หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 590)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. A bridge must be strong enough to support its own weight ________ the weight of the people and vehicles that use it.

(สะพานจะต้องแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักของตัวมันเอง ________ น้ำหนักของผู้คนและยวดยานซึ่งใช้มัน)

(a) as well

(b) so well

(c) as well as    (เช่นเดียวกับ, และ)

(d) so well as

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรืออาจตอบ  “And, In addition to, Besides, Plus, Including, Along with, Together with”  ก็ได้  โดยทุกคำ  หมายถึง  “และ, นอกเหนือจาก, รวมถึง, พร้อมทั้ง

 

2. _______ Air and Space Museum has the highest attendance record of all the museums in the world.

(______ พิพิธภัณฑ์ทางอากาศและอวกาศ (ในสหรัฐฯ) มีประวัติการเข้าชมสูงที่สุดในบรรดาพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดในโลก)

(a) A

(b) An

(c) The

(d) -

ตอบ  –  ข้อ  (c)  ชื่อพิพิธภัณฑ์  ต้องนำด้วย  Article  “The”  นอกจากนั้น  ยังใช้  Article  “The”  กับ เทือกเขา,  แม่น้ำ,  หมู่เกาะ,  ชื่อประเทศที่มีคำ  “Union”, “United”, “Republic”  หรือ  ชื่อประเทศและชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นรูปพหูพจน์  (Philippines, Alps)  มหาสมุทร,  ทะเล,  คลอง,  คาบสมุทร,  อ่าว,  ช่องแคบ,  กลุ่มทะเลสาบ,  ทะเลทราย,  เทือกเขา,  แหลม,  ขั้วโลก,  ภาค,  นามที่มีเพียงสิ่งเดียว,  เส้นศูนย์สูตร,  อุโมงค์,  ห้องสมุด,  ธนาคาร  และพิพิธภัณฑ์  เช่น

  • the United States of America    (ประเทศสหรัฐฯ)
  • the China’s People Democratic Republic    (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน)
  • the Atlantic   (มหาสมุทรแอตลันติค)
  • the Pacific Ocean, the Indian Ocean    (มหาสมุทรแปซิฟิก-อินเดีย)
  • the Danube    (แม่น้ำดานูบ)
  • the Chao Phraya River    (แม่น้ำเจ้าพระยา)
  • the Thames   (แม่น้ำเทมส์)
  • the Panama Canal, the Suez Canal   (คลองปานามา – สุเอซ)
  • the Red Sea, the Mediterranean    (ทะเลแดง –เมดิเตอร์เรเนียน)
  • the East Indies    (หมู่เกาะอินเดียตะวันออก)
  • the Indo-China Peninsula    (คาบสมุทรอินโดจีน)
  • the Scandinavian Peninsula    (คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย)
  • the Gulf of Thailand, the Persian Gulf    (อ่าวไทย – เปอร์เซีย)
  • the Bering Strait, the British Strait    (ช่องแคบเบอริ่ง– อังกฤษ)
  • the Geneva Lake    (ทะเลสาบเจนีวา)
  • the Kobe Desert, the Sahara Desert    (ทะเลทรายโกบี – ซาฮารา)
  • the Cape of Good Hope    (แหลมกู๊ดโฮพ)
  • the Rockies, the Alps    (เทือกเขาร็อคกี้ –แอลป์ส)
  • the North Pole, the South Pole    (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)
  • the Equator     (เส้นศูนย์สูตร)
  • the North, the South    (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)
  • the moon, the sun, the earth, the world, the universe, the sky
  • the Central Library    (หอสมุดกลาง)
  • the Thai National Museum     (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไทย)
  • the Bangkok Bank, the Thai Farmers Bank    (ธนาคารกรุงเทพ-กสิกรไทย)

 

3. I clearly remember _______ the clock last night, so I have no idea why the alarm failed ______ off.

(ผมจำได้ชัดเจน ____________ นาฬิกาปลุกเมื่อคืนที่แล้ว  ดังนั้น  ผมไม่รู้เลยว่าทำไมสัญญาณปลุกจึงล้มเหลวที่จะ (ไม่สามารถ) ___________)  (ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว  แต่สัญญาณไม่ดัง - ไม่ปลุก)

(a) to set ___________ to go

(b) having set ___________ going

(c) setting ___________ to go    (การตั้ง ......................... ดังขึ้น)

(d) setting ___________ going

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Remember + Verb + ing”  =  “จำได้ถึงการทำสิ่งนั้น”  (Remember + To + Verb 1  =  จำได้ หรือ ไม่ลืมที่จะทำสิ่งนั้น)  สำหรับ  “Fail”  =   “ล้มเหลว, ไม่สามารถ”  + “To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมการใช้กริยา  “Remember, Forget, Stop, Try”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • We never forget ____________________________________ our English books to school.

(เราไม่เคยลืม ______________________________ หนังสือภาษาอังกฤษของเรามาที่โรงเรียน)

(a) bring

(b) bringing    (การนำ)

(c) to bring    (ที่จะนำ)

(d) to be brought

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

                                ตัวอย่างที่ 

  • Bill is very thoughtful to his mother.  He always remembers _____________ to her every week.

(บิลเอาอกเอาใจ (หรือ คิดถึง-นึกถึง) แม่ของตนเป็นอย่างมาก  เขาจำได้เสมอ _______ (จดหมาย) ถึงเธอทุกสัปดาห์)

(a) he writes

(b) to write    (ที่จะเขียน)

(c) writing

(d) written

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Remember to write”  =  “จำได้ที่จะเขียน”  คือ  “ไม่ลืมที่จะเขียน”  ส่วน  “Remember writing”  =   “จำการเขียนได้”  คือ  เขียนเมื่อนานมากมาแล้วในอดีต  และยังคงจำได้ว่าเคยเขียน,  ในกรณีของประโยคข้างบน  ต้องการหมายความว่า  “จำได้ที่จะเขียน  หรือ  ไม่ลืมที่จะเขียน”  (Remember to write)  เนื่องจาก  บิลคิดถึงแม่  หรือ  เอาอกเอาใจแม่มาก,  ดูคำกริยาที่ใช้โครงสร้างต่างกัน  แล้วมีความหมายต่างกัน  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Have you ever tried ________________________________________________ snails?

(คุณเคยลอง ____________________________________________ หอยทากหรือเปล่า)

(a) to eat

(b) eating    (กิน)

(c) of eating

(d) eaten

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Try + Verb + ing” =  “ลอง ...............”   ส่วน  “Try + to + Verb 1” =  “พยายาม................”  ดูคำกริยาที่ตามด้วย  “Verb + ing”  และ  “To + Verb 1”  แล้วความหมายต่างกัน  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • Thai people always ______________________________ on their elders on Songkran Day.

(คนไทย ________________________________ ผู้อาวุโส-ผู้มีอายุมากกว่า  ในวันสงกรานต์)

(a) remember calling

(b) remember to call    (จำได้, ระลึกได้ (เสมอ) ที่จะไปเยี่ยมเยียน)

(c) remembered calling

(d) remembered to call

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้รูป  “Present simple tense”  (Subject + Verb 1)   ดังนั้น  จึงตัดข้อ  (c) และ  (d) ทิ้ง,  สำหรับข้อ  (b)  หมายถึง  “จำได้-ระลึกได้  ที่จะไปเยี่ยมผู้อาวุโส  ในวันสงกรานต์ ทุกๆ ปี”  มิได้ต้องการหมายถึงใน ข้อ  (a)  ที่ว่า  “ระลึกได้ถึงการไปเยี่ยม ฯ” คือ  ไปเยี่ยมมาแล้ว  และยังคงจำเหตุการณ์นั้นได้

                                 ตัวอย่างที่  

  • Seeing the teacher, ________________________________________________ at once.

(เห็นครู ______________________________________________________ ในทันที)

(a) the game was stopped    (เกมถูกหยุด)

(b) they stopped playing the game    (พวกเขาหยุดการเล่นเกม)

(c) the game stopped    (เกมหยุด)

(d) they stopped to play the game    (พวกเขาหยุดเพื่อจะเล่นเกม)

ตอบ   -   ข้อ  (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  ที่อยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า (หลังคำ “teacher”)  เป็นผู้ทำกริยาที่ขึ้นต้นประโยค (Seeing)  คือ  “เห็น”  ดังนั้น  จึงต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  จึงจะทำกริยา "เห็น" ได้,  ซึ่งในที่นี้ คือ  “They”  จึงตัดข้อ  (a, c)  ทิ้งไป  และต้องเลือกข้อ  (b)  เนื่องจากต้องใช้  “Stop playing”   (นักเรียนหยุดการเล่นเกม - เพราะเห็นครูมา)   มิใช่ข้อ  (d)  ซึ่งหมายถึง  “นักเรียนหยุดเพื่อจะเล่นเกม”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Stop”  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่  

  • Try __________________________________________________ water to your drink.

(ลอง ___________________________________________ น้ำเข้ากับเครื่องดื่มของคุณสิ)

(a) to add

(b) adding    (ผสม)

(c) added

(d) addition    (การผสม-เติม-เพิ่ม-บวก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Try”  ในประโยคนี้หมายถึง  “ลองทำดู,  ลอง”  จึงต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  แต่ถ้าหมายถึง  “พยายาม”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ทั้งนี้  การผสมน้ำเข้ากับเครื่องดื่ม  ไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด  ข้อนี้จึงหมายถึง  “ลอง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Don’t forget ___________________________________________________ my letter !

(จงอย่าลืม _______________________________________________ จดหมายของผม)

(a) post

(b) posting    (การส่ง)

(c) to post    (ที่จะส่ง)

(d) posted

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องการบอกว่า  “อย่าลืมส่ง”  (คือ ขณะที่พูดยังมิได้ส่ง)  มิใช่  “ลืมการส่ง”   (คือส่งไปแล้ว  และนานมากแล้ว  จนลืมว่าเคยทำเช่นนั้น)  ซึ่งในกรณีหลังนี้ ต้องใช้  “Posting

                                 ตัวอย่างที่  

  • Have you ever tried _________________________________________ this kind of food?

(คุณเคยลอง _____________________________________________ อาหารชนิดนี้ไหม)

(a) to eat

(b) eating    (กิน)

(c) of

(d) with

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เมื่อ  “Try”  หมายถึง  “ลอง, ลองทำดู”   ในที่นี้ คือ  “ลองกิน”  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ส่วนอีกความหมาย  คือ  “พยายาม”  ต้องตามด้วย  “To + Verb 1”  ทั้งนี้  ในประโยคข้างบน  การกินอาหารไม่ต้องใช้ความพยายาม  “Try”   จึงควรมีความหมายว่า  “ทดลอง, ลองทำดู

                                 ตัวอย่างที่  

  • Please don’t forget __________________________________________ me your address.

(โปรดอย่าลืม _________________________________________ ที่อยู่ของคุณให้ผมด้วย)

(a) send

(b) to send    (ส่ง)

(c) sending

(d) sent

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Forget + To + Verb 1”  =  “ลืมที่จะ .............”  คือไม่ได้ทำ  เพราะลืม,  ส่วน  “Forget + Verb + ing” =  “ลืมการ .............”  หมายถึง  ได้กระทำสิ่งหนึ่งลงไปแล้ว  แต่ลืมว่าได้กระทำสิ่งนั้น  ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • As soon as it stops __________________________________________, I shall go home.

(ในทันทีที่หยุด _____________________________________________ ผมจะกลับบ้าน)

(a) rain

(b) the rain

(c) to rain

(d) raining    (ฝนตก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “It stops raining.”  หมายถึง  “ฝนหยุดการตก”  กล่าวคือ   “Stop + Verb + ing” =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้น”  ส่วน   “Stop + To + Verb 1”  =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้น”  เช่น

  • On our way to Hua-Hin, we stopped at a restaurant to eat.

(ในระหว่างทางไปหัวหิน  เราหยุดแวะที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งเพื่อทานอาหาร)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • While we were walking in the park, she often stopped ____________________ at the flowers.

(ขณะที่เรากำลังเดินไปในสวนสาธารณะ  เธอมักจะหยุด __________________ ที่ดอกไม้อยู่บ่อยๆ)

(a) to look    (เพื่อที่จะมองดู)

(b) looking    (การมองดู)

(c) looked

(d) for looking

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  Stop + To + Verb 1  =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้นๆ”  ส่วน  Stop + Verb + ing  =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้นๆ”  เช่น

  • They stopped playing football when it started to rain.

(พวกเขาหยุดเล่นฟุตบอล  เมื่อฝนเริ่มตก)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • I remember that restaurant; we stopped there ____________________ on our way to Korat. 

(ผมจำภัตตาคารนั้นได้  เราหยุด (แวะ) ที่นั่น ____________________ ในระหว่างทางไปโคราช)

(a) eating    (การกินอาหาร)

(b) ate

(c) to eat    (เพื่อกินอาหาร)

(d) eaten

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “หยุด หรือแวะเพื่อที่จะกินอาหาร  (Stop to eat)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๓

  • How did the cat get into the house?  I remember ______________________ it out last night.

(แมวเข้ามาในบ้านได้อย่างไร  ผมจำได้ถึง _________________ มันไปไว้ข้างนอกเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) put

(b) to put

(c) putting   (การจับ)

(d) putting away

ตอบ   -   ข้อ  (c)  Remember + Verb + ing  =  จำได้ถึงการกระทำสิ่งนั้นๆ  คือ  ทำไปแล้วในอดีต  และยังจำได้ว่าทำ,  ในข้อนี้  คือ  จำได้ว่าเอาแมวออกไปไว้ข้างนอกแล้ว  เมื่อคืนก่อน  ส่วน  Remember + To + Verb 1 =  จำได้ (ไม่ลืม)  ที่จะทำสิ่งนั้นๆ

สรุป   -   มีหลักไวยากรณ์ดังนี้   คือ  เราใช้  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  และ  “Gerund” (Verb + ing)  ตามหลังคำกริยา  Remember, Forget, Try Stop  แต่มีความหมายต่างกัน  เช่น

  • I remembered to buy him a newspaper.

(ผมจำได้ที่จะซื้อ (ไม่ลืมซื้อ) หนังสือพิมพ์ให้เขา)

  • I remembered buying him a newspaper.

(ผมจำได้ถึงการซื้อหนังสือพิมพ์ให้เขา  –  คือซื้อเมื่อเดือนที่แล้ว  และยังจำได้ว่าซื้อ)

  • She forgot meeting me in New York ten years ago.

(เธอลืมการได้พบกับผมในนิวยอร์คเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  –  คือเคยพบกันเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  แต่เธอจำไม่ได้แล้วว่าเคยพบ)

  • She forgot to meet me at my office yesterday.

(เธอลืมที่จะมาพบผมที่สำนักงานเมื่อวานนี้ – สรุป คือไม่ได้มาพบเพราะลืม)

  • He tried to swim across the dangerous river.

(เขาพยายามว่ายข้ามแม่น้ำที่มีอันตราย)

  • He tried eating the food his girlfriend cooked for him.

(เขาทดลองกินอาหารที่แฟนปรุงให้เขากิน)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย, ฯลฯ)  เพื่อที่จะทำงานจนกระทั่งดึกดื่น)

 

4. I asked Cindy where she _______ the dress that she ______ at the teacher’s party the night before.

(ผมถามซินดี้ว่าเธอ ________ ชุดแต่งกาย (เสื้อผ้า) ที่เธอ ________ ที่งานเลี้ยงของอาจารย์เมื่อคืนก่อนหน้านั้น)

(a) has bought __________ is wearing

(b) had bought __________ was wearing    (ได้ซื้อ ................. กำลังสวม)

(c) bought __________ has worn

(d) was buying __________ would be wearing

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  คือShe had bought  เพราะเหตุการณ์  “เธอซื้อชุดแต่งกาย”  เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์  “ผมถามซินดี้”  (I asked Cindy)  ซึ่งอยู่ในรูป  Past simple tense,  ดูเพิ่มเติมการใช้  Past perfect tense  คู่กับ  Past simple tense  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่       

  • The final purchase price was higher than the investors _____________________________.

(ราคาการจัดซื้อ (สิ่งของที่ซื้อ) ขั้นสุดท้าย  สูงกว่าที่นักลงทุน __________________________)

(a) had expected    (ได้คาดหมาย)

(b) expect    (คาดหมาย)

(c) are expecting    (กำลังคาดหมาย)

(d) will expect    (จะคาดหมาย)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ต้องใช้กริยาในประโยคย่อยในรูปอดีต  Past perfect tense (Had + Verb 3)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  คือ  Was (Past simple tense)  ทั้งนี้อาจใช้  Expected  ก็ได้,  สำหรับการใช้  Past perfect tense  คู่กับ  Past simple tense  นั้น  เพื่อต้องการแสดงว่า  เหตุการณ์ใน  Past perfect tense  เกิดขึ้นก่อน  ส่วนเหตุการณ์ใน  Past simple tense  เกิดขึ้นทีหลัง  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • By the time we got to the train station, the train __________________________________.

(ในตอนที่เราไปถึงสถานีรถไฟ,  รถไฟ ____________________________________________)

(a) has already left

(b) had already left    (ได้ออกไปแล้ว)

(c) had already been left

(d) will have already left

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  เพื่อแสดงว่า  รถไฟได้ออกไปก่อนที่เราจะไปถึงสถานีรถไฟ  (ซึ่งเกิดทีหลัง)  เป็นการใช้  Past perfect tense  (เหตุการณ์ที่เกิดก่อน)  คู่กับ  Past simple tense  (เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง)  คือ  Verb 2 (got to

                                 ตัวอย่างที่  

  • After he _______________________________________ his meal, he drank some water.

(หลังจากเขา ______________________________________ อาหารของเขา,  เขาก็ดื่มน้ำ)

(a) had

(b) has had

(c) had had    (ได้รับประทาน)

(d) was having

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากใช้  “Past perfect tense” (Subject + Had + Verb 3)  กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อน (และจบก่อน)  คือ  “กินอาหาร”  และใช้  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  กับเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง (ดื่มน้ำ)

                                 ตัวอย่างที่  

  • Margaret didn’t remember what I ______________________________ her the day before.

(มาร์กาเร็ตจำไม่ได้ว่า  ผม _________________________________ อะไรแก่เธอเมื่อวันก่อน)

(a) would tell

(b) had told    (ได้บอก)

(c) had been told

(d) told

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  (Had told)  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  (ผมได้บอกเธอฯ)  คู่กับ  “Past simple”  (Verb 2) (Didn’t remember  -  จำไม่ได้)  ซึ่งเกิดขึ้นทีหลัง

                                  ตัวอย่างที่  

  • After the ice _____________________________ for about three days, we could skate on it.

(หลังจากน้ำแข็ง _______________________ เป็นเวลา  ๓  วัน  เราจึงสามารถเล่นสเกตบนมันได้)

(a) was froze

(b) is froze

(c) had been froze

(d) had been frozen    (ถูกทำให้เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเหตุการณ์   “น้ำแข็งถูกทำให้เย็นจัดฯ”  เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์  “เราสามารถเล่นสเกตฯ”  จึงต้องใช้รูป  “Past perfect tense” (Subject + Had + Verb 3)  และในกรณีนี้ต้องอยู่ในรูป  “Passive voice” (Subject + Had +Been + Verb 3) (ถูกทำให้เย็นจัดจนแข็ง

                                  ตัวอย่างที่  

  • In his evidence the policeman said that the accused _________ dismissed from his employment three weeks before.

(จากพยานหลักฐาน  ตำรวจกล่าวว่า  ผู้ถูกกล่าวหา ________ ไล่ออกจากงาน  ๓  สัปดาห์ก่อนหน้านั้น)  (คือ  ก่อนหน้าที่เขาจะก่ออาชญากรรม)

(a) has been

(b) had been   (ได้ถูก)

(c) was being

(d) is

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เป็นการใช้โครงสร้าง  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had + Been + Verb 3)  สำหรับประโยคข้างบน  ผู้ถูกกล่าวหา  “ถูกกระทำ”  คือ  ถูกไล่ออกจากงาน)

                                 ตัวอย่างที่                  (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • The front porch was (1) a common feature of (2) wooden houses that (3) had built in the U.S. (4) around 1900.

(ระเบียงหน้าบ้านเป็นลักษณะธรรมดาสามัญของบ้านไม้  ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสหรัฐฯ  ราวๆ ปี ๑๙๐๐)  (หมายถึงในยุคนั้น  บ้านไม้ในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะมีระเบียงหน้าบ้าน)

ตอบ  -  ข้อ    แก้เป็น  “had been built”  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  ของ  “Past perfect tense” (Subject + Had + Verb 3)  ซึ่งเมื่ออยู่ในรูปของ  “Passive voice”  จะมีโครงสร้าง  “Subject + Had + Been + Verb 3

                                  ตัวอย่างที่  

  • Cash awards were given to employees who _________ suggestions to improve quality and raise production.

(รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน   ผู้ซึ่ง_________ คำแนะนำเพื่อปรับปรุงคุณภาพและยกระดับการผลิต)

(a) had offered    (ได้เสนอ)

(b) had been offered

(c) have offered

(d) are offering

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้รูป  “Past perfect tense”  (Had offered)  ควบคู่กับ  “Past simple tense”  (Were givenในที่นี้อยู่ในรูป  “Passive voice”)  กล่าวคือ  มีเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้น เหตุการณ์ (จบลงไปแล้วทั้งคู่)  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  และจบลงก่อน  ใช้  “Past perfect” (Subject + Had + Verb 3)  ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  และจบทีหลัง  ใช้  “Past simple”  (Subject + Verb 2)  ทั้งนี้  ในประโยคข้างบน  ข้อความ  “รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน”  เกิดขึ้นภายหลังข้อความ  “(พนักงาน) ผู้ซึ่งเสนอคำแนะนำเพื่อปรับปรุง ....................”  กล่าวคือ  “เสนอคำแนะ นำ”  เกิดขึ้นก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  (Had offered)  ส่วน  “มอบรางวัล  หรือ  รางวัลถูกมอบ”  เกิดขึ้นทีหลัง (เพื่อเป็นการตอบแทนพนักงานเหล่านั้น)  จึงใช้  “Past simple”  (Were given)  ประโยคในลักษณะนี้  ส่วนใหญ่จะมีคำ  “Before”,  “After”  หรือ  “When”  ปรากฏอยู่ด้วย   ตัวอย่างประ โยคลักษณะนี้  ได้แก่

  • Dang had learnt English before he went to England.

(แดงได้เรียนภาษาอังกฤษก่อนแล้ว  ก่อนที่เขาจะไปอังกฤษ)

(การเรียนเกิดก่อน ใช้  “Past perfect”  การไปอังกฤษเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”)

  • When I called on Jim, his sister told me that he had left home.

(เมื่อผมไปเยี่ยมจิม  น้องสาวของเขาบอกผมว่า  เขาได้ออกจากบ้านไปแล้ว)

(“ออกจากบ้าน”  เกิดก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  ส่วน  “บอกผม”  เกิดทีหลัง  จึงใช้  “Past simple”)

  • We went out for a walk after we had eaten dinner.

(เราออกไปเดินเล่น  หลังจากที่เราได้กินอาหารค่ำแล้ว)

(กินอาหารค่ำเกิดก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  ออกไปเดินเล่นเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”)

  • When we reached the theater, the movies had started.

(เมื่อเราไปถึงโรงหนัง  หนังได้เริ่มฉายไปแล้ว)

(ไปถึงโรงหนังเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”  หนังฉายเกิดขึ้นก่อน  ใช้ “Past perfect”)

 

5. The hunter tried to feign (เฟน) death until the bear left and caused no harm to him.  

(นายพรานพยายาม  แสร้งทำ-แกล้งทำ  เป็นตาย  จนกระทั่งหมีจากไป  และไม่ได้ทำอัน ตรายกับตัวเขา)

(a) dread    (เดรด)  (หวั่นกลัว, เกรงกลัว, ลังเลที่จะทำ)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “ความหวาดกลัว,

       ความเกรงกลัว, ความเกรงขาม)

(b) flee    (หนี, หลบหนี)

(c) pretend    (แสร้งทำ, เสแสร้ง, หลอกลวง, อวดอ้าง, อ้างสิทธิ)

(d) desire    (ปรารถนา, ต้องการ, อยาก)

(e) tempt    (ล่อ, ยั่วยวน, ชวนใจ, ชักนำ, โน้มน้าว, ดึงดูด)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. It is not safe to eliminate all fat and starches from the diet.

(มันไม่ปลอดภัยที่จะ  กำจัด-ขจัด-ทำลาย-คัดออก-ขับไล่-ลบทิ้ง-ขับออก  ไขมันและแป้งทั้งหมดจากอาหารพิเศษเพื่อบำรุงสุขภาพ)

(a) adapt    (ปรับตัว, ปรับให้เหมาะ, ดัดแปลง)

(b) elucidate    (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, อธิบายอย่างละเอียด, ชี้แจงอย่างละเอียด)

(c) eradicate    (กำจัด, ทำลาย, ถอนรากเหง้า, ถอนรากถอนโคน)

(d) renovate     (เร้น-โน-เวท) (ทำใหม่, ปรับปรุงใหม่, ซ่อมแซม, ทำให้มีพลังใหม่-มีชีวิตชีวาใหม่, ทำให้กลับ

       สู่สภาพเดิม)

(e) enthrall    (อิน-ธร่อล)  (สะกดใจให้ลุ่มหลงเหมือนด้วยเวทมนตร์, ทำให้หลงใหล, ทำให้เคลิบเคลิ้มรื่นรมย์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. The champion will have to confront (คัน-ฟรั้นท) his formidable opponent in the ring soon.

(แชมเปี้ยนจำเป็นจะต้อง  เผชิญหน้ากับ-พบกับ  คู่ต่อสู้ที่น่ากลัว (เอาชนะได้ยาก) ของตนบนเวที (มวย) ในเร็วๆนี้)  (คือ  ต้องชกกับคู่ต่อสู้)

(a) confuse    (ทำให้งงหรือสับสน, ทำให้วุ่นวาย)

(b) encounter    (เผชิญหน้า, ปะทะ, พบ, ประสบ, พบโดยบังเอิญ)

(c) berate    (ด่า, ตำหนิอย่างรุนแรง)

(d) admonish    (เตือน, ตักเตือน, ว่า, ตำหนิ)

(e) dismay    (ทำให้สลดใจและตกใจ, ทำให้หดหู่, ทำให้ใจหาย, ทำให้อกสั่นขวัญหาย)  (มักมีเรื่องความ

       ผิดหวังปนอยู่ด้วยมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. __________________________________________ were sold before the end of the month.

(_______________________________________________________ ถูกขายไปก่อนสิ้นเดือน)

(a) A large amount of products

(b) Much of the products

(c) Many of the products    (ผลิตภัณฑ์จำนวนมาก)

(d) A great deal of products

ตอบ   –   ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้  “Many”  กับคำนามนับได้  พหูพจน์  (Products)  ส่วน  “A large amount, Much, A great deal”  ล้วนแต่ใช้กับนามนับไม่ได้  (และเป็นเอกพจน์เสมอ)  เช่น

  • Much money (เงินจำนวนมาก),  Much sugar (น้ำตาลจำนวนมาก)
  • A large amount of meat (เนื้อปริมาณมาก), A large amount of furniture (เฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก)
  • A great deal of patience (ความอดทนอย่างมาก), A great deal of rice (ข้าวปริมาณมาก)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป