หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 554)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. We missed the deadline ________________________________ our computer malfunctioned.

(เราไม่ทันเส้นตาย _________________ เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ)

(a) until    (จนกระทั่ง)

(b) because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) if    (ถ้า)

(d) although    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความเป็นเหตุเป็นผลกัน  กล่าวคือ  เครื่องคอมฯ ไม่ทำงานเป็นเหตุ  ส่วนเราไม่ทันเส้นตายเป็นผล  ดูเพิ่มเติมการใช้คำอื่นๆ จากตัวอย่างข้างล่าง

                  ๑. Until  =  จนกระทั่ง  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)  หรือวลี

  • We went on duty at six in the evening and worked until 2 a.m.

(เราเข้าเวร – ปฏิบัติหน้าที่ – ตอน ๖ โมงเย็น  และทำงานจนกระทั่งตี ๒)

  • You can’t get a driver’s license until you are 18.

(คุณไม่สามารถได้ใบขับขี่  จนกว่าคุณอายุ ๑๘)

  • She waited until he had gone.

(เธอรอจนกระทั่งเขาออกไป)

  • The class won’t meet again until next month.

(ชั้นเรียนไม่มีเรียนอีกจนกว่าจะเดือนหน้า)

  • They were here until quite recently.

(พวกเขาอยู่ที่นี่จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ มานี้เอง)  (เพิ่งจะจากไปไม่กี่วันนี้)

  • We’ve been given until the end of next year to come up with a solution.

(เขาให้เวลาเราจนกระทั่งปลายปีหน้าเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา)

  • She will wait for him until he returns.

(เธอจะรอเขาจนกระทั่งเขากลับมา)

  • She would wait for him until he returned.

(เธอจะรอเขาจนกระทั่งเขากลับมา)

  • I have nothing to say until I see my lawyer.

(ผมไม่มีอะไรจะพูด  จนกระทั่ง (จนกว่า) ผม (จะ) ได้พบทนายความของผม)

  • They didn’t find her until the next day.

(พวกเขาหาเธอไม่พบ  จนกระทั่ง (จนกว่าจะ) วันต่อมา)

  • Women did not gain the vote until after the First World War.

(ผู้หญิงไม่ได้รับสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง  จนกระทั่ง (จนกว่าจะ) หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑)

  • Don’t turn the gas on until the gasman tells you.  It’s safe to do so.

(อย่าเปิดก๊าซ  จนกว่าช่างซ่อมท่อก๊าซบอกคุณ (ให้เปิด)  มันปลอดภัยที่จะทำเช่นนั้น)

                   ๒. Because  =  Since  =  As  =  เพราะว่า, เนื่องจาก  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)  เช่น

  • I couldn’t see Helen’s expression because (since, as) her head was turned.

(ผมมองไม่เห็นกิริยาท่างทางของเฮเลน  เพราะว่าศีรษะของเธอหันไปอีกทาง)

  • She couldn’t come because (since, as) she was too busy.

(เธอมาไม่ได้เพราะว่าเธอมีงานยุ่งมากเกินไป)

  • Because (Since, As) he used an abrasive cleaner on the bath, it scratched the surface.

(เพราะว่าเขาใช้เครื่องทำความสะอาดที่กัดกร่อนกับ (พื้น) ห้องน้ำ)  มันเลยขีดข่วนพื้นผิวหน้าเป็นรอย)

  • Fortunately someone was in the house because (since, as) I could hear music playing faintly.

(โชคดีที่มีใครบางคนอยู่ในบ้าน  เพราะว่าฉันสามารถได้ยินเสียงดนตรีเล่นแผ่วๆ)

  • Because (Since, As) it rained all night, there was a flood the following day.

(เพราะว่าฝนตกตลอดทั้งคืน  มีน้ำท่วมในวันต่อมา)

  • She missed the plane because (since, as) she left home very late.

(เธอตกเครื่องบิน  เพราะว่าเธอออกจากบ้านสายมาก)

  • Because (Since, As) it was Mr. Peterson’s birthday, his staff took him to lunch.

(เพราะว่ามันเป็นวันเกิดของมิสเตอร์ปีเตอร์สัน  คณะผู้ร่วมงานของเขาพาเขาไปทานอาหารกลางวัน)

  • Because (Since, As) none of us were familiar with the city.  Mr. Gustav drove us to the meeting.

(เพราะว่าพวกเราไม่คุ้นเคยกับเมือง  มิสเตอร์กุสตาฟขับรถพาเราไปประชุม)

                   ๓. If  =  =  Provided  =  Provided that  =  ถ้า, โดยมีเงื่อนไขว่า  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)  หรือวลี  เช่น

  • You will miss the train if (provided, provided that) you don’t hurry.

(คุณจะพลาดรถไฟ  ถ้าคุณไม่รีบไป)

  • She was prepared to come if (provided, provided that) she might bring her daughter.

(เธอพร้อมที่จะมา  ถ้าเธอพาลูกสาวมาด้วยได้)

  • Children were permitted into the hall for these films if (provided, provided that) they sat at the back.

(เด็กๆ ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องโถงเพื่อมาดูภาพยนตร์พวกนี้  โดยมีเงื่อนไขว่า (ถ้า) พวกเขานั่งข้างหลังห้อง)

  • Smith said he was prepared to give jobs to both of us if (provided, provided that) I could assure him I intended to stay.

(สมิธกล่าวว่าเขาพร้อมที่จะให้งานเราทั้งสองคน  ถ้า (โดยมีเงื่อนไขว่า) ฉันสามารถทำให้เขามั่นใจว่าฉันตั้งใจจะอยู่ – ที่นี่)

  • If (Provided, Provided that) your meal is unsatisfactory, we will replace it without question.

(ถ้าอาหารของคุณไม่น่าพอใจ  เราจะเอาของใหม่มาแทนมันโดยไม่มีข้อสงสัย – ไม่ซักถาม)

  • If (Provided, Provided that) the delivery is late, we will pay the shipping charges.

(ถ้าการขนส่งล่าช้า  เราจะจ่ายค่าใช้จ่ายการขนส่ง)

  • If (Provided, Provided that) he doesn’t succeed, I shall be very disappointed.

(ถ้าเขาไม่ประสบความสำเร็จ  ผมจะผิดหวังมาก)

  • If (Provided, Provided that) there is enough interest, the proposed flexible work schedule will be implemented.

(ถ้ามีความสนใจพอ  กำหนดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่นที่ถูกเสนอ  จะได้รับการปฏิบัติ)  (คือ  เอามาใช้จริงๆ)

  • If (Provided, Provided that) I had lived in Columbus’s time, I might have crossed the Atlantic with him. 

(ถ้าผมได้มีชีวิตอยู่ในยุคของโคลัมบัส  ผมอาจจะได้ข้ามมหาสมุทรแอตลันติคไปกับเขา)  (เพื่อไปค้นพบทวีปอเมริกา)  

  • Provided that (If, Provided) she had heard her flight was boarding, she wouldn’t have missed the plane.

(ถ้าเธอได้ยินว่าเที่ยวบินของเธอกำลังเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง  เธอคงจะไม่ตกเครื่องบิน)  (เธอตกเครื่องบิน  เพราะไม่ได้ยินเสียงเรียก)

  • We would have been in time if (provided, provided that) we had started half an hour earlier.

(เราคงจะไปทันเวลา (รถไฟ, เครื่องบิน)  ถ้าเราได้เริ่มต้น (ออกเดินทาง) ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า)  (คือ  ออกเดินทางเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง)  (เราตกรถไฟ  เพราะออกเดินทางช้าไปครึ่งชั่วโมง)

  • If (Provided, Provided that) he had studied hard, he would have passed the exam.

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If (Provided, Provided that) you had asked me, I would have told you the truth.

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If (Provided, Provided that) they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • I’ll visit you next year if possible.

(ฉันจะมาเยี่ยมคุณปีหน้า  ถ้าเป็นไปได้)  (ไม่สามารถใช้  Provided  หรือ  Provided that  แทนได้)

  • She may come to your wedding if invited.

(เธออาจจะมางานแต่งงานของคุณ  ถ้าได้รับเชิญ)  (ไม่สามารถใช้  Provided  หรือ  Provided that  แทนได้)

                   ๔. Although  =  Though  =  Even if  =  Even though (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า) ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb  เช่น

  • Although (Though, Even if, Even though) it was late, Ms. Glaser stayed to finish her work.

(แม้ว่ามันล่วงเลยเวลามานานแล้ว  มิสเกลเซอร์ยังอยู่ (ในสำนักงาน) เพื่อทำงานของเธอให้เสร็จ)

  • Although (Though, Even if, Even though) they were ordered, the brochures and business cards were never printed.

(แม้ว่ามันได้รับการสั่งซื้อ  โบรชัวร์และนามบัตรไม่เคยได้รับการพิมพ์)

  • Although (Though, Even if, Even though) Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(แม้ว่าคิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

  • Although (Though, Even if, Even though) he studied hard, he failed.

(แม้ว่าเขาขยันเรียน  เขาสอบตก)

  • They went out although (though, even if, even though) it rained heavily.

(พวกเขาออกไปข้างนอก  แม้ว่าฝนตกหนัก)

  • Although (Though) he was late, he stopped to buy a sandwich.

(แม้ว่าเขาสาย  เขายังแวะซื้อแซนด์วิช)

  • Helen kept her coat on although (though) it was warm in the room.

(เฮเลยยังสวมเสื้อคลุมต่อไป  แม้ว่ามันจะอากาศร้อนในห้อง)

  • Although (Though) I advise the children about money, I never actually pay their debts.

(แม้ว่าฉันแนะนำลูกๆ เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ  ฉันไม่เคยใช้หนี้ให้พวกเขาเลย)

  • I have a lot of my grandfather’s features although (though) I’m not so tall as he was.

(ผมมีลักษณะต่างๆ (หน้าตา-ท่าทาง) ของคุณปู่ของผมอยู่มากมาย  แม้ว่าผมจะไม่สูงเท่ากับท่าน)

 

2. Even though ___________________ some bad qualities, Frank is quite popular with his friends.

(แม้ว่า __________ คุณสมบัติไม่ดีบางอย่าง  แฟรงค์เป็นที่นิยมชมชอบอย่างมากกับเพื่อนๆ ของเขา)

(a) he has that

(b) he had

(c) he has    (เขามี)

(d) does he have

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประธาน (He) และกริยา (Has) ของประโยคย่อย  คือ Even though he has some bad qualities  และต้องใช้  “Tense”  ของกริยาให้สอดคล้องกับกริยา (Is) ของประโยคใหญ่  คือ  Frank is quite popular with his friends

 

3. It is _________ for you to stay in one place and get an education _________ it is for you to travel all over.

(มัน _________ สำหรับคุณที่จะพักอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง  และได้รับการศึกษา (ที่นั่น) ________ สำ

หรับคุณที่จะเดินทางไปทั่ว) (แล้วเรียนที่นั่นบ้างที่นี่บ้าง) (ข้อนี้แนะนำให้อยู่ที่เดียว  เรียนที่เดียว  ดีกว่าจะ

ย้ายไปเรียนในที่หลายๆ แห่ง)

(a) as ___________ as

(b) best ___________ than

(c) better ____________ than    (ดีกว่า ......................... มากกว่า)

(d) the same _____________ as

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

 

4. The other day, I _________ the woman who _________ as the manager’s secretary before she got fired due to her dishonesty.

(เมื่อวันก่อน  ผม _________ ผู้หญิงผู้ซึ่ง __________ เป็นเลขานุการของผู้จัดการ  ก่อนที่เธอจะถูกไล่ออกเนื่องจากความไม่ซื่อสัตย์)

(a) met __________ has been working    (พบ ..................... ได้กำลังทำงาน)

(b) meet __________ would work

(c) met ___________ used to work    (พบ ......................... เคยทำงาน)

(d) have met ___________ had worked

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “The other day” (เมื่อวันก่อน) เป็น “Adverb of time” ที่แสดงอดีต  จึงต้องใช้กับกริยา  “Met”  หรือ  “Had met”,  ส่วนตัวเลือกที่สอง  ต้องใช้  “Used to work” (เคยทำงาน)  เนื่องจากปัจจุบัน  เธอถูกไล่ออกไปแล้ว

 

 5. Tom became suddenly pensive when Jack mentioned his dead father.

(ทอม  ครุ่นคิด-รำพึง-เป็นทุกข์  ขึ้นมาโดยทันที  เมื่อแจ๊คกล่าวถึงพ่อที่ตายไปแล้วของเขา)  (คือ กล่าวถึงพ่อของทอม)

(a) complacent    (คัม-เพล้-เซิ่นท)  (อิ่มอกอิ่มใจ, ย่ามใจ, พึงพอใจจนไม่คิดจะทำให้ดีขึ้นอีก)

(b) amorphous    (อะ-ม้อร์-ฟัส)  (ไม่มีรูปทรงสัณฐาน, ซึ่งไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เช่น น้ำ  ก๊าซ, ไร้จุดหมายหรือ

      จุดประสงค์ที่แน่นอน)

(c) fortuitous    (ฟอร์-ทู้-อิ-ทัส)  (บังเอิญ, โชคดี)

(d) thoughtful and sad    (ครุ่นคิดด้วยความโศกเศร้า)

(e) discreet    (ดิส-ครี้ท)  (พิจารณารอบคอบ, สุขุม, ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ, ระมัดระวัง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  

 

6. Humans need some sunlight for the synthesis (ซิ้น-ธิ-ซิส) of vitamin D which takes place in the skin.   

(มนุษย์ต้องการแสงอาทิตย์สำหรับ  การสังเคราะห์-การรวมกัน-การผสมกัน-การปะติดปะต่อ-ส่วนประกอบทั้งหมดที่ซับซ้อนที่รวมกัน  ของวิตามินดี  ซึ่งเกิดขึ้นในผิวหนัง)

(a) production by means of chemical reactions or by a natural biological process    (การ

       สร้างขึ้นโดยวิธีปฏิกิริยาทางเคมี หรือโดยกระบวนการทางชีววิทยาแบบธรรมชาติ, การรวมกันการ

       ผสมกัน)

(b) gourmet    (กู๊ร์-เม่)  (นักชิมอาหาร, นักกินและดื่ม, ผู้มีรสนิยมดีในเรื่องอาหาร)

(c) amnesia    (แอม-นี้-เซีย)  (ภาวะสูญเสียความจำทั้งหมดหรือบางส่วน, การหมดความจำ)

(d) drowsiness    (เดร๊า-ซิ-เนซ)  (ความซบเซา-เซื่องซึม-ง่วง-สัปหงก-ครึ่งหลับครึ่งตื่น)    

(e) peccadillo    (เพค-คะ-ดิ๊ล-โล่)  (ความผิดเล็กๆ น้อยๆ, บาปเล็กๆ, มลทินน้อยๆ)

(f) disgrace    (ดิส-เกรซ)  (การขายหน้า, การเสียหน้า, ความอัปยศอดสู, เรื่องที่อับอายขายหน้า, ความเสื่อมเสีย,

      การถอดถอนยศถาบรรดาศักดิ์)

ตอบ  -  ข้อ  (a

 

7. The war ended when the armistice (อ๊าร์-มิ-ทิส) was signed.

(สงครามยุติเมื่อ  การสงบศึกชั่วคราว-การพักรบ-การหยุดรบ  ได้รับการลงนาม)

(a) reprisal    (ริ-ไพร้-เซิ่ล)  (การโต้ตอบด้วยกำลัง, การแก้แค้น, การยึดทรัพย์สินเพื่อเป็นการโต้ตอบ)

(b) contract    (สัญญา, ข้อตกลง, หนังสือสัญญา)

(c) nomination    (การเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้ง, การแต่งตั้ง)

(d) truce    (ทรูส)  (การพักรบ, การสงบศึก, สัญญาพักรบ-สงบศึก, การหยุดพักชั่วคราว)

(e) amnesty   (การนิรโทษกรรม, การอภัยโทษ)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ เนรเทศไปยัง”)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

8. He rushed into the room, looking as if he___________________________ a ghost somewhere.

(เขาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง  มีท่าทาง (อาการ) ประหนึ่งว่า  เขา ____________ ผีที่ไหนสักแห่ง)

(a) sees

(b) saw

(c) had seen    (ได้เห็น)

(d) would have seen

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับเหตุการณ์ในอดีต  อนุประโยคที่นำด้วย   “As if, As though”  (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จะต้องตามด้วย  “Past perfect tense” (Had + Verb 3)  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  ให้ใช้  “Past simple tense” (Verb 2)  และในกรณีเป็น  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (I, He, She, It, They, We, You)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • He acted as though he ___________________________________________ a mad man.

(เขาทำราวกับว่า  (ประหนึ่งว่า) เขา ______________________________________ คนบ้า)

(a) is

(b) was

(c) were     (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน)

(d) had been    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต)

(e) would have been

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูคำอธิบาย   “As though, As if”  (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่           {จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)}

(1) Despite its size, a whale can swim (2) as it (3) were (4) almost weightless. 

(ทั้งๆ ที่ขนาด (ใหญ่โต) ของมัน  ปลาวาฬสามารถว่ายน้ำได้ราวกับว่า (ประหนึ่งว่า) มันเกือบจะไร้น้ำหนัก)

ตอบ  -  ข้อ    แก้เป็น   “as if  หรือ  as though”  เพราะมีความหมายว่า  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  และต้องตามด้วย  “Past simple tense” (Verb 2)  (ถ้าใช้ในความหมายปัจจุบัน  ซึ่งในที่นี้ดูจาก  “Can swim”  และต้องใช้  “Were”  กับประธานทุกตัวในกรณีของ “Verb to be”)  สำหรับในกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ให้ใช้  “Past perfect tense” (Had + Verb 3)  อนึ่ง  ที่ต้องใช้รูป  “Past simple” (Verb 2)  หรือ  “Past perfect” (Had + Verb 3) หลัง  “As if, As though”  เนื่องจากเป็นเพียงการเปรียบเทียบว่า  “ราวกับว่าเป็นเช่นนั้น, ประหนึ่งว่าเป็นเช่นนี้”   ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ  หรือตรงข้ามกับความเป็นจริง  เหมือนกับการใช้  “Wish”  (ปรารถนาในสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นจริง)  โดยเราเรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive” 

                                 ตัวอย่างที่  

  • He spends his money ______________________________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน ____________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)  (แต่จริงๆ แล้วมิได้เป็นคนรวย)

(a) so much

(b) as    (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ  –   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “As though”  หรือ  “As if”  (นำหน้าอนุประโยค)  หมายถึง  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  โดยในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (สังเกตจากกริยา  “Spends”)  จึงใช้  “Were”  กับประธาน  “He”  (หรือใช้ “Verb 2”  ในกรณีเป็นกริยาตัวอื่นๆ   เช่น  Walk, Like, Play, Eat, Run, etc.)  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต   ต้องเปลี่ยนเป็น  “Had been” (…..….... as though he had been a …….....)  ตัวอย่างประโยคอื่นๆ   ได้แก่

  • He acts as if he were a millionaire.  (เป็นปัจจุบัน)

(เขาทำตัวราวกับว่าเขาเป็นเศรษฐี – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He acted as though he had been a millionaire.  (เป็นอดีต)

(เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเศรษฐี – ในอดีต)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • The boy plays with his toy as if it were a living thing.  (เป็นปัจจุบัน)

(เด็กคนนั้นเล่นกับของเล่น  ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He says as though he loved her.  (เป็นปัจจุบัน)

(เขาพูดราวกับว่าเขารักเธอ – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้รัก)

  • She acts as if she saw a ghost somewhere.   (เป็นปัจจุบัน)

(เธอทำท่าทางประหนึ่งว่า  เธอเห็นผีที่ไหนสักแห่ง)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เห็น)

  • I saw it a long time ago, but I remember it as though I had seen it yesterday(เป็นอดีต)

(ผมเห็นมันเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมจำมันได้  ราวกับว่าผมเห็นมันเมื่อวานนี้ – เป็นอดีต)  (จริงๆ แล้ว  ไม่ได้เห็นเมื่อวานนี้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป