หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 587)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. To distribute paper or books to a class is to hand them _______________________________.  

(การแจกกระดาษหรือหนังสือให้เด็กนักเรียนในชั้นเรียน  คือ การแจกจ่ายมัน _________________)

(a) up

(b) down

(c) out   (ออกไป)  (“hand out” =  แจกจ่ายออกไป, ให้ไป)

(d) off

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. While trying to decide ____________ road to take, we made a wrong turn, and got completely lost.

(ในขณะที่กำลังพยายามที่จะตัดสินใจว่าจะใช้ถนน _________,  เราเลี้ยวผิด  และหลงทางโดยสิ้นเชิง)

(a) which    (สายใด)

(b) what

(c) where

(d) the

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Noun clause” (Which road we should take)  ซึ่งทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Decide”  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”   ในหมวดข้อสอบ  STRUCTURE  ตอนที่  ๕๗๕  ข้อ  ๘

 

3. My school begins at _______________________________________________________.

(โรงเรียนของผมเริ่มเรียนเวลา _____________________________________________)

(a) thirty minutes past eight    (ผ่านแปดโมงไป  ๓๐  นาที)  (ไม่ใช้รูปนี้  ต้องใช้  “Half past eight”)

(b) a half past eight    (ไม่ใช้รูปนี้  คือ ไม่ต้องมี  “A”)

(c) thirty minutes to nine    (อีก  ๓๐  นาทีจะถึงเก้าโมง)  (ไม่ใช้รูปนี้  ต้องใช้แบบ ข้อ  “d”)

(d) half past eight    (แปดโมงครึ่ง)  (หรือ  Eight thirty)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  มีหลักคือ  ถ้าเข็มนาฬิกาอยู่ที่  ๓๐  นาทีพอดี  ต้องใช้  “Half past……..…..”  เช่น  “Half past eight”  (แปดโมงครึ่ง)  หรือ  “Eight thirty”  แต่ถ้าเลย  ๓๐ นาทีขึ้นไป  เช่น  ๓๕  นาที  ต้องใช้  “To”  กับจำนวนนาทีที่จะไปถึงชั่วโมงต่อไป  เช่น  “๘.๓๕ น.”  ใช้   “Twenty-five to nine”  หรือ  “Eight thirty-five

 

4. __________ at a river ford on the Donner Pass route to California, the city of Reno grew as bridges and railroads were built.

(______ ณ ที่ตื้นของแม่น้ำที่คนลุยข้ามได้  บนเส้นทางด่าน (ทางผ่าน) ดอนเนอร์ที่ไปสู่รัฐแคลิฟอร์เนีย,  เมืองรีโนเจริญเติบโตขึ้น  ในขณะที่สะพานและทางรถไฟได้ถูกสร้างขึ้น)

(a) Settle

(b) To settle

(c) It was settling

(d) Having been settled    (เมื่อได้ถูกผู้คนตั้งรกรากแล้ว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประธานของประโยค  (The city of Reno)  เป็นผู้ถูกกระทำ  คือ  “ถูกตั้งรกรากโดยผู้คน”  จึงต้องใช้ในรูป  “Passive voice”  (Past participle)  คือ  กริยาช่องที่  ๓  (Verb 3)  แต่ในกรณีของประโยคข้างบน  ใช้โครงสร้าง  (Perfect participle phrase  ในแบบ  Passive voice)  (Having + Been + Verb 3……....)   คือ  ต้องการบอกว่า  เหตุการณ์ที่เมืองรีโนถูกตั้งรกรากโดยผู้คน  ได้เกิดขึ้นขึ้นก่อนเหตุการณ์ที่เมืองนี้เจริญเติบโต  หรือ  เหตุการณ์ที่กล่าวถึงในตอนแรก (เมืองถูกตั้งรกราก)  ได้เกิดขึ้นเสร็จสิ้นไปแล้ว  เหตุการณ์ที่กล่าวถึงทีหลัง  (เมืองเจริญเติบโต)  จึงได้เกิดตามมา,  อย่างไรก็ตาม  ถ้าไม่ต้องการเน้นว่าเหตุการณ์แรก (ในรูปวลี) เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์หลัง  (คือ  เหตุการณ์ทั้ง  ๒  เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน)  ก็อาจใช้โครงสร้างดังข้างล่าง

  • Settled at a river ford on the Donner Pass route to California, the city of Reno grew as bridges and railroads were built.

(เมืองถูกตั้งรกรากโดยผู้คน  เกิดขึ้นพร้อมๆ กับเมืองเจริญเติบโต)  (เป็นไปได้  ถือว่าถูกหลักไวยากรณ์  แต่ความหมายไม่ดีเหมือนกับประโยคใน ข้อ    ที่เน้นว่า  เหตุการณ์ในวลี  เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในประโยค  -  คือ  เมืองถูกตั้งรกรากโดยผู้คน  เกิดขึ้นก่อนที่เมืองจะเจริญเติบโต)

                  ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ที่ใช้โครงสร้างต่างกัน  และความหมายต่างกันเล็กน้อย  ทั้งในแบบ  “Active voice”  และ  “Passive voice”  เช่น

  • Having eaten my breakfast, I went to school.

(กินอาหารเช้าเสร็จแล้ว  ผมไปโรงเรียน)  (ความหมายดี  เป็นไปได้  ถูกหลักไวยากรณ์)

  • Eating my breakfast, I went to school.

(กินข้าว  ผมไปโรงเรียน)  (ความหมายไม่ดี  เพราะกินข้าว  และไปโรงเรียนเกิดขึ้นพร้อมกัน  ซึ่งเป็นไปไม่ได้  ดังนั้น  ประโยคนี้จึงผิดไวยากรณ์)

  • Having walked along the road, I met my old friend.

(ได้เดินไปตามถนน (สักพักหนึ่ง)  ผมพบเพื่อนเก่า)  (ประโยคนี้ใช้ได้  ความหมายดี  และถูกหลักไวยากรณ์)

  • Walking along the road, I met my old friend.

(เดินไปตามถนน  ผมพบเพื่อนเก่า)  (ประโยคนี้ถูกหลักไวยากรณ์  คือ  “เดิน”  และ  “พบเพื่อน”  เกิดขึ้นพร้อมกัน  จึงเป็นไปได้)

                 สำหรับประโยคทั้ง  ๔  ข้างบนอยู่ในรูป  “Active voice”  เพราะประธานของประโยค  (อยู่หลังคอมม่า)  เป็นผู้ทำกริยาที่ขีดเส้นใต้  โดยประโยคที่  ๑  และ  ๓  วลีที่ขีดเส้นใต้  เรียกว่า  “Perfect participle phrase” (ในแบบ  “Active voice”)  ส่วนวลีที่ขีดเส้นใต้ในประโยคที่  ๒  และ  ๔  เรียกว่า  “Present participle phrase”  สำหรับประโยคข้างล่างต่อไปนี้  อยู่ในรูป  “Passive voice”  เหมือนกับประโยคใน ข้อ 

  • Having been bitten by the snake, the dog died.

(ถูกกัดโดยงูแล้ว  สุนัขตาย)  (งูกัดเกิดก่อน  สุนัขตายเกิดทีหลัง)  (เป็นไปได้  ถูกหลักไวยากรณ์)

  • Bitten by the snake, the dog died.

(ถูกกัดโดยงู  สุนัขตาย)  (ทั้ง  ๒  เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน)  (ใช้ได้  ถูกหลักไวยากรณ์)

  • Having been seen by the tiger, the hunter ran away.

(ถูกเห็นโดยเสือแล้ว  นายพรานวิ่งหนีไป)  (ถูกเห็นโดยเสือเกิดขึ้นก่อน  นายพรานวิ่งหนีเกิดขึ้นทีหลัง)  (ใช้ได้  ถูกหลักไวยากรณ์)

  • Seen by the tiger, the hunter ran away.

(ถูกเห็นโดยเสือ  นายพรานวิ่งหนีไป)  (ทั้ง  ๒  เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน)  (ใช้ได้  ถูกหลักไวยากรณ์)

  • Having been arrested by the police, she claimed innocence.

(ถูกตำรวจจับแล้ว  เธออ้างความบริสุทธิ์)  (ถูกตำรวจจับเกิดขึ้นก่อน  อ้างความบริสุทธิ์เกิดทีหลัง) (ใช้ได้  ถูกหลักไวยากรณ์)

  • Arrested by the police, she claimed innocence.

(ถูกตำรวจจับ  เธออ้างความบริสุทธิ์)  (ทั้ง  ๒  เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน)  (ใช้ได้  ถูกหลักไวยากรณ์)

                 ประโยคที่  ๑, ๓ และ ๕  เรียกว่า  “Perfect participle phrase”  (ในแบบ  “Passive voice”)  ส่วนประโยคที่  ๒, ๔ และ ๖  เรียกว่า  “Participle phrase”  (ในแบบ  “Passive voice)

 

5. Some fables became children’s favorites because of their simple, lucid examples of right and wrong and their animal characters.

(นิทานที่ให้คติสอนใจบางเรื่อง  กลายเป็นของโปรดปรานของเด็กๆ  เนื่องมาจากตัวอย่างที่ง่ายๆ และ  ชัดเจน-แจ่มแจ้ง-เข้าใจได้ง่าย  ของสิ่งที่ถูกและผิด  และตัวละครที่เป็นสัตว์ในนิทานนั้นๆ)

(a) clear    (ชัดเจน, เข้าใจได้ง่าย, แจ่มแจ้ง, ใส, สว่าง, ใสสะอาด, แจ้ง, โล่ง, ไม่ขุ่น, ไม่มีฝุ่น,

      ไม่มีหนี้สิน, ไร้มลทิน)

(b) valuable    (มีค่า)

(c) comparative    (ซึ่งเปรียบเทียบ)

(d) instructive    (ซึ่งให้คำแนะนำหรือสั่งสอน)

(e) improvised    {(ทำแบบ)ไม่ได้มีการตระเตรียมมาก่อน หรืออย่างทันทีทันควัน}

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

6. The experts decided that the painting was a genuine (เจ๊น-ยู-อิ้น) Michael Angelo.

(ผู้เชี่ยวชาญชี้ขาดว่า  ภาพเขียนเป็น (ฝีมือ) ของไมเคิล แอนเจโล  จริงๆ-แท้-แท้จริง-จริงใจ-ไม่เสแสร้ง)

(a) real    (แท้, จริง)

(b) valuable    (มีค่า)

(c) artificial    (ปลอม, เทียม, ไม่แท้, ทำขึ้นเอง, ประดิษฐ์ขึ้นเอง)

(d) defective    {(รถ) เสีย, มีรอยตำหนิ, บกพร่อง, ไม่ปกติ, ไม่สมบูรณ์, พิการ}

(e) proficient    (พรอ-ฟิ-เชิ่นท)  (ชำนิชำนาญ, คล่องแคล่ว)

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

7. In 1887, Venezuela severed (เซฟ-เว่อะ-ดึ) diplomatic ties with Great Britain.

(ในปี  ๑๘๘๗  เวเนซูเอล่า  ตัดสัมพันธไมตรี-ตัดขาด-แยกออก-แบ่งแยก-แยกแยะ  ความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหราชอาณาจักร)

(a) established    (สร้าง, จัดตั้ง, สถาปนา)

(b) restored    (บูรณะ, ฟื้นฟู, ปฏิสังขรณ์)

(c) cut off    (ตัด – ความสัมพันธ์)

(d) suspended     (พักไว้ชั่วคราว, ระงับไว้ชั่วคราว, ยกเลิกชั่วคราว, ให้พักงาน, แขวน, ลอยตัว)

(e) implored    (อ้อนวอน, วิงวอน, ขอร้อง, เรียกร้อง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  Sever (เซฟ-เว่อะเป็นคำกริยา  โดยมีคำนาม  คือ  Severance (เซฟว-เวอ-เรินซ)  หมายถึง  “การตัดสัมพันธไมตรี, การตัดขาด, การแตกแยก, การแยกออกจากกัน, การแบ่งออกเป็นส่วนๆ”  ทั้งนี้  อย่าสับสนกับ  Severe (ซี-เวี่ยร์)  ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  หมายถึง  “รุนแรง, ดุเดือด, เข้มงวด, กวดขัน, เคร่ง, เคร่งขรึม, เคร่งครัด, เอาจริงเอาจัง, หนาวจัด, ร้ายแรง, สาหัส, เรียบง่าย”  โดยมีคำนาม  คือ  Severity  (ซี-เวี้ย-ริ-ที่)  เช่นในประโยคข้างล่าง    

  • The blast caused severe damage and heavy loss of life.

(การระเบิดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง  และการสูญเสียชีวิตจำนวนมาก)

  • It is expected that Russian aggression in Ukraine will certainly create a severe shortage of food worldwide.

(มันถูกคาดการณ์ว่าการรุกรานของรัสเซียในยูเครน  จะทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงทั่วโลก)

  • The company has been under severe pressure to cut costs.

(บริษัทอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างรุนแรงให้ต้องตัดค่าใช้จ่าย)

  • A fire had severely damaged part of the school.

(ไฟไหม้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงกับส่วนหนึ่งของโรงเรียน)

  • Bad weather severely hampered the emergency services.

(อากาศที่เลวร้ายเป็นอุปสรรคอย่างรุนแรงต่อการให้บริการฉุกเฉิน)

  • The price rise affected the Third World countries with special severity.

(การขึ้นราคา – สินค้า, น้ำมัน – มีผลกระทบต่อประเทศโลกที่สามด้วยความรุนแรงเป็นพิเศษ)

  • I hope the new teacher won’t be too severe with his students.

(ฉันหวังว่าคุณครูคนใหม่จะไม่เข้มงวดเกินไปกับนักเรียนของตน)

  • I was his severest critic.

(ฉันเป็นนักวิจารณ์ที่ดุเดือดที่สุดของเขา)  (ฉันวิจารณ์เขารุนแรงที่สุด)

  • The prisoners were given severe penalties.

(นักโทษได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง)

  • Mrs. Smith was a harsh mother and imposed severe discipline.

(นางสมิธเป็นแม่ที่แข็งกร้าว  และวางระเบียบที่เข้มงวด – กับลูกๆ ของเธอ)

  • They were severely punished.

(พวกเขาถูกลงโทษอย่างรุนแรง)

  • Opponents of President Putin are given prison sentences of excessive severity.

(ผู้ต่อต้าน – ฝ่ายตรงข้าม – ประธานาธิบดีปูติน  ได้รับการตัดสินลงโทษจำคุกด้วยความรุนแรงอย่างมากเกิน)

  • He spoke to her in a severe voice.

(เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรขาดความเมตตา)

 

8. ___________________________________ in the diet is especially important for vegetarians.

(_______________________________ ในอาหาร  มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับนักมังสวิรัติ)

(a) Enough protein is obtained

(b) They obtain enough protein

(c) Obtaining enough protein    (การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ)

(d) By obtaining enough protein

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Obtaining”  เป็น  Gerund (Verb + ing)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Enough protein in the diet  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Is”  เป็นกริยา  ส่วนข้อความที่เหลือ  เป็นส่วนขยายกริยา  ทั้งนี้  สามารถใช้  Infinitive with to (To + Verb 1)  แทนได้  เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  ดังข้างล่าง

  • To obtain enough protein in the diet is especially important for vegetarians.

(การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอในอาหาร  มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับนักมังสวิรัติ)

                  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Gerund”  (Verb + ing)  และ  Infinitive with to (To + Verb 1)  เป็นประธานของประโยค  (ของกริยา)  โดยถือเป็นคำนามเอกพจน์  และต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป