หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 560)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. We came here _________________________________________________________.

(เรามาที่นี่ ________________________________________________________)

(a) by horseback

(b) on horseback    (บนหลังม้า)  (เราขี่ม้ามาที่นี่)

(c) on a horseback

(d) on the horseback

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ไม่ต้องมี  “Article”  (A, The)

           สำหรับวลีที่ใช้  “On”  ได้แก่  on sale  (ออกจำหน่าย, วางขาย)  -  Goods are on sale here at reduced prices.  (สินค้ามีจำหน่ายที่นี่ในแบบลดราคา),  on parade  (กำลังเดินแถว)  -  The soldiers are on parade.  (ทหารกำลังเดินแถว),  on the look-out  (กำลังค้นหา)  -  We are on the look-out for a stolen car.  (เรากำลังค้นหารถยนต์ที่หาย),  on the move  (เคลื่อนไปข้างหน้า, เคลื่อนไหว, เคลื่อนที่)  -  We must be on the move soon.  (เราจะต้องเดินหน้า – โครงการ – ต่อไปเร็วๆ นี้),  on the quiet  (อย่างเงียบๆ, อย่างลับๆ)  -  Can you let me have some cigarettes on the quiet ?  (คุณจะอนุญาตให้ผมสูบบุหรี่แบบแอบๆ ทำได้ไหม – เพราะมีข้อห้ามสูบบุหรี่),  on the cheap  (ในราคาถูก-ไม่แพง, มีความหมายในทางไม่ค่อยดี  คือ  หาวิธีซื้อในแบบที่หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินตามราคาท้องตลาด)  -  Linda bought those curtains on the cheap.  (ลินดาซื้อม่านเหล่านี้มาในราคาถูกกว่าท้องตลาด – ด้วยวิธีการที่ไม่ค่อยจะสุจริตนัก),  Two cushions lay on the floor.  (เบาะรองนั่ง ๒ ใบวางอยู่บนพื้นห้อง),  A cow is grazing on a hill.  (วัวกำลังเล็มหญ้าบนเนินเขา),  Flora sits on the sofa.  (ฟลอร่านั่งอยู่บนโซฟา),  Jack put his letter on top of his desk.  (แจ๊ควางจดหมายลงบนโต๊ะของเขา),  Lucy threw cold water on her face.  (ลูซี่ราดน้ำเย็นบนใบหน้าของเธอ),  Mike dropped a glass on the floor.  (ไมค์ทำแก้วหล่นบนพื้น),  on page 5  (ในหน้าที่  ๕),  waste his time on  (ใช้เวลาของเขาอย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่าย-กับ........)  -  Peter liked to waste his time on useless things.  (ปีเตอร์ชอบใช้เวลาสิ้นเปลืองไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์),  on Sunday  (ในวันอาทิตย์), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ)  –  He went to Canada on business.  (เขาไปแคนาดาด้วยเรื่องธุรกิจ),  keep on  (ดำเนินต่อไป)   They kept on reading.  (พวกเขาอ่านหนังสือต่อไป),  rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย)   I can rely on my close friend.  (ผมสามารถไว้ใจเพื่อนสนิท),  depend on (upon) (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่)   Most children have to depend on (upon) their parents.  (เด็กๆ ส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ของตน),  insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง)   She insisted on going out with her boyfriend.  (เธอยืนกรานจะออกไปข้างนอกกับแฟนของเธอ),  on the floor  (บนพื้น),  on a hill  (บนเนินเขา),  on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง),  bet money on  (พนันเงินกับ......)  -  He bet a lot of money on that horse.  (เขาพนันเงินจำนวนมากกับม้าตัวนั้น),  on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา),  to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู),  on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม)  -  There was nothing dowdy or ugly about her dress;  on the contrary, she had a certain private elegance(ไม่มีอะไรล้าสมัย (ไม่สวยงาม) หรือน่าเกลียดเกี่ยวกับเสื้อกระโปรงชุดของเธอ  ตรงกันข้าม  เธอมีความสง่างามเป็นส่วนตัวบางอย่าง),  on the drawing board  (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),   on the dot (on the  button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาพอดี)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย โมงตรงพอดี),  get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average   (โดยเฉลี่ย),  a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน เดือน), on the table (desk) (บนโต๊ะ), on the wall  (บนกำแพง-ฝาผนัง),  on the envelope  (บนซองจดหมาย)  –  There is a stamp on the envelope.  (มีแสตมป์บนซองจดหมาย),  on a chair  (บนเก้าอี้)   He was sitting on a chair.  (เขากำลังนั่งบนเก้าอี้)  แต่ใช้  in an armchair”  (ในเก้าอี้มีที่วางแขน),  He was hit on the head (arm, leg).  (เขาถูกตีที่หัว – แขน - ขา)  แต่ใช้  He was hit in the chest (stomach, etc.)  (เขาถูกตีที่หน้าอก-ท้อง),  She was riding on a bicycle.  (เธอกำลังขี่รถจักรยาน),  on an (the) average  (โดยเฉลี่ย),  Paul knocked on the door.  (พอลเคาะประตู),   We had lunch on the train.  (เราทานอาหารกลางวันบนรถไฟ),  He went on board the ship (airplane).  (เขาขึ้นเรือ-เครื่องบิน)  แต่ใช้  in the car (ในรถยนต์),  หรือใช้  The captain (pilot) is in his cabin.  (หัวหน้านักบิน – นักบิน – อยู่ในห้องนักบิน),  She is not strong enough to stand on her legs.  (เธอไม่แข็งแรงพอที่จะยืนบนขาของตัวเอง),  The flats are built on pillars.  (แฟล็ตถูกสร้างบนเสาหิน-ตอม่อ),  He has a house on the main road.  (เขามีบ้านบนถนนสายหลัก),  It was built on the site of an old farmhouse.  (มันถูกสร้างบนที่ตั้งของบ้านไร่-บ้านนา),  You’ll find it on the left-hand side of the road.  (คุณจะพบมันทางด้านซ้ายมือของถนน),  The army marched on London.  (กองทัพเดินแถวไปสู่ลอนดอน – เพื่อยึดครองมัน),  live on  (ดำรงชีวิต, ดำรงชีวิตด้วย)  -  He hasn’t much (money) to live on.  (เขามิได้มีเงินมากมายที่จะดำรงชีวิต)  -  Those animals live on fruit and vegetables.  (สัตว์เหล่านั้นดำรงชีวิตด้วย (การกิน) ผลไม้และผัก),  The bus runs on diesel oil.  (รถประจำทางวิ่งโดยใช้น้ำมันดีเซล),  I’ll see you on Sunday.  (ผมจะพบคุณในวันอาทิตย์),  on the 5th of August  (ในวันที่ ๕ เดือนสิงหาคม),  Helen is paid on the last day of the month.  (เฮเลนได้รับค่าจ้างในวันสุดท้ายของเดือน),  Mary gave a present to her friends only on special occasions.  (แมรี่ให้ของขวัญแก่เพื่อนๆ ของเธอ  เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น),  He is on the committee.  (เขาเป็นสมาชิกในคณะกรรมการ),  Mr. Smith was on the company’s board of directors.  (มิสเตอร์สมิธเป็นกรรมการบริษัท – เป็นสมาชิกในคณะกรรมการของบริษัท),  แต่ใช้  He is in the army.  (เขาอยู่ในกองทัพ – ทำงานในกองทัพ),  Alice did it on the advice of her lawyer.  (อลิซทำมันตามคำแนะนำของทนายความของเธอ),  I have it on good authority that the governor will resign soon.  (ผมทราบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า  ท่านผู้ว่าฯ จะลาออกเร็วๆ นี้),  Daniel bought his car on hire-purchase.  (แดเนี่ยลซื้อรถยนต์ในแบบเช่า-ซื้อ),  Have you read his new book on the universe ?  (คุณได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ของเขาเกี่ยวกับจักรวาลหรือยัง),  I would like to have your views on the subject.  (ผมอยากได้ความเห็นของคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้),  Brandon is away on business.  (แบรนด้อนไม่อยู่ (บ้าน) ด้วยเรื่องธุรกิจ),  I don’t want to be bothered by that while I’m on holiday.  (ผมไม่ต้องการให้ใครรบกวนในเรื่องนั้น  ในขณะที่ผมหยุดพักผ่อน),  On arriving at the station, Steve immediately looked for a taxi.  (ในทันทีที่มาถึงสถานี  สตีฟมองหารถแท็กซี่ในทันที),  On hearing the news, Kevin shouted with joy.  (ในทันทีที่ได้ยินข่าวนั้น  เควิ่นตะโกนด้วยความดีอกดีใจ),  on deck  (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit  (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ คนเสมอ อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน),  on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม)  -  Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้  -  คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)  -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆ ที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน) - Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน),  on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า)  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิกนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า) - The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว - คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon) (รับใช้, ให้บริ การ) - The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆ หยุดๆ ตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง),  a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ),  pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน),  on the roof  (บนหลังคา),  on all fours  (คลาน เท้า),  get on a bus  (ขึ้นรถเมล์),  on a highway  (บนทางหลวง),  on the plane  (บนเครื่องบิน),  on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป),  to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า),  on horseback  (บนหลังม้า),  on a bicycle  (โดยรถจักร ยาน),  on Monday  (ในวันจันทร์),  on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอา ทิตย์),  on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้),  on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน),  on Thursday night   (ในคืนวันพฤหัสฯ),  on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา),  books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา),  on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร),  to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น),  a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม),  cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน),  appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี),  to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ),  on stage  (บนเวที),  on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์),  on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด),  on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง),  on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง),  on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ),  on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด),  on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ),  on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก),  on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง),  to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),  on the go  (มีธุระ ยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)   I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน),  on the market  (มีขาย, เสนอขาย)   I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด),  on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)   My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว)    What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆ เลย),  on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว)   I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว)  – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน - คือชิงบอกคำตอบก่อน),  on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)    You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่),  be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย)   If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป)   If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย),  on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า),  on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)   Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้)   I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  เป็นต้น

 

2. This is my hat, and that is ___________________________________________________.

(นี่คือหมวกของฉัน  และนั่นคือ _____________________________________________)

(a) her     (ของเธอ)  (ใช้ขยายหน้าคำนาม)

(b) hers     (ของเธอ)  (หมายถึง  หมวกของเธอ)

(c) her’s     (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) hers’     (รูปนี้ไม่มีใช้) 

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Possessive pronoun”  (Hers, His, Mine, Yours, Theirs, Ours, Its)  ใช้ขยายหลัง  “Verb to be”  (Is, Am, Are, Was, Were)  ส่วน   “Possessive adjective”  (Her, His, My, Your, Their, Our, Its)  ใช้ขยายหน้าคำนาม  (That is her hat.)

 

3. Anne took the blind man _____________________________ and helped him across the road. 

 (แอนจูง ______________________________________ คนตาบอด  และช่วยเขาข้ามถนน)

(a) with a hand

(b) by her hand

(c) by hand

(d) by the hand    (มือ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Take someone by the hand”  =  “จูงมือ

             สำหรับวลีที่ใช้  “By”  ได้แก่  “by next month” (ในเดือนหน้า, ราวๆ เดือนหน้า) – She will have graduated from the university by next month.  (เธอจะได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วในเดือนหน้า),  “by my watch”  {(เวลา  ๑๐  โมง) จากนาฬิกาของผม},  He died by his own hands.  (เขาตายด้วยน้ำมือของตนเอง),  “by chance” (โดยบังเอิญ)  -  I met my old friend at the party by chance.  (ผมเจอเพื่อนเก่าที่งานเลี้ยงโดยบังเอิญ),  “by birth” (โดยกำเนิด)  -  She is English by birth.  (เธอเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด),  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด) -  He took my book by mistake.  (เขาเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด  คือ คิดว่าเป็นของเขา), “by heart”  (โดยการท่องจำ)  -  I learn English vocabularies by heart.  (ผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการท่องจำ), “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์),  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง),  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ),  “by plane” (= in a plane) (โดยเครื่องบิน),  “by air” (โดยทางอากาศ),  “by sea” (โดยทางทะเล),  “by telephone”  (โดยทางโทรศัพท์),  “by telegram” (โดยทางโทรเลข),  “by letter” (โดยทางจดหมาย),  “by trade” (โดยทางการค้า),  “by radio” (โดยทางวิทยุ),  “by force” (โดยใช้กำลัง),  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ  -  ไม่เคยพบตัว),  “by himself/herself” (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  -  He did all the work by himself.  (เขาทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง), “by machinery” (โดยเครื่องจักร),  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ}, “The room is 20 feet by 10 feet.” (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต),  “Sugar is sold by the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม  (ขาย) เป็นน้ำหนัก},  “The road was widened by 5 meters.”  (ถนนถูกขยายออกไปอีก ๕ เมตร),   “remarks by Mr. Schmidt” (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์),  “She was brought up by her aunt.”  (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ),  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล),  “I was startled by his anger.”  (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา),  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆ ไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว),  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด) – He sent it to the wrong address by mistake.  (เขาส่งมันไปยังที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องโดยการเข้าใจผิด),  “by accident” (โดยบังเอิญ, โดยมิได้ตั้งใจ) – She found out the truth by accident. (เธอค้นพบความจริงโดยบังเอิญ),  “by degrees” (ทีละน้อย),  “by the way” (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง),  “by all means” (โดยแน่นอน),  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass” (= short cut) (ทางลัด), “passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา),  “by-gone” (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว),  “by-product” (ผลพลอยได้),  “I will pay by cheque.” (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค),  “read a book by candlelight” (อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน),  “by chance” (โดยบังเอิญ) – I met her at a bank by chance.  (ฉันพบเธอที่ธนาคารแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ)“She came in by the back door.”  (เธอเข้ามาทางประตูหลัง),  “I sat by her bed.” (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ),  “by 1960” (ราวๆ ปี ๑๙๖๐),  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.” (ราวๆ เวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง),  “He is rich by Chinese standards.” (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน),  “She was standing by herself in a corner of the room. (เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง),  “I think I could manage by myself.” (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ),  “Twelve divided by three is four.” (๑๒ หารด้วย    เหลือ  ), “Multiply the amount by three.” (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓),  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน),  “one by one” (ทีละคน),  “year by year”  (แต่ละปี),  “She took him by the hand.”  (เธอจับมือเขา),  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ),  “Her salary went up by half.” (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง),  “The economic growth increased by 10 %.” (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซ็นต์),  “They are Buddhists by birth, not by practice.” (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ),  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.” (ระหว่างกลางคืน   สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน),  “walk side by side”  (เดินเคียงข้างกัน),  “walk hand in hand” (เดินจูงมือกัน),  “by-election” (การเลือกตั้งซ่อม),  “by comparison (= in comparison)” (โดยการเปรียบเทียบ)  -  He made me look, by comparison (= in comparison), a good, calm, reasonable person.  (เขาทำให้ผมดู (มีท่าทาง ), โดยเปรียบเทียบ, เป็นคนดี  เยือกเย็น  และมีเหตุผล) (หมายถึง  เมื่อเปรียบเทียบผมกับเขา) (เขาไม่มีลักษณะดังกล่าว),  เป็นต้น

 

4. If you want to _____________________ a really good cook, you have to give him a lot of money.

(ถ้าคุณต้องการ ______________ พ่อครัวฝีมือดีจริงๆ  คุณจำเป็นต้องจ่ายเงินให้เขาเป็นจำนวนมาก)

(a) rent    (เช่า)

(b) lend    (ให้ยืม)

(c) borrow    (ขอยืม)  

(d) hire    (จ้าง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

5. The prosecutor prevailed (พรี-เวล) in the murder trial; the defendant was found guilty.

(อัยการ (ผู้ฟ้องคดี)  มีชัย-เป็นต่อ-เหนือกว่า-มีมากกว่า-มีอยู่ทั่วไป-ชักชวน-เกลี้ยกล่อม   ในการไต่สวนคดีฆาตกรรม  (ทั้งนี้) จำเลยถูกพบว่ามีความผิด)  (“Prevail”  เมื่อตามด้วย  “On, Upon, With”  หมายถึง  “ชักชวน, เกลี้ยกล่อม”)

(a) relinquished   (ริ-ลิ้ง-ควิช)  (สละ, ยกเลิก, ถอน, ปลดปล่อย) 

(b) surpassed   (เซอ-พาส)  (เหนือกว่า, ดีกว่า, แซง, ขึ้นหน้า, ล้ำ,  เลย, เกิน, เลยเถิด, ข้าม) 

(c) triumphed    (ไทร้-อั้มฟ) ; overcame rivals   (ชนะ; มีชัยเหนือคู่แข่ง

(d) tempted   (ยั่วยวน, ล่อใจ, ล่อ, ยั่วใจ, หยั่งเชิง, ทดสอบ, ล่อให้ทำชั่ว) 

(e) agitated   (แอ๊จ-จิ-เทท)  (๑.ปั่น, เขย่า, ทำให้ไม่สงบ, ทำให้ปั่นป่วน, ก่อกวน, รบกวน  ๒. ปลุกเร้า, ปลุกปั่น,

       ยั่วยุ, ปลุกระดม, กระตุ้น, จุดประกาย) 

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. The four leaders will assemble (อะ-เซ้ม-เบิ้ล) in Paris for a summit meeting next month.

(ผู้นำทั้ง ๔ คนจะ  ประชุม-รวบรวม-รวมเข้าด้วยกัน-ประกอบชิ้นส่วน  ในปารีส  สำหรับการประชุมสุดยอด (ของผู้นำระดับสูงสุด) ในเดือนหน้า)

(a) admonish    (แอด-ม้อน-นิช)  (๑. ตักเตือน, ให้สติ, ห้าม,   ๒. ด่าว่า, ว่ากล่าว, ตำหนิอย่างรุนแรง) 

(b) adulterate    (อะ-ดั๊ล-เทอ-เรท)  (เจือปน, ทำให้ปนเปื้อน, ทำให้ไม่บริสุทธิ์, ลักลอบเป็นชู้) 

(c) beset    (๑. กลุ้มรุม, รบกวน,   ๒. ห้อมล้อม, โจมตีทุกด้าน) 

(d) censure    (เซ้น-เช่อะ)  (คำกริย  = ตำหนิ, ติเตียน, ด่า, ว่า, วิจารณ์อย่างรุนแรง,  คำนาม  =  การตำหนิ,

       การติเตียน) 

(e) congregate    (ค้อง-กรี-เกท)  (ประชุม, ชุมนุม, จับกลุ่มกัน, รวบรวม)

(f) consecrate    (ค้อน-ซิ-เครท)  (๑. ทำให้ศักดิ์สิทธิ์,  ๒. อุทิศให้, อุทิศตัว)  

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

7. Despite these initial (อิ-นิช-เชิ่ล) handicaps, she intends to make a success of it.

(ทั้งๆ ที่มีความเสียเปรียบ  แรกเริ่ม-ตอนแรก-ตอนเริ่มต้น-เบื้องแรก-ดั้งเดิม  เหล่านี้  เธอตั้งใจที่จะทำมันให้สำเร็จ)

(a) stupendous    (สทู-เพ้น-ดัส)  (มหาศาล, ใหญ่โตอย่างน่าทึ่ง, ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้มึนงง) 

(b) inchoate    (อิน-โค้-อิท)  (แรกเริ่ม, เบื้องต้น,  เพิ่งเริ่ม, ขึ้นต้น, ไม่สมบูรณ์, ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่) 

(c) timorous    (ทิ้ม-เมอะ-รัส)  (ขี้ขลาด, ตาขาว, เต็มไปด้วยความกลัว, ขี้ตื่น) 

(d) viable    (ไว้-อะ-เบิ้ล)  {๑. สามารถเจริญเติบโตหรือพัฒนาได้, (ทารก เมล็ดพืช หรืออื่นๆ) ที่สามารถมีชีวิต

       และเจริญเติบโตได้, (ทารกในครรภ์) เจริญเติบโตพอที่จะมีชีวิตนอกมดลูกได้,  ๒. ปฏิบัติได้, ทำงานได้, มี

       ประโยชน์, ให้ความหวัง}

(e) deliberate    (ซึ่งจงใจหรือเจตนาทำ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. We can catch the half-past eight train and _____________________ in London by ten o’clock.

(เราสามารถจับรถไฟเที่ยวแปดโมงครึ่ง  และ _____________________ในลอนดอนตอนสิบโมง)  

(a) are

(b) is

(c) be    (อยู่, ถึง)

(d) to be

(e) being

ตอบ  -  ข้อ  (c)  มาจาก  “Can be”  คู่กับ  “Can catch”  คือ  หลัง  Can, Could, Will, Would, Shall, Should, May, Might, Must   ต้องตามด้วย  “Infinitive without to”  (กริยาช่องที่ ๑ ที่ไม่มี To นำ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

              ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป