หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 604)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Bill finds it difficult to adjust to Egypt.  For one thing, ___________ is a difficult language to learn.

(บิลพบว่ายากที่จะปรับตัวให้เข้ากับประเทศอียิปต์  เหตุผลหนึ่งก็คือ _________ เป็นภาษาที่เรียนยาก)

(a) Arabic    (ภาษาอาหรับ)

(b) the Arabic

(c) the language Arabic

(d) Arabic language 

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ชื่อภาษาไม่ต้องใช้  “The”  นำหน้า  ทั้งนี้  อาจตอบ  “The Arabic language” (ภาษาอาหรับ)  ก็ได้

 

2. I know you don’t have time, but you should finish ______________________ the letter by noon.

(ผมรู้ว่าคุณไม่มีเวลา  แต่คุณควรเสร็จสิ้น _________________________ จดหมายในตอนเที่ยง)

(a) to answer

(b) answering    (การตอบ)

(c) by answering

(d) answer

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากกริยา  “Finish + Verb + ing”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  Gerund  (Verb + ing)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Jack has already considered _______________________________________ his studies.

(แจ๊คได้พิจารณา __________ การศึกษาของเขาแล้ว)  (คือ  ได้พิจารณาที่จะศึกษาต่อ)  (เช่น  ระดับปริญญาโท-เอก)

(a) continue

(b) continuing    (การทำต่อไป)

(c) to continue

(d) continues

ตอบ  -  ข้อ  (b)  กริยา  “Consider + Verb + ing

                                 ตัวอย่างที่ 

  • They practiced _______________________________________________ at our school.

(พวกเขาฝึกหัด ___________________________________________ ที่โรงเรียนของเรา)

(a) teach

(b) to teach

(c) teaching    (การสอน)

(d) taught

ตอบ  -  ข้อ  (c)  กริยา  “Practice”  ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I can’t stand _______________________________________ the same word many times.

(ผมทนไม่ได้ที่จะ ___________________________________________ คำพูดเดิมหลายๆครั้ง)

(a) repeat

(b) to repeat

(c) repeating    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ)

(d) repeated

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Can’t stand + Verb + ing”  =   “ทนไม่ได้ที่จะ...................

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Don’t risk __________________________________________________ your car here.

(อย่าเสี่ยง ______________________ รถของคุณที่ตรงนี้)  (เพราะอาจโดนใบ สั่ง  หรือทุบกระจก)

(a) park

(b) to park

(c) parking    (จอด, จอดรถ)

(d) at parking

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Risk + Gerund (Verb + ing)” 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Do you mind ______________________________________________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ _______________________________________ สำหรับผมไหม คราวนี้)

(a) pay

(b) paying    (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจากหลังกริยา  “Mind”  ต้องตามด้วย   “Gerund” (Verb + ing)   

                                  ตัวอย่างที่ 

A: Is your brother going to camp?”

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

B: He signed up, but he’s considering _____________________________________________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา _______________________________________)

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ  -  ข้อ (a)  “Consider + Verb + ing”  =  “พิจารณาทำ..............”  ส่วน  “Consider + Not + Verb + ing”  =  “พิจารณาไม่ทำ.............” เช่น  “She considered not applying for the job.”  (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)   

                                 ตัวอย่างที่  

  • I don’t mind ____________________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ _____________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ  (c)  “Mind + Verb + ing

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It is no use __________________________________________________ on like this. 

(ไม่มีประโยชน์ที่จะ ___________________________________ ต่อไปเช่นนี้ - หรือ ในแบบนี้)

(a) to go

(b) go

(c) going    (ดำเนิน)

(d) if go

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “No use” (ไม่มีประโยชน์)  + Verb + ing

                                  ตัวอย่างที่  

  • He keeps _________________________________________ the most outrageous things.

(เขา _____ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ เกะกะระราน, รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ  -  ข้อ  (c)  กริยา  “Keep” =  (............ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _________________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร ___________ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing   (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)}

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • I can’t help __________________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ ___________________________________ เขา  ทั้งๆ ที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring   (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ),  “Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit”   (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny”  (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ),  “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ), “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit”   (ยอมรับ),  “Delay”   (ประวิงเวลา),  “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย),  “Forgive”  (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนวนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

                  สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth _________________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _______________________)

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัวที่ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ  “Busy” (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                  นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)  เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

3. ___________________________________ people differ in their tastes is an indisputable fact.

(________________________ ผู้คนแตกต่างกันในเรื่องรสนิยม  เป็นข้อเท็จจริงที่มิอาจปฏิเสธได้)

(a) What

(b) Which

(c) All

(d) That    (ที่ว่า)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (That people differ in their tastes)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานของกริยา  “Is”  ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ  Noun clause  ในหมวดข้อสอบ  STRUCTURE  ตอนที่  ๕๙๙  ข้อ  ๔

 

4. I can’t imagine her getting _______________________________________ to Mr. Simpson.

(ผมไม่สามารถจินตนาการการ _________ ของเธอกับมิสเตอร์ซิมสัน)  (คือ  ไม่เคยนึกฝันเลยว่าเธอจะแต่งงานกับเขา) 

(a) marriage

(b) marry

(c) married    (แต่งงาน)

(d) marrying

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องใช้รูป  “Get married to”  หรือ  “Be married to”  เสมอ

 

5. If we could eliminate losses from people who defraud (ดิ-ฟร้อด) the government, tax rates could be lowered.

(ถ้าเราสามารถขจัดความสูญเสีย-เสียหายจากผู้คนผู้ซึ่ง  โกง-ฉ้อโกง-ต้มตุ๋น-หลอกลวง  รัฐบาล,  อัตราภาษีก็จะสามารถลดต่ำลงได้)  (เพราะมีเงินเหลือเข้ารัฐมากขึ้น  รัฐจึงเก็บภาษีน้อยลง)

(a) flatter    (ประจบ, ยกยอปอปั้น, สอพลอ)

(b) bribe    (ไบร้บ)  (ติดสินบน, ให้สินบน)

(c) exonerate    (ทำให้พ้นจากความผิดหรือข้อกล่าวหา, ปลดเปลื้องภาระ, ปลดเปลื้องจากความรับผิดชอบ

       หรือหน้าที่)   

(d) swindle    (โกง, ฉ้อโกง, หลอกต้ม, หลอกลวง)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การโกง, การฉ้อโกง,

       การหลอกต้ม, การหลอกลวง”)

(e) bolster    (หนุนค้ำ, รอง, ทำให้สูงขึ้น, ยก, สนับสนุน, ค้ำ, ค้ำจุน, เสริม)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง 

       “หมอนรอง, หมอนรองชั้นล่าง, เหล็กคานรถ, ลูกยางแท่นเครื่อง”)

ตอบ   -   ข้อ  (d)

 

6. Mrs. Smith’s method of soliciting donations from her employees was tantamount to extortion; she clearly implied that she would fire them if they didn’t pitch in.

(วิธีการของนางสมิธในการหาเงินบริจาคจากลูกจ้างของเธอ  เท่ากับ-ประหนึ่งเป็น-พอๆ กับ-มีความสำคัญเท่ากับ  การรีดไถ (การบีบบังคับ, การขู่เข็ญ)  (เพราะ) เธอแสดงเป็นนัยอย่างชัดเจนว่า  เธอจะไล่ลูกจ้างออกถ้าพวกเขาไม่ร่วมด้วย  -  คือร่วมบริจาค)

(a) inscrutable    (อิน-สครู้-เท-เบิ้ล)  (ไม่อาจที่จะเข้าใจได้, ยากที่จะเข้าใจได้, ไม่สามารถจะวินิจฉัยได้,

       ไม่สามารถหยั่งรู้ได้, ลึกลับ, มีลับลมคมใน) 

(b) unscrupulous    (อัน-สครู้-พิว-เลิส)  (ไร้ธรรม, ไร้ศีลธรรม, ไร้ยางอาย, ไม่มีหลักการ, ไม่ระมัดระวัง)  

(c) equivalent to    (อิ-ควิฟ-วะ-เล่นท)  (เท่ากัน, ซึ่งมีค่าเท่ากัน, เสมอภาค) 

(d) sensational    (เซน-เซ้-ชัน-เนิ่ล)  (๑. เกรียวกราว, ซึ่งเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครม,  . เกี่ยวกับความรู้สึก

       ตื่นเต้น, เกี่ยวกับประสาทสัมผัส) 

(e) garrulous    (ก๊าร์-รู-ลัส)  (พูดมาก, พูดจ้อ, พูดน้ำท่วมทุ่ง, ปากจัด) 

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Studies of captured reptiles indicate that crocodiles rank only second to turtles in longevity

(การศึกษาสัตว์เลื้อยคลานที่จับได้  บ่งชี้ว่า  จระเข้จะอยู่เป็นลำดับที่ ๒ รองจากเต่าเท่านั้น  ในเรื่อง  การมีอายุยืนยาว-อายุยืน)

(a) length    (ความยาว)

(b) lifespan    (ช่วงชีวิต, เวลาในชีวิต)

(c) appetite    (ความอยากกินอาหาร)

(d) endurance    (ความอดทน, ความทนทาน, ความอดกลั้น)

(e) expansion   (อิคส-แพ้น-ชั่น)  (การขยาย, การแผ่ออกไป, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย) 

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. She explained to him _____________________________________ how to get to the station.

(เธออธิบายให้เขาฟัง __________________________________ ว่าจะไปยังสถานีได้อย่างไร)

(a) with telephone

(b) by telephone    (ทางโทรศัพท์)

(c) by a telephone

(d) by the telephone

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ไม่ต้องมี  “Article”  ใดๆ นำหน้า  “Telephone” 

             สำหรับวลีที่ใช้  “By”  ได้แก่  “by next month” (ในเดือนหน้า, ราวๆ เดือนหน้า)  –  She will have graduated from the university by next month.  (เธอจะได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วในเดือนหน้า),  “by my watch”  (จากนาฬิกาของผม)  -  It is ten o'clock by my watch.  (มันเป็นเวลา ๑๐ โมง  จากนาฬิกาของผม),  He died by his own hands.  (เขาตายด้วยน้ำมือของตนเอง),  “by chance”  (โดยบังเอิญ)  -  I met my old friend at the party by chance.  (ผมเจอเพื่อนเก่าที่งานเลี้ยงโดยบังเอิญ),  “by birth” (โดยกำเนิด)  -  She is English by birth.  (เธอเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด),  “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด) -  He took my book by mistake.  (เขาเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด  คือ คิดว่าเป็นของเขา),  “by heart”  (โดยการท่องจำ)  -  I learn English vocabularies by heart.  (ผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการท่องจำ),  “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์),  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง),  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ),  “by plane” (= in a plane) (โดยเครื่องบิน),  “by air”  (โดยทางอากาศ),  “by sea”  (โดยทางทะเล),  “by telephone”  (โดยทางโทรศัพท์),  “by telegram”  (โดยทางโทรเลข),  “by letter”  (โดยทางจดหมาย),  “by trade”  (โดยทางการค้า),  “by radio”  (โดยทางวิทยุ),  “by force”  (โดยใช้กำลัง),  “I know him (them) by name”  (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ  -  ไม่เคยพบตัว),  “by himself/herself”  (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  -  He did all the work by himself.  (เขาทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง), “by machinery”  (โดยเครื่องจักร),  “by hand” (= with his hands)  {(ทำ) ด้วยมือ},  “The room is 20 feet by 10 feet.”  (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต),  “Sugar is sold by  the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม  (ขาย) เป็นน้ำหนัก},  “The road was widened by 5 meters.”  (ถนนถูกขยายออกไปอีก ๕ เมตร),   “remarks by Mr. Schmidt”  (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์),  “She was brought up by her aunt.”  (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ),  “new legislation announced by the government”  (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล),  “I was startled by his anger.”  (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา),  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆ ไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว),  “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด) – He sent it to the wrong address by mistake.  (เขาส่งมันไปยังที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องโดยการเข้าใจผิด),  “by accident”  (โดยบังเอิญ, โดยมิได้ตั้งใจ) – She found out the truth by accident.  (เธอค้นพบความจริงโดยบังเอิญ),  “by degrees”  (ทีละน้อย),  “by the way”  (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ  ก่อนจะเข้าเรื่อง),  “by all means”  (โดยแน่นอน),  “by no means”  (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass”  (= short cut) (ทางลัด), “passer-by”  (ผู้ที่ผ่านไปมา),  “by-gone” (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว),  “by-product” (ผลพลอยได้),  “I will pay by cheque.” (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค),  “read a book by candlelight” (อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน),  “by chance”  (โดยบังเอิญ) – I met her at a bank by chance.  (ฉันพบเธอที่ธนาคารแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ)“She came in by the back door.”  (เธอเข้ามาทางประตูหลัง),  “I sat by her bed.”  (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ),  “by 1960” (ราวๆ ปี ๑๙๖๐),  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.” (ราวๆ เวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง),  “He is rich by Chinese standards.” (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน),  “She was standing by herself in a corner of the room.”  (เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง),  “I think I could manage by myself.”  (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ),  “Twelve divided by three is four.” (๑๒ หารด้วย    เหลือ  ),  “Multiply the amount by three.”  (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓),  “Cars are now made by the million.”  (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน),  “one by one”  (ทีละคน),  “year by year”  (แต่ละปี),  “She took him by the hand.”  (เธอจับมือเขา),  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ),  “Her salary went up by half.” (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง),  “The economic growth increased by 10 %.”  (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซ็นต์),  “They are Buddhists by birth, not by practice.” (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ),  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.” (ระหว่างกลางคืน   สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน),  “walk side by side”  (เดินเคียงข้างกัน),  “walk hand in hand” (เดินจูงมือกัน),  “by-election” (การเลือกตั้งซ่อม),  “by comparison (= in comparison)”  (โดยการเปรียบเทียบ)  -  He made me look, by comparison (= in comparison), a good, calm, reasonable person.  (เขาทำให้ผมดู (มีท่าทาง ), โดยเปรียบเทียบ, เป็นคนดี  เยือกเย็น  และมีเหตุผล) (หมายถึง  เมื่อเปรียบเทียบผมกับเขา) (เขาไม่มีลักษณะดังกล่าว),  เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป