  หรือ  are playing in the field)

(เด็กๆ ที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)  (“เด็กๆ”  เป็นผู้ทำกริยา  “เล่น”)

                  ดูเพิ่มเติมการลดรูปอนุประโยคแบบ  Passive voice  (Past participle)  คือ  ใช้กริยาช่องที่ ๓  เมื่อคำนามถูกกระทำ  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Lobsters have compound eyes that consist of hundreds of lenses ______________________.

(กุ้งก้ามกรามมีลูกตาที่ประกอบด้วยตาเล็กๆ หลายๆ ตา  ซึ่งประกอบด้วยเลนส์หลายร้อยชิ้น (ซึ่ง) _____)

(a) together they are joined

(b) are joined together

(c) joined together    (ถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน)

(d) which they are joined together

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……..…lenses which are joined together”  โดย  “เลนส์”  เป็นผู้ถูกกระทำ  คือ  “ถูกเชื่อม”  เมื่อลดรูปอนุประโยค  จึงต้องใช้กริยาช่องที่  ๓  (Past participle)  คือ  Joined

 

5. The graduate committed was ________________ in their concordant approval of his dissertation. 

(คณะกรรมการบัณฑิต __________ ในความเห็นชอบแบบสอดคล้องกัน  สำหรับวิทยานิพนธ์ของเขา)  (กรรมการทุกคนเห็นชอบให้เขาสอบผ่าน)

(a) ambiguous    (คลุมเครือ, กำกวม, ไม่ชัดเจน, ตีความได้หลายอย่าง)

(b) unanimous    (เป็นเอกฉันท์, มีความเห็นพร้อมเพรียง, ไม่มีข้อโต้แย้ง)

(c) anonymous    (ไม่เปิดเผยชื่อ, ไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม)

(d) anomalous    (ผิดปกติ, วิปริต, ผิดหลัก, ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์)

(e) boisterous    (บ๊อย-สเทอ-เริส)  (หนวกหู, อึกทึก, เอะอะ, หยาบ, พล่าน)  

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

6. If my voice is not ___________________________, let me know, and I will speak more loudly.  

(ถ้าเสียงของผมไม่ ____________________ บอกให้ผมรู้ด้วยนะ,  และผมจะพูดให้เสียงดังมากขึ้น)

(a) authentic    (จริง, แท้, ไม่ปลอม)

(b) autonomous    (มีอำนาจปกครองตนเอง, มีอธิปไตย)

(c) audible    (สามารถได้ยิน, ได้ยิน, ฟังได้ยิน, ดังพอที่จะได้ยิน)

(d) authoritarian    (เผด็จการ, ปกครองแบบใช้อำนาจ)

(e) gregarious    (กริ-แก๊-เรียส)  (ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง, ที่จับกันเป็นกลุ่ม, ชอบสังคม, ชอบพบปะสังสรรค์)

ตอบ  -  ข้อ  (c

 

7. I remember one story, which I have never verified, but which rings true.) 

(ฉันจำได้ถึงเรื่องหนึ่งซึ่งฉันไม่เคย  ตรวจสอบ-พิสูจน์-ค้นหาความจริง-ยืนยัน  แต่ซึ่งส่งเสียงดังกังวานว่าเป็นเรื่องจริง)

(a) cancelled    (ยกเลิก)

(b) confirmed    (ยืนยัน, รับรอง, ทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น)

(c) initiated    (อิ-นิช-ชี-เอ-ทิด)  (ริเริ่ม, เริ่มนำ, นำเข้ามา, นำไปให้รู้จัก)

(d) proofread     (พิสูจน์อักษร, ตรวจพรู้ฟ, ตรวจความถูกผิดของคำ-ข้อความก่อนนำลงพิมพ์)

(e) enhanced    (ทำให้ดีขึ้น, เพิ่ม, ทำให้มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตัวอย่างอื่นๆ ของการใช้กริยา  Verify  เช่น

  • The ambassador verified the report before he called the State Department.    

(ท่านเอกอัครราชทูต  ตรวจสอบ-พิสูจน์-ค้นหาความจริง-ยืนยัน  (ของ) รายงาน  ก่อนที่เขาจะโทรศัพท์ไปที่กระทรวงการต่างประเทศ)

 

8. He wanted to stay home __________________________________ his wife wanted to go out.

(เขาต้องการพักอยู่กับบ้าน _______________________ ภรรยาของเขาต้องการออกไปข้างนอก)

(a) consequently    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(b) moreover    (ยิ่งไปกว่านั้น)

(c) as for

(d) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Whereas  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • He is never tired, ______________________________________________ I always am.

(เขาไม่เคยเหน็ดเหนื่อยเลย __________________________________ ผมเหน็ดเหนื่อยเสมอ)

(a) provided that    (ถ้า)

(b) unless    (ถ้า.........................ไม่)

(c) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม)

(d) since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Whereas  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • Radar employs radio waves whereas sonar uses sound waves.

(เรดาห์ใช้คลื่นวิทยุ  แต่ทว่าโซนาร์ (เครื่องมือใช้หาตำแหน่งวัตถุใต้น้ำ) ใช้คลื่นเสียง)

  • Humans are capable of error whereas the computer is not.

(มนุษย์สามารถทำผิดพลาดได้  แต่ทว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ทำผิด)

  • I used to think that money was incredibly important.  Whereas I look at it now in quite a different way.

(ผมเคยคิดว่าเงินมีความสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ  ในทางตรงกันข้าม  ผมมองมัน (เงิน) ในปัจจุบันในแบบที่แตกต่างออกไปอย่างมาก)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป>