หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 569)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. It is no use _____________________________________________________ on like this. 

(ไม่มีประโยชน์ที่จะ ___________________________________ ต่อไปเช่นนี้ - หรือ ในแบบนี้)

(a) to go

(b) go

(c) going    (ดำเนิน)

(d) if go

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “No use” (ไม่มีประโยชน์)  +  Verb + ing  ดูเพิ่มเติมคำกริยา หรือวลีที่ต้อง  + Verb + ing  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

 A: Is your brother going to camp?”

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

 B: He signed up, but he’s considering ____________________________________________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา _______________________________________)

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Consider + Verb + ing”  =  “พิจารณาทำ.............”  ส่วน  “Consider + Not + Verb + ing” =    “พิจารณาไม่ทำ..............” เช่น   “She considered not applying for the job.” (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ดูจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • I don’t mind ____________________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ _____________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Mind + Verb + ing

                                  ตัวอย่างที่  

  • He keeps _________________________________________ the most outrageous things.

(เขา _____ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ เกะกะระราน, รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ  -  ข้อ  (c)  กริยา  “Keep” =  .........ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ),  Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)

                                  ตัวอย่างที่  

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing ________________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร ___________ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)

                                 ตัวอย่างที่  

  • I can’t help _________________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ ___________________________________ เขา  ทั้งๆ ที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring   (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ),  “Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต),  “Permit” (อนุญาต),  “Postpone”  (เลื่อนออกไป),  Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),  Mind”  (รังเกียจ),  “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ),  “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา),  “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย),  “Forgive” (ให้อภัย),  “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส),  “Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนวนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

                  สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่  

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth _________________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _______________________)

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัวที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ  “Busy” (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                  นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)  เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

  • It's no use crying over spilt milk.

(ไม่มีประโยชน์ที่่จะร้องไห้กับนมที่หกไปแล้ว)  (เป็นสุภาษิต  หมายถึง  ไม่มีประโยชน์ที่จะเศร้าโศกเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว  เช่น  ร้องไห้เพราะนมหก  เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ได้นมคืนมา  ดังนั้น  จงลืมมันเสีย  และเริ่มต้นทำใหม่)

 

2. The prisoner was brought ____________________________________________ the judge.

(นักโทษถูกนำมา ______________________________________________ ผู้พิพากษา)

(a) in front of    {อยู่ข้างหน้า (ห้อง, ประตู, ลิฟต์)} (เป็นการบอกตำแหน่งหรือสถานที่)

(b) before    (ปรากฏตัวต่อหน้า)   (คือนำตัวมาขึ้นศาล)

(c) into

(d) upon

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. I wish you _________________________________________________________ longer.

(ผมปรารถนาว่าคุณ _____________________________________________ นานขึ้นอีก)

(a) will stay

(b) can stay

(c) could stay    (สามารถพัก  -  อยูกับเรา)

(d) stay

ตอบ ข้อ  (c)  การใช้  “Wish”  แสดงความปรารถนาให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้  แต่ก็ไม่เกิดขึ้นจริง  กริยาในประโยคย่อย (อนุประโยค) ที่ตามหลัง  “Wish”  จะต้องอยู่ในรูป  “Past tense” (Verb 2)  (เมื่อเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน)  และอยู่ในรูป  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  (เมื่อเป็นการปรารถนาในอดีต)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

A: I’m not staying here. 

(ผมจะไม่พักที่นี่แล้ว)

B: I wish you _____________________________________________________________.

(ผมปรารถนาว่าคุณ ___________________________________________________)

(a) can

(b) are

(c) were    (พัก)

(d) stay

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากกริยาที่อยู่ในอนุประโยคที่ตามหลัง  “Wish”  จะต้องอยู่ในรูป  “Past simple tense” (Verb 2) (ถ้าเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน  เช่นในประโยคข้างบน  ที่ปรารถนาให้  “คุณ”  พักอยู่ในปัจจุบัน),  และต้องอยู่ในรูป  “Past perfect tense” (Had + Verb 3) (ถ้าเป็นการปรารถนาในอดีต)  เราเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive”  คือ  ทั้งใน ๒ กรณี  เป็นการปรารถนาเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง  เป็นเพียงการอยากให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้เท่านั้น  แต่ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริงตามความปรารถนา  ฝรั่งจึงใช้รูป  “Past”  อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ  ดูเพิ่มเติมการใช้  Wish  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I wish I ____________________________________ enough money to buy a new car now.

(ฉันปรารถนาว่าฉัน _________________________ เงินเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่ในขณะนี้)

(a) have

(b) had    (มี)

(c) will have

(d) am having

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน (Now)  จึงใช้กริยาในอนุประโยคเป็นอดีต  คือ  Verb 2 (Had)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • She went to the movies last night but she told me she wished she _______________ to see it.

(เธอไปดูหนังเมื่อคืนวาน  แต่เธอบอกผมว่า  เธอปรารถนาว่าเธอ ____________________ ดูมัน)

(a) hasn’t gone

(b) didn’t go

(c) hadn’t gone    (มิได้ไป)

(d) doesn’t go

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาในอดีต  (Last night)  กริยาของประโยคที่ตามหลัง  “Wish”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Why didn’t you keep your promise?  I wish you ________________________________ it.

(ทำไมคุณจึงไม่รักษาคำมั่นสัญญา  ผมปรารถนาว่าคุณ ___________________________ มัน)

(a) kept

(b) would keep

(c) would have kept

(d) had kept    (ได้รักษาฯ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาให้เกิดเหตุการณ์  (รักษาคำมั่นสัญญา) ในอดีต  (Didn't)  จึงใช้รูป  “Subject + Wish + That + Subject + Had + Verb 3”  

                                  ตัวอย่างที่  

  • I wish I _____________________________________________________ as he does.

(ผมปรารถนา (ว่า) ผม _______________________________________ เหมือนที่เขาเล่น)

(a) can play

(b) play

(c) could play    (สามารถเล่น)

(d) will play

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอนุประโยค  (Subordinate clause)  ที่ตามหลัง  “Wish”  จะอยู่ในรูป  “Past subjunctive”   คือ  ต้องอยู่ในรูป   “Past simple”  (Could play)  เมื่อเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน  (สังเกตจาก  As he does)  หรือใช้รูป   “Past perfect tense”  (Had played  หรือ  Could have played)  เมื่อเป็นการปรารถนาในอดีต

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Smith said, “I don’t speak English.”  His friend said, “I wish you ______________________.”

(สมิธพูดว่า  “ผมไม่พูดภาษาอังกฤษ”  (และ) เพื่อนของเขาพูดว่า  “ผมปรารถนาว่า  คุณ __________)

(a) speak

(b) do

(c) did    (พูด

(d) can

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Did”  แทน  “Speak”) (ต้องอยู่ในรูป  “Past tense” เนื่องจากเป็น  “Past subjunctive”  คือเป็นกริยาใน “Clause”  ซึ่งตามหลัง  “Wish”  ที่แสดงความปรารถนาในปัจจุบัน  (สังเกตจาก  I don't speak English)  คือ  ให้สมิธพูดภาษาอังกฤษได้ในปัจจุบัน

                                 ตัวอย่างที่  

  • When I said that I wished I _________ Italian, she told me she would give me some lessons, if I liked.

(เมื่อผมพูดว่า  ผมปรารถนาว่า  ผม ___________ ภาษาอิตาเลียน,  เธอบอกผมว่า  เธอจะสอนบทเรียน (ภาษาฯ) ให้ผมบ้าง  ถ้าผมต้องการ

(a) know

(b) knew

(c) would have known

(d) had known    (ได้เรียนรู้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาในอดีต  (สังเกตจากกริยา  Said  และ  Wished)  ซึ่งตรงกันข้ามกับความจริง  (Past subjunctive)  จึงต้องใช้โครงสร้าง  “Subject + Wish (ed) + (That) + Subject + Had + Verb 3 + ส่วนขยาย”   (ในข้อนี้  เป็นการปรารถนาว่าได้เรียนภาษาอิตาเลียนในอดีต   แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เรียน)

                                  ตัวอย่างที่  

  • I wish I _______________________________________ her while she stayed in Bangkok.

(ฉันปรารถนาว่าฉัน _______________________________ เธอ  ในขณะที่เธอพักในกรุงเทพฯ)

(a) meet

(b) met

(c) had met    (ได้พบ)

(d) would have met

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาในอดีต  (สังเกตจากกริยา  Stayed)  และตรงข้ามกับความเป็นจริง  (คือ ปรารถนาว่าได้พบกับเธอ  แต่ก็มิได้พบกับเธอ  ในขณะที่เธอพักในกรุงเทพฯ)  จึงต้องใช้  “Past perfect tense” (Subject + Had + Verb 3  )  และในกรณีที่เป็น  “Passive voice”  ใช้  Subject + Had + Been + Verb 3  เช่น

  • He wishes he had been given more opportunity when he was young.

(เขาปรารถนาว่า  เขาได้รับโอกาสมากขึ้นตอนเขาเป็นหนุ่ม  -  คือในอดีต)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ ไม่ได้รับ)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I wish you ____________________________________________ there at that moment.

(ผมปรารถนาว่าคุณ _________________________________________ ที่นั่นในขณะนั้น)

(a) are

(b) were

(c) had been     (อยู่)

(d) would have been

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในอดีต  คือ  ให้คุณอยู่ที่นั่นในตอนนั้น  ซึ่งเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว  แต่ความเป็นจริง  คือ  คุณไม่ได้อยู่ที่นั่นในตอนนั้น

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I wish I ________________________________________ German when I was at school.

(ผมปรารถนาว่าผม _____________________________ ภาษาเยอรมัน  ตอนที่ผมเป็นนักเรียน)

(a) was learning

(b) learnt

(c) had learnt    (ได้เรียนรู้)

(d) have learnt

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต (สมัยเป็นเด็กนักเรียน  -  When I was at school)  แต่ในความเป็นจริงคือ   “มิได้เรียนภาษาเยอรมัน

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • I wish today ___________________________________________________ a holiday.

(ผมปรารถนาว่าวันนี้ ______________________________________________ วันหยุด)

(a) is

(b) be

(c) being

(d) were     (เป็น)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจากเมื่อใช้  “Wish”  แสดงความปรารถนาในสิ่งที่  “ตรงข้ามกับความเป็นจริง”   คือ  เหตุการณ์มิได้เป็นจริงตามที่ปรารถนา  คือ  วันนี้มิได้เป็นวันหยุด  ซึ่งเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน  (สังเกตจาก  Today)  จะต้องใช้รูป  “Subject + Wish + That + Subject + Verb 2”  และในกรณีของ  Verb to be  ให้ใช้  Were  กับประธานทุกตัว  ไม่ว่าจะเป็นเอกพจน์ หรือพหูพจน์,  แต่  “That”  มักจะละไว้เสมอ (ไม่เขียนลงในประโยค)  เรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive”  โดยมีหลัก  คือ

               ๑. ถ้าตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน (ปรารถนาเหตุการณ์ปัจจุบัน  แต่เหตุการณ์มิได้เป็นไปตามที่ปรารถนา)  ให้ใช้  “Verb”  เป็น  “Past simple” (Verb 2)  สำหรับ  “Verb to be”  ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  เช่น

  • I wish (that) she came to see me today.

(ผมปรารถนาว่าเธอมาเยี่ยมผมวันนี้)  (แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ได้มา)

  • She wishes (that) today were her birthday.

(เธอปรารถนาว่า  วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่)

  • I wish (that) my uncle were here now.

(ผมปรารถนาว่า  ลุงของผมอยู่ที่นี่ในขณะนี้)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อยู่)

  • He wishes (that) his father were a millionaire (now).

(เขาปรารถนาว่า  พ่อของเขาเป็นเศรษฐี)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • I often wish (that) I were really wealthy (now).

(ผมปรารถนาบ่อยๆ ว่า  ผมร่ำรวยอย่างแท้จริง)  (จริงๆ แล้วไม่รวย)

  • My sister occasionally wishes (that) she were a boy (now).

(น้องสาวของผมปรารถนาเป็นบางครั้งว่า  เธอเป็นเด็กผู้ชาย)  (จริงๆ แล้วเป็นหญิง)

  • I wish (that) I had a bigger house (now).

(ผมปรารถนาว่าผมมีบ้านหลังใหญ่กว่านี้)  (แต่จริงๆ แล้วมีบ้านหลังเล็ก)

  • They wish (that) they could speak Japanese (now).

(พวกเขาปรารถนาว่า สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้)  (แต่จริงๆ แล้วพูดไม่ได้)

                  ๒. ถ้าตรงข้ามกับความจริงในอดีต   (ปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต  แต่เหตุการณ์มิได้เป็นไปตามที่ปรารถนา)  ให้ใช้  “Verb”  เป็น  “Past perfect” (Had + Verb 3)  เช่น

  • I wish (that) yesterday had been a holiday.

(ผมปรารถนาว่า  เมื่อวานนี้เป็นวันหยุด)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • She wishes (that) her father had been a millionaire (last year).

(เธอปรารถนาว่า  พ่อของเธอเป็นเศรษฐี  (เมื่อปีที่แล้ว)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He wished (that) he had been a bird (a long time ago).

(เขาปรารถนาว่า  เขาเป็นนก (เมื่อนานมาแล้ว)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • I wish (that) my uncle had been here yesterday.

(ผมปรารถนาว่า  ลุงของผมอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อยู่)

              ๓. ถ้า  “Wish”  ใช้กับอนาคต  (Future)  ให้ใช้  “Verb”  เป็น  “Would”, “Should”,  “Could”,  “Might”  ความหมาย  คือ  คงไม่เกิดเหตุการณ์ตามที่ปรารถนา  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก  เช่น

  • I wish (that) my wife would be here tomorrow.

(ผมปรารถนาว่า  ภรรยาของผมอยู่ที่นี่ในวันพรุ่งนี้)  (แต่จริงๆ แล้วคงไม่ได้อยู่ หรือมีโอ กาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก)

  • She wishes (that) she could come to my party next week.

(เธอปรารถนาว่า  เธอสามารถมางานเลี้ยงของผมสัปดาห์หน้า)  (แต่จริงๆ แล้วคงไม่ได้มา  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)

  • They wish (that) they would graduate from the university next semester.

(พวกเขาปรารถนาว่า  จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเทอมหน้า)  (แต่คงจะไม่จบ  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)

                  ๔. เมื่อใช้  “Wish”  แสดงความปรารถนาในแบบปกติธรรมดา  จะมีโครง สร้าง  “Wish + To + Verb 1”  ซึ่งความปรารถนาดังกล่าวอาจจะเป็นจริง  หรือไม่เป็นจริงก็ได้  เช่น

  • They wish to meet their friends again next year.

(พวกเขาปรารถนาจะได้พบเพื่อนอีกในปีหน้า)

  • She wishes to leave now.

(เธอปรารถนาจะจากไปในตอนนี้)

  • He wishes to visit London next month.

(เขาปรารถนาจะไปเที่ยวลอนดอนเดือนหน้า)

  • They wished to pass the exam this term.

(พวกเขาปรารถนาจะสอบผ่านเทอมนี้)

  • They are in love and wish to marry.

(เขาทั้งสองคนรักกัน  และปรารถนาจะแต่งงานกัน)

                  ๕. โครงสร้าง  “Wish + กรรม + Noun”  มีความหมาย  คือ  “ขออวยพรให้”  เช่น

  • She wished them a Merry Christmas and a Happy New Year

(เธออวยพรวันคริสมาสต์และปีใหม่ให้พวกเขา)

  • He wishes his parents a long and happy life.

(เขาอวยพรให้พ่อแม่มีชีวิตยืนยาวและมีความสุข)

  • I wish you success.

(ผมขออวยพรให้คุณประสบความสำเร็จ)

  • Before their exam they wished each other luck.

(ก่อนการสอบ  พวกเขาอวยพรโชคดีให้กันและกัน)

  • It is Mary’s birthday today.  Don’t forget to wish her many happy returns.

(วันนี้เป็นวันเกิดของแมรี่  อย่าลืมอวยพรให้เธอมีความสุข)

                  ๖. โครงสร้าง  “Wish + For + Something”  เป็นการปรารถนาอะไรบางอย่าง  ซึ่งมักแสดงความปรารถนาอย่างเงียบๆ กับตัวเอง  เช่น

  • She blew out the candles on her birthday cake and wished for a new doll.

(เธอเป่าให้เทียนบนเค้กวันเกิดดับลง  และปรารถนาจะได้ตุ๊กตาใหม่สักตัว)

                  ๗. ใช้  “Wish”  แบบคำนาม  (Noun)  หมายถึง  “ความปรารถนา, ความประสงค์, ความต้องการ, คำอธิษฐาน, สิ่งที่ปรารถนา”  เช่น

  • She told me of her wish to quit her job.

(เธอบอกผมถึงความปรารถนาของเธอที่จะทิ้งงาน)  (ลาออกจากงาน)

  • He has a strong wish to see his ex-wife again.

(เขามีความปรารถนาแรงกล้าที่จะพบอดีตภรรยาอีกครั้ง)

  • Julius Cesar was an all-powerful king whose every wish was obeyed.

(จูเลียส ซีซาร์ เป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจเต็มที่  ผู้ซึ่งความปรารถนาทุกอย่างของเขาได้รับการเชื่อฟัง)

  • We have no wish to repeat their mistakes.

(เราไม่มีความปรารถนาจะทำผิดซ้ำความผิดของพวกเขา)

  • A death wish is a conscious or unconscious desire to die or be killed.

(ความปรารถนาความตาย”  เป็นความต้องการแบบรู้ตัว (ตั้งใจ) หรือ ไม่รู้ตัว (ไม่ตั้งใจ) ที่จะตาย  หรือ  ถูกฆ่าตาย)

  • The government should reflect the wishes of the majority in the country.

(รัฐบาลควรจะสะท้อนความต้องการ (สิ่งที่ต้องการ) ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ)

  • My last wish is for you to leave this house and never return.

(ความปรารถนาสุดท้ายของฉัน  คือ  ให้คุณออกจากบ้านหลังนี้ไป  และอย่ากลับมาอีก)

  • Her parents send their best wishes for me on my birthday.

(พ่อแม่ของเธอส่งความปรารถนาดีมายังผม  สำหรับวันเกิดของผม)

  • Please accept this gift with my sincere good wishes for the future.

(โปรดรับของขวัญนี้ไว้ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจจากผม  สำหรับอนาคต)  (เพื่อความสุข-ความสำเร็จของคุณ)

  • Have you made your wish yet?

(คุณตั้งความปรารถนาไว้แล้วหรือยัง)  (ว่าอยากได้อะไรสักอย่าง)

  • The genie then granted Sinbad three wishes.

(ผู้วิเศษ (พ่อมด-แม่มด) ให้ซินแบดตั้งความปรารถนาได้ อย่าง)  (ขออะไรก็ได้   อย่าง)

 

4. Rosalyn _______________________________________ an artist for over thirty years now.

(โรสซาลีน ____________________________________ ศิลปินมาเป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว)

(a) has became

(b) became

(c) has been    (ได้เป็น)

(d) is

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3  หรือ  Subject + Has (Have) + Been + Noun  หรือ  Adjective}  เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินมาถึงปัจจุบัน  (คือการเป็นศิลปินมานานกว่า ๓๐  ปี)   สำหรับข้อนี้  จะตอบ ข้อ  (a) ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “Has become”  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • ______________________________________________ a lot of changes since you left.

(____________________________________ ความเปลี่ยนแปลงมากมาย  ตั้งแต่คุณจากไป)

(a) There will be    (จะมี)

(b) There are    (มี)  (ปัจจุบัน)

(c) There were    (มี)  (อดีต)

(d) There have been    (ได้มี)

(e) There is    (มี)  (ปัจจุบัน)

(f) There was    (มี)  (อดีต)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  หรือ  “There has been, There have been” (กรณีนี้  ใช้  “There have been”  เพราะ  “Changes” เป็นรูปพหูพจน์)  เนื่องจากเหตุการณ์ (มีความเปลี่ยนแปลง) เกิดขึ้นต่อเนื่อง  เริ่มจากในอดีต  (ตั้งแต่คุณจากไป)  จนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  (คือ  ปัจจุบัน  ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่)

                                 ตัวอย่างที่  

  • As a mass production method, it ____________________ great advances in the last few years.

(ในฐานะวิธีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก  มัน (วิธีการ) _________ ความก้าวหน้าอย่างยิ่งในช่วง ๒ ถึง ๓  ปีที่ผ่านมา)

(a) makes

(b) is making

(c) made

(d) has made    (ได้ทำให้เกิด)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากข้อความ  “In the last few years”  (ในช่วง  ๒  ถึง  ๓   ปีที่ผ่านมา)  แสดงการเกิดขึ้นของเหตุการณ์  (การผลิตครั้งละมากๆ  ซึ่งก่อให้เกิดความก้าวหน้า) ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)  จึงใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}

                                  ตัวอย่างที่  

  • _______ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been    (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ  (c)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject +Has (Have) + Verb 3} (ต้องใช้  “Have been”  เนื่องจาก  “impressive increases”  อยู่ในรูปพหูพจน์)  เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก  “For”  =  เป็นเวลา,  (For + ความยาวของเวลา),  “Since”  =  ตั้งแต่,  (Since +จุดเริ่มต้นของเวลา),  “Up to now” (= Up to the present time  =  Up until now) =  จนถึงบัดนี้,  “So far”  =  เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  “Lately” (= Recently)  =   หมู่นี้, เร็วๆ นี้,  “Over the past years”  =   ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา,  “In recent years”  =  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา,  Since the sun set  =  ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก,  Since they were in college  =  ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย,  Since we were young  =  ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก,  Since she was born  =  ตั้งแต่เธอเกิด),  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆ มา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย – ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ทำ)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  -  จนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

  • The gate has been closed since the sun set.

(ประตูได้ถูกปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ตก)  (ขณะที่พูดประโยคนี้  ประตูก็ยังปิดอยู่)

  • I have known them since we were in college.

(ผมรู้จักกับพวกเขา  ตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังรู้จักอยู่)

  • They have lived there since they were born.

(พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

 

5. My brother went out.  He must _____________________________________ his homework.

(พี่ชายของผมออกไปข้างนอก  เขาจะต้อง ___________________________ การบ้านของเขา)

(a) finish

(b) have been finished

(c) finished

(d) have finished    (ได้ทำ - การบ้าน - เสร็จแล้ว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Must + Have + Verb 3”  =  “จะต้องได้กระทำกริยานั้นๆ ลงไปแล้ว”  โดยผู้พูดมีความมั่นใจว่า  เหตุการณ์จะต้องเป็นไปตามที่ได้กล่าวออกมา  โดยมีหลักฐานสนับสนุน  เช่น  ในประโยคข้างบน  ผู้พูดมีเหตุผลว่า  “เขาออกไปข้างนอก”  ดังนั้น  เขาน่าจะได้ทำการบ้านเสร็จแล้ว  เป็นการคาดคะเนแบบมั่นใจ,  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้  และโครงสร้างอื่นๆ ที่คล้ายๆ กันจากตัวอย่างข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ 

  • You ______________________ a great time on your vacation.  You seem happy and relaxed.

(คุณ _________ ความสนุกสนานมากในการไปเที่ยวพักผ่อน  คุณดูเหมือนว่ามีความสุขและผ่อนคลาย)

(a) must have    (จะต้องประสบกับ)

(b) should have    (ควรประสบกับ)

(c) must have had    (จะต้องได้ประสบกับ)

(d) should have had    (ควรจะได้ประสบกับ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Must + Have + Verb 3”  (จะต้องได้ทำไปแล้ว,  คงได้ทำลงไปแล้ว) (ในอดีต)  สำหรับประโยคข้างบน  ผู้พูดมั่นใจมากว่า  “คุณจะต้องประสบกับความสนุกสนานแล้วในอดีต”  เพราะผู้พูดสังเกตเห็นว่า  “คุณดูมีความสุขและผ่อนคลาย”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • What terrible coffee!  She ____________________________________ it with cold water.

(กาแฟน่ากลัว (เฮงซวย) อะไรเช่นนี้  เธอ _______________________ มัน (กาแฟ) ด้วยน้ำเย็น)

(a) had to make   (จำเป็นต้องชง)  (เป็น “Past simple tense”)

(b) must make    (จะต้องชง)

(c) had had to make    (จำเป็นต้องชง)  (เป็น “Past perfect tense”)

(d) must have made    (จะต้องได้ชง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Must + Verb 1”  =  “จะต้องทำในปัจจุบันหรืออนาคต”  ส่วน  “Must + Have + Verb 3”  =  “จะต้องได้ทำลงไปแล้วในอดีต”  สำหรับประโยคข้างบน  เหตุการณ์ได้เกิดผ่านไปแล้ว  โดยสังเกตจากข้อความที่ผู้พูดบอกว่า  “กาแฟเฮงซวยฯ”  ดังนั้น  “คนชงฯ คงจะต้องใส่น้ำเย็นลงไปแล้ว”  เป็นการคาดการณ์หรือเดาด้วยความมั่นใจ  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He must work harder to pass the exam.

(เขาต้องขยันเรียนมากขึ้นเพื่อที่จะสอบผ่าน)  (เป็นเรื่องของปัจจุบัน หรืออนาคต  คือต้องขยันในตอนนี้ หรือในอนาคต)

  • He looks very excited.  He must have passed the exam.

(เขามีท่าทางตื่นเต้นมาก  เขาคงจะได้สอบผ่านแล้ว) (เป็นอดีต) (คือ เพิ่งมีการประกาศผลสอบ  และเห็นเขามีท่าทางตื่นเต้น  เดาว่าเขาคงจะสอบผ่านแล้ว)

  • She has bought a new house.  She must have won the first prize in lottery.

(เธอได้ซื้อบ้านหลังใหม่  เธอจะต้องถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ไปแล้ว) (เป็นอดีต) (เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอดีต  ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างแน่นอน  โดยดูจากเหตุการณ์แวดล้อม  ที่เธอมีเงินซื้อบ้านหลังใหม่)

                     จงเปรียบเทียบกับ  “Subject + Should + Have + Verb 3”  หมายถึง  ประ ธานประโยคควรจะได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต)  แต่ก็ไม่ได้ทำ  หรือ  “Subject + Should + Not +  Have + Verb 3”  ประธานฯ ไม่ควรได้ทำเช่นนั้น  (ในอดีต)  แต่ก็ได้ทำลงไป  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Tommy hasn’t arrived yet.  He _____________________________________ an hour ago.

(ทอมมี่ยังมาไม่ถึงเลย  เขา _______________________________ เมื่อ  ๑  ชั่วโมงล่วงมาแล้ว)

(a) must have come    (จะต้องได้มา)

(b) had better come    (ควรจะมา)

(c) should have come    (ควรจะได้มา)  (แต่ก็ไม่ได้มา)

(d) was suppose to come

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรืออาจตอบ  “Was supposed to come” (ถูกคาดการณ์ว่าจะมาสำหรับ  “Subject + Should + Have + Verb 3”  หมายถึง  ประธานประโยคควรจะได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต)  แต่ก็ไม่ได้ทำ  ในที่นี้  คือ  “ควรจะมาตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว  แต่ก็ไม่ได้มา

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Why didn’t you tell him?  You ____________________________________ him last night.

(ทำไมคุณจึงไม่บอกเขา  คุณ _________________________________ เขาเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) should tell

(b) must have told

(c) ought have told

(d) should have told    (ควรจะได้บอก)  (แต่ก็ไม่ได้บอก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็นการแนะนำว่า  ควรจะได้ทำเช่นนั้น (บอกเขา) ในอดีต  (คืนที่ผ่านมา) แต่ก็มิได้บอก

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Mike went to the cinema last night, but he should ___________ home and prepared his lesson. 

(ไมค์ไปดูหนังในคืนที่ผ่านมา  แต่ว่าเขาควร ________________ อยู่กับบ้าน  และตระเตรียมบทเรียน)

(a) stay

(b) to stay

(c) have stayed    (จะได้พัก)

(d) have been stayed

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Should + Have + Verb 3”  =  “ควรจะได้ทำสิ่งนั้นในอดีต  แต่ก็มิได้ทำ”  ในกรณีของประโยคข้างบน  คือ  ควรจะพักอยู่กับบ้านและเตรียมบทเรียน  แต่ก็เปล่า  กลับไปดูหนังแทน  ส่วน  “Should + Not + Have + Verb 3”  =  “ไม่ควรทำสิ่งนั้นในอดีต  แต่ก็ได้ทำลงไป”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • You lost all your money, didn’t you?  You _________________________ that much on you.

(คุณสูญเงินหมดเลยใช่ไหม   คุณ _________________________ เงินติดตัวจำนวนมากเช่นนั้น)

(a) should carry    (ควรพกพา หรือถือ)

(b) did not carry    (ไม่พกพา หรือถือ)

(c) should have carried    (ควรได้พกพา หรือถือ)

(d) shouldn’t have carried     (ไม่ควรได้พกพา  หรือถือ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Shouldn’t + Have + Verb 3”  =  “ไม่ควรได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต)  แต่ก็ทำ”  ในประโยคข้างบน  “คุณสูญเงินไปหมดแล้ว”  ผู้พูดจึงบอกว่า  “คุณไม่ควรพกเงินไปมากเช่นนั้น”  แต่ก็ได้พกไปแล้ว  และสูญเงินจนหมด  ซึ่งอาจเกิดจากการถูกปล้น หรือถูกขโมย  สำหรับโครง สร้าง  “Should + Have + Verb 3”   (ควรได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต) แต่ก็ไม่ได้ทำ)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างทั้ง  ๒  แบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • A: “You were late for your appointment.”

(คุณมาสายสำหรับการนัดหมาย)

  • B: “I know.  I shouldn’t ___________________________________ so long at the library.”

(ผมทราบ  ผมไม่ควรจะ_____________________________________ นานมากที่ห้องสมุด)

(a) have been staying

(b) have stayed     (ได้อยู่, ได้หยุดอยู่)

(c) had stayed

(d) be staying

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Shouldn’t have stayed”  =  “ไม่ควรได้อยู่  หรือ ไม่ควรได้หยุดอยู่”  แต่ในความเป็นจริง  คือ  ได้อยู่  หรือ  ได้หยุดอยู่ที่ห้องสมุดเป็นเวลานาน   ทำให้มาสายในการนัดหมาย  สำหรับ  “Should (= Ought to) + Have + Verb 3”  “ควรได้ทำ ............... ในอดีต”  แต่ก็มิได้ทำ  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่  

  • I’m very sorry.  I should ________________________ him a birthday present, but I did not.

(ผมเสียใจมาก  ผมควร __________________________________ ของขวัญวันเกิดไปให้เขา)

(a) send

(b) be sending

 (c) have sent    (ได้ส่ง)

(d) sent

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Should (Ought to) + Verb 1”  =  “ควรทำ .............. ในปัจจุบัน หรืออนาคต”  ส่วน  “Should (Ought to) + Have + Verb 3”  =  “ควรได้ทำ ................ไปแล้วในอดีต” (แต่ก็ไม่ได้ทำ)  สำหรับความหมายของประโยคข้างบน  คือ  “ผมเสียใจมาก   ผมควรจะได้ส่งของขวัญวันเกิดไปให้เขาแล้ว  แต่ผมก็ไม่ได้ส่ง”  ตัวอย่างอื่นๆ เช่น

  • You should study harder next term.

(คุณควรขยันเรียนมากขึ้นเทอมหน้า)  (เป็นอนาคต)

  • He should propose to her now.

(เขาควรขอแต่งงานกับเธอในตอนนี้)  (เป็นปัจจุบัน)

  • The workers should not have made a strike last month.

(คนงานไม่ควรนัดหยุดงานเมื่อเดือนที่แล้ว)  (แต่ก็นัดหยุดงาน  และเกิดความเสียหายมากมาย)  (เป็นอดีต)

                                 ตัวอย่างที่  

  • You ought _______________________________________________ for her last night.

(คุณควรจะ ____________________________________________ เธอเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) wait

(b) to wait

(c) to have waited    (ได้รอคอย)

(d) have waited

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Ought + To + Verb 1” (=  Should + Verb 1) (=  ควรที่จะมีความหมายเป็นปัจจุบัน และอนาคต  ว่าควรทำเช่นนั้นเช่นนี้  แต่ถ้าต้องการบอกว่า  “ควรทำในอดีต” (แต่ก็ไม่ได้ทำ)  เช่น  ประโยคข้างบน  มีความหมายว่า  “คุณควรที่จะได้รอคอยเธอเมื่อคืนนี้”  (แต่ในความเป็นจริงคือ  “คุณมิได้รอเธอ”)  ซึ่งจะต้องใช้โครงสร้าง  “Ought to (= Should) + Have + Verb 3”  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • I ought to (= should) have told you the truth last year.

(ผมควรที่จะได้บอกความจริงแก่คุณเมื่อปีที่แล้ว)  (แต่ก็ไม่ได้บอก)

  • She ought to (= should) have applied for that highly paid job (last month).

(เธอควรที่จะได้สมัครงานเงินเดือนสูงนั้น  –  เมื่อเดือนที่แล้ว)  (แต่ก็ไม่ได้สมัคร)

  • They ought to (= should) have visited their mother before she died.

(พวกเขาควรที่จะได้ไปเยี่ยมแม่ของตัวเองก่อนที่เธอตาย)  (แต่ก็มิได้ไปเยี่ยม)

 

6. John was pale with fatigue (ฟะ-ทิ้ก) after his sleepless night.

(จอห์นหน้า (ตัว) ซีดด้วย  ความเหนื่อย-ความอ่อนเพลีย-ความเมื่อยล้า  หลังจากคืนที่นอนไม่หลับ)

(a) anger    (ความโกรธ)

(b) excitement    (ความตื่นเต้น)

(c) illusion    (อิ-ลู้-ชั่น)  (มายา, สิ่งลวงตา, การหลอกลวง, ภาพลวงตา, ภาพหลอน)

(d) tiredness    (ไท้-เออร์ด-เนส)  (ความเหน็ดเหนื่อย, ความเมื่อยล้า, ความอ่อนเพลีย, ความเบื่อหน่าย,

       ความรำคาญ, ความจืดชืด)

(e) grief    (กรีฟ)  (ความเศร้าโศก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  

 

7. He denounced the vicious and degrading (ดิ-เกร๊-ดิง) cult of violence.

(เขาประณามลัทธิที่ชั่วร้ายและ  เสื่อมถอย-เสื่อมทราม-เลวทราม-น่าอาย  ของความรุนแรง)  (คือ ประณามลัทธิใช้ความรุนแรง  ที่ชั่วร้ายและเสื่อมถอย)

(a) degenerate    (ที่เสื่อม, ที่เสื่อมทราม)

(b) futile    (ไร้ผล, ไม่มีประโยชน์, หาความจริงไม่ได้, ขี้ปะติ๋ว, ไม่สำคัญ)

(c) petulant    (เพ้ช-ชะ-เลิ่นท)  (เจ้าอารมณ์, โกรธง่าย, ใช้อารมณ์, งอน, กระเง้ากระงอด)

(d) picturesque    (พิค-เชอะ-เรสค)  (สวย, งดงาม, น่าดู, เหมือนภาพวาด)

(e) queer    (เควียร์)  (แปลกๆ, ชอบกล, ประหลาด, พิกล, พิลึก, จิตไม่ปกติ)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

8. A dreadful accident occurred at the intersection.

(อุบัติเหตุ  น่ากลัวมาก-น่าหวาดกลัว-เลวมาก  เกิดขึ้นที่สี่แยก)

(a) terrible    (น่ากลัว, ร้ายแรง, สยองขวัญ, น่าเกรงขาม, รุนแรง, มหันต์) 

(b) precious     (เพร้ช-เชิส)  (๑. มีค่า, ล้ำค่า,  ๒.  เป็นที่รัก, ทูนหัว,  ๓. พิถีพิถัน, ละเอียดถี่ถ้วน) 

(c) severe     (ซะ-เวียร์)  (รุนแรง, เข้มงวด, กวดขัน, เคร่ง, เคร่งขรึม, เคร่งครัด, เอาจริงเอาจัง, หนาวจัด,

       ร้ายแรง, สาหัส, ดุเดือด, ยากลำบาก, ไร้ความปรานี, ไม่ยอมผ่อนปรน) 

(d) peculiar     (พิ-คิ้ว-เลีย)  (ประหลาด, แปลกพิกล, เป็นพิเศษ, ไม่เคยปรากฏมาก่อน) 

(e) cozy (= cosy)    (อบอุ่นและสบาย, สะดวก)    

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

9. Jim: What will Tom do after the final examination?

(จิม:  ทอมจะทำอะไรหลังจากสอบไล่)

    Bill: _________________________________________________________________.

(บิล: _____________________________________________________________)

(a) He did not do well in the exam    (เขาทำสอบได้ไม่ดี)   

(b) I’m planning to read lots of books    (ผมกำลังวางแผนจะอ่านหนังสือเยอะแยะเลย)

(c) He will spend his time with us in England    (เขาจะใช้เวลากับพวกเราในอังกฤษ)  (คือ ไปเที่ยว

       กับเรา)

(d) Tom never prepares for his exam    (ทอมไม่เคยเตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากตอบตรงคำถามมากที่สุด

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

             ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป