หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 584)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. I _________________________________________________ with the result of my exam.

(ผม__________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภท “Satisfy, Excite, Interest, Disappoint, Please, Attract, Frighten, etc.”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • My cousin was very _______________________________________ when he got the job.

(ญาติของฉัน _________________________________________ มาก  เมื่อเขาได้งานทำ)

(a) surprise    (ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ฉงน)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “ความประหลาดใจ, ความฉงนสนเท่ห์)

(b) surprising    (น่าประหลาดใจ)   

(c) surprised    (มีความประหลาดใจ, รู้สึกประหลาดใจ)

(d) surprises

ตอบ  -  ข้อ  (c

                                  ตัวอย่างที่

  • This memo is _____________________________________________ the previous one.

(บันทึกความจำนี้ ______________________________________ บันทึกฯ ฉบับก่อนหน้านี้)

(a) as confusing

(b) confusing as

(c) as confusing as    (น่าสับสนเท่าๆ กันกับ)

(d) as confused as    (รู้สึกสับสนเท่าๆ กันกับ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  Confuse  (ทำให้สับสน-งุนงง) จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • The financial team ___________________________________ that the offer was rejected.

(ทีมการเงิน _______________________________________ ว่าข้อเสนอได้รับการปฏิเสธ)

(a) was disappointed    (รู้สึกผิดหวัง)

(b) were disappointed

(c) was disappointing    (น่าผิดหวัง)

(d) were disappointing

ตอบ  -  ข้อ  (a)

                                  ตัวอย่างที่

  • Mr. Steven was very __________________________________ when he got a promotion.

(มิสเตอร์สตีเว่น _______________________________ มาก  เมื่อเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่ง)

(a) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(b) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) excites

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่

  • After 1945, Australia became _________________________ in the Southeast Asian market.

(หลังปี  ๑๙๔๕  ออสเตรเลียเริ่ม ________________________ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) interesting    (น่าสนใจ)

(b) interested    (มีความสนใจ, รู้สึกสนใจ)

(c) interest    (ทำให้สนใจ)

(d) to interest

ตอบ   -   ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ  “Interest”  เช่น  “Excite, Surprise, Attract, Disappoint, etc.”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่

  • The lecturer used so many long and difficult words that I felt very ____________________.

(ผู้บรรยายใช้คำที่ยืดยาวและยากจำนวนมาก  จนกระทั่งผมรู้สึก _________________ อย่างมาก)

(a) confuse    (ทำให้งุนงง-สับสน)

(b) confusing    (น่างุนงง-สับสน)

(c) confused    (งุนงง-สับสน)

(d) confusion    (ความงุนงง-สับสน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่

  • The food was delicious.  That was a ______________________________________ meal.

(อาหารอร่อย  นั่นเป็นมื้ออาหารที่ ____________________________________________)

(a) satisfied    (รู้สึกพอใจ)

(b) satisfying    (น่าพึงพอใจ)

(c) satisfy    (ทำให้พอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                 ตัวอย่างที่

  • Bill heard that he had won a scholarship.  The news _______________________________. 

(บิลได้ยินว่าเขาได้รับทุนการศึกษา  ข่าวนี้ ______________________________________)

(a) were excited

(b) was exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) was excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) were exciting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้   และถือเป็นเอกพจน์เสมอ   จึงต้องใช้กับ  “Was

                                  ตัวอย่างที่

  • My friend ______________________________________ when his requests were refused.

(เพื่อนของผม _______________________________ เมื่อคำร้องขอของเขาได้รับการปฏิเสธ)

(a) upset

(b) was upset    (รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ)

(c) was upsetting

(d) had upset

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “To upset”  หมายถึง  “ทำให้สับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ” (กริยา  ๓  ช่อง  คือ  “Upset, Upset, Upset”)  ส่วน  “To be upset”  =  “รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”  และ  “To be upsetting”  =   “น่าสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ  

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • My letter is very long.  I hope you won’t find it ___________________________________.

(จดหมายของผมยาวมาก  ผมหวังว่า  คุณคงจะไม่พบว่ามัน ____________________________)

(a) bore

(b) bored    (รู้สึกเบื่อหน่าย)

(c) boring    (น่าเบื่อหน่าย)

(d) to bore    (ทำให้เบื่อหน่าย)

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

                                  ตัวอย่างที่ ๑๑

  • I am ______________________________________________ in science, not in English.

(ผม ________________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested     (มีความสนใจ)

(d) to interest     (ทำให้สนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                   ตัวอย่างที่  ๑๒

  • He is _________________________________________________________ a house.

(เขา __________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting      (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                   ตัวอย่างที่  ๑๓

  • It will take me quite some time to get him ________________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา _______________________ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ)

(d) interesting      (น่าสนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๔

  • The little girl was very _____________________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆคนนั้น _____________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited     (รู้สึกตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ )

หมายเหตุ  –  ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้  “Surprising”  เนื่องจาก  “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”  แต่ถ้าใช้ในรูป  “Is (are, was, were) surprising”  จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “Is (am, are, was, were) surprised”  จะมีความหมายว่า  “มีความรู้สึกประหลาดใจ”  ดังตัวอย่างประโยค เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)  (ในอดีต)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)  (ในอดีต)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)  (ในอดีต)

                                          คำกริยาประเภทเดียวกับ “Surprise” ได้แก่

satisfy – ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint – ทำให้ผิดหวัง

attract – ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse – ทำให้สนุกหรือขบขัน

please – ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy – ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse – ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise – ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass – ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle – ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate – ทำให้โกรธ

astonish – ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate – ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify – ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                  กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้  มีหลักการใช้คือ

                  . ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”   จะมีความหมายว่า  “ทำให้”  คือตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ขึ้นแก่ผู้อื่น  เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.  (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone.  (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers.   (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class.   (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                  ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + is (am, are, was, were) + Verb +ing}  หรือ  Verb +ing + Noun  มีความหมายว่า  “น่า............”  หรือ  “ซึ่งน่า............”  กริยาที่เติม  “ing”  พวกนี้  ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้  เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.  (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating(past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing(past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆ น่าอับอายมาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.  (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)

{มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ”  เหมือนกับประโยค  He is walking. (เขากำลังเดิน)present continuous tense}

                . ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้   แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น  “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + Verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆ ขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “........... ถูกทำให้รู้สึก ............ ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ ............”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า   “............ มีความรู้สึก ..........ตื่นเต้น,  ตกใจ,  ผิดหวัง,  พอใจ ..............”  เช่น

  • We are interested in German.  (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.  (present tense)

(พวกเขา (รู้สึก) ดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.  (past tense)

(ผม (รู้สึก) ตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.  (past tense)

(ผม (รู้สึก) เหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.  (past tense)

(เธอ (รู้สึก) มีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.  (past tense)

(พวกเรา (รู้สึก) ผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.  (present tense)

(คนส่วนมาก (รู้สึก) กลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.   (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

2. The light from a laser differs _______ produced by other sources, such as electric bulbs, fluorescent lamps, and the sun.

(แสงจากเครื่องสร้างลำแสงเลเซอร์แตกต่าง ________ (ซึ่ง) ถูกสร้างโดยแหล่งอื่นๆ  เช่น  หลอดไฟฟ้า, หลอดไฟฟ้าที่สร้างแสงจากสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ข้างในหลอด, และดวงอาทิตย์)

(a) the light that is

(b) from the light    (จากแสง)

(c) and the light

(d) the light can be

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากกริยา  “Differ”  ใช้กับ  “From”  และลดรูปมาจากอนุประโยค  “………differs from the light which (that) is produced…...… ทั้งนี้  อาจตอบ  “…...….differs from that (which is) produced…….....”  ก็ได้  คือ  ใช้  “That”  แทน  “Light”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้,  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The air of the hills is cooler than ____________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า _______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “The air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That”  และตามด้วย  “of the plains”  เพื่อให้สมดุลกันกับ  The air of the hills,  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้  “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์  ให้ใช้  “Those”  แทน,  สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจากจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง  “อากาศ”  และ  “ที่ราบ”  มิใช่   “อากาศของเนินเขา”  และ  “อากาศของที่ราบ”  ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบเทียบ  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (Book  เป็นนามเอกพจน์นับได้  จึงต้องใช้  One  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (Students  เป็นนามพหูพจน์  จึงต้องใช้  Those  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)  (Knowledge  เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้  That  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

3. The United States Congress made Washington, D.C. ___________________________ in 1800.

(สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ได้ทำให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็น ____________________ ในปี  ๑๘๐๐)

(a) of the government center

(b) after the government center

(c) then the center of government

(d) the center of government    (ศูนย์กลางของการปกครอง หรือ รัฐบาล)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  มาจากโครงสร้าง  Subject + Make + กรรม +  ส่วนขยาย  (ประธานทำ – แต่งตั้ง - ให้ใครเป็นอะไร)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • The board of directors made Mr. Thomson the president of the company.

(คณะกรรมการแต่งตั้งให้มิสเตอร์ทอมสันเป็นประธานบริษัท)

  • The dean of the faculty made Mrs. Julia the head of the English department.

(คณบดีของคณะแต่งตั้งให้มิสซิสจูเลียเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาอังกฤษ)

 

4. That’s something very few men in our country do, __________________________________?

(นั่นเป็นบางสิ่งที่ผู้ชายน้อยคนมาก  ในประเทศของเราทำ ____________________________)

(a) isn’t that

(b) don’t they

(c) isn’t it    (ใช่หรือไม่)

(d) do they

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากในส่วน  “Tag”  ต้องใช้กริยาตามกริยาในประโยคใหญ่  คือ  “Is”  ที่มาจาก  “That’s”  (กริยาในประโยคย่อย  คือ  “Do”)  และในส่วน  “Tag”  ใช้  “It”  แทน  “This, That”  และใช้  “They”  แทน  “These, Those”,  และเพราะว่ากริยา  “Is”  เป็นบอกเล่า  ในส่วน  “Tag”  จึงต้องเป็นปฏิเสธ  (Isn’t)

 

5. Jim is a versatile (เว้อร์-ซะ-ไทล) man who can tackle all types of problems.  

(จิมเป็นคนที่  มีความสามารถรอบตัว-มีประโยชน์หลายอย่าง-สามารถปรับตัวได้ง่าย-อเนกประสงค์   ผู้ซึ่งสามารถรับมือ (จัดการ) กับปัญหาทุกประเภท)

(a) broad-minded    (ใจกว้าง)

(b) good-tempered    (อารมณ์ดี, ใจดี)

(c) perspicacious    (ปัญญาเฉียบแหลม, สายตาแหลม)

(d) resourceful    (สามารถรับมือสถานการณ์ได้ดี, มีความชำนาญดี, มีสติปัญญาดี, เจ้าความคิด, หัวดี,

       อุดมสมบูรณ์)

(e) isolated    (ไอ๊-สะ-เล-ทิด)  (โดดเดี่ยว, แยกตัว, ปลีกตัว)

ตอบ  -  ข้อ  (d

 

6. Most buyers look for inexpensive and durable (ดิ๊ว-ระ-เบิ้ล) products.

(ผู้ซื้อส่วนมากมองหาผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพงและ  ทนทาน-ใช้ทน-(ความรัก) ยั่งยืน)  (Durable  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “สิ่งของที่ใช้ทน”)

(a) tranquil    (แทร้ง-ควิล)  (สงบ, เงียบ, สงบเงียบ, สงบสุข, ราบรื่น, ปราศจากสิ่งรบกวน) 

(b) impromptu    (อิม-พร้อม-ทู่)  (ซึ่งไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน, กะทันหัน, ทันควัน, เฉพาะหน้า, การพูดหรือ

       การแสดงที่ไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน, กลอนสด) 

(c) lasting     (ทนทาน, ทน, คงทน, ยืนหยัด, ถาวร)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “สิ่งทอที่ทนทาน

       แข็งแรง”)  

(d) profuse    (โพร-ฟิ้วส์)  (มากมาย, มากเกิน, ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย) 

(e) indifferent    (อิน-ดิ๊ฟ-ฟะ-เริ่นท)  (ไม่สนใจ, ไม่แยแส, เมินเฉย, ไม่ใยดี, เป็นกลาง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

7. Because of lack of money, the sweetness of their matrimony turned sour.  

(เนื่องมาจากความขาดแคลนเงิน  ความหวานของ  การแต่งงาน-พิธีแต่งงาน  ของเขา (ทั้ง ๒) ได้กลายเป็น  เปรี้ยว (บูด, ไม่มีรสชาติ, ไม่สมใจ)

(a) marriage    (แม้ร์-ริจ) or married (แม้-รี่ด) life   (การแต่งงาน  หรือ  ชีวิตแต่งงาน)

(b) optimism    (การมองโลกในแง่ดี)

(c) dilemma    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจรเข้,

       ปัญหาที่ลำบาก)

(d) plagiarism    (เพล้-เจีย-ริ-ซึ่ม)  (การขโมยคัดลอกผลงานหรือบทประพันธ์, สิ่งที่ขโมยคัดลอกมา)

(e) consumption    (การบริโภค, การใช้)

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

8. Fog has always been _____________________________ hazards to car driving during winter.

(หมอกได้เป็นอันตราย __________________ ต่อการขับรถยนต์โดยเสมอมา  ในระหว่างหน้าหนาว)

(a) the greatest ones

(b) ones greatest

(c) the greatest of ones

(d) one of the greatest    (มากที่สุดอย่างหนึ่ง)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  ในโครงสร้าง  “One of the + Adjective (ขั้นสูงสุด)  + Noun (พหูพจน์)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง   

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Freezing is at present one of the ____________________ of preserving meats and vegetables.

(การทำให้เย็นจัดจนแข็ง  ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในบรรดา _____________ ในการเก็บรักษาเนื้อและผัก)

(a) most are important methods

(b) most methods are important

(c) most important methods    (วิธีที่สำคัญที่สุด)

(d) most of the important methods

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นตามโครงสร้าง  “One of the + Adjective (พยางค์สั้น) + Est + Noun (Plural)”  เช่น  One of the biggest boys - เด็กที่ตัวใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง,  One of the longest bridges สะพานที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งหรือ  “One of the + Most + Adjective (พยางค์ยาว) + Noun (Plural)”  เช่น  One of the most successful persons บุคคลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง,  One of the most beautiful women ผู้หญิงที่สวยมากที่สุดคนหนึ่ง  เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

              ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป