หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 594)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The artist _______ paintings are on the walls of the office building has won several awards for her work.

(ศิลปิน ________ ภาพเขียน ________ อยู่บนฝาผนังของอาคารสำนักงาน   ได้ชนะรางวัลมากมายสำหรับงานของเธอ)

(a) who

(b) whose    (ผู้ซึ่ง ...............(ภาพเขียน)................ ของเธอ)

(c) whom

(d) which

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของภาพ  ดูเพิ่มเติมการใช้  Whose  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • A country ________ volume of exports is smaller than her imports can’t be said to be in a good situation economically.

(ประเทศ (ซึ่ง) ปริมาณของสินค้าออก __________ น้อยกว่าสินค้าเข้า  ไม่สามารถถูกกล่าวได้ว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดีทางเศรษฐกิจ)

(a) where

(b) when

(c) whose    (ของตน)

(d) which

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ  (ซึ่งปริมาณสินค้าออกของตน)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Whose  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • A marsupial is an animal _______________ babies are raised in a pouch in the mother’s body.

(จิงโจ้เป็นสัตว์ (ซึ่ง) ลูกอ่อน _______________________ ถูกเลี้ยงในกระเป๋าในร่างกายของแม่)

(a) its

(b) who its

(c) that

(d) whose    (ของมัน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                  ตัวอย่างที่

  • Those were the research assistants __________________ to do the research work in the Lab.

(พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้ช่วยวิจัย _______________________ การทำงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ)

(a) to whom it was their responsibility

(b) whose responsibility was    (ผู้ซึ่งความรับผิดชอบของเขาคือ)

(c) whose responsibility its was

(d) of whom with the responsibility

ตอบ  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Whose responsibility was to do the research work in the Lab”  เป็นอนุประโยคแบบ  “Adjective clause”  ขยาย  “Research assistants”  โดยมี  “Whose responsibility”  เป็นประธานของอนุประโยค,  มี  “Was”  เป็นกริยา  และมี  “To do the research work”  เป็น  “Complement”  ของ  “Was”  

                                  ตัวอย่างที่

  • My house, __________________________________________, is going to be sold soon.

(บ้านของผม, _______________________________________ , กำลังจะถูกขายในเร็วๆ นี้)

(a)  which the roof is made of brick

(b)  in which the roof is made of brick

(c)  whose roof is made of brick

(d)  of which the roof is made of brick    (ซึ่งหลังคาของมันทำด้วยอิฐ)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Of which”  ใช้กับการแสดงความเป็นเจ้าของๆ  “สัตว์และสิ่งของ เช่น  บ้าน, รถ, สะพาน, แมว, หมา, เสือ, นก ฯลฯ”  ส่วน  “Whose”  ใช้กับการแสดงความเป็นเจ้าของที่เป็นคนเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม  มีตำราไวยากรณ์บางเล่มใช้  Whose  กับสัตว์เช่นกัน  ดังเช่นในตัวอย่างที่ ๒,  ดูตัวอย่างการใช้  Whose  จากประโยคข้างล่าง

  • The man whose house is next to mine is my teacher.

(ผู้ชายผู้ซึ่งบ้านของเขาอยู่ถัดจากของผมไป  เป็นครูของผมเอง)

  • The woman whose son was killed in the car accident is a company manager.

(ผู้หญิงซึ่งลูกชายของเธอตายในอุบัติเหตุทางรถยนต์  เป็นผู้จัดการบริษัท)  (หมายถึง  ผู้หญิงฯ เป็นผู้จัดการฯ)

  • The man whose car is burnt is dead.

(ชายคนที่ไฟไหม้รถตายเสียแล้ว)

  • Last week I talked to a woman whose husband deserted her.

(สัปดาห์ที่แล้ว  ผมคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งผู้ซึ่งสามีได้ทิ้งเธอไป)

  • There are three witnesses whose testimony I know about.

(มีพยาน ๓ คน  ผู้ซึ่งคำให้การของพวกเขาผมทราบ)  (ทราบคำให้การ)

  • I would like to pay tribute to my constituents without whose loyalty I would not be in this House today.

(ผมขอคารวะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  ผู้ซึ่งหากปราศจากความจงรักภักดีของพวกเขา  (ที่ลงคะแนนให้ผม)  ผมก็คงมิได้เข้ามาอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้)

  • He used to read aloud to his wife, whose eyesight was failing.

(เขาเคยอ่าน (หนังสือ, หนังสือพิมพ์) ออกเสียงดังให้ภรรยาฟัง  ผู้ซึ่งสายตาของเธอกำลังเสื่อมถอย)

  • The police arrested the poacher, whose name was Dave.

(ตำรวจจับผู้ลักลอบจับสัตว์อย่างผิดกฎหมาย  ชื่อเดฟ)

****หมายเหตุ“Whose”  ต้องอยู่ข้างหน้าคำนามที่มันประกอบเสมอ  เช่น  “Whose house”, “Whose son”, “Whose car”, “Whose father”, “Whose dog”  เป็นต้น

                  ในกรณีแสดงความเป็นเจ้าของกับสัตว์และสิ่งของ  จะใช้  “Of which” แทน  “Whose”  ดังตัวอย่าง

  • My house, of which the roof is made of brick, is going to be sold soon.

(บ้านของผมซึ่งหลังคาของมันทำด้วยอิฐ  กำลังจะถูกขายในเร็วๆ นี้)

  • The house of which the windows were painted green is now on fire.

(บ้านซึ่งหน้าต่างทาสีเขียว  กำลังถูกไฟไหม้)

****หมายเหตุ  –  Of which”  สามารถวางไว้ข้างหลังคำนามที่มันประกอบได้  โดย ๒ ประโยคข้างบน  สามารถเขียนได้ดังข้างล่าง

  • The house the windows of which were painted green is now on fire.

(บ้านซึ่งหน้าต่างทาสีเขียว  กำลังถูกไฟไหม้)

  • My house, the roof of which is made of brick, is going to be sold soon.

(บ้านของผมซึ่งหลังคาของมันทำด้วยอิฐ  กำลังจะถูกขายในเร็วๆ นี้)

               โปรดสังเกตด้วยว่า  เมื่อใช้  “Whose”  ไม่ต้องมี  “The”  แต่เมื่อใช้  “Of which”  ต้องมี  “The”  เสมอ  เช่น  “Whose son”,  “Whose cat”,  “Whose car”  แต่ใช้  “Of which the windows”,  “The windows of which”  เป็นต้น

****หมายเหตุ  –  ในปัจจุบัน  มีการใช้  “Whose”  กับทั้งคน, สัตว์ และสิ่งของ  เช่น

  • The house the windows of which…………….บ้านซึ่งหน้าต่างของมัน
  • The house of which the windows…………….บ้านซึ่งหน้าต่างของมัน
  • The house whose windows………………….บ้านซึ่งหน้าต่างของมัน
  • My house, the roof of which……….............…บ้านซึ่งหลังคาของมัน
  • My house, of which the roof……….................บ้านซึ่งหลังคาของมัน
  • My house, whose roof………….....................บ้านซึ่งหลังคาของมัน
  • In the countryside the tourists could see small houses whose doors open directly onto the street.

(ในชนบท  นักท่องเที่ยวมองเห็นบ้านหลังเล็กๆ  ซึ่งประตูของมันเปิดตรงไปสู่ถนน)

****คำอธิบายว่าทำไมบาง  Adjective Clause  จึงไม่มีเครื่องหมายคอมม่าคั่น  และบาง  Adjective Clause  มีเครื่องหมายคอมม่าคั่น,  เปรียบเทียบจากประโยคข้างล่าง

  • The house of which the windows (หรือ the windows of which) were painted green is now on fire.

(บ้านซึ่งหน้าต่างทาสีเขียว  กำลังถูกไฟไหม้ขณะนี้)  (เนื่องจากไม่ชัดเจนว่าบ้านหลังไหนกำลังถูกไฟไหม้  จึงต้องมี  “Defining Adjective Clause” (ไม่มีเครื่องหมายคอมม่าคั่น) มาขยาย  เพื่อบอกให้รู้ว่า  บ้านหลังใดกำลังถูกไฟไหม้)

          จงเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • My house, of which the windows (หรือ the windows of which) were painted green, is on Sukhumvit Road.

(บ้านของผม  ซึ่งหน้าต่างทาสีเขียว  อยู่บนถนนสุขุมวิท)  (“บ้านของผม”  ชี้เฉพาะ หรือชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นบ้านหลังใด  ซึ่งอยู่บนถนนสุขุมวิท  ดังนั้น  ข้อความที่มาขยาย  จึงเป็น  Non-defining Adjective Clause (ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่น)  คือเพียงแต่บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านของผมเท่านั้น  ซึ่งไม่ต้องมีคลอสนี้ก็ได้  ประโยคใหญ่ (Main clause)  ก็ยังคงได้ใจความชัดเจน)

 

2. I have two horses.  _________________________________________ of them run very fast.

(ผมมีม้า  ๒  ตัว  พวกมัน __________________________________________ วิ่งเร็วมาก)

(a) All    (ทั้งหมด)

(b) Each    (แต่ละตัว)

(c) Both    (ทั้งคู่,  ทั้ง  ๒  ตัว)

(d) One    (ตัวหนึ่ง, ตัวเดียว)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  มีม้า  ๒  ตัว  ใช้  “Both”  ไม่ใช้  “All”  (All  ใช้กับ  ๓  คน หรือ  ๓  สิ่งขึ้นไป)  และถ้าตอบ  “Each”  หรือ  “One”  ต้องเติม  “S”  ท้าย  “Runs

 

3. ____________________ of the committee members voted against the new construction project.

(____________ สมาชิกคนใดของคณะกรรมการ   ลงคะแนนคัดค้านโครงการก่อสร้างโครงการใหม่)

(a) someone

(b) Not

(c) None    (ไม่มี)

(d) Any

(e) No

ตอบ  –  ข้อ  (c)  แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า  “สมาชิกบางคนของคณะกรรมการ”  จะต้องใช้  “Some of the…………”  ดูเพิ่มเติมการใช้  No, Not, None, Nothing  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I will stay here ___________________________________________________ longer.

(ผมจะ __________________________________________________ พักที่นี่ต่อไปอีก)

(a) any

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) none

(e) nothing

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, Not, None, Nothing”  จากตัวอย่างข้างล่าง      

                                   ตัวอย่างที่ 

  • The Central Bank warned that cutting interest rates is ___________ the solution to the current economic problems.

(ธนาคารกลางเตือนว่าการลดอัตราดอกเบี้ย __________ วิธีแก้ปัญหาของปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน)

(a) no

(b) none

(c) not    (มิใช่)

(d) nothing    (การไม่มีอะไร, ความไม่เป็นไร, การไร้ความหมาย, ศูนย์, สิ่งที่ไม่สำคัญ, คำพูดที่ไม่สำคัญ, ไม่เลย,

       ไม่มีอะไร)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Some elephants have two tusks, but others have _________________________________.

(ช้างบางตัวมีงา  ๒  ข้าง (กิ่ง), แต่บางตัว (ตัวอื่นๆ) _______________________________ มี)

(a) no

(b) never one

(c) not some

(d) none    (ไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)                            

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Pantomime refers to a short drama in which _______________________ words are spoken.

(ละครใบ้เกี่ยวโยงไปถึง (หมายถึง) ละครสั้นซึ่ง __________ คำพูดถูกพูดออกมา)  (แต่ใช้อากัปกิริยาท่าทางของนักแสดงแทนคำพูด)

(a) never

(b) not

(c) no    (ไม่มี)

(d) none

ตอบ  -  ข้อ  (c)     

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It was unnecessary for you to have told Lucy anything.  It was _____________ of her business.

(มันไม่จำเป็นเลยสำหรับคุณที่ได้บอกลูซี่ไปแล้วในเรื่องใดๆ  (เพราะ) มัน _________ เรื่องของเธอเลย)  (มันไม่เกี่ยวกับเธอเลย)

(a) all

(b) no

(c) not

(d) none    (มิใช่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It’s _______________ surprise to me that he failed the test.  He hardly prepared for his exam.

(มัน _________ ความประหลาดใจ (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ) สำหรับผม  ที่ว่าเขาสอบตก  เขาแทบจะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

(a) none

(b) no    (มิใช่)

(c) any

(d) not

ตอบ  -  ข้อ  (b)                            

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Since Alaska attained statehood in 1959, __________ single party has dominated politics there.

(ตั้งแต่รัฐอลาสก้าได้บรรลุถึงความเป็นรัฐในปี ๑๙๕๙, ________ พรรคการเมืองเดียวโดดๆ ได้ครอบงำการเมืองที่นั่น)  (หมายถึง  ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากที่รัฐนี้  หรืออาจผลัดกันครองเสียงข้างมาก)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) never

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • __________ definite boundary exists between the Earth’s atmosphere and interplanetary space.

(________ ขอบเขตที่แน่นอนระหว่างบรรยากาศของโลก  และห้วงอวกาศระหว่างดาวเคราะห์)  (คือ  เวิ้งว้างโดยไม่มีขอบเขต  ต่างจากน่านฟ้าหรือน่านน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก  ที่มีการกำหนดขอบเขตที่แน่นอน)

(a) Not

(b) No    (ไม่มี)

(c) None

(d) There is no

ตอบ  -   ข้อ  (b)  หรืออาจใช้โครงสร้าง  “There is no definite boundary between the …......…”  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่ 

  • An invertebrate is an animal with _______________________________________ spine.

(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  คือสัตว์ที่ ____________________________________ กระดูกสันหลัง)

(a) not

(b) no    (ไม่มี)

(c) none

(d) and no

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้  “No” นำหน้าคำนาม  (Spine)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Some people take _________________________________________ pride in their work.

(คนบางคน _________________________________________ ความภูมิใจในงานของตน)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) nothing

ตอบ  -  ข้อ   (b)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • I am very sorry that you have _________________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ ____________________________________ มีหนังสือดีๆ อ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากดูจากข้อความ   “ผมเสียใจอย่างมาก”   จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน

                                  ตัวอย่างที่  ๑๒               จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

  • Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี (ผู้แต่งตั้งรัฐมนตรี) ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ  -  ข้อ    แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก  “No”  ใช้นำหน้าคำนาม (Woman)  ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า  “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • We saw no difference between them. 

(= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book.

(= She has no books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book.

(= He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books.

(= They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No” แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้  หมายถึง  “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล)   คน  ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง  “ไม่ใช่”  แต่  “No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                  ในกรณี  “No”  เป็น  “Adverb”  มีการใช้ดังนี้   คือ

  • He is no better yet.

(เขาอาการยังไม่ดีขึ้นเลย)

  • There were no fewer than 50 people at the party.

(มีคนไม่น้อยกว่า  ๕๐  คนที่งานเลี้ยง)

  • She went no further than the station.

(เธอไปไม่ไกลกว่าสถานี)  (คือ  ไปแค่สถานี)

                   นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้   “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing) ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                   ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ),  “No Fishing” (ห้ามตกปลา),  “No Parking” (ห้ามจอดรถ),  “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่),   “No entry” (ห้ามเข้า)  เป็นต้น

                  สำหรับตัวอย่างของ  “No”  และ  “Not”   ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง  จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม  ก็เข้ามาไม่ได้)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him. 

(= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย ๒ คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป  -  คือโกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)  -  คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป  -  คือไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย (แน่นอนทีเดียว)  ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย)  (อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                   สำหรับ  “None”  เป็น  “Pronoun”  (= Not one, Not any)  =  “ไม่มีอะไรเลย”  หรือ  “ไม่มีใครเลย”  ดังตัวอย่าง

  • None of her students failed in the examination.

(ลูกศิษย์ของเธอไม่มีใครสอบตกเลย)

  • None of us understood the play.

(ไม่มีพวกเราสักคนที่เข้าใจละครเรื่องนั้น)

  • I want some more coffee but there is none left.

(ผมอยากได้กาแฟอีกหน่อย  แต่ไม่มีเหลือเลย)

  • This created a class of large landowners where none had existed before.

(สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดชนชั้นเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย  ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลย)

  • I have answered every single question.  My opponent has answered none.

(ผมได้ตอบคำถามแล้วทุกคำถาม  (แต่)  ฝ่ายตรงข้ามผมไม่ตอบเลย)

  • She showed none of the belligerence and arrogance I had expected.

(เธอมิได้แสดงความมุ่งร้ายและความยโสโอหังใดๆ  ที่ผมได้คาดหวังเอาไว้)

  • None could afford the books or food.

(ไม่มีใครเลยที่มีเงินพอจะซื้อหนังสือ หรืออาหาร)

  • Most people are kind.  Lots of them very kind.  But none so kind as Stephen.

(คนส่วนใหญ่ใจดี,  หลายคนใจดีมาก  แต่ไม่มีใครใจดีเหมือนสตีเฟน)  (เขาใจดีมากกว่าคนอื่นๆ)

  • Go away.  This is none of your business.

(ไปให้พ้น  นี่ไม่ใช่ธุระของคุณเลย)  (คุณไม่ต้องมายุ่ง)

  • It was none other than Jimmy, who took my bike.

(ไม่มีคนอื่น  นอกจากจิมมี่  ผู้ซึ่งเอารถจักรยานของผมไป)

  • As a doctor he is second to none.

(ในฐานะแพทย์  เขาไม่เป็นสองรองใคร)  (เขาเก่งกว่าคนอื่นๆ)

  • Half a loaf is better than none (หรือ   no bread).

(ขนมปังครึ่งปอนด์ยังดีกว่าไม่มีขนมปังเลย)  (หมายถึง  การได้อะไรมา  หรือทำอะไรแม้จะเพียงส่วนเดียว  ยังดีกว่าไม่ได้เลย  หรือมิได้ทำอะไรเลย)

  • “How many fish did you catch?”  “None (at all).”

(คุณจับปลาได้กี่ตัว)  (ไม่ได้เลยครับ)

                  สำหรับตัวอย่างการใช้  “Nothing”  เช่น

  • She shook the bottle over the glass, but nothing came out.

(เธอเขย่าขวดเหนือถ้วยแก้ว  แต่ไม่มีอะไรออกมา)

  • The man nodded but said nothing.

(ชายคนนั้นพยักหน้า – ผงกศีรษะ – แต่ไม่พูดอะไร)

  • There’s nothing to worry about.

(ไม่มีอะไรต้องกังวล)

  • I had nothing else to do.

(ฉันไม่มีอะไรอื่นต้องทำ)

  • Nothing much was happening here at the time.

(ไม่มีอะไรมากนักเกิดขึ้นที่นี่ในขณะนั้น – เวลานั้น)

  • A fight started over nothing.

(การต่อสู้เริ่มต้นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง)  (เรื่องขี้หมูขี้หมา  หรือไม่มีสาระอะไรเลย)

  • They sold their land for nothing.

(พวกเขาขายที่ดินไปในราคาต่ำมาก)

  • There is nothing new about this technique.

(ไม่มีอะไรใหม่เกี่ยวกับเทคนิคนี้)

  • He usually drank nothing stronger than beer.

(ปกติแล้ว  เขาไม่ดื่มอะไรที่แรงไปกว่าเบียร์)

  • I didn’t know that Peter was ill.  It’s nothing serious, I hope.

(ฉันไม่รู้ว่าปีเตอร์ป่วย  ฉันหวังว่ามันไม่ร้ายแรงนะ)

  • There’s nothing more satisfying than a good laugh.

(ไม่มีอะไรให้ความพอใจ – หรือแก้ปัญหา – ได้มากไปกว่าการหัวเราะอย่างต็มที่)

  • Personally, I can think of nothing more terrible.

(โดยส่วนตัวแล้ว  ฉันนึกไม่ออกถึงเรื่องที่น่ากลัว – เลวร้าย – ไปกว่านี้อีกแล้ว)

  • There’s nothing so embarrassing as when things go wrong.

(ไม่มีอะไรน่ากระดากอาย – กระอักกระอ่วนใจ – เท่ากับเมื่อสิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างผิดพลาด)

  • I hate you.  You’re disgusting.  You’re nothing.

(ฉันเกลียดคุณ  คุณมันน่าขยะแขยง  คุณไม่มีค่าอะไรเลย)

  • This man is a petty criminal!  He’s nothing compared to most people we go after.

(ผู้ชายคนนี้เป็นอาชญากรกระจอกงอกง่อย  เขาไม่มีค่า (ความสำคัญ) อะไรเลย  เมื่อเทียบกับอาชญากรส่วนใหญ่ที่เรา (ตำรวจ) กำลังไล่ล่า)

  • He meant nothing to her now.

(เขาไม่มีความหมาย – ไม่มีค่า – อะไรสำหรับเธอเลยในขณะนี้)  (เธอไม่สนใจเขาเลย)

  • Suspension means nothing to us.

(การพักงาน – การถูกเข้ากรุ – ไม่มีความหมายสำหรับเรา)  (เราไม่สนใจเรื่องนี้)

  • Of course, in those days time was nothing.  Now it’s everything.

(แน่ละ  ในอดีตโน้น  เราไม่สนใจเรื่องเวลา  (แต่) ในปัจจุบัน  มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง)  (เวลามีค่าสำหรับเรามาก)

 

4. I got ______________________________________________________ him last month.

(ดิฉัน _________________________________________________ เขาเมื่อเดือนที่แล้ว)

(a) married

(b) married with

(c) married to    (แต่งงานกับ)

(d) marry

ตอบ  -  ข้อ  (c

 

5. It was an obscure (ออบ-สเคี่ยว) statement given by the country’s prime minister.  

(มันเป็นคำพูดที่  คลุมเครือ-ไม่ชัดเจน-มืดมัว-มืดมน-มัว-ไม่มีชื่อเสียง-ห่างไกล-ไกลลิบลับ  ซึ่งกล่าวโดยนายกรัฐมนตรีของประเทศ)

(a) boring    (น่าเบื่อ)

(b) unclear    (ไม่ชัดเจน)

(c) impressive    (น่าประทับใจ)

(d) courteous    (เค้อ-เทียส)  (มีมารยาท, สุภาพ, มีความเอื้อเฟื้อ, มีอัธยาศัย)

(e) ashamed    (อะ-เช่มด)  (ละอายใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

6. Some people have a strong phobia about being in the dark.

(คนบางคนมี  ความกลัว (คล้ายเป็นโรคอย่างหนึ่ง)  อย่างมากมายเกี่ยวกับการอยู่ในที่มืด)

(a) doubt    (ความสงสัย-ฉงน-สนเท่ห์, ความไม่แน่นอน-แปรปรวน, ความไม่ไว้วางใจ)

(b) dream    (ความฝัน)

(c) fear    (ความกลัว)

(d) affection    (ความรัก, ความเอ็นดู, ความเสน่หา, การติดโรค)

(e) mania    (เม้-เนีย  หรือ  เม้น-ย่ะ)  (ความบ้า, ความบ้าคลั่ง, ความคลั่งไคล้, ความตื่นเต้นหรือกระตือรือร้นมาก

       เกินปกติ)

ตอบ  -  ข้อ  (c

 

7. Canada’s geography provides unrivaled (อัน-ไร้-วัลด) opportunities for boating.

(ภูมิศาสตร์ของแคนาดาให้โอกาสที่  ไม่มีคู่แข่ง-ไม่มีใครสู้-หาที่เปรียบไม่ได้-ไร้เทียมทาน  สำหรับการเล่นเรือบด)  (คือ  เหมาะสมที่จะเล่นเรือบดมาก  ไม่มีสถานที่ใดเทียบเทียม)

(a) numerous    (มากมาย, เยอะแยะ)

(b) unequalled    (ไม่มีที่เหมือน, ไม่เสมอกัน, ไม่เท่ากัน)  (เมื่อเปรียบกับสถานที่อื่นๆ)

(c) unexpected    (ไม่คาดฝัน, ไม่ได้คาดหวัง, ไม่ได้คาดคิดมาก่อน, นึกไม่ถึง, ประหลาดใจ)

(d) minimal    (เล็กที่สุด, น้อยที่สุด, ซึ่งมีค่าน้อยที่สุด, ซึ่งเป็นไปได้น้อยที่สุด)

(e) perilous    (เป็นภัย, มีอันตราย)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. A driver ought not to ____________________________________________ with questions.

(นักขับรถไม่ควรจะ __________ กับคำถาม)  (คือ ไม่ควรถูกรบกวนด้วยคำถาม  ซึ่งจะทำให้เสียสมาธิ)

(a) worrying

(b) be worry

(c) be worrying

(d) be worried    (วิตกกังวล)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Worried”  เป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “วิตกกังวล”  (ใช้ขยายหน้าคำนาม  หรือ  ตามหลัง  “Verb to be”  หรือหลัง  “Linking verb”  เช่น  Seem, Become, Feel, Look)   ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • People are becoming increasingly worried about pollution.

(ผู้คนกำลังวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับปัญหามลภาวะ)

  • I was worried that she would say no.

(ผมวิตกกังวลว่าเธอจะปฏิเสธ)  (คือ  พูดว่า  “ไม่”)

  • She had a worried frown (เฟราน) on her face.

(เธอมีหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบวิตกกังวลบนใบหน้าของเธอ)

               สำหรับ  “Worry”  มีที่ใช้ทั่วไป  คือ

  • I worry that when I get back, he will not be there.

(ผมวิตกว่า  เมื่อผมกลับไป  เขาจะไม่อยู่ที่นั่นเสียแล้ว)

  • People worry about the safety of nuclear energy.

(ผู้คนวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลังงานนิวเคลียร์)

  • “Don’t worry about me.  I’m fine.”

(ไม่ต้องวิตกเกี่ยวกับตัวผม  ผมสบายดี)

  • “Don’t worry, Jack, you can do it.”

(ไม่ต้องวิตกแจ๊ค  คุณทำมันได้แน่)

  • Jim was worried by the challenge.

(จิมวิตกกังวลจากการท้าทาย)

  • I’m sorry if I worried you.

(ผมเสียใจถ้าผมทำให้คุณวิตก)

  • It worried him to think that Lucy was alone.

(มันทำให้เขาวิตกเมื่อคิดว่าลูซี่อยู่ตามลำพัง)

  • He gave a speech which worried many people.

(เขากล่าวสุนทรพจน์ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากวิตกกังวล)

  • Would it worry you if I turned the TV on?

(มันจะทำให้คุณรำคาญไหม  ถ้าผมเปิดทีวี)

  • She would be free from all financial worry.

(เธอจะเป็นอิสระจากความวิตกกังวลทางด้านการเงินทั้งหลายทั้งปวง)

  • Bad housing is their main source of worry.

(บ้านพัก (การเคหะ) ที่ไม่ดี  เป็นบ่อเกิดสำคัญของความวิตกกังวลของพวกเขา)

  • Meditation may help reduce stress, worry and nervous tension.

(การทำสมาธิอาจช่วยลดความเครียด,  ความวิตกกังวล  และความตึงเครียดของระบบประสาท)

  • The cost of fuel is a major worry for old people.

(ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเป็นความวิตกกังวลหลักสำหรับคนชรา)

  • My only worry was that my aunt would be angry.

(ความวิตกประการเดียวของผมก็คือว่า  ป้าของผมจะโกรธ)

  • I don’t have any worries about my future.

(ผมไม่มีความวิตกกังวลใดๆเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง)

  • If you have any worries concerning the safety of your house and property, I advise you to buy an insurance policy.

(ถ้าคุณมีความวิตกใดๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของบ้านและทรัพย์สินของคุณ  ผมแนะนำให้คุณซื้อกรม

ธรรม์ประกันภัย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป