หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 591)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Jane’s father would not permit her ________________________________________ sweets.

(พ่อของเจนจะไม่อนุญาตให้เธอ ______________________________ ของหวาน – ขนมหวาน)

(a) eating

(b) eat

(c) from eating    (จากการกิน)  (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

(d) to eat    (กิน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  Permit  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The travel agent persuaded us __________________________________ an evening flight.

(ตัวแทนท่องเที่ยวชักชวนให้เรา ____________________________ ด้วยเที่ยวบินเวลากลางคืน)

(a) taking

(b) to take    (เดินทาง)

(c) took    (กริยาช่องที่ ๒ ของ Take) 

(d) taken    (กริยาช่องที่ ๓ ของ Take)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  Persuade + กรรม + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  (ชวนใครให้ทำอะไร)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  Persuade  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The newspaper expects circulation ___________________________________ next year.

(หนังสือพิมพ์คาดหวังว่าการจำหน่าย (จำนวนพิมพ์-ขาย) จะ ______________________ ปีหน้า)

(a) to ascend    (ขึ้น, ประสบความสำเร็จสำเร็จ, เฟื่องฟู, ครองตำแหน่ง, มีอำนาจ)  (มีกรรมมารับหรือไม่ก็ได้)

(b) to increase    (เพิ่มขึ้น, ทำให้เพิ่มขึ้น, เพิ่มพูน)  (มีกรรมมารับหรือไม่ก็ได้)

(c) to escalate    (ขยายตัว, ทำให้ขยายตัว, ลุกลาม, แผ่ขยาย)  (มีกรรมมารับหรือไม่ก็ได้)

(d) to raise    (ยก, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ทำให้สูงขึ้น, ยกระดับ, สร้าง, ตั้งเสา, ส่งเสริม, เลื่อนขั้น, เลี้ยง (สัตว์, เด็ก),

       เพาะปลูก, ระดมพล, ปลุก, ยั่วยุ)  (ต้องมีกรรมมารับ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  Expect + กรรม + To + Verb 1 + ส่วนขยาย                      

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Ask the accounts receivable clerk ____________________________________ the invoice.

(จงขอให้เสมียนบัญชีค้างรับ _________ ใบส่งของ (ใบแจ้งรายการสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ) - ไปให้ลูกค้า)

(a) sending

(b) to send    (ส่ง)

(c) will send

(d) sends

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Ask + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The apartment manager reminded all tenants not _________ to turn off the lights before leaving the room.

(ผู้จัดการอพาร์ตเมนต์เตือนผู้เช่าทุกคนมิให้ _________________ ปิดไฟทุกดวงก่อนออกจากห้อง)

(a) forgetting

(b) to forget    (ลืม)

(c) forget

(d) forgets

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  Subject + Remind + Someone (+ Not) + To do + Something  (ประธานฯ เตือนใคร (มิ) ให้ทำอะไร)  สำหรับกริยาตัวอื่นๆ ที่ใช้โครงสร้างแบบเดียวกัน  ดูจากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The tour guide advised us ___________ drivers to stop at pedestrian crossing in Rio de Janeiro.

(มัคคุเทศก์ท่องเที่ยวแนะนำเรา _______ ผู้ขับรถหยุด (ให้คนข้าม) ที่ทางข้ามถนน (ทางม้าลาย) ในกรุงริโอเดจาเนโร)

(a) to expect not

(b) to not expect

(c) not to expect    (มิให้คาดหวัง)

(d) do not expect

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Advise + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                ตัวอย่างที่ 

  • Last night, in a radio address, the President urged us __________________ to the Red Cross.

(เมื่อคืนที่ผ่านมา  ในคำกล่าวทางวิทยุ  ท่านประธานาธิบดีกระตุ้นให้พวกเรา _________ ให้กับกาชาด)

(a) subscribe

(b) subscribing

(c) that we subscribe

(d) to subscribe    (บริจาค, ช่วยเหลือ, บอกรับเป็นสมาชิก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  Urge + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย                              

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I told my daughter _________________________ good care of herself while she was away.

(ผมบอกลูกสาวของผม (ให้) _______________ ตนเองเป็นอย่างดี  ในขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

(a) taking

(b) to take    (“Take care”  =  ดูแล)

(c) she will take

(d) that she take

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Subject + Tell + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  (I told my daughter to take………)                              

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The teacher permitted him ________________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ____________________________ ด้วยตัวของเขาเอง)  (คือ  คิดตามลำพัง)

(a) to thinking

(b) to think    (คิด)

(c) think

(d) thinking

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them ________ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว,  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา _______ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I want you ______________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ _______________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Want + กรรม + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  และ  “Go on an errand”  =  ไปทำธุระ

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • We don’t allow anyone __________________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ________________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim   (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Allow + กรรม + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • He told one of the men ______________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ _____________________________โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + (Not) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย”  กล่าวคือ  กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง (มักเป็นบุคคลหรือสิ่งของ) ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect (คาดหวัง),  Want, Cause (เป็นเหตุให้),  Force (บังคับ),  Compel (บังคับ),  Invite,  Advise (แนะนำ),  Instruct (แนะนำ, สอน),  Persuade (ชักชวน),  Allow,  Permit,  Encourage (กระตุ้น),  Press (บังคับ),  Warn (เตือน),  Order (สั่ง),  Request (ร้องขอ),  Tempt (ยั่วยวน, ล่อใจ),  Teach,  Tell,  Oblige (บีบบังคับ)”   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • he taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

                 ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  ไว้หน้า  “To + Verb 1”  (Not + To + Verb 1)  เช่น

  • She asked me not to arrive late.

(เธอขอร้องผมมิให้มาสาย)

  • He told her not to go out at night.

(เขาบอกเธอมิให้ออกไปข้างนอกเวลากลางคืน)

  • We forced him not to resign from his work.

(เราบังคับเขามิให้ลาออกจากงาน)

  • She expects him not to fail again.

(เธอคาดหวังเขาว่าจะไม่ล้มเหลวอีกหน)

  • I allowed her not to take the book if she didn’t want it.

(ผมอนุญาตให้เธอมิต้องเอาหนังสือเล่มนั้นไป  ถ้าเธอไม่ต้องการมัน)

             สำหรับคำกริยาบางตัว  เช่น  Learn, Refuse, Offer, Expect, etc.  ตามด้วย To + Verb 1  เช่น  They + Learn + To swim. – พวกเขาเรียนว่ายน้ำ  หรืออาจตามด้วย  “กรรม + Verb 1”  หรือ  ไม่มี  "กรรม"  ก็ได้  เช่น  We expect to pass our exam. – เราคาดหวังที่จะสอบได้  (ไม่มี  กรรม)  หรือ  She expected me to buy her a newspaper. – เธอคาดหวังให้ผมซื้อหนังสือพิมพ์ให้เธอ  (มี กรรม คือ  Me)  ดูรายละเอียดจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  ๑๓

  • You can learn _____________________________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ ________________________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce    (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Learn + To + Verb 1 + ส่วนขยาย” 

                                  ตัวอย่างที่ ๑๔

  • I’ll try ________________________________________________________ my best.

(ผมจะพยายาม __________________________________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do   (ทำ)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  “Do one’s best”  =  “ทำดีที่สุด”  และหลังกริยา  “Try”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่  “promise (สัญญา),  offer (เสนอ),   want (ต้องการ)hope (หวัง),  plan (วางแผน)hesitate (รีรอ, ลังเลใจ),  fail  (ล้มเหลว)learn  (เรียนรู้),  expect  (คาดหวัง)refuse (ปฏิเสธ)need (ต้องการ)dare (กล้า),  claim (อ้าง)agree  (ตกลง),   demand (เรียกร้อง)wish (ปรารถนา),   intend (ตั้งใจ),  seem (ดูเหมือนว่า),  resolve (ตกลงใจ),  determine (ตัดสินใจ)decide (ตัดสินใจ)pretend (แสร้งทำ),  afford (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen (บังเอิญ)appear (ดูเหมือนว่า),  prove (พิสูจน์),  ask (ขอร้อง)beg  (ขอร้อง),  choose (เลือก)manage (ประสบความสำเร็จ),  hurry (เร่งรีบ),  tend  (มักจะชอบ),  arrange (จัดแจง, เตรียมการ),  care (สนใจ),  come (มา)  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)  (พวกเขาเป็นผู้พักผ่อน)

  • She wanted Jim to visit her at least once a month.

(เธอต้องการให้จิมมาเยี่ยมเธออย่างน้อยเดือนละครั้ง)  (จิมเป็นผู้มาเยี่ยม)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่  หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

2. ________ an English newspaper every day is a sure way _______ your knowledge of the language.

(______ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษทุกวัน  เป็นวิธีการที่แน่นอน ______ ความรู้ภาษาอังกฤษของคุณ) 

(a) Read ___________ to improve

(b) To read ___________ improve

(c) Reading ___________ improving

(d) Reading ___________ to improve    (การอ่าน .................... ที่จะปรับปรุง)

ตอบ -  ข้อ  (d)  หรืออาจตอบ  “To read”  ก็ได้  แต่ช่องหลังต้องใช้  “To improve”  เพียงอย่างเดียว  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Gerund” (Verb + ing)  หรือ  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  เป็นประธานของประโยค (ประธานของกริยา)  และต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

  • To learn Japanese is difficult.

(= Learning Japanese is difficult.)

(การเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นเรื่องยาก)

  • To escape from the prison seems impossible.

(= Escaping from the prison seems impossible.)

(การหลบหนีจากคุกดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้)

              สำหรับการใช้  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ทำหน้าที่เป็นคุุณศัพท์ขยายคำนาม (หรือ สรรพนาม)  และต้องวางไว้ข้างหลังคำนาม หรือสรรพนาม ที่มันขยายเสมอ  (…......…. Is a sure way to improve …......….)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • I have no money to lend you.

(ผมไม่มีเงินให้คุณยืม)

  • He has no time to waste.

(เขาไม่มีเวลาที่จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์)

  • Get me a chair to sit on, please.

(ได้โปรดเอาเก้าอี้ให้ผมนั่งหน่อย)

  • She had lots of books to read.

(เธอมีหนังสือต้องอ่านมากมาย)

  • They had much work to do last week.

(พวกเขามีงานต้องทำเยอะอาทิตย์ที่แล้ว)

  • That is not the way to speak to your boss.

(นั่นไม่ใช่วิธีที่จะพูดกับเจ้านายของคุณนะ)

  • Books to read should be clearly written.

(หนังสือสำหรับอ่านควร (ถูก) เขียนอย่างชัดเจน)

  • Susan has no pen to write with.

(ซูซานไม่มีปากกาสำหรับเขียนด้วย)

  • Water to drink should be clean.

(น้ำสำหรับดื่มควรสะอาด)

  • We have something to tell you.

(เรามีบางสิ่งบางอย่างจะบอกคุณ)  (Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ขยายคำสรรพนาม  คือ  Something)

 

3. George was remembered as a talented musician ____________________________________.

(จอร์ชได้รับการจดจำในฐานะนักดนตรีที่มีพรสวรรค์ ________________________________)

(a) and a skilled painter as well    (และนักวาดภาพสี (หรือช่างเขียนภาพ-จิตรกร) ที่มีทักษะ-ความ

       ชำนาญ  เช่นเดียวกัน)

(b) plus his skill as a painter

(c) in addition to skillful painting

(d) and as painting skillfully

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เป็นการใช้โครงสร้างให้สมดุล  (Balance)  กัน  คือ  a talented musician”  และ  a skilled painter”  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุล (ของคำนาม, กริยา หรือวลี) จากตัวอย่างข้างล่าง   

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The silence was broken by the clash of the garden gate, a tap at the door, and ______________.

(ความเงียบถูกทำให้หมดไป  โดยเสียงปะทะกันดังโครมของประตูสวน,  เสียงเคาะเบาๆที่ประตู  และ ___)

(a) the door is opened    (ประตูถูกเปิด)

(b) is opened

(c) being opened

(d) its opening    {การเปิดออกของมัน  (ประตู)}

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็นการใช้  “กรรม” (คำนาม  ซึ่งในที่นี้มีส่วนขยาย  เรียกว่า “วลี”) ของ  Preposition  “By”  ให้สมดุล หรือคู่ขนานกัน  (Balance  หรือ  Parallel)  ทั้ง  ๓  ตัว  คือ  “the clash  (มี  of the garden gate  ขยาย)”  “a tap  (มี  at the door  ขยาย)”  และ  “its opening”  (ไม่มีส่วนขยาย)  โดยกรรมทั้ง  ๓  ตัวนี้  ล้วนอยู่ในรูปของวลี,  ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • We depend on Mr. Wong for his knowledge and _________________________________.

(เราพึ่งพาอาศัยมิสเตอร์หว่องสำหรับความรู้และ _____________________________ ของเขา)

(a) leading

(b) lead    (นำ, พา, จูง, ชักจูง, นำหน้า, พูดนำ, ก่อให้เกิดขึ้น)

(c) leader    (ผู้นำ)

(d) leadership    (ความเป็นผู้นำ, ความสามารถในการนำ, การนำ, ตำแหน่งผู้นำ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ตามหลัง  Preposition (For)  หรือ  Possessive adjective (His)  ต้องใช้คำนาม (Noun)  และเป็นการใช้คำให้สมดุล (Balance) กัน  คือ “Knowledge”  และ  “Leadership  

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Currently, the Coronavirus (COVID – 19) has caused tremendous loss of life and _________ of most countries it attacks.

(ในปัจจุบัน  เชื้อโคโรนาไวรัส (โควิด – ๑๙) ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตอย่างใหญ่หลวงและ _______ กับประเทศส่วนใหญ่ที่เชื้อฯ นี้จู่โจม)

(a) irreparable damage to the economy    (ความเสียหายแก่เศรษฐกิจที่มิอาจเยียวยาได้)  (“Damage”  ในที่นี้เป็นคำนาม)

(b) irreparably damaged the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)  (“Damaged”  ในที่นี้เป็นคำกริยา)

(c) irreparably damaging the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)

(d) irreparably damages the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)  (“Damages”  ในที่นี้เป็นคำกริยา)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุล (Balance) กัน  คือ  หลังกริยา  “Caused” (ก่อให้เกิด)  ต้องการกรรมตรง  ซึ่งเป็นคำนาม  โดยกรรมตัวแรก  คือ  “Loss of life" (การสูญเสียชีวิต)  และกรรมตัวที่ ๒ คือ  “Damage to the economy” (ความเสียหายแก่เศรษฐกิจ)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • My parents always stressed the importance of honesty, fairness, and ____________________.

(พ่อแม่ของผมเน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  และ ____________)

(a) to be punctual

(b) punctually

(c) punctuality    (การตรงต่อเวลา)  (เป็นคำนาม)

(d) punctual    (ตรงต่อเวลา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  หลัง   “Of”  เป็นกรรม  ซึ่งต้องเป็นคำนาม  (ความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  การตรงต่อเวลา)  

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Tanya Holm is a dancer, choreographer, and ____________________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ ____________________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ

                                  ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers _________________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) _____________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำ

       หรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  (.............เสนอ............ “อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are _______________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ ____________________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล  คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ” 

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and ___________________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ ______________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition” (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing ……..…..)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and _________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ______)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer ________________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม__________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง” 

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Freezing preserves meat because _________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”) ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง 

                                  ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ _______)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ

                                 ตัวอย่างที่  ๑๓

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, _______ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, ________ และจด

จำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                 ตัวอย่างที่  ๑๔

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _________________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของ

ความสนใจ, และ _______)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                  ตัวอย่างที่  ๑๕

  • We turn to books in moments of ____________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ____________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ  Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “sorrow, solitude as well as boredom

                                  ตัวอย่างที่  ๑๖

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ________________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ ______________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (…...........that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds) ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                 ตัวอย่างที่  ๑๗

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยา

ลัย  และ ________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี) (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)  “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                  ตัวอย่างที่  ๑๘

  • James likes reading, hiking, and ___________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ ___________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน  คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”  คือ  “Like reading, hiking and listening……...….”  ทั้งนี้  กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1  ก็ได้  ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

4. The workers appeared ______________________________________ after a hard day work.

(คนงานดูเหมือนว่า _________________________________ หลังจากการทำงานหนักทั้งวัน)

(a) hungrily    (อย่างหิวโหย)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(b) hunger    (ความหิว)  (เป็นคำนาม)

(c) hungry    (หิว, หิวกระหาย, ต้องการมาก)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) to hungry    (hungry  เป็นคำคุณศัพท์  ไม่นำหน้าด้วย   TO)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  Appear  เป็น  Linking verb  ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ (Adjective)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่เป็น  Linking verb  และต้องตามด้วยคำคุณศัพท์  มิใช่กริยาวิเศษณ์  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It seemed to Mrs. Simpson that the butter smelled somewhat ____________ and she could not serve it to her guests.

(สำหรับมิสซิสซิมสัน  มันดูเหมือนว่าเนยเหลวนั้นมีกลิ่นค่อนข้าง ______________ และเธอไม่สามารถเสิร์ฟมันให้กับแขกของเธอ)

(a) badly

(b) bad    (ไม่ดี, เลว, ร้าย, ผิดศีลธรรม, ไม่เหมาะสม)

(c) worse    (เลวกว่า, แย่กว่า)  (ไม่เลือกข้อนี้เพราะไม่ใช่การเปรียบเทียบ)

(d) worsely    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากหลังกริยา  “Smell”  (เมื่อมีความหมาย  “มีกลิ่น”)  ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I don’t think she is very suitably dressed.  She looks extremely ___________________ to me.

(ผมไม่คิดว่าเธอแต่งตัวได้เหมาะสมมากนัก  เธอมีท่าทาง ________________ อย่างมากสำหรับผม)

(a) commonly

(b) common    (ธรรมดา, สามัญ)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) commonness    (ความเป็นธรรมดาสามัญ, ความพร้อมกัน-ร่วมกัน-เหมือนกัน)  (เป็นคำนาม)

(d) being common

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หลังคำกริยา  “Look”  เมื่อหมายถึง  “มีลักษณะ, มีท่าทาง, มีอาการ”  ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์  (Adjective)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The mother looked _______________________________________ at her naughty child.

(แม่มอง _____________________________________________ ที่ลูกผู้ซุกซนของเธอ)

(a) anger

(b) angry

(c) angrily    (อย่างโกรธเคือง)

(d) angered

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากขยายกริยา  “Look at”  ในความหมาย  “จ้องมอง”  จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  แต่ถ้า  “Look”  หมายความว่า  “มีอาการ, มีลักษณะ, มีท่าทาง”  จะต้องตามด้วยคำคุณศัพท์   ดังประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Let us ____________________________________________________ for a moment.

(พวกเราจง _______________________________________________ สักชั่วครู่ชั่วยาม)

(a) keep quietly

(b) be quite

(c) keep quietness

(d) keep quiet    (ไม่ปริปาก, เงียบเข้าไว้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Keep + Adjective”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ  “Keep”  ในประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • I ____________________________________________ about his ability to do the work.

(ผม __________________________________ เกี่ยวกับความสามารถของเขาในการทำงาน)

(a) feel doubt

(b) have doubtful

(c) am wondered

(d) feel doubtful    (รู้สึกไม่แน่ใจ-ไม่มั่นใจ-สงสัย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก   “Feel + Adjective”  สำหรับโครงสร้างอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้เช่นกัน  ได้แก่   “I have (a) doubt about……..…”  (ผมมีข้อสงสัย-กังขา เกี่ยวกับ.........)  และ  “I wonder about…………” (ผมรู้สึกกังขา-สงสัย เกี่ยวกับ ……..…..)

                                  ตัวอย่างที่  

  • Everything looks _______________________________________________________.

(ทุกสิ่งทุกอย่างมีลักษณะ ________________________________________________)

(a) differently

(b) different    (แตกต่าง  -  ไปจากเดิม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) difference    (ความแตกต่าง)  (เป็นคำนาม)

(d) differ    (แตกต่าง)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Look”  ในที่นี้เป็น  “Linking Verb”  มีความหมายว่า  “มีลักษณะ, มีท่าทาง”  ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์  (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์ (Adverb)

                                 ตัวอย่างที่  

  • One who does good feels _________________________________________________.

(บุคคลผู้ซึ่งทำดี  รู้สึก __________________________________________________)

(a) happily    (อย่างมีความสุข)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(b) happy    (มีความสุข)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) happiness    (ความสุข)  (เป็นคำนาม)

(d) more happily

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Feel + Adjective”  เช่น  Happy, Quick, Slow, Careful   มิใช่  “Adverb”  เช่น  Happily, Quickly, Slowly, Carefully

                                  ตัวอย่างที่  

  • The air in that spot smells ________________________________________________.

(อากาศตรงบริเวณนั้นมีกลิ่น ______________________________________________)

(a) sweetness    (ความสดชื่น, ความหวาน, ความไพเราะ, ฯลฯ)  (เป็นคำนาม)

(b) sweetly    (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(c) sweet     (สดชื่น, หวาน, มีรสหวาน, มีรสดี, สด, ไพเราะ, มีกลิ่นดี, หอม, น่าพอใจ, งดงาม) 

       (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) sweeten     (ทำให้หวาน-หอม-อ่อนนิ่ม-เป็นกรดน้อยลง, หวานขึ้น, หอมขึ้น, ไพเราะขึ้น, นิ่มนวลขึ้น,

       กลมกล่อมขึ้น)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Smell + Adjective

                                   ตัวอย่างที่               {จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จากข้อ  (๑) – (๔)}

  • (1) When compared with its (2) graceful manner in the water, a penguin’s progress (3) on land seems (4) awkwardness.

(เมื่อเปรียบเทียบกับกริยาท่าทางที่งามสง่าของมันในน้ำ  การก้าวเดินไปข้างหน้าของนกเพนกวินบนบก  ดูเหมือนว่าจะ  งุ่มง่าม-เชื่องช้า-เก้งก้าง)

ตอบ  -  ข้อ    แก้เป็น  “Awkward”  เนื่องจาก  “Seem + Adjective

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I saw the coach on the field after the game, and he seemed _________________________.

(ผมเห็นผู้ฝึกสอนที่สนามหลังการแข่งขัน  และเขาดูเหมือนว่า __________________________)

(a) real angry

(b) angrily

(c) anger

(d) angry    (โกรธ)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Seem + Adjective”  หรืออาจตอบ  “really angry”  (โกรธอย่างแท้จริง)  ก็ได้  เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้  (Look, Feel,  Become,  Grow,  Get,  Seem,  Appear, Taste,  Prove,  Sound, Remain,  Turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม  (Object)  แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น  หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์  คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้  จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective)  เท่านั้น    มิใช่คำกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า  “Subjective Complement”  หมายถึง  “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”  และเรียกกริยาประเภทนี้ว่า  “Linking Verb”   คือช่วยเชื่อมระหว่างประธานของประโยค  และ ส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She felt good after a long sleep.

 (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

  • He looked happy when his friends came to see him.

 (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

  • The milk in that glass tasted sour.

 (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

  • They seem tired after a hard day’s work.

(พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

สรุป  -  คำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก  “Linking verb”  ได้แก่  Be (is, am, are, was, were)  (เป็น, อยู่, คือ),  Become,  Seem (ดูเหมือนว่า)Appear (มีลักษณะท่าทาง)Feel (รู้สึก)Get,  Grow,  Keep,  Look (มีท่าทาง)Smell (มีกลิ่น), Sound,  Taste (มีรสชาติ)Turn (กลายเป็น)  จะต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  เสมอ  เช่น

  • Tom became rich.   (ทอมร่ำรวยขึ้นมา)
  • Ann seems happy.   (แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)
  • Jim felt cold.   (จิมรู้สึกหนาว)
  • He got/grew impatient.   (เขารู้สึกกระวนกระวาย)
  • The idea sounds interesting.   (ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)
  • Her name sounds familiar to me.   (ชื่อของเธอฟังดูคุ้นๆหูผม)
  • She looked calm.   (เธอมีอาการสงบ)
  • He turned pale.   (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)
  • The soup tasted sweet.   (ซุปมีรสหวาน)
  • She kept calm and said nothing.   (เธอนิ่งเงียบและไม่พูดอะไร)

 

5. The police wish to confiscate a number of unlicensed firearms from the gang members.   

(ตำรวจประสงค์ (มุ่งหวัง) ที่จะ  ริบ-ยึด  อาวุธที่ไม่มีใบอนุญาตจำนวนมากจากสมาชิกของแก๊ง)

(a) take or seize by authority    (นำไปหรือยึดโดยเจ้าหน้าที่)

(b) import from abroad    (นำเข้ามาจากต่างประเทศ

(c) display in a showroom    (จัดแสดงไว้ในห้องโชว์)

(d) examine in details    (ตรวจสอบโดยละเอียด)

(e) displease a little    (ทำให้ไม่พอใจนิดหน่อย)

ตอบ  –  ข้อ  (a)

 

6. Are social problems the only factor that is deterrent to the growth of foreign trade of our country or are there also other factors?

(ปัญหาทางสังคมเป็นเพียงปัจจัยเดียวที่  ยับยั้ง-กีดขวาง-สกัดกั้น  การเติบโตของการค้าต่างประเทศของประเทศของเรา  หรือว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ อีก  ใช่หรือไม่)

(a) preventive    (ซึ่งป้องกัน, ซึ่งขัดขวาง,ซึ่งสกัดกั้น)

(b) persuasive    (เพอร์-สเว้-ซิฟว)  (ซึ่งเชิญชวน, ซึ่งชักจูง, โน้มน้าวใจ, สามารถชักจูงได้)

(c) rehabilitative    (ซึ่งทำให้กลับคืนดีดังเดิม, ซึ่งทำให้สุขภาพกลับคืนสู่ปกติ, ซึ่งเป็นการพักฟื้น,

       ซึ่งกู้ชื่อเสียง-กู้ฐานะ)

(d) promotional    (ช่วยส่งเสริม, ช่วยกระตุ้น)

(e) artificial    (เทียม, ปลอม, ไม่แท้, ทำขึ้นเอง, ประดิษฐ์ขึ้นเอง)

ตอบ  –  ข้อ  (a)  Deterrent  เป็นคำคุณศัพท์  มาจากคำกริยา  Deter  หมายถึง  “ขัดขวาง, ยับยั้ง, ป้องกัน    

 

7. I never expected him to turn down an offer of a secure job with high remuneration in a foreign country.  

(ผมไม่เคยคาดฝันเขาว่าจะ  ปฏิเสธ  ข้อเสนองานที่มั่นคง  พร้อมด้วยค่าตอบแทนที่สูงในต่างประเทศ)

(a) accept    (ยอมรับ)

(b) make    (ทำ, สร้าง)

(c) negotiate    (เจรจา)

(d) reject    (ปฏิเสธ)

(e) hinder    (ฮิ้น-เด้อร์)  (กีดขวาง, ขัดขวาง, เป็นอุปสรรค, กันไม่ให้เกิด)

ตอบ  –  ข้อ  (d)

 

8. They’re buying a special insurance policy with a hope that their possessions will be covered ______.

(พวกเขากำลังซื้อกรมธรรม์ประกันภัยพิเศษ  ด้วยความหวังว่าทรัพย์สินของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครอง (ประกันภัย) ______)  (หมายถึง  ทรัพย์สินที่นำติดตัวไปด้วย)

(a) they are overseas

(b) while are they overseas

(c) while they are overseas    (ขณะที่พวกเขาอยู่ต่างประเทศ)

(d) they are while overseas

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นอนุประโยค (Subordinate clause) ที่ ๒,  สำหรับอนุประโยคที่ ๑  คือ  That their possessions will be covered,  ดูเพิ่มเติมการใช้   While  จากตัวอย่างข้างล่าง

                   While  =  ในขณะที่, ระยะเวลาหนึ่ง,  ตามด้วยประโยค หรือวลี  หรือ  Verb + ing  ดังตัวอย่าง

  • While I was overseas, she was in London studying.

(ในขณะที่ผมอยู่ต่างประเทศ  เธออยู่ในลอนดอนเรียนหนังสือ)

  • Bill stayed with Mom and me while Dad sat with Dr. Smith in the living-room.

(บิลอยู่กับแม่และฉัน  ในขณะที่พ่อนั่งอยู่กับหมอสมิธในห้องรับแขก)

  • They decided to seek a less expensive place to stay while in Paris.

(พวกเขาตัดสินใจเสาะหาสถานที่ซึ่งมีราคาแพงน้อยกว่าเพื่อพักอาศัย  ในขณะที่อยู่ในปารีส)

  • John talked to me about this while eating our dinner.

(จอห์นพูดกับฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้  ในขณะที่เรากำลังทานอาหารค่ำ)

  • Tom had taken out his handkerchief several times while talking to Jenny and blown his nose.

(ทอมล้วงผ้าเช็ดหน้าของเขาออกมาหลายครั้งในขณะที่คุยกับเจนนี่  และสั่งน้ำมูก)

  • One group of children was fairly stable while the second group was severely disturbed.

(เด็กกลุ่มหนึ่งค่อนข้างใจนิ่ง  ในขณะที่กลุ่มที่สองรู้สึกถูกรบกวน (ปั่นป่วน) อย่างรุนแรง)

  • Fred gambled his money away while Julia spent her all on dresses and bric-a-brac.

(เฟร็ดเล่นพนันเงินของเขาจนเกลี้ยง  ในขณะที่จูเลียใช้จ่ายเงินของเธอหมดไปกับเสื้อผ้าอาภรณ์และสิ่งของที่สะสม-ของเก่าของโบราณ)

  • Mary’s essay, while complete in content, had many grammatical errors.

(เรียงความของแมรี่,  ในขณะที่สมบูรณ์ในเนื้อหาสาระ,  มีที่ผิดไวยากรณ์หลายแห่ง)

  • They talked for a short while and then went home together.

(พวกเขาคุยกันช่วงเวลาสั้นๆ  และจากนั้นก็กลับบ้านด้วยกัน)

  • She asked me about the book that I read a little while ago.

(เธอถามผมเกี่ยวกับหนังสือที่ผมอ่านเมื่อชั่วครู่ที่ผ่านมา)

  • Peter is allowed to sleep a while longer.

(ปีเตอร์ได้รับอนุญาตให้นอนหลับต่อไปอีกครู่หนึ่ง)

  • It took quite a while to sort out all our luggage.

(มันใช้เวลาชั่วครู่หนึ่งในการจัดกระเป๋าเดินทางทั้งหมดของเราให้เป็นระเบียบ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป