หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 599)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. A lot of ____________ were made about how to solve the problem, but only a few of them seemed reasonable to me.

(มีการให้ ________ จำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา  แต่มีเพียงไม่กี่คำแนะนำเท่านั้นที่ดูสมเหตุสมผลสำหรับผม)

(a) suggestion

(b) suggestions    (คำแนะนำ)

(c) advice    (คำแนะนำ)

(d) advices

ตอบ  –  ข้อ (b)  เนื่องจากต้องอยู่ในรูปพหูพจน์  เพราะกริยา  คือ  “Were”  สำหรับ   “Advice”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  ไม่สามารถใช้กับกริยา “Are”  หรือ  “Were”  ได้

 

2. During the eighteenth century, communication within and between cities _______ difficult at first. 

(ในระหว่างศตวรรษที่ ๑๘   การสื่อสาร (คมนาคม) ภายในและระหว่างเมืองต่างๆ ________ ยากลำบากในเบื้องต้น)

(a) were

(b) they were

(c) was    (มีความ)

(d) which were

ตอบ  -  ข้อ  (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  Communication  ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์,  ดูเพิ่มเติมประธานเอกพจน์  แม้จะขยายด้วยคำนามพหูพจน์ หรือเอกพจน์  ก็ต้องใช้กับกริยาเอกพจน์ (Is, Was, Has, Comes, Works, etc.)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The father of many children ___________________________ to work hard to earn a living.

(พ่อของลูก (ซึ่งมีลูก) หลายคน ___________________________ ทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ)

(a) have

(b) must

(c) has    (“Has to”  =  จำเป็นต้อง)

(d) are

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The father” (เป็นเอกพจน์)  โดยมี  “Of many children”  เป็นส่วนขยายประธาน  หรืออาจตอบ  “Must work hard” (จะต้องทำงานหนัก)  ก็ได้,  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบเดียวกันจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The head of operations _____________________________ to the management convention.

(หัวหน้าปฏิบัติการ __________________________________________ ประชุมผู้บริหาร)

(a) going

(b) are going

(c) go

(d) is going    (จะไป)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประธานประโยคเป็นเอกพจน์  คือ  The head  โดยมี  Of operations  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  Is going  เป็นกริยา

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The cruise handbook _________________________________________ all ship policies.

(หนังสือคู่มือการเดินทางตระเวณโดยทางเรือ _____________________ นโยบายทั้งหมดของเรือ)

(a) explains    (อธิบาย)

(b) is explaining    (กำลังอธิบาย)

(c) explain

(d) explaining

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ประธานเอกพจน์  (The cruise handbook)  กริยาเติม  “S” (Explains)  และข้อความนี้เป็นข้อเท็จจริง  และเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้  Present simple tense (Subject + Verb 1)  ดูเพิ่มเติมการใช้กริยาตามประธานของประโยค  กับเหตุการณ์ปัจจุบัน (ข้อเท็จจริง)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The head of the porters ________________________________ guests with their luggage.  

(หัวหน้าคนถือกระเป๋า (แบกของ) __________ แขก (ลูกค้า) – โรงแรม, สถานีรถโดยสาร-รถไฟ – ในเรื่องกระเป๋าเดินทาง)

(a) assist

(b) is assisting    (กำลังช่วยเหลือ)

(c) assists    (ช่วยเหลือ, สงเคราะห์, สนับสนุน)

(d) are assisting    ()

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  The head (หัวหน้า)  ซึ่งเป็นคำเอกพจน์  โดยมี  Of the porters  เป็นส่วนขยายประธาน  และข้อนี้ใช้รูป  Present simple tense  (Subject + Verb 1)  เพราะเป็นข้อเท็จจริงทั่วๆ ไปในปัจจุบัน  (หัวหน้าฯ ช่วยเหลือแขก-ลูกค้าในเรื่องกระเป๋าเดินทาง)  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รูป  Present continuous (progressive) tense (Is assisting)  เนื่องจากเหตุการณ์มิได้กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น

                                 ตัวอย่างที่

  • The variety of insurance benefits ________________________ very broad under this policy.

(ความหลากหลายของผลประโยชน์ต่างๆ จากการประกันภัย ______ กว้างขวางมากภายใต้กรมธรรม์นี้ )

(a) are

(b) is    (มีความ)

(c) being

(d) be

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  The variety  ซึ่งเป็นเอกพจน์  โดยมี  Of insurance benefits  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  Very broad under this policy  เป็น  Complement  ของกริยา  Is  (มาช่วยทำให้  Is  มีความสมบูรณ์)

                                 ตัวอย่างที่  ๖

  • At midnight, the second shift of security guards ____________________________ on duty.

(ตอนเที่ยงคืน  ผลัดที่สองของยามรักษาความปลอดภัย __________________ เข้าเวร – ทำหน้าที่)

(a) coming

(b) to come

(c) comes    (มา)

(d) come

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “The second shift”  (เอกพจน์) เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Of security guards”  เป็นส่วนขยาย  จึงต้องใช้กริยา  “Come”  ที่เติม  “S

                                  ตัวอย่างที่

  • A record of complaints _________________________________ kept in the purser’s office.

(ประวัติของการร้องเรียนต่างๆ ____ เก็บไว้ในสำนักงานของเจ้าหน้าที่เรือ  ที่มีหน้าที่เก็บเอกสารและเงิน)

(a) are

(b) is    (ถูก)

(c) were

(d) has

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  A record  ซึ่งเป็นเอกพจน์  โดยมี   Of complaints  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  Is kept  เป็นกริยาในแบบ  Passive voice  {Subject + Is (Are) + Verb 3}  โดยอยู่ในรูป  Present simple tense (Subject + Verb 1) (กรณีของ  Active voice)  เพราะเป็นข้อเท็จจริง  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  ทั้งนี้  อาจตอบ  Has been kept  (ได้ถูกเก็บไว้) (Present perfect tense ในแบบ  Passive voice)  ก็ได้

                                 ตัวอย่างที่  

  • The itinerary ____________________________________________ with the cruise list.

(รายละเอียดของการเดินทาง ________ พร้อมกับรายชื่อผู้ตระเวณท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ โดยทางเรือ)

(a) be filing

(b) be filed

(c) is filed    (ถูกจัดเข้าแฟ้ม)

(d) is filing    (กำลังจัดเข้าแฟ้ม)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานประโยคเป็นเอกพจน์ (The itinerary)  และต้องอยู่ในรูป  Passive voice {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb 3}  เพราะประธาน (รายละเอียดของการเดินทาง) ถูกกระทำ  คือ  ถูกจัดเข้าแฟ้ม

                                 ตัวอย่างที่  

  • Each passenger’s name ______________________________ with his or her cabin number.

(ชื่อของผู้โดยสารแต่ละคน _________________ พร้อมกับหมายเลขห้องพักในเรือของเขาหรือเธอ)

(a) is list

(b) listing

(c) is listed    (ถูกลงรายการ, ถูกลงบัญชี)

(d) is listing    (กำลังลงรายการ-บัญชี)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานประโยคเป็นเอกพจน์ (Name)  และต้องอยู่ในรูป   Passive voice {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb 3}  เพราะประธาน (ชื่อ) ถูกกระทำ  คือ  ถูกลงรายการ-บัญชี

 

3. I bought this watch _______________________________________________ Switzerland.

(ผมซื้อนาฬิกาเรือนนี้ _________________________________________ สวิตเซอร์แลนด์)

(a) from

(b) at

(c) in    (ใน)

(d) was made in

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

            สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  In my opinion, the whole affair was a waste of time.  (ในความเห็นของผม  เรื่องทั้งหมดเสียเวลาเปล่า),  “I love to walk in the rain.”  (ฉันชอบเดินในท่ามกลางสายฝน),  “George is afraid to go out in the dark.”  (จอร์ช กลัวที่จะออกไปข้างนอกท่ามกลางความมืด),  “Paul and Sarah are in love.”  (พอลและซาร่าห์รักกัน),  “We are all in good health.”  (เราทุกคนมีสุขภาพดี),  “This book is written in English.”  (หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ),  “Please write your name in capital letters.”  (กรุณาเขียนชื่อของคุณด้วยอักษรตัวใหญ่),  “blind in one eye”  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน)  -  Jim was in a hurry to go to his college.  (จิมกำลังรีบเร่งจะไปมหาวิทยาลัย),  Jerry lives in London.  (เจอร์รี่อาศัยอยู่ในลอนดอน),  “The girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึงโรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน)  -  Grace is interested in cooking.  (เกรซสนใจในการปรุงอาหาร)“qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ)“weak in”  (อ่อนในเรื่อง)“deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง)“proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง)“successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง)“in a box”  (ในกล่อง)“in a pocket”  (ในกระเป๋า)  -  He put the money in his pocket.  (เขาใส่เงินไว้ในกระเป๋าเสื้อ-กางเกง),  “He threw the case in the river.  (เขาโยนลัง – หีบ – ลงไปในแม่น้ำ),  “She went in that direction.  (เธอไปทางนั้น  -  พูดพร้อมกับชี้มือ),  “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน)  แต่ใช้  “sit on a chair”  (นั่งบนเก้าอี้)“in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง)“in the bath”  (ในอ่างน้ำ)“in her hand”  (ในมือของเธอ)“in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่)“in the garden”  (ในสวน)“in the air”  (ในอากาศ)“in the middle of the room”  (ที่กลางห้อง)“in the direction of”  (ในทิศทางของ)“in a restaurant”  (ในภัตตาคาร)“in the bathroom”  (ในห้องน้ำ)“in school”  (ในโรงเรียน)“in hospital”  (ในโรงพยาบาล)“in the kitchen”  (ในครัว),  “in a shop-window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน)  -  I saw it in a shop-window.  (ฉันเห็นมันในตู้โชว์กระจกของร้าน)“in a mirror”  (ในกระจก)“in a lake”  (ในทะเลสาบ)“in black suit”  (ในชุดดำ)“in the water”  (ในน้ำ)“write in ink”  (เขียนด้วยหมึก)“write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ)“in the first chapter”  (ในบทที่ )“in the film”  (ในภาพยนตร์)“wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร)“in April”  (ในเดือนเมษายน)  แต่ใช้  “on March 1st  (วันที่ ๑ มีนาคม)“in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖)  -  He was born in 1970.  (เขาเกิดในปี ๑๙๗๐)“in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น)“in the night” (= at night) (ในตอนกลางคืน)  -  It rained a lot in the night.  (ฝนตกมากในตอนกลางคืน),  “He will be back in an hour.  (เขาจะกลับมาในอีก ๑ ชั่วโมง),  “There are seven days in a week and twelve months in a year.  (มี ๗ วันใน ๑ สัปดาห์  และ ๑๒ เดือนใน ๑ ปี),  “She was (dressed) in blue.  (เธอใส่ชุดสีน้ำเงิน),  “The man in the dark suit”  (ผู้ชายในชุดดำ),  “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้)“in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ)“in the meantime”  (ในระหว่างนั้น)“in two months”  (ภายใน ๒ เดือน)“in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่)“in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ)“in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง)“in two minutes”  (ใน ๒ นาที)“in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ),  “in nature”  (ในธรรม ชาติ),  “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้)“in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้)“in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล)“in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้)“in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์),  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด),  “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค),  “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่ หรือตกต่ำ),  “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี),  “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)“in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล),  “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง............),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี),  “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”  (ในทัศนะของเธอ),  “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆ คน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ),  “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  ดอลลาร์),  “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง),  “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร),  “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง),  “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย)  -  Cancer has resulted in many people’s death each year.  (มะเร็งส่งผลให้คนตายจำนวนมากในแต่ละปี)  แต่ใช้  “as a result of”  (เนื่องมาจาก,  เป็นผลมาจาก)  -  Many people die as a result of cancer each year.  (ผู้คนจำนวนมากตายเนื่องมาจากมะเร็งในแต่ละปี)“believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน)  -  They don’t believe in God.  (พวกเขาไม่ศรัทธาในพระเจ้า),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป, พูดสั้นๆ)  -  In a nutshell, Jim’s problem is that he is lazy.  (พูดสั้นๆ เลยนะ  ปัญหาของจิมคือว่าเขาขี้เกียจ),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า)  -  You’ve to make a reservation in advance.  (คุณจำเป็นต้องจองล่วงหน้า),  “in good shape”  (มีสุขภาพดี, อยู่ในสภาพดี)  -  Sarah has regular exercise and she is always in good shape.  (ซาร่าห์ออกกำลังกายเป็นประจำ  และเธอมีสุขภาพดีเสมอ)  -  Daniel kept his car in good shape.  (แดเนี่ยลรักษารถยนต์ของเขาให้อยู่สภาพดี),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, สุขภาพไม่ดี, อยู่ในฐานะลำบาก)  -  After losing his job, Bill was in bad shape.  (หลังจากตกงาน  บิลอยู่ในฐานะลำบาก),  -  Tom has smoked for many years and now he is in bad shape.  (ทอมสูบบุหรี่มาหลายปี  และตอนนี้เขาสุขภาพย่ำแย่),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ)  -  He is in charge of the factory.  (เขาเป็นผู้ดูแล-รับผิดชอบโรงงาน),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว)  -  In fact, she arrived an hour early.  (จริงๆ แล้ว  เธอมาถึงก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง)  -  In fact, this book wasn’t the book I was looking for.  (จริงๆ แล้ว  หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่ฉันกำลังมองหาอยู่),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย)  -  Please put the books on the table in order.  (กรุณาวาง – จัด – หนังสือบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว)  -  In the long run (term) the company can make lots of profits.  (ในระยะยาว  บริษัทสามารถทำกำไรได้มาก),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล)  -  All our efforts were in vain.  (ความพยายามทั้งหมดของเราไม่เป็นผล-ล้มเหลว)  -  He tried in vain to convince her that she was wrong  (เขาพยายามอย่างไร้ผล  ที่จะทำให้เธอเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายผิด),  เป็นต้น

 

4. She was unable to tell us ___________________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเราว่า  บ้านหลังใด _________________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)

(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เพราะได้ใจความดีที่สุด   และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “which house she had gone into by mistake”  เป็น  “Noun clause” (ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  ส่วนกรรมรอง  คือ  “Us”)  จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not ______________________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ______________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “What I really want”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be” (Is

                                  ตัวอย่างที่  

  • Tell me _____________________________________________________________.

(บอกผมซิว่า ________________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want   (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง”  ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น (นำหน้า) ด้วย  “Question words”  (What, When, Where, Why, How, How much, How many, How often, Who, Whom, That, Whether, If – หรือไม่(โดยไม่ต้องมี  “That” อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)  ทั้งนี้  โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)  

                                  ตัวอย่างที่  

  • He is always boasting about ______________________________________________.

(เขากำลังคุยโม้โอ้อวดอยู่เสมอเกี่ยวกับ _______________________________________)

(a) how a beautiful wife he has

(b) how a figure his beautiful wife has

(c) what his wife has a beautiful figure

(d) what a beautiful figure his wife has    (ภรรยาของเขามีรูปร่าง-ทรวดทรงที่สวยงามอะไรเช่นนั้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของ  “Preposition” (About)  จึงต้องเรียงในรูปบอกเล่า  “…………his wife has”  อย่างไรก็ตาม  สามารถตอบในโครงสร้างอื่นๆ ได้  เช่น

  • He is always boasting about how beautiful his wife is.
  • He is always boasting about what a beautiful wife he has.

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _____________________ he thinks sensible turns out to be ridiculous in other people’s eyes.

(__ เขาคิดว่าฉลาด (มีเหตุผล-มีไหวพริบ) กลายเป็นน่าหัวเราะเยาะ (น่าขัน-ไร้สาระ) ในสายตาของผู้อื่น)

(a) That

(b) Which

(c) What    (สิ่งที่, อะไรที่)

(d) When

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (What he thinks sensible)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  หรือของกริยา  “Turns out”  

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I wonder what ________________________________.  I feel that we have been a bit late.

ผมสงสัยว่า (ขณะนี้) _______________________ อะไร  ผมรู้สึกว่าเราล่าช้าไปนิดหน่อยแล้วนะ)

(a) it is time

(b) time is it

(c) time it is    (เป็นเวลา)

(d) is it time

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากข้อความ  “What time it is”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Wonder”  โดยต้องเรียงประโยคในรูปบอกเล่า  คือ  ประธานอยู่หน้ากริยา  (What time it is)  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • If I had the money, I would pay ________________________________________ I owe.

(ถ้าผมมีเงิน (ในขณะนี้)  ผมจะใช้คืน __________________________________ ผมเป็นหนี้)

(a) that

(b) which

(c) what    (ในสิ่งที่)

(d) you

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (What I owe)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Pay

                                 ตัวอย่างที่ 

  • _______ astrology and alchemy may be regarded as fundamental aspects of thought is indicated by their apparent universality.

(_______ วิชาโหราศาสตร์และอัลเคมี (การเล่นแร่แปรธาตุ)  อาจจะถูกถือว่าเป็นแง่มุมพื้นฐานของความคิด  ได้รับการบ่งชี้โดยความเป็นสากลที่เห็นได้ชัดเจนของมัน)  (คือ  ของทั้ง  ๒  วิชา)

(a) Both are

(b) What both

(c) Both

(d) That both    (ที่ว่าทั้ง)  (คือ  ทั้ง  ๒  วิชา)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (That both astrology and alchemy may be regarded as fundamental aspects of thought)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is indicated”  เป็นกริยา

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I hadn’t realized _______________________________________________________.

(ฉันมิได้ตะหนักว่า _____________________________________________________)

(a) what a pretty girl she is

(b) what a pretty girl was she

(c) what a pretty girl she was    (เธอช่างเป็นเด็กสาวที่สวยเสียนี่กระไร)

(d) what she was a pretty girl

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นอนุประโยคในแบบ  Noun clause  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  Realized  จึงต้องเรียงคำในอนุประโยคในรูปบอกเล่า  คือ  “What a pretty girl + She + Was”  โดยประโยคนี้มาจากประโยคอุทาน  “What a pretty girl she is !”  (เธอช่างเป็นเด็กสาวที่สวยเสียนี่กระไร)   แต่ต้องเปลี่ยน  Is  เป็น  Was  เพื่อให้  Tense  สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  คือ  “Hadn’t realized”  ทั้งนี้  ผู้พูดประโยคข้างต้นแสดงความความประหลาดใจว่า  เธอมิได้ตระหนัก (สังเกตเห็นมาก่อน) ว่าเด็กสาวคนนี้สวยงามมาก

                                 ตัวอย่างที่ 

  • A computer can only do _____________________________ you have programmed it to do.

(คอมพิวเตอร์สามารถทำได้เฉพาะ _______________________ คุณตั้งโปรแกรมให้มันทำเท่านั้น)

(a) when    (เมื่อ)

(b) which    (ซึ่ง, ที่)

(c) if    (ถ้า)

(d) what    (สิ่งที่,  อะไร)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากข้อความ  “What you have programmed it to do”    เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Please describe _________________________________________________ you saw.

(โปรดบรรยาย-พรรณนา ___________________________________________คุณเห็น)

(a) which

(b) that

(c) what    (สิ่งที่)

(d) whether

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “What you saw”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Describe

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

A : I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

B : I would like to ask you ________________________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) ___________________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)  (= คุณเริ่ม  -  ศึกษาภาษาเยอรมัน  -  เมื่อใด)

(d) when you will begin

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากข้อความ  “When you began to study German”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”  (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงคำในแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย Verb”   ตัวอย่างอื่นๆ ของ  “Noun clause”  ได้แก่

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • My friend would not tell me _____________________________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) _________________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid    (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “How much he paid”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  (กรรมรอง  คือ “Me

                                  ตัวอย่างที่  ๑๓

  • I can’t do exactly ________________________________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ (หรือได้ตรงเผง) ____________________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what   (สิ่งที่  หรือในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”,  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ)  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่  ๑๔

  • The fact ________ money orders can usually be easily cashed has made them a popular form of payment.

(ข้อเท็จจริง _____ ธนาณัติโดยปกติแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างง่ายดาย  ทำให้มัน (ธนาณัติ) เป็นรูปแบบของการชำระเงินที่เป็นที่นิยมกัน)

(a) of

(b) that    (ที่ว่า)

(c) is that

(d) which is

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความ  “The fact that money orders can usually be easily cashed”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Has made”  เป็นกริยา

                                ตัวอย่างที่  ๑๕

  • ________ dog was the first animal to be domesticated is generally agreed upon by authorities in the field.

(______ สุนัขเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ถูกทำให้เชื่อง  ได้รับการเห็นด้วยโดยทั่วไปโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้)

(a) Until the

(b) It was the

(c) The

(d) That the    (ที่ว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากข้อความ  “That the dog was the first animal to be domesticated”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมีข้อความส่วนที่เหลือเป็นกริยา และส่วนขยายกริยา

                                  ตัวอย่างที่  ๑๖

  • Did you hear ____________________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน _____________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Hear”  สำหรับ  “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้  คือ

               ๑  เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What Ralph wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • When Daniel came is not known.

(แดเนียลมาเมื่อไรไม่มีใครทราบ)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • That coffee grows in Brazil is well-known.

(ที่ว่ากาแฟงอกงาม – ถูกปลูก – ในบราซิล  เป็นที่รู้กันดี)

  • That Thomson would commit suicide frightened everybody.

(ที่ว่าทอมสันจะฆ่าตัวตายทำให้ทุกคนตกใจ)

  • Whether or not Jane divorced her husband doesn’t concern me.

(ไม่ว่าเจนหย่าร้างกับสามีของเธอหรือไม่  ไม่ได้ทำให้ผมกังวล)

  • Whether Tiffany will come or not is not my business.

(ไม่ว่าทิฟฟานี่จะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

               ๒. เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • No one knows how George came.

(ไม่มีใครรู้ว่าจอร์ชมาอย่างไร – ด้วยวิธีใด)

  • Amanda asked me where I lived.

(อแมนด้าถามผมว่า  ผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • I wonder whether Susan will arrive on time.

(ผมสงสัยว่าซูซานจะมาถึงตรงเวลาหรือไม่)

  • Do you know if (whether) Peter will pass his exam ?

(คุณรู้ไหมว่าปีเตอร์จะสอบผ่านหรือเปล่า)

  • We believe (that) Joey is innocent.

(เราเชื่อว่าโจอี้บริสุทธิ์)

  • Jeff says (that) coffee grows in Brazil.

(เจฟฟ์กล่าวว่ากาแฟงอกงาม – เติบโตได้ดี - ในบราชิล)

  • Mike told me (that) he was going to get married soon.

(ไมค์บอกฉันว่าเขาจะแต่งงานเร็วๆ นี้)

  • Jennifer believes (that) all men are born equal.

(เจนนิเฟอร์เชื่อว่า  มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน)

  • The doctor suggested (that) James go to hospital.

(หมอแนะนำว่าเจมส์ควรไปโรงพยาบาล)

  • Paul wished (that) he had a new car.

(พอลปรารถนาว่า  เขามีรถยนต์คันใหม่)

  • She did not believe what Mario told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่มาริโอ้บอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

               ๓. เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We talked about how pretty Linda was.

(เราคุยกันเกี่ยวกับว่าลินดาสวยงามเพียงใด)

  • I’m doubtful about how David will get the money.

(ฉันสงสัย – ข้องใจ – เกี่ยวกับว่าเดวิดจะได้เงินมาอย่างไรด้วยวิธีใด)

  • We are surprised at how Anthony could do it.

(เราประหลาดใจว่าแอนโธนี่สามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what Nicole had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่นิโคลได้จัดหาให้กับพวกเขา)

               ๔. เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์)  ของ “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐  โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

  • Killing somebody may be what Eric wants.

(การฆ่าใครสักคนอาจเป็นสิ่งที่เอริคต้องการ)

  • Terry’s belief is that the company will go bankrupt soon.

(ความเชื่อของเทอร์รี่คือว่า  บริษัทจะล้มละลายเร็วๆ นี้)

  • The sad scene was that Bob lay dead in the street.

(เหตุการณ์ – ภาพ – ที่น่าเศร้าคือว่า  บ๊อบนอนตายอยู่ในถนน)

               ๕. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่แสดงความรู้สึก  ได้แก่  Sure, True, Imperative, Confident, Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted, Delightful, Anxious, Worried, etc.  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • It is essential that Laura see her dentist at once.

(มันจำเป็นยิ่งว่าลอร่าไปพบหมอฟันในทันที)

  • It is true that durians grow in tropical countries.

(มันเป็นความจริงว่าทุเรียนงอกงาม – เติบโตได้ดี – ในประเทศในเขตร้อน)

  • It is imperative that Cindy go home at once.

(มันจำเป็นว่าซินดี้ต้องกลับบ้านในทันที)

  • It was sad that Mary died before her time.

(มันน่าเศร้าว่าแมรี่ตายก่อนเวลาอันควร)

  • Randy is sorry that he could not keep his words.

(แรนดี้เสียใจว่าเขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่าเครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

               ๖. ใช้แทนคำนาม  (Noun) ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The news that Tony came made us uneasy.

(ข่าวที่ว่าโทนี่มาทำให้เราไม่สบายใจ)

  • Paula’s belief that John does not love her is correct.

(ความเชื่อของพอลล่าที่ว่าจอห์นไม่ได้รักเธอ  ถูกต้องแล้ว)  (จอห์นไม่ได้รักเธอจริงๆ)

  • The news that Sarah had committed suicide frightened everybody.

(ข่าวที่ว่าซาร่าห์ฆ่าตัวตายทำให้ทุกคนตกใจ)

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)

คำอธิบาย  -  The fact”  คือ  “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.”  (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผม  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  “The fact”  ไม่ใช่  “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น  “that (which) he told me”  จึงเป็น  “Adjective clause”  มาขยาย  “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)  

คำอธิบาย  -  ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”  คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก) 

คำอธิบาย  -  ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ  “that wealthy men are always happy

****หมายเหตุ  –  จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  “that” (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้  “which”)  และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น  “Adjective clause”  จะใช้  “that”  หรือ  “which”  ก็ได้  (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้า ที่ประธาน  หรือกรรมของอนุประโยค (Adjective clause) อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ Clause

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

  • The news that Smith was dead was not true.

(ข่าวที่ว่าสมิธตายไม่เป็นความจริง)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้  คือ  “that Smith was dead”  เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “แทน”  “The news”  โดย  The news   เป็นสิ่งเดียวกับ  that Smith was dead  ทั้งนี้  อาจถือว่าข้อความ  The news that Smith was dead  (ทั้งหมด) เป็น  “Noun clause”)

  • The news that (which) Sam brought was not true.

(ข่าวซึ่งแซมนำมา  ไม่เป็นความจริง)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  เนื่องจาก  “ขยาย”  คำนามข้างหน้ามัน  คือ  “ข่าว,”  โดย “ข้อความ”  และ “ข่าว”  ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน)

 

5. There is no paucity of millionaires of Monte Carlo; the opulence (อ๊อพ-พิว-เลิ่นซ) of the houses there is amazing. 

(ไม่มีการขาดแคลน-ไม่มี  (หรือความขัดสนยากจน) ของเหล่าเศรษฐีในมอนติคาร์โล,  (และ)  ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างยิ่ง-ความหรูหรา-ความเจริญรุ่งเรือง-ความอุดมสมบูรณ์   ของบ้าน (เศรษฐี) ที่นั่นน่าทึ่ง-น่างงงวย-น่าประหลาดใจ)  (คือ  บ้านหรูหราของเศรษฐีที่นั่นน่าทึ่ง-น่างงงวย)

(a) magnanimity    (แมก-นะ-นิ้ม-มิ-ที่)  (ความมีใจกว้าง, ความมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความมีจิตใจสูงส่ง,

       ความไม่เห็นแก่ตัว, การกระทำที่มีใจสูงส่ง, ความสูงส่ง)  

(b) extreme wealth; luxuriousness    (ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมาก; ความหรูหราฟุ่มเฟือย-ความ

       โอ่อ่า)

(c) novelty    (น้อฟ-เวิล-ที่)  (ความใหม่, ความแปลก, เหตุการณ์ใหม่, ประสบการณ์ใหม่, เรื่องหรือสิ่งใหม่,

       สินค้าใหม่ที่แปลกและมักอยู่ในตลาดได้ชั่วคราวเท่านั้น) 

(d) notoriety    (โน-ทอ-ไร้-อะ-ที่)  (ชื่อเสียงในทางไม่ดี, บุคลที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี, ความรู้จักกันทั่วไป

       หรือมีชื่อเสียงดังกระฉ่อน) 

(e) nonchalance    (นอน-ชะ-ล่านซ  หรือ  น้อน-ชะ-เลิ่นซ)  (ความเมินเฉย, ความไม่ใยดี, ความไม่สนใจ,

       ความห่างเหิน) 

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Public apathy (แอ๊พ-พะ-ธี่) about politics are sometime caused by politicians’ widespread corruption.  

(ความไม่สนใจ-ไม่กระตือรือร้น  ของประชาชนเกี่ยวกับการเมือง  บางครั้งเกิดขึ้นจากการทุจริตที่แพร่ไปทั่วของนักการเมือง)      

(a) awareness    (ความตระหนักรู้, ความรู้ตัว, ความรู้สึกตัว, การรู้)

(b) curiosity    (คิว-ริ-ออส-ซิ-ที่)  (ความอยากรู้อยากเห็น, ของหายาก, ของลายคราม, ความแปลก, ลักษณะ

       ที่แปลกและน่ารู้น่าสนใจ)

(c) indifference    (ความไม่สนใจ, ความเฉยเมย, ความไม่แยแส)

(d) hatred    (เฮ้-ทริด)  (ความเกลียดชัง, ความรังเกียจ)

(e) propaganda    (โพร หรือ พรอพ-พะ-แก๊น-ดะ)  (การโฆษณาชวนเชื่อ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. The company’s management and employees protested against any actions which could be detrimental (ดี-ทริ-เม้น-เทิ่ล) to the company and its shareholders.

(ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทคัดค้านการกระทำใดๆ  ซึ่งอาจจะ  เป็นอันตราย-เป็นภัย  ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น)

(a) harmful    (มีอันตราย, เป็นภัย)

(b) helpful    (ให้ความช่วยเหลือ, ชอบช่วยเหลือผู้อื่น)

(c) secure    (ปลอดภัย, มั่นคง)

(d) favorable    (เอื้ออำนวย, เป็นประโยชน์, ซึ่งเป็นที่นิยมชมชอบ, เป็นที่โปรด

ปราน, ซึ่งได้รับการสนับสนุน)

(e) sluggish    (เงื่องหงอย, ซบเซา, อืดอาด, เนือย)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

8. _____________________, none of the guests were injured when the fire broke out at the hotel.

(__________________________, ไม่มีแขกคนใดได้รับบาดเจ็บ  เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นที่โรงแรม)

(a) Fortunate

(b) Fortunately    (โชคดี, เคราะห์ดี)

(c) To be fortunate    (เพื่อที่จะโชคดี)

(d) It is fortunate    (มันโชคดี)

ตอบ  –  ข้อ  (b)   เนื่องจาก  “Fortunately”  ใช้ขยายข้อความทั้งประโยค  (none of………...……… the hotel)   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  หรืออาจใช้ตามโครงสร้างข้างล่าง  ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน

  • It is (was) fortunate (that) none of the guests were injured when the fire broke out at the hotel.

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป