หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 602)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. A: ____________________________________________ did he pay for his brand-new car ?

(เขาจ่ายเงิน __________________________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่เอี่ยมของเขา)

    B: Around ten thousand dollars.

(ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์ครับ)

(a) How often    (บ่อยเท่าใด)

(b) How high    (สูงเท่าใด)

(c) How many    (มากเท่าใด)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(d) How much    (มากเท่าใด)  (ใช้ถามเกี่ยวกับราคา, จำนวนเงิน, เวลา  หรือคำนามนับไม่ได้อื่นๆ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากถามเกี่ยวกับราคา

 

2. They ________________________________________________ understood what he said.

(พวกเขาเข้าใจ _________________________________________ ในสิ่งที่นายคนนั้นพูด)

(a) bad

(b) badly    (อย่างผิดพลาด, อย่างเลว, อย่างร้าย, อย่างไม่ดี, อย่างไม่เหมาะสม, อย่างผิดศีลธรรม)

(c) great

(d) ever

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากขยายกริยา  (Understood)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)

 

3. Are you under age or are you _____________________________________________ age?

(คุณยังไม่บรรลุนิติภาวะ  หรือว่าคุณ ______________________________________ แล้ว)

(a) of    (To be of age  =  บรรลุนิติภาวะ)   

(b) above

(c) over

(d) upon

ตอบ  -   ข้อ  (a)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Of  จากพารากราฟข้างล่าง

             สำหรับคำกริยา (Verb),  คุณศัพท์ (Adjective) หรือวลี (Phrase) ที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “an airline of choice”  (สายการบินทางเลือก)  -  The Midwest Airline is an airline of choice for all customers.  (สายการบินมิดเวสต์เป็นสายการบินทางเลือกสำหรับลูกค้าทุกคน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “sick of”  (เบื่อ, สะอิดสะเอียน, เกลียดสุดๆ)  -  Jane is sick of some of her colleagues.  (เจนเบื่อระอาเพื่อนร่วมงานของเธอบางคน),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม),  “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า)  -  The age at which one is considered of age to vote, or of age to buy alcoholic drinks, or of age to be prosecuted as an adult, varies within the United States.  (อายุที่บุคคลถูกถือว่าโต (แก่) พอที่จะลงคะแนนเสียง, หรือโตพอที่จะซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  หรือโตพอที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในฐานะผู้ใหญ่  แตกต่างกันไปภายในสหรัฐฯ – หมายถึงในแต่ละรัฐ)  -  Education for the handicapped came of age when special schools were accepted as a necessary part of the public school system.  (การศึกษาสำหรับผู้พิการพัฒนาไปอย่างเต็มที่  เมื่อโรงเรียนพิเศษ (สำหรับคนพิการ) ได้รับการยอมรับในฐานะเป็นส่วนสำคัญของระบบโรงเรียนของรัฐ)  (หมายถึง  เมื่อรัฐยอมรับว่ารัฐมีความรับผิดชอบต่อคนพิการเหล่านี้),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  The company doses not approve of women smoking.  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  He often boasts of his wealth.  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย),  “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  We are thinking of buying her a present.  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  She warned me of the danger.  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย, ระแวง)  -  Andrew was suspected of treason.  (แอนดรูว์ถูกสงสัยว่าทรยศ-ขายชาติ),  “consist”  (ประกอบด้วย)  -  Water consists of oxygen and hydrogen.  (น้ำประกอบด้วยอ๊อกซิเจนและไฮโดรเจน),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน, รู้, ได้ข่าวคราว)  -  We have never heard of his plan.  (เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)  -  Have you heard of Lewis Baker?  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  Beware of dogs !  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  The other members disapproved of his methods.  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),   “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  I’m interested in the cure of cancer.  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  We had a smell of fresh bread when we entered the shop.  (เราได้กลิ่นขนมปังสด  เมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  The room smelled of cigars.  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ),  “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี),  “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  Be careful of the floor.  I’ve just polished it.  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด),  “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง),  “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เบื่อหน่าย, เหนื่อย)  -  Helen was tired of quarrelling with her husband.  (เฮเลนเบื่อการทะเลาะวิวาทกับสามีของเธอ)  -  Molly was getting tired of her students’ frequent protests.  (มอลลี่เริ่มเบื่อหน่ายกับการประท้วงบ่อยๆ ของนักเรียนของเธอ)  -  Sam was tired of working hard all day and night.  (แซมเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน),  “sure”  (มั่นใจ, เชื่อมั่นในความสามารถ, ไว้วางใจหรือพึ่งพาอาศัย)  -  Something had gone wrong, Jack was sure of it.  (บางอย่างดำเนินไปอย่างผิดพลาด  แจ๊คมั่นใจเรื่องนี้)  -  Mike was not sure of (หรือ about) Alice.  (ไมค์ไม่สามารถไว้ใจอลิซ)  -  Bob was so confident, so sure of himself.  (บ๊อบมั่นใจมาก, เชื่อมั่นในตัวเองมาก)  -  We can be sure of success.  (เราสามารถมั่นใจได้ว่าจะประสบความสำเร็จ)  -  You could not be sure of winning this time.  (คุณไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะชนะในครั้งนี้)  -  Paul was always sure of sympathy from his mother-in-law.  (พอลมั่นใจเสมอว่าจะได้รับความเห็นใจจากแม่ยายของตน),  “aware”  (ตระหนักเพราะได้ยิน-ได้เห็น-ได้กลิ่น-รู้สึก, รู้, รู้ดี)  -  If you were aware of all the facts, you would immediately change your mind.  (ถ้าคุณรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด  คุณจะเปลี่ยนใจในทันทีทันใดเลย)  -  Sarah was quite aware of this before she got married.  (ซาร่าห์รู้เรื่องนี้ดี  ก่อนเธอแต่งงาน)  -  Ralph was aware of the heat for the first time that day.  (ราล์ฟตระหนัก – รู้สึก – ถึงความร้อนเป็นครั้งแรกในวันนั้น),  “certain” (ไม่มีข้อสงสัย, มั่นใจ, แน่นอน, แท้จริง, ถูกต้อง)  -  I’m absolutely certain of that.  (ฉันไม่มีข้อสงสัยในเรื่องนั้นเลย),  “free”  (ปราศจาก, ไม่มี, ไม่ได้รับผลกระทบ)  -  The area will be free of pollution by the year 2025.  (พื้นที่นั้นจะปราศจากมลภาวะภายในปี ๒๐๒๕)  -  Our goods and services are free of taxes.  (สินค้าและบริการของเราไม่ต้องเสียภาษี – ไม่เก็บภาษีจากลูกค้า)  -  They’re happy to give their services free of charge.  (พวกเขามีความสุขที่ให้บริการฟรี – ไม่คิดมูลค่า),  -  Children can get into the museum free of charge.  (เด็กๆ สามารถเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ได้โดยไม่เสียสตางค์ – ค่าผ่านประตู)  -  I was free of my previous cancer.  (ฉันไม่มี – ไม่ได้รับผลกระทบจาก – โรคมะเร็งเมื่อในอดีต – คือหายจากโรคนี้แล้ว)  แต่ใช้  “Are you free for lunch ?”  (คุณว่างไปทานอาหารกลางวันไหม)  -  Peter said he would work for free.  (ปีเตอร์กล่าวว่าเขาจะทำงานให้ฟรีๆ – ไม่คิดค่าแรง)  -  Frank got it for free.  (แฟร้งค์ได้มันมาฟรีๆ – ไม่ต้องจ่ายเงิน),  “proud”  (ภูมิใจ)  -  She is very proud of her son.  (เธอภูมิใจในตัวลูกชายมาก),  “hopeful”  (มีความหวัง)  -  There was a long queue of people hopeful of obtaining the few seats available.  (มีผู้คนเข้าแถวยาว  หวังว่าจะได้ที่นั่งเพียงไม่กี่ที่ – ในโรงหนัง, คอนเสิร์ต – ที่ยังพอหาได้),  “glad”  (ดีใจ)  -  Eddy was glad of a chance to change the date of appointment.  (เอ็ดดี้ดีใจที่มีโอกาสเปลี่ยนวันที่สำหรับการนัดหมาย),  แต่ใช้  “I’m glad to meet you again.”  (ผมดีใจที่ได้พบคุณอีกครั้ง)  -  “Many old people are glad to work part-time due to a family obligation.”  (คนแก่จำนวนมากยินดีที่จะทำงานบางเวลา  เนื่องมาจากภาระทางครอบครัว),  “capable”  (สามารถ)  -  They were capable of doing difficult job.  (พวกเขาสามารถทำงานยากๆ ได้),  “ashamed”  (ละอายใจ)  -  You should be ashamed of your conduct.  (คุณควรละอายใจในความประพฤติของตนเอง),  “suspicious”  (สงสัย, ระแวง, ไม่ไว้ใจ)  -  I’m suspicious of the government’s intentions.  (ฉันสงสัย – ไม่ไว้ใจ – เจตนาของรัฐบาล)  -  The policeman on duty became suspicious of the youth and asked him why he was standing there.  (ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เริ่มสงสัยเด็กหนุ่มคนนั้น  และถามเขาว่าทำไมเขาจึงกำลังยืนอยู่ที่นั่น),  “tolerant”  (อดทน, สามารถยอมรับ, ใจกว้าง, ทนทาน)  -  They’re broad-minded enough to be tolerant of different beliefs.  (พวกเขาใจกว้างพอที่จะอดทนกับ (ยอมรับ) ความเชื่อที่แตกต่างออกไป)  -  The new compound is tolerant of temperatures exceeding 200C.  (สารประกอบชนิดใหม่ทนทานกับอุณหภูมิเกิน ๒๐๐ องศาเซลเซียส),  “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้)  -  The masses were largely ignorant of the options open to them.  (เหล่ามวลชนส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงทางเลือกต่างๆ ที่เปิดให้แก่พวกเขา),  “convinced”  (เชื่อ),  “ahead”  (ล่วงหน้า),  “shy”  (อาย, ละอาย),  “conscious”  (รู้สึกถึง),  “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง),  “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ตัว),  “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  ( ใน ),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทน ราษฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “The average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

  

4. Bill heard that he had won a scholarship.  The news _________________________________. 

(บิลได้ยินว่าเขาได้รับทุนการศึกษา  ข่าวนี้ ______________________________________)

(a) were excited

(b) was exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) was excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) were exciting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้  และถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงต้องใช้กับ  “Was”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้  “Exciting, Excited” จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • She was very _____________________________________________ to meet her friend.

(เธอ _____________________________________________ มากที่ได้พบเพื่อนของเธอ)

(a) delight    (ทำให้ยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ,  ความยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(b) delighting    (น่ายินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(c) delighted    (รู้สึกยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(d) delightful    (น่ายินดีมาก, น่าสุขใจมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่  

  • I _______________________________________________ with the result of my exam.

(ผม __________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภท  “Satisfy, Excite, Interest, Disappoint, Please, Attract, Frighten, etc.”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • I am ______________________________________________ in science, not in English.

(ผม ________________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่  

  • He is _________________________________________________________ a house.

(เขา __________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting    (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                 ตัวอย่างที่  

  • It will take me quite some time to get him ________________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา _______________________ ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ)

(d) interesting     (น่าสนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  c)

                                  ตัวอย่างที่  

  • The little girl was very ____________________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆ คนนั้น ___________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited     (รู้สึกตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ  –  ข้อ  (b)  ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ )

หมายเหตุ  –  ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้   “Surprising”   เนื่องจาก  “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”  แต่ถ้าใช้ในรูป   “Is (Are, Was, Were) surprising”  จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “Is (Am, Are, Was, Were) surprised”  จะมีความหมายว่า  “มีความรู้สึกประหลาดใจ”  ดังตัวอย่างประโยค เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                      คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”  ได้แก่

satisfy –ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint –ทำให้ผิดหวัง

attract –ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse –ทำให้สนุกหรือขบขัน

please –ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy –ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse –ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise –ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass –ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle –ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish –ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate –ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify –ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                      กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้  มีหลักการใช้  คือ

               ๑. ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”  จะมีความหมายว่า  “ทำให้”   คือตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ขึ้นแก่ผู้อื่น  เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.  (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone.  (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers.  (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class.  (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

               ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb +ing}  หรือ  (Verb +ing + Noun)  มีความหมายว่า “น่า...............” หรือ  “ซึ่งน่า................”  กริยาที่เติม  “Ing”  พวกนี้  ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้  เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.  (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing(past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.   (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)  {มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)Present continuous tense}

               ๓. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้  แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น  “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + Verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆ ขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “.............ถูกทำให้รู้สึก...........ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ..............”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า “..............มีความ รู้สึก..............ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ.............”  เช่น

  • We are interested in German.   (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.   (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.   (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.   (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.   (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.  (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.  (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.  (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

5. Following the weather report of the approaching tempest, we were prompted to seek immediate shelter.

(ภายหลังจากรายงานอากาศเรื่อง  พายุแรงกล้า-พายุที่มีฝน, หิมะ, ลูกเห็บ-ความปั่นป่วน-ความวุ่นวาย  ที่กำลังใกล้เข้ามา,  เราได้ถูกกระตุ้นให้เสาะหาที่หลบภัยที่อยู่ใกล้ๆ)

(a) violent storm with much wind; a violent disturbance    (พายุจัดที่มีลมแรง; ความปั่นป่วน-

       วุ่นวายอย่างรุนแรง)

(b) deluge    (เด๊ล-ลูจ)  (อุทกภัย, น้ำท่วม, ฝนที่ลงมาพักใหญ่, การไหลทะลัก)

(c) pandemonium    (ความโกลาหล, ความเอะอะโกลาหล, ความสับสนวุ่นวาย, สถานที่ที่มีความเอะอะโกลาหล,

       นรก, อเวจี)

(d) catastrophe    (คะ-แทส-ทระ-ฟี่)  (ภัยพิบัติ, ความหายนะ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, ตอนจบของละคร, จุดจบ)

(e) repercussion    (รี  หรือ  เรพ-เพอร์-คั้ช-ชั่น)  (ผลลัพธ์, ผลกระทบทางอ้อม, การสะท้อนกลับ, การเด้งกลับ,

       สิ่งที่สะท้อนกลับ, ผลสะท้อน, เสียงสะท้อน)  

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. His speech was impromptu but it was so well delivered and very informative.

(สุนทรพจน์ของเขา  มิได้ตระเตรียมมาก่อน-กะทันหัน-(กลอน) สด  แต่ว่ามันได้ถูกกล่าวอย่างดีมาก  และให้ความรู้-ข้อมูลข่าวสารมาก)

(a) tedious    (น่าเบื่อ, น่ารำคาญ)

(b) improper    (ไม่เหมาะสม, ไม่สมควร)

(c) not rehearsed    (มิได้ฝึกซ้อม-ซักซ้อม-ทดลอง)

(d) of no value    (ไม่มีค่า)

(e) precocious    (พรี-โค้-เชิส)  (แก่เกินวัย, โตเกินวัย, ฉลาดเกินวัย, แก่แดด) 

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. The torrential rains were relentless, eventually creating a deluge.

(ฝนซึ่งเทกระหน่ำลงมา  ไม่หยุดหย่อน-ไม่ผ่อนผัน-ไม่ยอมผ่อนปรน-ไม่ไว้หน้า-ทรหด-บึกบึน,  ในที่สุดได้ทำให้เกิดน้ำท่วม)

(a) earnest    (เอิ๊น-นิสท)  (เอาจริงเอาจัง, กระตือรือร้น, เคร่ง)

(b) eccentric    (พิกล, พิลึกกึกกือ, วิตถาร)

(c) contented    (พอใจ)

(d) continuous; unstoppable    (ต่อเนื่องกันไป; ไม่รู้จักหยุด)

(e) dreadful    (เดร๊ด-ฟุล)  (น่ากลัว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

8. I met your landlord today.  He’s going to _____________________________ you this evening.

(ผมพบเจ้าของบ้านเช่าของคุณวันนี้  เขาจะ ___________________________ คุณเย็น (ค่ำ) นี้)

(a) calling

(b) called on

(c) call on    (แวะมาเยี่ยม)

(d) calling on

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป