หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 600)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Dams can be very beneficial to the areas _________________________________________.

(เขื่อนสามารถเป็นประโยชน์อย่างมากกับพื้นที่ ___________________________________)

(a) which they are built

(b) where are they built

(c) in which they are built    (ซึ่งมันถูกสร้างขึ้น)

(d) in which they build.

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “In which  =  Where”  สำหรับข้อ  (b)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Where they are built”  ส่วน ข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “Which they are built in”  แต่ก็ไม่นิยมใช้เหมือนข้อ  (c)  ที่เอา  Preposition  “In”  มาวางไว้ข้างหน้า  “Which”  ทั้งนี้  ให้สังเกตว่าทั้งข้อ (a), (b)  และ  (c)  ต่างก็อยู่ในรูป  “Passive voice”  เนื่องจากหมายถึง  “พื้นที่ซึ่งเขื่อนถูกสร้าง”  ส่วนข้อ  (d)  ใช้ไม่ได้  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Active voice”  หมายถึง  “พื้นที่ซึ่งเขื่อนสร้าง”  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน  เช่น

  • The house where I live is on Sukhumvit Road.

  (บ้านซึ่งผมอาศัยอยู่  อยู่บนถนนสุขุมวิท)

  (= The house in which I live is on Sukhumvit Road.)

  (= The house which I live in is on Sukhumvit Road.)

  (= The house that I live in is on Sukhumvit Road.)

  (= The house I live in is on Sukhumvit Road.)  

(สามารถละ  "Which"  หรือ  "That"  ได้้  เนื่องจากเป็นกรรมของ  "Preposition  In")

หมายเหตุ  –  ประโยคทั้ง    ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกันทุกประการ  แต่ทั้งนี้ห้ามใช้ประ โยค ประโยคข้างล่าง

  • The house in that I live is on Sukhumvit Road.

(ผิด  –  เนื่องจากหลัง  “In”  ต้องตามด้วย  “Which”  เสมอ)

  • The house where I live in is on Sukhumvit Road.

(ผิด  –  เนื่องจากเมื่อมี   “Where”  แล้ว  ห้ามใช้  “In”)

 

2. David’s fatherly concern forbids him __________________________ the house at such a time.

(ความวิตกกังวลในแบบของพ่อของเดวิด (ที่มีต่อลูก) ทำให้เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะ ______ บ้านในเวลาเช่นนั้น)  (หมายถึง  ยับยั้งเดวิดมิให้ทิ้งบ้านไปในเวลาเช่นนั้น)

(a) leave

(b) leaving

(c) to leave    (ออกจาก)

(d) left

ตอบ  –  ข้อ  (c)  ตามโครงสร้าง  Forbid (Forbade, Forbidden) + กรรม + To + Verb 1 + ส่วนขยาย,  ดูเพิ่มเติมกริยาที่ใช้แบบเดียวกันจากตัวอย่างข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • Jane’s father would not permit her ______________________________________ sweets.

(พ่อของเจนจะไม่อนุญาตให้เธอ ______________________________ ของหวาน – ขนมหวาน)

(a) eating

(b) eat

(c) from eating    (จากการกิน)  (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

(d) to eat    (กิน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  Permit  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The travel agent persuaded us _________________________________ an evening flight.

(ตัวแทนท่องเที่ยวชักชวนให้เรา ___________________________ ด้วยเที่ยวบินเวลากลางคืน)

(a) taking

(b) to take    (เดินทาง)

(c) took    (กริยาช่องที่ ๒ ของ Take) 

(d) taken    (กริยาช่องที่ ๓ ของ Take)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  Persuade + กรรม + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  (ชวนใครให้ทำอะไร)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The newspaper expects circulation ___________________________________ next year.

(หนังสือพิมพ์คาดหวังว่าการจำหน่าย (จำนวนพิมพ์-ขาย) จะ ______________________ ปีหน้า)

(a) to ascend    (ขึ้น, ประสบความสำเร็จสำเร็จ, เฟื่องฟู, ครองตำแหน่ง, มีอำนาจ)  (มีกรรมมารับหรือไม่ก็ได้)

(b) to increase    (เพิ่มขึ้น, ทำให้เพิ่มขึ้น, เพิ่มพูน)  (มีกรรมมารับหรือไม่ก็ได้)

(c) to escalate    (ขยายตัว, ทำให้ขยายตัว, ลุกลาม, แผ่ขยาย)  (มีกรรมมารับหรือไม่ก็ได้)

(d) to raise    (ยก, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ทำให้สูงขึ้น, ยกระดับ, สร้าง, ตั้งเสา, ส่งเสริม, เลื่อนขั้น, เลี้ยง (สัตว์, เด็ก),

       เพาะปลูก, ระดมพล, ปลุก, ยั่วยุ)  (ต้องมีกรรมมารับ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  Expect + กรรม + To + Verb 1 + ส่วนขยาย                      

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Ask the accounts receivable clerk ____________________________________ the invoice.

(จงขอให้เสมียนบัญชีค้างรับ _________ ใบส่งของ (ใบแจ้งรายการสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ) - ไปให้ลูกค้า)

(a) sending

(b) to send    (ส่ง)

(c) will send

(d) sends

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Ask + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The apartment manager reminded all tenants not ________ to turn off the lights before leaving the room.

(ผู้จัดการอพาร์ตเมนต์เตือนผู้เช่าทุกคนมิให้ _________________ ปิดไฟทุกดวงก่อนออกจากห้อง)

(a) forgetting

(b) to forget    (ลืม)

(c) forget

(d) forgets

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  Subject + Remind + Someone (+ Not) + To do + Something  (ประธานฯ เตือนใคร (มิ) ให้ทำอะไร)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The tour guide advised us ___________ drivers to stop at pedestrian crossing in Rio de Janeiro.

(มัคคุเทศก์ท่องเที่ยวแนะนำเรา ______ ผู้ขับรถหยุด (ให้คนข้าม) ที่ทางข้ามถนน (ทางม้าลาย) ในกรุงริโอเดจาเนโร)

(a) to expect not

(b) to not expect

(c) not to expect    (มิให้คาดหวัง)

(d) do not expect

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Advise + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Last night, in a radio address, the President urged us __________________ to the Red Cross.

(เมื่อคืนที่ผ่านมา  ในคำกล่าวทางวิทยุ  ท่านประธานาธิบดีกระตุ้นให้พวกเรา _________ ให้กับกาชาด)

(a) subscribe

(b) subscribing

(c) that we subscribe

(d) to subscribe    (บริจาค, ช่วยเหลือ, บอกรับเป็นสมาชิก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  Urge + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย                               

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I told my daughter __________________________ good care of herself while she was away.

(ผมบอกลูกสาวของผม (ให้) ________________ ตนเองเป็นอย่างดี  ในขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

(a) taking

(b) to take    (“Take care”  =  ดูแล)

(c) she will take

(d) that she take

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Subject + Tell + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  (I told my daughter to take……..…)                              

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The teacher permitted him ________________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ____________________________ ด้วยตัวของเขาเอง)  (คือ  คิดตามลำพัง)

(a) to thinking

(b) to think    (คิด)

(c) think

(d) thinking

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them ________ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว,  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา _______ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • I want you ______________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ _______________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Want + กรรม + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  และ  “Go on an errand”  =  ไปทำธุระ

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • We don’t allow anyone __________________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ________________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim   (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Allow + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                 ตัวอย่างที่  ๑๓

  • He told one of the men ______________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ ____________________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย”  กล่าวคือ  กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง (บุคคลหรือสิ่งของ) ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect (คาดหวัง),  Want,  Cause (เป็นเหตุให้),  Force (บังคับ),  Compel (บังคับ),  Invite,  Advise (แนะนำ),  Instruct (แนะนำ, สอน),  Forbid (ห้าม, ขัดขวาง, ทำให้เป็นไปไม่ได้),  Persuade (ชักชวน),  Allow (อนุญาต),  Permit (อนุญาต),  Encourage (กระตุ้น),  Press (บังคับ),  Warn (เตือน),  Order (สั่ง),  Request (ร้องขอ),  Tempt (ยั่วยวน, ล่อใจ),  Teach,  Tell,  Oblige (บีบบังคับ)”  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • he taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

                 ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  ไว้หน้า  “To + Verb 1”  (Not + To + Verb 1)  เช่น

  • She asked me not to arrive late.

(เธอขอร้องผมมิให้มาสาย)

  • He told her not to go out at night.

(เขาบอกเธอมิให้ออกไปข้างนอกเวลากลางคืน)

  • We forced him not to resign from his work.

(เราบังคับเขามิให้ลาออกจากงาน)

  • She expects him not to fail again.

(เธอคาดหวังเขาว่าจะไม่ล้มเหลวอีกหน)

  • I allowed her not to take the book if she didn’t want it.

(ผมอนุญาตให้เธอมิต้องเอาหนังสือเล่มนั้นไป  ถ้าเธอไม่ต้องการมัน)

                 สำหรับคำกริยาบางตัว  เช่น  Learn, Refuse, Offer, Expect, etc.  ตามด้วย To + Verb 1  เช่น  They + Learn + To swim. – พวกเขาเรียนว่ายน้ำ  หรืออาจตามด้วย  “กรรม + Verb 1”  ก็ได้  เช่น  We expect to pass our exam. – เราคาดหวังที่จะสอบได้ (ไมีมี "กรรม")  หรือ  She expected me to buy her a newspaper. – เธอคาดหวังให้ผมซื้อหนังสือพิมพ์ให้เธอ  (มี "กรรม" คือ  Me)  ดูรายละเอียดจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  ๑๔

  • You can learn _____________________________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ ________________________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce    (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Learn + To + Verb 1 + ส่วนขยาย”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ ๑๕

  • I’ll try ________________________________________________________ my best.

(ผมจะพยายาม __________________________________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do   (ทำ)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  “Do one’s best”  =  “ทำดีที่สุด”  และหลังกริยา  “Try”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่  “promise (สัญญา),  offer (เสนอ),   want (ต้องการ)hope (หวัง),  plan (วางแผน)hesitate (รีรอ, ลังเลใจ),  fail  (ล้มเหลว)learn  (เรียนรู้),  expect  (คาดหวัง)refuse (ปฏิเสธ)need (ต้องการ)dare (กล้า),  claim (อ้าง)agree  (ตกลง),   demand (เรียกร้อง)wish (ปรารถนา),   intend (ตั้งใจ),  seem (ดูเหมือนว่า),  resolve (ตกลงใจ),  determine (ตัดสินใจ)decide (ตัดสินใจ)pretend (แสร้งทำ),  afford (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen (บังเอิญ)appear (ดูเหมือนว่า),  prove (พิสูจน์),  ask (ขอร้อง)beg  (ขอร้อง),  choose (เลือก)manage (ประสบความสำเร็จ),  hurry (เร่งรีบ),  tend  (มักจะชอบ),  arrange (จัดแจง, เตรียมการ),  care (สนใจ),  come (มา)  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)  (พวกเขาเป็นผู้พักผ่อน)

  • She wanted Jim to visit her at least once a month.

(เธอต้องการให้จิมมาเยี่ยมเธออย่างน้อยเดือนละครั้ง)  (จิมเป็นผู้มาเยี่ยม)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่  หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

3. Today _________________________________________ seems more expensive than usual.

(ในปัจจุบัน __________________________________________ ดูเหมือนว่าแพงกว่าปกติ)

(a) most of everythings    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) most of everything    (ส่วนใหญ่ของทุกอย่าง)  (รูปนี้ไม่มีใช้  เพราะผิดหลัก ตรรก)

(c) almost everythings    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) almost everything    (เกือบจะทุกอย่าง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Everything”  เป็นเอกพจน์เสมอ  จึงไม่มีการเติม  “S”  ข้างท้าย

 

4. How old must one ______________________________________________ in an election?

(คนเราจะต้องอายุเท่าใด _______________________________________ ในการเลือกตั้ง)

(a) to vote

(b) to be voted

(c) to be to vote

(d) be to vote    (ที่จะลงคะแนนเสียง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากมาจากประโยคบอกเล่า  “One must be 20 years old to vote in an election.”  (คนเราจะต้องอายุ ๒๐ ปี  ถึงจะลงคะแนนในการเลือกตั้งได้)  และ  “Must”  ต้องตามด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1)  ดังนั้น  จึงต้องใช้  “One must be 20 years………….” จะใช้ “Must is, Must are”  ไม่ได้  และเมื่อเป็นประโยคคำถาม  จึงต้องใช้ว่า  How old must one be to vote…………..?   (คนเราจะต้องอายุเท่าใด  จึงจะลงคะแนน...............)

 

5. The whole house was filled with the aroma (อะ-โร้-ม่ะ) of coffee and garlic. 

(บ้านทั้งหลังเต็ม (อบอวล) ไปด้วย  กลิ่นหอม-ความหอม  ของกาแฟและกระเทียม)

(a) trauma (ทร้อ-ม่ะ)     (ความชอกช้ำทางจิตใจ, การบาดเจ็บ, แผลบาดเจ็บ, ภาวะที่ได้รับบาดเจ็บ)

(b) forgiveness    (การให้อภัย, การยกโทษให้)

(c) memory    (ความทรงจำ)

(d) distress    (ความทุกข์ยาก, ความเคราะห์ร้าย, ความเศร้าโศกเสียใจ, ความลำบาก, ภัยพิบัติ)

(e) fragrance    (เฟร้-เกริ้นซ)  (กลิ่นหอม, ความหอม)  

ตอบ  -  ข้อ  (e

 

6. Most of the effects of science are really beneficial (เบน-นะ-ฟิ้ช-เชี่ยล) to people.

(อิทธิพลหรือผลกระทบส่วนใหญ่ของวิทยาศาสตร์  เป็นประโยชน์-มีประโยชน์-เป็นผลดี-ซึ่งช่วยเหลือ  อย่างแท้จริงกับผู้คน)

(a) essential    (จำเป็น, สำคัญ, จะขาดเสียมิได้)

(b) conceivable    (นึกเห็นได้, พอจะนึกภาพออก, เป็นไปได้, พอที่จะคิดออก)

(c) advantageous    (มีประโยชน์, เป็นประโยชน์, ได้กำไร)

(d) detrimental    (ซึ่งเป็นผลเสียหรือผลร้าย, เป็นอันตราย, เป็นภัย)

(e) bizarre   (บิ-ซาร์)  (แปลกประหลาด, พิกล, ผิดปกติ)  

ตอบ  -  ข้อ  (c

 

7. The geyser, one of the most unusual phenomena in nature, is beautiful to behold.  

(น้ำพุร้อน - ปรากฏการณ์พิเศษสุดอย่างหนึ่งในธรรมชาติ - มีความสวยงามที่จะ  มองดู-เห็น)

(a) view    (มองดู, สังเกต, สำรวจ, ตรวจสอบ)

(b) narrate    (เล่าเรื่อง, บรรยาย, เล่าเหตุการณ์ ประสบการณ์ หรืออื่นๆ)

(c) illustrate    (แสดงให้ดูด้วยภาพ)

(d) intimidate    (อิน-ทิ้ม-มิ-เดท)  (ขู่ขวัญ, ขู่, คุกคาม, ทำให้กลัว)

(e) perpetrate    (กระทำผิดกฎหมาย, ทำชั่ว, ก่อกรรมทำเข็ญ)

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

8. Malibu, California, is _________ a nice place that most wealthy American people want to live there.

(เมืองมาลิบู, รัฐแคลิฟอร์เนีย,  เป็นสถานที่ที่ดี _______ จนกระทั่งเศรษฐีชาวอเมริกันส่วนใหญ่  ต้องการจะไปอาศัยอยู่ที่นั่น)

(a) so

(b) such    (มาก)

(c) so that    (เพื่อที่ว่า)

(d) such as    (เช่น)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้างข้างล่าง

  • Subject + Is (Was) + Such + A (An) + Adjective + Noun (เอกพจน์) + That + Subject + Verb”   เช่น
  • Bill is such a good boy that everyone likes him.

(บิลเป็นเด็กดีมาก  จนกระทั่งทุกคนชอบเขา)

  • Mary is such an old woman that she can hardly walk.

(แมรี่เป็นหญิงชรามาก  จนกระทั่งเธอเดินแทบไม่ไหว)

  • Subject + Is (Was) + So + Adjective + That + Subject + Verb  เช่น
  • Sarah is so nice a girl that everyone loves her.

(แมรี่เป็นเด็กสาวที่ดีมาก  จนกระทั่งทุกคนรักเธอ)

  • Subject + Are (Were) + Such + Adjective + Noun (พหูพจน์) + That + Subject + Verb
  • They are such strong men that they can lift big stones.

(พวกเขาเป็นชายที่แข็งแรงมาก  จนกระทั่งสามารถยกหินก้อนใหญ่ได้)

                  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

  • The working conditions of forest officials were _______ dangerous in the early days that private insurance companies refused to insure the officials.

(สภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นอันตราย _________ ในยุคแรกๆ (สมัยก่อน)  จนกระทั่งบริษัทประกันภัยปฏิเสธที่จะรับประกันเจ้าหน้าที่เหล่านี้)

(a) very

(b) such

(c) too

(d) so    (มาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ตามโครงสร้างข้างล่าง

  • Subject + Is (Are) + So + Adjective + (ส่วนขยาย) + That + Subject + Verb
  • The house is so expensive that we cannot buy it.

(= It is so expensive a house that we cannot buy it.)

(= It is such an expensive house that we cannot buy it.)

(บ้านราคาแพงมากจนกระทั่งเราไม่สามารถซื้อมัน)

  • The room was so hot that she couldn’t sleep in it.

(= It was so hot a room that she couldn’t sleep in it.)

(= It was such a hot room that she couldn’t sleep in it.)

(ห้องร้อนมากจนกระทั่งเธอไม่สามารถนอนได้)                                           

                                  ตัวอย่างที่         

  • It is ___________________________________ a difficult question that we can’t answer it.

(มันเป็นคำถามที่ยาก _______________________________ จนกระทั่งเราไม่สามารถตอบมัน)

(a) so

(b) such    (มาก)

(c) quite

(d) too

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติม  “So, Such, Too”  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • I am ____________________________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแรง) ___________________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน  แต่มีความหมายเหมือนกัน (ทั้ง ๖ ประโยค) มีดังนี้ คือ

  • I am too weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแรง) เกินไปที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

  • I am very (หรือ so, quite) weak and I cannot lift this heavy stone.

(ผมอ่อนแรงมาก  และไม่สามารถยกหินหนักก้อนนี้)

  • I am not strong enough to lift this heavy stone.

(ผมไม่แข็งแรงพอที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

  • I am so weak that I cannot lift this heavy stone.

(ผมอ่อนแรงมากจนกระทั่งไม่สามารถยกหินหนักก้อนนี้)

  • I am so weak a person that I cannot lift this heavy stone.

(ผมเป็นคนที่อ่อนแรงมาก  จนกระทั่งไม่สามารถยกหินหนักก้อนนี้)

  • I am such a weak person that I cannot lift this heavy stone.

(ผมเป็นคนที่อ่อนแรงมาก  จนกระทั่งไม่สามารถยกหินหนักก้อนนี้)

                  ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ที่มีโครงสร้างต่างกัน  แต่ความหมายเหมือนกัน  เช่น

  • The car is too small for us to get into it.

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The car is very (หรือ so, quite) small and we cannot get into it.

(รถยนต์คันนั้นเล็กมาก  และเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้)

  • The car is not big enough for us to get into it.

(รถยนต์คันนั้นไม่ใหญ่พอสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The car is so small that we cannot get into it.

(รถยนต์คันนั้นเล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้)

  • It is so small a car that we cannot get into it.

(มันเป็นรถยนต์ที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้)

  • It is such a small car that we cannot get into it.

(มันเป็นรถยนต์ที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้)

หมายเหตุ  -  ประโยคทั้งหมดข้างบนมีความหมายเหมือนกัน

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป