หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 570)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. I met ________________________________________________ on my way to the North.

(ผมพบ ________________________________________ ในระหว่างเดินทางไปภาคเหนือ)

(a) an old friend of mine    (เพื่อนเก่าของผมคนหนึ่ง)

(b) my friend of old

(c) an old friend of me

(d) one of old friends

ตอบ  -  ข้อ  (a)  สำหรับข้อ  (d)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “one of my old friends(เพื่อนเก่าของผมคนหนึ่ง)

 

2. We were just about to go for a picnic, _______________________________ it started to rain.

(เราจวนจะออกไปปิกนิกอยู่พอดี _____________________________________ ฝนเริ่มตก)

(a) unless    (ถ้า........................ไม่)

(b) as soon as    (ในทันทีที่)

(c) while    (ในขณะที่)  (มักตามด้วยโครงสร้าง  Continuous tense)

(d) when    (เมื่อ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำอื่นๆ จากตัวอย่างข้างล่าง

               ๑. Unless  =  ถ้า .................. ไม่,  ต้องตามด้วยประโยคบอกเล่า  (Subject + Verb)  เสมอ  เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มา  ถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา  ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

                   ๒.  As soon as  =  ในทันทีที่,  ตามด้วยประโยค หรือวลี

  • I will tell him as soon as he returns.

(ผมจะบอกเขาในทันทีที่เขากลับมา)

  • He would give her this present as soon as she arrived.

(เขาจะให้ของขวัญนี้แก่เธอ  ในทันทีที่เธอมาถึง)

  • We will begin our journey as soon as my sister arrives.

(เราจะเริ่มออกเดินทาง  ในทันทีที่น้องสาวของผมมาถึง)

  • They would start the work as soon as the contract was signed.

(พวกเขาจะเริ่มต้นงาน  ในทันทีที่สัญญาได้รับการลงนาม)

  • As soon as we get the tickets, we will send them to you.

(ในทันทีที่เราได้รับตั๋ว  เราจะส่งมันให้คุณ)

  • As soon as Jane got out of bed, the telephone stopped ringing.

(ในทันทีที่เจนลุกออกจากเตียง  โทรศัพท์หยุดดัง)

  • My legs cramped up as soon as I stopped walking.

(ขาของฉันเป็นตะคริว  ในทันทีที่ฉันหยุดเดิน)

  • Contact the police as soon as possible.

(จงติดต่อตำรวจโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้)

  • Let us know as soon as you can.

(บอกให้เรารู้ในทันทีที่คุณสามารถทำได้)

             ๓. While  =  ในขณะที่, ระยะเวลาหนึ่ง,  ตามด้วยประโยค หรือวลี  หรือ  Verb + ing

  • While I was overseas, she was in London studying.

(ในขณะที่ผมอยู่ต่างประเทศ  เธออยู่ในลอนดอนเรียนหนังสือ)

  • Bill stayed with Mom and me while Dad sat with Dr. Smith in the living-room.

(บิลอยู่กับแม่และฉัน  ในขณะที่พ่อนั่งอยู่กับหมอสมิธในห้องรับแขก)

  • They decided to seek a less expensive place to stay while in Paris.

(พวกเขาตัดสินใจเสาะหาสถานที่ซึ่งมีราคาแพงน้อยกว่าเพื่อพักอาศัย  ในขณะที่อยู่ในปารีส)

  • John talked to me about this while eating our dinner.

(จอห์นพูดกับฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้  ในขณะที่เรากำลังทานอาหารค่ำ)

  • Tom had taken out his handkerchief several times while talking to Jenny and blown his nose.

(ทอมล้วงผ้าเช็ดหน้าของเขาออกมาหลายครั้งในขณะที่คุยกับเจนนี่  และสั่งน้ำมูก)

  • One group of children was fairly stable while the second group was severely disturbed.

(เด็กกลุ่มหนึ่งค่อนข้างใจนิ่ง  ในขณะที่กลุ่มที่สองรู้สึกถูกรบกวน (ปั่นป่วน) อย่างรุนแรง)

  • Fred gambled his money away while Julia spent her all on dresses and bric-a-brac.

(เฟร็ดเล่นพนันเงินของเขาจนเกลี้ยง  ในขณะที่จูเลียใช้จ่ายเงินของเธอหมดไปกับเสื้อผ้าอาภรณ์และสิ่งของที่สะสม-ของเก่าของโบราณ)

  • Mary’s essay, while complete in content, had many grammatical errors.

(เรียงความของแมรี่,  ในขณะที่สมบูรณ์ในเนื้อหาสาระ,  มีที่ผิดไวยากรณ์หลายแห่ง)

  • They talked for a short while and then went home together.

(พวกเขาคุยกันช่วงเวลาสั้นๆ  และจากนั้นก็กลับบ้านด้วยกัน)

  • She asked me about the book that I read a little while ago.

(เธอถามผมเกี่ยวกับหนังสือที่ผมอ่านเมื่อชั่วครู่ที่ผ่านมา)

  • Peter is allowed to sleep a while longer.

(ปีเตอร์ได้รับอนุญาตให้นอนหลับต่อไปอีกครู่หนึ่ง)

  • It took quite a while to sort out all our luggage.

(มันใช้เวลาชั่วครู่หนึ่งในการจัดกระเป๋าเดินทางทั้งหมดของเราให้เป็นระเบียบ)

            .  When  =  เมื่อ,  ตามด้วยประโยค

  • The package was damaged when it arrived.

(หีบห่อได้รับความเสียหายเมื่อมันมาถึง)

  • They won’t be very happy when they see what a mess we’ve made.

(พวกเขาคงไม่มีความสุขนัก  เมื่อพวกเขาเห็นว่าเราได้ทำเละเทะ (สกปรกและไม่เป็นระ เบียบ) เพียงใด)  (อาจหมายถึงในห้องพัก  หรือสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง)

  • When was the last time you cleaned the garage ?

(คุณทำความสะอาดโรงรถครั้งสุดท้ายเมื่อไร)

  • When are you getting married ?

(คุณจะแต่งงานเมื่อไร)

  • He didn’t know when he was coming back.

(เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับมาเมื่อไร)

  • I can’t remember when I last wrote to her.

(ผมจำไม่ได้ว่าผมเขียนจดหมายถึงเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไร)

  • He left school when he was eleven.

(เขาออกจากโรงเรียนเมื่อเขาอายุ ๑๑ ปี)

  • When the weather was warm, all the children played in the park.

(เมื่ออากาศอบอุ่น  นักเรียนทั้งหมดเล่นในสวนสาธารณะ)

  • She was fatter than when he had last seen her.

(เธออ้วนกว่าเมื่อเขาเห็นเธอครั้งสุดท้าย)

  • There were times when I didn’t know what to do.

(มีอยู่หลายครั้งที่ (เมื่อ) ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร)  (ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร)

  • When I have free time, I always spend it fishing.

(เมื่อผมมีเวลาว่าง  ผมใช้มันในการตกปลาอยู่เสมอ)

  • Join us next week, when we shall be talking about solar energy.

(มาร่วมกับเราสัปดาห์หน้า  เมื่อเราจะสนทนากันเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์)

  • I was about to go to bed when I heard cars purr in the distance.

(ผมจวนจะเข้านอน  เมื่อผมได้ยินรถยนต์ทำเสียงเครื่องยนต์สั่นสะเทือนในระยะไกล)

  • We hadn’t gone ten miles when Sam decided he wanted to go home.

(เรายังไปได้ไม่ถึง ๑๐ ไมล์  เมื่อแซมตัดสินใจว่าเขาต้องการกลับบ้าน)

  • I will give this book to her when I see her.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่เธอ  เมื่อผมพบเธอ)

  • I would give this book to her when I saw her.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่เธอ  เมื่อผมพบเธอ)

 

3. I hope you will try ___________________________________________ harder next time.

(ผมหวังว่าคุณจะพยายามมากขึ้น __________________________________ ในคราวหน้า)

(a) less

(b) some

(c) little

(d) a little    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ในกรณีที่ต้องการบอกว่า  “ใหญ่กว่าเล็กน้อย”,  “หนาวกว่านิดหน่อย”,  “หนักกว่าเล็กน้อย”,  “เบากว่าเล็กน้อย”,  “แพงกว่านิดหน่อย”,   “ยากกว่านิดหน่อย”   ให้ใช้   “A little bigger, A little colder, A bit smaller, A little bit hotter, A little more important, A little more expensive”  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • I think things in this shop are  ______________________ cheaper than those in other shops.

(ผมคิดว่าสินค้าในร้านนี้ราคาถูกกว่าสินค้าในร้านอื่นๆ _______________________________)

(a) less

(b) more

(c) some

(d) a little    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

(e) very

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เมื่อขยายการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  เช่น  “ ใหญ่กว่า, ร้อนกว่า, แพงกว่า, ถูกกว่า”   และต้องการบอกว่าเพียง  “เล็กน้อย, นิดหน่อย”  ให้ใช้  “A little,  A bit  หรือ  A little bit”  ขยาย  เช่น  “A little bigger” (ใหญ่กว่านิดหน่อย),  A little hotter”  (ร้อนกว่าเล็กน้อย),  “A bit colder”  (หนาวกว่านิดหน่อย),  “A little more expensive”  (แพงกว่าเล็กน้อย),  “A bit more interesting”  (น่าสนใจกว่านิดหน่อย),  “A little bit more important”  (สำคัญกว่าเล็กน้อย)  เป็นต้น

       

4. Mathematics _________________________________________________ me very much.

(วิชาคณิตศาสตร์ ______________________ (แก่) ผมมากนัก)  (มิได้ทำให้ผมสนใจมากนัก)

(a) do not interest

(b) are not interesting

(c) is not interested    (ไม่รู้สึกสนใจ)

(d) does not interest    (มิได้ทำให้สนใจ)

(e) are not interested

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Mathematics”  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดังนั้น  จึงต้องใช้กับกริยา  “Does, Is, Was”  ดูเพิ่มเติมคำนามประเภทวิชาซึ่งถือเป็นเอกพจน์  จากตัวอย่างข้างล่าง

                   ตัวอย่างที่ 

  • ____________________________________________________ a childhood disease.

(________________________________________________________ โรคในวัยเด็ก)

(a) Measle is

(b) Measles are

(c) Measles is    (โรคหัด – อีสุกอีใส – เป็น)

(d) Measle are

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Measles”  (โรคหัด)  ต้องเติม  “S”  ข้างท้ายเสมอ  และถือเป็นคำนามเอกพจน์  จึงต้องใช้กับกริยาเอกพจน์ด้วย  (ในที่นี้  คือ  “Is”)  ดูเพิ่มเติมคำนามเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย  “S”  และต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่             จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

  • (1) Basic knowledge of (2) mathematic and electronics was (3) used to develop the high-speed (4) electronic computer.

(ความรู้พื้นฐานของคณิตศาสตร์และอิเล็คทรอนิคส์  ถูกใช้เพื่อพัฒนาคอมพิวเตอร์อิเล็คทรอนิคส์ความเร็วสูง)

ตอบ  -  ข้อ  ๒  แก้เป็น  “mathematics”  เนื่องจาก  (คณิตศาสตร์)  ต้องเติม  “S”  เสมอ  แต่ถือเป็นเอกพจน์

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Physics ________ taught in most American universities and said to be much more difficult than social science.

(วิชาฟิสิกส์ _________ สอนในมหาวิทยาลัยอเมริกันส่วนใหญ่  และถูกกล่าวว่ายากกว่าสังคมศาสตร์อย่างมาก)

(a) are

(b) have been

(c) is    (ถูก)

(d) will be

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากชื่อวิชา  ที่แม้จะมีรูปพหูพจน์  แต่ถือเป็นคำนามเอกพจน์  และต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  เช่น  “Economics  (เศรษฐศาสตร์), Phonetics  (วิชาการออกเสียง), Statics  (สถิตศาสตร์), Dynamics  (พลศาสตร์), Statistics  (วิชาสถิติ), Psychics  (จิตศาสตร์), Aeronautics  (วิชาการบิน), Astrophysics  (วิชาว่าด้วยส่วนประกอบของดวงดาว), Aesthetics  (วิชาว่าด้วยหลักความงาม), Mathematics  (คณิตศาสตร์), Politics (การเมือง), รวมทั้ง  News  (ข่าว), Mumps  (โรคคางทูม), Measles  (โรคหัด),  Means  (วิธี), Ashes  (เถ้าถ่านศพ), Alms  (ทาน),  Billiards  (กีฬาบิลเลียด), Cross-roads  (จุดที่ถนน ๒ สายมาตัดกัน)  เช่น

  • A cross-roads is a place where two roads cross.

(๔ แยก – หรือทางแยก – คือที่ซึ่งถนน ๒ สายมาตัดกัน)

  • Politics is the subject he is very interested in.

(การเมืองเป็นหัวเรื่องที่เขาสนใจเป็นอย่างมาก)

  • Mathematics is a required subject.

(คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่จำเป็น)

  • Statistics is too difficult for me to understand.

(วิชาสถิติยากเกินไปสำหรับผมที่จะเข้าใจ)

 

5. Our taxi driver paused briefly on the way to the airport to vilify (วิ้ล-ลิ-ไฟ) the driver of the car that had nearly forced him off the road.

(คนขับรถแท็กซี่ของเราหยุด (จอด) รถช่วงสั้นๆ ในระหว่างทางไปสนามบิน  เพื่อที่จะ  ด่าว่า-ประณาม-สบประมาท-ใส่ร้าย-ให้ร้าย-ทำให้เสียชื่อเสียง-ประจาน   คนขับรถ (คู่กรณี) ซึ่งเกือบจะบังคับให้ (รถ) เขาตกจากถนน)  (หมายถึง  คนขับรถแท็กซี่ถูกขับรถเบียด  หรือขับแซงสวนเลนมา  ทำให้ต้องหักหลบจนเกือบตกถนน)

(a) assent    (อะ-เซ้นท)  (ตกลง, ยินยอม, ยอมรับ)   (เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง การตกลง, การยินยอม) 

(b) astound    (แอส-เทานด)  {ทำให้งงงวย, ทำให้ตกใจ (ด้วยความประหลาดใจ)}

(c) chide; defame   (ด่าว่า;  ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

(d) confiscate    (ค้อน-ฟิส-เคท)  (ยึด, ริบ) 

(e) crave    (เคร้ฟว)  (๑. กระหาย, อยากได้มาก, ต้องการ, ปรารถนา,  ๒. อ้อนวอน, วิงวอน, ร้องขอ) 

ตอบ  –  ข้อ  (c)

 

6. During the 1930’s a long period of drought (เดร้าท) turned the Midwestern United States into a dustbowl.  

(ในระหว่างทศวรรษ  ๑๙๓๐  ช่วงเวลายาวนานของ  ความแห้งแล้ง-การขาดแคลนที่ยาวนาน-ฤดูแล้ง  ได้เปลี่ยนภาคตะวันตกตอนกลางของสหรัฐฯ  ให้กลายเป็นสนาม (แบบมีลักษณะเป็นชาม) ของฝุ่นละออง)  (คือ  มีแต่ดินทรายและฝุ่นละอองอันเนื่องมาจากความแห้งแล้ง)

(a) flash floods    (น้ำท่วมฉับพลัน)

(b) monsoon winds    (ลมมรสุม)

(c) dry weather    (อากาศแห้งแล้ง)

(d) rain and sleet    (ฝน และฝนลูกเห็บหรือหิมะ)

(e) heavy snowstorm    (พายุหิมะอย่างหนัก)

ตอบ  –  ข้อ  (c)

 

7. Sarah is very enthusiastic (เอน-ธิว-ซิ-แอส-ทิค) about learning to read.

(ซาร่า  กระตือรือร้น-มีใจจดจ่อ-มีศรัทธาแรงกล้า-เร่าร้อน  อย่างมาก  เกี่ยวกับการเรียนวิธีอ่านหนังสือ) 

(a) fabulous    (แฟ้บ-บิว-ลัส)  (วิเศษ, ยอดเยี่ยม, โกหก, เป็นเรื่องนิทาน)   

(b) bucolic    (บิว-ค้อล-ลิค)  (บ้านนอก, เกี่ยวกับคนเลี้ยงแกะ)

(c) energetic    (เอน-เนอะ-เจ๊ท-ทิค)  (ขะมักเขม้น, มีพลัง, ชอบทำงาน, มีกำลังวังชา)

(d) obstinate    (ดื้อดึง, ดื้อรั้น, หัวแข็ง, บังคับไม่อยู่, ควบคุมได้ยาก, เอาชนะได้ยาก, ข่มยาก, ดันทุรัง)

(e) eccentric    (ประหลาด, พิกล, ผิดปกติ, วิตถาร)

ตอบ  –  ข้อ  (c)

 

8. Yesterday there was a car accident on Belmont Street, and it took _________ nearly an hour to get the traffic on the move again.

(เมื่อวานนี้  มีอุบัติเหตุรถยนต์บนถนนเบลมอนต์  และมันทำให้ _________ ใช้เวลาเกือบ  ๑  ชั่วโมง  ในการทำให้การจราจรเคลื่อนไหวต่อไปได้อีก)

(a) the police    (เจ้าหน้าที่ตำรวจ)

(b) a police

(c) police

(d) policeman

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Police” มี  ๒  ความหมาย  คือ  ๑. สถาบันตำรวจ  ๒. เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  และต้องใช้กับ  “The”  เสมอ  ทั้งนี้  อาจตอบว่า  “A policeman”  (ตำรวจคนหนึ่ง)  หรือ  “Policemen”  (ตำรวจหลายคน)  ก็ได้  ดยม่ต้องใช้  “The”  เนื่องจากไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่า  เป็นตำรวจคนใด หรือกลุ่มใด

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป