หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 556)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. We will not send the payment _______________________________ the invoice is corrected.

(เราจะไม่ส่งเงินไปให้ (ไม่จ่ายเงิน) ______ ใบส่งของ (ใบแจ้งราคาสินค้า) ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง)

(a) until    (จนกระทั่ง, จนกว่า)

(b) because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) although    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

(d) once    (ในทันทีที่, ครั้งหนึ่ง, ครั้งเดียว, หนเดียว, ทีเดียว, แต่ก่อน, เมื่อก่อน, กาลก่อน)  (ตามด้วยประโยค 

       คือ  Subject + Verb,  หรือ วลี)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำอื่นๆ จากตัวอย่างข้างล่าง

                         ๑. Until  =  จนกระทั่ง  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)  หรือวลี

  • We went on duty at six in the evening and worked until 2 a.m.

(เราเข้าเวร – ปฏิบัติหน้าที่ – ตอน ๖ โมงเย็น  และทำงานจนกระทั่งตี ๒)

  • You can’t get a driver’s license until you are 18.

(คุณไม่สามารถได้ใบขับขี่  จนกว่าคุณอายุ ๑๘)

  • She waited until he had gone.

(เธอรอจนกระทั่งเขาออกไป)

  • The class won’t meet again until next month.

(ชั้นเรียนไม่มีเรียนอีกจนกว่าจะเดือนหน้า)

  • They were here until quite recently.

(พวกเขาอยู่ที่นี่จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ มานี้เอง)  (เพิ่งจะจากไปไม่กี่วันนี้)

  • We’ve been given until the end of next year to come up with a solution.

(เขาให้เวลาเราจนกระทั่งปลายปีหน้าเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา)

  • She will wait for him until he returns.

(เธอจะรอเขาจนกระทั่งเขากลับมา)

  • She would wait for him until he returned.

(เธอจะรอเขาจนกระทั่งเขากลับมา)

  • I have nothing to say until I see my lawyer.

(ผมไม่มีอะไรจะพูด  จนกระทั่ง (จนกว่า) ผม (จะ) ได้พบทนายความของผม)

  • They didn’t find her until the next day.

(พวกเขาหาเธอไม่พบ  จนกระทั่ง (จนกว่าจะ) วันต่อมา)

  • Women did not gain the vote until after the First World War.

(ผู้หญิงไม่ได้รับสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง  จนกระทั่ง (จนกว่าจะ) หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑)

  • Don’t turn the gas on until the gasman tells you.  It’s safe to do so.

(อย่าเปิดก๊าซ  จนกว่าช่างซ่อมท่อก๊าซบอกคุณ (ให้เปิด)  มันปลอดภัยที่จะทำเช่นนั้น)

                        ๒. Because  =  Since  =  As  =  เพราะว่า, เนื่องจาก  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)  เช่น

  • I couldn’t see Helen’s expression because (since, as) her head was turned.

(ผมมองไม่เห็นกิริยาท่างทางของเฮเลน  เพราะว่าศีรษะของเธอหันไปอีกทาง)

  • She couldn’t come because (since, as) she was too busy.

(เธอมาไม่ได้เพราะว่าเธอมีงานยุ่งมากเกินไป)

  • Because (Since, As) he used an abrasive cleaner on the bath, it scratched the surface.

(เพราะว่าเขาใช้เครื่องทำความสะอาดที่กัดกร่อนกับ (พื้น) ห้องน้ำ)  มันเลยขีดข่วนพื้นผิวหน้าเป็นรอย)

  • Fortunately someone was in the house because (since, as) I could hear music playing faintly.

(โชคดีที่มีใครบางคนอยู่ในบ้าน  เพราะว่าฉันสามารถได้ยินเสียงดนตรีเล่นแผ่วๆ)

  • Because (Since, As) it rained all night, there was a flood the following day.

(เพราะว่าฝนตกตลอดทั้งคืน  มีน้ำท่วมในวันต่อมา)

  • She missed the plane because (since, as) she left home very late.

(เธอตกเครื่องบิน  เพราะว่าเธอออกจากบ้านสายมาก)

  • Because (Since, As) it was Mr. Peterson’s birthday, his staff took him to lunch.

(เพราะว่ามันเป็นวันเกิดของมิสเตอร์ปีเตอร์สัน  คณะผู้ร่วมงานของเขาพาเขาไปทานอาหารกลางวัน)

  • Because (Since, As) none of us were familiar with the city.  Mr. Gustav drove us to the meeting.

(เพราะว่าพวกเราไม่คุ้นเคยกับเมือง  มิสเตอร์กุสตาฟขับรถพาเราไปประชุม)

            ๓. Although  =  Though  =  Even if  =  Even though (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า) ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb  เช่น

  • Although (Though, Even if, Even though) it was late, Ms. Glaser stayed to finish her work.

(แม้ว่ามันล่วงเลยเวลามานานแล้ว  มิสเกลเซอร์ยังอยู่ (ในสำนักงาน) เพื่อทำงานของเธอให้เสร็จ)

  • Although (Though, Even if, Even though) they were ordered, the brochures and business cards were never printed.

(แม้ว่ามันได้รับการสั่งซื้อ  โบรชัวร์และนามบัตรไม่เคยได้รับการพิมพ์)

  • Although (Though, Even if, Even though) Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(แม้ว่าคิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

  • Although (Though, Even if, Even though) he studied hard, he failed.

(แม้ว่าเขาขยันเรียน  เขาสอบตก)

  • They went out although (though, even if, even though) it rained heavily.

(พวกเขาออกไปข้างนอก  แม้ว่าฝนตกหนัก)

  • Although (Though) he was late, he stopped to buy a sandwich.

(แม้ว่าเขาสาย  เขายังแวะซื้อแซนด์วิช)

  • Helen kept her coat on although (though) it was warm in the room.

(เฮเลยยังสวมเสื้อคลุมต่อไป  แม้ว่ามันจะอากาศร้อนในห้อง)

  • Although (Though) I advise the children about money, I never actually pay their debts.

(แม้ว่าฉันแนะนำลูกๆ เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ  ฉันไม่เคยใช้หนี้ให้พวกเขาเลย)

  • I have a lot of my grandfather’s features although (though) I’m not so tall as he was.

(ผมมีลักษณะต่างๆ (หน้าตา-ท่าทาง) ของคุณปู่ของผมอยู่มากมาย  แม้ว่าผมจะไม่สูงเท่ากับท่าน)

          ๔. Once  =  ในทันทีที่, ครั้งหนึ่ง, ครั้งเดียว, หนเดียว, ทีเดียว, แต่ก่อน, เมื่อก่อน, กาลก่อน)  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb,  หรือ วลี)  เช่น

  • Once the sun had set, the air turned cold.

(ในทันทีที่ดวงอาทิตย์ตก  อากาศหนาว)

  • Once inside her apartment, she opened the letter.

(ในทันทีที่เข้ามาในอพาร์ตเมนต์  เธอเปิดจดหมาย)

  • What would happen to the infant once it was born ?

(อะไรจะเกิดขึ้นกับทารก  ในทันทีที่เขาเกิดมา)

  • I’ve been out with him once (= one time); that’s all.

(ฉันเคยออกไปข้างนอกกับเขาครั้งหนึ่ง  ก็มีเท่านั้นแหละ)

  • I met Mary just once (= one time).

(ผมได้พบกับแมรี่ครั้งหนึ่ง)

  • Even if you only do it once, it will never be forgotten.

(แม้ว่าคุณทำมันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  มันจะไม่ถูกลืมเลือนเลย)  (คุณจะไม่ลืมมันเลย)

  • James walked away without looking back once.

(เจมส์เดินออกไปโดยมิได้หันกลับมามองสักครั้งเดียว)

  • The phone rang more than once.

(โทรศัพท์ดังขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง)

  • Once a week, on Tuesday, Sarah wrote a letter to her mother.

(สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง  ในวันอังคาร  ซาร่าห์เขียนจดหมายถึงแม่ของเธอ)

  • Some trees only bear fruit once every twenty-five years.

(ต้นไม้บางต้นออกผลเพียงครั้งเดียวทุกๆ ๒๕ ปี)

  • Texas was once ruled by Mexico.

(รัฐเท็กซัสเคย (ในอดีต) ถูกปกครองโดยประเทศเม็กซิโก)

  • That house once belonged to my father.

(บ้านหลังนั้นเคย (ในอดีต) เป็นของพ่อของผม)  (ปัจจุบันเป็นของคนอื่น)

  • You said once that Man would never reach the moon.

(คุณเคยพูดครั้งหนึ่ง (ในอดีต) ว่ามนุษย์จะไม่มีทางไปถึงดวงจันทร์)

  • I had worked with Peter once before.

(ฉันเคยทำงานกับปีเตอร์มาก่อนครั้งหนึ่งในอดีต)

  • We once had a hilarious day making recordings of our own songs.

(เราครั้งหนึ่งในอดีตเคยมีวันที่สนุกสนานเฮฮา  บันทึกเสียงเพลงของเราเอง)

  • I knew at once that something was wrong.

(ฉันรู้ในทันทีทันใดว่า  บางสิ่งบางอย่างผิดปกติ – ไม่ถูกต้อง)

  • Paula stopped playing at once.

(พอลล่าหยุดเล่นในทันที)

  • Everybody is talking at once.

(ทุกคนกำลังพูดคุยพร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน)  (ต่างคนต่างพูด  ไม่มีใครฟังใคร)

  • If you are cooking several different meals at once, they may not taste good as they should be.

(ถ้าคุณกำลังปรุงอาหารหลายๆ ชนิดในเวลาเดียวกัน – ปรุงพร้อมๆ กัน – มันอาจจะรสชาติไม่อร่อยเหมือนกับที่มันควรจะเป็น)

  • A number of things happened all at once.

(สิ่งต่างๆ หลายๆ อย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน)

  • David looked at me as if I had smoked twenty cigarettes all at once.

(เดวิดจ้องมองฉัน  ราวกับว่าฉันได้สูบบุหรี่ ๒๐ มวนพร้อมๆ กัน)

  • All at once Lucy felt afraid.

(ในทันใดนั้น – โดยไม่มีใครคาดฝัน - ลูซี่รู้สึกกลัวขึ้นมา)

  • All at once, Ralph was dancing around the lamp.

(ในทันใดนั้น – โดยไม่มีใครคาดฝัน - ราล์ฟลุกขึ้นเต้นรำรอบๆ โคมไฟ)

  • Susan had been to London once or twice before.

(ซูซานเคยไปลอนดอนมาก่อนครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง)

  • Once in a while we go to the cinema.

(เป็นครั้งคราวเป็นบางโอกาส – เราไปดูหนังกัน)

  • Once in a blue moon Kathy went abroad.

(น้อยครั้งมาก – แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย – เคธี่เดินทางไปต่างประเทศ)

  • Angela was able, for once, to relax.

(แอนเจล่าสามารถ – ครั้งหนึ่ง (และครั้งเดียว)  ผ่อนคลาย)  (ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยผ่อนคลายเลย  และในอนาคตก็อาจจะไม่ผ่อนคลายอีก)

  • Just for once I am completely lost.

(เพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ฉันสับสน (งง) ไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก)  (ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย  และในอนาคตก็อาจจะไม่เป็นอีก)

  • Once upon a time there were three princes.

(กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีเจ้าชาย ๓ คน)  (มักใช้ขึ้นต้นนิทานสำหรับเด็ก)

  • If you do that once again, I’ll scream !

(ถ้าคุณทำสิ่งนั้นอีกครั้งหนึ่ง  ฉันจะกรีดร้อง)

  • Andrea wanted to see him once more before she died.

(แอนเดรียต้องการเห็น (พบ) เขาอีกครั้งหนึ่ง  ก่อนเธอตาย)

  • The trip proved once and for all that I hated traveling.

(การเดินทาง (ครั้งนี้) ได้พิสูจน์ในที่สุด (หรืออย่างสมบูรณ์) อย่างไม่ต้องสงสัยเลย  ว่า  ฉันเกลียดการเดินทาง)  (เพราะเจอแต่เรื่องเลวร้ายตลอดเวลาการเดินทาง)

  • They had to be defeated once and for all.

(พวกเขาจะต้องถูกทำให้พ่ายแพ้อย่างราบคาบ (อย่างถาวร) – แบบหมดข้อกังขา)

  • Let me say, for once and for all, you may not go to the party on Saturday.

(ฉันขอพูด  ครั้งนี้และครั้งเดียว  คุณจะต้องไม่ไปงานเลี้ยงวันเสาร์)  (ถ้าคุณไป  ฉันเอาเรื่องคุณแน่)

  • For once and for all, I will not go swimming with you.

(ฉันจะไม่ไปว่ายน้ำกับคุณอย่างแน่นอน)

  • Bill and Tom asked the teacher to settle the argument once and for all.

(บิลและทอมขอให้อาจารย์ขจัดเรื่องข้อโต้แย้งให้เสร็จสิ้นอย่างถาวร)

  • The General decided that two bombs would destroy the enemy and end the war once and for all.

(ท่านนายพลชี้ขาดว่า  ระเบิด ๒ ลูกจะทำลายศัตรูและทำให้สงครามยุติอย่างถาวร)

 

2. Both girls are similar ___________________________________ they love expensive clothes.

(เด็กหญิงทั้ง  ๒  คนคล้ายกัน ___________________________ พวกเขาชอบเสื้อผ้าราคาแพง)

(a) as though    (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(b) even though    (แม้ว่า)

(c) in case    (ในกรณีที่)

(d) in that    (ตรงที่ว่า, ในเรื่อง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. Lack of money means that the __________________________ of free clinics must be reduced.

(การขาดเงินหมายถึง _____________________ ของคลินิกแบบให้การรักษาฟรีจะต้องถูกลดลง)

(a) amount    (จำนวน)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)   

(b) number    (จำนวน)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(c) degree    (ระดับ, ขอบเขต, องศา)

(d) quantity    (ปริมาณมาก, ปริมาณ)  (ใช้กับทั้งคำนามนับไม่ได้  และคำนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “The number of”  =  “จำนวนของ”  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์  แต่ใช้กับกริยาเอกพจน์)  ส่วน  “The amount of”  =  “จำนวนของ”  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้  ซึ่งเป็นเอกพจน์เสมอ  และใช้กับกริยาเอกพจน์)  ส่วน  “A quantity of”  =  “จำนวน, จำนวนมาก, ปริมาณ, ปริมาณมาก”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • The number of students is limited to fifty.

(จำนวนนักเรียนถูกจำกัดไว้ที่  ๕๐  คน)

  • The amount of water in the street was still too high.

(ปริมาณน้ำในถนนยังคงสูงเกินไป)

  • The amount of cooking gas is usable for another month.

(ปริมาณกาซหุงต้มยังสามารถใช้ได้อีกเดือนหนึ่ง)

  • We only need a very small quantity.

(เราเพียงแต่ต้องการปริมาณที่น้อยมาก)

  • Natural gas was discovered in large quantities beneath the North Sea.

(กาซธรรมชาติถูกค้นพบในปริมาณมากใต้ทะเลเหนือ)

  • He threw into the flames a quantity of leaves from a certain bush.

(เขาโยนใบไม้จำนวนหนึ่งจากพุ่มไม้เข้าไปในเปลวเพลิง)

  • The meat is produced in quantity and sold in Eastern Europe.

(เนื้อถูกผลิตในปริมาณมากและขายในยุโรปตะวันออก)

  • Materials are being seen in terms of quantity rather than quality.

(วัสดุกำลังถูกมองในแง่ของปริมาณมากกว่าคุณภาพ)

  • The food supply has grown less, in quantity and quality, as an economic slowdown begins.

(ปริมาณอาหารได้เพิ่มขึ้นน้อยลง  ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ  เมื่อการถดถอยทางเศรษฐกิจเริ่มต้นขึ้น)

 

4. We might still catch the train if we ____________________________________________.

(เราอาจยังคงไปทันรถไฟ  ถ้าเรา ___________________________________________)

(a) make hurry    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) haste    (ความเร่งรีบ)  (เป็นคำนาม)

(c) make haste    (เร่งรีบ, รีบไป, รีบทำ)

(d) hastily

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูการใช้  “Haste” (Noun)  หมายถึง  “ความเร่งรีบ”  และ  “Hasten”  (เป็นคำกริยา หมายถึง  “รีบ, รีบทำ, รีบไป, เร่ง, ทำให้เร่งรีบ, เร่งเร้า”)  จากประโยคข้างล่าง

  • I immediately regretted my haste.

(ผมเสียใจในทันทีในความรีบร้อนของผม)  (ผมน่าจะค่อยทำค่อยไป  จะได้ผลดีกว่าที่ผ่านมา)

  • The old men began interrupting each other in their haste to explain what had happened.

(ชายชราพวกนั้นเริ่มขัดจังหวะกันเอง  ในความรีบร้อนที่จะอธิบายว่าอะไรได้เกิดขึ้น)

  • The reports that the battle had started were read in haste.

(รายงานที่ว่าการสู้รบได้เริ่มขึ้นแล้ว  ถูกอ่านอย่างรีบเร่ง)

  • Make haste all of you and get ready.

(รีบเร่งเข้านะทุกคน  และเตรียมพร้อมด้วย)

  • Two factors hastened the formation of the new party.

(ปัจจัย  ๒  ประการเร่งเร้าการก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่)

  • The government hastened to increase the oil price to discourage wasteful use of fuel.

(รัฐบาลรีบเร่งขึ้นราคาน้ำมัน  เพื่อสะกัดกั้นการใช้เชื้อเพลิงอย่างสิ้นเปลือง)

  • He hastened back into the forest.

(เขารีบกลับเข้าไปในป่า)

  • Mr. Nixon hastened to remark that he was not against television.

(มิสเตอร์นิกสันรีบกล่าว (เพิ่มเติมเพื่อมิให้คนเข้าใจผิด) ว่าเขามิได้ต่อต้านโทรทัศน์)

 

5. Returning to my apartment, _________________________________________________.

(กลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของผม ____________________________________________)

(a) my watch was missing

(b) I found my watch disappeared

(c) I found my watch missing    (ผมพบว่านาฬิกาของผมหายไป)

(d) the watch was missed

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประโยคนี้ขึ้นต้นด้วยวลีซึ่งนำหน้าด้วย  “Present participle” (Returning)  ดังนั้น  ประธานของประโยค  ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  จะต้องสามารถทำกริยา  “Return”  ได้  ซึ่งมีสอง  “Choice”  คือ  (b)  และ  (c)  ทั้งนี้  ถ้าจะตอบ  ข้อ  (b)  ต้องแก้เป็น  “I found my watch disappear (หรือ  disappearing)”  (ผมพบว่านาฬิกาของผมหายไปดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • _______________________ a man of action, he found it difficult to sit still for long periods.

(_____________ คนที่ไม่อยู่นิ่ง (มีงานยุ่งเสมอ)  เขาพบว่ามันยากที่จะนั่งอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานาน)  (คือ  ต้องหาอะไรทำอยู่เสมอ)

(a) Been

(b) Be

(c) Being    (เป็น)

(d) He is

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “He”  กริยาซึ่งนำหน้าวลี  ที่อยู่ตอนหน้าสุดของประโยค  จึงต้องอยู่ในรูป  “Present participle”  (Verb + ing)  คือ “Being

                     ตัวอย่างที่ 

  • Searching in the library, I came _______________________ an old forgotten manuscript.

(ค้นคว้าในห้องสมุด  ผม _____________________________ ต้นฉบับเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว)

(a) off

(b) without

(c) over

(d) across   (Come across = พบหรือเจอโดยบังเอิญ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  และดูโครงสร้างกริยา  “Verb + ing”  (Present participle)   ขึ้นต้นวลีและอยู่หน้าประโยค  โดยขยายประธานฯ ที่อยู่ในประโยค (หลังเครื่องหมายคอมม่า)  เพื่อบอกว่า  ประธานฯเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  คือ  แสดงการเป็นผู้กระทำ  (Active voice)  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • While traveling through the Rocky Mountains, __________________________________.

(ในขณะเดินทางผ่านเทือกเขาร็อกกี้  _________________________________________)

(a) the breath-taking scenes attracted the travelers   (ทัศนียภาพที่น่ากลัวมาก  ทำให้นักเดินทางหลง

       เสน่ห์)

(b) the scenes attracted the travelers deeply   (ทัศนียภาพทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์อย่างลึกล้ำ)

(c) the travelers attracted the scenes   (นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์)

(d) the travelers were awed by the breath-taking scenes   (นักเดินทางรู้สึกกลัว (เกรงขาม,

       หวาดเสียว)  จากภาพภูมิประเทศ (ทัศนียภาพ)  ที่น่ากลัวมาก-น่าตื่นเต้นยินดีมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  การใช้วลี   “While traveling”  หรือ  “Traveling” (Present participle)  ขึ้นต้นประโยค  โดยมีประธานฯ อยู่ข้างในประโยค (หลังเครื่องหมายคอมม่า)   เพื่อต้องการแสดงว่า  ประธานฯ เป็นผู้ทำกริยาที่อยู่ข้างหน้าประโยคนั้น   ซึ่งในประโยคข้างบน  คือ  “Traveling” (เดินทาง)  โดยประ ธานฯ จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  (คนหรือสัตว์)  เท่านั้น  จึงจะทำกริยานี้ได้  ดังนั้น  จึงต้องตัด ข้อ  (a)  และ (b) ทิ้งไป  เนื่องจากมีประธานฯ  คือ  “Scenes” (ทัศนียภาพ) ซึ่งไม่สามารถทำกริยา  “เดินทาง”  ได้,  สำหรับข้อ  (c)  ผิดความหมาย   เพราะกล่าวว่า  “นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์”  ซึ่งความจริงกลับกัน  คือ  “นักเดินทางหลงเสน่ห์ในทัศนียภาพ”  (the travelers were attracted by the scenes)

                                  ตัวอย่างที่  

  • __________ how the engine worked, Peter began to study books that told about the techniques used.

(____________ ว่าเครื่องจักรทำงานอย่างไร  ปีเตอร์เริ่มศึกษาหนังสือ  ซึ่งบอกเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้  –  ในเครื่องจักร)

(a) Wonder

(b) Wondered

(c) To wonder

(d) Wondering    (รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย) 

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประธานของประโยค  (Peter)  เป็นผู้ทำกริยา  “รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย”  คำกริยาที่นำหน้าวลี  ขยายความ  “ปีเตอร์”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing” (Present participle)  แสดง  “Active voice”  ว่าปีเตอร์เป็นผู้ทำกริยา

             ทั้งนี้  เมื่อประธานซึ่งอยู่ข้างในประโยค (หลังคอมม่า) เป็นผู้กระทำกริยา (Active voice)  จะต้องนำหน้าประโยคด้วย “Verb + ing” (Present participle) ดังตัวอย่าง  เช่น

  • Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา)  (เขาเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”)

  • Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา)  (เจนเป็นผู้ทำกริยา  “เห็น”)

  • Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม) (เราเป็นผู้ทำกริยา  “มอง”)

  • Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา  “หวัง”)

              สำหรับ  “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆ ที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

               สำหรับในกรณีที่ประธานที่อยู่ข้างในประโยค  เป็นผู้ถูกกระทำ (Passive Voice)   กริยาที่นำหน้าวลี  และอยู่หน้าประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ ๓  (Past Participle)  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________________________ by the tiger, he ran away.

(__________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing   (เห็น)

(b) To see

(c) Seen   (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานของประโยค (He) เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้าง หน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง  ๓  (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                  ตัวอย่างที่  

  • _____________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(___________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานของประโยค คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์ (Cooked)  หรือเป็นผู้  “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่  ๓  (แสดง “Passive voice)

 

6. Because Jim’s and Tom’s working hours coincide (โค-อิน-ไซ้ด), and they live in the same vicinity, they depart from their homes at the same time.

(เพราะว่าชั่วโมงทำงานของจิมและทอม  เกิดขึ้นพร้อมกัน-ตรงกัน-สอดคล้องต้องกัน-เข้ากันสนิท-ทับกันสนิท-ลงรอยกัน  และพวกเขาอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน  พวกเขาจึงออกจากบ้าน (ไปทำงาน) ในเวลาเดียวกัน)

(a) differ    (แตกต่างกัน)

(b) vanquish    (แว้น-ควิช)  (ปราบ, ปราบปราม, กำจัด, พิชิต, มีชัยชนะ, รบชนะ)

(c) occupy the same time; correspond exactly    (เกิดขึ้นเวลาเดียวกัน; ตรงกันพอดี, เข้ากันสนิท

       หรือทับกันสนิท)

(d) topple    {โค่นล้ม (รัฐบาล, ต้นไม้), ทำให้ล้มลง, ล้มลง, คว่ำลง, โอนเอนทำท่าจะล้ม, หกคะเมน}

(e) penalize    (ลงโทษ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

7. This is the fifth consecutive weekend that I have spent working, and I am a bit fed up with it. 

 (นี่เป็นสุดสัปดาห์ที่ ๕   ติดต่อกัน-ติดๆ กัน-ต่อเนื่องกัน-ตามกันมา-เป็นลำดับ   ที่ผมได้ใช้เวลาทำงาน  และรู้สึกสะอิดสะเอียน (เบื่อ, รังเกียจ) นิดหน่อยกับมัน)  (หมายถึง  กับการทำงานวันสุดสัปดาห์)

(a) lengthy    (ยืดเยื้อ, ยาวนาน, ใช้เวลามาก)

(b) laborious    {ใช้แรงงานมาก, (งาน) หนัก, ยาก, ลำบาก, ต้องใช้ความพยายามมาก, อุตสาหะ}

(c) successive    (ต่อเนื่อง, ติดๆ กัน, เป็นลำดับ, ตามลำดับ, ตามหลัง, รับช่วง)

(d) tedious    (น่าเบื่อ, น่ารำคาญ)

(e) prolific    {โพร-ลิฟ-ฟิค)  (ออกลูกมาก, มีลูกมาก, มีผลดก, แพร่หลาย, อุดมสมบูรณ์, (นักเขียน-นักประพันธ์)

      มีผลงานมาก}

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

8. I’ve been playing tennis for two hours.  I just can’t play ______________________________.

(ผมได้เล่นเทนนิสติดต่อกันมา ๒ ชั่วโมงแล้ว  ผมไม่สามารถเล่น ________________________)

(a) yet

(b) already

(c) any more    (ต่อไปอีกแล้ว,  มากกว่านี้อีกแล้ว)

(d) no more    (ใช้ไม่ได้  เพราะจะเป็นปฏิเสธซ้อน  “Can’t”)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Any”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • We had hardly ___________________________________________ rain last month.

(เราแทบไม่มีฝน ________________________________________ เลยเมื่อเดือนที่แล้ว)

(a) no

(b) some

(c) any    (ใดๆ)

(d) little

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้   “Any”  ในประโยคปฏิเสธ  คือ  ประโยคที่มี   “Hardly, Scarcely, Rarely, Seldom”  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ)  หรือ  “Never”  (ไม่เคยเลย)  สำหรับการใช้  “Any”  มีหลักดังนี้  คือ

                     ๑. ใช้แสดงจำนวนแทน   “Some”  ในประโยคคำถาม และปฏิเสธ  คือ ใช้เป็นคำคุณศัพท์ขยายนาม  “Any + Noun”  (นับได้ พหูพจน์)  หรือ  “Any + Noun”  (นับไม่ได้  เอกพจน์)  เช่น

  • Are there any students in the classroom?

(มีนักเรียนอยู่ในห้องเรียนบ้างไหม)

  • Is there any water in the well?

(มีน้ำอยู่ในบ่อบ้างไหม)

  • There is not any furniture in the room.

(ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ในห้องเลย)

                    และเมื่อใช้   “Any”  เป็น  “Pronoun”  คือ อยู่ลอยๆ  ไม่ต้องขยายนาม   “Any”  จะแทนได้ทั้งนามนับได้ พหูพจน์  และนามนับไม่ได้ เอกพจน์  เช่น

  • They wanted some rooms but there weren’t any.

(พวกเขาต้องการห้องพัก  แต่ไม่มีเลย)

  • We wanted some water but there wasn’t any.

(พวกเราต้องการน้ำ  แต่ไม่มีเลย)

                     อย่างไรก็ดี  สามารถใช้   “Any” ในประโยคบอกเล่าได้  ในกรณีต่อไปนี้

                          ๑.๑ มีคำที่มีความหมาย  “ปฏิเสธ” อยู่ในประโยค  เช่น  “Seldom, Rarely, Hardly, Scarcely, Never, Without, Too”  เช่น

  • They had hardly any money.

(พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเลย)

  • We could finish the project without any trouble.

(เราสามารถทำโครงการสำเร็จ  โดยปราศจากปัญหาใดๆ)

  • She scarcely received any information from him.

(เธอแทบไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากเขาเลย)

  • It was too soon to say anything.

(มันเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรออกมา)

  • It is too dark to see anything.

(มันมืดเกินไปที่จะมองเห็นอะไรได้)

                          ๑.๒ แสดงความสงสัยไม่แน่ใจ  เช่น

  • I wonder whether there is anything you want to tell me.

(ผมสงสัยว่า มีสิ่งใดที่คุณต้องการบอกผมหรือไม่)

  • She wondered whether anyone was there.

(เธอสงสัยว่า มีใครอยู่ที่นั่นหรือไม่)

                         ๑.๓ แสดงเงื่อนไข

  • If you find anything wrong, please let me know.

(ถ้าคุณพบสิ่งใดผิด  โปรดบอกให้ผมทราบ)

  • If you have any problem, consult your parents.

(ถ้าคุณมีปัญหาใดๆ  จงปรึกษาพ่อแม่)

                     ๒. ใช้ขยายนาม  ในความหมาย  “............. ใดก็ตาม”  (ในกรณีนี้  ไม่สามารถใช้  “Some” แทนได้)

  • I will  give this book to anyone who wants it.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่ใครก็ตาม  ที่ต้องการมัน)

  • Anyone violating the rules will be punished.

(ใครก็ตามที่ละเมิดกฎระเบียบ  จะถูกลงโทษ)

  • You may come any time you want.

(คุณจะมาเวลาใดก็ได้  ที่คุณต้องการ)

  • Any student can answer this question.

(นักเรียนคนใดๆ  ก็สามารถตอบคำถามนี้ได้)

                     ๓. ใช้เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งส่วนใหญ่ขยาย  “Adjective”  หรือ   “Adverb” ขั้นกว่า   เช่น

  • It won’t do any good.

(มันจะไม่ช่วยให้อะไรดีเลย)

  • I couldn’t stand it any longer.

(ผมไม่สามารถทนมันได้ต่อไปอีกแล้ว)

  • He doesn’t know any better.

(เขาไม่ได้รู้ดีกว่า  -  คุณหรือผมหรอก)

  • Nobody in the village will be any wiser.

(ไม่มีใครในหมู่บ้านรู้ดีกว่านี้หรอก)

  • I’m sorry to say that the patient isn’t any better.

(ผมเสียใจที่จะบอกว่า  คนป่วยอาการไม่ดีขึ้นเลย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

              ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป