หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 595)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. __________________________________________ a lot of foreigners there are in London!

(มีนักท่องเที่ยวมากมาย _________________________________________ ในลอนดอน !)

(a) How

(b) Why

(c) What    (อะไรเช่นนี้)

(d) (No word is needed.)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประโยคอุทาน  ตัวอย่าง  เช่น  {What + A lot of + Noun +Subject (There is, There are)  + Verb}  ได้แก่  “What a lot of people there are in Bangkok.”  (มีคนมากมายเสียนี่กระไรในกรุงเทพฯ)  หรือ  {What + A (An) + Adjective + Noun + Subject + Verb}  เช่น  “What a good boy he is.”  (เขาช่างเป็นเด็กดีเสียนี่กระไร)  ดูเพิ่มเติมประโยคอุทาน (Exclamation) จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • What long hair you’ve ___________________________________________________!

(เธอช่าง ____________________________ ผมยาวเสียจริง)  (ผมของเธอช่างยาวอะไรเช่นนั้น)

(a) cut

(b) got   (มี)

(c) been

(d) made

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ข้อนี้เป็นประโยคอุทาน  “Have got” =  “มี”,  และ  “Hair”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงไม่ใช้  “What a long hair”  ดูเพิ่มเติมประโยคอุทานจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • How tall ____________________________________________________________!

(______________________________________ และสูงอะไรเช่นนั้น)  (คุณช่างสูงเสียจริง) 

(a) you are grown

(b) are you grown

(c) you’ve grown    (คุณช่างโต)

(d) have you grown

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ประโยคอุทาน  ต้องเรียงประโยคแบบบอกเล่า  คือ ประธานอยู่หน้ากริยา  และเมื่อ  “Grow”  หมายถึง  “เติบโต”  ต้องใช้ในรูป  “Active voice”  (ในข้อนี้  อยู่ในรูป  “Present perfect tense”)  (จึงไม่เลือก ข้อ  ซึ่งเป็น “Passive voice”)  

                                ตัวอย่างที่  

  • __________________________________________________________ strong he is!

(เขาช่างแข็งแรง _____________________________________________________)

(a) What

(b) How    (เสียจริง, เสียนี่กระไร, เหลือเกิน)

(c) Very

(d) So

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นประโยคอุทาน {How + Adjective (Adverb) + Subject + Verb !}

                                 ตัวอย่างที่  

  • What ____________________________________________________ that man has !

(ชายคนนั้นช่างมี ___________________ เสียจริง)  (เป็นประโยคอุทาน  แสดงความประหลาดใจ)

(a) long beard

(b) long beards

(c) a long beard    (เครายาว)

(d) the long beard

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Beard”  (เบี๊ยด) (เครา)  เป็นคำนามนับได้  จึงต้องใช้  “A”  นำหน้า

                                  ตัวอย่างที่  

  • ___________________________________________________ grand ideas you have!

(คุณช่างมีความคิดที่วิเศษ ____________________________________________ เช่นนี้)

(a) How

(b) What a

(c) What    (อะไร)

(d) Very

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประโยคอุทาน  และ  “Ideas”  อยู่ในรูปพหูพจน์  จึงไม่ใช้  “What a”  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • What a fool he is! (= What a foolish man he is!) (= How foolish he is !

(เขาช่างเป็นคนโง่เสียจริง – โง่เสียนี่กระไร)

  • What a poor girl she is!

(เธอเป็นเด็กหญิงที่น่าสงสารเสียนี่กระไร)

  • What an amusing movie (s) it is!

(มันช่างเป็นหนังที่สนุกอะไรอย่างนี้)

  • What beautiful houses they are!

(มันเป็นบ้านที่สวยอะไรเช่นนั้น)

  • What beautiful houses they have!

(พวกเขามีบ้านที่สวยอะไรเช่นนั้น)  

  • What stubborn boys those students are!

(เจ้าเด็กนักเรียนเหล่านั้นช่างดื้อเสียนี่กระไร)

  • How lovely that little girl is!

(เธอเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่น่ารักอะไรเช่นนั้น)

  • How clever they are!

(พวกเขาช่างฉลาดเสียจริง)

  • How heavy the storm was!

(พายุช่างจัด (รุนแรง) เสียจัง)

  • How smart our teacher is!

(ครูของเราฉลาดอะไรอย่างนี้)

  • How slowly they walked!

(พวกเขาช่างเดินช้ากันเสียจริง)

  • How efficiently his new secretary did her job!

(เลขาฯ คนใหม่ของเขาช่างทำงานมีประสิทธิภาพอะไรเช่นนั้น)

  • How beautifully she sings!

(เธอช่างร้องเพลงเพราะเสียจริง)

  • How gracefully those young people danced!

(พวกคนหนุ่มสาวเหล่านั้นช่างเต้นรำได้สง่างามเสียจริง)

  • What long hair you’ve got !

(เธอช่างมีผมยาวเสียจริง)  (ผมของเธอช่างยาวอะไรเช่นนั้น)

                      สรุป     

  • What + A + Adjective + Noun (Singular) + Subject + Verb

(What a beautiful girl she is!)

(เธอเป็นเด็กหญิงที่สวยจัง)

  • What + Adjective + Noun (Plural) + Subject + Verb

(What old houses those people have!)

(คนเหล่าโน้นมีบ้านที่เก่าจัง)

  • How + Adjective + Subject + Verb to be (Is, Are, Was)

(How generous his father was!)

(พ่อของเขาช่างมีใจเอื้อเฟื้อเสียจริง)

  • How + Adverb +Subject +Verb

(How slowly they walked!)

(พวกเขาเดินช้าอะไรเช่นนั้น)

 

2. They prefer that I ________________________________________________________.

(พวกเขาอยากให้เป็นว่า (เห็นสมควรว่า)  ผม ___________________________________)

(a) do not serve them anything alcoholic

(b) had not served them anything alcoholic

(c) have not served them anything alcoholic

(d) not serve them anything alcoholic    (ไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆให้กับพวกเขา)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยา  “Prefer”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • She is about half an hour late already.  It is necessary that she _______________ immediately.

(เธอล่าช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว  มันจำเป็นที่ว่าเธอ ____________________ ในทัน ทีทันใด)

(a) went

(b) goes

(c) go    {(ควร) ไป}

(c) will go

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I’m in a hurry because the librarian said it was important that I ________________ this book.

(ผมกำลังรีบเร่ง (เอาหนังสือไปคืน) เพราะบรรณารักษ์กล่าวว่า  มันเป็นเรื่องสำคัญว่าผม __ หนังสือเล่มนี้)

(a) returned

(b) was returning

(c) had returned

(d) return    {(ควร) นำไปคืน, ส่งคืน}

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Clause”  ที่ตามหลัง  “Important, Necessary, Essential, Imperative, etc.”  กริยาต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  คือ  เหมือนกับมี  “Should”  นำหน้าคำกริยานั้นๆ

                                 ตัวอย่างที่ 

  • In 1978, the Soviets demanded that China _____________________ its forces from Vietnam.

(ในปี  ๑๙๗๘  โซเวียตเรียกร้องให้จีน __________________ กองกำลังของตนออกจากเวียดนาม)

(a) withdrew

(b) withdraws

(c) withdraw    (ถอน)

(d) withdrawing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากกริยาใน  “Clause” (อนุประโยค)  ที่ตามหลัง  “Demand, Require, Suggest, Request, etc.”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He suggested ____________________________________________ to a holiday camp.

(เขาแนะนำ ______________________________________ ที่ค่ายพักแรมวันหยุดพักผ่อน)

(a) Mary that she should go

(b) to Mary that she should go    (แก่แมรี่ว่าเธอควรไป)

(c) for Mary that she go

(d) to Mary to go

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจตอบ  “……..…to Mary that she go……..…”  ก็ได้  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Many subscribes have requested that we __________________ the journals to their offices.

(ผู้บอกรับเป็นสมาชิกจำนวนมากได้ร้องขอว่า  เรา ___________ วารสารไปที่สำนักงานของพวกเขา)

(a) mails   

(b) mailed   

(c) mail    (ส่งทางไปรษณีย์)  (ลดรูปมาจาก  “Should mail”)

(d) mailing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องอยู่ในรูป  Infinitive without to (Verb 1)  เสมือนกับว่ามี  Should  อยู่ข้างหน้ากริยา  แต่ละเอาไว้ไม่เขียนลงไป  เราเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า   Present subjunctive  สังเกตจากกริยาในประโยคใหญ่  คือ  Requested

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The station master suggested that more porters ______________________________ hired.

(นายสถานีแนะนำว่าพนักงานแบกของหรือถือกระเป๋าจำนวนมากขึ้น ________ ได้รับการว่าจ้าง)  (ควรจ้างคนแบกของ-กระเป๋าเพิ่มขึ้น)

(a) are

(b) have

(c) be    (ควรจะ)

(d) do

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  ในแบบ  “Passive voice”  สังเกตจากกริยา  “Suggested”  โดยลดรูปมาจาก  “Should be”  (ละ “Should” ไว้)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  “Present subjunctive”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • It is important that the microscope slides _________________ thoroughly cleaned before use.

(มันสำคัญที่ว่า  ภาพสไลด์ของกล้องจุลทรรศน์ ______ ทำความสะอาดอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนใช้งาน)

(a) is

(b) are

(c) to be

(d) be    (ถูก, ได้รับการ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  นื่องจากเป็น  “Present subjunctive”  ในแบบ  “Passive voice”  โดยย่อมาจาก  “………....slides should be thoroughly cleaned......…….”   โดยไม่ใส่   “Should”  ลงไป

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It is essential that the needle ___________________________________________ first.

(มันจำเป็นว่า  เข็ม __________________________________________ เป็นประการแรก)

(a) sterilize

(b) is sterilized

(c) be sterilized    (ถูกทำให้ปราศจากเชื้อโรค)

(d) sterilizes

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความ  “It is essential that”  เป็นประโยคใหญ่  กริยาของอนุประโยคที่ตามหลังมัน  จะอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  คือ อยู่ในรูป  “Infinitive without to” (Verb 1) เสมอ  ในกรณีเป็นกริยาในแบบ  “Passive voice”  จะต้องใช้กริยารูป  “Be + Verb 3”  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”   ให้ใช้  “Be”  กับประธานฯ ทุกตัว  ทั้งนี้  ถือเสมือนว่า  กริยาในอนุประโยคเหล่านี้  มี  “Should”  มานำหน้า  (เพื่อแนะว่าประธานของอนุประโยคควรทำอย่างนั้นอย่างนี้)  เพียงแต่ละเอาไว้  คือ  มิได้เขียนลงไป

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I suggest that the matter ________________________________________ reconsidered.

(ผมแนะนำว่า  เรื่องนี้ ________________________________ ได้รับการพิจารณาใหม่อีกครั้ง)

(a) is

(b) being

(c) be    (ควร)

(d) has

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยา  “Suggest”  สำหรับ  Be  ลดรูปมาจาก  Should be

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Prior to our conference, the executive director had requested that everyone _____ well prepared.

(ก่อนการประชุมของเรา  ผู้อำนวยการบริหารได้ขอร้องว่า  ทุกคน __________ เตรียมตัวเป็นอย่างดี)

(a) be    (ควร)

(b) is

(c) was

(d) will be

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  สังเกตจากกริยา  “Requested”  สำหรับ  Be  ลดรูปมาจาก  Should be

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • The teacher suggested that ________________________________________________.

(ครูแนะนำว่า ________________________________________________________)

 (a) everybody studied harder

 (b) everybody studies harder

 (c) everybody study harder    {(นักเรียน) ทุกคนควรเรียนให้หนักยิ่งขึ้น}

 (d) everybody would study harder

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  กล่าวคือ  กริยา  “Study”  เหมือนมีคำว่า  “Should”  อยู่ข้างหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • The company states that it is necessary that an employee _______________ his work on time.

(บริษัทกล่าวว่า  มันจำเป็นที่พนักงาน ___________________________ งานของตนให้ทันเวลา)

(a) finishes

(b) finished

(c) finish    (ควรทำให้เสร็จ)  (คือ  ควรทำงานให้เสร็จทันเวลา)

(d) can finish

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากโครงสร้าง  “It + Is (Was) + Necessary + (That) + Subject + Verb 1”  เป็น  “Present subjunctive”  กริยาต้องอยู่ในรูป  Infinitive without to (Finish)  เพราะเสมือนกับมี  Should  นำหน้า  Finish

                                 ตัวอย่างที่  ๑๓

  • He recommended that I __________________________________________ there early.

(เขาแนะนำว่าผม __________________________________ ที่นั่นแต่เช้าตรู่  -  หรือแต่เนิ่นๆ)

(a) be    {(ควร) ไป}

(b) am

(c) was

(d) would be

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  คือ  คำกริยาในโครงสร้างนี้  ไม่ว่าจะใช้กับประธานตัวใด  หรืออยู่ใน  “Tense”  ใด  จะต้องเป็น  “Verb 1”  (Infinitive without to)  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”  ก็ให้ใช้  “Be”  ทุกครั้งไป  คือ  เสมือนกับมี   “Should”  อยู่ข้างหน้ากริยานั้น  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ไม่พูดหรือเขียนเติมลงไป  หรืออาจจะใส่  “Should  ลงไปข้างหน้าด้วยก็ได้

                                 ตัวอย่างที่  ๑๔

  • I suggested to her that her husband __________________________________ a long rest.

(ผมแนะนำเธอว่า  สามีของเธอ _____________________________ การพักผ่อนเป็นเวลานาน)

(a) has

(b) have    (มี)  (ควรมี)

(c) would have

(d) must have

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Suggest + (To someone) + That + Subject + Verb 1”  โดย  Have  ลดรูปมาจาก  Should have

                                  ตัวอย่างที่  ๑๕

  • It was in 1934 that an official government report recommended that trade priority _________ to Southeast Asia.

(มันเป็นในปี  ๑๙๓๔  ที่รายงานของรัฐบาล (สหรัฐฯ) อย่างเป็นทางการ  แนะนำว่าความ สำคัญด้านการค้า (ควร) _______ กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)   (หมายถึง  รายงานฯ แนะนำว่า  สหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญด้านการค้าแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) is given

(b) was given

(c) were given

(d) be given    (ถูกให้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Should be given” (ละ “Should”  ไว้ในฐานที่เข้าใจ)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๖

  • I will recommend that the student _________________________________ to the director.

(ผมจะแนะนำว่าเด็กนักเรียนคนนั้น ___________________________ กับผู้อำนวยการโรงเรียน)

(a) speak    (พูดคุย)

(b) will speak

(c) had better speak

(d) would speak

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากกริยาของอนุประโยค  (ในที่นี้  คือ  “Speak”)  ที่ตามหลังกริยา  “Recommend, Suggest, Demand, Ask, etc.”  จะต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to” (Verb 1)  ซึ่งเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Present Subjunctive

                                 ตัวอย่างที่  ๑๗    

  • Bill’s uncle insists _____________________________________________ in this hotel.

(ลุงของบิลยืนกราน ____________________________________________ ในโรงแรมนี้)

(a) not staying

(b) not to stay

(c) that he not stay    {เขาไม่ (ควรจะ) พัก}

(d) staying not

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  โดยลดรูปมาจาก  “That he should not stay”  โดยพิจารณาจากกริยา  “Insist” (ยืนกราน)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๘

  • Abraham Lincoln insisted that ____________ not just on mere opinion but on moral purpose.

(อับราฮัม  ลิงคอล์น  ยืนกรานว่า _______ ไม่เพียงแต่บนความคิดเห็น (ของประชาชน) เท่านั้น  แต่บนวัตถุประสงค์ด้านศีลธรรมด้วย)

(a) to base democracy

(b) for democracy to be based

(c) democracy be based    {ประชาธิปไตย (ควรจะ) มีพื้นฐาน}

(d) whenever democracy is based

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยพิจารณาจากกริยา  “Insist” (ยืนกราน)  ทั้งนี้  ลดรูปมาจาก  Democracy should be based

                                  ตัวอย่างที่  ๑๙

  • Many customers have requested that we ______________________ them notice of our sales.

(ลูกค้าจำนวนมากได้ร้องขอว่า ให้เรา _______ โนติส (เอกสารแจ้งเหตุหรือข้อมูลล่วงหน้า) แก่พวกเขาในเรื่องการลดราคาสินค้าของเรา)  (หมายความว่า  ถ้าจะมีการลดราคาสินค้าเมื่อใด  ให้แจ้งลูกค้าทราบล่วงหน้า)

(a) send    (ส่ง)

(b) sends

(c) sent

(d) sending

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้  “Present subjunctive”  คือการใช้กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To”  นำหน้า  (Infinitive without to)  และไม่มีการเติม  “S  หรือ  “Ed”  เข้าข้างหลังคำกริยาที่อยู่ใน  “Noun clause”   ที่เป็นอนุประโยค  (ซึ่งมักมี  “That” นำหน้า  “Clause”) ที่ตามหลังกลุ่มคำกริยาประเภท  “Present subjunctive”  ไม่ว่าประธานของกริยาตัวนี้  จะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม  และไม่ว่ากริยาตัวข้างหน้า  (กริยาใน  “Main clause”  หรือประโยคใหญ่)  จะอยู่ใน  “Tense”  ใดก็ตาม  จะไม่มีการเติม  “S”  หรือ  “Ed”  หรือเปลี่ยนรูปที่กริยาตัวนี้   เนื่องจากเสมือนมี  “Should”  นำหน้า  แต่ไม่เขียนลงไป  คือละไว้ในฐานที่เข้าใจ  เป็นการแนะนำว่า  “ควรทำเช่นนั้น เช่นนี้”  สำหรับในกรณีที่เป็น  “Verb to be”  ให้ใช้  “Be”  ตลอดไป  เพราะเสมือนว่ามี  “Should”  นำหน้า,  อนึ่ง  เราใช้รูป   “Present subjunctive”  ใน  ๒  กรณี  คือ

               ๑. อยู่หลัง  “กริยา + that”   ซึ่งได้แก่ คำกริยาต่อไปนี้

  • demand that   (เรียกร้อง-ต้องการว่า)
  • require that   (ขอร้อง-เรียกร้อง-ต้องการ-กำหนดว่า)
  • propose that   (เสนอว่า)
  • request that   (ขอร้องว่า)
  • recommend that   (แนะนำว่า)
  • ask that   (ขอร้องว่า)
  • order that   (สั่งว่า)
  • urge that   (เร่งเร้า-กระตุ้น-เสนอว่า)
  • suggest that   (แนะนำว่า)
  • advise that   (แนะนำว่า)
  • insist that   (ยืนกรานว่า)
  • prefer that   (เห็นสมควรว่า)

                 ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

  • The doctor advised (that) I take a rest.

(หมอแนะนำว่าผมควรพักผ่อน)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • The father demands (that) Peter go to see a doctor at once.

(พ่อเรียกร้องให้ปีเตอร์ไปหาหมอในทันที)

  • I suggest (that) he come early.

(ผมแนะนำว่าเขาควรจะมาแต่เช้า)

  • The hostess urged (that) we all stay for dinner.

(เจ้าของบ้านรบเร้าให้อยู่กินอาหารเย็นก่อน)

  • The teacher recommended (that) every student buy a dictionary.

(ครูแนะนำให้นักเรียนทุกคนซื้อพจนานุกรม)

  • The doctor recommends (that) she take this medicine.

(หมอแนะนำว่าเธอควรกินยานี้)

  • She requested (that) he telephone her family.

(เธอขอร้องให้เขาโทรฯไปหาครอบครัวของเธอ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

  • I suggested (that) he be more careful.

(ผมแนะนำว่าเขาควรระวังให้มากขึ้น)

  • He suggested (that) she be punctual.

(เขาแนะนำว่าเธอควรตรงต่อเวลา)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • They requested (that) the contract be signed.

(พวกเขาร้องขอว่าสัญญาควรได้รับการลงนาม)  (เป็น  Passive voice  =  สัญญาถูกลงนาม)

  • She asks (that) she be allowed to see her ailing mother.

(เธอขอร้องว่าเธอควรได้รับอนุญาตให้พบแม่ของเธอที่กำลังป่วย)  (เป็น  Passive voice  =  เธอได้รับอนุญาต)

หมายเหตุ   –   เหตุผลที่คำกริยาในอนุประโยค  ที่เป็น  “Noun clause”  อยู่ในรูป  “Present Subjunctive”  คือ  กริยาเหล่านี้เสมือนกับว่ามี  “Should”  นำหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเขียนหรือพูดเติม  “Should”  ลงไปด้วยก็ได้  เช่น

  • I suggested (that) he (should) be more careful.
  • She asks (that) she (should) be allowed to go to the party.

                 และโปรดสังเกตว่า  เมื่ออยู่ในรูปปฏิเสธ  จะต้องมีโครงสร้างดังประโยคข้างล่าง  เสมือนกับมี  Should  อยู่หน้า  Not

  • She asked (that) he not arrive late at her party.

(เธอขอร้องว่าเขาไม่ควรมาถึงงานเลี้ยงของเธอล่าช้า)

  • It is crucial that we not make a noise in public places.

(เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องไม่ส่งเสียงดังในที่สาธารณะ)

  • It is imperative that we not smoke on public transports.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องไม่สูบบุหรี่บนพาหนะขนส่งสาธารณะ)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

             ๒. “Noun clause”  ที่ตามหลังคำคุณศัพท์ต่อไปนี้  (มักอยู่ในรูป  “It is + Adjective + that + Subject + Verb 1  ที่ไม่มี  “To”  นำหน้า)  กริยาใน “Noun clause”  นั้นจะต้องอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  เช่นเดียวกัน  คุณศัพท์ดังกล่าวคือ  “Important” (สำคัญ),  “Necessary” (จำเป็น), “Urgent(จำเป็นด่วน),  “Imperative”  (จำเป็น),  “Essential” (จำเป็น), “Advisable”  (ควร),   “Crucial”  (สำคัญยิ่ง)  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • It is advisable that she study harder.

(เธอควรเรียนหรือขยันให้มากขึ้น)  (เป็นการสมควรที่เธอต้องขยันให้มากขึ้น)

  • It was essential that we buy food yesterday.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องซื้ออาหารเมื่อวานนี้)

  • It is advisable that he take exercise every morning.

(เป็นการสมควรที่เขาออกกำลังกายทุกเช้า)

  • It is necessary that she go home at once.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เธอจะต้องกลับบ้านในทันที)

  • It is imperative that Jim practice driving a car.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่จิมจะต้องฝึกหัดขับรถ)

  • It is crucial that Tom find a new job.

(เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งที่ทอมจะต้องหางานใหม่)

  • It is important that he be brave.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เขาจะต้องกล้าหาญ)

  • It is urgent that everyone be on time for work.

(เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)

 

3. In the end, she _______ her son from being a drug addict, but she really had to sacrifice a great part of her life to do so.

(ในที่สุด  เธอ ________ ลูกชายของเธอจากการเป็นคนติดยา  แต่เธอก็จำเป็นต้องเสียสละส่วนใหญ่ของชีวิตของเธออย่างแท้จริง  เพื่อที่จะทำเช่นนั้น)  (คือ  ช่วยปกป้องลูกชายฯ)

(a) would rather save    (อยากจะปกป้อง)

(b) ought to save    (ควรปกป้อง)

(c) used to save    (เคยปกป้อง)

(d) was able to save    (สามารถช่วยปกป้อง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

 

4. I smoke about forty cigarettes ________________________________________________.

(ผมสูบบุหรี่ประมาณ  ๔๐  มวน _____________________________________________)

(a) one day

(b) a day    (ต่อวัน, ใน ๑ วัน)

(c) in a day

(d) for a day

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “อัตรา”  (๔๐ มวนต่อวัน,  ๘๐ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง,  ๕๐  บาทต่อกิโลกรัม)  จึงไม่ต้องมี  “Preposition” (in, for) นำหน้า  “ต่อวัน, ต่อชั่วโมง, ต่อกิโล”   ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่                 (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  ๑ –  ๔)

  • Hurricanes are (1) tropical storms in which winds attain (2) speeds above seventy-five miles (3) the hour and carry (4) heavy rains with them.  

(พายุเฮอริเคนเป็นพายุในเขตร้อน  ซึ่งลมมีความเร็วสูงกว่า ๗๕ ไมล์ต่อชั่วโมง  และพาฝนที่ตกหนักไปพร้อมกับมัน)

ตอบ  -  ข้อ  ๓  แก้เป็น  “an hour”  (ต่อชั่วโมง)  

                                  ตัวอย่างที่                     (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  ๑ –  ๔)

  • All the blood in the body (2) passes through the heart (3) at least twice (4) the minute.

(เลือดทั้งหมดในร่างกายไหลผ่านหัวใจ  อย่างน้อยที่สุด ๒ ครั้ง ต่อ ๑ นาที)

ตอบ  –  ข้อ  (4)  แก้เป็น  “a minute”  เนื่องจากต้องใช้  “a”  และ  “an”  นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอกถึง  “ราคา”,  “อัตราส่วน”,  “น้ำหนัก”,  “ความเร็ว”  และ  “เวลา”  เช่น   

  • a pound a dozen   (โหลละ ๑ ปอนด์)
  • ten dollars a pair   (คู่ละ ๑๐ เหรียญ)
  • 50 baht a kilo   (๕๐ บาทต่อ ๑ กิโล)
  • 100 baht a yard   (๑๐๐ บาทต่อ ๑ หลา)
  • once a month    (เดือนละ ๑ ครั้ง)
  • twice a year   (ปีละ ๒ ครั้ง)
  • three times a year    (ปีละ ๓ ครั้ง)
  • ninety miles an hour   (๙๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)

 

5. Strong-minded people always try to surmount their obstacles.  

(คนที่มีจิตใจแข็งแกร่งมักพยายามที่จะ  เอาชนะ-พิชิต-อยู่เหนือ  อุปสรรคของตนเสมอ)

(a) endure    (ทน, ทนทาน, อดทน, อดกลั้น)

(b) overcome    (เอาชนะ, พิชิต, มีชัย, ปกคลุม)

(c) give in    (ยอมแพ้)

(d) analyze    (วิเคราะห์)

(e) entice    (เอน-ไท้ซ)  (ยั่วใจ, ล่อใจ, ชักจูง (ไปในทางที่ผิดหรือถูก), ชักชวนอย่างยั่วกิเลส, หลอกลวงชักจูง,

       หลอกลวงให้ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. It is vital to keep an accurate record of every transaction.

(มัน  จำเป็นสำหรับชีวิต-จำเป็น-สำคัญ-จะขาดเสียมิได้-เกี่ยวกับความเป็นความตาย-กระฉับกระเฉง-มีพลัง

งาน-มีชีวิตชีวา-มีกำลัง  ที่จะต้องเก็บรักษาประวัติ (หรือบันทึก) ที่ถูกต้องของการทำธุรกรรมทุกชนิด)

(a) necessary    (จำเป็น, สำคัญ, ไม่มีทางอื่น)

(b) insignificant    (ไม่สำคัญ, ไม่มีความหมาย, เป็นเรื่องเล็กน้อยเกินไป)

(c) excessive    (มากเกินไป, มากเกินความจำเป็น)

(d) stubborn    (ดื้อดึง, ดื้อรั้น, ดันทุรัง)

(e) impervious    (ไม่สะดุ้งสะเทือน, ไม่หวั่นไหว, ไม่รู้สึกรู้สา)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

7. At the end of the year, lands throughout the state were parched (พาร์ช-ดึ).

(ในตอนสิ้นปี  ผืนดินทั่วทั้งรัฐ  แห้งผาก-แห้งเกรียม-เหี่ยวแห้ง)

(a) repaired    (ซ่อมแซม)

(b) confiscated    (ริบ, ยึด)

(c) bone-dry    (แห้งผาก, แห้งมาก)

(d) turned into parks    (เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ)

(e) vast    (วาสท)  (กว้างขวางมาก, ใหญ่โตมาก, มากมาย, มหึมา, ไพศาล)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

8. We all agree that most adults try to be _____________ in their careers and ____________ lives.

(เราทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า  ผู้ใหญ่ส่วนมากพยายามที่จะ ______ ในอาชีพ  และชีวิต _____ของตน)

(a) succeed ___________ daily

(b) success ___________ daily

(c) successful ___________ daily    (ประสบความสำเร็จ ................... ประจำวัน)

(d) successfully ___________ daily

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้คำคุณศัพท์ทั้ง  ๒  คำ  โดย  “Successful”  เป็น  “Complement”  ของ  “To be”  และ  “Daily”  (ประจำวัน)  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  ในที่นี้เป็นคุณศัพท์  ขยายคำนาม  (Lives),  สำหรับ  “Succeed”  เป็นคำกริยา  หมายถึง  “ทำได้สำเร็จ, ประสบความสำเร็จ”  ส่วน  “Success”  เป็นคำนาม  หมายถึง  “ความสำเร็จ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป